[END] ยอดนายสนมกับวิถีชีวิตเยี่ยงคนเกียจคร้าน

ตอนที่ 1 : บทนำ การเป็นสนมในรั้ววังน่ะนะ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,883 ครั้ง
    13 มี.ค. 63

ในดินแดนที่...นิยมชมชอบผู้มีพรสวรรค์ดังเช่นสถานที่แห่งนี้...

 

คนใดไร้ซึ่งหน้าที่การงานอันยอดเยี่ยม ไม่มีวรยุทธ์อันแข็งแกร่ง หรือไม่ได้รับตำแหน่งที่เป็นหน้าตาในสังคม คนเหล่านั้นจะถูกปัดตกไปเป็นพลเมืองชั้นสองไปทั้งสิ้น ตามคำกล่าวโบราณว่า ‘ผู้ใดไร้การศึกษาย่อมเป็นผู้ไร้โอกาส ไร้โอกาสย่อมไร้ทางเลือก’

 

โลกใบนี้น่ะมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับแสนซับซ้อน เห็นแก่ตัว และหลายมาตรฐานอยู่เต็มไปหมด หรือก็คือหน้าที่การงานในยุคที่ชายเป็นใหญ่กว่าหญิงอยุติธรรมฉันใด ชายที่ไม่มีคุณสมบัติในการฝึกวิชาก็จะไม่ได้รับความเท่าเทียมในหน้าที่การงานเช่นกัน

 

ยกตัวอย่างด้วยอนาคตของสังคม นั่นคือเหล่าเด็กน้อยก็แล้วกัน...

 

เมื่อถึงวัยสักสิบสองหรือสิบสาม อันเป็นช่วงที่แกนปราณทอง [1] ในร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ เด็กๆ จะถูกผู้ปกครองพาไปตรวจสอบความสามารถทันที หากมีปราณทองแข็งแกร่งก็เทียบเท่ากับได้รับอนาคตอันสดใส ยิ่งสอบเข้าสำนักดังได้ ชีวิตก็มีแต่รุ่งกับรุ่ง

 

แต่นั่นคือชีวิตอันแสนสุขสบายของพวกมีแกนปราณทอง

 

เพราะถ้าเกิดมาไร้ซึ่งพรสวรรค์ ไร้ซึ่งแกนพลังให้ฝึกฝนปราณ...ก็เรียกได้ว่ามีแค่จบกับจบ ไปสอบที่ใดก็ไม่มีใครรับ ไม่มีแม้แต่คุณสมบัติในการสมัครด้วยซ้ำ

 

การห้อยนามสกุลดังไว้หน้าชื่อยิ่งมีผลกระทบสูง คนเหล่านั้นยิ่งมีตำแหน่งใหญ่เท่าไรยิ่งหน้าบางรักเกียรติกว่าสิ่งใด หากมีชายไร้ซึ่งแกนปราณทองเป็นสมาชิกครอบครัวย่อมเป็นตราบาปแก่วงสกุล ชนิดที่ต่อให้บุพการีสร้างชื่อเสียงมาดีแค่ไหน หรือประพฤติตัวเป็นคนดีเท่าใดก็หนีคำนินทาครหาไม่พ้น

 

และสุดท้ายจบด้วยการเกือบไม่มีที่ยืนในสังคม

 

ขี้ปากชาวบ้านนั้นหนักกว่าเส้นใต้ที่ขีดขั้นภูเขากับทะเลเสียอีก หากต้องกลายเป็นหัวข้อนินทากลางวงเหล้าให้บรรพบุรุษอับอาย คนเหล่านั้นย่อมเลือกรักษาชื่อเสียงสกุลไว้โดยไม่เลือกวิธีการ

 

และวิธีการนั้นคือการส่งบุตรชายไร้แกนพลังสร้างปราณทั้งหลาย...

 

ไปพลีกายถวายตัวเป็นสนมในวังอย่างไรล่ะ!

 

เอาล่ะก่อนจะสงสัยไปมากกว่านี้ ต้องขอเกริ่นก่อนหนึ่งสิ่ง

 

ดินแดนนี้ถูกปกครองโดยราชวงศ์เฮ่อเหลียน ฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์ทรงมีความพึงพอใจทั้งสตรีเพศและบุรุษเพศอยู่ก่อนแล้ว เข้าตำราขอแค่ให้งามเขาว่าเขาก็ชื่นชมได้อย่างไม่ติดขัด นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีการสนมทั้งสองเพศให้เข้ามาอยู่ในวัง

 

นานวันเข้าจากเรื่องประหลาดชวนติฉินนินทาก็กลายเป็นเรื่องปกติ ด้วยเพราะนิสัยการวางตัวตลอดจนความทุ่มเทในการปกครองบ้านเมืองของฮ่องเต้ ทำให้ไพร่ฟ้าใต้อาณัติทั้งหลายมองข้ามรสนิยมนี้ไปได้

 

เมื่อองค์แรกเป็นเช่นนั้น คนถัดไปเองก็มีรสนิยามเดียวกับบิดาเช่นกัน พระองค์ถัด-ถัด-ถัดไปเองก็ด้วย จนกลายเป็นว่าการคัดเลือกชายที่มีรูปร่างหน้าตา กิริยาคล้ายสตรีเพศมาเข้าวังเป็นที่นิยมจากรุ่นสู่รุ่น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับราชวงศ์นี้ไปเสียแล้ว

 

กล่าวคือ...มันเริ่มกลายเป็นประเพณีสืบทอดในรั้ววังอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนเริ่มมีความเชื่อว่าการมีสนมเยอะแทนถึงความยิ่งใหญ่ ยิ่งมีทั้งสองเพศก็จะแทนถึงความใจกว้างและร่ำรวย ธรรมเนียมสนมเพศชายจึงกลายเป็นธรรมเนียมที่ห้ามขัดข้อง ต่อให้ฮ่องเต้รุ่นหลังบางคนอาจจะไม่พึงใจในชายเลยก็ตาม

 

แต่ทั้งนี้สนมเพศหญิงมีกฎข้อบังคับมากมายเท่าไร สนมเพศชายนั้นไซร้ย่อมมีกฎข้อบังคับมากมายเสียยิ่งกว่า ว่ากันว่ากว่าสนมชายจะฝ่าฟันเข้าวังได้นับว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นนัก เพราะไม่ใช่แค่หน้าตาดีสกุลสูงจึงจะสอบผ่าน มันต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมความชอบของฮ่องเต้ในแต่ละรุ่นด้วย บางคนชอบนุ่มนวลสวยงามคล้ายสตรี บางคนกลับชอบแบบชายหนุ่มห้าวกระทงก็มี

 

ทว่าไม่ว่าจะอย่างไหน กว่าจะถูกรับเข้าวังก็ยากอยู่ดี

 

...โดยเฉพาะกับฮ่องเต้พระองค์นี้ ...

 

ข่าวลือว่าตอนได้รับราชโองการว่าด้วยเรื่องเกณฑ์การรับสนมชายนั้น...ขันทีทั้งหลายถึงกับปวดหัวนึบเพราะคุณสมบัติที่ระบุยาวเหยียดเทียบเท่ากฎมณเฑียรบาล

 

ใจความคร่าว ๆ ในนั้นคือ...

 

จะต้องมีใบหน้าเล็กเรียว จมูกนิด ปากหน่อย ทุกส่วนสัดบนใบหน้าต้องสอดคล้องไม่ขัดตา งดงามราวกับนางอัปสรในบทประพันธ์ของเว่ยจาง ซึ่งเป็นกวีระดับตำนานของยุค

 

รูปร่าง ผิวพรรณ น้ำเสียง ตลอดจนมารยาทการวางตัวก็สำคัญ ก่อนมาคัดเลือกจะต้องหมั่นรักษาสุขภาพ ดูแลความงามของร่างกายให้สะอาดหมดจด ร่องรอยความด่างพร้อยแม้เล็กน้อยก็ไม่ควร แค่เดินผิดแผกเพียงหนึ่งจังหวะก็ถือได้ว่าสอบตก

 

นอกรูปโฉมภายนอกดูดีแล้ว ความสามารถจะต้องดีด้วยเช่นกัน ต้องเก่งกาจศิลปะทุกแขนง ทั้งดนตรี ภาพเขียน บทกลอน เต้นรำและอื่น ๆ เพื่อสร้างความบันเทิงสำราญ

 

ละทิ้งซึ่งตัวตน นิสัย ความเป็นเพศชายเอาไว้ ต้องนุ่มนวลอ่อนหวานมารยาทงดงามไม่ต่างจากสตรี อีกทั้งยังต้องเรียนรู้ถึงการบริการทางกามรมณ์เพื่อที่ได้ถวายตัวรับใช้ให้กับผู้เป็นนายได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

 

ที่กล่าวมาด้านบนนั้นเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายจนลือให้เซ็งแซ่ว่า ‘ฮ่องเต้เรื่องเยอะเพราะไม่อยากรับสนมชายเพิ่ม’

 

แต่แม้จะเรื่องมากชนิดอยากเอาราชโองการนั่นมาพันฝาบ้านสักแค่นั้น สำหรับคนที่ตั้งเป้ามาสอบคัดเลือกสนมก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากละทิ้งความเป็นเพศชาย ปรุงแต่งตัวเองให้สมบูรณ์แบบตามเกณฑ์ที่ฮ่องเต้ประสงค์

 

เพื่อแลกกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบกษัตริย์...ได้ ‘เชิดหน้าชูตาวงศ์สกุล’ ตามอย่างที่บุตรที่ดีในตำรา

 

แต่...

 

โลกที่สังคมให้ชายเป็นใหญ่ ย่อมปลูกฝังตรรกะพิลึกพิกลในการเชิดชูความเป็นชาย ยึดติดว่าชายดีชายเด่นผู้ชายเยี่ยมยอดที่สุด แต่พอเข้ามาในวังกลับมีประโยชน์น้อยว่าผู้หญิง ตั้งครรภ์ก็ไม่ได้ ให้กำเนิดรัชทายาทยังไม่ได้ เป็นได้แค่เครื่องระบายอารมณ์ความใคร่อย่างเดียวจริงๆ

 

บางครั้งก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย การเป็นสนมชายนี้หนา ช่างเป็นหน้าที่อันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะ ‘ทดแทนบุญคุณ’ ด้วยวิธีนี้ ก็ต้องก้มหน้ายอมรับหน้าที่นี้อยู่ดี

 

แต่ก็เอาเถอะ สังคมชายเป็นใหญ่แล้วไง อย่างไรเสียเมื่อฝ่าฟันการคัดเลือกเข้าวังมาได้ โลกภายนอกจะกลายเป็นเพียงอดีตเท่านั้น ชีวิตจะผูกติดอยู่แค่เพียงในพระราชวังตลอดกาล ทุกคนล้วนเป็นสมบัติของฮ่องเต้เหมือนกันหมด

 

และสมบัติเหล่านั้นก็ต้องไต่เต้า ต่อสู้ เพื่อชีวิตดีๆ ของตัวเองกันทั้งนั้น

 

สรุปคือโลกภายนอกช่างแม่มันไปสิ! เอาเวลามาหาทางรอดในระบบวรรณะวังหลังกันดีกว่า

 

ก็...ประมาณนี้

 

และเมื่อเกริ่นถึงเรื่องสนมชายมาจนหมดสิ้นแล้ว...จึงขอกล่าวถึงสนมชายผู้หนึ่งนาม ‘ต้วนมู่ชิง’ กันเสียหน่อย

 

ต้วนมู่ชิงเกิดในสกุลขุนนางแซ่ต้วนมู่ เข้ามาเป็นพระสนมในตอนที่อายุแค่เพียงสิบสี่ปีเท่านั้น แต่กลับได้รับสมญานามเล่าลือไปทั่วราชอาณาจักร ว่ามีความงามเป็นดั่ง ‘จันทราหลบโฉมสุดา มวลบุปผาละอายนาง’ [2]

 

เขาได้รับอวยยศเป็นเหม่ยเหริน [3] ตั้งแต่แรกเข้า เพราะมีใบหน้าที่แสนงดงาม รูปร่างอรชร สุ้มเสียงไม่ห้าวทุ้มไม่แหลมเกินไป กิริยามารยาท ศาสตร์และศิลป์ อีกทั้งยังเกิดในสกุลต้วนมู่ขุนนางอันยิ่งใหญ่ คุณสมบัติพรั่งพร้อม เหมาะสมไม่มีใครเกิน เรียกได้ว่าเพียงแค่นี้ก็เป็นป้ายผ่านด่านให้เขาก้าวเท้าเข้ามาในรั้ววังได้อย่างง่ายดายแล้ว

 

แต่ข้อข้างต้นนี้ มันก็เป็นเพียงถ้อยคำจากปากของชาวบ้าน..เป็นข่าวเล่าลือของเหม่ยเหรินคนงามผู้นี้เท่านั้น

 

งดงามน่ะงดงามจริง มารยาทดี ฐานะเยี่ยม ศาสตร์ศิลป์เลิศ นั่นก็เป็นความจริงทั้งหมด

 

...หากแต่...

 

สิ่งที่คนนอกไม่รู้เลยนั้นก็คือ เหม่ยเหรินคนงามคนนั้นน่ะ มี ‘ปัญหาใหญ่ๆ’ อยู่หนึ่งข้อ ซ้ำปัญหาข้อเดียวนั้นยังยิ่งใหญ่มากจนใกล้เคียงกับคำว่าข้อเสียเชียวล่ะ

 

ในคราแรกต้วนมู่ชิงก็เหมือนกับสนมทั่วไป คิดจะเริ่มต้นใหม่ ใช้ชีวิตของตัวเองที่นี่โดยการเต้าไต่...เอ่อ ไต่เต้าไปสู่จุดสูงสุด ประมาณว่าพร้อมรบ พร้อมตบ พร้อมอ่อย แต่ทว่าน่าเสียดายฮ่องเต้พระองค์นี้ดูจะเป็นพวกคลั่งไคล้ในดอกบัวคู่ ข่าวลือว่าเขามีความสุขกับการได้นวดคลึงอกโตนุ่มเนียนมากกว่าอกแบนราบของบุรุษเพศ

 

ตำหนักฝั่งชายแห่งนี้จึงได้เงียบเหงา นานทีพระองค์จึงจะเสด็จมาสักที ซ้ำเสด็จมาแต่ละหนก็ลงตำหนักของสนมที่ตนมักคุ้นมากกว่าสนมคนใหม่ๆ

 

สรุปคือสนมชายแห้งเหี่ยว เอาแต่กินนอน ใช้ชีวิตไปอย่างสุขสบาย มีนายกำนัลคอยรับใช้ปรนนิบัติ เสริมความงามคอยรอวันให้ฮ่องเต้มีตาเสด็จมาแหวกกลีบดอกไม้น้อย ๆ ให้เบ่งบาน

 

ชีวิตประจำวันเช่นนั้นบ่มเพาะนิสัยเกียจคร้านให้แก่เขา ต้วนมู่ชิงผู้เคยมีไฟมักใหญ่ใฝ่สูงได้ตายจาก กลายเป็นคนงามที่วัน ๆ เอาแต่นอนอืดตัวเป็นขน

 

ก็แหม...ตอนนี้น่ะนะ ชีวิตที่นั่งๆ นอนๆ กินเบี้ยเลี้ยงสนมไปวันๆ นี่มันสบายจริงเชียว...

 

นั่นแหละคือวิถีชีวิตในรั้วตำหนักในของต้วนมู่ชิง คนงามกว่าจันทราหรือบุปผา...

 

ที่ตอนนี้ใกล้จะกลายร่างเป็นตัวต้าสงมาว [4] จอมขี้เกียจนอนแทะไผ่ไปวันๆ แล้ว!!

 

นั่นก็เพราะ

 

...

...

 

ต้วนมู่ชิงนั้นไม่เคยล่วงรู้ถึงความลับอันดำมืดในรั้ววังที่ตนอาศัยอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

[1] แกนปราณทอง : ในนิยายเรื่องนี้ แกนปราณทองจะเป็นคำเรียกคุณสมบัติขั้นต้นในการฝึกปราณ หากเปรียบเปรยวัฏจักรฝึกลมปราณเป็นการปลูกพืชแล้ว แกนปราณทองก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่สามารถนำมาฝึกวิชาได้นั่นเอง

 

[2] จันทราหลบโฉมสุดาและมวลบุปผาละอายนาย : เป็นหนึ่งในบทชมโฉมถึงผู้ที่งดงามขนาดดวงจันทร์และดอกไม้ยังละอาย

[3] เหม่ยเหริน : เป็นตำแหน่งใน เอ้อร์สือชีซื่อฟู่หรือยี่สิบเจ็ดพระสนมชั้นสูง มีทั้งหมด 3 ตำแหน่ง ตำแหน่งละ 9 คน เป็นพระสนมของฮ่องเต้ขั้นที่ 4 ในชั้นเอก แปลว่า ผู้มีความงดงาม

[4] ต้าสงมาว : หมีแพนด้า

 

[รีไรท์ครั้งที่ 1 : 9/9/19

รีไรท์ครั้งที่ 2 : 19/12/19

รีไรท์ครั้งที่ 3 : 30/1/20

รีไรท์ครั้งที่ 4: 2/3/20]

 

สวัสดีค่ะกลับมาพบกันอีกครั้งและยินดีที่ได้รู้จักสำหรับนักอ่านใหม่ทุกคนนะคะ สำหรับนิยายเรื่องนี้เป็นจีนโบราณเต็มตัวเรื่องแรกของเราค่ะ หลังจากสองเรื่องก่อนเป็นแนวกลับชาติมาเกิด หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะสนุกกับนิยายเรื่องนี้นะคะ!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.883K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

705 ความคิดเห็น

  1. #703 nami21 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 05:12

    อ่านไปนิดเดียวยังสรุกเลย จะอ่านทันไรท์ปิดตอนมั้ยเนี้ยพึ่งมาเจอเรื่องนี้
    #703
    0
  2. #521 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:07

    พล๊อตแปลกดีคะ น่าติดตาม

    #521
    0
  3. #520 little_bamboo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 12:34
    กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนะคะ
    #520
    0
  4. #506 riva0 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 14:10
    ขอเปลี่ยนคำตรง สรุปคือสนมชาย บรรทัดที่สาม คำว่า คอยรอ เป็น รอคอยแทนได้ไหม?
    #506
    1
    • #506-1 riva0(จากตอนที่ 1)
      31 ธันวาคม 2562 / 14:13
      รอคอยให้ฮองเต้ แล้วก็เว้นด้วยจะดีมากเลย เอาคำว่ามีตาออกด้วยนะครับ
      #506-1
  5. #483 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 11:17
    ทำหนบทำเนียม = ขนบธรรมเนียม
    #483
    0
  6. #381 claudie2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 12:28
    น่าสน การบรรยายดีค่ะ​555
    #381
    0
  7. #358 nownew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:19
    55555555 ขำความนอนอืดของน้อง นึกภาพฮ่องเต้นนวดดอกบัวคู่ละดูหื่นกามมาก55555
    #358
    0
  8. #354 AlommAom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:58
    ธรรมเนียมนะคะ
    #354
    0
  9. #338 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 23:32
    สบายเหลือเกินน้องง อิจฉาาา
    #338
    0
  10. #334 Akechitra (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:29
    ธรรมเนียมเขียนผิดเป็นทำเนียมนะ
    #334
    0
  11. #308 Giiingy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 23:24
    หน้าใหม่เพิ่งอ่านค่ะ จะอ่านให้สนุกเลยค่ะ
    #308
    0
  12. #305 Tiara O. Nalass (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 10:56
    ชีวิตในฝันเลยนะนั่น
    #305
    0
  13. #288 (+^m.e.e^+) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 08:57
    น้องเป็นสนมหรือแมวน้ำ55555
    #288
    0
  14. #266 PuiPui--r (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 09:35
    นี่แหละชีวิตในฝัน กินๆนอนๆไม่ต้องทำงานเงินทองไม่ขาดมือ ไม่ต้องทะเยอทะยานหรอกลูกชีวิตแบบนี้เริ่ดละ
    #266
    0
  15. #222 MitsukiCarto (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 01:18
    ไม่อ้วนกลมแล้วหรอนั่น
    #222
    0
  16. #211 RaiNY_GeNius (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 18:21
    ทำหนบทำเนียมต้องเป็น ขนบธรรมเนียม รึเปล่าคะ ทำเนียมก็ต้องเป็น ธรรมเนียม นะ
    #211
    0
  17. #209 Daisy.Day (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 17:43
    อยากมีชีวิตแบบน้อง5555555 กินๆ นอนๆ
    #209
    0
  18. #200 LWLookwai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 10:20
    ภาพในคือ น้องเหมือนเจ้าเเมวขนงามเเสนขี้เกียจ~ //555
    #200
    0
  19. #183 หลิวเหว่ย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 22:35
    ภาพในจินตนาการตอนนี้น้องต้วนเหมือนแมวตัวกลม ที่กำลังนอนเหยียดกายอยู่บนพรมนุ่มๆ รอให้พี่ย่องเข้าไปฟัดด้วยความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ภายในหัวใจ (พูดอะไรอ่ะ)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 สิงหาคม 2562 / 22:36
    #183
    0
  20. #181 Renesmee_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 21:55
    สนุก!

    อยากมีชีวิตแค่กิรกับนอนแงงง
    #181
    0
  21. #152 Secr3t-Key (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:33

    ชีวิตแสนสบาย กิน หายใจ นอน

    #152
    0
  22. #151 Bichesta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:50
    ทำไมหนูน่ารักจังลูก นอนอืดขี้เกียจตัวเป็นขน5555
    #151
    0
  23. #137 chocolato.p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:37

    สภาพแวดล้อมมันบ่มเพาะสินะ 555555

    #137
    0
  24. #132 2mjtshw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 08:54
    เป็นแบบนี้ก็สบายดีอยู่นาาา อิจฉาน้องงงง
    #132
    0
  25. #76 Xialyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:55
    ขอบคุณค่ะ^^
    #76
    0