วิวาห์โค้งสุดท้าย ลิขสิทธิ์ สนพ.พิมพ์คำ

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ของขวัญวันเกิด (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 ม.ค. 60

“ค่ะ พ่อชอบนุ่งผ้าขาวม้าเวลาอาบน้ำที่ตุ่มหลังบ้าน มีสองผืนกำลังดี ไว้ผลัดกันใช้”

อีกฝ่ายบอกเสียงเจื้อยแจ้ว ขณะที่คนฟังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับอมบอระเพ็ดเข้าไปทั้งต้น

เดหลีเคยให้ผ้าชิ้นงามๆ เป็นของขวัญแก่ใครๆ อยู่บ้างเหมือนกัน แต่ผ้าเหล่านั้นถ้าไม่ใช่ผ้าลูกไม้จากเบลเยียม ผ้าไหมพิมพ์ลายจากญี่ปุ่น หรือผ้าซิ่นทอมือพื้นบ้านสั่งทำเป็นพิเศษยกดอก ยกดิ้นเงินดิ้นทอง ก็มักเป็นผ้าพัชมินาจากแคว้นแคชเมียร์ของอินเดียอันโด่งดัง

แต่สำหรับ ผ้า-ขาว-ม้า แล้ว เธอไม่เคยคิดจะให้ใครเลยสักที

ไม่ใช่ไม่รู้จัก แต่ไม่เห็นว่าผ้าตาตารางหมากรุกแบบพื้นบ้านพวกนั้นจะน่าให้เป็นของขวัญคนตรงไหน

หญิงสาวเลยต้องยืนนิ่งทำใจอยู่ราวอึดใจหนึ่ง ก่อนค่อยมีแรงเค้นเสียงออกไปว่า

“นอกจากหมวกสานกับผ้าขาวม้าแล้ว หนูนิดว่าพี่ให้อะไรคุณเข้มอีกดี รองเท้าแตะนันยางดีไหม”

เธอไม่ได้ประชด แต่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีอะไรเข้ากับหมวกสานกับผ้าขาวม้าได้ดีกว่ารองเท้าแตะแบบคีบของนันยาง

“เป็นรองเท้าบูตยางสำหรับใส่ไปลอกท้องร่องในสวนดีกว่าค่ะ อ้อ...แล้วก็เปลญวนอีกสักปากก็ได้ค่ะ”

“เปลอะไรนะ”

พอเห็นคนฟังมืดแปดด้าน คนพูดเลยทำหน้าขัดใจหน่อยๆ

“หนูนิดบอกว่า เปลญวนสักปากก็ได้ค่ะ”

“มันคืออะไร เปลชนิดใหม่หรือ”

เดหลีรู้จักเปล แต่เปลญวนและเปลญวนสักปากนี่คืออะไร

คราวนี้เด็กหญิงเลยหัวเราะเสียงใสออกมาอีกคำรบหนึ่ง สายตาที่มองมานั้นฉายให้เห็นถึงความขบขันชัดเจน

“ปากเป็นลักษณะนามของเปลญวนค่ะ คือหนูนิดจะบอกว่า ถ้าพี่เดย์คิดว่าแค่หมวก ผ้าขาวม้า รองเท้าบูต มันจะน้อยไป ก็ให้เปลญวนพ่ออีกสักหนึ่งปากก็ได้ พ่อจะได้ไว้ผูกนอนใต้ต้นไม้ในสวน เพราะเปลญวนที่พ่อใช้อยู่มันเปื่อยเต็มทีแล้ว” เด็กหญิงนำเสนอเสียงใส ก่อนขมวดคิ้วมุ่นในเวลาต่อมา “แต่เอ๊ะ ของทั้งหมดนี้มันจะเกินพันไหมคะพี่เดย์”

เดหลีไม่รู้ เพราะไม่เคยซื้อของที่อีกฝ่ายบอกสักที ทว่าคงหาทางรู้ได้ไม่ยาก แต่ยังไม่ทันตอบคำถามนี้ วนิษาก็อุทานขึ้นด้วยความตื่นเต้นเสียก่อน

“อุ๊ย! พ่อมาแล้วค่ะพี่เดย์”

หญิงสาวมองไปก็เห็นแสงไฟสีเหลืองนวลลำยาวของรถเก๋งสัญชาติญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่สาดส่องเข้ามาในสนามหญ้าหน้าบ้าน เธอจึงแทบไม่ต้องคิดเลยตอนร้องบอกเด็กหญิงเสียงเฉียบขาด

“งั้นหนูนิดมาช่วยพี่เก็บของพวกนี้ก่อน”

“เก็บไปไหนคะ” คนถามทำหน้าพิศวง

“ไปไว้ที่ไหนก็ได้ ที่คุณเข้มจะไม่เห็นน่ะ”

เด็กหญิงทำหน้างงงันเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอเลยขยายความต่อว่า

“คือพี่จะซ่อนของพวกนี้ไว้ก่อน ก็หนูนิดบอกว่าคุณเข้มไม่น่าจะชอบไม่ใช่หรือ”

“ค่ะ...แต่จะซ่อนที่ไหนล่ะคะ”

ความงงคงแปรเปลี่ยนเป็นลำบากใจ เพราะถึงบ้านหลังนี้จะไม่ใช่เล็กๆ แต่เจ้าของตั้งใจตกแต่งให้โปร่งโล่งจึงมีเฟอร์นิเจอร์แต่เพียงน้อยชิ้น

“ของพวกนั้นหนูนิดไปหาตู้ยัดๆ เก็บไว้ก่อน ส่วนของพวกนี้เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

ของพวกนั้นที่เดหลีบอกคือพวกกล่องของขวัญกล่องเล็กๆ ซองน้อยๆ รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นด้วย ส่วนของพวกนี้ คือกล่องของขวัญที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เช่น กล่องรองเท้า กล่องใส่เสื้อสูท ไปถึงจักรยานพับได้คันนั้น

 

รถสปอร์ตเพรียวลมสีดำขึ้นเงาปลาบที่จอดอยู่ในโรงรถบ่งบอกว่าเซเลบสาวเดินทางมาถึงแล้ว หากบ้านกลับเงียบกริบตอนเขมวันต์เปิดประตูเหล็กดัดติดมุ้งลวดเข้าไป ภายในห้องรับแขกก็ว่างเปล่า จะมีก็แต่เสียงฝีเท้าซอยถี่ดังแว่วมาเข้าหูตามด้วยเสียงอะไรบางอย่างหล่น และเสียงอุทานเบาๆ

เขมวันต์หรี่ตาลงนิดๆ พร้อมนึกสงสัยว่าเดหลีกับวนิษาคงชวนกันทำอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้เขารู้อยู่แน่ๆ 

จะว่าไปก็ดีอยู่หรอกที่ผู้หญิงที่เขารักทั้งสองคนเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยแบบนี้ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าทั้งคู่ไม่เข้ากันได้ดีถึงขนาดนี้ เพราะบ่อยครั้งที่พวกเธอทำให้เขาปวดหัวโดยไม่ตั้งใจ

ชายหนุ่มเลยตัดสินใจเดินตรงไปยังห้องที่ใกล้ที่สุด ที่ได้ยินเสียงดังลอดออกมา

เดหลีอยู่ที่นั่น

เธอยังดูเยือกเย็นเหมือนเคย จะมีก็แต่ดวงตาเรียวอย่างตาหงส์ที่เบิกกว้างตอนเห็นหน้าเขา และน้ำเสียงที่แปร่งกว่าปกติ

“คุณเข้ม...เอ่อ คุณจะเข้าห้องน้ำหรือคะ”

เขมวันต์ไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อถูกทักเช่นนั้น ซ้ำคนถามยังสืบเท้าเข้ามาหาแล้วรีบดึงประตูปิดตามหลังราวกับจะต้อนให้เขาออกไปจากบริเวณนั้น เลยนึกสงสัยขึ้นมา จึงตอบหน้าตายไปว่า

“ครับ”

“เอ่อ...งั้นไปเข้าห้องน้ำบนบ้านดีไหมคะ”

“ทำไมล่ะครับ”

“คือ...ส้วมมันตันน่ะค่ะ”

เจ้าของบ้านหนุ่มขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะเมื่อเช้าตอนออกจากบ้านก็จำได้ว่าห้องน้ำยังใช้ได้ดีอยู่

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีโซดาไฟ กับยางปั๊มส้วม”

เขาตอบอย่างใจเย็นแล้วทำท่าจะเดินออกไปยังโรงรถที่มีห้องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่างอยู่ หากมือเรียวของอีกฝ่ายกลับจับแขนหนาไว้แน่น

“เอาไว้ทำทีหลังก็ได้มังคะ ฉันว่ากดน้ำลงไปหลายๆ ทีก็คงหาย”

เธอบอกพร้อมส่งยิ้มมาให้ แต่เป็นรอยยิ้มปร่าๆ ที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ หากยังไม่ทันพูดอะไร วนิษาก็เดินออกมาจากทางหลังบ้านพร้อมเหนี่ยวแขนเขาไว้อีกข้าง

“เย้ พ่อมาแล้ว เราไปหาข้าวกินกันเถอะค่ะ หนูนิดหิวจะแย่แล้ว”

เด็กหญิงเสนอเสียงกระตือรือร้น ทำให้เขมวันต์อดยิ้มบางๆ ไม่ได้

“หนูนิดอยากกินอะไรล่ะ”

คนถูกถามทำแก้มป่อง มองมาคล้ายจะค้อน

“เรื่องอะไรมาถามหนูนิด วันนี้วันเกิดพ่อนะคะ พ่ออยากกินอะไร หนูนิดกับพี่เดย์ก็กินอันนั้นละ”

“วันเกิด?

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากวิวาห์โค้งสุดท้ายแล้ว มดยังลงผลงานอีกเรื่องบนเด็กดีด้วย
ชื่อเรื่อง สีหราช เหมหงส์ เป็นแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ลองอ่านดูนะคะ

https://my.dek-d.com/Umariga_Darapadi/writer/view.php?id=1557711

สำหรับข่าวคราวของมดกับนิยายที่เขียน ติดตามข่าวได้ที่เพจอุมาริการ์ ดาหราปตี https://www.facebook.com/umariga/

ใครอ่านแล้วยังไม่กดไลก์ ฝากกดด้วยค่ะ













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #48 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 03:35
    หมอเข้ม
    #48
    0
  2. #4 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 21:34
    อะไรตกไปในส้วมอะ
    #4
    0