[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 36 : CHAPTER 36 Just a plan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

CHAPTER 36

Just a plan

 

"ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฝากขนมพวกนี้ให้อาร์บี้กับแอรี่ด้วยก็แล้วกันนะ" เมื่อทุกอย่างที่ลูเน็ตต้าลงมือทำไปเมื่อครู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว มือเรียวก็ค่อย ๆ จัดเรียงขนมทุกชนิดที่เธอลงมือทำด้วยตัวเองลงในตะกร้าใหญ่ทีละชิ้นอย่างประณีต

 

ตะกร้าใบใหญ่ที่มีขนมทุกชนิดที่ดัมเบิลดอร์จำได้ดีว่าน้องของเขาชอบมันมากก็ถูกส่งมาให้เขาที่คอยยืนชวนเธอคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยพร้อมกับมองเธอทำขนมไปด้วยเพราะหญิงสาวบอกเอาไว้ว่าให้อยู่รอเสียก่อนทั้งที่เขาคิดจะกลับตั้งแต่คุยเรื่องของทอม ริดเดิ้ลเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแน่นอนว่าทุกอย่างล้วนทำมาจากวัตถุดิบที่พวกเขาเพิ่งเข้าสวนไปเก็บมาก่อนหน้านี้เอง

 

"อาเบอร์ฟอร์ธคงตะโกนลั่นร้านถ้ารู้ว่าคุณทำให้เขา" ดัมเบิลดอร์พูดไปตามที่คิดในขณะที่ขนมซึ่งทำมาจากส้มพากันส่งกลิ่นหอมยั่วยวนให้เขาหยิบมันขึ้นมากินราวกับถูกสะกดด้วยคาถา

 

"อาจจะดังมากพอให้แอรีอานนาไล่เขาออกจากบ้านด้วย" เขาพึมพำในขณะที่เผลอสูดกลิ่นหอมฉุยของขนมที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ เข้าปอด

 

"ฉันคิดว่าเขาจะลืมฉันไปแล้วเสียอีก" ลูเน็ตต้าคลี่ยิ้มบางเบาในขณะที่นึกถึงคนที่อยู่ในบทสนทนาซึ่งเธอไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนมานานแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อสี่สิบปีก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคอยส่งขนมไปให้แอรี่น้อยของเธอบ้างเป็นบางครั้งเมื่อเธอเกิดรู้สึกคิดถึงขึ้นมา

 

"รายนั้นลืมไม่ลงหรอกครับ ทุกครั้งที่คุณส่งขนมไปให้แอรีอานนา เธอจะส่งจดหมายมาฟ้องผมว่าเขาแย่งกินตลอด" ดัมเบิลดอร์หัวเราะด้วยรู้นิสัยของน้องชายดีแม้ว่าเขาจะไม่ใช่พี่ชายที่ดีสักเท่าไหร่นักในสายตาน้องคนกลาง

 

แต่ถ้าหากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แอรีอานนาอาจจะอาการหนักมากกว่านี้ และเขากับน้องชายก็อาจจะมองหน้ากันไม่ติดด้วยซ้ำ

 

"ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" หญิงสาวโคลงหัวเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากคนตรงหน้า เธอไม่ได้แปลกใจอะไรนักที่ดัมเบิลดอร์จะไม่คิดอยู่พักที่ร้านหัวหมูของน้องชายกับน้องสาวที่สติยังไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอยเท่าที่ควร

 

แต่ไม่ว่าครอบครัวของพวกเขาจะดำเนินต่อไปอย่างไร หากไม่มีคำสั่งจากลูซิเฟอร์ เธอก็มีหน้าที่แค่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบนอกอย่างเงียบๆเท่านั้น

 

"อ้อ ฉันเกือบลืมไปเลย มีลูกอมรสแมลงสาบของนายด้วยนะ" ลูเน็ตต้าหมุนตัวเดินไปที่ชั้นวางสำหรับเก็บโหลลูกอมหลากรสโดยเฉพาะแล้วยืนพึมพำกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโหลแก้วที่มีลูกอมก้อนรสแมลงสาบอัดแน่นอยู่ในนั้นลงมาจากชั้น

 

"พวกเอลฟ์ทำเก็บเอาไว้น่ะ ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่นายชอบ เพราะงั้นก็เอาไปกินนะ" หญิงสาวพูดเองเออเองอยู่คนเดียวแล้วนำโหลแก้วในมือไปวางเบียดกับผลส้มลูกใหญ่ที่ยึดครองพื้นที่ของตะกร้าในขณะที่ดัมเบิลดอร์มีสีหน้าที่หงอยลงเล็กน้อยเพราะแอบน้อยใจเล็ก ๆ ตรงที่น้อง ๆ ของเขาได้กินฝีมือเธอ แต่ตัวเองกลับได้กินฝีมือเอลฟ์

 

 

แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็เขาไม่ชอบส้มนี่

 

 

เมื่อรับของเอาไว้จนครบ ดัมเบิลดอร์ก็ตัดสินใจว่าเขาควรจะกลับได้แล้วโดยเขาเลือกที่จะปฏิเสธร่วมทานมื้อเย็นกับเจ้าของปราสาทด้วยเหตุผลที่ว่าเขาอยากจะรีบเอาขนมไปให้น้องสาวก่อนที่มันจะเย็นชืดไปเสียหมด

 

ลูเน็ตต้าไม่ค้านอะไร แม้ในใจเธอจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะเธอจะต้องนั่งกินมื้อเย็นกับความเงียบเหงา ถึงแม้ว่าลูเน็ตต้าจะนั่งกินอาหารทุกมื้อคนเดียวนับครั้งไม่ถ้วนจนชินแล้วก็ตามที แต่การที่ได้กลับไปฮอกวอตส์ในคราวนี้แล้วได้มีโอกาสทำความรู้จักกับความสัมพันธ์ที่เรียกว่า เพื่อน เป็นครั้งแรกทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอรู้สึกเหงาแค่ไหนที่ต้องทำอะไรต่อมิอะไรคนเดียว

 

 

ถ้าได้มีเด็กพวกนั้นอยู่ด้วยแล้วได้ทำอะไรไปพร้อม ๆ กันเหมือนตอนอยู่ที่ฮอกวอตส์ก็คงจะดีไม่น้อย

 

 

"ผมก็เกือบลืมไปเหมือนกัน" ดัมเบิลดอร์ชะงักตัวก่อนที่จะเดินเข้าไปในเตาผิงโดยที่มีเจ้าของปราสาทมายืนรอส่งเขา

 

"ว่ามาสิ่" ลูเน็ตต้าไล่ความคิดแปลก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาวูบหนึ่งออกไปจากหัวแล้วเอ่ยถาม

 

"ดิพพิตน่ะครับ เขาเกริ่นมาหลายปีแล้วว่าอยากจะจัดงานเลี้ยงให้กับเด็ก ๆ แต่ยังไม่ได้โอกาสสักที"

 

"งานเลี้ยงต้อนรับกับอำลาแล้วก็ตามเทศกาลของแต่ละปียังไม่พอหรือ" คิ้วเรียวของหญิงสาวเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ ฮอกวอตส์ไม่ค่อยได้จัดงานรื่นเริงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดังนั้นการที่มีอาหารเพิ่มมากขึ้นจากปกติและการตกแต่งห้องโถงที่เปลี่ยนไปในแต่ละเทศกาลในระยะหลัง ๆ มานี้ก็ถือว่าค่อนข้างแปลกแล้ว

 

"เอ่อ... ดิพพิตเขาหมายถึงงานเลี้ยงรื่นเริงน่ะครับ" ดัมเบิลดอร์ตอบ

 

"แต่ยังไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ คงต้องรอผลการประชุมออกมาก่อนแล้วคงจะได้แจ้งไปพร้อมกับรายการหนังสือ"

 

"แล้วบอกฉันทำไมล่ะ"

 

"แค่อยากให้คุณรู้ไว้ว่าถ้ามันมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น มันไม่ใช่ฝีมือผมครับ" ดัมเบิลดอร์รีบบอกจุดประสงค์เพราะไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรที่ฟังดูแปลก ๆ เกิดขึ้นในโรงเรียนในช่วงสี่ห้าปีมานี้ หญิงสาวตรงหน้าในร่างของเด็กเซลวินมักจะมองมาหารองศาสตราจารย์ใหญ่อย่างเขาอย่างหมายหัวให้เป็นต้นเหตุอยู่เสมอ

 

"ขอแค่ปราสาทฮอกวอตส์ไม่มีอะไรเสียหายก็พอ" ลูเน็ตต้าหัวเราะเบา ๆ ให้กับท่าทางและคำแก้ตัวของชายตรงหน้า

 

"แล้วก็เรื่องของเกล--"

 

"จะยังไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนอย่างแน่นอนครับ" ดัมเบิลดอร์ชิงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแสดงท่าทางจริงจังทำเอาลูเน็ตต้ารู้สึกเบาใจไปได้เปลาะหนึ่งเมื่อสามารถมั่นใจได้ว่าจะยังไม่มีใครจะต้องเจ็บตัวในช่วงเร็วๆนี้

 

"ขอให้เป็นแบบนั้น แล้วเจอกัน" หญิงสาวบอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่เพลิงสีเขียวสว่างจ้าจะกลืนกินร่างของดัมเบิลดอร์แล้วมอดดับไปเองในที่สุด

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"ว่ายังไงครับ คุณรู้จักมันไหม?" ทอมหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างคาดคั้นคำตอบเพราะเขาถามคำถามที่ตัวเองอยากรู้ออกไปได้ครู่หนึ่งแล้ว แต่เกลเลิร์ตกลับไม่ตอบอะไรกลับมาเลย

 

"อยากรู้ไปทำไม"

 

"เอาไว้เป็นความรู้เหมือนกับทุกเรื่องที่ผ่านมานั่นแหละครับ" ทอมตอบอ้อมค้อมพลางเลิกหรี่ตามองเขาแล้วหันไปมองทางอื่นแทนเพื่อป้องกันการพินิจใจที่เขาไม่เคยสกัดได้ของฝ่ายตรงข้าม

 

"รู้สิ่ แต่ฉันคิดว่าห้องสมุดในฮอกวอตส์จะให้คำตอบนายได้ดีกว่านะ" เกลเลิร์ตพยายามบอกปัดเรื่องนี้ให้ออกไปไกลตัวเขาเพราะเขาไม่อยากจะเป็นสาเหตุให้ลูเน็ตต้าต้องลำบากสักเท่าไหร่

 

แต่เมื่อเกลเลิร์ตได้มาลองไตร่ตรองดูอีกที การที่เขาบอกปัดแบบนี้แล้วไม่คอยอยู่สอนอยู่บอกมันก็น่าอันตรายอยู่เหมือนกัน เพราะเขาไม่อาจจะรู้เลยว่าข้อมูลในห้องสมุดของฮอกวอตส์จะสามารถให้สิ่งที่เด็กตรงหน้าเขาต้องการได้ลึกและละเอียดเกินกว่าที่จะหยุดยั้งได้มากขนาดไหน

 

ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีขอบเขตในการเรียนรู้ศาสตร์มืดและการห้ามปรามที่ชัดเจนก็ตาม แต่จากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมาในชีวิตของเกลเลิร์ตนั้นทำให้เขาสามารถพูดได้เต็มปากว่าศาสตร์มืดนั้นเป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับเด็กที่ยังไม่ทันจะบรรลุนิติภาวะทางเวทมนตร์

 

 

และมันก็เป็นสิ่งที่หอมหวานมากในเวลาเดียวกันสำหรับคนทะเยอทะยานอย่างทอม ริดเดิ้ล

 

 

"รู้ใช่ไหมว่าลองทำอะไรโง่ๆที่โรงเรียนคนเดียวจะเป็นยังไง" เกลเลิร์ตเลิกคิ้วมองพร้อมกับพยายามที่จะพินิจใจเด็กหนุ่มไปด้วยแต่กลับไม่เป็นผลสำเร็จเพราะทอมเอาแต่มองไปทางอื่น ซึ่งมันทำให้การพินิจใจโดยไร้ไม้กายสิทธิ์เป็นตัวช่วยเหมือนกับที่เขาพยายามทำในตอนนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากมากกว่าปกติ

 

"ผมไม่หาเรื่องให้ตัวเองโดนไล่ออกเหมือนคุณหรอก" ทอม ริดเดิ้ลตัดสินใจแล้ว หากเขาคิดจะดำเนินตามแผนการอันยิ่งใหญ่ที่ได้เริ่มวางเค้าโครงอย่างคร่าว ๆ เอาไว้แล้ว เขาก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำเรื่องซึ่งคนอย่างจอมวายร้ายอย่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ซึ่งมีแนวคิดที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับเขานั้นไม่สามารถทำได้เสียก่อน

 

 

จะบอกว่าทอมเป็นพวกที่อยากจะเอาชนะก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก แต่แน่นอนว่าเขาจะไม่ทำอะไรไปโดยที่หัวไร้ซึ่งความรู้ในทุก ๆ ด้านอย่างลึกซึ้งอย่างแน่นอน

 

 

"ก็ดี สงสัยอะไรก็ส่งจดหมายมา"

 

 

.

 

.

 

.

 

 

คืนสุดท้ายที่ลูเน็ตต้าตัดสินใจจะพักอยู่ที่ปราสาทลารอแชลล์นี้ตามคำของเกลเลิร์ตนี้เป็นคืนที่ค่อนข้างจะเรื่อยเปื่อยในความคิดของเธอ เพราะหลังจากที่เธอนั่งกินมื้อเย็นคนเดียวที่ห้องอาหารขนาดใหญ่พิเศษอันเงียบเหงาเสร็จเรียบร้อย เธอก็เลือกที่จะไปขลุกตัววาดรูปมากกว่านอนพักผ่อนให้เต็มแรง

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ลูเน็ตต้ากลับไม่สามารถเข้านอนเร็วได้เหมือนกับเวลาปกติของเธอที่ทำมันเป็นกิจวัตรมาหลายร้อยปีได้ราวกับว่าร่างกายของเธอกำลังพยายามที่จะปรับระยะเวลาเข้านอนเสียใหม่ให้มันเข้ากับภาระที่เธออาจจะได้รับในอีกสามปีต่อจากนี้

 

"นายหญิงขอรับ มีจดหมายส่งมาขอรับ" บันตี้กล่าวรายงานหลังจากที่นายหญิงของมันตัดสินใจมาขลุกตัววาดรูปหลังจากที่ทานมื้อเช้าของวันสุดท้ายที่จะพักอยู่ที่นี่เสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมกับจดหมายหลายขนาดที่ถูกมัดรวมกันที่วางนิ่งอยู่บนถาดทองคำที่มันกำลังชูขึ้นเหนือหัวราวกับว่าเทิดทูนเธอเสียยิ่งกว่าอะไรบนโลกนี้

 

"ขอบใจ" มือเรียวจากที่ตั้งใจจะหยิบพู่กันมาเก็บรายละเอียดภาพในตอนแรกก็เปลี่ยนไปหยิบจดหมายจากถาดขึ้นมาแทนอย่างอดไม่ได้ในขณะที่ขาตั้งและภาพวาดของเธอก็หายไปแล้วปรากฏเป็นโต๊ะเขียนหนังสือขึ้นมาแทนด้วยผลของเวทมนตร์ที่ออกมาจากมืออีกข้างของหญิงสาว

 

ลูเน็ตต้าไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักสำหรับการที่จดหมายที่ควรจะส่งไปที่ลอนดอนกลับมาโผล่ที่นี่เพราะมันก็คงไม่พ้นฝีมือเกลเลิร์ตหรือไม่ก็พินซ์ซึ่งเป็นคนจัดการให้เธออย่างรู้ใจ

 

ดูเหมือนว่าการที่เกลเลิร์ตโกหกไปว่าลูเน็ตต้าติดพันอยู่กับเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ของผู้หญิงมันก็เกิดเป็นจริงขึ้นมาแล้ว เพราะสิ่งที่เธอได้รับเป็นจดหมายปรึกษาเรื่องคอลเลคชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับในเครือบริษัทของแม่มดสาวที่ทาบทามเธอในตอนงานเลี้ยงคริสต์มาสของซลักฮอร์นเมื่อปีที่แล้วซึ่งกำลังจะวางขายในช่วงฤดูร้อนในปีนี้

 

เนื้อความในจดหมายที่ลูเน็ตต้าได้รับนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก มันค่อนข้างคล้ายคลึงกันกับที่เธอได้รับจากพวกเขาเป็นฉบับแรกหลังจากที่งานเลี้ยงของซลักฮอร์นจบไปได้ไม่กี่วัน นอกจากข้อความขอคำปรึกษาแล้ว พวกเขายังแนบตัวอย่างเนื้อผ้าและตัวอย่างอัญมณีที่จะใช้ในงานใส่มาในซองซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดอีกด้วย

 

มันไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลไปกับการแต่งกายในแบบต่าง ๆ เหนือสิ่งอื่นใดอย่างลูเน็ตต้า ดังนั้นการให้คำปรึกษาเรื่องของสวย ๆ งาม ๆ อันเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่จะช่วยให้หญิงสาวจำนวนมากได้แสดงสิ่งที่พวกเธอต้องการจะแสดงออกมาผ่านทางเครื่องแต่งกายนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก

 

ดังนั้นวันพักผ่อนวันสุดท้ายของลูเน็ตต้าที่ฝรั่งเศสนี้จึงหมดไปกับการให้คำปรึกษาคอลเลคชั่นฤดูร้อนแทนการที่จะได้นั่งผ่อนคลายไปกับบรรยากาศอันแสนสงบแล้วเก็บรายละเอียดภาพวาดของเธอให้สมบูรณ์

 

ดูเหมือนภาพวาดบริเวณโซฟาหน้าเตาผิงของห้องนั่งเล่นสลิธีรินที่เต็มไปด้วยเด็กสลิธีรินจำนวนเก้าคนจำเป็นจะต้องรอการเก็บรายละเอียดให้สมบูรณ์ไปเสียก่อน แต่การที่มันจะต้องรอนานเท่าไหร่นัก คนวาดอย่างลูเน็ตต้าก็ไม่อาจจะให้คำตอบได้เช่นกันเพราะเธอไม่รู้ว่าตัวเองจะมีเวลาว่างมากพอที่จะกลับมาปราสาทหลังนี้อีกหรือไม่ในช่วงเร็ว ๆ นี้

 

 

.

 

.

 

.

 

 

พรึ่บ!

 

 

"ยินดีต้อนรับกลับมาขอรับ คุณหนู" เป็นพินซ์ที่มารับเธอที่ในทันทีที่มันได้ยินเสียงจากเตาผิงที่เชื่อมกับเครือข่ายผงฟลูเอาไว้เป็นคนแรก

 

"คนอื่นกำลังทำอะไรกันอยู่?" ลูเน็ตต้าในร่างของลูเน็ตต้า เซลวินซึ่งแลดูเป็นสาวขึ้นด้วยช่วงวัยที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่าเค้าโครงความงามที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของใบหน้าที่แท้จริงของเธอเองกับใบหน้าที่ไม่เคยมีคนขี้ริ้วขี้เหร่อยู่ในตระกูลอย่างพวกเซลวินตัวจริงนั้นล้วนมีผลพวงมาจากเวทมนตร์ทั้งสิ้น

 

แต่ลักษณะทางกายภาพอย่างส่วนสูงและน้ำหนักนั้นกลับเป็นไปตามสภาพที่แท้จริงของลูเน็ตต้า ไคลิกในวัยสิบห้าปีไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะขัดใจอยู่พอสมควรเพราะเธอยังดูตัวเล็กไปหน่อยสำหรับเด็กในวัยเดียวกัน

 

 

เด็กสมัยนี้น่ะโตเร็วเกินไปแล้ว หากเทียบกับสมัยที่เธออายุสิบห้าปีจริง ๆ เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว ลูเน็ตต้าน่ะสูงที่สุดในกลุ่มบรรดาเด็กสาวที่ขายตัวมาเป็นทาสทำงานแลกของกินกับที่ซุกหัวนอนตามบ้านพวกคนมีอันจะกินเชียวนะ

 

 

"นายน้อยกำลังแย่งหน้าที่ของพวกเราอยู่ในครัวขอรับ"

 

"ยังไม่ชินอีกหรอ?"

 

"ถ้าเป็นนายน้อยเกลเลิร์ตเพียงคนเดียวกระผมจะไม่คิดอยากฟ้องคุณหนูแบบนี้เลย" เพราะลำพังแค่นายน้อยเกลเลิร์ตเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเองก็นับว่าทำให้พวกเอลฟ์อย่างมันรู้สึกอัปยศอดสูมากพอแล้วที่ไม่สามารถรับใช้เจ้านายได้อย่างที่สมควรจะทำ และนายน้อยคนใหม่ของพวกมันอย่างทอม ริดเดิ้ลนั้นกลับไม่คิดห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังร่วมเข้าครัวทำอาหารไปกับนายน้อยเกลเลิร์ตด้วยอีกต่างหาก

 

 

เชื่อเถิดว่ามันและเอลฟ์ตัวอื่นๆอยากจะโขกหัวตัวเองให้เลือดอาบถ้าไม่ติดตรงที่ว่านายหญิงของพวกมันไม่ชอบให้มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ภายในบริเวณบ้าน!

 

 

"ปล่อยให้พวกเขาได้ทำตามใจชอบแบบนี้น่ะดีแล้ว" ลูเน็ตต้าเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อตีความประโยคของเอลฟ์ได้แต่เพียงครู่เดียวเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆเพราะขบขันกับท่าทางของพินซ์ที่มันเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อในขณะที่มันเอ่ยฟ้องเรื่องที่เจ้านายแย่งงานในครัวไปแล้วออกตัวก้าวเดินไปที่ห้องครัวซึ่งกำลังส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ออกมาเป็นตัวนำทาง

 

 

ไม่ ตอนนี้ไม่หอมแล้ว ลูเน็ตต้าได้กลิ่นไหม้!

 

 

"เกิดอะไรขึ้น!!" เด็กสาวที่สาวเท้าเดินมาอย่างรีบ ๆ เมื่อได้กลิ่นไหม้ลอยออกไปถึงโถงทางเดินร้องถามเสียงดังพร้อมกับกอดอกจ้องมองตัวการซึ่งกำลังยืนถืออะไรบางอย่างอยู่หน้าเตาอบซึ่งกำลังส่งกลิ่นไหม้และควันจาง ๆ ออกมา

 

 

ซัลลาซาร์! ลูเน็ตต้าสาบานได้ว่าต้องไม่มีใครจินตนาการออกแน่ว่าวัตถุสีดำที่กำลังส่งกลิ่นในมือของทอม ริดเดิ้ลมันเคยเป็นอะไรมาก่อน!

 

 

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านลูเน็ต" เกลเลิร์ตหัวเราะด้วยสีหน้าที่ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนในขณะที่กำลังโบกไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถาให้อาหารหน้าตาน่ารับประทานที่กำลังส่งกลิ่นหอมฉุยพาตัวมันเองไปไว้บนโต๊ะอาหาร

 

"เธอกลับมาแล้ว?" ทอม ริดเดิ้ลพูดเสียงเบาพลางหาวิธีทำลายสิ่งที่เคยมีหน้าตาพอใช้ได้จนกระทั่งนำออกมาจากเตาอบในมือของเขาในขณะที่มีสีแดงจาง ๆ ปรากฏอยู่ที่ใบหูทั้งสองข้างของเขา

 

"ใช่ ฉันกลับมาแล้ว" โดยปกติแล้วลูเน็ตต้ามักจะเป็นฝ่ายที่รอคอยให้เกลเลิร์ตกลับมาเยี่ยมอยู่เสมอจึงไม่ค่อยได้พบเจอกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นสักเท่าไหร่นัก

 

เธอไม่ชินกับมันเลย แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าคำพูดของชายต่างวัยทั้งสองกำลังทำให้หัวใจที่เคยไร้ความรู้สึกมานานแล้วจนกระทั่งราว ๆ เมื่อสองปีก่อนหน้านี้เกิดพองโตอย่างประหลาด

 

 

ความรู้สึกที่มีใครรอคอยให้กลับมามันเป็นแบบนี้เองหรือ

 

 

แต่มันคงจะรู้สึกดีได้มากกว่านี้ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้มีอะไรเกิดไหม้ขึ้นมาในบ้านของเธอ!

 

 

"สรุปคือนายโดนเกลเลิร์ตบังคับให้ทำอาหารกับเขาหรอ?" ลูเน็ตต้าสรุปออกมาอย่างพยายามเข้าใจง่ายที่สุดหลังจากที่นั่งฟังคำบอกเล่าของทอม ริดเดิ้ลมาได้ราวๆห้านาทีหลังจากที่พวกเขาจัดการกับมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

"ใช่"

 

"แต่ที่ฉันได้ยินมาจากพินซ์มันเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นนะ" ลูเน็ตต้าตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ออกจะกวนประสาทเล็กน้อยในขณะที่เกลเลิร์ตไม่คิดจะเอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงนั่งมองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มร้ายกาจเล็ก ๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงมุมปาก

 

อันที่จริงสิ่งที่พินซ์ฟ้องเธอในตอนแรกนั้นก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าตกลงแล้วทอม ริดเดิ้ลนั้นโดนเกลเลิร์ตบังคับจริงอย่างที่เขาอ้างหรือไม่ แต่เพราะนิสัยที่ได้รับอิทธิพลมาจากวิกตอเรีย ฟลินต์ เด็กสาวผู้ชื่นชอบการแกล้งคนอื่นพอ ๆ กับกีฬาควิดดิช และลูซิเฟอร์ผู้หายหัวไปจากชีวิตของเธอนั้นมันกำลังกระตุ้นให้เธออยากจะแกล้งเขาอย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่

 

จากประสบการณ์ที่เธอเคยเข้าไปอยู่ในแผนการแกล้งนักเรียนฮอกวอตส์ของวิกตอเรียอยู่บ่อย ๆ นั้นทำให้เธอสามารถพูดได้เต็มปากว่านิสัยที่ไม่ค่อยจะแสดงอะไรออกมามากนักมักจะเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ เสมอที่จะถูกกลั่นแกล้ง

 

และทอม ริดเดิ้ลเองก็เคยเป็นหนึ่งในตัวเลือกต้น ๆ ที่วิกตอเรียเคยคิดจะร่วมมือกับพีฟส์ในการแกล้งเพื่อทดสอบว่าทอม ริดเดิ้ลนั้นมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปบ้างหรือไม่เลยทีเดียว

 

แต่วิกตอเรียก็ยังไม่เคยที่จะได้ลองทำมันสักที เพราะเพื่อนสาวของเธอคนนี้ไม่อยากจะหาเรื่องกับคนที่เธอไม่สามารถจะต่อกรได้ให้มันเป็นปัญหาตามมาทีหลัง แต่หากให้พูดกันตามตรง ถ้าไม่ติดนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นที่มากมายจนไม่อาจคาดเดาได้ของเขาล่ะก็

 

 

ทอม ริดเดิ้ลน่ะน่าแกล้งพอ ๆ กันกับบรรพบุรุษของเขาเลยล่ะ

 

 

"ฉันไม่ได้เต็มใจที่จะทำมัน" ทอม ริดเดิ้ลปฏิเสธเสียงแข็งพลางหลบสายตายียวนชวนให้อารมณ์เสียของลูเน็ตต้ากับเกลเลิร์ตด้วยการอ่านหนังสือไปแบบเนียน ๆ แต่เมื่อหลุดพ้นจากสายตาพวกนั้นแล้วเขาก็ไม่วายส่งสายตาที่ทอประกายอย่างร้ายกาจไปยังเอลฟ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงประตูคอยรับใช้พวกเขาอยู่ดี

 

 

เอลฟ์ปากมาก

 

 

อันที่จริงแล้วจะบอกว่าทอม ริดเดิ้ลโดนบังคับอย่างที่เขาพูดออกไปด้วยตัวเองก็คงจะไม่ถูกสักเท่าไหร่นัก เพราะเขาไม่ได้ถูกเกลเลิร์ตบังคับอะไรเลย กลับกันเป็นตัวเขาเองต่างหากที่เดินเข้าไปให้ห้องครัวพร้อมกับจอมวายร้ายรุ่นใหญ่ที่ทำตัวเหมือนชายแก่ในวัยเกษียณเพื่อเตรียมมื้อเย็นของวันนี้

 

การโกหกด้วยใบหน้าเรียบนิ่งที่ห้องนั่งเล่นหลังมื้อเย็นของตัวเองทำให้ทอมเริ่มคิดหาเหตุผลอย่างจริงจังมากขึ้นว่าเพราะอะไรตัวเองถึงได้เลือกเดินตามเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เข้าไปในห้องครัวเพื่อไปทำอะไรที่ไม่น่าจะเคยมีใครกล้าคิดว่า ทอม ริดเดิ้ล คนที่ใคร ๆ หลายคนในโรงเรียนต่างยอมก้มหัวให้ด้วยความหวาดกลัวนั้นจะทำ

 

หากลองย้อนกลับไปในตอนที่เกลเลิร์ตบอกว่าเขาจะไปเตรียมมื้อเย็น เขายังจำมันได้อย่างแม่นยำ ภาพของเด็กสาวผู้มีเรือนผมสีดำราวกับน้ำหมึกและดวงตาสีเทาหม่นที่ดูแปลกประหลาดและน่าค้นหาในเวลาเดียวกันนั้นปรากฏขึ้นมาในความคิดเพียงชั่วครู่โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม

 

 

แต่ในช่วงเวลาเพียงชั่วครู่นั้นเองที่ทำให้เขาตัดสินใจลุกตามเกลเลิร์ตไปอย่างไม่รู้สาเหตุ

 

 

แน่นอนว่าภายในคืนของวันเดียวกัน ช่วงเวลาระหว่างที่เขากำลังเดินทางกลับโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าวูลส์จนกระทั่งเข้านอน ทอม ริดเดิ้ลก็เลือกที่จะใช้มันไปกับการขบคิดและให้เหตุผลกับตัวเองว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจทำอะไรแบบนั้น

 

บางทีอาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกเบื่อการนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนั่งเล่นเฉย ๆ ก็ได้ แต่แน่นอนว่ามันไม่มีทางเป็นแบบนั้น เพราะเขาไม่เคยรู้สึกเบื่อกับการอ่านหนังสือ

 

ท้ายที่สุดแล้วทอมก็สามารถหาเหตุผลให้ตัวเองได้ในเช้าของวันถัดมา โดยที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าภาพของเด็กสาวที่เขาแอบคาดหวังให้เธอกลับมาจากฝรั่งเศสเร็ว ๆ ตั้งแต่ฮอกวอตส์ปิดเทอมโดยที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะคาดหวังอะไรที่ดูจะไร้สาระไปทำไมนั้นมีส่วนในเหตุผลของเขาด้วย แม้ว่าเขาจะพยายามปัดมันออกไปจากหัวตลอดคืนก็ตาม

 

ทอมให้เหตุผลกับตัวเองว่าที่เขาตัดสินใจทำลงไปนั้นเพราะมันคือหนึ่งในขั้นตอนเล็กๆของแผนการของเขา

 

 

แผนการที่จะทำให้ลูเน็ตต้า เซลวินยอมสยบแก่เขาที่พยายามทำมาตลอดสองปี

 

 

เพราะเขาให้เหตุผลกับตัวเองว่า บางทีของกินที่หล่อนรักและเทิดทูนนักหนากับกลุ่มเพื่อนที่น่ารำคาญของหล่อนอาจจะได้ผลก็ได้ และทันทีที่คิดได้แบบนั้น ทอม ริดเดิ้ลก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเชื่อมั่นในเหตุผลนั้น

 

 

มันคือแผน เขาทำไปเพราะแผนการของเขาทั้งนั้น!

 

 

และทอม ริดเดิ้ลจะไม่ยอมรับแน่ว่าสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจทำลงไปนั้น ลึก ๆ แล้วมันมาจากความรู้สึกประหลาด ๆ ที่เขาคิดว่ามันชักจะเหิมเกริมกินพื้นที่ภายในใจของเขามากเกินไปแล้วอย่างแน่นอน

 

 

คนร้ายกาจแบบทอม ริดเดิ้ลไม่มีทางที่จะยอมรับว่าตัวเขามีความรู้สึกอ่อนแออันน่าสมเพชแบบนั้นอยู่ภายในใจแน่!

 

 

_______________

Talk :

ทุกคนคะ น้องเขารู้ตัวกันทั้งคู่แล้วว่าตัวเองมีความรู้สึกอะไรกันนนน แต่ ไม่ มี ใคร ยอม รับ เลย !!!! เป็นกำลังใจช่วยให้น้อง ๆ ของเรากันด้วยนะคะะ แล้วก็ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่คุณรีดให้เรามาก ๆ เลยค่ะ มันปิ๊มปิ่มหัวใจมาก ๆ

คอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ เราจะคอยพัฒนาฝีมือการเขียนของเราต่อไปเรื่อย ๆ เลยค่ะะ ช่วงนี้ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคนน

รักและเป็นห่วงทุกคนมากๆเลยค่าา

 

ปล. ไรท์ทำการจัดเรียงข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องใหม่ สามารถแวะกลับไปดูกันได้นะคะเผื่อว่าใครนึกภาพตัวละครไหนไม่ออก เราแปะอิมเมจเอาไว้หมดแล้วค่ะ เยยย่!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

851 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:19
    เค้ารู้กันหมดแล้วแหละคุณ ปากไม่ตรงกับใจจริงๆ
    #823
    0
  2. #346 ริต้าริต (@rusara083) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:52

    เมื่อเขาจะมีฉากหวานกันสักที. โฮ่ะะๆๆ

    #346
    0
  3. #345 banaryyyy (@banaryyyy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 14:06
    ทอมต้องยอมรับความรู้สึกตัวเองได้แล้ว!!
    #345
    0
  4. #344 hitamichimasaki (@hitamichimasaki) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 10:57
    ทอมลูก แม่เห็นความพ่อบ้านใจกล้าหน่อยๆอะครับ มีความเข้าครัวแล้วหรอ555
    #344
    0
  5. #343 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 09:20
    ซึนทั้งคู่เลยยยย อิอิ
    #343
    0
  6. #342 79.krp (@king-banana) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 03:50
    ปากเเข็งกันทั้งคู่
    #342
    0
  7. #341 naphwaree (@naphwaree) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 02:41
    ฮั่นแหน่เรารู้นะ!
    #341
    0
  8. #340 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 02:21
    ไอคนซึน!
    #340
    0
  9. #339 fatee28 (@fatee28) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 01:52

    ปากแข็งทั้งคู่สินะ แต่ความรู้สึกมันนำไปไกลแว้ว อิอิ
    #339
    0
  10. #338 ARikaSayuki (@kgrockcg) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 01:52
    เจอซึนเดเระ1eaค่ะ555 สู้ๆนะคะไรท์
    #338
    0
  11. #337 p__p_pinn (@patamavan555) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 01:48
    น้องทอมยอมรับซักทีเถอะว่าเธอชอบเค้าไปแล้วววว!
    #337
    0
  12. #336 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 01:36
    เหิมเกริม5555 ชอบๆ เหิมเกริมนัก
    #336
    0
  13. #335 Lolita​ (@Delphi) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 22:19
    สู้ๆนะคะไรท์
    #335
    0
  14. #334 E M H Y (@elleratta) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 23:05

    สู้ ๆ ค้าบบบบบ
    #334
    0
  15. #333 Thisisrin (@Giftz-Y) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:18

    รอนะคะ สู้ๆค่ะไรท์

    #333
    0
  16. #332 st36169 (@st36169) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:15
    จะรอนะคร้าา😁😁
    #332
    0
  17. #331 st36169 (@st36169) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:15
    จะรอนะคร้าา😁😁
    #331
    0
  18. #330 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 21:06
    วิคตอเรียอย่างเท่!
    อนิซซ่าหนูก็นุ่มนิ่มมากงื้อ
    ส่วนหนุ่มๆก็งานดีหมดเลย
    ปล. เราชอบการจัดหน้าของพีนี่เป็นพิเศษๆ I'm cutest snake his--- 555555
    #330
    0
  19. #329 crkoy1a (@crkoy1a) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:59

    รอนะคะ สู้ๆๆๆๆ
    #329
    0
  20. #328 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:58
    รอเลยจ้าาาาาาา
    #328
    0
  21. #327 fatee28 (@fatee28) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:20

    โอ้วว ดีเลยค่ะ สู้ๆรอๆ
    #327
    0
  22. #326 Mymineheart (@41797mean) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 19:30
    รอนะคะ ไรท์♡♡♡♡♡♡♡♡
    #326
    0
  23. #325 p__p_pinn (@patamavan555) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 19:29
    นานแค่ไหนเราก็รอค่า เรารอเก่ง555555
    #325
    0
  24. #324 0872 (@0872) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 19:29
    ส่งกำลังใจไปปปปป❤️❤️❤️❤️
    #324
    0