[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 35 : CHAPTER 35 : Annoyed

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

CHAPTER 35

Annoyed

 

"อย่าเครียดไปเลย ผมไม่ได้อยากกดดันคุณหรอก" อัลบัส ดัมเบิลดอร์บอกอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าดูวิตกกังวลผิดจากที่เขาคาดเอาไว้ เรื่องที่เขาพูดออกไปเมื่อครู่เขาเพียงอยากให้เธอตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้เท่านั้น แต่ไม่ได้มีเจตนาจะกดดันให้เธอเป็นแบบนี้

 

"ฉันไม่ได้เครียดสักหน่อย" ลูเน็ตต้าส่ายหัวเบา ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงปกติในขณะที่มือเรียวของเธอยังสาละวนอยู่กับการทำขนม ลูเน็ตต้าไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอมีความมั่นใจมากแค่ไหนในการทำภารกิจต่าง ๆ หากตัวเองยังคงอยู่ในสภาวะที่การคิดวิเคราะห์ของเธอเท่ากับเวลาปกติแบบนี้

 

แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร ความมั่นใจของเธอลดน้อยถอยลงไปกับเงื่อนไขมากมายในภารกิจนี้ ที่หนักสุดเห็นจะเป็นการที่เธอจะต้องกลายเป็นเด็กนาน ๆ ทั้งยังทำภารกิจที่ไม่อาจก้าวพลาดได้แบบนี้ รวมถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจเธอในตอนนี้อีกด้วย

 

หากเป็นลูเน็ตต้า เซลวินในวัยสิบห้าปีล่ะก็ เธอสามารถพูดได้เต็มปากว่าเธอชักจะเริ่มไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์อีกต่อไปแล้ว เพราะทุกอย่างล้วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

แต่ในเมื่อลูเน็ตต้าตัดสินใจที่จะทำมัน เธอก็จะเดินหน้าทำตามแผนของเธอต่อไปอย่างสุดความสามารถไปพร้อมกับการภาวนาให้ตัวเองยังคงมีการคิดวิเคราะห์ที่สมประกอบมากที่สุดเท่าที่เธอจะสามารถทำได้

 

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูเน็ตต้าก็ยังคงมีมั่นใจเป็นอย่างมากเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาว่าเธอจะต้องได้มีความสุขในบั้นปลายของชีวิตที่แท้จริงไปพร้อม ๆ กับเกลเลิร์ตตามที่เคยได้วาดฝันเอาไว้

 

 

ดังนั้นคนที่จะชนะในแผนการซับซ้อนที่เราทั้งสองต่างสร้างมันขึ้นมานี้ต้องเป็นฉัน ไม่ใช่นาย ทอม ริดเดิ้ล

 

 

"จริงสิ่ พรีเฟ็คยังคงได้สิทธิพิเศษนั้นอยู่หรือเปล่า ห้องอาบน้ำแยกน่ะ" ลูเน็ตต้าเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่ด้วยการย้อนกลับไปถามถึงเรื่องตำแหน่งพรีเฟ็คที่เธอจะได้รับมันอีกในปีนี้แทนการจมอยู่กับเรื่องชวนให้ใช้สมอง

 

"แน่นอนครับ สิทธิพิเศษข้อนั้นยังไม่ได้ถูกยกเลิกไป" ดัมเบิลดอร์พยักหน้าตอบ

 

"แล้วทุกอย่างยังอยู่ดีหรือเปล่า" ลูเน็ตต้าลองถามหยั่งเชิง

 

"ผมคิดว่าน่าจะยังอยู่ดีนะครับ ทั้งโคมระย้า ก๊อกน้ำทองคำฝังอัญมณี กระดานกระโดดน้ำ แล้วก็รูปนางเงือกก็ยังคงอยู่ดีครับ" เขาไล่รายการสิ่งของภายในห้องอาบน้ำของพรีเฟ็คไปพร้อมกับการนับนิ้วเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไรไป

 

"อะไรนะ? รูปนางเงือกยังอยู่อีกหรอ?" ลูเน็ตต้าถามด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ เธอเงยหน้าจากแม่พิมพ์ที่เพิ่งจะทยอยเทส่วนผสมลงไปมองดัมเบิลดอร์ด้วยดวงตาสีเทาหม่นที่เบิกกว้าง

 

"ครับ เธอยังอยู่ดีและน่ารักเหมือนเดิม" ดัมเบิลดอร์คลี่ยิ้มพลางนึกไปถึงเงือกสาวแสนสวยในรูปภาพที่คอยหัวเราะคิกคักและพยายามจะทักทายเขาทุกครั้งที่ได้มีโอกาสเข้าไป

 

"ยัยนั่นได้หัวเราะเยาะกันอีกแน่ ๆ " ลูเน็ตต้าพูดอย่างไม่พอใจแล้วค่อย ๆ นำแม่พิมพ์ไปเข้าเตาอบอย่างระมัดระวังด้วยตัวเองแทนการใช้เวทมนตร์

 

"ได้ยินว่าเงือกสาวตนนั้นเป็นเพื่อนคุณใช่ไหมครับ" ดัมเบิลดอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของลูเน็ตต้าเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาจะเคยได้ยินเรื่องเล่าของรูปภาพนางเงือกในห้องอาบน้ำของพรีเฟ็คมาบ้างแต่ก็ไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่

 

"เรียกว่าคนรู้จักจะดีกว่า" ลูเน็ตต้าตอบพลางจัดการปอกส้มส่วนที่เธอแบ่งไว้ตั้งแต่แรกเพื่อที่จะนำไปคั้นต่อไปแล้วนึกถึงเงือกสาวผมบลอนด์ซึ่งเคยมีตัวตนจริง ๆ ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"ลูเน็ต! โอ้ที่รัก เธอนึกภาพไม่ออกแน่ว่าในปราสาทตอนนี้โกลาหลขนาดไหน" แม่มดร่างท้วมร่อนไม้กวาดลงจอดตรงพื้นที่โล่งเมื่อหาตัวเพื่อนที่ตอนนี้กลายเป็นลูกศิษย์จำเป็นจนพบหลังจากที่เธอวิ่งหนีการเรียนพิเศษเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเปิดเทอมครั้งแรกจากเพื่อนอีกคนของเธอซึ่งน่าจะกำลังประสาทเสียเอาเสียมากๆ

 

"เฮลก้า ฉันมั่นใจว่าฉันนึกออก" แม้ว่าอายุของเธอในตอนนี้จะมากกว่าใครทั้งหมดที่ยังอยู่ในปราสาทฮอกวอตส์นี้ แต่เธอกลับหัวเราะคิกคักราวกับเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดปีตามลักษณะภายนอกที่เธอกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

 

"ที่รัก เรารีบกลับกันเถอะก่อนที่ซัลลาซาร์จะตะโกนออกมาเป็นภาษาพาร์เซลลั่นปราสาทอีกรอบ" เฮลก้าพยายามโน้มน้าวด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจะกังวลอย่างใจเย็น

 

"เขาทำมันไปแล้ว ปล่อยให้เขาทำอีกสักรอบสองรอบมันก็ไม่เป็นไรหรอก ไปเล่นกันดีกว่า!" ลูเน็ตต้าหัวเราะคิกคักพลางจับจูงมืออวบของแม่มดร่างท้วมลัดเลาะไปตามริมป่าต้องห้าม

 

"ก็ได้ แต่แค่ครู่เดียวเท่านั้นนะ ฉันคิดว่าโรวี่กับก็อดดริกอดทนซัลลาซาร์ไม่ได้นานขนาดนั้นหรอก" เฮลก้ายอมแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กหญิงที่กำลังจูงมือของเธอ ทุกคนต่างรู้กันดีว่าเธอเป็นคนที่ใจอ่อนกับลูเน็ตต้าง่ายมากที่สุด แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรพวกเขามักจะให้เธอเป็นคนมาตามลูเน็ตต้าเสมอ

 

"เฮลก้า ฉันให้มาตามลูเน็ตกลับไปเรียน ไม่ใช่ให้ตามมาเล่น" น้ำเสียงทรงอำนาจของคนที่มาใหม่เอ่ยอย่างไม่พอใจกับภาพตรงหน้าที่ตัวต้นเหตุอย่างลูเน็ตต้า ไคลิกนั้นกำลังก้าวเท้าเปลือยเปล่าของเธอลงสู่ทะเลสาบโดยที่มีเฮลก้ายืนคอยอยู่บนฝั่งด้วยความเป็นห่วง

 

"โถ่! โรวี่ เธอก็รู้ว่าฉันเคยขัดลูเน็ตที่รักของเราได้ที่ไหน" เฮลก้าตอบเสียงอ้อมแอ้มอย่างคนรู้สึกผิด

 

"ลูเน็ต ขึ้นมาได้แล้ว เธอต้องเรียนมารยาทกับซัลลาซาร์อีกสองชั่วโมงแล้วเรียนเขียนตัวหนังสือกับฉันต่อ" โรวีน่าบอกด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด

 

"และเธอต้องตรงต่อเวลา หากคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยทุกอย่างในภายภาคหน้าอาจพังพินาศ"

 

"โรวี่ ไม่เอาน่า เมื่อเช้าฉันเพิ่งเรียนฟันดาบกับก็อดดี้ไปนะ ฉันไม่มีแรงเหลือให้ไปยืนหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมงๆกับซัลลี่หรอกนะ!" ระดับน้ำของทะเลสาบที่สูงราวๆข้อเท้าของเธอสาดกระเซ็นไปทั่วเมื่อเด็กหญิงเริ่มเตะเท้าตัวเองจนน้ำเผลอกระเด็นใส่ชายกระโปรงของโรวีน่า

 

"ลูเน็ตต้า ซีเลีย คลิโอน่า ไคลิก! ฉันขอสั่งให้เธอขึ้นมาจากน้ำแล้วตามฉันมาเดี๋ยวนี้!" โรวีน่าเอ่ยเสียงแข็ง ในเมื่อไม้อ่อนอย่างเฮลก้าไม่ได้ผล ไม้แข็งอย่างเธอก็จำเป็นจะต้องออกโรงแทน

 

"โรวี่ เฮลก้า เป็นไปได้ไหมถ้าคนเราจะอาศัยอยู่ในน้ำ" ลูเน็ตต้าร้องถามในขณะที่เฮลก้าขี่ไม้กวาดกลับเข้าปราสาทไปแล้ว และโรวีน่าก็หมุนตัวหันกลับไปทางเดิมที่เธอเดินมา

 

"เธอหายใจในน้ำเหมือนนางเงือกไม่ได้ ดังนั้นคำตอบคือไม่ได้ ขึ้นมาจากน้ำแล้วกลับกันได้แล้ว" โรวีน่ากลอกตาไปมาให้กับความสงสัยที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลาของเด็กสาว

 

แม้ว่าปกติโรวีน่าจะชื่นชอบเด็กที่ต้องการแสวงหาความรู้ตลอดเวลามาโดยตลอด แต่มันไม่ใช่กับลูเน็ตต้าในตอนนี้เพราะเธอดูเหมือนกำลังถ่วงเวลาขึ้นมาจากน้ำมากกว่า

 

"ถ้างั้นตัวที่มองหน้าฉันอยู่ก็เป็นนางเงือกงั้นสิ่ ไง!" ลูเน็ตต้าร้องบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางมองไปยังสิ่งมีชีวิตที่โผล่พ้นขึ้นมาจากผืนน้ำเพียงแค่ส่วนหัวลงมาถึงหัวไหล่ มือเล็กโบกหย็อยๆเป็นการทักทาย

 

"เลิกถ่วงเวละ... ห้ะ อะไรนะ!?" โรวีน่าที่ใกล้จะปรี๊ดแตกกลับชะงักแล้วหันตัวกลับไปมองทางด้านหลังของตัวเองอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตระหนกเพราะนางเงือกในทะเลสาบฮอกวอตส์นี้ไม่ได้เป็นมิตรกับพวกพ่อมดแม่มดขนาดนั้น แต่เธอก็เบาใจลงเมื่อนางเงือกที่พวกเธอเห็นนั้นเป็นคนละสายพันธุ์กันกับเจ้าถิ่นของที่นี่

 

 

หลังจากวันนั้นที่ลูเน็ตต้าก็ได้มีคนรู้จักที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งมันออกจากแปลกประหลาดและเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่น้อยเพราะคนดังกล่าวคือ นางเงือก

 

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการให้เกียรติกับคนรู้จักคนแรกที่มีอายุใกล้เคียงกันของผู้ที่ริเริ่มแนวคิดมอบสิทธิพิเศษให้กับเหล่าพรีเฟ็คประจำบ้านผู้ทำงานหนักและอดหลับอดนอนซึ่งไม่ปรารถนาที่จะแขวนรูปของตัวเองเพราะเธอไม่อยากให้เด็ก ๆ ที่มีสิทธิ์ใช้ห้องน้ำดังกล่าวรู้สึกหลอนที่มีแม่มดผู้ชั่วร้ายตามตำนานจ้องมองพวกเขาอาบน้ำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ภายในห้องอาบน้ำของพรีเฟ็คในชั้นห้าของปราสาทฮอกวอตส์มีรูปของเงือกสาวแสนสวยผู้มีเรือนผมสีบลอนด์ทองน่าหลงใหลประดับอยู่แทน

 

 

ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอก ถ้าไม่ติดตรงที่ว่ายัยนางเงือกตนนี้จะคอยหัวเราะคิกคักอยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นว่าพรีเฟ็คหญิงบางคนไม่ได้มีเรือนร่างที่สวยงามเหมือนกับตัวเอง

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"บัดซบ" เป็นคำสบถคำแรกที่หลุดออกมาจากปากของทอม ริดเดิ้ลในวัยสิบห้าปีที่กำลังรู้สึกขุ่นเคืองเมื่อเขารู้ตัวว่าตนเองนั้นไม่สามารถหายตัวไปโผล่ที่บ้านของเกลเลิร์ตและลูเน็ตต้าได้

 

ทอม ริดเดิ้ลพูดได้เต็มปากว่าตอนนี้เขาโมโหจอมวายร้ายแห่งยุคเป็นอย่างมาก เพราะเขาส่งจดหมายมาบอกเมื่อวันก่อนว่าทอมสามารถไปที่บ้านหลังนั้นได้ตามใจชอบโดยมีข้อแม้ว่าห้ามเขานอนค้างอย่างถาวรเด็ดขาด

 

แต่มันไม่ใช่เพราะข้อแม้ดังกล่าวที่ทำให้เขารู้สึกโมโห อันที่จริงทอมไม่ได้ใส่ใจกับข้ออ้างนั้นด้วยซ้ำ เพราะถึงเขาอยากจะออกจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้ามอซอนี้มากขนาดไหน แต่เขาก็ยังรู้จักกับคำว่าพื้นที่ส่วนตัวดี ทอมรู้ดีว่าเขาไม่ควรไปยุ่มย่ามในพื้นที่ของคนอื่นมากนักไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็ตาม

 

ดังนั้นการที่เกลเลิร์ตอนุญาตให้เขาไปบ้านหลังนั้นได้ก็ถือว่ามากพอที่จะทำให้เขาหลบซ่อนจากความวุ่นวายของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ได้ดั่งที่ใจเขาต้องการแล้ว

 

 

แต่การลงคาถาห้ามเขาหายตัวไปที่นั่นต่างหากที่กำลังทำให้ทอมรู้สึกโมโหแล้วอยากจะหักคอใครสักคนเพื่อระบายอารมณ์

 

 

ความจริงแล้วการจะไปบ้านหลังนั้น ทอมสามารถเดินไปได้ หายตัวไปโผล่ที่ตรอกใกล้ ๆ แล้วค่อยเดินไปก็ได้หรือจะนั่งรถเมล์อัศวินราตรีก็ย่อมทำได้ ซึ่งมันจะไม่เป็นปัญหาเลยหากบนท้องถนนและตามตรอกซอกซอยนั้นจะไม่มีพวกทหารคอยเดินกันให้ทั่วลอนดอนแล้วคอยสังเกตหาตัวคนที่หลบหนีการเกณฑ์ทหาร

 

ทอมอายุเพียงสิบห้าก็จริง แต่เขาก็ไม่สามารถเอาอะไรมายืนยันให้เขามั่นใจได้ว่าทหารพวกนั้นจะไม่คิดว่าเขาโกหกเพราะส่วนสูงของเขาเอง

 

สุดท้ายแล้ววิธีที่ดีที่สุดที่จะไปบ้านหลังนั้นก็มีแต่การนั่งรถเมล์อัศวินราตรีซึ่งทอมไม่ค่อยอยากจะใช้วิธีนี้สักเท่าไหร่นักเพราะเขาไม่อยากจะใช้เงินในตู้นิรภัยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนก๊อบลินแนะนำให้เขาเปลี่ยนขนาดตู้นิรภัย แต่นั่นหมายความว่าทอมจำเป็นจะต้องนั่งรถรางชวนอาเจียนนั้นนานขึ้นด้วย

 

 

ซึ่งหากให้ทอมเลือก แน่นอนว่าเขายอมเลือกที่จะใช้เงินซึ่งไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรกแทนการนั่งรถรางนั่นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

และตลอดระยะเวลาที่เหลือในเดือนมิถุนายนของทอม ริดเดิ้ลก็หมดไปกับการที่เขาเดินทางมาที่บ้านหลังนี้ทุกวันด้วยความคาดหวังเล็ก ๆ ว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปแล้วเขาจะเจอเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์หรือไม่ก็ลูเน็ตต้าแทนที่จะเป็นเอลฟ์น่ารำคาญที่ตามเขาไปทุกที่อย่างพินซ์

 

'นายท่าน เมื่อไหร่ตาลุงคนนั้นกับนางจะกลับมา' เพนทาเนียส่งเสียงฟ่อร้องถามนายท่านในขณะที่มันเลื้อยไปมาตามลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายของทอม ริดเดิ้ล

 

'ไม่รู้' ทอม ริดเดิ้ลที่หยิบหนังสือในห้องนั่งเล่นมาอ่านรอเวลาที่พวกเขาอาจจะกลับมาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์

 

'นายท่าน ข้าคิดถึงนาง ข้าอยากเจอนาง' เสียงของเพนทาเนียดังลั่นอยู่ในหัวของทอม ริดเดิ้ลราวกับเด็กกำลังงอแง

 

'เออ! รู้แล้ว! แล้วก็หุบปากซักทีก่อนที่ฉันจะจับแกไปขังอยู่ในหม้อ!' ทอม ริดเดิ้ลตะหวาดลั่นเป็นภาษาพาร์เซลพร้อมกับปิดหนังสือเสียงดังแล้วใช้ดวงตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความกดดันมองเพนทาเนียที่เอาแต่พูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาไม่จบสิ้น

 

 

แต่ดูเหมือนคราวนี้สายตากดดันกับคำขู่ในสิ่งที่งูเผือกของเขาหวาดกลัวมันจะไม่ได้ผลเป็นครั้งแรก

 

 

'ข้าไม่อยากไปอยู่ในหม้อ! นายท่านก็รู้ว่าข้าไม่ชอบที่แคบที่ไม่ใช่กระเป๋าเสื้อของนายท่าน! นายท่านไม่เห็นอ่อนโยนกับข้าเหมือนนายหญิงเลย!' เพราะแทนที่มันจะขดตัวนอนสงบนิ่งด้วยความเงียบเพราะความรู้สึกหวาดกลัวอย่าที่ผ่านมา มันกลับเถียงเขาอย่างไม่ยอมแพ้แล้วประทุษร้ายด้วยการฉกง่ามมือของทอม ริดเดิ้ลผู้เป็นนายด้วยปากเล็ก ๆ ของมัน

 

 

น่ารำคาญไม่พอยังทำตัวโง่อีก

 

 

'ตกลงแกเป็นสัตว์เลี้ยงของใครกันแน่ เพนทาเนีย' น้ำเสียงโทนต่ำของทอม ริดเดิ้ลดังขึ้นตามมาหลังจากที่ใช้มืออีกข้างจับงูเผือกที่กำลังกัดเขาอยู่อย่างไม่พอใจ ถึงแม้เขาจะไม่เจ็บกับการโดยประทุษร้ายแบบสิ้นคิดของมันแต่ทอมก็ชักจะทนไม่ไหวกับการทรยศของมันที่เริ่มจะเหิมเกริมขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

 

'ข้า เพนทาเนีย เป็นงูที่จงรักภักดีและเทิดทูนนายท่านสุดชีวิต แล้วก็เป็นพีนี่น้อยที่น่ารักของนายหญิงด้วย' มันสงบลงแล้วส่งเสียงขู่ฟ่อดูจริงจังแล้วเปลี่ยนไปทำท่าทางเป็นงูเชื่องที่ไร้เดียงสาตัวหนึ่งเมื่อพูดถึงเด็กสาวที่มันหลุดเรียกว่านายหญิงอย่างเต็มปากเต็มคำจนเจ้านายตัวจริงมีสีหน้ามืดครึ้ม

 

'ทรยศกันถึงขั้นกล้ายกคนอื่นขึ้นเทียบเคียงฉันแล้วสิ่นะ' ฉับพลันมือหนาของทอมก็บีบสัตว์เลี้ยงในมือจนมันดิ้นพล่านด้วยความเจ็บและตกใจ

 

'เปล่านะ! พีนี่จะกล้าทรยศนายท่านสุดหล่อของพีนี่ได้ยังไง!' เสียงร้องของสัตว์เลี้ยงเพศเมียดังระงมจนทอม ริดเดิ้ลรู้สึกปวดหัวกับเสียงแหลม ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำยกยอปอปั้นเจ้านายไม่ยอมหยุดในขณะที่ตัวมันก็ดีดดิ้นไปมาจนหลุดออกจากพันธนาการของทอม ริดเดิ้ลได้ในที่สุด

 

'แต่แกยังแทนตัวเองด้วยชื่อหน่อมแน้มแบบนั้นอยู่' ทอมที่เริ่มใจเย็นลงแล้วเพราะคำสรรเสริญต่าง ๆ นานาของสัตว์เลี้ยงเอ่ยขัดด้วยความไม่พอใจเมื่อจับสังเกตได้ว่ามันยังแทนตัวเองด้วยชื่อน่ารัก ๆ ที่ลูเน็ตต้าในวัยหกขวบเป็นคนตั้งให้

 

'ก็มันน่ารักนี่นา ถึงจะเป็นงูแต่พีนี่ก็ยังเป็นหญิงนะ แล้วผู้หญิงก็ชอบอะไรน่ารัก ๆ กันทั้งนั้น' เพนทาเนียที่ตัดสินใจแล้วว่าต่อไปนี้มันจะใช้ชื่อน่ารักๆที่นายหญิงตั้งให้มาใช้เป็นคำแทนตัวส่งเสียงบอก

 

สุดท้ายทอม ริดเดิ้ลผู้เป็นเจ้านายก็ถอนหายใจออกมาเป็นเชิงยินยอมเพราะเขาไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรที่จะต่อล้อต่อเถียงกับงูทรยศของตัวเอง นั่นทำให้การปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ของงูแคระเผือกนามว่าเพนทาเนียเป็นอันประสบผลสำเร็จ

 

เพนทาเนียมั่นใจแล้วว่าตราบใดที่มันยังมีนายหญิงคอยอยู่คุ้มหัวน้อย ๆ ของมันอยู่ การเถียงนายท่านอย่างไม่ยอมแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่ถ้านายหญิงไม่รีบกลับมาในเร็ววันนี้ เพนทาเนียก็ไม่แน่ใจแล้วว่ามันจะโดนนายท่านจับไปขังในหม้อเล็ก ๆ แคบ ๆ ที่น่าอึดอัดตามที่นายท่านขู่เอาไว้โทษฐานริทำตัวเป็นงูสองหัวหรือไม่

 

 

พรึ่บ!

 

 

"ทำไมคุณกลับมาคนเดียว" ทอม ริดเดิ้ลเอ่ยถามออกไปในทันทีเมื่อรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวใหม่ภายในห้องนั่งเล่นที่เขากำลังนั่งอยู่ เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงจากเตาผิงของห้องที่อยู่ไม่ไกลกันนักแล้ว แต่มันกลับมีแค่ครั้งเดียว แล้วเสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ด้านหลังเขาก็มีเพียงเสียงเดียวจึงทำให้เขาสามารถสรุปได้อย่างง่ายดายว่าเกลเลิร์ตและลูเน็ตต้าไม่ได้เดินทางกลับมาพร้อมกัน

 

"แล้วฉันกลับมาคนเดียวไม่ได้หรือไง?" คนมาใหม่อย่างเกลเลิร์ตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทอย่างที่เขาชอบใช้เวลาได้พูดคุยกับเด็กที่กำลังทำตัวแก่เกินวัยอย่างทอม ริดเดิ้ล

 

เกลเลิร์ตบอกกับตัวเองตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าเขาอยากจะลองช่วยลูเน็ตต้าแทนที่จะทำตามใจตัวเองด้วยการลากทอม ริดเดิ้ลไปทางเดียวกันกับเขาที่แม้ว่ามันจะรุ่งโรจน์มากขนาดไหนแต่มันก็กำลังเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า เสื่อมอำนาจ เข้าไปทุกที

 

"เธออยู่ที่ไหน" ทอม ริดเดิ้ลไม่คิดอยากจะทนฟังการกวนประสาทของคนอายุเยอะสักเท่าไหร่นัก เขาเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาพร้อมกับเกลเลิร์ตที่เดินมานั่งลงที่โซฟาตัวนุ่มด้วยท่าทีสบาย ๆ ผิดกับท่าทีจริงจังของเขาไปโดยสิ้งเชิง

 

"ฝรั่งเศส พวกแม่มดสาว ๆ ติดใจเธอกันใหญ่" เกลเลิร์ตเริ่มเอ่ยคำลวงพร้อมกับแผนการเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นมาภายในหัวเพื่อสนองความสนุกส่วนตนและพิสูจน์สิ่งที่เขาสงสัย

 

"รู้อะไรไหม นอกจากสาว ๆ พวกนั้นจะถูกใจหัวคิดของลูเน็ตแล้วพวกหล่อนยังถูกใจเธอมากจนถึงขั้นทาบทามให้แต่งเข้าตระกูลทันทีที่เรียนจบเลยด้วยล่ะ บอกตามตรงว่าตอนได้เห็นภาพนั้นแล้วฉันก็คิดว่าตัวเองคงตายตาหลับแล้ว" เกลเลิร์ตร่ายยาวด้วยท่าทางสบาย ๆ ด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจนคนฟังอย่างทอมนั้นเผลอปิดหนังสือเสียงดังพร้อมกับสีหน้าที่เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ

 

"ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้วพาเธอตะลอนไปพบใครต่อใครในช่วงเวลาที่ตัวเองกำลังโดนหมายหัวแบบนี้ด้วย" ทอมเอ่ยประชดด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขากำลังรู้สึกไม่พอใจ แต่ด้วยสาเหตุอะไรเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

"โทษที แต่ฉันไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกกลัว" เกลเลิร์ตแสดงท่าทีราวกับว่าเขาไม่ได้คิดใส่ใจท่าทางของทอม ริดเดิ้ลมากขนาดนั้น ทั้งที่ความจริงเขากำลังลอบสังเกตและจดจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว

 

"อ้อ... ถ้าผมเกิดเรียกพวกที่กระทรวงสักคนมาเจอคุณนั่งสบายใจอยู่ที่นี่ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรใช่ไหม" ทอมมีท่าทีสงบลงเมื่อเขาเกิดคิดอะไรได้ในหัว ดวงตาสีดำสนิทกำลังจ้องมองจอมวายร้ายที่นั่งด้วยท่าทีสบายอกสบายใจอย่างประเมินพร้อมกับเหยียดรอยยิ้มร้ายกาจออกมา

 

"จะทำอะไรไอหนู"

 

"ผมจำได้ว่ามีช่องทางติดต่อกับคนในกระทรวงอยู่คนนึง พวกเขาคงรีบวิ่งแจ้นมาที่นี่กันแน่เพียงแค่ผมพูดว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์อยู่ที่นี่" เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีจริงจังแล้วหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหมายจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้างเตาผิงแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะสายโทรศัพท์มันขาดไปเสียก่อนด้วยฝีมือของเกลเลิร์ตที่ยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นโบกเบา ๆ

 

"พวกเขาไม่เชื่อเด็กแบบนายหรอกนะ อีกอย่างนายจะแก้ตัวว่าอะไรล่ะที่ยังนั่งอยู่ในห้องเดียวกันกับฉันโดยที่ทุกส่วนของนายยังคงปลอดภัยดี" ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ถูกเก็บเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทที่เขาสวมอยู่พร้อมกับเจ้าของที่เอ่ยปากถามออกไปราวกับว่าเมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น

 

"แค่บอกว่าคุณใช้คาถาสะกดใจ ผมก็รอดจากทุกอย่างแล้ว" ทอม ริดเดิ้ลยังคงไม่ยอมแพ้ เขาเสกกระดาษและปากกาขนนกขึ้นมาเพื่อหวังจะเขียนจดหมายแล้วให้เอลฟ์สักตัวในบ้านหลังนี้ไปส่งให้คนในกระทรวงเพื่อพิสูจน์ว่าคนตรงหน้าเขาไม่รู้สึกกลัวอะไรเลยจริง ๆ อย่างที่ปากพูดหรือไม่

 

"ใจเย็นกันสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องแย่ กับแค่ผู้หญิงคนเดียวก็ทำเป็นเรื่องใหญ่โต" เกลเลิร์ตใช้ความรู้ที่เขาเรียนมาจากลูเน็ตต้าด้วยการโบกมือเบา ๆ กระดาษและปากกาขนนกในมือของเด็กหนุ่มก็มอดไหม้เป็นผุยผงด้วยไฟที่เขาเสกมันขึ้นมา

 

"ปล่อยให้เธอได้มีความสุขในสิ่งที่ชอบเถอะทอม เดี๋ยวลูเน็ตก็กลับมาแล้ว" เกลเลิร์ตพูดต่อด้วยท่าทีสบาย ๆ ผิดกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานตรงหน้า

 

 

วัยรุ่นไฟแรงก็แบบนี้ เขาเข้าใจดี

 

 

ถึงแม้ว่าเกลเลิร์ตจะรู้สึกไม่พอใจอยู่ไม่น้อย เพราะการกระทำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจและเอาความสะใจเป็นที่ตั้งของทอม ริดเดิ้ลก็เกือบทำให้เขาอาจจะซวยได้ทุกเมื่อหากเกิดเผลอตัวขึ้นมา

 

"เมื่อไหร่"

 

"เร็วๆนี้ อีกอย่างนายคงไม่ยินดีหรอกถ้าคนที่จะไขข้อสงสัยทุกอย่างให้นายได้จะต้องไปนอนเล่นอยู่ในคุก จริงไหม?" เกลเลิร์ตเลิกคิ้วเอ่ยถามเด็กหนุ่มซึ่งมีท่าทีสงบลงกว่าเมื่อครู่นี้มากแล้ว

 

"หึ" ทอมแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์หลังจากที่เขาความคุมสติและอารมณ์ทั้งหมดให้เย็นลงได้แล้ว ทอม ริดเดิ้ลไม่ปฏิเสธเลยว่าทุกสิ่งที่เขาลงมือทำไปเมื่อครู่นี้ล้วนมาจากความรู้สึกซึ่งไร้การไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนของเขาล้วน ๆ

 

ซึ่งมันเป็นจริงอย่างที่เกลเลิร์ตพูด ในตอนนั้นเขาไม่คิดเลยว่าหากคนตรงหน้าโดนกระทรวงจับไปแล้ว สิ่งที่เขากำลังให้ความสนใจและรู้สึกสงสัยนั้นจะได้คำตอบที่ตรงไปตรงมาอย่างง่ายดายจากที่ไหนอีก

 

ทอม ริดเดิ้ลยอมรับว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกผิด-- ใช่ เขารู้สึกผิดที่ลงมือทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นกับคนที่มีประโยชน์และบุญคุณกับเขา

 

 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คำว่า ขอโทษ มันไม่มีบันทึกอยู่ในพจนานุกรมของคนอย่างทอม ริดเดิ้ลหรอก

 

 

"ใจเย็นลงแล้วก็นั่งลง สงสัยอะไรก็ถามมา" เกลเลิร์ตโคลงหัวไปมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ในความแข็งกระด้างของเด็กหนุ่ม แต่ก็เพราะการที่เขารู้จักนิสัยของเด็กตรงหน้าดี นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกลเลิร์ตไม่ได้คิดจะเรียกร้องให้ทอมเอ่ยขอโทษในการกระทำดังกล่าว เพราะแค่การได้เห็นสีหน้าเจื่อนๆของเด็กนี่ที่เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนก็ถือว่าเป็นคำขอโทษอย่างหนึ่งแล้ว

 

"คุณรู้จักวิธีที่จะทำให้เป็นอมตะไหม?"

 

 

_______________

Talk :

งานเข้า!! ทอมเริ่มหาทางอยากเป็นอมตะแล้ว น้องลูเน็ตจะรับมือไหวไหมแงงง คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ยัยน้องของเรากันด้วยนะคะทุกคนนน หวังว่าทุกคนจะชอบตอนนี้กันนะคะ ช่วงนี้ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพ นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มนะคะทุกคนนน ไรท์เห็นนะคะ! รีดเดอร์บางท่านมาอ่านนิยายไรท์ตอนดึก ๆ ดื่น ๆ ! เพราะไรท์ก็ยังไม่นอน //ขำแห้ง

ช่วงนี้ไรท์อาจจะมาอัพนิยายไม่ตรงเวลาปกติไปบ้างนะคะ อย่าเพิ่งน้อยใจกันน้าา เพราะว่าไรท์เริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้ามหาลัยแล้วด้วย ( ไรท์รีบมากเพราะไม่ยอมขยันเรียนตั้งแต่แรก ; - ; // ห้ามทำตามไรท์นะคะทุกคนน ) ปล.เห็นข่าวเลื่อนเปิดเทอมแล้วตะเตือนใตสุดๆ ; - ;

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไรท์สัญญาว่าจะพยายามจะมาอัพให้ได้ตามปกติที่สุดค่ะ!

รักและเป็นห่วงทุกคนเลยค่าา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

860 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:13
    เอาแล้ววว. ฮอร์ครักซ์ต้องมาละงานนีื
    #822
    0
  2. #323 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 19:58
    อือหือ ลูเน็ตอยากแก่ตายแต่ทอมอยากเป็นอมตะจ้า
    ไรท์รุ่นเดียวกับเราอะดิ อือหือ เราต้องตั้งใจอ่านหนังสือแล้วแหละ สู้ๆนะคะ อ่านไปด้วยกันน้า💗
    #323
    1
    • #323-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2563 / 21:32
      คุณรีดก็สู้ๆน้าค้าาา ไฟต์ติ้งงง ฮึบๆ!
      #323-1
  3. #321 PiyadaSrisopa (@PiyadaSrisopa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 12:31
    คุณไรท์คะขอให้ได้มหาลัยกับคณะที่หวังไว้นะคะ สู้ๆค่ะ💘 ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะค้าาาา
    #321
    1
    • #321-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2563 / 14:25
      แงงง ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับคำอวยพรและกำลังใจ มันปิ๊มปิ่มมากๆเลย ♡︎
      #321-1
  4. #320 fatee28 (@fatee28) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 10:22

    ชอบค่ะ ชอบมากก สู้ๆไรท์ จะเป็นไงต่อไปน๊าา
    #320
    1
    • #320-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2563 / 14:23
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะะะ วินาทีนี้ต้องลุ้นตอนต่อๆไปอย่างเดียวแล้วค่ะะ!!
      #320-1
  5. #319 Luciano_aummy (@Luciano_aummy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 08:12
    ฮื่อ ทางนี้ก็เพิ่งเริ่มเหมือนกันค่ะ สู้ๆไปกับระบบนะคะ
    #319
    1
    • #319-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 35)
      8 เมษายน 2563 / 14:23
      สู้ๆไปด้วยกันนะคะะ ไฟต์ติ้งงง
      #319-1
  6. #318 Starry Moon (@seastar1222) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 07:47
    อย่าดุพีนี่ อย่าทำน้อง!!! น้องเป็นสาวแล้วก็ต้องรักสวยรักงาม อยากมีชื่อน่ารักๆ นิดนึงสิ55555555555555
    #318
    0
  7. #317 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 07:41

    สู้ๆนะคะ

    #317
    1
  8. #316 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 07:23

    ส฿้ๆนะคะไรท์ ยังไงก็รอติดตามอยู่เน้อ
    #316
    1