ร้อนยิ่งกว่าไฟ [ it's You ] YAOI

ตอนที่ 3 : แน่จริงไปเรียกพ่อมา! // อัพครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

 

เมื่อเดินพ้นโค้งสระว่ายน้ำมาแล้ว ผมก็เห็นหญิงสูงวัยคนนึงกำลังเล่นโยคะอยู่ เหล่าผู้คุ้มกันต่างยืนกระจายตามจุดอยู่รอบ ๆ

" คุณท่านคะ " พอเข้ามาใกล้ ๆ ผมก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ผมเห็นที่ชายหาดก่อนสลบไปคือคุณหญิงท่านนี้ ท่านเป็นคนที่มีใบหน้าใจดี มีริ้วรอยของอายุตามใบหน้าแค่เล็กน้อยเท่านั้น ผิวพรรณยังดูขาวเปล่งปลั่ง สมัยสาว ๆ ท่านคงจะสวยมาก 

" หอมมาช่วยฉันเร็วเข้า โอ้ย เส้นมันยึดอีกแล้ว " ป้าหอมเข้าไปช่วยพยุงคุณท่านไปนั่งที่โซฟาหวาย

" หอมบอกแล้วว่าท่าดันพื้นคุณท่านอย่าแอ่นหลังเกินไปไงคะ ไม่ใช่สมัยสาว ๆ นะ โอ้ยยย " 

คำหลังป้าหอมพูดเบา ๆ แต่คุณท่านดันหูดีได้ยิน จึงโดนพัดตีที่แขนไปตามระเบียบ และสายตาคุณท่านก็เหลือบมาสบตากับผมเข้าพอดี

" คนโปรด มาหาคุณท่านสิจ้ะ " เหล่าบอดี้การ์ดกรูเข้ามาค้นหาอาวุธในตัวผม เมื่อไม่พบจึงปล่อยให้ผมเข้าใกล้คุณท่านได้แต่โดนเอาปืนเล็งไว้ตลอดเวลา  

เหอะเจ้าพวกนี้ยังอ่อนหัดนี่ถ้าผมแอบซ่อนเข็มพิษไว้พวกมันก็คงไม่มีทางรู้หรอก แต่ก็นะตัวผมตอนนี้มันไม่มีอะไรติดตัวเลยซักกะอย่างเดียวเลยนอกจากเสื้อผ้าเนี่ย !!! 

ผมจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปนั่งที่พื้น โดยเว้นระยะห่างกับคุณท่านพอสมควร เพราะมีบอดี้การ์ดคนนึงยืนเอาปืนจ่อผมอยู่ 

“ ชื่อคนโปรดหรอหื้ม ” ไม่พูดเปล่า ท่านโน้มตัวลงมาใช้มือพลิกดูหน้าผมซ้าย ขวา ใบหน้าฉายแววพึงพอใจ

“ เอ่อ ครับ ” 

“ แล้วเป็นไงมาไงถึงได้ลอยทะเลมาแบบนี้หละ ” สายตาที่ส่งมามันทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนบุคลิกเลยซักนิด มันบ่งบอกว่าถ้าผมโกหก โทษสถานเดียวคือตาย

“ ผมจำอะไรไม่ได้เลยครับ ส่วนชื่อ อยู่ดี ๆ ปากมันก็พูดออกมาเอง ” 

ผมเลือกตอบด้วยความจริงเพราะไม่มีอะไรให้ต้องโกหก ถึงแม้ว่าเรื่องของชีวิตก่อนผมจะจำได้  แต่เรื่องของเจ้าของร่างนี้ผมไม่มีมันในหัวสมองเลยซักนิด

“ ความจำเสื่อมงั้นหรอ ? ” คุณท่านพิจารณาผมอยู่ซักพัก ก่อนที่สายตาท่านจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม

“ ที่นี่เป็นเกาะของตระกูลฉันเอง อยู่ห่างไกลจากฝั่งมาก เพราะฉะนั้นจะเข้าจะออกจากเกาะย่อมมีกำหนดระยะเวลา คงไม่คิดว่าฉันจะใจดีส่งคนไปส่งคนแปลกหน้าแบบเธอหรอกใช่ไหม ”  

ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีของเจ้าของร่างนี้ที่ไม่ถูกฆ่าตายตั้งแต่ที่ชายหาด จากการรักษาความปลอดภัยของเกาะนี้ผมคิดว่า พวกนี้อาจจะเป็นแก๊งมาเฟียเลยก็ได้

“ งั้นผมขออยู่ที่นี่ แล้วก็จะทำงานตอบแทนจนกว่าจะถึงรอบเรือออกในครั้งหน้าได้ไหมครับ ” ผมเลือกที่จะเสี่ยง เพราะถ้าคุณท่านต้องการฆ่าผม ผมคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ 

คุณท่านกำลังใช้สายตาประเมินผมอยู่ตลอดเวลา ผมเข้าใจว่าคนพวกนี้ไม่คิดจะไว้วางใจใครง่าย ๆ มันคงแปลกที่ผมความจำเสื่อมแต่เลือกที่จะอยู่ต่อ และไม่ได้ดูเหมือนผมจะดูตกใจอะไรเลยที่มีปืนจ่อตัวเองอยู่

 แล้วจะให้ผมทำยังไงในเมื่อความทรงจำจะมีหรือไม่มีมันก็ไม่ได้สำคัญสำหรับผมอยู่แล้ว ในเมื่อได้ชีวิตใหม่ที่พระเจ้าประทานให้ ผมก็จะทำในสิ่งที่ชีวิตก่อนผมไม่เคยทำ อยากจะเป็นคนที่กำหนดชีวิตของผมด้วยตัวผมเอง ผมจะลืมไปให้หมด มันจะไม่มีอีกแล้วกับคนที่ชื่อ 007 

ชายร่างบางที่ไม่รู้เอาเสียเลยว่า การที่เขาได้มาอยู่ในร่างนี้นั้น ทำให้ความรู้สึกนึกคิด นิสัยและท่าทางของตัวเองนั้น เปลี่ยนไปหมดตามเจ้าของร่าง มันไม่เหลือเค้าโครงของนักฆ่าที่ไร้หัวใจเลย 

ระหว่างที่เจ้าตัวตั้งมั่นกับตัวเองอยู่ในใจนั้น สีหน้า แววตาที่ดูมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ทำให้คุณท่านตัดสินใจได้แล้ว หลังจากลังเลอยู่นาน  

“ เอาเป็นว่าฉันให้หนูอยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วกันนะ แผลหายแล้วค่อยมาช่วยงานป้าหอม ”  เมื่อคุณท่านพยักหน้าเหล่าบอดี้การ์ดจึงลดปืนลง จากนั้นเอาปลอกคอมาสวมที่คอผมไว้

“ ไม่ต้องตกใจนะจ้ะคนโปรด นี่คือปลอกคอที่เอาไว้ระบุตำแหน่งของหนู มันไม่สามารถถอดได้ ต้องใช้ลายนิ้วมือของคุณใหญ่เท่านั้น ” 

ผมเข้าใจที่พวกเขาไม่มีทางไว้ใจ ปลอกคออันนี้ไม่ได้เอาไว้แค่ระบุตำแหน่งแต่มันคือระเบิดลูกเล็ก ๆ ที่ฝังอยู่ในจี้ เอาไว้ปลิดชีพผมได้ภายในพริบตาเชียวหละ

“ ครับ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมนะครับคุณท่าน ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณ ทำให้ได้รับสายตาเอ็นดูจากหญิงสูงวัยทั้งสองคน

 

 

ผ่านไป 2 สัปดาห์ ที่ผมได้ใช้ชีวิตในร่างนี้ ช่วงที่ยังพักฟื้น คุณท่านแค่ให้ช่วยมาบีบนวด และอ่านหนังสือให้ท่านฟังเท่านั้น แต่ตอนนี้แผลที่โดนยิงดีขึ้นพอสมควรแล้ว ผมจึงจะมาช่วยงานป้าหอมเป็นวันแรก 

ผมไม่รู้จำนวนคนที่อยู่ที่นี่แน่ชัด เพราะจะเจอแค่คนหน้าเดิม ๆ คือพวกการ์ดของคุณท่าน ป้าหอม และคนรับใช้คนอื่น ๆ ส่วนคุณใหญ่อะไรนั่นผมก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน เหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมที่รักความสงบจึงไม่คิดสอดรู้สอดเห็นถามคนอื่น อีกอย่างคนที่นี่ยังไม่ไว้ใจผมมากนัก

“ ให้ผมช่วยอะไรดีครับป้าหอม ”

“ ป้ากำลังเตรียมอาหารกลางวันให้คุณท่านอยู่ งั้นคนโปรดไปล้างจานให้ป้าก่อนแล้วกันนะจ้ะ ”

“ ได้ครับ ” ถึงจะเรียกว่าทำงานตอบแทน แต่ผมก็ยังไม่ถูกใช้ให้ทำงานหนักเลยซักนิด ออกจะสบายมาก ๆ ซะด้วยซ้ำ

กุก กัก เคร้ง! เกิดสงครามเล็ก ๆ ระหว่างผมกับจานชามพวกนี้ ก็ผมไม่เคยล้างมาก่อนนี่ แล้วอันนี้มันล้างยังไงเนี่ย โอ้ะแม่ร่วง ชามลื่นหลุดมืออีกแล้ว 

25 นาทีผ่านไป….จานก็ไม่ได้เยอะนะแต่ผมใช้เวลานานขนาดนี้เลยหรอเนี่ย แต่ช่างเถอะครั้งแรกของใคร ๆ ก็อย่างนี้กันทั้งนั้นแหละ  // ให้กำลังใจตัวเอง

เห้อ เจ้าของร่างเดิมคงไม่เคยทำอะไรเลยสินะ แพ้แม้กระทั่งน้ำยาล้างจาน!!! ผมคิดไม่ออกเลยว่าต่อไปจะทำอะไรเลี้ยงตัวเอง? คิดไปชายร่างเล็กก็ยกมือขาว ๆ ของตัวเองนั้นปาดเหงื่อไป

 “ เสร็จแล้วครับ ” ป้าหอมหันมาเห็นผมเกามือตัวเอง ป้าแกก็ตกใจ

“ ต๊าย แพ้น้ำยาล้างจานหรอเนี่ย อย่าเกานะคนโปรด ดูสิผิวมีรอยแดงเลย  ”   ป้าหอมที่รีบมาดูมือผม บ่นงึมงัม ๆ อยู่คนเดียว

“ ไม่เป็นไรครับ น่าจะครั้งแรกมั้งครับ  ”   ให้ตายเถอะร่างนี้มันอ่อนแอจัง แต่ผมรู้สึกดีมากเลยที่มีคนใส่ใจ และเป็นห่วงผมด้วย

“ ไปเอายาทาก่อนดีไหมคนโปรด ”

“ ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ผมไม่รู้สึกอะไรแล้วเนี่ย ”  พูดพลาง พลิกมือให้ป้าหอมดู

“ ให้ผมช่วยอะไรอีกดีครับ ”  ป้าหอมที่กำลังลังเลอยู่  สายตาดันเหลือบไปเห็นนาฬิกาแขวนผนังเข้าซะก่อน

“ อุ้ยตายแล้ว เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง เดี๋ยวไม่ทัน งั้นคนโปรดล้างผักตรงนั้นให้หมดแล้วหั่นให้ป้าทีนะ ”  ป้าหอมรีบหมุนตัวไปที่เคาว์เตอร์ครัวอีกฝั่งเพื่อทำอาหารต่อทันที

เมื่อป้าหอมมอบหมายให้ ผมก็เค้นสมองถึงวิธีการทำอาหาร แต่แย่จังสงสัยคงมีอยู่เรื่องนึงที่ผมและเจ้าของร่าง(เดิม)จะทำไม่ได้เหมือนกันก็คือการเข้าครัว = =' นักฆ่าแบบผมไม่มีเวลามาทำอาหารกินเอง ประสบการณ์การเข้าครัวอยู่ในระดับแย่จนติดลบ

แต่นี่เริ่มต้นชีวิตใหม่ผมต้องเริ่มเรียนรู้ เริ่มจากการหั่นผักนี่แหละ  มีดดูจะเป็นอะไรที่ถนัดมือที่สุด ผมจับด้ามมีดแบบที่ใช้สังหารคู่ต่อสู้ จากที่พุ่งปลายแหลมไปข้างหน้า กลายเป็นผมแค่ต้องฟันลงไปที่เขียงแทน ไม่น่ายากแหะ

เอาหละเล็งตรงกลางแครอท ปึง! โป๊ะเช้ะ ผมแบ่งแครอทได้เท่ากันด้วย ปรบมือให้กับว่าที่เชฟคนต่อไปด้วยครับ

" ว้ายย!!! " ป้าหอมยกมือทาบอกตกใจ แต่สีหน้าคนทำกลับแสดงออกมาอย่างคาดหวังทำให้คนแก่หักหาญน้ำใจไม่ลง

" หื้ม? ป้าหอมตกใจอะไรหรอครับ " แววตาใสซื่อเอ่ยถามอย่างสงสัย

" อ๋อ เมื่อกี้มดกัดเท้าป้าหนะลูก " คนถามพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะ ปึง! ปึง! ปึง! อีกหลายทีตามมาติดๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนอายุมากกว่าที่อยู่หน้าหม้อต้มจืดสะดุ้งเป็นจังหวะตาม 

" ผมหั่นแครอทเสร็จแล้วครับ มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหมครับป้าหอม " ทำอาการก็สนุกเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่า ๆ ผมว่าผมมีแววจะเป็นเชฟแล้วครับทุกคน

" ไม่มีแล้วจ้ะ คนโปรดรอยกอาหารไปไว้ที่โต๊ะให้ป้าแล้วกัน...."  คนพูดหยุดชะงักเมื่อหันกลับมาเห็นสีหน้าคาดหวังของเด็กหนุ่ม

" เอ้อป้าลืมไปเลย ป้าทำปลากะพงนึ่งมะนาวด้วย แต่ยังขาดมะนาวสด ๆ งั้นคนโปรดช่วยไปเอามาให้ป้าทีนะ 

เดินไปทางที่จะไปท่าเรือนะลูก จากนั้นตอนที่จะเลี้ยวขวาไปท่าเรือให้หนูเลี้ยวไปทางซ้ายแทน แล้วหนูจะเห็นหลังคาสีฟ้าอยู่ไม่ไกล ช่วยไปขอจากแม่ครัวที่นั่นมาทีนะจ๊ะ "

" ได้ครับ แต่มีแม่ครัวอยู่แล้ว ทำไมป้าทำอาหารเอง หรือเขาทำไม่อร่อย? "

" ตรงนั้นเป็นโรงอาหารของคนงานแหละพวกการ์ดจ๊ะ "

" อ๋อ โอเคงั้นป้าหอมรอแปปนึงนะครับผมจะรีบไปเอามาให้ " 

ลับหลังร่างบางออกไปแล้ว เธอก็ได้เดินมาดูแครอทที่ยังคาอยู่ขนเขียง....สังสัยคงผิดที่เธอเอง เธอลืมบอกคนโปรดไปว่าแครอทมันต้องปลอกเปลือกด้วย แล้วชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ปาหัวคนต้องเลือดซิบบ้างหละ! - -*

 

 

ผมเดินตามทางมาเจอกับอาคารไม้ปลอดโปร่งหลังใหญ่ มีป้ายติดหน้าทางเข้าว่าโรงอาหาร ข้างในมีทั้งคนแต่งชุดธรรมดาและคนแต่งชุดดำนั่งปะปนกัน บางคนก็กำลังรับประทานอาหารอยู่ เมื่อผมเดินเข้ามาก็เป็นจุดรวมสายตา บางคนมองมาด้วยความสงสัย บางคนมองด้วยสายตาโลมเลีย และบางคนก็มองด้วยสายตาหาเรื่อง...จะเอาก็ได้นะครับพร้อมบวก แต่ตอนนี้ต้องไปเอามะนาวก่อน เหอะ!

" เอ่อ ขอโทษครับ ป้าหอมให้มาขอมะนาวครับ " ป้าแม่ครัว 3 คน ที่กำลังช่วยกันทำอาหารให้เสร็จทันมื้อเที่ยง หันมาให้ความสนใจกับผู้มาใหม่ที่ไม่เคยเห็นหน้า เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดี

" นี่แกหยิบให้พ่อหนุ่มเขาสิ " คนพูดกำลังง่วนอยู่กับการดูหมูทอดในกระทะ

" อีจำปี ฉันโขลกพริกมือเลอะอยู่เนี่ยเห็นมั้ย โน่นใช้นังนวลนู่น "

" เอ้านังนี่หนิ แปปนะพ่อหนุ่ม " ป้าคนที่ 3 กำลังนั่งปั้นทอดมันอยู่จึงวางมือให้

" บอกผมว่าอยู่ตรงไหนก็ได้ครับ " เห็นทุกคนกำลังยุ่งอยู่ผมเลยไม่รบกวน

คล้อยหลังหนุ่มน้อยหน้าตาดีออกไป หนึ่งในแม่ครัวก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อเช้านี้ที่เรือมาส่งของป้าหอมก็เอามะนาวไปนี่นา เอ๊ะ??

ระหว่างทางกลับ ผมที่เอาชายเสื้อหอบลูกมะนาวมาอยู่นั้นกลับมีเด็กที่ไหนไม่รู้วิ่งชนแถมยังหันมาแลบลิ้นใส่อีก !

" นี่!! ปล่อยฉันนะ ปล่อย " ผมอุ้มเจ้าเด็กแสบที่ตั้งท่ากำลังจะวิ่งหนี

" เจ้าเด็กนิสัยไม่ดี ชนคนอื่นแล้วทำไมไม่ขอโทษ " 

คนที่ถูกอุ้มร้องโวยวายใส่คนแปลกหน้า นอกจากพ่อกับคุณย่า ยังไม่มีใครกล้าอุ้มเขาเลยนะ!!!!

" ฉันจะฟ้องปะป๊า นายโดนแน่ " คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขน

" แก่แดด ไม่มีใครสอนรึไง นี่แน่ะ " ผมดีดจมูกเจ้าเด็กนี่เบาๆ ให้ตายสิก็เจ้าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักมากเลยนี่ 

" 0.0 ม่ายยย นายทำแบบนี้อีกแล้ว เสียศักดิ์ศรี  งั่ม "  เจ้าหนูในอ้อมแขนก้มงับที่ไหล่ผม

ถึงจะเป็นแค่แรงเด็กแต่มันเจ็บนะ  ผมเลยต้องปล่อยเจ้าเด็กนี่ลง

" ให้มันรู้ซะบ้างว่าอย่ามาเล่นกับพู่กัน  "  คนตัวเล็กเอานิ้วชี้จิ้มเข้าหาตัวเองอย่างภาคภูมิใจ   

" หรอครับ  แล้วเมื่อกี้ไหนใครบอกจะไปฟ้องพ่อนะ? "  ผมก้มบีบแก้มแดง ๆ สองข้าง  แล้วทำหน้าล้อเลียนใส่ 

" นี่นายแตะต้องตัวฉัน 3 ครั้งแล้วนะ ฟ้องพ่อแน่!!! "  เมื่อเป็นอิสระ เจ้าเด็กนี่ก็แผลงฤทธิ์อีก

" ฟ้องพ่อๆ ๆ ๆ แน่จริงไปเรียกพ่อมาเลย!  "   

อยากจะเห็นหน้าเหมือนกันแหละพ่อประสาอะไรไม่สั่งสอนลูก เด็กวัยกำลังโตแท้ๆ  ถ้าเจอนะผมจะกระทืบสั่งสอนซะหน่อยว่าพ่อที่ดีต้องเป็นยังไง!!! ถึงผมจะไม่เคยมีลูกก็เถอะ 

ผมมองเด็กชายน่ารักวัย 5-6 ขวบ วิ่งกลับไปทางท่าเรือ  ก่อนที่ผมจะก้มเก็บลูกมะนาวที่กระจัดกระจายเต็มพื้น

" ปะป๊าฮะ คนนี้แหละที่แกล้งพู่กัน " ผมที่กำลังก้มเก็บมะนาวอยู่ก็หันไปทันทีที่ได้ยินเสียงเจ้าเด็กแสบ

ผมสบตาเข้ากับดวงตาสีดำสนิทชนิดที่ว่าล่อลวงคนไปตายได้เลย แถมใบหน้าชายคนนี้ยังโคตรพ่อโคตรแม่หล่อ หุ่นกำยำกลิ่นอายมัดกล้ามทะลุเสื้อเชิ้ตสีดำออกมา ผิวสีน้ำผึ้งสไตล์คนเอเชีย น่าจะสูงราวๆ 190 เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองดูตัวเล็กไปเลย นี่ผมสูงแค่อกไอ้หมอนี่เองหรอ! แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ผมชมผู้ชายด้วยกันเอง โอ้วม้ายย ?? 0.0

มีการ์ดและคนถือสัมภาระตามหลังมาอีกเพียบ อย่าบอกนะว่า……นี่เป็นอีกหนึ่งคนที่มีอิทธิพลบนเกาะนี้

“ คุณหนูครับ เกิดอะไรขึ้น ” หนุ่มหน้าหวานหยดคนนึง ตัวเท่า ๆ กับผม ย่อตัวคุยกับเด็กแสบคนนั้น แต่ไม่มีการตอบรับกลับใดๆ 

 แล้วหมอนี่จะจ้องผมอีกนานไหม สีหน้านายคนนี้ไม่บ่งบอกถึงอารมใด ๆ เลย ผมที่พึ่งใช้ชีวิตใหม่ได้ไม่ทันไร ก็วอนหาเรื่องตายแล้วหรอเนี่ย

“ เอ่อ….คือผม ” ย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ท้าให้เจ้าเด็กนี่ไปเรียกพ่อมาแน่ ทำยังไงดี ถ้าผมวิ่งหัวผมจะไม่ระเบิดใช่ไหม

“ นี่ไงพ่อฉัน นายโดนแน่ ”  เจ้าเด็กแสบนี่สูงยังไม่ถึงเอวของพ่อตัวเองเลย

“ จับมันมา ” เขาออกคำสั่งและเดินผ่านผมไป เหล่าบอดี้การ์ดตัวบึกบึนที่ตามมาก็รู้หน้าที่หามปีกผมคนละข้าง 

“ นี่ เดี๋ยวก่อนสิ เฮ้นาย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ปล่อยสิวะ ” แรงผมสู้สองคนนี้ที่ยกผมจนลอยหวือไม่ได้เลย 

 เออดีไม่ต้องเดิน = = ใช่ที่ไหนหละ !!! คนพวกนี้พาผมมาที่ห้องโถงของบ้านอีกหลังที่ผมไม่เคยเข้ามาเพราะไม่ถูกอนุญาติให้เข้า

“ คุณย่าค้าบบ พู่กันมาแล้ว ” เด็กน้อยวิ่งเข้าไปกอดคุณย่าของตัวเอง ส่วนชายอีกคนก็นั่งลงที่โซฟาพร้อมจ้องมาที่ผมเขม็ง

“ ฟอด เป็นไงบ้าง ย่าคิดถึงมากเลย ดูสิ สูงขึ้นด้วยนะ ” สองย่าหลานกอดกันด้วยความคิดถึง

“ ผมมีกล้ามแล้วด้วยครับ ”  เด็กชายถกแขนเสื้ออวดแขนเล็ก ๆ ที่คิดว่ามีกล้ามแล้ว

“ ว้าว พู่กันของย่าโตขึ้นอีกแล้ว ” เดี๋ยวก่อนนะนี่เกือบจะเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว แต่มันไม่ช่ายยยย คุณท่านผมอยู่ทางนี้ครับ

ให้ขาผมแตะพื้นก่อนมั้ย นี่พวกนายไม่เมื่อยหรอ หรือจะโชว์ว่ากล้ามใหญ่ หิ้วอยู่ได้ ผมดิ้นไม่หลุดหรอกโถ่โว้ย

 “ ต๊าย คนโปรด ทำไมมาสภาพนี้หละ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ ” 

เสียงของป้าหอมทำให้ทุกคนในห้องหันมาสนใจผม ยกเว้นแค่คนนึงที่เขานั่งจ้องผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“ คุณใหญ่ คุณหนู กลับมาแล้วหรอคะ ”  ป้าหอมที่จูงผมมาก็เอ่ยทัก แต่เดี๋ยวนะ…..คุณใหญ่ที่ว่าคือหมอนี่งั้นหรอ ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยคนโปรดเอ้ย

“ ตาเพลิง นี่คือคนโปรด ” สายตาสองแม่ลูกเหมือนส่งข้อความถึงกัน

“ เขาคือคนโปรดของคุณย่าหรอครับ ”  เด็กชายถามด้วยความไม่พอใจ แถมมองมาที่ผมด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

“ ไม่ใช่จ้ะ พี่เขาชื่อ คนโปรด ย่าช่วยเขาไว้ เขาลอยมาติดที่เกาะเรา ” 

“ คุณย่าครับพี่คนนี้เขาแกล้งพู่กัน ”  เด็กน้อยเกาะแขนคุณย่าของตัวเองแล้วทำสายตาน่าสงสาร

“ ไม่ใช่แบบนั้นนะครับคุณท่าน ”  คุณท่านส่งสายตาขบขันมาทางผม

“ ไหนเล่าให้ย่าฟังสิ๊ ว่าพี่เขาทำอะไรเรา ”

 เด็กชายทำการเล่าอย่างออกรสชาติให้ผู้เป็นพ่อ และย่าฟัง เมื่อเล่าจบก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนเป็นย่าที่เอ็นดูหลานตัวน้อยได้

ถึงเจ้าเด็กแสบนี่ดูนิสัยไม่น่ารักไปหน่อยแต่ถือว่าเป็นเด็กที่พูดความจริงไม่ได้โกหก เพราะงั้นผมก็ไม่ได้คิดว่าผมผิดอะไรนะ แต่ถ้ายังอยากมีชีวิตรอด ผมต้องสงบปากสงบคำเข้าไว้

“ ย่าไม่เห็นว่าคนโปรดจะรังแกหนูตรงไหนเลยลูก อีกอย่างพี่เขาไม่รู้หรอกว่าหนูเป็นใคร ใช่ไหมคนโปรด ” 

“ ครับ ”  คุณท่านมีเหตุผลและไม่ตามใจจนทำให้เด็กคนนี้เสียคน

“ พู่กันไม่ยอม ปะป๊าฮะ ”  เมื่ออ้อนย่าไม่สำเร็จก็หันไปหาบิดาตัวเองต่อ 

“ คุกเข่า หน้าสระน้ำจนกว่าฉันจะสั่งให้ลุก ”  แล้วเขาก็เดินออกไป คุณท่านได้แต่ทำหน้าเอือมระอา แกนี่เลี้ยงลูกไม่เป็นเลยนะตาเพลิง…

 

 

 

 

 

#ขอโทษทุกคนที่ติดตามนะคะ และขอโทษที่หายไป เราไม่มีเวลาเพราะไปฝึกงานมาค่ะ

#ช่วยติดตามกันต่อไปนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น