ร้อนยิ่งกว่าไฟ [ it's You ] YAOI

ตอนที่ 4 : บทเรียนของพู่กัน // อัพครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

 

ป้าหอมบีบมือส่งกำลังใจให้ผม ส่วนคุณท่านก็แค่ส่งยิ้มมาให้ 

“ เดี๋ยวตาลพาไปเองครับคุณยาย ”  เขาคือหนุ่มหน้าหวานหยดคนนั้นที่ผมเจอนี่นา

“ อ้อป้าลืมไป นี่คือลูกตาลหลานป้าเอง แล้วก็เป็นพี่เลี้ยงของคุณหนูด้วยจ้ะ ” 

“ ครับ ผมชื่อ คนโปรดนะ ”  อีกฝ่ายแค่พยักหน้าให้ผมเป็นการทักทายเท่านั้น

“ ตามฉันมา ”  ก่อนไปผมได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ให้กับคุณท่าน และป้าหอม

แค่เจอคุณใหญ่อะไรนั่นวันแรกยังโดนขนาดนี้ หมอนั่นต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรผมชัวร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อออกมาจากบ้านประมาณ 20 เมตรก็เป็นสระว่ายน้ำที่ผมเห็นอยู่ประจำทุกวันตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ 

“ นายอายุเท่าไหร่หรอ ”  ผมที่เริ่มทำการผูกมิตรเป็นฝ่ายเปิดการสนทนาก่อน

“ 25 ”  คนเดินนำหน้าตอบห้วน ๆ  ซึ่งผมก็ไม่ได้ใส่ใจ….ว่าแต่ร่างนี้อายุเท่าไหร่กันนะ?

“ นั่งตรงนี้ห้ามไปไหนจนกว่าจะมีคำสั่ง ”    แล้วนายหน้าหวานที่ชื่อลูกตาลก็เดินไปเลย เหอะ! 

หน้าตาดีซะเปล่านิสัยกลับไม่น่าคบหาด้วย แล้วนี่มันตอนกลางวันนะ ให้ผมนั่งกลางแดดที่กำลังร้อนจัด ถึงผมจะเริ่มชินกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ แต่ไม่ใช่ว่าจะชอบซักหน่อย!!! 

ดูก็รู้ว่าร่างนี้โตมาแบบโดนถนุถนอมขนาดไหน ถ้าเป็นผมร่างเดิมแค่นี้มันทำอะไรผมไม่ได้หรอก โดนจับทรมาณท่ามกลางพายุหิมะแบบไร้เสื้อผ้าก็เคยมาแล้ว ละแดดมันจะแค่ไหนกัน 

 ถือซะว่าพระเจ้าท่านทดสอบผม ว่าจะอดทนและดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปไหม ในเมื่อท่านให้ชีวิตผมอีกครั้งผมจะใช้ชีวิตนี้ให้มีความสุขมากกว่าชีวิตก่อนแน่นอน

“ คุณท่านไม่ช่วยพูดกับคุณใหญ่หน่อยหรอคะ ”

“ บางเรื่องเราก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งหรอกหอม ”   

 

 

3 ชั่วโมงผ่านไป

“ ไม่น่าเชื่อว่าทายาทลำดับที่สามแห่งตระกูลอสิธารา จะอดทนได้นานขนาดนี้นะครับ ” เตชิน มือขวาของตระกูลพูดขึ้นหลังจากมองออกไปหน้าต่างแล้วเห็นชายร่างเล็กยังนั่งได้อยู่

“ เหมือนว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากตระกูลอสิธาราเลยครับ ไม่แน่ว่าทางนั้นคงจะปิดข่าวเรื่องนี้ ” ก้องภพ ที่เป็นมือซ้ายของเพลิงนิลพูดเสริม เจ้านายของเขาแค่รับฟังแต่ไม่มีการตอบรับ เพราะกำลังทำงานอยู่

ตั้งแต่ที่คนบนเกาะแจ้งว่านายหญิงได้ช่วยชายคนนึงไว้ หน้าที่ของก้องภพคือการสืบหาข้อมูลว่าคนนี้เป็นใคร ซึ่งจากประวัติที่ค้นเจอ ตระกูลพยัคฆ์ไม่ได้มีความขัดแย้งใดกับตระกูลอสิธารา ไม่ยุ่งเกี่ยวกันและไม่บาดหมาง นั่นทำให้คุณเพลิงนิลยังปล่อยให้ชายร่างเล็กนั้นยังมีชีวิตอยู่ได้เพราะมารดาเป็นคนขอ 

ตามกฎคือมีแต่เรือที่มาส่งเสบียง แต่ถ้าเรือจะออกจากเกาะมีแค่เจ้านายเท่านั้นที่อนุญาติ เพราะบนเกาะมีทุกอย่างครบทั้งเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย อาหารและการรักษา 

ขอให้อยู่รอดแล้วกันนะ กว่าโรงเรียนคุณหนูจะเปิดก็อีก 3 เดือนข้างหน้า ก้องภพได้แต่คิดในใจ

“ จากประวัติที่ได้มากับที่เราจับตาดูใน 2 สัปดาห์มานี้นิสัยต่างกันมาก ค่อนข้างจะเป็นไปได้สูงที่เขาจะจำอะไรไม่ได้เลย ผมว่าตระกูลอสิธาราคงเกิดความขัดแย้งกันภายในแน่ครับ เพราะเจ้าสัววิชัยพึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนก่อน ” ก้องภพรายงานแก่เจ้านายต่อ 

“ แต่สายข่าวของเราบอกว่า ตระกูลอสิธาราเริ่มจับมือกับพวกตระกูลโลเปสหลังเจ้าสัวเสียชีวิต อาจจะเป็นแผนการก็ได้ครับที่ทายาทของอสิธาราดันมาโผล่ที่นี่ได้ ” เตชินที่คิดตรงข้ามกับก้องภพได้เสนอความคิดเห็นแก่เจ้านาย

“ แต่ฉันว่าไม่ใช่ เพราะคนโปรดคือหลานที่เจ้าสัวรักมากที่สุด การที่เจ้าตัวหายไปทำให้ฝั่งอสิธาราไม่ประกาศว่าใครจะขึ้นนั่งตำแหน่งต่อ ” ก้องภพเริ่มโต้แย้งกับเตชิน สองคนนี้เป็นคู่กัดกันตั้งแต่เด็ก เพราะทั้งคู่ถูกนายท่านเลี้ยงดูมาพร้อม ๆ กับคุณเพลิงนิล

“ ฉันว่าพักนี้พวกนายว่างเกินไปนะ ”  บุคคลที่ไม่ได้ร่วมวงสนทนาตั้งแต่ต้นได้เอ่ยขึ้น ทำให้สงครามที่กำลังก่อตัวหยุดชะงักลง

“ ผมขอตัวครับ / ผมขอตัวครับ ”  ทั้งคู่พร้อมใจรีบหายไปทันที 

สายตาดุดัน มองไปทางหน้าต่างแวบนึง แต่ก็ไม่ได้สนใจ หันกลับมาทำงานของตัวเองต่อ

 

 

-คนโปรด-

เมื่อผ่านช่วงที่ร้อนระอุมาได้ทำให้อากาศเริ่มเย็นลงบ้างตามเวลา ผมได้เปลี่ยนท่านั่งไปแล้วเป็นร้อย ๆ รอบเพราะเหน็บกิน ใจจริงก็อยากจะหลับอยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดที่ว่ามันไม่สบายตัวเอาซะเลย ได้แต่ใช้เวลาสังเกตร่างกายตัวเองจากผิวที่ขาวซีดเปลี่ยนเป็นนสีชมพูส้ม ๆ จากการไหม้ของแดดและลมทะเล เหงื่อได้ไหลเปียกท่วมตัวของผมไปหมดทำให้เวลาลมพัดมาช่วยให้เย็นได้บ้าง ไม่งั้นผมคงอยู่ไม่รอดจนถึงตอนนี้ ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน แต่ที่มากกว่านั้นคือผมหิวน้ำ…น้ำในสระนี่กินได้ใช่ไหม -?-

แล้วก็ไม่ใช่ว่านายใหญ่อะไรนั่นลืมผมไปแล้วนะ - -* แต่จะว่าไปเรื่องนี้โทษเจ้าเด็กพู่กันนั่นผมจะดูเป็นคนไม่ดีไปหรือเปล่า อีกอย่างแม่ของพู่กันไปไหน ไม่อบรมสั่งสอนลูกเลย คนเป็นพ่อก็ตามใจแบบผิด ๆ

ครื้น ครืน เห้ย! ฟ้าร้อง ผมที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ เป็นอันต้องตกใจ ตอนแรกก็คิดว่าถึงเวลาแดดร่ม แต่นี่กลับมีเมฆครึ้มลอยมาจากไหนไม่รู้ปกคลุมท้องฟ้าเต็มไปหมด สิ่งดี ๆ ที่ผมเคยทำไว้ชาติก่อนขอร้องอย่าให้ฝนตกด้วยเถอะ 

!!! ซ่าาาา ซ่าาาาา  ชีวิตผมมีอะไรที่แย่กว่านี้อีกไหม  อ๊ากกกกกก // กรีดร้องในใจ

 

 

ปัง ปัง ปังๆ เฟี้ยวว ฟิ้ววว บึ้ม You lose

“ ไม่เห็นสนุกเลย พู่กันแพ้พี่ตาลตลอด ตึง! ” 

ร่างเล็กปาจอยเกมส์ลงพื้นโดนเท้าของพี่เลี้ยง ถึงมันจะไม่เจ็บมากแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ 

“ งั้นพี่ไปช่วยยายทำกับข้าวก่อนแล้วกันนะ ”  ตาลรีบเดินหนีออกไปเพราะกลัวจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ที่เขาต้องยอมเป็นพี่เลี้ยงของไอ้เด็กเอาแต่ใจนี่ ก็เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดคุณเพลิงนิลเท่านั้นแหละ!! 

“ เห้อ น่าเบื่อชะมัด ”  เด็กชายนั่งพิงโซฟายกมือกอดอก 

ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่ตัวเขาตกใจมากที่ทำให้พี่เลี้ยงเจ็บตัว แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบนิสัยพี่ตาล แต่ก็ต้องยอมรับว่าพี่ตาลคือความเคยชินที่อยู่ด้วยกันในทุก ๆ วัน 

“ คุณหนูคะ คุณท่านให้มาตามไปทานข้าวค่ะ ” 

“ ครับยายหอม หื้ออ ฝนตกคืนนี้ไปนอนกับคุณย่าดีกว่า ”   พูดแล้วก็เริ่มง่วง วันนี้เขาไม่ได้นอนกลางวันซะด้วยสิ

“ คุณหนูลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ”  ยายหอมที่จูงมือเขาอยู่เอ่ยถาม

“ ลืมอะไรหรอครับ ”  ผมถามอย่างสงสัย

“ คนโปรดไงคะคุณหนู เลิกแกล้งเถอะนะคะ ยายสงสารคนโปรด ” 

ปิ๊ง~ เหมือนเสียงในสมองแจ้งเตือนผมขึ้นมาทันที ลืมไปเลยจริง ๆ ด้วย

“ เขายังอยู่ที่เดิมหรอครับ ”  เอ…ปะป๊าลืมเหมือนผมหรือเปล่านะ เด็กชายเดินมาถึงกระจกบานหนึ่งที่มองออกไปเห็นสระน้ำ คนคนนั้นยังนั่งหันหลังให้อยู่ท่ามกลางฝนตก ใจเด็กน้อยแป้วลงไปทันที 

“ ยังโกรธอยู่หรอคะคุณหนู ” 

“ ไม่ได้โกรธแล้วครับ ”  คนสูงวัยอมยิ้มมองเด็กชายตัวน้อยที่เริ่มสำนึกผิด เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำแหละนะ ยังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อีกอย่างคุณหนูไม่มีแม่เลยเข้าใจดีว่ายังขาดความอบอุ่น และการดูแลเอาใจใส่ ถึงแม้ว่าคุณหญิงจะคอยดูแลขนาดไหน แต่ลึก ๆ แล้ว เด็กน้อยก็ยังโหยหาความรักอยู่ดี

“ ถ้าไม่โกรธไปขอร้องนายใหญ่ให้ปล่อยพี่โปรดได้แล้วนะคะ ”  ผมพยักหน้ากำลังจะวิ่งขึ้นบันไดไป แต่ยายหอมบอกให้ไปกินข้าวก่อนเดี๋ยวโดนคุณย่าดุ

“ ค่อย ๆ กินสิลูก รีบไปไหนหะหลานย่า ”  วันนี้เขารีบกินอาหารไวผิดปกติ แต่ก็ยังเลี่ยงไม่กินผักอยู่ดี

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ สาวใช้คนสนิทจึงกระซิบบอก คุณหญิงพรพิมมีสีหน้าแปลกใจและเกิดอยากทดสอบอะไรดู

“ หอมวันนี้ฝนตกแรงจังนะ ว่ามั้ย ” 

“ ฟ้าแรงด้วยค่ะคุณท่าน บรื๋อ ถ้านั่งตากฝนคงหนาวมากเลยนะคะนั่น ”  เด็กน้อยดูลุกลี้ลุกลนมองออกไปทางหน้าบ้านเป็นระยะ ๆ

“ แล้วจะไปไหนครับพู่กัน ”  คุณย่าที่แกล้งหลานตัวน้อยอยู่ก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกที่พู่กันหยุดกินอาหาร 

แกล้งหลานแรงไปไหมนี่ หญิงสูงอายุทั้งสองคนเริ่มรู้สึกสงสาร

 อึก อึก อึก เด็กชายยกแก้วน้ำดื่มอย่างไว พร้อมทั้งเอามือปาดคราบน้ำที่ปาก

“ ไปหาปะป๊าก่อนนะครับ ”  พูดจบขาเล็ก ๆ ก็รีบซอยเท้าขึ้นไปชั้น 2 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก แกร๊ก! ยังไม่ทันได้รับอนุญาติ เด็กชายก็เปิดเข้าไปก่อนด้วยความร้อนใจ

“ ปะป๊าฮะ ปล่อยพี่คนนั้นเร็ว ”  เด็กน้อยเขย่าแขนล่ำ ๆ ของคนเป็นพ่อ 

ใบหน้าหล่อคมคายของชายอายุเพียง 30 ปี นั่งมองลูกชายด้วยใบหน้าที่สงสัยเล็กน้อย  แถมลูกชายของเขายังเดินไปเกาะกระจกแล้วทำท่าชี้ ๆ ไปข้างล่างอีกด้วย

“ แล้วใครกันที่ขอให้ป๊าทำโทษเขา ”  เด็กน้อยทำหน้าจะร้องไห้แต่ต้องฮึบไว้เพราะปะป๊าบอกว่าลูกผู้ชายห้ามร้องไห้

“ พู่กันไม่ต้องการแล้ว นะครับปะป๊า ”  ผมเดินไปหาปะป๊าพร้อมทั้งเอาหน้าซบไปที่ขา

“ ทำอะไรต้องรักษาคำพูดของตัวเองด้วย ”  เด็กชายส่ายหน้าไปมาบนขาเขา เห้อให้มันได้แบบนี้สิ

“ พู่กันขอโทษ วันหลังพู่กันไม่ทำแบบนี้แล้วครับปะป๊า ”  

ลูกไม่เคยขอให้ผมทำโทษใครมาก่อน แล้วผมก็ดันไร้สาระสั่งไปแบบนั้น ทั้งที่ปกติแล้ว ผมคงสั่งฆ่าให้มันจบ ๆ ไป 

“ ปล่อยตัวได้ ”   สิ้นเสียงของผู้เป็นพ่อ เด็กน้อยก็เงยหน้าดีใจ รีบวิ่งลงไปข้างล่าง โดยไม่ลืม ขอบคุณคนเป็นพ่อด้วยการหอมแก้มอีกด้วย

 

 

ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ยังมีชายร่างเล็กที่นั่งกอดตัวเองอยู่ริมสระน้ำไม่ไปไหน ร่างกายที่ฝืนทนมาครึ่งวันเริ่มที่จะแสดงอาการออกมา แม้ว่าจิตวิญญาณข้างในจะยังสู้แต่ถ้าว่าร่างกายกลับไม่ใช่แบบนั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหม่อมองไปข้างหน้า โดยไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่

ความแรงของฝนเม็ดโตที่ตกกระทบโดนผิวทำให้ผมรู้สึกเจ็บเล็กน้อยตามร่างกาย บอกทีว่าชื่อโปรดนี่คือลูกรักของพระเจ้าใช่ไหม ? -0- 

จากที่ร้อนมากก็กลายเป็นเปียกมาก แล้วไม่ต้องพูดถึงพายุที่เกิดขึ้นในทะเลหรอก ขนาดตัวผมที่อยู่บนเกาะเสียงลมฝนยังทำให้หูอื้อกันเลยทีเดียว 

คนพวกนั้นคงคิดจะทรมาณผมให้ตายด้วยวิธีนี้ มันเลือดเย็นสมกับเป็นพวกมาเฟียดี จ้องมองเหยื่อตายอย่างช้า ๆ ด้วยความสะใจ ต่างกับนักฆ่าลิบลับที่ฆ่าด้วยความเด็ดขาดและเงียบที่สุด 

อยู่ดี ๆ ภาพของคุณท่านและป้าหอมที่คอยห่วงใย และใส่ใจผมมาตลอด ก็ลอยขึ้นมา มันทำให้ผมรู้สึกว่าการที่มีคนให้ความสนใจเรามันดีมากจริง ๆ แล้วทำไมในใจของผมมันกลับรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวอยู่ หรือผมแค่ต้องการใครซักคน แต่ไอ้ความรู้สึกแบบนั้นมันคืออะไรกันแน่…

จะว่าไปการที่เรารักใครซักคนมันเป็นแบบไหน ? คือคนที่คอยปกป้องเราและเชื่อใจได้ด้วยใช่หรือเปล่า…..แล้วผมมาใจลอยคิดอะไรแบบนี้ทำไมเนี่ย !! ไม่ดีเอาซะเลยกับการที่อยู่ในร่างนี้ผมดูจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้อย่างใจ เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ เป็นคนแก่วัยทองเล้ย 

ซ่าาา ครืนน ซ่าาา  ฝนเทกระหน่ำไม่มีทีท่าจะหยุดง่าย ๆ แล้วเสื้อยืดแขนสั้นสีเทาบาง ๆ กับกางเกงชาวเลสีดำไม่ได้ช่วยบังแดดและกันฝนได้ซักนิด 

อ้อ!! เสื้อผ้าที่ผมใส่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ก็พึ่งรู้ว่าเป็นของตาลเพราะป้าหอมแกบอกว่าเอาของหลานมาให้ใส่ก่อน ส่วนกางเกงลิงนั้นยังดีที่มีของเก็บอยู่ในคลัง ไม่งั้นผมคงต้องโล่งมากเลยหละครับ 

“ ลุกขึ้น ”  ผมเงยหน้าขึ้นไปเจอชายหน้าตาหล่อเหลาคนนึงกำลังยืนกางร่มบังฝนให้ผมอยู่

เตชิน ก้มมองทายาทลำดับที่สามของตระกูลอสิธาราที่ส่งสายตาประเมินเขาอยู่แวบหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ลุกโดยใช้การดึงเสื้อผ้าของเขาในการพยุงตัวขึ้น - -* 

ความซวยแท้ ๆ ที่เขาดันเดินมาเจอกับคุณหนู เขาเลยโดนใช้ให้ออกมา ปื้ดดด ตู้ม!!

“ เห้ย ”   จังหวะที่ผมกำลังยืนขึ้นอยู่นั้น ด้วยความที่นั่งมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผมเกิดขาอ่อนแล้วจะล้มหงายหลัง  สัญชาตญาณความตกใจ ทำให้มือผมดันไปดึงใครอีกคนให้ร่วงตามมาซะได้ 

คุณหญิงพรพิม ป้าหอม และพู่กันที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นั้นต่างพากันตะโกนให้การ์ดออกไปช่วยสองคนนั้นขึ้นมาทันที

“ แค่ก ๆ  ”  ผมที่ยังไม่ทันตั้งตัว ทำให้กินน้ำเข้าไปหลายอึก เรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยมี ผมเลยเอาตัวเองไปเกาะหลังของชายอีกคน

อีกฝ่ายทำท่าจะสะบัดออกแต่เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของชายร่างเล็กแล้ว ทำให้เขาเปลี่ยนใจรีบว่ายเข้าหาขอบสระ ก่อนที่ลูกน้องคนอื่นจะมาดึงตัวคนโปรดขึ้นไป แล้วหามไปทางที่คุณท่านและคุณหนูยืนรออยู่

ผมเกลียดน้ำ !!! ให้ตายเถอะ ตอนนี้ผมสมัครใจที่จะโดนหามปีกแบบนี้มาก เพราะหนังตาผมมันหนักจนแทบลืมไม่ขึ้นแล้ว ขอพักก่อนแล้วกันนะครับ.

“ หนูโปรดของป้า ”  ป้าหอมลนลานทำอะไรไม่ถูก 

“ หอมไปตามหมอชัยมาเร็ว ”  คุณหญิงเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน

“ พี่ครับ ผมขอโทษต่อไปผมจะไม่แกล้งพี่แล้วครับ ”  เด็กน้อยร้องไห้โฮ เพราะความกลัวว่าเขาจะทำให้พี่ชายหน้าสวยคนนี้ตาย 

คุณหญิงพรพิมมองหลานตัวน้อยร้องไห้ก็เจ็บแปลบในอก แต่จะทำยังไงได้ ต้องยอมแรกอะไรบ้างเพื่อของล้ำค่าที่ใหญ่กว่า บางทียิงปืนครั้งเดียวอาจจะได้นกสองตัว และเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังคนโปรด

 

 

เที่ยงของอีกวัน ณ ห้องพักของคนรับใช้

“ คุณหนูคะ ห้องนี้มันเล็กไม่มีโซฟาให้นั่ง ยายหอมว่าคุณหนูไปเล่นกับพี่ตาลก่อนดีไหมคะ ” 

“ ไม่เอาครับ แล้วทำไมพี่เขายังไม่ตื่นอีกฮะ ”  เด็กชายเริ่มน้ำตารื้นมาอีกครั้ง ฮึบไม่ร้องเดี๋ยวปะป๊าดุ

ตาลยืนมองเด็กงี่เง่านี่ ที่ตั้งแต่เช้าก็เอาแต่มานั่งในห้องแคบ ๆ ของคนใช้ระดับล่าง ทำให้เขาต้องยืนขาแข็งเพราะไม่มีที่จะนั่ง เหอะ จะอะไรกันนักกันหนา เมื่อไหร่ที่ฉันทำให้คุณเพลิงนิลหลงรักได้นะ ฉันเอาคืนแกแน่ไอ้เด็กประสาท

 

โอ้ยยย ความรู้สึกแรกที่ผมได้รับหลังจากเริ่มรู้สึกตัวคือ ความปวดเมื่อยทั้งร่างกาย แถมยังระบมที่ขากับตูดเป็นพิเศษ ภาพแรกที่ลืมตาเห็นเป็นเพดานห้องที่ผมใช้พักอาศัยอยู่ ถามว่าทำไมจำได้อะหรอ ก็เพราะผมนอนมองมันอยู่ทุกคืนยังไงหละ

“ พี่ตื่นแล้ว! ”  ตาลทำหน้าไม่ชอบใส่คนที่นอนอยู่บนเตียง

ผมหันหน้าไปข้างเตียงเจอก็กับเจ้าเด็กแสบ ป้าหอม และตาล หันมาอีกฝั่งเป็นเสาน้ำเกลือตั้งอยู่  

“ หนูโปรดตื่นแล้ว งั้นป้าไปแจ้งคุณหมอก่อนนะคะ ”  หญิงร่างท้วมยิ้มดีใจและรีบไปรายงานกับคุณท่าน แต่ก็ยังไม่ไว้ใจปล่อยคุณหนูไว้ตามลำพังกับคนแปลกหน้า ตาลจึงต้องคอยอยู่ด้วยตลอดเวลา

“ หิว….น้ำ ”  เสียงที่เค้นออกมาเป็นเสียงก้องใหญ่ แฝงความแหบ ทำไมเสียงของผมมันทุเรศแบบนี้ ! 

เด็กชายรีบลุกจากเก้าอี้ไปหยิบน้ำส่งให้ดื่ม เมื่อโดนสายตานิ่ง ๆ จ้องมาทำให้เด็กชายเริ่มทำตัวไม่ถูก

“ ไม่เป็นไรแล้วก็ดีฮะ ”  ผมมองเจ้าเด็กแสบยืนกอดอกเชิดหน้าทำแก้มป่อง ๆ ใส่ 

“ โอ๊ย ! ” 

“ พี่เป็นอะไรครับ!!! ”  พู่กันตาโตรีบเข้ามาดูผมทันที  ที่แท้เจ้าหนูนี่ก็เป็นห่วงผมนี่เอง 

“ ขอ-โทษ พูดแบบนี้ครับ ”  พู่กันเมื่อรู้ว่าโดนผมหลอกก็ทำหน้าโกรธ ตั้งท่าจะถอยหนี ผมจึงรวบตัวไว้ก่อน

“ ปล่อยนะ ๆ ”  เด็กชายที่ได้เค้าโครงใบหน้าจากบิดามาถึง 80% ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนผม

“ ปล่อยคุณหนูซะ ”  ตาลหยิบปืนเล็งมาที่โปรด 

“ พี่ตาลวางปืนลงก่อน ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะถ้าพี่ไม่อยากตาย ”  ประโยคแรกพู่กันหันไปบอกพี่เลี้ยง ส่วนประโยคหลังโน้มมาบอกกับพี่คนนี้ที่ชอบแต๊ะอั๋งเขาไปไม่รู้กี่รอบแล้ว!!!

“ เห้อ เอาหละยอมแพ้ ๆ ”  ผมปล่อยมือออกจากพู่กันแล้วชูสองมือยอมแพ้ให้กับตาล

“ คุณหนูถอยมานี่ครับ นายอย่าล้ำเส้นให้มันมาก แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน ”  ตาลขู่ผม แต่แล้วไงใครแคร์ผมแค่ยักคิ้วกวน ๆ ส่งไปให้ ในเมื่อตาลชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าไม่อยากเป็นมิตรกับผม

“ พู่กันหิวข้าวแล้ว ไปกันเถอะ ”  เด็กชายพูดจบก็เดินออกจากห้องไปเลย

ผมกระตุกยิ้มให้กับตาล สายตาท้าทายแบบไม่ดูสังขาลตัวเองเลย โอยย ร่างกายผมระบบหนักกว่าเดิมอีก เจ้าเด็กแสบนี่ก็แรงเยอะดีแหะ

 

 

 

 

 

#เรื่องค่อยๆดำเนินไปเรื่อย ๆนะคะ อย่าพึ่งเบื่อกันนะทุกคน

#คือตอนนี้แต่ละตัวละครยังมีปมอยู่เลย อยากให้ทุกคนอินไปกับเรานะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #3 nannphathryolay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 08:35

    ยัยคนโปรดป่วยแน่ๆ

    #3
    1
    • #3-1 UNICORN2018(จากตอนที่ 4)
      7 กรกฎาคม 2563 / 08:42
      รู้ทันเราอะ -3-
      นิยายเราเดาง่ายไปใช่ไหม 5555
      #3-1