The other side of Hogwarts อีกด้านหนึ่งของฮอกวอตส์

ตอนที่ 6 : Happy Halloween

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 มิ.ย. 63

  

sds

 

ในมื้ออาหารค่ำวันนั้น โถงใหญ่คับคั่งไปด้วยนักเรียนดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา เพื่อนปีหนึ่งหลายคนโล่งใจที่แฮร์รี่ยังมากินข้าวตามปกติ ไม่ได้ถูกไล่ออก ในอีกแง่มุมหนึ่ง เด็กกริฟฟินดอร์ต่างไม่พอใจกันเท่าไหร่นัก ที่คริสตัลซึ่งเป็นคนก่อปัญหาอย่างแท้จริงดันถูกลงโทษเพียงเล็กน้อย

 

เจมส์กำลังนั่งตักซุปเห็ดเข้าปาก รู้สึกแสบแผลถลอกบนมือเล็กน้อย แต่คิดว่ามันคงหายดีในไม่ช้า

“...เพิ่งจะเปิดเรียนแท้ๆ ทำไมเรื่องมันเยอะแบบนี้นะ” ไวท์พึมพำเบาๆ ขณะที่มือกุมแก้วโกโก้ร้อนเอาไว้ ดวงตาสีฟ้าอมเทาจับจ้องไปยังเด็กสาวต่างบ้านที่กำลังเดินเข้ามา

 

“ยัยวิลสันนั่นทำให้เราเสียคะแนนบ้านอีกแล้ว ให้ตายเถอะ พวกชอบเรียกร้องความสนใจรึไง” เสียงก่นด่าอย่างไม่พอใจของเพื่อนร่วมบ้านนั้นแผ่วเบาเมื่อเห็นคริสตัลเดินเข้ามาที่โต๊ะ ทว่าผู้ถูกกล่าวถึงได้ยินมันชัดเจน คริสตัลเงียบ ไม่โต้ตอบ รีบหยิบขนมปังจากในถาดขึ้นมาสองสามชิ้น เก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อ เธอไม่ได้นั่งลงที่โต๊ะด้วยซ้ำ

 

ก่อนจะออกไปเด็กสาวเดินแวะไปยังโต๊ะเรเวนคลอ โยนขวดเล็กๆ ลงไปบนตักของเจมส์

“ที่แผล” เธอกล่าวเพียงแค่นั้น แล้วเดินออกจากโถงไป

 

เจมส์ที่กำลังเหม่อลอย ละสายตาออกมาจากถ้วยซุปและหันมองซ้ายแลขวา เขาไม่ทันได้เห็นว่าใครเป็นคนให้ยากับเขา...แต่พอลองนั่งคิดดีๆ ...ก็คงจะมีคนที่ดูสมเหตุสมผลอยู่คนเดียว...

 

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่...เดาอารมณ์ไม่ถูกเลยจริงๆ

 

เจมส์เก็บยาใส่กระเป๋าเสื้อคลุม คิดไว้ว่าจะทาหลังอาบน้ำแล้ว

 

“ยัยอาน่า” เซนเอ่ยเรียกเพื่อนสาวเลือดบริสุทธิ์คนสนิทที่กำลังนั่งหลับตาปี๋ขณะแทะเลม่อนฝานที่ใส่ตกแต่งไว้ในจานซี่โครงบาร์บีคิว ริมฝีปากยกยิ้มอย่างชอบใจกับรสเปรี้ยวติดลิ้นของผลไม้โปรด เธอลืมตาขึ้นเมื่อถูกมือหนาเขย่าแขน สายตาแสดงออกถึงความรำคาญเล็กๆ ที่โดนก่อกวนการกิน

“อะไรของนาย?”

“รีบไปบอกยัยร่างโคลนของเธอเดี๋ยวนี้เลยนะว่า อย่ามายุ่งกับน้องชายฉัน!” เซนว่าเสียงเขียว เขาได้ยินเรื่องมาจากรุ่นน้องเมื่อกี้นี้นี่เองว่ายัยเด็กวิลสันที่เขาหมายมั่นปั้นมือมอบตำแหน่งสมาชิกทีมให้ในอนาคต ไปก่อเรื่องอะไรไว้กับน้องชายของเขา รู้แบบนี้เขาคงจะอยู่ต่ออีกหน่อย จะได้คอยห้าม เขาไม่อยากให้น้องสุดที่รักต้องโดนอะไร

“ร่างโคลนบ้าบออะไร เพ้อเจ้อ แล้วก็นะ นายอย่าโอ๋น้องให้มันมากนัก น้องนายเป็นผู้ชายนะ ถ้าโดนผู้หญิงแกล้งเอาได้ตลอดก็แย่แล้ว!” อาน่าว่า เซนปล่อยมือออกจากแขนเจ้าหล่อนทันที และแสร้งมองไปทางอื่น

“ใครโอ๋กัน ไม่มี้” เขาเหลือบไปมองทางน้องชายสุดรัก คาโลเงยหน้าขึ้นมาสบตากันพอดี ยกยิ้มน่ารักสดใสส่งมาให้อย่างสองมาตรฐานเป็นที่สุด...บทจะน่ารักกับคนไหนก็น่ารักซะ...แต่ถ้าเหม็นหน้าใครขึ้นมา ก็เหวี่ยงไปเลยเหมือนกัน

“น้องฉันออกจะน่ารัก” เซนว่าพร้อมกับยกยิ้มด้วยสายตาของคนหลงน้อง ขณะที่คาโลละสายตากลับไปมองอาหารในจานของตนเองแล้ว

“นี่ขนาดไม่โอ๋” อาน่าเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ พลันนึกถึงเด็กสาวที่เดินออกไปแล้ว ขณะนี้ยังมีเสียงก่นด่าดังมาจากกลุ่มปีหนึ่งให้ได้ยิน

“แต่คริสตัลนี่ก็น่าสงสาร” อาน่าเอ่ย

“ฉันยังดีที่มีนายเป็นเพื่อน” ไม่ว่าเซนจะต้องการหรือไม่ แต่เขาก็ได้ตำแหน่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอไปแล้ว

 

...แต่เธอก็ช่วยอะไรไม่ได้...คุณน้องทำตัวเองนี่นะ พูดยากเหมือนกัน เธอก็แกล้งคนอื่นไปทั่ว แต่เธอก็ไม่เคยโดนเกลียด เฟร็ดกับจอร์จ แฝดวีสลี่ย์จอมแสบก็เช่นกัน

“เลิกสนใจยัยร่างโคลนสติไม่สมประกอบของเธอเถอะ นี่ รู้รึยัง เฟร็ดกับจอร์จบอกฉันมาว่าเราได้ซีกเกอร์แล้ว” เซนกระซิบเสียงเบาลงเล็กน้อย เพราะเรื่องนี้ทีมควิดิชกริฟฟินดอร์ยังต้องการให้เป็นความลับ

 

“ไปได้ใครมาล่ะ? แมตซ์ก่อนเราแพ้สลิธีรินยับเยิน พูดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ฉันเสียเงินพนันไปตั้งยี่สิบซิกเกิ้ล” อาน่าว่าอย่างคับแค้นใจ สิ่งหนึ่งที่เธอไม่ชอบพอๆ กับการถูกจับได้ว่าปรุงยานอกห้องเรียนของสเนปก็คือการที่เธอแพ้พนันนั่นแหละ ปีนี้เธอก็ยังไม่คาดหวังเท่าไหร่นัก เพราะเธอเองยังไม่เห็นใครเข้าตา เหมาะจะฝากฝังลูกสนิชได้เสียที

“แฮร์รี่ พอตเตอร์” เซนกระซิบ อาน่าหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อ

“อะไรนะ? นี่นายเล่นตลกรึเปล่า พอตเตอร์เป็นเด็กปี1นะ”

“ตลกอะไรล่ะ มักกอลนากัลขออนุญาตดัมเบิ้ลดอร์เป็นกรณีพิเศษแล้ว” เขาว่า

“ถึงจะเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตคนดัง แต่คิดดีแล้วเหรอ

ไม่ดีมั้ง เขาจะไหวแน่เหรอ” อาน่าเอ่ยอย่างแคลงใจ เพราะเด็กปี1ไม่เคยได้เข้าทีมควิดดิช ไม่เคยเลย ปี1ยังอ่อนประสบการณ์เกินไป ไม่ต่างกับเอาร่างกายมาทิ้งให้ไปนอนในเซนต์มังโกเล่น

“แน่สิ เห็นวู้ดบอกว่ามักกอลนากัลบอกว่าพอตเตอร์ดิ่งลงมาห้าสิบเมตร คว้าลูกแก้วไว้ได้แบบไม่มีรอยขีดข่วน ทั้งๆ ที่ขี่ไม้กวาดครั้งแรก เขามีแววนะ” อาน่าได้ฟังดังนั้นก็ยกยิ้ม เริ่มมีความหวังขึ้นมา

“น่าสนุกนี่ วันแข่งทุกคนต้องฮือฮาแน่” ปีสามสองคนจากกริฟฟินดอร์คุยกันอย่างออกรส อาน่าหวังไว้สูงมากว่าจะพนันข้างกริฟฟินดอร์ในปีนี้และได้เงินจากการพนัน

 

...จนแล้วจนรอดเรื่องพนันก็เรื่องใหญ่อยู่ดี...

 

วันเวลาในฮอกวอสต์ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยสีสัน หลังจากผ่านบทเรียนขั้นพื้นฐานไปแล้ว เนื้อหาใหม่ๆ ก็ดูจะน่าสนใจมากขึ้นทุกที รู้ตัวอีกทีทุกคนก็อยู่ที่ฮอกวอตส์มาได้สองเดือนแล้ว

 

ยามเช้าของวันฮัลโลวีน กลิ่นฟักทองอบหอมตลบอบอวลไปตามระเบียง เป็นวันที่ครื้นเครงอีกหนึ่งวัน คนที่ดูจะร่าเริงเป็นพิเศษยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมาก็คือคริสตัล 31ตุลาคม วันฮัลโลวีนปล่อยผี...วันเกิดคริสตัล...

 

บางทีแม้แต่วันเกิดก็ยังดูสมเป็นคริสตัลดี...มันคงเป็นวัน ‘ปล่อยผี’ จริงๆ นั่นแหละ

 

เธอทำตัวเรียบร้อยเป็นพิเศษกว่าทุกวันที่ผ่านมา นกฮูกพากันบินเข้ามาส่งพัสดุแต่เช้าตรู่ คริสตัลได้รับของขวัญจากพ่อแม่และน้องชาย

 

คุณนายวิลสันส่งหนังสือ ‘วิธีการเป็นกุลสตรี’ มาให้ คุณวิลสันให้ขนมแปลกๆ น่าสนใจมา ในขณะที่น้องชายของเธอให้ดอกไม้ไฟกับเธอ

“เธอน่าจะอ่านมันซะบ้างอีกคนเหมือนกันนะ อาน่า” เซนที่ชะเง้อมองเห็นหน้าปกหนังสือในมือคริสตัลหันไปเอ่ยกับอาน่าเบาๆ และไม่พ้นถูกตบหัวอย่างแรงจนหน้าแทบจะจมลงไปในจานฟักทองอบตรงหน้า

“ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นกุลสตรีฉันก็มีเสน่ห์ในแบบของฉันย่ะ” เซนชักอยากจะตบหัวคืน ทว่าเมื่อเห็นใกล้ได้เวลาไปเรียนแล้วก็จำต้องจดบัญชีไว้เอาคืนทีหลัง และรีบตักอาหารเช้าของตนเองเข้าปาก

 

ไวท์นั่งจิบโกโก้เงียบๆ อย่างผ่อนคลาย ข้างกันนั้นมีเจมส์ที่กำลังกินโยเกิร์ต เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ดูหลวมขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับวันแรกที่เข้ามาในฮอกวอตส์ เจมส์พยายามลดน้ำหนักมาเป็นระยะเวลาร่วมเดือนแล้ว อาหารในฮอกวอตส์อร่อยทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่หลายๆ คนจะกินกันจนน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปบ้าง ทว่าสำหรับเจมส์ที่อ้วนอยู่แล้วนั้น การอ้วนมากขึ้นไม่ใช่เรื่องดีเลย และในที่สุดวันหนึ่งมันก็ส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงกับเจมส์

 

เขาไม่สามารถขี่ไม้กวาดขึ้นไปอย่างไวท์ได้ มันไม่สามารถลอยขึ้นไปเกินกว่าสองเมตรได้ด้วยซ้ำ มันกระตุกเหมือนจะร่วงหล่นอยู่ตลอดเวลา และสุดท้ายมันก็พาเขาลงไปจูบพื้น และไม่ยอมลอยขึ้นมาอีกเลยไม่ว่าเขาจะพยายามเรียกมันสักแค่ไหน เขาถูกเพื่อนๆ หัวเราะยกใหญ่ มาดามฮูชเองก็ดุว่าเขาด้วยสีหน้าละเหี่ยใจเป็นที่สุด เจมส์อับอายมากกับเหตุการณ์นั้น อีกทั้งในไม่ถึงสามวันหลังจากนั้น กระดุมเสื้อของเขาก็ปริกระเด็นใส่ศาสตราจารย์สเนปขณะที่เขายกมือขึ้นสูงเพื่อถามคำถาม...

 

...เจมส์ไม่เคยลืมสายตาเขียวปั๊ดของสเนปในวันนั้น...

 

เจมส์รู้ซึ้งถึงความผิดมหันต์ของน้ำหนักที่เกินมาตรฐานของตัวเอง และเริ่มตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มันอาจจะยากสักหน่อยที่จะห้ามใจไม่ให้กินอาหารให้มากเท่าที่ต้องการในวันแรกๆ เขาหิวกลางดึกบ่อยๆ และนอนหลับอย่างไม่เป็นสุข ไวท์พยายามช่วยโดยการแนะนำอาหารที่กินแล้วไม่อ้วน และส่งเสริมเพื่อนเป็นอย่างดี ในยามที่เจมส์ทนไม่ไหวกลางดึก ไวท์จะแอบพาเจมส์ลงไปที่ครัว และขออนุญาตเอล์ฟของที่นั่น ทำเครื่องดื่มที่เขาอ่านมาแล้วว่าช่วยลดความอ้วนได้ และทำให้หลับสบาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะนาว นมอุ่น น้ำองุ่นแดง น้ำผึ้งผสมน้ำ และชาคาโมมายล์ สลับๆ กันไปในวันที่เจมส์รู้สึกหิว

เจมส์เคยถามไวท์

‘ออกมาแบบนี้ไม่ผิดกฎเหรอ เราจะไม่ถูกจับใช่มั้ย’

ไวท์หันมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจชั่วครู่ก่อนจะแย้มยิ้มและตอบ

‘อย่าให้มีใครนอกจากเอล์ฟเห็นเรา แค่นี้ก็หายห่วง’

เอล์ฟของฮอกวอตส์นั้นใจดีและเป็นมิตร พวกเขายินดีทุกครั้งที่มีคนลงไปหาอะไรกินกลางดึกที่ครัว ถึงแม้การลุกออกจากเตียงในยามวิกาลมันจะผิดกฎก็ตาม เจมส์และไวท์ขอบคุณพวกเขาสำหรับอาหารรสเลิศที่พวกเขาได้กินมาหลายต่อหลายมื้อ แม้ว่าตอนนี้เจมส์จะกินมันน้อยลงแล้วก็ตาม

 

ผ่านมาถึงฮัลโลวีน เจมส์รู้สึกดีใจที่น้ำหนักของเขาลดลงไปบ้าง ตอนนี้ก็ลดไปได้ตั้ง4กิโลกรัมแล้ว เขาไปวิ่งออกกำลังกายทุกวันในยามเย็นจนกลายเป็นกิจวัตร วันแรกๆ เขาวิ่งได้ไม่เท่าไหร่ก็เหนื่อยเสียแล้ว ทว่าตอนนี้เขาพยายามฝืนวิ่งให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน

 

วันฮัลโลวีนเป็นอีกหนึ่งวันที่การเรียนการสอนสนุกสนาน พวกเขาได้เริ่มเรียนเนื้อหาต่างๆ ที่ยากขึ้นมาจากพื้นฐานบ้าง ก่อนมื้ออาหารเย็น ซึ่งจะมีการฉลองฮัลโลวีน เจมส์ออกมาวิ่งอยู่ในสวนคนเดียว โดยบอกไวท์ว่าเขาจะกลับไปทำการบ้านที่หอทีหลัง ไวท์จึงแยกตัวไปที่ห้องสมุดเพื่อทำการบ้านให้เสร็จ ส่วนบีเดิ้ลก็แยกกลับหอฮัฟเฟิลพัฟไปกับเจ เพื่อนสนิทบ้านเดียวกันของตน

“ลดจริงลดจัง” ไวท์พึมพำเบาๆ ขณะมองเจมส์ ส่ายหน้าเบาๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปยังห้องสมุด

 

เซนกำลังนั่งอยู่กับคาโลและเพื่อนๆ ของคาโลเช่นกัน คาโลกำลังก้มหน้าก้มตาขะมักเขม้นกับการบ้าน ไม่วายแอบบ่นงึมงำกับการบ้านที่ถูกสั่งมาเยอะเป็นภูเขาไปด้วย ฟอกซ์ไม่ได้พูดอะไร ดวงตาสีควันบุหรี่จับจ้องแต่กระดาษ มือหนาเอื้อมจุ่มหมึก และนำปากกาขนนกมาขีดเขียนงานอย่างรวดเร็ว ลายมือสวยงามเป็นระเบียบ ฟินิกซ์นั่งถัดไปจากฟอกซ์อีกที เขามองกระดาษของตัวเอง เขียนไปได้นิดหน่อย ก็ชะเง้อมองดูของฟอกซ์เป็นต้นแบบ แล้วกลับมาเขียนของตนเอง สลับไปมาอยู่แบบนั้น

 

เซนอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ เขาเพิ่งจะอยู่ปีสามทว่าเขามีเป้าหมายชัดเจนในใจแล้วว่าหลังเรียนจบเขาจะไปเป็นมือปราบมาร ตอนนี้สเตรนเจอร์คนโตจึงพยายามไล่เก็บเนื้อหาความรู้ เพื่อทำคะแนน ว.พ.ร.ส. ตอนปี5ให้ได้ดีที่สุด ในขณะที่อาน่าเพื่อนรักนั้นยังมัวแต่เที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ

 

แต่คนแบบนั้นจะหวังอะไรได้ เป็นอัจฉริยะปรุงยาไปแล้วนี่ คงหางานที่เหมาะๆ กับตัวเองได้ไม่ยากหรอก...เซนคิด

 

ปลายนิ้วของเซนชี้ลงบนม้วนกระดาษของคาโล

“ข้อนี้ผิดนะคาโล”

เจ้าของกระดาษชะงักไป ก่อนจะมุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่ และขีดฆ่าคำตอบ มืออีกข้างก็เปิดหนังสือเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องไปด้วย

 

ฟอกซ์ทำการบ้านเสร็จแล้ว เขาวางปากกาลง กวาดตามองทุกข้อคร่าวๆ เพื่อเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะโยนกระดาษของตนเองไปทางฟินิกซ์ที่จ้องตาเป็นมันมาโดยตลอด

“ถ้าจะมองขนาดนี้แล้วก็เอาไปลอกเลยไป”

“ขอบใจมากเพื่อน~! นายนี่มันเข้าใจฉันดีจริงๆ” ฟินิกซ์ยกยิ้มกว้าง ก่อนจะคว้าเอากระดาษของฟอกซ์มาคลี่วางไว้ข้างๆ กระดาษของตนเอง แล้วจัดการเขียนคำตอบตามฟอกซ์ลงไป

“ฟินิกซ์ นี่นายโง่หรือโง่กันแน่ ฟอกซ์มันประชดต่างหาก” คาโลเอ่ย เท้าคางมองฟินิกซ์ด้วยสีหน้าละเหี่ยใจ พลางนึกฉงนขึ้นมาว่าหมวกคัดสรรคิดอะไรอยู่ในวันนั้น

 

“เอาน่า ต่อให้ไม่ให้ฉันก็ลอกอยู่ดี” ฟินิกซ์ว่าพลางยิ้มทะเล้นอย่างน่ารัก มือก็เขียนเป็นระวิงไม่หยุด

 

...ทางด้านของเจมส์...เขายังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับนับจำนวนรอบในใจ โดยไม่รู้ถึงสายตาที่มองมา

 

คริสตัลกำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ เธอโยนทาร์ตชิ้นเล็กๆ ในมือเข้าปากพลางมองเจมส์อย่างแปลกใจเล็กน้อย บนตักมีหนังสือที่แม่ให้เป็นของขวัญวันเกิด กับกล่องดอกไม้ไฟหลากสีวางเอาไว้อยู่

“ฟิตจังเลยแฮะ” คริสตัลพึมพำคนเดียวขณะมองเจมส์ ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเจมส์หันมามองทิศที่เธออยู่พอดี จนทำให้ทุกอย่างที่วางไว้บนตักร่วงหล่นลงไปใต้ต้นไม้

 

ทางเจมส์เมื่อเห็นคริสตัลก็ลดความเร็วลงเรื่อยก่อนจะหยุดลงตรงหน้าต้นไม้ที่คริสตัลอยู่

“ถ้า...จะมาป่วน...ละก็ แฮ่ก ไม่เอาด้วยหรอกนะ” เจมส์เอ่ยปนเสียงหอบ ร่างอ้วนท้วมมีเหงื่ออาบทั่วตัว

“ฉันไม่ยุ่งหรอกน่า ยังไม่อยากถูกลงโทษอะไรเพิ่ม เชิญนายวิ่งต่อไปเถอะ”

 

...เธอไม่อยากก่อเรื่องให้โดนมักกอลนากัลลงโทษในวันพิเศษๆ ของตัวเองแบบนี้หรอก

 

เจมส์ยังคงมองอย่างระแวงเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยเดาได้เลยสักทีว่าคริสตัลจะมาไม้ไหน ดวงตาสีเขียวเหลือบลงมองของที่ตกอยู่บนพื้นหญ้า ก่อนจะก้มลงหยิบมันขึ้นมามองอย่างฉงน คริสตัลจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว

 

“....?” เจมส์เลิกคิ้วอย่างฉงน กับหนังสือ ‘วิธีการเป็นกุลสตรี’ ในมือ เขาเงยขึ้นมองคริสตัลที่กำลังทำหน้าปั้นยาก

“เธออ่านอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ”

 

“......อ่านแล้วทำตามบ้างก็ดีนะ” เจมส์เอ่ยเบาๆ

“นั่นแม่ฉันส่งมาต่างหาก! ฉันไม่คิดจะอ่านหรอกน่า” คริสตัลเอ่ยแย้งด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนกว่าเดิมเล็กน้อย

 

เจมส์ก้มลงมองหนังสืออีกครั้ง และมองดอกไม้ไฟ ก่อนคิ้วเรียวจะขมวดเข้าหากัน เขาเงยมองคริสตัลด้วยสายตาตำหนิปนระแวงเล็กๆ

“เธอจะเอาดอกไม้ไฟไปแกล้งใครอีกน่ะ? ไหนบอกไม่อยากโดนทำโทษไง โกหก...”

“จะบ้าหรือไง นั่นน้องชายส่งมาให้...วันนี้วันเกิดฉัน”

“......อ้อ...” เจมส์ขานรับ เข้าใจขึ้นมาทันที...เขาเงียบไปครู่ใหญ่เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อกันแน่

“...”

“...สุขสันต์วันเกิดนะ” เขาว่า แม้จะยังไม่แน่ใจนักว่าเขาควรจะเอ่ยไปรึเปล่า คริสตัลก็ดูอึ้งไปเหมือนกัน เกิดเดดแอร์ขึ้นระหว่างคนทั้งสอง

“...”

“...”

“....ขอบใจ” คริสตัลเอ่ยตอบกลับหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ สมองยังคงอื้ออึงมึนงงเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ทั้งเธอทั้งอีกฝ่ายถึงเหมือนถูกคาถางงงันกันไปทั้งคู่เสียได้

“...งั้น ฉันวางไว้นี่นะ” เจมส์ว่า ก่อนจะวางของทั้งสองอย่างลงตรงโคนต้นไม้ เงยมองคริสตัลอีกเป็นครั้งสุดท้าย แล้วถอยห่าง กลับไปวิ่งต่อดังเดิม

“...” คริสตัลนิ่งเงียบอยู่คนเดียว มองเจมส์ที่วิ่งออกไปแล้วก่อนจะก้มมองของที่พื้น เธอปีนลงไปอย่างระมัดระวัง และกระโดดลงพื้นเมื่อระยะค่อนข้างปลอดภัยแล้ว ก่อนจะคว้าข้าวของ และเดินกลับเข้าปราสาทไป

 

มื้ออาหารค่ำวันนี้ถูกจัดขึ้นให้ดูพิเศษกว่าวันอื่นๆ ที่ผ่านมาเล็กน้อย มันให้ความรู้สึกตื่นเต้นรื่นเริงคล้ายๆ งานฉลองเปิดเทอมวันแรกอยู่หน่อยๆ

 

เครื่องประดับตกแต่งแบบฮัลโลวีนมากมายถูกนำมาใช้ประดับข้างในโถง ค้างคาวนับพันตัวพากันกระพือปีกบินไปตามผนังและเพดาน สลับกับอีกกลุ่มหนึ่งที่บินอยู่เหนือกลุ่มเมฆสีดำที่ลอยต่ำลงมาจากเพดานพอสมควร แสงจากเทียนไขที่จุดไว้ในแจ็ก โอ แลนเทิร์น ไหววูบตามแรงพัดจากค้างคาวทั้งหมด ทุกคนพึ่งจะเริ่มกินอาหาร เจมส์กำลังจะตักหัวหอมทอดเข้าปากเป็นคำแรกถึงกับต้องชะงัก เมื่อจู่ๆ ศาสตราจารย์ควีเรลล์ก็วิ่งถลาเข้ามา ใบหน้าของเขาขณะนี้ดูคื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นที่สุด ผ้าโพกหัวที่มักจะยัดกระเทียมเอาไว้มากมายนั่นเอียงกะเทเร่ ไม่เรียบร้อยดังปกติ เจมส์สาบานได้ว่าเขารู้สึกเหมือนเห็นกระเทียมกลีบหนึ่งหล่นลงมาที่พื้น (...)

 

ศาสตราจารย์ควีเรลล์รีบวิ่งไปจนถึงโต๊ะศาสตราจารย์ เขาเซพิงโต๊ะอาหารเบื้องหน้าดัมเบิ้ลดอร์ หอบหายใจหนักๆ และเอ่ยเสียงระโหย

“โทรลล์...ในคุกใต้ดิน...คิดว่าท่านควรทราบ” ว่าจบเขาก็ทรุดฮวบลงไปสลบแน่นิ่งกับพื้นทันที

 

โทรลล์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เง่าไร้สมอง ทว่าแม้มันจะโง่ แต่แค่มีพละกำลังมากมายของมัน ก็สามารถฆ่านักเรียนผู้ด้อยประสบการณ์เอาได้ง่ายๆ

 

เหล่านักเรียนต่างพากันหวีดร้องแตกตื่น ลุกฮือกันใหญ่ ดัมเบิ้ลดอร์พยายามตะโกนเรียกร้อง ถึงกับต้องใช้เสียงประทัดระเบิด และเสกไฟสีม่วงขึ้นมาดึงดูดความสนใจ ให้นักเรียนทุกคนสงบลงฟังศาสตราจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้

 

“พรีเฟ็ค นำนักเรียนในบ้านของพวกเธอกลับไปที่หอนอนเดี๋ยวนี้” ดัมเบิ้ลดอร์ประกาศก้อง เหล่าพรีเฟคเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน กวาดต้อนนักเรียนในบ้านของตนเองกลับหอทันที

“แล้วมื้อเย็นล่ะ” เจมส์พึมพำกับไวท์ เขายังไม่ได้กินหัวหอมทอดสักชิ้นเลย หลังจากวิ่งมา เขาหิวจะแย่

“เดี๋ยวพวกเขาคงเอาขึ้นไปให้กินเองล่ะเจมส์” ไวท์กล่าว

“พวกเรารีบขึ้นไปเถอะ” ทั้งสองเดินไปตามแถวที่ค่อนข้างเบียดเสียด กลับไปยังหอ

คริสตัลเดินไปหัวเราะไปราวกับคนบ้า ปากก็พูดไปในเชิงว่า

‘เป็นวันเกิดที่เจ๋งที่สุดในรอบสิบปีเลย’

ทุกคนต่างพากันกลับหอ คาดหวังว่าทุกคนจะปลอดภัย และศาสตราจารย์คงจัดการโทรลล์ได้อย่างรวดเร็ว

 

ในขณะที่ไวท์คิดอย่างข้องใจ...ฮอกวอตส์ที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุด ไม่มีที่ไหนปลอดภัยกว่านี้...

 

...ทำไมมีโทรลล์หลุดมาได้กันนะ…

 

 

 


 

tbc

แฮ่ มาลงต่อแล้ว ความสัมพันธ์หลายๆคนก็จะเริ่มแสดงให้เห็นรางๆ5555555 ไม่รู้ว่าจนถึงตรงนี้ทุกคนจะชอบตัวละครไหนกันเป็นพิเศษบ้างมั้ยน้า แต่คริสตัลนี่คงขึ้นลิสต์โดนเกลียดยืนหนึ่งแน่ๆ55555 อย่าเกลียดไปเลย ตอนนี้ยังเล่นเป็นเด็กๆ เดี๋ยวก็โตค่ะ ให้เวลาน้องหน่อย เวลาอีกยาวๆ55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น