[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 37 : CHAPTER 37 : Soothe

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

CHAPTER 37

Soothe

 

'ถึง ลูเน็ตที่รัก

 

ฉันมีข่าวดีที่ดีมาก ๆ มากถึงมากที่สุดจะบอกกับเธอ เธอต้องไม่เชื่อมันแน่ แต่รู้อะไรไหม? ท่านพ่อกำลังจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ฉันล่ะ! มันดูเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมล่ะ แต่เธอก็รู้ว่าปกติพวกเราฉลองกันแบบเงียบ ๆ กันมากกว่า และท่านบอกว่าให้ฉันชวนพวกเธอมางานได้!

เมอร์ลินเป็นพยานได้! ฉันแทบจะร้องลั่นคฤหาสน์!

นี่ล่ะข่าวดีที่ฉันต้องการจะบอก มันประหลาดมากใช่ไหม ฉันก็คิดแบบนั้นเพราะพวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าพ่อแม่ของพวกเราทุกคนไม่ค่อยปลื้มที่เราต่างคบกันเองแบบนี้ แต่ใครสนล่ะจริงไหม?

แล้วเราค่อยมาเล่าเรื่องตอนปิดเทอมของพวกเราด้วยกันที่งานเลี้ยงวันเกิดของฉันนะ เธอต้องมาให้ได้ล่ะ ตะโกนให้ลั่นเตาผิงไปเลยว่าคฤหาสน์ชาฟิก!

ปล. มันอาจจะดูไม่ดีที่ฉันจะต้องบอกแบบนี้ แต่เธอจะต้องแต่งตัวให้สวยที่สุดเลยนะ ( แต่ห้ามสวยกว่าฉันนะ ขอร้องล่ะ ) ส่วนเหตุผลฉันคิดว่าเธอคงรู้อยู่แล้ว

 

รักและคิดถึงเธอมากจ้ะ

แอนน์'

 

 

มือเรียวเล็กของลูเน็ตต้า เซลวินในวัยย่างเข้าสิบห้าปีพับจดหมายที่มีเนื้อหายาวเหยียดของเพื่อนสาวกลับลงซองจดหมายดังเดิมแล้วหยิบบัตรเชิญซึ่งแนบมาพร้อมกันขึ้นมาดูแทน

 

ไม่จำเป็นให้ใครมาบอกลูเน็ตต้าก็รู้ได้ทันทีว่างานวันเกิดของเอนิซซ่า ชาฟิกที่ภาพลักษณ์ภายนอกดูเป็นเด็กสาวขี้อาย น่ารักน่าเอ็นดูถึงที่สุด แต่เนื้อในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงนั้นจะเป็นงานประเภทไหน

 

ภายในอันเป็นตัวตนที่แท้จริงของเอนิซซ่า เด็กสาวผู้น่ารักเสมอในสายตาของคนภายนอกนั้นค่อนข้างจะแตกต่างไปจากภายนอกของเธอมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย ฝีปากที่จัดจ้านเกินใคร ทั้งยังชื่นชอบการเหยียบซ้ำรอยแผลอันเกิดจากความผิดพลาดของคนอื่นเป็นอย่างมาก

 

เราทุกคนรวมไปถึงเจ้าตัวต่างรู้ดีว่ามันไม่ใช่นิสัยที่ดีเท่าไหร่นัก แต่ก็เพราะนิสัยดังกล่าวนั้นเองที่ทำให้เพื่อนสาวที่มีใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตาคนนี้สามารถตามหาข่าวทุกประเภทภายในฮอกวอตส์มาให้กลุ่มได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

 

เมื่อนำความร้ายกาจเฉพาะตัวของเจ้าหล่อนมาผนวกรวมเข้ากับความน่ารักที่ติดตัวเอนิซซ่ามาตั้งแต่เกิดนั้นกลับสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวจนน่าประหลาด และความลงตัวที่น่าประหลาดนี้เองที่ทำให้ทุกคนต่างมองเอนิซซ่า ชาฟิกเป็นนางมารฝึกหัดตัวน้อย ๆ ที่มีอาวุธเป็นใบหน้าน่ารัก ๆ อยู่เสมอ

 

และเจ้าตัวก็เหมือนจะไม่ได้ปฏิเสธอะไรด้วยเพราะเธอชอบที่ทุกคนมองว่าเธอมีอาวุธเป็นใบหน้าที่น่ารักเกินใคร

 

 

เชื่อเถอะว่าเพื่อนของลูเน็ตต้าทุกคนล้วนไม่ใช่พวกหลงตัวเองเหมือนกันกับเธอ

 

 

จริง ๆ นะ

 

 

"เธอจะไปไหม" ทอมถามในขณะที่เขาดูบัตรเชิญงานเลี้ยงใบแรกที่ไม่ได้มาจากซลักฮอร์นด้วยสายตาอันว่างเปล่า

 

"ต้องไปอยู่แล้ว"

 

"งั้นก็ฝากของขวัญไปกับเธอด้วยก็แล้วกัน" ทอมเก็บบัตรเชิญลงซองอย่างไม่ใส่ใจ

 

"ฉันไม่คิดว่านายอยากจะพลาดงานนี้หรอกนะ" ทอมเลิกคิ้วมองเธออย่างไม่เข้าใจ ดวงตาสีเทาหม่นกำลังไล่อ่านรายละเอียดซึ่งอยู่ในบัตรเชิญในขณะที่มือเรียวก็พลิกมันไปมาเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่พลาดข้อมูลอะไรไป

 

"ถ้านายจะใช้เวลาไตร่ตรองสักหน่อยนายก็จะรู้ว่างานเลี้ยงนี้ถูกจัดขึ้นมาให้เสียเวลาและกำลังทรัพย์ของพวกเขาไปทำไม" ลูเน็ตต้าเน้นในช่วงท้ายแล้วเก็บบัตรเชิญที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรากลับเข้าไปอยู่ในซองเช่นเดิมหลังจากที่เธอได้ข้อมูลที่ไม่สมควรพลาดอย่างธีมสีของงานที่ถูกกำกับไว้ด้วยตัวอักษรเล็กจิ๋วอยู่ที่มุมซ้ายล่างของบัตร

 

 

สีเหลือง และสีพีช

 

 

สีที่ถูกกำหนดไว้ล้วนสามารถบ่งบอกตัวตนของเจ้าของงานอย่างเอนิซซ่าได้เป็นอย่างดี แต่เชื่อเถอะว่ากลุ่มคนซึ่งอยู่ในจุดประสงค์ที่แท้จริงของลอร์ดและเลดี้ชาฟิกคงไม่พ้นใส่สีดำมาร่วมงานเป็นแน่

 

"ฉากบังหน้า" ผ่านไปเพียงชั่วครู่หลังจากที่ทอมได้ใช้เวลาคิดอย่างที่เด็กสาวบอก เขาก็ค้นพบว่างานเลี้ยงที่มักจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในแบบที่ทอมไม่ชอบนั้นแท้จริงแล้วเป็นอะไรในขณะที่ลูเน็ตต้าพยักหน้ารับให้กับคำตอบของเขา

 

 

ใช่ งานวันเกิดของคุณหนูชาฟิกเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น และดูเหมือนเจ้าของงานก็รู้มันดีมาตั้งแต่แรกแล้วด้วย

 

 

ในโลกเวทมนตร์นี้ทุกคนต่างทราบดีเหตุผลที่พวกชนชั้นสูงของเหล่าผู้วิเศษมักจะไม่พาลูกสาวของพวกเขาติดตามไปตามงานเลี้ยงหรืองานสังคมต่าง ๆ เพราะมันมีอยู่ไม่กี่เหตุผล และเหตุผลเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย

 

หากมันไม่ใช่เพราะการที่พวกเขาหวงแหนลูกสาวมากเกินไป มันก็มักจะไม่พ้นไปจากเหตุผลที่ว่าพวกเขาอับอายเกินกว่าที่จะประกาศให้คนภายนอกได้รู้ว่าพวกเขามีลูกสาวแทนที่จะมีลูกชายซึ่งสามารถเชิดหน้าชูตาได้อย่างภาคภูมิในนามของตระกูล

 

มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไร้สาระในความคิดของลูเน็ตต้า แต่ทุกวันนี้ไม่มีใครจะมีความกล้ามากพอที่จะออกมาพูดได้เต็มปากว่าพวกเขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวที่สามารถเชิดหน้าชูตาตามงานเลี้ยงของสังคมผู้วิเศษภายใต้นามสกุลของคนอื่นมากขนาดไหน

 

การที่พวกเขาเปิดเผยตัวตนของลูกสาวผ่านงานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานเลี้ยงวันเกิดให้ในวัยที่เค้าโครงของความงามกำลังแรกแย้มนั้นจึงสามารถคิดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของงานได้ไม่กี่อย่าง

 

 

ไม่ใช่การหาคู่ให้กับลูกที่ยังไม่ทันบรรลุนิติภาวะก็เป็นการประกาศตัวว่าที่คู่หมั้นภายในอนาคต

 

 

และเหล่าทายาทในแต่ละรุ่นนี้ก็ล้วนไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่ไม่ได้เป็นคนเลือกได้เลยแม้แต่คนเดียว เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมีโชคที่มากพอสำหรับการได้พบเจอกับความรักซึ่งเกิดขึ้นกับลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ สักคนของพวกเขาเองเพื่อสืบทอดสายเลือดที่กล่าวอ้างว่าบริสุทธิ์ของพวกเขาให้ดำรงอยู่ต่อไปในภายภาคหน้า

 

 

หรือไม่ก็ถูกตราหน้าเป็นพวกทรยศต่อสายเลือดแล้วไปใช้ชีวิตกับคนรักซึ่งไม่ได้มาจากตระกูลอันสูงส่งของเหล่าผู้วิเศษ

 

 

แต่แน่นอนว่าจุดประสงค์มันไม่ได้มีอยู่เพียงแค่เรื่องนั้น เพราะมันยังมีจุดประสงค์อีกมากที่ไม่สามารถจะยกขึ้นมาพูดได้จนหมด แต่ก็ยังมีอีกจุดประสงค์หนึ่งซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้เด่นเท่าจุดประสงค์หลัก ๆ ของงานแต่มันมักจะเป็นเรื่องที่เด่นอยู่เสมอเมื่อไปอยู่ในวงสนทนาของบรรดาคุณนายทั้งหลายที่ว่างมากเสียจนมีเวลาเหลือเฟือมาใส่ใจกับเรื่องราวของคนอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย

 

เพราะเมื่อใดที่มีการจัดงานเลี้ยงรื่นเริงขึ้น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนของงาน ความร่ำรวยของเจ้าของงานและแขกก็จะถูกหยิบยกออกมาแสดงกันให้ทุกคนในงานเห็นกันจนแทบจะหมดเปลือกอยู่เสมอ

 

 

นั่นคือการสื่อเป็นนัยเล็ก ๆ ที่มักจะชัดเจนมาตลอดว่าแต่ละคนที่อยู่ในงานนั้นมีทั้งฐานะและอำนาจมากขนาดไหน

 

 

และลูเน็ตต้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าหลังจากที่ทอม ริดเดิ้ลคิดได้แล้ว เขาก็ไม่มีทางที่จะพลาดโอกาสทองในการใช้ประโยชน์จากอำนาจของคนในงานผ่านความโดดเด่นที่เขามีอยู่ในตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ลูเน็ตต้าไม่คิดห้ามหากทอม ริดเดิ้ลจะวิ่งเข้าหาอำนาจอันหอมหวานราวกับต้องมนตร์สะกด เธอขอเพียงแค่เขาเข้าหามันและรู้จักใช้มันอย่างถูกวิธีเท่านั้น

 

แต่หากเขาจงใจใช้มันไปในทางที่ไม่สมควร ลูเน็ตต้าก็คงจะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องห้ามลังเลเด็กขาดเพื่อที่จะหยุดยั้งเขาแทนที่จะปล่อยผ่านทั้งที่เธอสามารถห้ามเขาได้ราวกับคนโง่เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา

 

ลูเน็ตต้าไม่ได้มีความมั่นใจสูงเทียมฟ้าเหมือนเมื่อก่อนแล้วตั้งแต่รู้ว่าเธอนำสิ่งที่ไม่สมควรลงมาอยู่ในแผนด้วย ดังนั้นลูเน็ตต้าจึงได้แต่ภาวนาว่าเธอจะไม่หลงระเริงไปกับความเป็นเด็กแล้วละเลยสิ่งที่เธอสมควรจะกระทำเหมือนกับสี่ปีที่ผ่านมา

 

 

.

 

.

 

.

 

 

ลูเน็ตต้าชอบหิมะ แต่เธอเกลียดอากาศหนาวที่พ่วงตามมาด้วย และยิ่งทวีความเกลียดมากขึ้นเมื่อสภาพอากาศเย็นลงจนความรู้สึกหนาวเย็นที่มันเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูก

 

ลูเน็ตต้าจะไม่คิดลังเลเลยถ้าหากเธอสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ร้อนจนเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าแม้ว่าเธอจะนั่งอยู่กับที่ได้ดังใจคิด

 

สุดท้ายลูเน็ตต้าก็จำเป็นจะต้องทำใจยอมรับกับมันอย่างอดไม่ได้อยู่ดีเพราะเธอไม่สามารถเอาแน่เอานอนอะไรกับสภาพอากาศของลอนดอนที่บางวันมีถึงสามฤดูได้เลย

 

และเพราะอากาศที่ค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวของวันหนึ่งในปลายเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นวันเกิดของคุณหนูตระกูลชาฟิกนี้เองทำให้ลูเน็ตต้าที่อยู่ในชุดคลุมเนื้อบางเบายืนกอดอกมองเสื้อผ้าที่ถูกเลือกแล้วเลือกอีกจนเหลือเพียงสามชุดสุดท้ายวางนิ่งอยู่บนเตียงนอนแสนนุ่มของเธออย่างครุ่นคิด

 

"พีนี่ ฉันใส่ตัวไหนดี" ลูเน็ตต้าร้องถามสิ่งมีชีวิตอีกสิ่งซึ่งกำลังนอนขดตัวนิ่งอยู่ข้าง ๆ เสื้อผ้าทั้งสามชุดราวกับคนกำลังอับจนปัญญา มันอาจจะดูแปลกไปบ้างที่ลูเน็ตต้าไม่มีเอลฟ์คอยช่วยแต่งตัวเหมือนกับพวกผู้วิเศษที่มีเอลฟ์เหลือเฟือให้ใช้งานแบบเธอ

 

มันเป็นเพราะลูเน็ตต้าคิดว่าการมีเอลฟ์มาช่วยแต่งตัวนั้นมันไม่จำเป็นอีกต่อไปในเมื่อแฟชั่นสตรีได้หลุดออกมาจากยุคสมัยที่จะต้องออกแรงรัดเอวให้คอดกิ่วตามสมัยนิยมด้วยคอร์เซ็ทแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงเลือกถามงูอย่างหมดหนทางแทนที่จะถามเอลฟ์สักตัวที่สามารถปรากฏตัวมาพบเธอได้ทุกเวลา

 

 

แต่พูดกันตามตรง ลูเน็ตต้าไม่เคยมีครั้งไหนในชีวิตเลยที่รู้สึกลังเลกับการเลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ได้มากขนาดนี้

 

 

"คุณหนู นายน้อยทอมให้มาตามเจ้าค่ะ" ไม่ทันที่เพนทาเนียจะเลื้อยไปเลือกชุดให้คนถาม เอลฟ์เพศเมียที่ลูเน็ตต้าจำได้ว่ามันมีหน้าที่ทำความสะอาดปรากฏตัวขึ้นอยู่ปลายเตียงแล้วก้มหน้าก้มตากล่าวรายงานเพราะไม่อยากจะเสียมารยาทมองเจ้านายที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยดี

 

"บอกเขาว่าฉันขออีกสิบนาที"

 

"นายน้อยกำชับมาว่าหากคุณหนูขอเวลาเพิ่ม เขาจะให้เวลาอีกเพียงแค่ห้านาทีเท่านั้นเจ้าค่ะ"

 

"ก็ได้ ออกไปได้แล้ว" เด็กสาวจิ๊ปากอย่างขัดใจทั้งยังพาลเอ่ยปากไล่เอลฟ์อย่างไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ด้วย เมื่อคราวงานเลี้ยงของซลักฮอร์นเขาก็ดูไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลยกับการที่จะต้องมานั่งรอเธอ แต่คราวนี้กับกล้าถึงขั้นสั่งให้เอลฟ์มาตามเธอ

 

 

ลูเน็ตต้าคิดว่าควรจะหาโอกาสดี ๆ สักครั้งหนึ่งเพื่อสอนให้เขารู้สักหน่อยว่าไม่ควรเร่งผู้หญิงตอนที่พวกเธอกำลังแต่งตัว

 

 

"ซี่---" เพนทาเนียส่งเสียงเรียกร้องความสนใจเด็กสาวที่กำลังทำสีหน้าดูไม่ได้ แม้เพนทาเนียจะเป็นเพียงแค่งู ไม่เคยแต่งตัวแบบพวกมนุษย์มาก่อน ทั้งยังฟังสิ่งที่เอลฟ์พูดไม่รู้เรื่อง แต่มันก็พอจะเดาได้ว่าเพราะอะไรนายหญิงของมันถึงได้ทำหน้ายับยู่ได้มากถึงขนาดนั้น

 

 

ต้องเป็นนายท่านใช้เอลฟ์มาเร่งนายหญิงแน่ ๆ นายท่านใจร้ายเกินไปแล้ว!

 

 

"ตัวนี้หรอ ก็ได้" นับว่าไม่เสียแรงที่เพนทาเนียเลือกให้ เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นงูแต่มันก็เลือกได้ตรงตามตัวเลือกในใจของเธอมาตั้งแต่แรก แต่เธอก็ร้องถามออกไปอย่างลังเลเล็กน้อยเพราะชุดที่มันเลือกคือชุดเกาะอกที่ออกจะเปิดเผยเนื้อหนังมากเกินไปหน่อยสำหรับเด็กสาววัยย่างเข้าสิบห้าปี

 

ลูเน็ตต้าสาวเท้าอย่างรีบ ๆ ไปเปิดตู้เสื้อผ้าของตัวเองอีกรอบแล้วเลือกเสื้อคลุมที่คิดว่ามันเข้าชุดกันออกมา เธอค่อนข้างมั่นใจมากว่าหากตัวเองใส่แค่ชุดนั้นเพียงอย่างเดียว ไม่ทันที่เท้าจะได้แตะบันไดขั้นสุดท้าย เกลเลิร์ตที่ไม่เคยแม้แต่จะว่าเรื่องการแต่งกายของเธอเป็นต้องได้มองเธอด้วยสีหน้ามืดครึ้มแน่ ๆ

 

"ลูเน็ต เลิกคิดจะอ่านใจกันได้แล้ว คิดหรือไงว่ามันเนียน" เกลเลิร์ตโคลงหัวอย่างปลง ๆ เมื่อลูเน็ตต้าแสร้งทำทีเหมือนพยายามจะอ่านใจเขาอย่างเปิดเผยขนาดที่ว่าเขาหลับตาอยู่ก็ยังรู้ได้ทั้งที่ความจริงลูเน็ตต้าสามารถทำได้โดยที่เขาไม่ทันจะรู้ตัวด้วยซ้ำ

 

"ก็เผื่อว่าคุณจะชมฉันในใจบ้าง" ลูเน็ตต้าที่จงใจให้เกลเลิร์ตรู้ว่าเธอพินิจใจเขาเพราะต้องการให้เขารู้ว่าเธอกำลังอยากรู้อะไรบางอย่างจากเขาพูดโกหกอย่างลื่นไหล

 

ดวงตาสีเทาหม่นพยายามจ้องตาอีกฝ่ายอย่างเปิดเผยเป็นการส่งสัญญาณเล็ก ๆ ให้เขาอ่านใจเธอแทนการพูดคุยแบบปกติเพราะคนที่ทำทีเป็นนั่งนิ่งสงบไม่สนใจอะไร แต่หูของเขาก็ยังคงรอรับทุกสิ่งเข้าโสตประสาทอย่างจดจ่ออยู่อย่างทอม ริดเดิ้ลนั้นอยู่ในห้องนี้ด้วย

 

 

'มีอะไรจะพูดกับฉันไหม'

 

'แน่นอนว่าไม่ครับ ไม่มี'

 

'ตามใจนายก็แล้วกัน'

 

 

"ไปกันเถอะทอม" ลูเน็ตต้าเอ่ยปากอย่างรีบ ๆ หลังจากที่เธอจบบทสนทนาผ่านการพินิจใจกับเกลเลิร์ตที่ดูมีท่าทีเหมือนว่าเขากำลังพยายามที่จะปิดบังอะไรเธออยู่ ลูเน็ตต้าเลือกที่จะเลี่ยงวิธีง่าย ๆ อย่างการพินิจใจเขาตรง ๆ แบบไม่ให้เขารู้ตัวไป เพราะเธอยังคงเชื่อและวางใจในตัวเขามาก และในตอนนี้ลูเน็ตต้าก็ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะถามเขาด้วยจึงได้แต่บอกปัดไปแล้วคิดเสียว่าหากเขาอยากจะบอกเธอเมื่อไหร่เธอก็คงจะได้รู้มันจากปากของเขาเอง

 

"ดูแลตัวเองกันด้วยเด็ก ๆ" เกลเลิร์ตเอ่ยขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปในเตาผิง

 

"คุณก็ด้วย" เด็กสาวคลี่ยิ้มหวานแล้วโบกมือลาอย่างน่าเอ็นดู ทอม ริดเดิ้ลทำเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมกับยื่นมือหนาของตัวเองออกไปกำผงฟลูมาไว้เต็มอุ้งมือ

 

"คฤหาสน์ชาฟิก!"

 

 

พรึ่บ!

 

 

ทันทีที่ร่างของทั้งสองมาปรากฏที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลชาฟิก ห้องโถงขนาดกว้างสีน้ำตาลปูด้วยพื้นหินแกรนิตอย่างดีซึ่งประดับตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหรูหราตามแบบของคฤหาสน์ของคนผู้มีอันจะกินทั่วไปก็ปรากฏสู่สายตาของทั้งสอง

 

หากไม่มีโซนสำหรับวางของขวัญกองสูงและโต๊ะตัวยาวซึ่งใช้สำหรับวางอาหารและเค้กสูงสามชั้นอยู่ในห้องนี้ ทั้งทอมและลูเน็ตต้าคงได้คิดไปแล้วว่าตัวเองมาผิดที่เพราะแขกที่ทั้งสองเห็นเมื่อเดินออกมาจากเตาผิงมีแต่คนวัยทำงานแล้วและพวกเขาล้วนสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้มกันเป็นส่วนใหญ่

 

"พวกเขามาแล้ว!" เสียงของเนเลอัส เอเวอรี่ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ ทันทีที่ทอมกับลูเน็ตต้านำของขวัญที่ตั้งใจนำมาไปวางไว้ที่ว่าง ๆ ใกล้กับของขวัญชิ้นอื่น ๆ และไม่นานนักขบวนของเด็กหน้าตาดีก็เคลื่อนเข้ามาหาทั้งสองอย่างรวดเร็ว

 

"อะบราซัสไปไหน" ทอมเอ่ยปากถามเสียงนิ่งเมื่อกวาดตาไปแล้วเห็นว่าคนในกลุ่มหายไป แม้ปากจะถามออกไปแบบนั้น แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดพิศวาสอะไรในตัวคนที่เคยหาเรื่องเขาตอนเพิ่งเข้าเรียนอย่างแน่นอน มันเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างที่เขาต้องการจากหมอนั่นต่างหากที่ทำให้เขาเอ่ยปากถามหาตัวคนหัวซีดที่ชอบทำตัวน่ารำคาญอย่างอะบราซัส มัลฟอย

 

"โดนสั่งให้ไปตามดูแลคู่หมั้น เดี๋ยวคงตามมาเอง" เซซิลยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกด้วยท่าทีมั่นใจในช่วงท้ายเพราะเขาเพิ่งเห็นกายหยาบที่ดูเหมือนคนเพิ่งได้รับจุมพิตจากผู้คุมวิญญาณของอะบราซัสยืนประกบคู่หมั้นอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องเมื่อห้านาทีก่อน

 

 

เชื่อเถอะว่าไม่เกินครึ่งชั่วโมงนายน้อยมัลฟอยจะต้องปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ พวกเขาพร้อมกับการพูดพร่ำพรรณนาถึงความน่าเบื่อของคู่หมั้นอย่างแน่นอน

 

 

"เราไปหาแอนน์กันเถอะ" เซฟไฟรัสเอ่ยบอกแล้วเริ่มนำขบวนลัดเลาะไปตามห้องโถงที่มีแขกมากหน้าหลายตาอยู่ในงาน

 

"เมดาลีนใช้งานเธอหนักไปหรือเปล่าลูเน็ต เธอไม่ค่อยตอบจดหมายเราเลย" ราเชลเป็นคนแรกที่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วงในขณะที่เธอ ลูเน็ตต้าและวิกตอเรียถูกเปลี่ยนตำแหน่งให้มาเดินอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยกลุ่มของเด็กหนุ่มที่แต่งตัวด้วยสูทโทนสีเทาราวกับว่าพวกเขานัดกันมาในขณะที่ชุดของพวกเธออยู่ในโทนสีเหลืองอ่อน ๆ ดูแล้วสบายตาอย่างที่คุยกันผ่านจดหมายเมื่อสัปดาห์ก่อน

 

"เปล่าหรอก ฉันแค่ร้อนเลยไม่อยากขยับตัวทำอะไรมาก" เด็กสาวที่ยังคงตัวเล็กที่สุดในกลุ่มส่ายหัวแล้วคลี่ยิ้มจาง ๆ เป็นการยืนยันอีกรอบ

 

"พวกเธอรู้กันแล้วใช่ไหมว่าแอนน์ได้มีงานวันเกิดเพราะอะไร" ลูเน็ตต้าลดเสียงเบาลงจนเหลือเป็นการกระซิบเมื่อต้องเดินแทรกตัวผ่านกลุ่มคนที่เธอคาดว่าพวกเขาคงเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์สักตระกูลที่เป็นพันธมิตรกับพวกชาฟิกแล้วก็ได้คำตอบมาเป็นการพยักใบหน้าที่ติดเศร้าสร้อยเล็กน้อยของวิกตอเรียและราเชล

 

"เห็นคนตรงนั้นไหม ที่อยู่กับรัฐมนตรีสเปนเซอร์มูนน่ะ" วิกตอเรียบุ้ยใบ้ไปทางเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทซึ่งกำลังยืนแจกยิ้มเรี่ยราดอยู่ข้าง ๆ ลีโอนาร์ด สเปนเซอร์มูนซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในเวลานี้

 

"ใช่ คนนั้นแหละ ว่าที่คู่หมั้นของเอนิซซ่า" ราเชลกระซิบเมื่อเห็นว่าลูเน็ตต้ามองไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง ดวงตาสีเทาหม่นมองเขาด้วยสายตาประเมินเล็กน้อย เธอจำได้ว่าเขาเป็นพรีเฟ็คที่พ่วงด้วยตำแหน่งซีกเกอร์ของเรเวนคลอ ทั้งยังมีแนวโน้มสูงมากที่จะได้รับตำแหน่งประธานนักเรียนชายในปีนี้ด้วยผลงานต่าง ๆ ที่เขาสร้างมาตลอดทั้งปี

 

"ก็น่าสงสารอยู่หรอกที่โดนตัดหางปล่อยวัดให้ไปอยู่กับพวกเลือดผสม" เซซิลร่วมบทสนทนาด้วยอีกคนในขณะที่ทอมเพียงมองผ่าน ๆ อย่างไม่ใส่ใจเพราะเขาไม่ถูกชะตากับคนที่อยู่ในหัวข้อของการสนทนาสักเท่าไหร่เพียงแต่ยังไม่เคยเกิดการปะทะกันอย่างจริงจังก็เท่านั้น

 

"แต่พวกผู้ใหญ่จะสนใจทำไมล่ะจริงไหม ในเมื่อพวกเขายังมีลูกชายอยู่อีกตั้งสามคน" อะบราซัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดหงุดหงิด เขาเพิ่งจะสลัดวงสนทนาน่าเบื่อของคู่หมั้นอันแสนจืดชืดของเขามาได้เมื่อครู่นี้เอง

 

"ใช่ เพราะงั้นการประเคนพี่สาวอย่างฉันไปแต่งกับใครสักคนที่มีฐานะและชื่อเสียงก็ถือว่าพวกเขาใจดีกันมากแล้ว" คราวนี้เป็นเอนิซซ่าที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ทอม ริดเดิ้ลพูดออกมาเอง ครู่หนึ่งที่ลูเน็ตต้าเห็นว่าใบหน้าน่ารักของเอนิซซ่าเหยียดรอยยิ้มสมเพชออกมาครู่หนึ่งแล้วมันก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจาง ๆ แทน

 

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเพราะกำลังรู้สึกตกใจที่คนซึ่งควรจะเสียใจมากที่สุดกลับพูดทุกอย่างออกมาเอง ลูเน็ตต้าตัดสินใจที่จะเดินแหวกกลุ่มเพื่อนที่ล้อมเธอในตอนแรกออกมาจับมือเอนิซซ่าซึ่งยืนอยู่ท้ายกลุ่มแล้วจูงเพื่อนสาวไปยังโซนอาหารมากมายที่มีมากจนละลานตา

 

"มันเป็นความจริงที่จะต้องยอมรับอยู่แล้ว จริงไหมลูเน็ต" ดวงตาสีน้ำตาลที่คลอด้วยหยาดน้ำตาของเอนิซซ่าหลุบลงมองรองเท้าของตัวเอง เอนิซซ่าพยายามทำใจมาได้พักใหญ่แล้วกับการหมั้นที่เธอรู้ว่ามันต้องเกิดขึ้นในสักวันอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ เพียงแต่เธอไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วมากขนาดนี้

 

"ใช่ อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ของกินอยู่นี่ พวกเราอยู่นี่" ลูเน็ตต้าอึกอักเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ใกล้จะบ่อน้ำตาแตกในเร็ว ๆ นี้ เพราะเธอไม่ใช่คนประเภทที่เก่งในการปลอบใจใครให้พวกเขารู้สึกดี กลับกันเธอมักจะเก่งในเรื่องที่ทำให้คนอื่นเสียใจในตัวเธอมากกว่า

 

"แล้วมันจะเยียวยาเธอเอง" ลูเน็ตต้าที่พูดไปตามความคิดชะงักค้างเมื่อโดนคุณหนูชาฟิกกระโดดกอดเข้าเต็มแรงจนเกือบเซไปชนกับโต๊ะอาหารซึ่งอยู่ด้านหลังพร้อมกันกับที่ราเชลกับวิกตอเรียเดินตามมาทีหลังเพราะต้องยืนบ่นอะบราซัสที่พูดจาแบบนั้นออกมาแล้วออกคำสั่งไม่ให้พวกผู้ชายเดินตามมาพูดให้เสียเรื่องไปมากกว่านี้

 

เมื่อเห็นว่าคนที่รัดตัวเธออยู่ไม่คิดจะหยุดร้องภายในสองสามนาทีนี้แน่ ๆ คนตัวเล็กจึงลากเพื่อนสาวออกมาจากงานเงียบ ๆ แทนเพราะพวกเธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีนักหากแขกมาเห็นเจ้าของวันเกิดยืนร้องไห้ตาบวมเช่นนี้

 

"เธอรู้ไหมว่าพ่อน่ะชอบพูดมาตลอดว่าเขาจะให้ฉันอยู่แบบสบาย ๆ ด้วยแต่งงานกับผู้ชายดี ๆ สักคน" เอนิซซ่าที่ร้องไห้เพราะเธอไม่สามารถอดกลั้นน้ำตาที่คลอหน่วยออกมาเพราะคำพูดของลูเน็ตต้าได้หยุดร้องไปได้พักหนึ่งแล้ว

 

ตอนนี้พวกเธอทั้งสี่คนกำลังเดินจูงมือกันเหมือนตอนอยู่ปีหนึ่งไปตามโถงทางเดินยาวที่ประดับด้วยกรอบภาพของบรรพบุรุษที่ว่างเปล่าเพราะพวกเขากำลังอยู่ที่กรอบภาพอันใหญ่ที่โถงงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองเพื่อที่จะกลับไปยังโถงงานเลี้ยงก่อนที่จะมีใครสังเกตว่าเจ้าของวันเกิดหายตัวไป

 

"มันเป็นเรื่องน่าเศร้านะพวกเธอว่างั้นไหม" ลูเน็ตต้าพยักหน้าเบา ๆ อย่างเห็นด้วย ตลอดช่วงชีวิตอันยาวนานของลูเน็ตต้าที่ผ่านมาทั้งหมด

 

แม้จะเคยผ่านการแต่งงานมาครั้งหนึ่ง แต่ลูเน็ตต้าก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์มีคู่หมั้นมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พอจะรับรู้ได้อยู่บ้างว่าการถูกกำหนดตัวคนที่จะต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตโดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกนั้นเป็นอย่างไร

 

"ฉันต่อยหน้าพ่อเธอได้ ถ้าเธอต้องการแบบนั้น" วิกตอเรียพูดอย่างจริงจัง

 

"หรืออยากจะให้เราจัดการกับรุ่นพี่สเปนเซอร์มูนสุดหล่อคนนั้นให้หายไปจากโรงเรียนก็ยังทำได้" ราเชลสมทบ

 

"ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก ฉันว่ามันอาจจะโอเคก็ได้ อย่างน้อยเขาก็หล่อ ดูมีความรู้แล้วก็ดูใจดีอีกต่างหาก" เอนิซซ่าหัวเราะออกมากับท่าทางจริงจังของเพื่อน ๆ

 

"เผื่อเธอจำไม่ได้ เขาเป็นคนที่เธอมาบอกพวกเราเองเมื่อสองปีก่อนว่าเขาเป็นพวกเสือผู้หญิง" วิกตอเรียกระซิบเสียงเบาก่อนที่ลูเน็ตต้าจะเปิดประตูพาเจ้าของวันเกิดกลับเข้างานอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ดูดีขึ้นเล็กน้อย

 

"เมอร์ลินเป็นพยาน ฉันต้องหาทางถอนหมั้นให้ได้เลย"

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"ในที่สุดคุณก็เลิกที่จะฟังคำพูดที่ผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นพูดสักที"

 

"อย่าพูดถึงเธอแบบนั้น ฉันยังคิดไม่ได้คิดบัญชีด้วยซ้ำที่เธอทำอะไรเกินคำสั่งจนข่าวครึกโครมขนาดนั้น"

 

"โถ่ ช่างเรื่องหยุมหยิมกับผู้หญิงคนนั้นไปเถอะค่ะ สถานที่ครั้งต่อไปคุณจะเลือกที่ไหนดีล่ะคะ กลับไปปารีส นิวยอร์ก บราซีเลีย มอสโก เอเธ..."

 

"ฉันเกลียดปารีส พูดถึงกี่ครั้งก็ยังอารมณ์เสียไม่หาย"

 

"ได้ทุกอย่างตามที่คุณปรารถนาค่ะ พวกเราพร้อมเสมอขอเพียงคุณเอ่ยปากออกคำสั่ง"

 

"เราจะกลับไปบ้าน"

 

 

"นูร์เมนการ์ด"

 

 

_______________

Talk :

อดใจรอโมเมนต์ของน้อง ๆ กันก่อนนะคะทุกคนนน มีแน่นอนเพราะน้องเริ่มจะโตขึ้นแน้ววว ถึงจะแค่สิบห้าก็ตาม แง ; - ; เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนน คอมเมนต์พูดคุยกันได้น้าค้าา แล้วก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะะ ช่วงนี้ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพนะคะทุกคน ทำทุกสิ่งที่ทุกคนอยากทำให้เต็มที่เลยค่ะเย่ ( ยกเว้นเรื่องเที่ยวนะคะ ต้องอดใจกันไว้ก่อน ; - ; ) ตอนนี้เรานอกจากจะเป็นนักเขียนฝึกหัดแล้วก็กำลังจะได้มีอาชีพใหม่เป็นเชฟด้วยค่ะ 55555

รักและเป็นห่วงทุกคนนะคะะ เจอกันตอนหน้าค่า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:25
    ติดตามค่า
    #824
    0
  2. #390 MJ_ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 22:48

    สู้ๆนะคะ รอติดตามเลยย 😊

    #390
    1
  3. #353 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 10:39
    อะไรอ่ะจี ทำไรไม่บอกแอลหรอ
    สงสารแอนน์ แต่อย่างน้อยรุ่นพี่สเปนเซอร์มูนก็หล่อ55555
    #353
    0
  4. #352 hitamichimasaki (@hitamichimasaki) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 10:05
    ลูเน็ตเคยแต่งงาน!? กับใครอะอย่าบอกนะว่าลูซิเฟอร์อะ พีนี่มีความหญิงสูงมากเข้าขากับลูเน็ตต้ามาก
    #352
    0
  5. #351 ริต้าริต (@rusara083) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 02:50

    รอฉากหวานๆอยู่นะเธอรู้หรือเปล่า

    #351
    0
  6. #350 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 01:31
    คือไรอะกิลดี้ เฮ้ ไม่ชอบเลยที่นางพูดถึงลูเน็ตแบบนั้น สนิทหรอ? ขนาดกิลดี้ยังไม่เคยพูดงี้เลย เอ้อ ปิดบังทำไมวะ
    #350
    0
  7. #349 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:47
    พี่เกลมีอะไรปิดบังน้องหรอคะ;-; สงสารยัยหนูเอนิซมากสู้ๆเขานะลูกอย่างน้อยเขาก็หล่อใช่ไหม55555
    #349
    0
  8. #348 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:27
    น้องจะมีคนมาขายขนมจีบไหมค่ะไรท์ ลุ้นจังรอให้พี่ทอมหวงไม่ไหวล้าวววววว 5555
    #348
    2
  9. #347 没有 (@kaowfang55) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:25
    ไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะค้าาาา
    #347
    1
    • #347-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 37)
      12 เมษายน 2563 / 23:28
      ได้เลยค่าา ขอบคุณที่เป็นห่วงกันน้าาา
      #347-1