มิติรักต่างเวลา

ตอนที่ 27 : "ประวัติศาสตร์"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

                           "เรียบร้อยแล้วจ้ะ ถ้าปวดแผลก็บอกนะ จะได้ให้ยากิน" วาดดาวบอกหลังจากทำแผลให้นายทหารนายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกฟันที่ขาเป็นแผลฉกรรจ์

             "ขอบใจจ้ะท่านหมอ" ทหารนายนั้นยกมือไหว้ขอบคุณ จนคนถูกไหวต้อรีบยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน ก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นยืน เธอตกใจแทบหงายหลังเมื่อหันกลับมาเจอะกับคนที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่หลังเธอตั้งแต่เมื่อไร

             "ตกใจหมด คุณ" หญิงสาวเอามือทาบอกตัวเองด้วยความตกใจ เพื่อเช็คดูว่าหัวใจยังอยู่ที่เดิมไม่ได้หล่นหายไปไหน

             "มากับฉันหน่อย" แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าเขาทำเธอหัวใจเกือบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชายหนุ่มดึงมือเธอออกเดินทันที

            "คุณจะพาฉันไปไหน" วาดดาวพยายามถามเหตุผลที่เธอถูกลากออกมา แต่คนถูกถามก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจในคำถามของเธออีกตามเคย เขายังคงลากเธอเดินไปตามทางเรื่อยๆด้วยความเร่งรีบ

            "นี่คุณ" วาดดาวทนไม่ไหว เธอสะบัดแขนสุดแรงจนหลุดจากพันธนาการของชายหนุ่มด้วยความเหลืออดที่เขาไม่ยอมให้คำตอบใดๆกับเธอก่อนจะโวยวายเสียงดัง "เมื่อไหร่คุณจะเลิกลากฉันไปไหนต่อไหนโดยไม่บอกเหตุผลสักที บอกฉันมาก่อนว่าคุณจะพาฉันไปไหน"

            แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้โวยวายกลับใส่เธอเหมือนอย่างที่เคยเป็น เขาหันกลับมามองหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนเธอเริ่มจะรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาที่ทำเอาเธอแทบช็อก

             "สมเด็จพระราชวังบวรฯ ทรงต้องพระแสงปืนไฟ พระอาการสาหัสมาก ฉันอยากให้แม่ช่วยถวายการรักษาสมเด็จท่าน" เขาบอกด้วยสีหน้ากังวล แต่คนฟังนั้นกลับตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้

             "อะไรนะ" คนฟังขาอ่อนจนเซไปข้างหลังก้าวหนึ่ง แต่ดีที่ยั้งตัวเองไว้ทันก่อนที่จะล้มลงไป

            "ทั้งท่านขุนเวชฯ และหมอไมเคิลหมอชาววิลาสต่างก็บอกเป็นเสียงกันว่ามิอาจถวายการรักษาให้ได้ ฉันจึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากแม่ ฉันหวังนักว่าแม่จักช่วยได้ เพลานี้แม่คือความหวังสุดท้ายที่ฉันมี" เขาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง ส่วนวาดดาวตอนนี้ตกใจตาด้างไปแล้ว ไม่ได้ตกใจที่ได้ยินว่าสมเด็จพระราชวังบวรฯทรงบาดเจ็บ แต่ตกใจที่ตัวเองจะได้ถวายการรักษาให้พระองค์ต่างหาก

 

 

           "ทรงมีอาการตกพระโลหิต ฉันทำการห้ามพระโลหิตที่ภายนอกไว้แล้ว  แต่กระสุนฝังอยู่ภายในพระอุทร" ขุนเวชฯบอกพระอาการเบื้องต้นให้วาดดาวฟัง เธอตรวจดูบาดแผลที่ถูกกระสุน เช็คการตอบสนองของพระวรกาย และหยิบหูฟังขึ้นมาใส่เพื่อฟังเสียงเต้นของพระทัย พบว่าพระชีพจรเต้นเร็วแต่เบามาก เพราะเสียพระโลหิตไปเป็นเวลานาน และมีกระสุนฝังอยู่ภายในพระอุทร ไม่แน่ว่าอวัยวะภายในอาจจะได้รับความเสียหาย แต่นอนนี้หมอสาวยังไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำ เธอเพียงแค่มองพระอาการด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขุนเวชฯจึงอธิบายต่อ "กระสุนฝังอยู่ลึกเกินไป ทั้งฉันแลหมอไมเคิลไม่สามารถเอาออกได้" หมออาวุโสมองหน้าวาดดาวก่อนจะพูดต่อ "แม่รักษาได้หรือไม่"

            "ทั้งคนถามและตนในกระโจมต่างจดจ่อรอฟังคำตอบจากหญิงสาว วาดดาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป

            "ได้ค่ะ" คำตอบของเธอทำให้คนฟังใจชื้นขึ้นมาเป็นแถว

            "จริงรึ รักษาได้จริงรึ" เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาทรงตรัสถามทันที

            "เพคะ ต้องผ่าเอากระสุนออก" แต่คำตอบต่อมากลับทำให้คนที่ได้ฟังต่างตกอกตกใจกันเป็นแถว

            "ผ่า หมายถึงผ่าท้องน่ะรึ"

            "ใช่ค่ะ"

                "เจ้าจักบ้าไปแล้วรึ เอามีดผ่าท้องก็ตายสิ" เจ้าคุณกลาโหมตะคอกใส่เธอเสียงดังลั่นกระโจมด้วยความไม่พอใจในคำตอบของหญิงสาว

                "มิตายดอกท่านเจ้าคุณ ฉันเห็นมาแล้วกับตา"ขุนเวชฯพยายามอธิบาย

                "ถูกแล้วพระพุทธเจ้าข้า กระหม่อมเองที่เคยรักษาด้วยวิธีนี้ ก็ยังมีชีวิตอยู่ดี หาได้ตายแต่อย่างใด" หลวงฤทธิรงค์ช่วยอธิบายเสริมอีกแรง

                พระพักตร์เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาดูคล้ายจะลังเล และทรงกังวลพระทัยอยู่มาก อยากให้ถวายการรักษาให้ก็อยาก แต่วิธีการดูออกจะน่ากลัวเกิน จึงทำให้ตัดสินพระทัยได้ยากลำบากเหลือเกิน 

                ขณะที่ทุกคนในกระโจมกำลังเครียดกันอยู่นั้น ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างนอก 

               "ช่วยด้วย ช่วยด้วย"

               "ถ้าอย่างนั้นพวกคุณเถียงกันให้จบก่อนแล้วกัน สรุปว่ายังไงแล้วค่อยมาบอกฉัน" เมื่อเห็นคนข้างในลังเลไม่กล้าตัดสินใจสักที  เธอจึงตัดสินใจจะเดินออกจากกระโจมไปตามเสียงเรียกขอความช่วยเหลือด้านนอก  ปล่อยให้คนข้างในได้เถียงกันให้เสร็จก่อนแล้วกัน เพราะยังไงเธอก็ทำการผ่าตัดไม่ได้อยู่แล้วถ้าญาติคนเจ็บไม่อนุญาตให้รักษา

               "นั่นแม่จักไปที่ใดกัน" หลวงฤทธิรงค์ท้วงขึ้นเมื่อเห็นวาดดาวกำลังจะเดินออกจากกระโจม

               "ไม่ได้ยินเหรอ มีคนขอช่วยอยู่ข้างนอก" เธอบอก

               "แต่สมเด็จมหาอุปราชบรรทมพระอาการสาหัสอยู่ตรงนี้ มิเห็นรึ" เขาไม่เข้าใจการกระทำของเธอ

               "เห็น แต่จะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อคนที่นี่ไม่ต้องการให้ฉันรักษา ในเมื่อญาติคนเจ็บไม่อนุญาต ฉันก็ทำอะไรไม่ได้" เธออธิบาย

               "แต่.........." ชายหนุ่มจนคำจะพูด เพราะเห็นจริงอย่างที่เธอบอก จึงจำต้องปล่อยมือจากหญิงสาวตรงหน้า ปล่อยให้เธอเดินออกจากกระโจมไปเพื่อรักษาคนเจ็บข้างนอกนั่น

 

               "ขอฉันดูหน่อย " วาดดาวตรงไปที่คนเจ็บทันทีที่ออกจากกระโจมที่ประทับ เธอตรวจดูอาการคนเจ็บทันทีที่มาถึง  "เขาเป็นอะไรมา" เธอถาม

               "ม้ากระทืบขอรับ" คนที่อยู่ข้างๆตอบให้ วาดดาวสำรวจร่างกายคนเจ็บ แต่ก็ไม่พบบาดแผลภายนอกใดๆให้เห็น "เขาบอกว่าเจ็บหน้าอกมาก หายใจไม่ออก ปวดที่หัวไหล่กับแขนข้างซ้าย" ชายข้างๆยังคงอธิบายต่อ 

               "หายใจหอบถี่ อาการไอแห้ง" เธอประเมินอาการณ์คนเจ็บในใจ ก่อนจะรีบฟังชีพจรเขาดู ชีพจรเต้นเร็วแต่เบามาก หรือว่า..........." เธอใช้หูฟังลองฟังดูอีกรอบ จากนั้นจึงลองเคาะหน้าอกฝั่งที่คนเจ็บบอกว่าเจ็บดู แล้วย้ายมาเคาะอีกฝั่งดูเพื่อเปรียบเทียบ เธอแสดงสีหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ "Peumothorex (ปอดรั่ว)" เธอหันมาดูอาการคนเจ็บที่ตอนนี้เริ่มทำท่าจะหายใจติดๆขัดๆ เพราะหายใจลำบากขึ้น "ต้องเจาะเอาลมออก"  

                "ช่วยจับเขานอนลงหน่อย" เธอสั่งคนที่นั่งประคองคนเจ็บอยู่ จากนั้นจึงหยิบเอาเข็มฉีดยาจากกระเป๋าต่อเข้ากับกระบอกฉีดยา เจาะเข้าที่ใต้ซี่โครงระหว่างซี่ที่ สองและสาม พอเจาะเข้าไป พบว่ามีลมดันเข้าไปในกระบอกฉีดยา แสดงว่าการวินิจฉัยของเธอถูกต้องว่ามีลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดจริงๆ เธอใช้เวลาในการวินิจฉัยและทำการรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำจนบรรดาคนที่ยืนดูอยู่ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาเป็นระยะด้วยความตื่นตาตื่นใจ 

            

                "พาเขาไปพักก่อนเถอะค่ะ" เธอบอกคนที่พาคนเจ็บมา หลังจากที่เขาหายใจเป็นปกติแล้ว ก่อนที่คนเจ็บจะถูกหามออกไป ทุกการกระทำของวาดดาวถูกจับจ้องโดยเหล่าคนในกระโจมที่เดินตามเธอออกมาดูว่าเธอออกไปไหนหลังจากเธอกล้าทิ้งคนเจ็บคนสำคัญไปโดยไม่ใยดี  และก็ได้บังเอิญได้เห็นฝีมือการรักษาของเธอ จึงทำให้พอจะเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างแล้วว่าฉายาหมอเทวดาดูท่าจะเป็นจริงตามที่หลวงฤทธิรงค์และขุนเวชโอสถกล่าวอ้าง

               ตอนนี้ทั้งหมดกลับเข้ามาในกระโจมตามเดิม รวมถึงวาดดาวหมอสาวคนเดียวในที่นี้ เธอกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่ออกไปรักษาคนเจ็บด้านนอกกระโจม

              "เรื่องฝีมือการรักษา ข้ามิได้มีข้อกังขาแล้ว แต่ที่เป็นปัญหาคือนางเป็นผู้ใด และมาจากที่ใดก็มิอาจรู้ได้ อยู่ดีๆจักยอมให้คนที่มิรู้จักหัวนอนปลายเท้า  มาถือมีดผ่าพระอุทรของสมเด็จได้เยี่ยงไรกัน" เจ้าคุณกลาโหมยังคงค้านเสียงแข็ง จนวาดดาวทนไม่ไหว กำลังจะอ้าปากเถียงกลับบ้าง แต่กลับต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไป เมื่อได้ยินประโยคของหลวงหนุ่มคนสำคัญ

               "เกล้ากระหม่อมขอเอาหัวเป็นประกันพระพุทธเจ้าข้า" หลวงฤทธิรงค์คุกเข่าลงต่อหน้าพระพักตร์เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา ทำเอาคนที่อยู่ในกระโจมต่างตกใจกับการกระทำของหลวงหนุ่มตรงหน้า โดยเฉพาะหญิงสาวที่เขายอมเอาหัวไปประกันให้ "หากเกิดกระไรขึ้น ก็ทรงเอาชีวิตของเกล้ากระหม่อมไปได้เลย"

              "หลวงฤทธิรงค์ นี่รู้ตัวหรือไม่ ว่าพูดกระไรออกมา" เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาตรัสถามขึ้น

              "เกล้ากระหม่อมรู้ดี  ว่าชีวิตไร้ค่าของเกล้ากระหม่อมนั้น หาได้เทียบกันได้เลยกับพระชนม์ชีพของสมเด็จท่าน แต่ในเมื่อคนที่พอจักไว้ใจให้ถวายการรักษาต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่สามารถถวายการรักษาได้ แต่หญิงผู้นี้ นางบอกว่ารักษาได้  แม้นจักมีความเสี่ยงอยู่มิน้อย แต่เราก็ควรจักลองดูมิใช่หรือพระพุทธเจ้าข้า"

              เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาดูมีพระพักตร์ลังเลอยู่ไม่น้อยเมื่อได้ฟังคำพูดของหลวงฤทธิรงค์ 

             "พระชีพจรหายไปแล้ว" ทันใดนั้น หมอไมเคิลได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีตื่นตระหนก ทุกคนในกระโจมต่างตกใจเมื่อได้ฟัง วาดดาวรีบพุ่งไปที่คนเจ็บทันที ตามสัญชาตญาณ เธอรีบจับพระชีพจรดูและฟังเสียงของลมหายใจ

              "clinical death" เธอบอกพร้อมกับลงมือปั้มหัวใจคนเจ็บทันที แต่คนที่ไม่เคยเห็นกลับตกใจกับการกระทำของเธอ

             "นั่นเจ้าจักทำกระไรนั่น" เจ้าคุณกลาโหมราชเสนาเตรียมตัวจะพุ่งเข้าไปหาวาดดาว แต่ถูกท่านขุนเวชฯเข้าขวางไว้เสียก่อน 

             "นางแค่กำลังทำให้พระทัยสมเด็จกลับมาเต้นก็เท่านั้นขอรับ" เมื่อได้ฟังดังนั้น เจ้าคุณกลาโหมจึงจำต้องหยุดอยู่ตรงนั้น และยืนดูการกระทำของหญิงสาวแทน" วาดดาวทำ CPR อยู่เกือบนาที ขุนเวชฯที่ยืนจับพระชีพจรอยู่จึงเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ 

             "พระชีพจรกลับมาแล้ว" วาดดาวจึงหยุดและรีบฟังเสียงลมหายใจคนเจ็บทันที 

             "หายใจแล้ว" เธอบอกพร้อมกับหายใจหอบถี่จากความเหนื่อย  ทุกคนใจกระโจมต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

               "เราต้องรีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพราะหากหัวใจหยุดเต้นขึ้นมาอีก คราวนี้จะแย่เอานะคะ" วาดดาวบอกพร้อมกับยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก

              "ต้องตัดสินพระทัยแล้ว พระพุทธเจ้าข้า"  เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง 

              "ฝ่าบาท" หลวงฤทธิรงค์เร่งเอาคำตอบ ขณะที่ทุกคนในกระโจมต่างรอคอยการตักสินพระทัยอย่างใจจดใจจ่อ

              "เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าจักทำได้สำเร็จ" ทรงหันไปตรัสถามหญิงสาวคนเดียวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอ

              "หม่อมฉันจะทำให้ดีที่สุดเพคะ"  วาดดาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

             "เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วย" ขุนเวชฯและหลวงฤทธิรงค์ต่างแสดงความดีใจออกมา ในขณะที่คนอื่นๆยังดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย แต่เพราะไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องยอม

 

            วาดดาวหยิบอุปกรณ์ผ่าตัด และยาที่ต้องใช้ออกจากระเป๋าอีกครั้งเพื่อเตรียมทำการผ่าตัดแต่ในขณะที่พยายามลื้อของออกจากกระเป๋าอยู่นั้น หนังสือเล่มหนึ่งก็หล่นออกกระเป๋าของเธอตกลงไปที่พื้นใกล้กับเท้าของเธอ วาดดาวหยิบหนังสือเล่นนั้นขึ้นมาดูพบว่าเป็นหนังสือของหมอโบว์ที่เธอเจอมันในกระเป๋าเมื่อคราวก่อน เธอพลิกหน้าปกขึ้นมาดูชัดๆอีกครั้ง บนหน้าปกมีตัวอักษรสีเงินคำว่า "สงครามเก้าทัพ" เธอยืนจ้องหนังสือเล่นนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกเอะใจบางอย่าง "หรือว่า......." หญิงสาวพูดกับตัวเอง เธอลองเปิดดูเนื้อหาในหนังสือ เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเอง ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เธอได้ประสบพบมาทั้งหมดย้อนกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง ทุกอย่างประติดประต่อเป็นเรื่องราวจนเธอเริ่มจะเข้าใจขึ้นเรื่อยๆ  แล้วก็ต้องตกใจจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากเพราะกลัวเสียงกรีดร้องจะดังลอดออกมา กับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ เมื่อได้เห็นข้อความในหน้าหนังสือ........................

 






***Peumothorex : ภาวะมีลมในช่องเยื่อหุ่มปอด
***clinical death : ภาวะหัวใจหยุดเต้น และหยุดหายใจพร้อมกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,150 ความคิดเห็น

  1. #170 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 14:06
    สนุกมากๆๆๆอ่านไปตื่นเต้นไปและ ลุ้นไปหมดเลยค่ะ รอต่อนะค่ะ
    #170
    0
  2. #156 brave (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:35
    รอนะคะ มาไวไวนะ
    #156
    0
  3. #155 MallikaChaiboon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 19:26
    ไรท์พิมพ์ ปวดรั่ว = ปอดรั่ว
    #155
    1
    • #155-1 Wanwan19(จากตอนที่ 27)
      16 มิถุนายน 2560 / 19:31
      555 ขอบคุณคร่าาา คึกแล้วมีความเบลอ
      #155-1
  4. #153 @Aies (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 12:55
    โหหหหห พึ่งจะรู้
    #153
    0
  5. #152 julalakaeikon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 12:40
    มาต่อเร้วน้าค่าาา ค้างงงง
    #152
    0
  6. #151 jukkarin2 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 12:00
    มาต่อเร็วๆนะคะ พลีส
    #151
    0
  7. #150 poosurat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 10:52
    ค้างอย่างแรงกับหนังสือ
    #150
    0
  8. #149 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 10:29
    ลุ้นมากค่ะ
    #149
    0
  9. #148 เชอรี่ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 10:27
    ค้างอ่ะ ขออีกหน่อยได้ไหมคะ กำลังสนุกเลย

    ขอบคุณล่วงหน้าคะ
    #148
    0
  10. #147 S_suika (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 09:33
    ลุ้นๆ จะเป็นไงต่อคะ 
    #147
    0
  11. #146 oil-kp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 08:32
    ค้างๆๆๆ
    #146
    0
  12. #145 Oungzaza (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 02:48
    มาต่อเร็ว
    #145
    0
  13. #144 Looney00 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:53
    ค้างๆๆๆๆๆอย่างหนัก
    #144
    0
  14. #142 Sudrarat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:32
    อีกตอนค่ะไรท์ค้างมากเลย
    #142
    0