[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 10 : REPORT 09 : Trick or treat

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    5 พ.ค. 62


    เครื่องแบบที่นี่สวมใส่ง่ายกว่าที่คิด ลักษณะชุดเสื้อผ้าเป็นคล้ายกับชุดเดินเล่นเทศกาลหน้าร้อนของผู้ชายที่เรียกว่าจินเบ แต่ใส่ทับด้วยเสื้อคลุมฮาโอริอีกทีเพื่อความสุภาพ แม้มันอาจจะดูแปลกแต่ก็ขยับตัวง่ายกว่าใส่ยูคาตะที่เป็นชุดยาวเนื่องจากชุดจินเบเป็นเครื่องแต่งกายแบบสองชิ้นแยกกัน ท่อนบนเป็นเสื้อสาบทับคล้ายฮันบกมีเชือกผูก และท่อนล่างเป็นกางเกงขาสามส่วนถึงสี่ส่วน สวมรองเท้าแตะสาน ต่างจากชุดบาร์เทนเดอร์สากลทั่วไปที่ควรจะได้ใส่ซึ่งมันเป็นยูนิฟอร์มเสื้อกั๊กสูทแบบเรียบร้อยสไตล์ตะวันตก แต่ก็อย่างว่า ประเทศนี้ขึ้นชื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ของชาติอยู่แล้วอะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้

ก่อนจะออกไปประจำหน้างาน จองกุกยังไม่ได้สุงสิงกับเพื่อนร่วมงานมากนักเพราะไม่มีชาวต่างชาติเลยสักคนไม่ว่าจะเป็นเอเชียชาติไหน หรือตะวันตกสักชาติที่พอจะสปีคอิงลิชด้วยได้ แถมอังกฤษของชาวเกาะสำเนียงก็เหลือรับประทานสุดๆ ยิ่งถ้ามาเจอกับอังกฤษสำเนียงเกาหลีจ๋าการสื่อสารก็อาจจะพังพินาศไปเลยก็ได้ ไม่ก็ไม่น่าจะเลวร้ายเท่าไหร่ถ้าหากพนักงานได้รับการอบรบในการใช้ภาษาอื่นมาบ้าง เอาเป็นว่าถ้าในส่วนการเข้าสังคม ในใจของจองกุกก็ยังกังวลมากนัก

ส่วนซอกจินน่ะรึ ทำงานร้านบะหมี่ช่วงกลางวันสิ้นสุดก็กลับไปห้องตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ดูเหมือนถ้าเป็นพนักงานจ้างก็จะให้กลับก่อนที่ร้านจะปิด เพราะทั้งเจ้าของและลูกจ้างในครอบครัวจะเป็นคนตรวจตราความปลอดภัยของทรัพย์สินแทน ลูกจ้างต่างชาติก็มีแจ้งในสัญญาว่าให้กลับก่อน เป็นรูปสุภาพของการไล่กลับ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบนี้ทุกร้านหรือไม่

อีกอย่างที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติงานในประเทศเกาะข้างเคียงนี้ก็คือโค้ดเนมชั่วคราวตามพื้นที่ อย่างจองกุกที่ได้ชื่อเรียกว่า คาโมเมะ, นกนางนวล และซอกจินได้รับโค้ดเนมว่า ฮาโตะ AKA นกพิราบ

อย่างคาโมเมะนั้นสอดคล้องกับโค้ดเนมหลักของตนอยู่แล้ว แต่สำหรับซอกจินให้ความหมายในแง่ของนกพิราบที่เป็นตัวนำข่าวสารในสมัยอดีต เช่นเดียวกับหน้าที่หลักของซอกจินคือหาข่าว ส่งข่าวในพื้นที่ช่วงกลางวันด้วยความเป็นพนักงานส่งของนั่นเอง

เขาไม่แน่ใจเรื่องบรรยากาศในบาร์ญี่ปุ่นเท่าไหร่นักว่าแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าตามลักษณะเมืองหรือจังหวัดก็น่าจะใช่อยู่ อย่างโตเกียวก็มีให้เลือกมากมายดูจากป้ายไฟนีออนหลากสีตามย่านเที่ยวตอนกลางคืนอะไรแบบนี้ แต่สำหรับที่นี่เห็นว่าเป็นบาร์ที่ให้สมัครสมาชิกก่อนถึงจะสามารถใช้บริการต่างๆได้โดยเสียค่าสมาชิกรายปี ดังนั้นขาจรจึงหมดสิทธิ์ แต่ก็อย่างว่า ดูจากการตกแต่งและราคาเมนูแล้วสมาชิกแต่ละคนต้องเป็นลูกค่ากระเป๋าหนักพอประมาณกันทั้งนั้น

...สมกับเป็นกิจการในเครือของหมอนั่น จองกุกกำลังคิดถึงเป้าหมายของตน ยากูซ่าที่ถูกเรียกว่าเบียกโกะ เสือขาวแห่งเกียวโต

ที่เป็นคนต่างชาติแท้ๆ แปลกแต่จริง

สายลับหนุ่มเริ่มทำงานในหน้าที่(ปลอมๆ)ตัวเองหลังจากจัดเตรียมร้านเสร็จ ที่นี่สามารถนั่งได้ถึงเวลาตีหนึ่งโดยชาร์จเพิ่มล่วงเวลาหลังห้าทุ่มครึ่งเป็นต้นไป ด้านล่างก็จะเป็นที่นั่ง ทั้งนั่งโต๊ะปกติ เคาน์เตอร์หน้าบาร์เครื่องดื่ม แล้วก็แบบนั่งเบาะรองนั่งกับโต๊ะเตี้ยตามแบบวัฒนธรรมเดิม ส่วนทางขึ้นเล็กๆด้านบนเป็นโซนวีไอพีที่พนักงานต่างชาติอย่างเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไป อย่าว่าแต่คนนอกประเทศเลย พนักงานชาวญี่ปุ่นแท้ๆก็ไม่ได้สามารถขึ้นได้ทุกคน จะมีแค่พนักงานที่ติดเข็มกลัดแสดงตำแหน่ง โดยคนพวกนี้จะทำงานดูแลชั้นวีไอพีเป็นหลัก และลงมารับออร์เดอร์ชั้นล่างเพื่อขึ้นไปเสิร์ฟเพียงเท่านั้น จะไม่ปะปนกับพนักงานทั่วไปที่ทำงานชั้นล่าง การแบ่งแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนเช่นนี้ค่อนข้างลำบากนิดหน่อยทีเดียว เนื่องจากจองกุกยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มอย่างไรกับเพื่อนร่วมงานที่ยังไม่รู้ว่าจะสามารถทลายกำแพงภาษาได้มากแค่ไหน แถมตอนนี้ก็ยังไม่เจอเป้าหมายอันดับแรกที่ควรเข้าหาก่อนแม้ว่าข้อมูลที่ได้มาจะพบว่าจอยชอบมานั่งดื่มและพักผ่อนที่บาร์นี้บ่อยกว่าเบียกโกะ แต่ก็ไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นช่วงเวลาใด

ลงพื้นที่ทีไร เหมือนได้ย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ทุกที แต่มันก็เป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับงานสายลับ เนื่องจากเราจะรู้จักระวังตัวตลอดเวลา และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะเป็นเกราะและอาวุธชั้นเลิศในการปฏิบัติภารกิจ สำคัญมากกว่าอาวุธของจริงเสียอีก

และจองกุกก็เผลอคิด .. ว่าถ้าตอนนี้เขายังอยู่กับเอเยนต์ชิมมี่คู่หูเดิมมันจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยตนก็คงไม่รู้สึกเหมือนโดดเดี่ยวขนาดนี้ การที่รู้ว่าคนสนิทยังอยู่ที่ไหนทำอะไรมันสบายใจกว่ากันเยอะ

นี่ซีเรียสเลยนะ ต่อให้กินนอนร่วมกับซอกจินมาเป็นเดือนแล้วเขาก็ยังรู้สึกไม่สนิทใจอยู่ดี อีกอย่างคือเขาไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายเลย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว สายลับจอนรู้สึกได้ด้วยเซนส์ที่สั่งสมจากประสบการณ์ว่าคู่หูใหม่(ชั่วคราว)มันมีอะไรไม่ธรรมดา แม้แฟ้มประวัติอาชญากรจะระบุว่าเป็นประเภทฉ้อโกงเอาทรัพย์สิน และคุณสมบัติโจรที่นายคิมนั้นมีจะอำนวยต่องานสายลับได้ดีหากจะต้องลงพื้นที่ในโหมดสอดส่อง หาข่าว หรือแฝงตัว ตรงนี้จองกุกยอมรับเลยว่าซอกจินทำได้ดีและเป็นธรรมชาติกว่ามาก

เฮ้อ คิดแล้วก็สับสนไปหมด แต่ไม่ควรจะสับสนในเวลางาน เขาถอนหายใจเงียบๆในความคิดขณะเอาถาดใส่สาเกไปเสิร์ฟลูกค้าที่นั่งในโซนเบาะรอง พวกเขามองกลับมาราวกับไม่คุ้นหน้าพนักงานคนนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ถูกเป๊ะเลย

 

おい、新来者?” (เฮ้ย มาใหม่เหรอ?)

 

...เ*ดแหม่ ฉิบหายแล้วจ้า

นกนางนวลหนุ่มหันไปยิ้มให้กับชายญี่ปุ่นสองคนซึ่งเป็นลูกค้าที่เพิ่งวางขวดและจอกสาเกให้สดๆร้อนๆเมื่อกี้นี้เลย อย่าเพิ่งถามว่าควรตอบว่าอะไร เอางี้ มันแปลว่าอะไรก่อน...

แต่ถ้าจะให้เดาจากคำถามและสีหน้าท่าทางแบบนั้นแล้วก็อาจอนุมานได้ว่าคนพวกนั้นทักเพราะคงไม่เคยเห็นหน้าเขาจริงๆ เพราะอย่างที่บอกว่าบาร์นี้มันต้องเสียค่าสมาชิก ลูกค้าที่มาส่วนใหญ่หรือไม่ก็เกือบจะทั้งหมดไม่ใช่ขาจรแน่นอน

เอาวะ

 

-はい” (ครับ)

 

สองคนนั้นขมวดคิ้วมองก่อนจะพยักหน้าแล้วก็กลับไปคุยกันเองต่อ คงไม่น่าจะมีอะไรแล้ว

ถ้าจะถามว่าไม่ได้ซักซ้อมประโยคสื่อสารมาหรือ ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว พวกเขาเรียนรู้พวกคำพูดสื่อสารที่ต้องใช้ในงานหรือรับคำสั่งเป็นเสต็ปมากกว่าการพูดคุยสัพเพเหระนอกเหนือจากนั้น แต่ก็อาจจะพอไหลๆได้บ้างถ้าเป็นคำที่ยังพอแปลได้ นี่เขายังไม่ได้กลับไปคุยกับนายอัลปาก้าพิราบเลยว่าสถานการณ์ตอนกลางวันเป็นอย่างไรและได้อะไรบ้าง เพราะตอนนี้เท่าที่ดูบรรยากาศด้านใน และข้างนอกก็ดูปกติดี แค่ยังไม่เห็นหัวเป้าหมายสักคน กระทั่งเวลางานของนายจอนสิ้นสุดลงด้วยความสงบเรียบร้อย

เขาเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดลำลองในเวลาเที่ยงคืนเกือบตีหนึ่งซึ่งพนักงานจะเริ่มทยอยกลับกันในเวลานี้ ทว่าตอนที่เดินออกมากำลังจะเรียกแท็กซี่กลับไปที่ห้องพัก รถสีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดด้านหน้าทางเข้าบาร์โดยติดฟิล์มดำทั้งสี่ด้านจนยากที่จะมองเห็นเข้าไปข้างใน แต่เมื่อกระจกด้านหน้าลดลงครึ่งหนึ่งก็เห็นผู้จัดการของบาร์ชะโงกหน้าเข้าไปสนทนากับคนข้างในรถ

ตอนนั้นเองที่จองกุกแอบเห็นกลุ่มผมสีร้อนแรง กับดวงหน้าสวยสะกดด้านข้างที่มั่นใจแล้วว่าเป็นเธอไม่ผิดคน การตัดสินใจเสี้ยววิจึงเริ่มขึ้นเมื่อนาฬิกาที่ตนสวมอยู่ถูกยกขึ้นมาเพื่อกดถ่ายภาพรถและทะเบียนเอาไว้ ก่อนจะส่งผ่านบลูทูธเข้าสมาร์ทโฟนตัวเองโดยอัตโนมัติเนื่องจากระบบเชื่อมต่อกันในเรื่องพื้นที่จัดเก็บ เป็นนาฬิกาดัดแปลงพิเศษมาเพื่อใช้ร่วมกับสายงานนี้โดยเฉพาะ

อย่างน้อยคืนนี้ก็ไม่เสียเปล่า

 

 

    “คาโมเมะซางง โอะคาเอรินาไซ”

 

จองกุกขมวดคิ้วทันทีที่พบว่าไฟในห้องยังเปิดอยู่แล้วคู่หูก็ยังไม่นอน ทั้งที่มันตีหนึ่งกว่าแล้วนะ!

 

“นี่ ป่านนี้แล้วผมนึกว่าคุณนอนแล้วซะอีก”

“อ่า ยังหรอกครับ ผมนอนไม่หลับอะ แปลกที่”

 

อี๋ ตอแหล

 

“คนย้ายที่บ่อยอย่างกับเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างคุณเนี่ยนะแปลกที่?”

“มันแปลกก็เพราะคุณไม่ได้อยู่กับผมไง ก็เลยกะจะรอนอนพร้อมกัน โรแมนติกดีมั้ยครับ”

“ไม่”

 

“ตลอดอะ ผมก็อยากมีช่วงเวลาดีๆกับคุณที่อื่นบ้าง อ้อ แล้วก็ได้ภาพแล้วนะครับ ขอบคุณที่ถ่ายมา เก่งจริงๆเลยคู่หูผมเนี่ย” ซอกจินโชว์สมาร์ทโฟนตัวเองให้ดู มันเป็นเครื่องเปล่าที่จะถูกเปลี่ยนซิมไปเรื่อยๆในแต่ละภารกิจ ส่วนภาพนั้นก็ได้จากตอนที่จองกุกส่งมาให้ระหว่างอยู่บนแท็กซี่อีกที

 

“ได้ภาพแล้วก็ส่งกลับไปที่เกาหลีสิครับ เอามาโชว์ให้ผมดูทำไม”

“ก็รอคุณอนุมัติไงว่าควรส่งแค่นี้หรือจะให้รออย่างอื่นก่อน”

“งั้นตลอดทั้งวันคุณไปได้อะไรมาบ้างล่ะ ไม่ใช่เงินเจ้าของร้านใช่มั้ย”

“งั้นตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา คุณไม่ได้คิดบ้างเหรอว่าเดี๋ยวนี้ผมไม่ได้สนใจเงินแล้ว”

“ห-หา...” พอได้คำตอบมาแบบนี้ เอเยนต์นกนางนวลถึงกับไปไม่เป็น

 

ไหนจะสายตาที่ไม่อาจเดานัยที่แฝงอยู่ได้ถนัดนักว่ามันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ จองกุกรู้อย่างเดียวว่าหมอนี่อันตราย แม้ว่ามันอาจไม่ควรที่เขายังคงฉาบฟิลเตอร์ติดความรู้สึกตัวเองอยู่แบบนี้ก็ตาม แถมเจ้าตัวก็เคยเตือนสติแล้วก็การดูคนมาแล้วอีกต่างหาก

 

“ทำท่าลังเลแบบนี้ ...แสดงว่ากำลังคิดอยู่ล่ะสิว่าผมกำลังหมายถึงอะไร” ซอกจินยิ้มขำพลางยื่นมือไปแตะใต้คางอีกฝ่าย “ใบ้ให้ว่าไม่ใช่เงิน”

“นี่ผมยังต้องมาทายปัญหาไร้สาระแบบนี้อีกเหรอคุณ” สายลับคู่หูสะบัดหน้าหนีสัมผัสที่แตะต้องใบหน้าของตัวเองอยู่อย่างรำคาญปนหวั่นอยู่เล็กๆ คิมซอกจินจะเล่นอะไรกับตนอีก

 

“ไม่ไร้สาระนะครับ นี่มันคือความไว้วางใจกันอีกขั้นต่างหาก ที่นี่มันต่างบ้านต่างเมือง เราก็ยิ่งต้องสนิทๆกันไว้สิถึงจะถูก”

“แต่พอเป็นคุณพูดแล้วมันไม่ค่อยจะ..”

“น่าเชื่อถือ” คนโตกว่าชูนิ้วขึ้นเป็นเชิงห้าม “ผมละสงสัยนักว่าทำไมคุณไม่ยอมอัพเดทความรู้สึกตัวเองซะที นี่ผมว่าผมยังเป็นทีมเวิร์คมากกว่าคุณอีกนะ”

“ต้องให้ผมย้ำอีกกี่พันรอบว่าไอ้สิ่งที่คุณทำมันไม่ได้ทำให้ผมอยากจะไว้ใจเลย”

“แต่เรื่องงานคุณก็เห็นว่าผมไม่ได้บกพร่องตรงไหนนี่”

“...” ก็จริงของมัน...

“อย่าคิดมากไปเลยน่าครับ ก็แค่หยอกเล่น แค่ทำใจให้ชินมันก็จะชินเอง”

 

เอ็งคนเดียวมั้งน่ะที่ชินกับเรื่องแบบนี้

 

“ถ้าจะให้พูดกันตรงไปตรงมาในสิ่งที่คุณกังวลอยู่ละก็ ผมไม่ได้คิดอยากจะอะไรกับใครง่ายๆขนาดนั้นหรอกน่า ยิ่งชั่วโมงเร่งด่วนที่ต้องแลกกับความปลอดภัยน่ะ ผมไม่โอเคหรอก ขืนทำอยู่แล้วค้างคงเสียอารมณ์แย่”

“...”

 

ซอกจินขยับตัวเข้ามาใกล้กับสายลับคู่หูที่ตอนนี้เปลี่ยนกลับเป็นเสื้อผ้าเดิมก่อนเข้าทำงานแล้วก็จริง ทว่าเหมือนยังคงได้กลิ่นบรรยากาศจากบาร์ที่นั่นอวลจางๆอยู่เลย

 

“สำหรับผม จะจัดฟูลคอร์สมันก็ต้องอาศัยบรรยากาศดีๆสิถึงจะถูก นี่อะไร ขนาดถุงยางผมยังไม่มีใช้เลย ไม่เสี่ยงหรอกครับ แต่โอ๊ะ ได้ข่าวว่าประเทศนี้มีที่ขายของเล่นผู้ใหญ่ด้วยนี่นา ว่างๆเราลองเข้าไปเดินเล่นกันมั้ยเพื่อจะได---“

 

เอเยนต์คิมพูดไม่ทันจบ เสียงเพียะก็ดังเต็มปากเสียแล้ว

 

“เราว่างกันมากมั้งคุณ ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมก็อัพโหลดไฟล์แล้วนอนซะ ผมจะไปอาบน้ำนอนเหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์”

 

จองกุกพูดแบบนั้นแล้วก็เดินดุ่มๆไปเก็บกระเป๋าแล้วหยิบเครื่องอาบน้ำกับเสื้อผ้าออกไปยังห้องอาบน้ำข้างนอก

ถึงความจริงกิริยาที่ปฏิบัติกับผู้อาวุโสกว่าเมื่อกี้จะไม่น่ารักสุดๆไปเลยก็เถอะ แต่ซอกจินก็หยวนให้แหละ แถมมันก็ไม่ได้เจ็บอะไร น้องเขาคงแค่อยากให้หยุดพูด แหม... หล่อ สปอร์ท ใจดี เกาหลี อยู่พอตัวนะเรา – คุณคิมอัลปาก้าลูบคางยิ้มสนุกสนาน ก่อนจะจัดการงานของตัวเองตามหน้าที่ตามลำพังต่อไป

วันแรกของการทำงานกับร้านราเม็งไม่มีอะไรผิดปกติ เขาได้รับการต้อนรับจากนายจ้างดีระดับหนึ่งซึ่งอย่างน้อยก็อยู่ในสิ่งที่ควรเป็น ทั้งยังได้เรียนรู้ที่อยู่ในโซนที่ร้านจะสามารถเอาอาหารไปส่งได้ซึ่งเป็นระยะไม่ไกลนักเพราะไม่ใช่ร้านอาหารใหญ่มีสาขา แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการสำรวจพื้นที่ในละแวกใกล้เคียง

ทำไมซอกจินถึงได้มาอยู่ที่นี่ ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับแก๊งยากูซ่าของเบียกโกะได้เลย แต่ผิดคาด และคาดไม่ถึงกว่าที่คิด ในเมื่อร้านนี้ไม่ใช่ร้านดังขึ้นชื่อลงรีวิวตามเว็บไซต์หรือเพจมีชื่อเสียง ทว่าเพียงแค่เป็นร้านที่เจ้าตัวชอบเท่านั้นเอง ถึงจะยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเท่าที่ควร ซึ่งนั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ปักใจเชื่อนัก เพราะรสอาจจะถูกปากก็ได้ คนชอบร้านอาหารร้อยทั้งร้อยก็ต้องชอบที่รสอันดับแรกอยู่แล้วจริงไหม คงไม่มีใครในโลกนี้ชอบร้านอาหารเพราะซักผ้าสะอาดหรอก

วันแรกก็คือวันแรก พวกตนยังมีเวลาสังเกตการณ์อีกนาน นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

...เอาล่ะ ถ้าจะบอกนิสัยที่แก้ไม่หาย ก็คงเป็นเรื่องการหวังผลล่ะมั้ง

 

 

    “อะ ข้าวเที่ยง เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ!?

 

คิมคนเล็กมือซ้ายแห่งมินแฟมิลี่ผงะเหวอเมื่อเห็นบุรุษนักโทษที่ตนเอาอาหารมาส่งกำลังเปลือยอกโชว์กล้ามชกลมอยู่ ซึ่งเมื่อรู้ตัวว่ามีแขกที่รับเชิญประจำวันมาก็หยุดแล้วหันมาเสยผมเพื่อเช็ดเหงื่อโซมใบหน้า

สาบานได้เลยว่าในความรู้สึกของแทฮยองนั้นไม่ใช่ความรู้สึกแบบเดียวกับที่นางเอกตกใจพระเอก(เกือบ)โป๊อยู่แน่นอน

การกระทำของจีมินทำให้เขาเริ่มระแวงอีกรอบ

 

“อ้าว มาแล้วเหรอ ขอบใจนะ”

“...นายทำบ้าอะไรอยู่น่ะ”

“หือ? เปล่านี่ ฉันก็แค่ทำตามroutine ปกติเท่านั้นเอง” นายปาร์คยักไหล่ก่อนจะดึงกล่องข้าวจากมือคนอึ้งไปอย่างง่ายดาย “ฉันเคยทำงานใช้แรงมานะแทฮยองอา การอยู่เฉยๆไปวันๆในห้องแบบเนี้ยฉันจะไปชินได้ไง”

 

...แทฮยองอา เดี๋ยวนะ สนิทกันตอนไหนวะ! – เจ้าตัวลอบคิดอย่างขุ่นเคืองที่ถูกเรียกชื่ออย่างสนิทสนม

 

“จริงสินะ คนที่ทำงานนั่งโต๊ะทั้งวันคงไม่เข้าใจหรอก เหมือนที่นายคงไม่เข้าใจว่าฉันจะทำบ้าอะไรอยู่ทำไม”

 

คุณสายลับจงใจเน้นคำพูดที่อีกฝ่ายใช้กับตนยอกย้อน ทั้งที่รู้เต็มอกว่าทางนั้นคงไม่ชอบใจแหง

 

“หุบปากแล้วก็กินๆไปได้แล้ว ถ้าไม่กินฉันจะได้เก็บไปทิ้ง” แทฮยองกล่าวฮึดฮัดพลางเข้ามาเก็บกล่องเปล่าที่จีมินกินหมดไปเมื่อเช้า จะว่าไปนี่มันก็ไม่ใช่หน้าที่เขาเลย แต่จะให้ใครมาทำแทนก็ไม่ได้ในเมื่อเป็นบุคคลที่ไม่สมควรให้คลาดสายตา และก็อย่างที่บอก ตนไปพาหมอนี่มาเอง...

วันนั้นนายคิมจำได้ดีว่าเขาเคยออกไปสังเกตการณ์บนเรือเล็กด้านนอกท่าเรือตรงชายฝั่งที่มีการขนย้ายสินค้าในคืนหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่าตรงนั้นมีเหตุอะไรกันมาก่อน ก็แค่ออกไปแวะเวียนดูสถานการณ์แทนพี่ชายที่ติดธุระกับคุณป๊า กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองสามนัด

ตอนนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้แทฮยองตัดสินใจเซ็ทระบบเรือเพื่อลดเสียงมอเตอร์ขับเคลื่อนมันเข้าไปใกล้จุดที่น่าจะได้ยินเสียงปืนอย่างระมัดระวัง ด้วยความที่ระบบลดเสียงทำให้ความเร็วของเรือลดลงและอาศัยแรงคลื่นในทะเลซัดเรือเข้าไปใกล้มากขึ้น ทำให้ร่างเล็กนั้นลอยมาปะทะเข้ากับด้านข้างราวกับกำลังจะบอกให้รีบพาขึ้นไป แน่นอนว่าหนุ่มมือซ้ายเจ้าพ่อมาเฟียมีทางเลือกที่ปลอดภัยกับตัวเองมากมาย แต่กลับเลือกที่จะดึงขึ้นมาบนเรือแทนที่จะปล่อยเอาไว้อย่างนั้น

คิดแล้วก็เจ็บใจ ไม่น่าเลยว้อย!

 

“แทฮยอง”

 

อะไรอี๊ก

ร่างสูงเจ้าของชื่อหันกลับไปอย่างเบื่อหน่าย เห็นจีมินยังนั่งกินไม่หมด

 

“นายเบื่อมั้ยที่ต้องทำงานในนี้ทั้งวัน”

“...” คิ้วเข้มขมวดไม่ไว้ใจคำถามเท่าไหร่ “ฉันว่ามันสนุกกว่ามาเจอนายเยอะเลยเถอะ”

“ฮะๆ เหรอ แต่ฉันว่า ฉันเจอนายแล้วสนุกกว่านั่งๆนอนๆอยู่แบบนี้นะ”

“ก็นั่นมันเรื่องของนาย ไม่ใช่ฉันซะหน่อย”

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป”

 

แทฮยองเหยียดริมฝีปากมองด้วยแววตาแสนเซ็ง สบเข้ากับตาเรียวที่ยังคงไม่คลาดไปไหน

 

“นายเคยลองค้นหาตัวเองมากกว่าสิ่งที่นายทำอยู่มั้ย”

 

...?

 

“...ถามอะไร..”

“ก็...ตอนที่ฉันถูกยิงตกน้ำ ถ้าเกิดคนที่อยู่บนเรือไม่ใช่นาย ฉันก็อาจจะตายไปแล้วจริงๆก็ได้นี่” จีมินคีบอาหารเข้าปากอีกครั้ง

“ฉันก็คิดว่าไม่น่าออกไปคืนนั้นเลยเหมือนกัน”

“ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องดีๆบ้างเหรอ จนฉันแปลกใจเลยที่ฟื้นมาพบว่านายทำงานให้กับมาเฟียตระกูลมิน”

“แล้วไง ป๊า... เอ้อ คุณยุนกิเขาเป็นเจ้านายฉัน มีบุญคุณกับฉัน ฉันก็ต้องตอบแทนแล้วก็ทำหน้าที่ที่เหมาะสมให้สุดความสามารถสิ”

“หน้าที่ที่เหมาะสมเนี่ย นายเลือกเองหรือว่าเขาเลือกให้ล่ะ”

“...”

 

แทฮยองนิ่งคิดย้อนไป ตำแหน่งเลขาฯโฮมออฟฟิศ ถึงจะไม่ได้ชอบ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือกเองจริงๆ..

มันเป็นงานที่นัมจุนกับยุนกิตกลงจัดหน้าที่ให้เขาทำ และเขาก็ยอมรับมันด้วยความเต็มใจ แม้ว่าจะเคยอิจฉาพี่ที่ได้ติดตามท่านผู้นำออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยๆ แต่ก็พยายามคิดว่าตนคงไม่เหมาะกับบทบาทนั้นก็เลยได้มาทำตรงนี้ ไหนจะคำพูดที่ยุนกิเคยบอกกับตนเอาไว้ด้วยว่า ไม่มีใครในโลกนี้ไร้ความสามารถถ้าเจอสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง ก็ประมาณนี้แหละ สิ่งที่สรุปได้

แล้วมันจะเป็นปัญหากับคนอื่นทำไมวะ ในเมื่อเขาโอเคกับมันเนี่ย!

 

“ฉันไม่รู้ว่านายต้องการอะไรนะ จะให้ฉันรู้สึกไม่ดีกับคุณยุนกิก็ผิดถนัดแล้วล่ะ ฉันไม่ได้ทำเพราะคำสั่ง แต่ฉันทำเพราะฉันคู่ควรกับมัน”

 

จีมินที่มองอยู่แอบผิวปากทึ่งเบาๆ

 

“ล้อเลียนฉันเหรอ!

“เปล่า ฉันแค่รู้สึกชอบนายมากกว่าเดิมซะอีก นายเนี่ยมีอะไรให้แปลกใจได้ตลอดเลยนะ”

“นายต้องการอะไรก็พูดมาดีกว่า ยิ่งถ้านายยึกยักแบบนี้ฉันก็ยิ่งแน่ใจ ว่างูพิษอย่างนายมันพร้อมจะแว้งฉกตลอดเวลา”

“หู้ย แรงอะ” สายลับปาร์คหัวเราะก่อนวางกล่องเปล่าไว้บนโต๊ะ “ตอนนี้ฉันก็แค่ต้องการเพื่อนคุย ใครที่ฉันคุยด้วยได้ แล้วก็ไม่ทำให้ฉันเหงา”

“...เอาหมาซักตัวมั้ย”

“ก็มีแล้วนี่ไง” เขาชี้มาที่คิมแทฮยอง

“ฉันว่านายสมควรตายมากกว่าหาเพื่อนนะ”

 

“ฮ่าๆ ใจเย็นก่อนเถอะ ก็แค่หยอกเล่นเอง อีกอย่าง ฉันอยากได้คู่ซ้อมแก้เซ็งด้วยล่ะ” ร่างเล็กพูดพลางปรายตามองมาที่อีกฝ่ายซึ่งยังยืนอยู่หน้าประตู “มาเล่นกับฉันหน่อยดีกว่า ดีไม่ดี ฉันจะได้เทรนให้ลูกน้องคนสนิทของหัวหน้ามินใช้ได้มากกว่านี้ด้วย ไม่คิดเงินด้วยแหละ สนมั้ยแทฮยองอา”

“ม-ไม่จำเป็นซะหน่อย!

“ให้โอกาสพูดใหม่ แล้วก็นึกตามด้วยว่านายเคยเอาชนะฉันได้บ้างมั้ย”

 

...มั่ย

 

“ถือว่าประโยชน์นี้มันตกอยู่กับนายเต็มๆเลยน้า ถ้าอยากจะซัดฉันซักหมัดนี่ก็เป็นโอกาสอันดีแล้วนะ”

ทั้งสองคนจ้องตากันอยู่พักหนึ่งโดยที่ต่างคนต่างก็มีท่าทีแตกต่างกันไป

แทฮยองก็ยอมรับว่าหมอนี่มันกวนโมโหไม่หน่อย แต่ก็ยอมรับจากใจจริงว่าเป็นคนที่มีฝีมือจนน่าเสียดายกับสงสัยว่าทำไมถึงไปพลาดท่าเอาได้

...เดี๋ยวนะ

...นี่ล่ะ!

 

“ฉันตกลง ก็เพราะข้อเสนออย่างหลังน่าสนใจที่สุดหรอกนะ”

 

นายดูถูกฉันมากไปแล้วปาร์คจีมิน

คนที่จะล้วงข้อมูลฝั่งตรงข้ามได้ อย่านึกว่ามีแต่สายลับที่ทำได้อาชีพเดียวสิ


TBC.


>>Talk
กลับมาแล้วค่าาาาา ตอนนี้ทีมสายลับจอนคิมก็มูฟไปอีกประเทศ แถมได้เบาะแสเบื้องต้นสุดๆกลับมาแล้วด้วย แต่นี่ก็เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น~
ขออภัยที่หายไปนานนะคะ เพราะรอบที่แล้วไม่มีแผนอัพเรื่องนี้จริงๆค่ะ ส่วนช่วงนี้ถึงอยู่ในแผนแล้วแต่จะได้อัพมากขึ้นแค่ไหนก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน O<-<
ยังไงก็ตามขอบคุณสำหรับการซัพพอร์ทนะคะ ไว้เจอกันตอนหน้าค่า

#ฟิคบพน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #78 _Neferu_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:35
    กวนประสาทเก่งที่หนึ่งจ้าาา พิจินนนน!!
    95ไลน์ก็ใช่ย่อย ตอนปะทะน้ำลาย55555555
    #78
    0
  2. #68 kuychai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 01:51
    พี่จินนน555
    #68
    1
    • #68-1 (จากตอนที่ 10)
      12 มิถุนายน 2562 / 15:33
      ที่สุดแล้วค่ะคนนี้5555555
      #68-1
  3. #67 cherraa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 11:47
    จ๊ากกก พึ่งได้มาอ่าน สนุกมากๆๆๆๆๆ_ๆๆ_ๆ_ นี่แบบ อุทานในใจว่าพี่มุงทะลึ่งหลายรอบมาก5555555555555
    #67
    1
    • #67-1 (จากตอนที่ 10)
      23 พฤษภาคม 2562 / 13:05
      5555555555555555555555555!! ยินดีต้อนรับค่ะะะ เรื่องนี้ตะพี่เขาออกจะ --- นิดนึง 555555555555 มาเอาใจช่วยนายเอกของเรากันนะคะ
      #67-1
  4. #66 leenutcha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 12:13
    เพิ่งเจอเรื่องนี้ค่าา สนุกมากกกติดตามๆๆๆ จองกุกไม่สนใจพี่จินเลยยย พี่จินก้กวนเก่งงงง จีมินกับวีนี่คือจะล้วงความลับกันใช่ม้ะ ใครจะพลาดก่อนเนี่ยยยย
    #66
    1
    • #66-1 (จากตอนที่ 10)
      17 พฤษภาคม 2562 / 19:59
      ฮันแน่ เจอกันแล้วต้องอยู่ด้วยกันจนจบนะคะ O v O,,
      5555555555 คู่หูกวนจัด น้องซีกอลต้องฮึบแรงมากค่ะ ฮึบที่จะไม่ตุบตับพี่เขาไปมากกว่านี้- ส่วนทางด้านสองคนนั้นก็ต้องลุ้นกันแหละค่ะว่าเจ้าแทจะทำได้อย่างที่ตั้งใจรึเปล่า (ฮา)
      #66-1
  5. #65 RMJHyun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 05:50
    เพิ่งจะได้อ่าน ฮ่อก ทำไมคิมอัลปาก้าไม่ได้โค้ทเนมอินุอ่ะ ดูดมเก่ง จมูกนี่จะยื่นไปหาน้องทุกที สมหน้าโดนตบปากเลยหวายๆ
    อยากรู้ว่าถ้าน้องแทถามเรื่องหมาว่าอยากมีซักตัวมั้ยแล้วนายป๊าคบอกยากอ่ะ 555555 จะลงมาอยู่ด้วยกันป่าว--- ความงูพิ้ดนี่ก็จริงๆเล้ย เหมือนจะยุให้น้องเคลือบแคลงสงสัยคุณป๊าให้ได้ แอบคิดว่าน้องจะไขว้เขวซักวัน แต่ก่อนอื่น มีชีวิตให้ถึงวันนั้นก่อนป๊าค
    #65
    1
    • #65-1 (จากตอนที่ 10)
      14 พฤษภาคม 2562 / 10:55
      ดมเก่ง55555555555555555555 แงตร่ก
      พี่เขาก็เสมอต้นเสมอปลายค่ะ 555555555 อยากเล่น(?)กับน้ง แต่น้งตบปาก---
      ป๊าคบอกแล้วค่ะว่ามีหมาลงมาให้เล่นแล้ว(5555555) โดนวีนไปตามระเบียบ ส่วนน้องจะไขว้เขวตามนายงูพิดรึไม่อะไรยังไงไว้รอดูตามนั้นค่ะ ถ้าป๊ายุมเกะไม่ออกโรงก่อน-----
      #65-1
  6. #64 PCM_jinkook (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 00:12

    สู้ๆนะคะ ยังรออยู่น้าาาา

    #64
    2
    • #64-1 (จากตอนที่ 10)
      9 พฤษภาคม 2562 / 04:28
      ขอบคุณค่าาา เจอกันหลังวันที่15นะคะ!
      #64-1
    • #64-2 PCM_jinkook (จากตอนที่ 10)
      9 พฤษภาคม 2562 / 11:44
      😘😘😘😘😘😘😘😘😘
      #64-2