[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 28 : +27+ : Say

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    11 มี.ค. 61



                “ว่าแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่”


เด็กหนุ่มร่างสูงผิวเข้มสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงทักที่จู่ๆก็ดังขึ้นมาในความเงียบ เมื่อหันไปก็พบว่ามีร่างของอาจารย์สอนดนตรีที่เขารู้จักดียืนกอดอกพิงกรอบประตูที่เปิดค้างไว้


“?? วันนี้มาเช้าจังเลยนะครับ”

“อืม ฉันมาเอง ไม่ได้นั่งรถหมอนั่นมา”


ยุนกิเดินเข้าห้องสภานักเรียนโดยที่ไม่ลืมปิดประตู ตรงมาหาคนอ่อนกว่าที่เป็นลูกศิษย์ของตนรวมทั้งเป็น ‘คนรัก’ ด้วยเช่นกัน ซึ่งฝ่ายนั้นกำลังจัดเอกสารที่จำเป็นอยู่ก่อนจะไปเข้าคลาส


“รู้มั้ยว่าอานายมาคุยกับฉัน”

“เอ่อ.. เมื่อไหร่เหรอครับ”

“ก็วันสองวันก่อน...ดูนายไม่แปลกใจ?”


เพราะว่าท่าทีที่เขาเห็นนั้น แทฮยองทำเพียงแค่เลิกคิ้วพร้อมพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้เพียงเท่านั้น


“ก็ผมคิดว่ายังไงก็คงต้องได้คุยกันอยู่แล้วล่ะครับ คุณอาผมเขาไม่ใช่คนที่จะไม่ใส่ใจเรื่องของผมขนาดนั้น”

“ห่วงหลานว่างั้นเถอะ”

“อะไรแบบนั้นน่ะครับ”


ทางอาจารย์หนุ่มก็พอจะเข้าใจได้อยู่ว่าตอนนี้เด็กนี่อาศัยกับนัมจุนโดยที่พ่อแม่ของเขานั้นไม่ได้อยู่ด้วย รวมทั้งความที่คุณอาคิมเองก็เห็นแทฮยองมาแต่เล็กแต่น้อย จะเกิดความผูกพันเอ็นดูก็ไม่แปลก


“แล้วสรุปว่าคุณอาผมว่าไงบ้างครับ”

“ก็ไม่อะไร เหมือนกับเขาอยากรู้จักฉันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ก็เท่าที่ได้ ไว้วันหลังให้ฉันไปหานายที่บ้านด้วยเอามั้ยล่ะ”

“หะ เอางั้นเลยเหรอครับ”

“ทำไม ก็ไปแนะนำตัวหลานเขยแล้วก็ลูกเขยอย่างเป็นทางการไง”


คุณอาจารย์ตัวเล็กแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้พลางยิ้มหยอก ซึ่งคนตรงหน้าก็เกิดอาการลนๆขึ้นมาไม่ผิดคาดเท่าไหร่นัก ดวงตาคู่สวยพยายามเหลือบมองไปทางประตูกลัวว่าจะมีคนเข้ามาอย่างระแวง


“ฉันไม่ทำอะไรนายที่นี่ตรงนี้หรอกน่า ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น”

“...”

“ฉันโตแล้วแทฮยอง ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ฉันเกือบทำอนาคตตัวเองพังมาครั้งนึง ไม่โง่ทำซ้ำสองแล้วก็ลากนายพังไปด้วยหรอก”


ยุนกิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแน่วแน่และชัดเจนทุกความหมายโดยที่ไม่ต้องสร้างสรรค์คำใดให้เข้าใจยากไปกว่านี้ เขายกมือขึ้นตบปุลงที่ศีรษะของแทฮยองเชิงเอ็นดู ก่อนจะขอตัวเดินออกไปจากห้องสภาอย่างเงียบๆเนื่องจากว่าเขาก็ต้องไปเตรียมการสอนเช่นกันแม้ว่าวันนี้จะมาเช้ากว่าปกติก็ตาม


มีเพียงแทฮยองที่มองตามไป จากสายตาที่เคยมองแผ่นหลังนั้นอย่างหวาดกลัว กลับกลายเป็นทั้งภูมิใจและรักใคร่เท่าที่เด็กคนหนึ่งจะรู้สึกได้อย่างจริงใจ


แม้ว่าความรักจะต้องใช้การเดิมพัน แต่ยุนกิก็ทำให้เขาได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้ยอมแลกอยู่ฝ่ายเดียว

 




                โรงอาหารโรงเรียนมัธยมที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก มันยังคงเป็นบรรยากาศเดิมๆเสมอเมื่อยามพักเที่ยงที่ทุกคนจะลงมากินอาหารกลางวันเมื่อถึงเวลาที่กำหนด รวมทั้งอาจารย์บางท่านเองที่เลือกจะลงมาหาที่นั่งตรงนี้แทนที่จะเอาไปกินในห้องพักครูตามปกติ


แต่ก็อย่างว่า สำหรับปาร์คจีมิน ห้องพักครูที่ยิมมันไม่มีอะไรน่าสนใจนี่นา


ที่นี่แหละ แหล่งการเรียนรู้ชั้นเยี่ยมของเขาที่นิยมมาหาความบันเทิง แม้ยอมรับว่าคราวก่อนนั้นเผลอหลุดออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ...ถึงเขาจะชอบใส่ใจเพื่อนร่วมงานในอีกแง่หนึ่งทว่าก็ไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้งมากมาย ก็อย่างตอนที่ไปทักนัมจุนเรื่องหลานของทางนั้นว่าอยู่กับอาจารย์มินในวันหยุด ไอ้เขาก็นึกว่ามันเป็นเรื่องที่พวกเขารู้กันอยู่แล้ว แต่ตอนที่เห็นสีหน้าแสดงความสงสัยของคุณอาจารย์คิมอิ๊งเช่นนั้นก็ทำให้รับรู้ว่าตัวเองได้พลาดไปในหลายๆความหมาย


เพราะแบบนั้นเขาเลยได้โอกาสมาทบทวนความเป็นไปได้อย่างจริงจังที่สอนเด็กก็ไม่เป็นถึงขนาดนี้ นั่นก็คือ...

หนึ่ง ทำไมนัมจุนถึงไม่รู้ว่าหลานชายตัวเองออกไปในวันหยุดกับเพื่อนร่วมงาน

สอง ทำไมสองคนนั้น หรือใครสักคนไม่ได้เล่าให้นัมจุนฟัง ทั้งที่มันน่าจะไม่แปลกอะไรเพราะว่าแทฮยองอาจจะสนิทกับอาจารย์หลายท่าน


จีมินที่ครุ่นคิดอยู่นั้นก็เริ่มเหมือนเห็นข้อสรุปบางอย่าง

สองคนนั้นต้องมีอะไรเป็นพิเศษที่เขายังไม่รู้แน่นอน...แล้วมันอะไรกันนะ


เขานั่งคิดไปกินไปอยู่แบบนั้นเพลินๆเป็นการบริหารสมองของตัวเองไปพลาง แล้วก็แอบฟังสถานการณ์รอบๆไปพลาง จนกระทั่งได้ยินกลุ่มนักเรียนหญิงขาเมาท์ที่เดินคุยกันมาแถวๆนี้ และเฉียดใกล้กับโต๊ะที่ตัวเองนั่งกินมื้อเที่ยงอยู่พอดี


“แก เมื่อเช้าฉันเห็นอาจารย์ยุนกิลงมาจากชั้นบนสุดตึกสามด้วยแหละ”

“หา? ชั้นสี่ตึกสาม? เขาขึ้นไปทำอะไรบนนั้นอะ”

“ฉันจะไปรู้เหรอ มีธุระมั้ง แต่แปล๊กแปลก ปกติเขามากับอาจารย์ซอกจินนะ แต่วันเนี้ยเห็นรถเขามาทีหลัง”

“อ้าว ไม่รู้สิ แกอาจจะมีธุระด่วนจนอยากมาก่อนก็ได้มั้ง”


พวกเธอเดินผ่านไปแล้ว เหลือเพียงเบาะแสใหม่ให้กับอาจารย์ปาร์คจีมินวิเคราะห์ต่อไป


และอาจารย์หนุ่มก็เหมือนจะปะติดปะต่ออะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้ว เนื่องจากเขาจำได้แม่นว่าชั้นสี่ของตึกสามนั้นมีห้องสภานักเรียนอยู่ ประกอบกับเรื่องราวชวนฉงนก่อนหน้านั้นทำให้จีมินเริ่มแน่ใจแล้วว่าทำไมยุนกิถึงไปที่นั่น...


และยังไม่รวมเรื่องของอาจารย์ซอกจินที่น่าสงสัยกับเด็กมัธยมปลายที่หน้าตาน่ารักๆอีกคนด้วย


ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้ค้นพบอะไรบางอย่างในสิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้สึกถึง แต่ก็อาจจะดีแล้วก็ได้เพราะไม่อย่างนั้นแล้วตนเองก็คงไม่สามารถสังเกตการณ์ได้เงียบๆเป็นแน่แท้


ใครว่าเป็นอาจารย์มันน่าเบื่อ ไม่ใช่จีมินแน่นอนล่ะคนนึง



 

--



 

                เสียงรถที่ขับมาและจอดอยู่หน้าบ้านทำให้เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวชะเง้อคอมองออกไปด้านนอกเป็นระยะอยู่ก่อนหน้านั้นลุกขึ้นไปดูตรงหน้าต่าง และเมื่อเห็นรถBMWที่คุ้นเคย เขาก็เผลอกลืนน้ำลายและสูดหายใจลึกๆก่อนจะหันกลับไปหาผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่ตรงครัว


เธอพยักหน้าให้กับลูกชายคนเดียวเพื่อมอบกำลังใจ


จองกุกเดินออกไปเปิดประตูข้างนอกอย่างเก้ๆกังๆและโค้งให้กับผู้อาวุโสกว่า ซึ่งอีกฝ่ายก็ผงกศีรษะรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและพากันเดินเข้าไปข้างในเมื่อจัดการปิดประตูรั้วเรียบร้อยแล้ว


“ทานอะไรมารึยังคะคุณอี”

“อ่า เรียบร้อยแล้วครับ พอดีว่าที่ประชุมจัดมื้อเย็นไว้ จริงๆผมต้องขอโทษด้วยที่มาถึงมืดขนาดนี้” ซังฮุนหมายถึงว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ใกล้จะสามทุ่มแล้ว

“ฉันยังมีของว่างเล็กๆน้อยๆอยู่ เดี๋ยวจะเอามาให้ตอนที่คุยกับจองกุกแล้วกันนะคะ”

“รบกวนด้วยนะครับคุณฮเยซอง”


เธอยิ้มรับแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น ในขณะที่สองคนนั้นได้เดินไปที่ห้องนั่งเล่นซึ่งเก็บกวาดไปเรียบร้อยแล้วจากที่จองกุกนั่งอ่านหนังสือและทำการบ้านอยู่ก่อนหน้า ซึ่งช่วงใกล้สอบมันก็จะวุ่นๆหน่อย


“ว่าไงเรา มีอะไรครับ” เขาเปิดบทสนทนาด้วยท่าทีสบายๆเพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มรู้สึกอึดอัดมากนัก เพราะเห็นท่าทีของจองกุกที่ยังนั่งตัวเกร็งๆอยู่บนโซฟาข้างๆก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่หน่อย

อีกฝ่ายถูมือที่อยู่บนตักของตัวเองเพื่อให้หายประหม่าก่อนจะค่อยๆเปิดปากพูดในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะพูดออกมา


“คือ...เอ่อ......คุณอี.....”

“ใจเย็นๆ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ อาสะดวก”

“ครับ ...คือผม.. ตอนนั้น...ผมว่าผมจะบอก...” โอ้ย จองกุกอยากจะชกปากตัวเองตอนนี้เหลือเกิน


ทั้งสองคนเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งเมื่อซังฮุนให้เวลาคนข้างๆจัดการกับสติของตัวเองก่อน เขาก็พอจะเข้าใจว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักเท่าไหร่สำหรับคนที่ดูไม่ใคร่ชอบหน้ากันมาก่อนที่จะมานั่งคุยกันตัวต่อตัวแบบนี้ เอาจริงซังฮุนก็ประหลาดใจมากแล้วที่เด็กคนนี้เป็นฝ่ายขอคุยก่อนด้วยซ้ำ

จองกุกพ่นลมหายใจเพื่อเป็นการผ่อนคลายตัวเองอีกครั้ง


“คุณอีครับ เรื่องที่ผมอยากคุยกับคุณ...เรื่องที่คุณคุยกับแม่ของผมเรื่องไปต่างประเทศ”


แน่นอนว่าฝ่ายชายวัยกลางคนนั้นเลิกคิ้วตามคาด หนุ่มน้อยจึงพูดต่อ


“ตอนนั้นผมกำลังสับสนไม่รู้จะทำยังไงดี ผมไม่รู้อะไรเลยเลยรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ แต่คิดไปคิดมาผมก็ไม่ควรจะปฏิเสธมันขนาดนั้น...เอ้อ....ผมหมายถึง จริงๆผมก็คิดอยู่เหมือนกันน่ะครับเรื่องไปเรียนเมืองนอก”

“งั้นเหรอ”

“ตอนที่ผมเริ่มทำงานพิเศษ ผมก็คิดอยู่ตลอดเวลาเลยว่าเงินมันไม่ได้หาง่ายเลยซักนิด แต่เพราะผมมีสิ่งที่พอจะทำได้อยู่อย่างเดียว...ก็เลยทำได้แค่นั้นน่ะครับ”


ซังฮุนยังรับฟังอยู่เงียบๆเพื่อให้จองกุกได้พูดในสิ่งที่ติดค้างอยู่ออกมาให้หมด


“แล้วก็...อ่า... คุณก็น่าจะรู้เรื่องครอบครัวผมอยู่แล้ว...และตอนนี้ผมก็คิดแล้วว่าจะให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงตัวผมอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้”


แม้ว่าน้ำเสียงและจังหวะการพูดจะตะกุกตะกักอยู่ในที แต่อีกฝ่ายก็รับรู้แล้วว่าการที่จองกุกยอมเปิดปากคุยด้วยขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นการพยายามที่มากแล้ว ตัวซังฮุนยังไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์นี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้


“เข้าใจแล้วล่ะ” เขายิ้มให้เด็กหนุ่มรุ่นลูก “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราปิดเทอมภาคนี้เมื่อไหร่มาคุยกันอีกที อาจะได้เตรียมหาข้อมูลมาให้เราช่วยตัดสินใจด้วยว่าอยากเรียนอะไรที่ไหน ส่วนตอนนี้ก็ตั้งใจสอบก่อน แล้วค่อยว่ากันนะ”

“ครับ”

“แค่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงก็พอแล้วล่ะ เพราะอาทำอะไรลงไปโดยพลการไม่ได้หรอก”

“....ขอบคุณนะครับ”


จองกุกพูดออกมาโดยที่เผลอหลุบหน้าลงไป ราวกับว่าความกล้าหาญทั้งปวงในตอนนี้มันออกไปกับคำพูดขอบคุณหมดแล้ว


ทว่าซังฮุนเองก็ไม่ถือสา ตอนนี้เขาค่อนข้างจะดีใจมากเสียด้วยซ้ำที่ในที่สุดก็มีจังหวะที่พวกเขาได้นั่งคุยกันแบบไม่รู้สึกอึดอัดกันมากแบบเมื่อก่อน พอจะเข้าใจว่ามันคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกพอประมาณแม้ว่าในกรณีลูกชายแท้ๆของตัวเองจะไม่เหมือนกันสักเท่าไหร่เนื่องจากเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กมากจึงมีเวลาที่จะปรับตัวได้ทันถึงจะไม่รู้ว่าถ้าเจอกันจริงๆจะสามารถเข้ากันได้หรือไม่ แต่การที่ลูกของเขาเคยพูดอยู่ว่าอยากเจอน้อง ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


ถึงตอนนี้จะยังไม่ใช่ตอนจบที่ควรเป็น แต่การเริ่มต้นที่ดีมันก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่เลวเท่าไหร่นัก


 

--



 

                8 กรกฎาคม 2017

ชายหนุ่มร่างโปร่งกำลังจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยในเวลาเจ็ดโมงเช้า มันเป็นเสื้อโปโลแขนสั้นกับกางเกงขายาวที่คิดว่าน่าจะสุภาพแต่ไม่ทางการมากเกินไปกับการกลับเข้าบ้านใหญ่ในครั้งนี้


จองโฮซอกเหลือบมองนาฬิกาที่วางไว้บนโต๊ะ พบว่าอีกเกือบครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาที่ตนต้องออกไป


คำนวณแล้วว่าถ้าออกไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้น่าจะตกราวๆสิบห้านาที เลือกของอย่างเร็วที่สุดก็น่าจะสิบ กลับเข้ามาไม่ทันอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้อดทนไม่กินอะไรเลยจนไปถึงกวางจูก็น่าจะไม่ไหวเหมือนกัน แม้ว่าจะสองหรือสักสามชั่วโมงก็ตาม


“ผมจะออกไปซุปเปอร์ฯปากซอย มารอข้างหน้าเลยก็ได้ครับ ไม่ต้องเข้าไปข้างในแล้ว”


เขาโทรบอกตามเบอร์คนที่จะขับรถมารับตามที่พ่อของเขาเคยให้ไว้เมื่อคุยกันครั้งก่อน และปิดห้องเดินออกไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อจะซื้ออะไรสักอย่างมากินรองท้องก่อนที่จะไปถึงบ้านของตัวเองที่นั่น


โฮซอกไม่ได้กลับไปที่กวางจูหลายปีแล้ว น่าจะตั้งแต่เริ่มขึ้นมหาวิทยาลัยเห็นจะได้ และตราบใดที่คนคนนั้นยังอยู่บ้านมันก็ไม่ใช่แรงจูงใจที่ดีนักที่จะกลับไป ความแสลงใจที่พยายามจะหลบเลี่ยงมาตลอดซึ่งคิดว่าตัวเองเป็นอิสระแล้วตอนที่ตัดสินใจเข้ามาอาศัยในเมืองหลวงนี่ แต่ก็พบว่าอิสรภาพที่คิดไปนั้นกลับไม่มีอยู่จริง


และการเข้าไปคุยครั้งนี้โดยที่ยังไม่รู้ว่าเพื่ออะไร มันก็ยิ่งไม่รู้จะหวังไปทำไมเข้าไปใหญ่


เขาเดินออกมาจากอาคารห้องเช่าและมองกลับเข้าไปยังซอยที่ไกลกว่า...นัมจุนน่าจะยังไม่ตื่นในเวลาเช่นนี้ แต่ก็คุยกันไปแล้วว่าจะมาเจอกันหลังจากที่กลับมาจากกวางจู


เพราะงั้น นี่ไม่ใช่การปล่อยให้โฮซอกเผชิญหน้าตามลำพัง แต่เป็นการตกลงกันว่าเขาจะรับมือกับปัญหานี้ด้วยตัวเองแม้จะรู้ว่าบ้านใหญ่จะเป็นสถานที่ที่พ่อของเขาแสดงอำนาจได้เต็มที่ก็ตาม และเขาไม่ได้กลัวคนคนนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว


โฮซอกออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกับขนมปังใส่ไส้หนึ่งก้อนและนมอีกกล่องซึ่งประมาณแล้วน่าจะทำให้กระเพาะไม่ต้องทุรนทุรายมากนักระหว่างทาง หลังจากที่กินขนมปังจนหมดและกำลังจะเจาะกล่องนมกิน รถจากที่บ้านก็บีบแตรเบาๆเรียกเขาไปพอดี


รถหรูที่ไม่ได้นั่งมาแสนนานราวกับสัมผัสแปลกใหม่ ถ้าหากเขาเลือกเดินตามเส้นทางของพ่อ เขาก็อาจมีรถดีๆขับ ได้อยู่อาศัยในบ้านช่องดีๆ กินอาหารมื้อแพงได้โดยไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายเกินควร หรืออยากทำอะไรก็ได้ทำ


บางทีความฝันคนเรามันก็เข้าใจยาก แต่ตอนแรกที่ยังไม่เข้าใจ ก็อาจคิดได้แค่ว่า
ต้องทำมันให้ได้โดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตชีวิตตัวเองจะกลายเป็นอย่างไร พอรู้ตัวอีกทีมันก็มาอยู่ในจุดที่เราไม่คาดคิดเสียแล้วทั้งที่เต็มใจและตั้งใจตั้งแต่แรก แปลกไหมล่ะ


ไม่เพียงแต่จองโฮซอกที่เป็นเช่นนั้น ก็อาจจะมีอีกหลายๆคนที่เกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นในชีวิต ทว่าอนาคตพวกนั้นมันก็จะกลายมาเป็นปัจจุบัน และกลายเป็นอดีต หลังจากนั้นก็จะวนมาแบบนี้เรื่อยๆ


ส่วนตอนนี้ อนาคตที่อาจารย์หนุ่มไม่ได้คาดคิด มันก็กำลังจะบรรจบมาเป็นปัจจุบันในเวลาไม่ช้านี้แล้ว


-------------



>>Talk

มาต่อหลังสอบตามสัญญาค่ะะะะ ตอนนี้ปมเฉพาะคาร์ก็ค่อยๆคลี่คลายแล้วนะคะ ซึ่งของจกุกเองก็น่าจะล่วงเลยไปกว่า90เปอแล้ว ของอ.จองนี่มาลุ้นกันได้ตอนหน้าค่ะ รวมทั้งแทกุกไลน์ของเราด้วย /ว้ายสปอย---

แน่นอนว่าใกล้จบจริงๆละค่ะ น่าจะไม่เกินสามตอนประมาณนี้ เพราะเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วก็ถือว่าบรรลุหมดแล้วล่ะค่ะ เราต้องส่งคาร์เด่นทุกคนให้ไปถึงฝั่ง!

ส่วนเรื่องพรีเล่ม เอาจริงช่วงเดือน3ยังไม่ค่อยว่างเท่าไหร่นักเลยค่ะ อาจจะเลื่อนไปเป็นช่วงกลางๆเมษาแทนอะไรแบบนี้ หรือถ้าจัดการหลายๆอย่างทันก็น่าจะเจอกันในกำหนดการณ์เดิมค่ะ แอแฮ่

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว แท็ก มากๆด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ ยู้วฮู้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #395 RMJHyun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:32
    ดูท่าจองกุกกับคุณอีจะไปได้ดีแล้วเนาะ น้องก็ถือว่าโตแล้วรู้เรื่องแล้ว
    ส่วนอ.จองกับพ่อตัวเองนี่ก็ยังต้องลุ้นต่อ เห็นหน้าพ่อแล้วแสลงใจยิ่งกว่าเห็นโบแดง---
    รอติดตามตอนต่อไปค่าาา
    #395
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #395-2 Tsukihana(จากตอนที่ 28)
      15 มีนาคม 2561 / 14:53
      ใช่แล้วค่า ยังไงซะจริงๆน้องก็ไม่ได้อยากจะขวางโลกอะไรอยู่แล้วล่ะค่ะ แค่ขอเวลาหน่อย
      ส่วนเรื่องของอ.จองและอื่นๆ ตอนหน้าตอบทุกข้อสงสัยแน่นอน ฮา
      #395-2
  2. #393 ข้าวฟู (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 19:48
    ทำไมชอบแทกุกไลน์จัง55555. รอนะคะไรต์
    #393
    1
    • #393-1 Tsukihana(จากตอนที่ 28)
      15 มีนาคม 2561 / 05:52
      เพราะสองคนนี้น่ารักค่ะ!!
      #393-1
  3. #392 mayupong-111 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 11:58
    ยอมใจคุณครูปาร์คจริงๆ55555555
    #392
    1
    • #392-1 Tsukihana(จากตอนที่ 28)
      15 มีนาคม 2561 / 05:52
      เสมอต้นเสมอปลายที่สุดในเรื่องแล้วค่ะ 55555555555
      #392-1
  4. #391 k_92 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 08:37
    ปาร์คจีมิน!!!!
    #391
    1
    • #391-1 Tsukihana(จากตอนที่ 28)
      12 มีนาคม 2561 / 11:34
      เขาออกจะเป็นคนคีปคาร์นะคะ!!!!
      #391-1
  5. #390 tienin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 07:06
    จองกุกเป็นไปด้วยดี เดี๋ยวจะมีพี่ชายเพิ่มมาอีกน้า อาจารย์จองจะมีอะไรรออยู่กันนะ
    #390
    1
    • #390-1 Tsukihana(จากตอนที่ 28)
      12 มีนาคม 2561 / 11:35
      อ.จองเดี๋ยวตอนหน้าก็รู้ทุกอย่างแล้วค่ะ >< ได้คลี่คลายทุกประเด็นที่เหลืออยู่แน่นอน
      #390-1
  6. #389 mayupong-111 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 01:32
    ใจละลลายยยย
    #389
    0
  7. #388 k_92 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 08:46
    สู้ๆ นะคะไรท์
    #388
    0
  8. #387 Nayhrp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 07:55
    อาจารย์มินก็มีมุมแบลนี้ด้วยยยยย ฮื่ออออออออ
    #387
    0
  9. #386 tienin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 07:43
    อาจารย์ยุนกิไปค่ะไปฝากเนื้อฝากตัวเนอะ
    #386
    0