配骨 วิวาห์กระดูก [สำนักพิมพ์ Hermit Book]

ตอนที่ 15 : บทที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    1 ม.ค. 64

“ท่านพูดจาประหลาดนัก” 

                จะว่าไปชีวิตของเหออี้ผิงก็ประหลาดมากพอดูแล้ว เป็นบ่าวรับใช้ชายอยู่ดี ๆ ก็ถูกรับเป็นบุตรบุญธรรม มาเข้าพิธีแต่งงาน แถมครอบครัวที่แต่งเข้าก็มาวางยาพิษในสุรามงคล ยังไม่นับเรื่องที่ต้องเข้าหอร่วมเตียงกับบุรุษ สุดท้ายยังพบว่าสามีไร้ชีพจร ทั้งยังไม่ทราบว่าป่วยเป็นโรคประหลาดใดแน่ 

                หากยังมีเรื่องเกินคาดมากกว่านี้ หัวใจคงหยุดเต้นเสียก่อน 

                หลิวไป๋หลงไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่เปิดประตูเดินเข้าไปยังด้านใน เหออี้ผิงก็ตามไม่ให้คลาดกัน บรรยากาศภายในนนั้นเย็นยะเยือกและมืดทึบมองคราแรกไม่เห็นสิ่งใด จู่ ๆ แสงจากเทียนก็สว่างวาบขึ้นทันทีทั้งที่ไร้ผู้คน ตนสะดุ้งตัวเล็กน้อยด้วยความฉงนสงสัย จนลืมสังเกตว่าไป๋หลงกำลังยืนอยู่หน้าอะไรบางอย่าง

                “เจ้ากลัวหรือ... อี้เอ๋อร์” เห็นท่าทางเช่นนั้นของเหออี้ผิงก็เหมือนยิ่งตอกย้ำว่า ทุกอย่างอาจจะไม่ราบรื่น 

                เหออี้ผิงพยักหน้าแทนการเอ่ยคำพูด เมื่อมีแสงสว่างเพียงพอจึงมองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทางด้านหลังของหลิวไป๋หลงมีอะไรบางอย่างวางตั้งอยู่ ดูแล้วคล้ายโลงศพ... 

                “ก็ควรอยู่” หลิวไป๋หลงเดินหลีกออกไปเพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็น 

                เป็นโลงศพจริงดังคาด ทำไมจึงมีถึงสองแล้วเป็นศพของผู้ใดกัน เหออี้ผิงครุ่นคิดสงสัยความลับที่หลิวไป๋หลงอยากจะบอกตนนั้นมันเกี่ยวข้องอันใดกับการตายของใคร จู่ ๆ ขาของตนก็ขยับไม่ออกขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไม่กล้าจะมองเพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าจะรับได้ 

                “ท่านพี่ ไว้วันหน้าท่านค่อยเล่าให้ฟังได้หรือไม่ ตอนนี้ข้ารู้สึกคอแห้งอยากดื่มน้ำชาขึ้นมาพอดี” เหออี้ผิงไม่อยากเห็นหรือรับรู้ความลับใดของตระกูลหลิวอีกแล้ว หันหลังจะเดินกลับไปห้องนอนของตัวเอง แต่หลิวไป๋หลงก็ตามมากอดตนไว้จากทางด้านหลัง 

                “อี้เอ๋อร์... ข้าก็ไม่อยากให้เจ้ารู้เช่นกัน แต่เพื่อเจ้าแล้ว... ข้าต้องทำ” หลิวไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจยิ่งนัก ยอมผละออกจากอ้อมที่อาจจะได้สัมผัสเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะดึงมือของเหออี้ผิงกระชากให้เดินมายังโลงศพแรกที่วางไว้ แต่อีกฝ่ายกลับปิดเปลือกตาไว้แน่นสนิท 

                “ไม่ ข้าไม่อยากรู้” 

                “ได้โปรดลืมตาดู...” หลิวไป๋หลงยังขอร้อง ฝ่ามือเย็นเฉียบของตนบีบมือของเหออี้ผิงไว้เสียแน่น 

                เหออี้ผิงได้ฟังน้ำเสียงร้องขอนั้นของสามีก็เหมือนยอมจำนน ค่อย ๆ เปิดเปลือกขึ้นมองดูร่างผู้สิ้นชีพภายในโลง เป็นเพียงโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งเท่านั้น หากยังสวมเสื้อผ้าเครื่องกายดูใหม่ต่างไปจากผู้ที่ตายไปนาน แล้วให้บังเอิญสังเกตถึงอะไรบางอย่างเข้า 

                เสื้อผ้าอาภรณ์ที่โครงกระดูกในโลงศพสวมอยู่นั้น เป็นแบบเดียวกับที่หลิวไป๋หลงสวมอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะสีสันหรือว่าลายปัก อีกทั้งยังมีป้ายประจำตัวห้อยอยู่บริเวณสายคาดเอวเช่นเดียวกัน 

                “นะ นี่มันอะไรกัน ท่านพี่... โครงกระดูกในโลงนี้เหตุใดถึงสวมเสื้อผ้าไม่ต่างจากท่านเลย” 

                “เป็นข้า... ข้าหาใช่มนุษย์... โครงกระดูกนี้ก็คือข้า หลิวไป๋หลงที่เจ้าเห็นอยู่ในตอนนี้ได้ตายไปหลายปีแล้ว”

                เป็นความลับที่เหออี้ผิงไม่เคยคิดถึงมาก่อนแน่ เพราะหากในโลงศพนี้คือหลิวไป๋หลง แล้วบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนเป็นผู้ใดกัน 

                “ทะ ท่านพูดอะไร ท่านพี่ก็ยังอยู่ดีตรงหน้าข้า หากท่านคิดว่าจะแกล้งข้าให้กลัวด้วยเรื่องแค่นี้ ข้าว่าท่านทำไม่สำเร็จแน่” เหออี้ผิงแสร้งทำเป็นเรื่องตลกไปเสีย แต่ดวงตาหวาดกลัวจนปิดไม่มิด เนื้อตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดขาวเพราะไม่กล้าที่จะรับรู้ความจริงอันน่ากลัวนี้ได้โดยไม่วิปลาสไปเสียก่อน

                “อี้เอ๋อร์... เพราะคฤหาสน์นี้มีคำสาปร้าย ทุกทุกคนที่สิ้นชีพในนี้ล้วนเหมือนยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน กลางคืน แต่จะไม่มีวันเจ็บ ไม่ป่วย และไม่ตายอีกแล้ว” 

                “ขะ ข้าไม่เชื่อ ดูท่านสิ... ท่านมีเลือดเนื้อ หัวใจท่านยังเต...” เหออี้ผิงไล่จับไปตามร่างกายของสามี แต่ทว่าเมื่อวางมือลงบนอกข้างซ้ายแล้วกลับไม่พบการเต้นของหัวใจ ใบหน้าซีดขาวอยู่ก่อนแล้วยิ่งดูแย่มากลงกว่าเดิมหลายเท่า 

                “ไม่ หัวใจข้าไม่เต้นอีกแล้ว” 

                เหออี้ผิงรีบชักมือกลับแม้แต่ข้างที่หลิวไป๋หลงจับไว้ดึงคืนมา เนื้อตั่วสั่นเทากลัวสิ่งที่ตนกำลังเห็นอยู่ตรงหน้า ขยับเดินถอยหลังไปเล็กน้อย เบนใบหน้าไปมองอีกโลงศพที่ตั้งอยู่เคียงข้างกัน แม้จะตระหนกตกใจแต่ก็ยังเอ่ยปากถาม

                “แล้วโลงนั่นเป็นผู้ใด...”

                “ไม่มีผู้ใด เดิมทีเจ้าของโลงใบนี้สมควรเป็นของคุณหนูเหอรั่วซีแต่นางไม่ได้แต่งเข้ามา ตอนนี้จึงเป็นของเจ้า” หลิวไป๋หลงกล้ำกลืนเล่าความจริง ทั้งที่ภายในปวดร้าวยิ่งนัก จากที่เห็นด้วยสายตาเหออี้ผิงไม่อาจรับในความจริงนี้ได้ ตนกำลังคาดหวังอะไรอยู่กัน

                การที่เหออี้ผิงมีใจกตัญญูแต่งเข้าสกุลหลิวเพื่อทดแทนบุญคุณของคนในตระกูลเหอ ยอมแม้กระทั่งตายเพื่อแลกชีวิตกับเหอรั่วซีอย่างไม่คิดเสียดาย แต่ไม่ใช่ต้องมารับรู้ว่าตัวเองจะวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์นี้ไม่มีวันได้ไปเกิด 

                “ท่านหมายความว่า หากข้าตายหลังจากดื่มสุรามงคลเข้าไป ศพของข้าจะนำมาไว้ในโลงใบนี้ แล้วข้าก็จะตื่นมาเหมือนยังมีชีวิตทั้งที่ตายไปแล้วอย่างนั้นน่ะหรือ” เหออี้ผิงต้องการความเข้าใจที่ถูกต้อง 

                “ถูกต้อง ไม่อาจหลุดพ้นออกไปจากที่แห่งนี้” 

                “นานแค่ไหน” 

                “ชั่วนิรันดร์...”

หลิวไป๋หลงตอบออกมาได้ยากเย็นนัก ดวงตาแดงก่ำ หยดน้ำตาเอ่อล้นออกมาร่วงรินลงบนแก้มช้า ๆ ฝ่ามือกำแน่นเข้าหากันเพราะกลัวว่าตนจะโผเข้าไปดึงตัวของเหออี้ผิงเข้ามากอดไว้เพื่อรั้งให้อยู่ต่อ แต่ตนไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ความเห็นแก่ตัวเฉกเช่นบิดาและมารดา ไป๋หลงผู้นี้จะไม่มีวันเป็นเฉกเช่นเดียวกัน 

“ขะ ข้าไม่รู้ว่าต้องรู้สึกเช่นไรกับเรื่องนี้ ข้ากำลังสับสน ขอเวลาให้ข้าหน่อย” เหออี้ผิงหันหลังให้หลิวไป๋หลง ไม่ได้วิ่งหนีไปถึงจะหวาดกลัว แต่ก็พยายามเรียบเรียงเรื่องราวที่ได้เห็นและได้ฟังจากปากของสามี 

สามี... เมื่อครุ่นคิดมาถึงคำนี้ ความรู้สึกบางอย่างก็เปลี่ยนไป หลิวไป๋หลงตายไปแล้วจริงดังเช่นนายท่านได้บอกไว้ นี่หาใช่เรื่องใหม่ แต่เรื่องที่ตายแล้วแต่ยังเหมือนมีชีวิตเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อจนรับมือไม่ไหว 

แล้วถ้าเป็นจริงดังที่ว่ามา เช่นนั้นไม่เท่ากับหลิวไป๋หลงจะต้องทนอยู่ในโลกนี้ลำพังไปตลอดอย่างนั้นหรือ 

“อี้เอ๋อร์... ข้าบอกเจ้าแล้ว ข้าไม่มีวันโกรธแค้นเจ้า เจ้าไปเถอะ...” หลิวไป๋หลงอยู่ในห้วงเวลาอันยาวนานมาหลายปี แต่กับทนรอคอยเพียงชั่วครู่ที่เหออี้ผิงหันหลังให้ไม่ได้ ยอมปล่อยให้จากไปดีกว่าได้ยินหรือได้เห็นอีกฝ่ายด้วยท่าทีหวาดกลัวเช่นนี้ 

“ข้าไม่ไป ในเมื่อข้าแต่งให้ท่านแล้ว วิวาห์กระดูกนี้ข้ายอมรับอย่างเต็มใจ” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

224 ความคิดเห็น

  1. #182 PuiPui--r (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 17:56
    ถ้าน้องไปอิพี่ก็เดียวดายไปตลอดกาล ถ้าน้องไม่ไปอิพี่ก็รู้สึกผิดติดอยู่ในใจไปตลอดกาลเช่นกัน เศร้าจังเลย
    #182
    0
  2. #96 Fueled me (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:28
    น้ำตาหยดแหมะๆแล้ว;—; ตอนแรกก็อือเขาตายแล้ว เป็นผีแค่นั้น แต่พอเขาพูดถึงการวนเวียนอยู่และไปไหนไม่ได้ก็คือไม่ไหวแล้ว อุแง5555555555555
    #96
    0
  3. #52 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 16:58

    โอ้ยยยย อ่านแล้วก็จะร้องไห้ตามอีผีมัน รักเค้าแล้วแต่ก็ไม่อยากรั้งไว้ ทำใจอยากชิบ! แต่น้องมันยังจะอยู่ต่อนะ!

    #52
    0
  4. #19 Sleepyash07 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 16:44

    ฮื้อออออ น้องงงงง
    #19
    0
  5. #14 oyzoyx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 23:08
    หื่อออน้องค้าบบบ น่าเอ็นดูจัง~
    #14
    0