[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 20 : +19+ : Closer

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    2 ต.ค. 60



                เสียงรถที่แล่นมาจอดอยู่หน้าบ้านนั้นดึงความสนใจของผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างในทันที เขาเงยหน้ามองนาฬิกาติดผนังแล้วเดินออกไปชะโงกหน้ามองข้างนอกรั้วก็เห็นรถแท็กซี่มาจอดอยู่หน้าบ้านของตนเอง

จนกระทั่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินลงมา เขาก็รีบออกไปเปิดประตูเล็กของรั้วเพื่อไปรับคนที่กำลังเดินเข้ามาพอดี


“ทีหลังจะกลับมืดก็บอกแต่เนิ่นๆนะ แล้วนี่กินอะไรมารึยัง”

“อะ อ๋อ กินมาแล้วครับ” อีกฝ่ายพยักหน้าพลางพูดเสียงเบา


นัมจุนเหลือบไปเห็นคนที่ลงแท็กซี่อีกฝั่งของประตูตามมาก็ยิ่งแปลกใจหนักกว่าเดิม...เมื่อคนคนนั้นเป็นอาจารย์มินที่สอนดนตรี ทำไมถึงนั่งแท็กซี่มากับแทฮยองหลานชายของเขาล่ะ


และเมื่อทางนั้นเห็นผู้ปกครองที่ออกมารับแล้วก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะค้อมหัวให้ และเดินกลับเข้าไปนั่งในรถโดยที่ร่างสูงนั้นมองตามกระทั่งแท็กซี่คันนั้นได้ขับออกไป จึงได้หันมาถามหลานชายว่านี่ไปเจอกันตอนไหนได้อย่างไร


“ก็...วันนี้ไปเรียนเปียโน แล้วก็เจออาจารย์เขา แล้วก็กินข้าวด้วยกันน่ะครับ”


แทฮยองไม่ได้พูดอะไรผิดเพี้ยนไปเลยจริงๆนะ เป็นความจริงทุกประการ เพียงแต่ไม่ได้พูดให้มันดูเป็นเหตุการณ์เดียวกันเฉยๆ..


“แต่กลับมาถึงบ้านสามทุ่มเลยเหรอ”

“....ที่ฮงแดปกติวันเสาร์อาทิตย์ก็มีอะไรให้เดินดูเยอะน่ะครับ แล้วก็มันมืดแล้วอาจารย์ก็เลยนั่งแท็กซี่มาเป็นเพื่อน”


คุณอาหนุ่มนั้นพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมๆกับแทฮยอง ซึ่งตัวหลานเขานั้นขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนเพราะมันก็มืดค่ำแล้ว และเขาก็กินข้าวเย็นมาแล้วด้วย เลยกะว่าจะขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็นอนเล่นพักผ่อนในห้องนอนไปเลย ซึ่งฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร


แต่ในขณะที่นัมจุนมองตามหลังของหนุ่มน้อยผิวเข้มไปนั้น ตนเองก็โคลงหัวเล็กน้อย


เขาไม่ได้ว่าอะไรถ้าหากอีกฝ่ายจะกลับมืดค่ำขนาดไหนถ้าหากโทรมาบอกกันก่อน เพราะอย่างไรซะหลานก็เป็นผู้ชาย ก็พอจะดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง และมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเป็นห่วงคนในครอบครัวตัวเองอยู่แล้ว แถมตัวเขายังถูกฝากฝังจากพ่อแม่แทฮยองกลายๆด้วยก็เลยต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด


ก็นะ หลานชายคนเดียวทั้งคน แถมเจ้าตัวยังเป็นเด็กดีอีกต่างหาก อย่างไรเขาก็เต็มใจอยู่แล้ว


แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สงสัยอะไรเลยหรอกนะ...


 

                ฝ่ายเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กลับขึ้นมาบนห้องตัวเองนั้นก็เปิดตู้ค้นเอาเสื้อผ้าที่ไว้สำหรับใส่นอนออกมาเพื่อจะถอดเปลี่ยนจากชุดในวันนี้เนื่องจากไม่จำเป็นต้องอาบน้ำซ้ำอีก

แทฮยองถือเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ โดยเมื่อถอดเสื้อออกไปแล้วนั้น ภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก็เผลอทำให้ต้องหลุบตาลงอย่างกระอักกระอ่วน


บนผิวที่สีเข้มกว่าคนอื่นที่ตนเองเห็นอยู่ทุกวันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกเขินวูบขึ้นมาทันที

มือของเขาลูบไปตามต้นคอที่ปรากฏรอยกัดจางๆที่ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่เห็น


“สีผิวนายสวยดีนะแทฮยอง”


ดวงตาสีเข้มของตัวเองวูบไหวเล็กน้อยกับปากที่เม้มแน่น


“ดีจังที่นายไม่ผอมมากกว่านี้”


เขาสะบัดหน้าตัวเองไปมาและรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แปรงฟันแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำไปแทบจะทันที


เพราะไม่ได้บอกอาเอาไว้ว่าจะออกไปค้างอ้างแรมที่ไหนก่อน ก็เลยต้องขอกลับบ้านทั้งที่สติกับร่างกายมันยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่นัก โดยที่ยุนกินั่งแท็กซี่มาส่งถึงบ้านแล้วก็คงจะกลับไปแล้ว แต่ยิ่งกว่านั้นคือนัมจุนเองก็เห็นแล้วว่าคนที่มากับเขาด้วยเป็นใคร ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าอาของเขามองอีกฝ่ายแบบไหนแม้ว่าตนจะเล่าไปแล้วว่าตอนที่ยุนกิถูกพักการสอนมันเพราะว่าอะไร แต่เพราะการที่ใช้กำลังมีเรื่องแบบนั้นมันก็ไม่ได้ให้ภาพลักษณ์ที่ดีเท่าไหร่


และโทรศัพท์มือถือของแทฮยองดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งในความเงียบ


[เป็นไงบ้าง]


เด็กหนุ่มเผลอทำหน้าแปลกๆอีกครั้งเพราะรู้ว่าปลายสายหมายถึงอะไร


“...ก็ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วครับ”

[เหรอ แต่ฉันว่านายควรจะนอนได้แล้ว]

“อาจารย์พูดเหมือนผมจะไปโลดโผนที่ไหนต่ออย่างนั้นแหละครับ”

[แทฮยอง ฉันบอกนายไว้ว่าไง]

“.....ขอโทษครับ...พี่ยุนกิ


อีกฝ่ายหัวเราะเล็กน้อย เมื่อกี้เขาก็ไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุๆแข็งๆอย่างที่เคยสอนนักเรียนในบางทีหรอก ติดจะล้อเล่นด้วยซ้ำ


[แล้วก็ฉันอนุญาตให้นายโลดโผนได้แค่สองที่คือสวนสนุก กับห้องของฉัน]

“พี่!!


แทฮยองบอกลากับกดวางสายแทบไม่ทัน เขาวางมือถือไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือตัวเองก่อนจะมานอนซุกผ้าห่มอยู่บนเตียง ให้ตายสิ มินยุนกิจะมาทำให้เขาลนกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้ไม่ได้

แต่ถ้าจะให้พูดอีกครั้ง เขาก็ยังชอบทุกๆเวลาของอีกฝ่ายยกเว้นแค่เรื่องต่อยตีเหมือนเดิมนั่นแหละ

 




-----------------------------------




 

แสงยามเช้าที่ลอดผ้าม่านเข้ามาแม้เพียงนิด แต่ก็ทำให้ร่างโปร่งที่นอนอยู่บนเตียงแคบนั้นรู้สึกตัวและค่อยๆขยับปรือตาขึ้นมา พลางควานหานาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงที่เอาไว้วางหนังสือที่ไว้อ่านก่อนนอน


แปดโมงกว่าๆ...


ก็ไม่ถือว่าสายเกินไป แล้วก็ไม่ได้เช้าจนเกินไปเหมือนตอนตื่นในวันทำงาน


หลังจากได้นอนพักผ่อนเต็มที่ก็ดูเหมือนว่าอาการจะดีขึ้นมาหน่อย ดวงตาเรียวหวานนั้นมองไปยังพื้นห้องของเขาที่ตอนนี้มันไม่มีพวกกองกระดาษและเอกสารใดๆอีกต่อไปเนื่องจากมันถูกเก็บจนเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว


เพราะว่าคนที่มาหาตนเมื่อวานได้จัดการสิ่งของเหล่านั้นจนหมด


โฮซอกขยี้ผมและลุกไปล้างหน้าล้างตา พบว่าใบหน้าในกระจกค่อยดูปกติขึ้นมาหน่อยยกเว้นดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก วัยที่ใกล้จะสามสิบแล้วโหมงานมากๆจนแทบไม่ได้นอนมันก็คงไม่ดีจริงๆ...


เขาจำได้ เมื่อวานที่เขายังลุกขึ้นมาทำพอร์ทซึ่งเป็นวันเสาร์ ก็มีคนมาเคาะประตูจนเมื่อเปิดไปก็เกือบจะทะเลาะกันอีกรอบ


“นี่คุณมาทำไม ผมไม่เป็นไรแล้ว ออกไปจากที่นี่ซะ!

“ไม่คุณโฮซอก ผมต้องการคุยกับคุณ ว่าทำไมคุณถึงต้องทำท่ารังเกียจผมขนาดนั้น”

“แล้วทำไมคุณต้องใส่ใจด้วยล่ะ”

“เพราะผมเชื่อว่าจริงๆคุณก็ไม่ได้เกลียดผมไง”

“อะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้นคุณนัมจุน”

“เรื่องของแทฮยอง”


คนตัวเล็กกว่านั้นหยุดชะงักไปในทันทีและไม่รู้จะเถียงอะไรกลับไปต่อ จึงเปิดโอกาสให้นัมจุนถือวิสาสะแทรกตัวเข้ามาในห้องได้สำเร็จแม้ว่าโฮซอกจะพยายามทั้งดึงและกระชากเพื่อจะลากให้เขากลับออกไปข้างนอกให้ได้แต่ก็ไม่ได้สำเร็จเท่าที่ควรในเมื่อแรงดื้อดึงของอีกคนนั้นมีมากกว่า


“ได้โปรดคุยกับผมดีๆซักครั้งเถอะ เหตุผลที่ผมกลายเป็นปัญหาในชีวิตคุณ”


นัมจุนหันมาพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังมากกว่าเดิม จนทำให้คุณอาจารย์หนุ่มเพื่อนร่วมงานตรงหน้าได้เบนสายตาไปทางอื่นอย่างลังเล


“เริ่มจากของพวกนี้” ผู้มาเยื่อนนั้นชี้ไปยังเอกสารที่วางค่อนข้างจะระเกะระกะ ซึ่งมันค่อนข้างผิดสังเกตเพราะดูแล้วโฮซอกไม่น่าจะเป็นคนที่ปล่อยให้ห้องรกขนาดนี้


“...ผมกำลังทำพอร์ท” เจ้าของห้องตอบออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

“พอร์ทอะไรกันคุณ คุณก็มีงานทำแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าคุณจะไปเรียนต่อ..?”

“...”

“ตอบผม อาจารย์โฮซอก”


เมื่อน้ำเสียงคาดคั้นนั้นทำให้อีกฝ่ายลำบากใจอย่างหนัก โฮซอกหลับตากัดฟันอย่างจนใจเมื่อถูกถามย้ำในคำถามที่ยังไม่อยากตอบ แต่มันก็จำเป็นต้องตอบเพราะไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก


“...ผม..จะย้ายไปสอนที่อื่น”

“อะไรนะ”


นัมจุนรีบก้าวเข้ามาประชิดจนคนตรงหน้านั้นตกใจผงะถอยหลังไปอีกก้าวเพื่อรักษาระยะ


“ก็บอกแล้วไง ว่าผมจะย้ายไปสอนที่อื่น”

“ทำไม เพราะผมเหรอ ผมทำให้คุณต้องตัดสินใจจะย้ายไปที่อื่นเหรอ”

“ใช่ เพราะคุณนั่นแหละ”


โฮซอกตัดสินใจกลับมาเผชิญหน้าโต้ตอบด้วยสีหน้าและแววตาที่กำลังมีประกายความโกรธคุกรุ่นอยู่


“เพราะอะไร...บอกผมเถอะ ผมไม่อยากถูกคุณเกลียดไปมากกว่านี้ บอกสิ่งที่ผมควรปรับปรุงมาได้มั้ยคุณโฮซอก”


ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความลังเลอีกครั้งว่าเขาควรจะบอกออกไปหรือไม่ เพราะความจริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนัมจุนไปเสียทีเดียวหรอก เพียงแต่ทางนั้นดันเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญเข้าจนได้เนี่ยสิ

จนมือกำแน่นขึ้นเพื่อเรียกความมั่นใจเพื่อจะพูดคำบั่นทอนให้ตนเองรู้สึกน้อยที่สุด


“ถ้าคุณอยากจะปรับปรุงไม่ให้ผมเกลียดคุณไปมากกว่านี้...คุณก็ลาออกไปสอนที่อื่นแทนผมซะสิ”

!?


คราวนี้เป็นนัมจุนที่แสดงท่าทีตกใจออกมาอย่างที่คิดจนโฮซอกแค่นหัวเราะออกมาอย่างฝืนๆ แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มขยายความอะไรกันต่อนั้น เสียงเคาะประตุห้องก็ดังขึ้นอีกครั้งทำให้อาจารย์จองได้โอกาสหลีกหนีจากสถานการณ์นี้ได้ชั่วขณะหนึ่งเพื่อจะเดินไปเปิดประตู


แต่...กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างก็แย่ลงกว่าเดิม เมื่อเห็นชายสองคนแต่งตัวใส่สูทเรียบร้อยยืนอยู่หน้าห้อง


“คุณจอง คุณท่านฝากมาเอาคำตอบครับ”

“...ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่กลับไป! คนที่ไปก็คือพวกคุณ!!

“งั้นเหรอ อยู่ห้องเช่าโง่ๆเล็กเท่าบ้านหมายังกล้าอวดดีอีกนะ”


โฮซอกชะงักตกใจเมื่อเสียงที่พูดแทรกขึ้นมาไม่ใช่ชายสองคน แต่กลับเป็นใครอีกคนที่เดินเข้ามาทีหลังซึ่งทุกๆอย่างนั้นแตกต่างจากสองคนที่ยืนอยู่อย่างสิ้นเชิง ทั้งวัย และความภูมิฐานที่แสดงถึงอำนาจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่คนที่อีกฝ่ายจะยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ


“....พ่อ

“ใช่ พ่อแกเองไงจองโฮซอก”


คนเป็นลูกนั้นกัดฟันกรอดก่อนจะรีบถลาเข้าไปจะปิดประตูไม่ให้เข้ามาได้ แต่ก็ไม่ทันเพราะสองคนนั้นที่น่าจะเป็นลูกน้องของพ่อตนนั้นได้ช่วยกันยันประตูเอาไว้


“ถ้าพ่อเกลียดไอ้ห้องเช่านี่พ่อก็ไม่ควรมาที่นี่!!

“แกก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ด้วย ไม่ควรจะไปเป็นครูที่ไม่มีความก้าวหน้าอะไรในชีวิตเลยด้วยซ้ำ!!


ถึงตอนนี้แล้ว จองโฮซอกไม่ต้องถูกลงไม้ลงมือใดๆก็เจ็บปวดรวดร้าวไปจนถึงหัวใจได้

ชายวัยกลางคนนั้นเข้ามายืนอยู่ในห้อง โดยแต่ละก้าวเดินนั้นยิ่งเพิ่มความรู้สึกหนักอึ้งบนบ่าของผู้เป็นลูก


“ไหนล่ะที่แกบอกว่ามีประสบการณ์แล้วจะได้เลื่อนขั้น ไหนล่ะเงินเดือนที่แกบอกว่าพอเลี้ยงตัวเอง ไหนล่ะสิ่งที่แกภาคภูมิใจนักหนา!!

“หยุดนะ”


โฮซอกเบิกตากว้างพร้อมใจที่เต้นรัวจากความโกรธที่แล่นริ้วขึ้นมา


“แกกล้าพูดกล้าคุยได้เหรอว่าอยู่อุดอู้ในที่แบบนี้ เนี่ยเหรอที่เรียกว่ากินอยู่สบาย สภาพตอนนี้ยังดูไม่ได้เลย!!

“หยุดซะที!” เขาส่ายหน้าพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างปิดหูตัวเองเพราะไม่อยากจะรับฟังอะไรอีกแล้ว

“สุดท้ายแล้วมันก็แค่สิ่งที่แกเอาไว้หลอกตัวเองไปวันๆ กับความฝันลมๆแล้งๆเท่านั้นแหละ!!


“ผมบอกให้หยุด!!!


เสียงตวาดครั้งสุดท้ายดังขึ้นแต่ไม่ใช่เสียงของคนที่ถูกปรามาสอยู่แต่อย่างใด แต่กลับเป็นบุคคลที่สามที่บังเอิญอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้ว


ชายที่โฮซอกเรียกว่าพ่อนั้นหรี่ตามองนัมจุนที่กำลังหอบเล็กน้อยจากที่ตะโกนแทรกขึ้นมาเสียงดัง หากแต่นัยน์ตาแข็งกร้าวของอาจารย์หนุ่มนั้นก็มองกลับอย่างไม่ยอมแพ้ที่อีกฝ่ายนั้นกำลังพิจารณาตัวเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า


“โอ้...คุณคือ?” น้ำเสียงที่แฝงความเย่อหยิ่งถือตัวแม้จะชวนโมโหแต่นัมจุนก็พยายามเก็บอาการไว้

“คิมนัมจุน อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ สอนที่เดียวกับคุณโฮซอก”

“หึ นอกจากคุณภาพชีวิตจะห่วยแตกแล้ว สังคมของแกก็ด้อยพัฒนาด้วยอีกต่างหาก”

“ถ้าพ่อจะด่าก็ด่าแต่ผม เพื่อนผมไม่เกี่ยว”


โฮซอกรีบก้าวเข้ามาดันนัมจุนให้ถอยหลังไปและบังเอาไว้แทน ตอนนี้จึงกลายเป็นตัวเขาที่เผชิญหน้ากับพ่อตัวเองอีกครั้ง


“แกบอกว่าไม่เกี่ยว แต่ท่าทางเขาจะอยากเกี่ยว ใช่มั้ยคุณคิม”


คนที่บังอยู่นั้นรีบหันไปส่ายหน้าแรงๆให้คนข้างหลังทันที แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย


“ใช่ครับ ผมจำเป็นต้องเกี่ยว เพราะคุณกำลังดูถูกอาชีพของพวกเรา ดูถูกความตั้งใจของเพื่อนร่วมงานของผม”

“งั้นเหรอ แต่ดูท่าทางความตั้งใจนั้นมันจะสูญเปล่านะ”

“ไม่ได้สูญเปล่านะครับ แค่มันเป็นความสำเร็จที่คุณไม่เคยคิดจะใส่ใจต่างหาก”

“...”

“เพราะอคติของคุณ แทนที่คุณโฮซอกจะได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาควรจะได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นต้องบังคับตัวเองให้มองแต่ความสำเร็จในแบบที่คุณกดดันเขา”


ตอนนี้ทั้งห้องเงียบลงราวกับถูกสะกดไว้ มีเพียงนัมจุนที่ยังคงเดินหน้าอธิบายต่อไปอย่างใจเย็น


“คุณจะให้เขากลับไปทำอะไรผมไม่รู้ แต่คิดเหรอว่าถ้าเขาไปทำทั้งๆที่ไม่เต็มใจมันจะออกมาดี คุณคิดเหรอมันจะได้ผลลัพธ์อย่างที่คุณต้องการน่ะ?”


ชายคนนั้นส่งเสียงหึในลำคอเบาๆอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก


“ถ้าคุณอยากจะนึกถึงเขาในฐานะลูก คุณควรนึกว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมหน้าตาและฐานะสังคมของคุณ!


.......


และเมื่อสิ้นคำนั้นก็มีเพียงเสียงพ่นลมหายใจแรงของคุณจองผู้เป็นพ่อ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกไปจากห้องและโบกมือเรียกให้ลูกน้องทั้งสองตามตนเองมาด้วย ทิ้งให้ทั้งสองคนที่อยู่ในห้องนั้นอยู่ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป แต่คนที่เดินไปปิดประตูให้กลับเป็นนัมจุน


ตอนนี้เขาเข้าใจทุกๆอย่างแล้ว...


เข้าใจแล้วว่าทำไมโฮซอกถึงได้เกลียดขี้หน้าเขานักหนา


ทั้งที่จริงๆ....


“คุณ...โอเคมั้ยคุณโฮซอก”


ร่างสูงเข้าไปจับไหล่ทั้งสองที่กำลังลู่ลงอย่างเหนื่อยล้า โฮซอกเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องมานั่งรับรู้และต่อต้านกับเรื่องเดิมๆแบบนี้มาเป็นสิบกว่าปี


“...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมชินแล้วมั้ง...ช่างมันเถอะ” เขาตอบอีกฝ่ายไปด้วยเสียงเนือยๆเลื่อนลอยราวกับคนไม่มีสติ


แต่ทันใดนั้น นัมจุนก็ดึงตัวของเขาเข้ามากอดไว้ ฝ่ามือของอาจารย์คิมเพื่อนร่วมหมวดของเขากำลังลูบผมปลอบในขณะที่ใบหน้าของโฮซอกนั้นพิงซบอยู่ที่บ่า

ในหัวของเขาได้ยินเสียงที่นัมจุนพูดใส่พ่อของตนนั้นซ้ำไปซ้ำมา

เขาไม่เคยโอเคเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็พยายามจะเข้มแข็ง แต่แท้จริงมันก็คือความเข้มแข็งจอมปลอม


...น่าสมเพชตัวเองนักจองโฮซอก


“ฮึ....ฮึก”


มือทั้งสองของคนในอ้อมกอดยกขึ้นมาขยำเสื้อตรงเอวอีกฝ่ายไว้พร้อมกับทั่วร่างที่สั่นน้อยๆ


“ตอนนี้คุณทำตามใจตัวเองเถอะ ผมจะไม่ทำอะไรนอกจากอยู่ตรงนี้กับคุณนะ”


เหมือนคำนี้ได้ปลดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาแบกเอาไว้ออกจนหมด ความเศร้าและความทุกข์ทรมานที่สะสมมานานเป็นปีๆได้ไหลทะลักออกมาพร้อมๆกับน้ำตาจำนวนมากที่กลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว


แล้วก็นั่นล่ะ กว่าที่โฮซอกจะสงบลงและหยุดร้องไปได้ก็หลายนาทีอยู่จนตาบวมแบบนี้ แต่จริงๆมันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ

และพอไม่รู้จะปิดบังอะไรต่อไปแล้วในเมื่อเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นตำตา จึงตัดสินใจเล่าเรื่องของตนเองให้อีกฝ่ายฟัง


โฮซอกเป็นลูกชายคนเดียวของคุณจองที่เป็นทายาทคนโตซึ่งกำลังบริหารธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ของประเทศ โดยที่ความจริงแล้วคุณจองยังมีน้องชายอีกคนที่ดำรงตำแหน่งรอง แต่ด้วยความที่ยังอยากให้กิจการนั้นยังอยู่ในมือของตนจึงอยากให้โฮซอกมารับช่วงต่อจากเขาเมื่อถึงเวลา


แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ทางนั้นหวังเอาไว้เมื่อลูกชายนั้นไม่ได้สนใจเส้นทางธุรกิจ แต่กลับสนใจด้านศึกษาศาสตร์และอยากจะเป็นครู เพราะเขาเชื่อว่าคนมีโอกาสได้รับการศึกษาดีๆอย่างตนนั้นก็ควรจะได้แบ่งปันสิ่งที่เก็บเกี่ยวมาถ่ายทอดต่อบ้าง


เขาเริ่มทะเลาะมีปากเสียงกับพ่อตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและหนักขึ้นเมื่อเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย จนสุดท้ายพ่อจะไม่ส่งเขาเรียนต่อจนตนต้องออกไปทำงานหาค่าเรียนเอง แต่จริงๆแม่ที่ตอนนั้นได้แยกกันอยู่ไปแล้วก็แอบส่งเงินมาช่วยโดยไม่ได้บอกใครซึ่งก็ไม่ได้มากมายนักจนสุดท้ายเขาก็จบได้แค่ตรี ซึ่งแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วในตอนนั้น...


แต่มันก็ยังไม่พอเพราะพ่อเขาก็ยังขยันตามราวีไม่เลิกราเสียทีตั้งแต่ได้งานปีแรก จนผ่านมาหลายปีกระทั่งมีนัมจุนเข้ามาสอนด้วย แล้วก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าไปทั้งที่ทำงานแค่ปีเดียว


ตนจึงรู้สึกโกรธและหงุดหงิดมาก เพราะรู้ว่านัมจุนเรียนจบนอกและภาษาก็ดี ได้โอกาสการศึกษาที่ดีกว่าเขา แม้ว่าจริงๆจะเรียนกันคนละอย่าง แต่โฮซอกก็ต้องการสะสมอะไรที่มันมากกว่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ได้แล้ว


“...ขอโทษนะ เหตุผมของผมมันไร้สาระไปหน่อย....”

“ไม่หรอกคุณ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ ผมสิประหลาดใจว่าคุณทนกับมันมาได้ยังไง”

“ผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ไม่ใช่แค่คุณหรอกคุณนัมจุน”


โฮซอกพูดออกมาแล้วก็หัวเราะเจื่อนๆ แต่พอหันไปเห็นอีกฝ่ายกำลังยิ้มบางๆมาให้ราวกับเอ็นดู มันทำให้ตัวเขานั้นเผลอหลุดขำออกมาจริงๆ


“อือ ในที่สุดคุณก็ยิ้มให้ผมซะทีนะคุณโฮซอก”

“ผมไม่ได้ยิ้ม ผมหัวเราะ”

“ดีใจที่ผมก็รู้ว่าคุณเป็นคนตลกด้วยเหมือนกัน”


คุณอาจารย์จองนั้นส่ายหัวเบาๆพลางหงายมือเช็ดหน้าตัวเองอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้นัมจุนกำลังนั่งเท้าคางมองอยู่ที่โต๊ะตัวเล็กที่เอาไว้ใช้ตรวจการบ้านอยู่ทุกวัน


“ผมรู้ว่าคุณรู้ แต่ไม่ได้ยอมรับมันเท่าไหร่ ว่าจริงๆแล้วคุณน่ะทำหน้าที่นี้ได้ดีตามที่ครูคนนึงควรจะทำแล้วล่ะครับ”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”

“เด็กๆหลายคนรักและชื่นชอบคุณทั้งที่คุณไม่ได้ปล่อยข้อสอบง่ายและเนื้อหาก็ไม่ได้หละหลวมอะไร แถมคุณยังใส่ใจนักเรียนด้วย เป็นผมผมก็รักนะครับมีครูแบบนี้”

“...”

“คุณเลิกโกรธผมแล้วใช่มั้ยคุณโฮซอก”


คนถูกถามนั้นแกล้งเสตามองไปทางอื่น แต่จริงๆเขาก็ไม่ได้อยากจะสบตาคนข้างๆตอนนี้เท่าไหร่


“ก็...ถ้าคุณเบื่อที่จะเห็นหน้าบึ้งๆของผมแล้ว ผมจะเลิกทำใส่คุณก็ได้”






 

                รถฮุนไดสีบรอนซ์คันเดิมขับเข้ามาในซอยเดิมเพื่อที่จะมาบ้านหลังเดิม จากที่คราวก่อนหน้านั้นคุณลูกศิษย์(ที่ตัวเองไม่ได้สอน)ที่น่ารักนั้นได้ไฟเขียวเอ่ยชวนเขามาฝากท้องมือเย็นที่บ้านแล้วเรียบร้อย


...คุณแม่จำผมไว้นะครับ อนาคตลูกเขยคุณแม่เอง อิอิ


แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิมก็ตรงที่ว่า รถบีเอ็มคันเจ้าปัญหานั้นป่านนี้ยังไม่กลับไปเลยนี่สิ...

แถมซอกจินก็ยังได้ยินเด็กหนุ่มที่นั่งข้างๆพึมพำออกมาประมาณว่า ทำไมยังอยู่อีกวะ จึงตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่ายเพื่อให้กำลังใจล้วนๆไม่มีอย่างอื่นแอบแฝง


“ไม่เป็นไรหรอกนะครับ มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”


อาจารย์หนุ่มพูดออกมาเบาๆ แต่จองกุกก็ยังไม่ได้ตอบอะไร จนกระทั่งรถนั้นได้จอดต่อท้ายบีเอ็มคันนั้นและทั้งคู่ก็ช่วยกันขนของลงจากรถเพื่อจะเอาไปเก็บในบ้านอย่างที่เคยทำ


“อ้าว กลับมาพอดีเลย อารอเราอยู่นะ”

“................”


เจ้าหนุ่มนั้นได้แต่เหลือบมองด้วยตาโตๆอย่างสับสนหน่อยๆ ก่อนจะเลื่อนไปมองที่ถุงอะไรบางอย่างที่ขนาดค่อนข้างใหญ่พอดู


“เห็นว่าเราสนใจเรื่องวาดรูปใช่มั้ย อาซื้ออุปกรณ์มาให้ นี่เป็นกระดาษสีน้ำนะ ไว้วาดดินสอก็ได้ แล้วก็ดินสอสีไม้ สีน้ำก็มี อะ มียางลบแล้วก็กบไว้เหลาจะได้ไม่ต้องเอาคัตเตอร์เหลาอีก แล้วก็หลายๆอย่างเลย”


ซังฮุนถือถุงนั้นแล้วยื่นให้จองกุกดูของข้างในซึ่งมันก็เป็นอุปกรณ์สำหรับวาดรูปแบบวาดกับกระดาษครบมากไม่ว่าจะทั้งกระดาษที่เป็นแบบสมุดสเก็ตช์ กระดาษเป็นแผ่นๆ รวมทั้งสี ดินสอ พู่กัน หมึกดำ รวมๆแล้วก็คือทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับงานวาดมีอยู่ในนี้หมด


“...ของพวกนี้มัน....”


คิ้วของหนุ่มน้อยขมวดอย่างเครียดๆเพราะลังเลอย่างหนัก เพราะทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ แต่คนที่ซื้อให้มัน... มันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขานี่สิ


“รับไว้เถอะครับจองกุก ผมว่ามันจำเป็นอยู่มากเลยนะ” ซอกจินเอียงหน้ามากระซิบข้างๆ

“....อาจารย์....แต่”

“อย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้นเลยครับ มองว่ามันเป็นโอกาสดีกว่านะ”

“....”


ซอกจินเห็นเจ้ากระต่ายตัวโตทำหน้ายุ่งเข้าอีกแล้วก็เลยสะกิดที่หลังไปเบาๆ เจ้าตัวถึงได้ยื่นมือไปรับของมาจากคนตรงหน้ามาได้ก่อนที่จะค้อมหัวขอบคุณโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป


และเมื่อซังฮุนเห็นว่าจองกุกรับของจากเขาไปแล้วก็ยิ้มให้เหมือนอย่างเคยก่อนจะขอตัวกลับ เนื่องจากเขามาอยู่รอก็เพื่อจะให้ของพวกนี้กับมือมากกว่าจะทิ้งไว้ให้ อยากให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเขาก็พยายามใส่ใจเท่าที่เวลาจะอำนวยได้ในตอนนี้


จนบรรยากาศมื้อเย็นที่เลยเป็นค่ำหลังจากที่แขกกลับไปแล้วนั้นก็กลับเงียบลงไม่เหมือนอย่างเคย ซึ่งซอกจินก็รู้ได้ในทันทีว่าปากคว่ำๆแบบนั้นก็คงจะโดนกระต่ายงอนเข้าให้แล้ว...


หนำซ้ำ ยังเมินต่อเนื่องโดยการกินเสร็จ เอาจานไปเก็บก็หอบของขึ้นห้องไปโดยไม่มีการบอกลาอะไรเลยอีกต่างหาก ....เขาจะเสียคะแนนไหมนี่


“อาจารย์คิมอย่าไปถือสาเลยค่ะ”

“.....คือ จะดีเหรอครับ ผมอาจจะโดนโกรธ....”

“อย่าคิดมากเลยนะคะอาจารย์ เดี๋ยวก็หายล่ะค่ะ” ฮเยซองกล่าวและยิ้มใจดีดังที่เธอเคยทำ


ซอกจินมองตามไปยังบันไดขึ้นชั้นสองอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เขาน่าจะควรรู้เรื่องบ้างไม่มากก็น้อย


“...คุณแม่..เอ่อ จองกุกเขา...ไม่ค่อยถูกกับคุณคนเมื่อกี้เหรอครับ”


หญิงวัยกลางคนเลิกคิ้วเล็กน้อย พลันสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นลำบากใจมากขึ้นนิดหน่อย


“ไม่เชิงหรอกค่ะ เขาแค่ยังไม่อยากยอมรับมากกว่า”

“งั้นก็หมายความว่า...”

“ค่ะ ก็อย่างที่อาจารย์คิมเข้าใจ”


...เดี๋ยวนะ คุณเขารู้มั้ยว่าผมเข้าใจแบบไหน


“ถ้าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่จองกุกยังเด็กๆ ก็คงไม่มีปัญหานี้มากเท่าไหร่...ล่ะมั้งคะ”


เมื่อฮเยซองอธิบายในประโยคถัดมา คราวนี้ซอกจินก็เริ่มเข้าใจเข้าที่เข้าทางได้ถูกต้องมากขึ้นเสียที จากที่เคยเข้าใจซัมติงผิดๆไปตั้งแต่คราวโน้น


“อ่อ...งั้นเหรอครับ แบบนั้นก็คงต้องให้เวลาเขาอีกซักหน่อยน่ะ ผมเองก็ไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้ซะด้วยสิ”


ตอนนี้ตัวอาจารย์หนุ่มเองก็เริ่มจะเห็นใจคนคนนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว ก็คงจะไม่ได้ต่างกับเขาเท่าไหร่ที่พยายามเพื่อที่จะให้จองกุกยอมรับให้ได้


“แต่ว่านะคะ คุณอีเขาอิจฉาอาจารย์มากเลยล่ะค่ะ ที่สนิทกับเด็กคนนั้นมากกว่าซะอีก”

“เอ๊ะ? ผม...กับจองกุกเนี่ยนะครับดูสนิทกันเหรอ?”


เธอพยักหน้ายิ้มๆพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลังจากที่เกิดเรื่องกับครอบครัวของตนเองในวันนั้น


“เพราะนอกจากเพื่อนๆแล้ว ก็ไม่มีคนไหนที่เขายอมที่จะไปไหนมาไหนด้วยโดยไม่ต้องฝืนใจเลยค่ะ ก็เพิ่งจะมีอาจารย์คิมนี่ล่ะ”

“อ่า....ครับ”


พอได้ยินแบบนี้แล้ว จะถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆได้ใช่ไหมนะ

แต้มบุญที่สั่งสมมาก็ใกล้จะสำแดงฤทธา ณ บัดนี้แล้ว!



-------------



>>Talk

เอ้าาา ยาวไปยาวปายยยย

/ไหนบอกตอนที่แล้วสุดท้าย ฮร่อกกก พอดีมีเวลาเหลือค่ะ แต่จากนี้ไปก็สุดท้ายจริงๆก่อนที่เราจะสอบแล้ว ตอนนี้เลยจัดไปยาวๆเลยค่ะ เคลียร์ทุกข้อสงสัย (แต่ดูเหมือนคุณนัมจุนจะมีอีกเรื่องให้เคลียร์แล้--------)

กิแทก็...ไม่มีอะไรน่าสงสัยละเนอะ 5555555555555555555 ตามนั้นล่ะค่ะท่านผู้โชมมม ม ม ม มมมม

แล้วตอนนี้ก็จะเข้าสู่การคลายปมของคู่หลักอย่างจริงจังแล้วนะคะ /ส่วนที่เหลือก็จะมีแซมๆมาบ้างค่ะ ยังไม่หายไปซะทีเดียวเน้

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว แล้วก็แท็กมากๆนะคะ ชอบไปอ่านมากๆเลย แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #415 Sera (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:47

    กำลังดึงดร่ามา พาไปซึ้ง ตบด้วยคอมมาดี้ ครบรสในตอนเดียวจริงๆ

    #415
    0
  2. #361 Ren (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 11:22
    อ.นัมจุนค้าาาาาาา น้องแทโดนเต่าลวนลามค่าาาาาาาา /ยื่นปืน ฮือ รูกแม่ เสียตัวให้เต่าแล้ว คุงแม่พูดอะไรไม่ออก ฮื่อ /กอดลูกแน่น อ.มินร้ายนัก ล่อลวงน้องแทแบบหสกสกสกาสหหสมากค่ะ ทำไมดูเซ็กซี่ร้อนแรง! แง เขิน ฉันดีใจที่นายไม่ผอมไปมากกว่านี้ กรี๊ดดด ภาพแฟนอาร์ตลอยมาเข้าหัวเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟ สีผิวสวยอีก พรี่ก็ชอบสีผิวหนูนะแทแทรูก มากัดบ้า---- แค่กๆๆๆ
    คู่อ.สอนภาษานี่ดีอ่ะ ชอบบบ เป็นความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่สินะคะ ฉากที่อ.นัมจุนช่วยออกปากกับคุณพ่อให้นี่ดีมากกกกกกก ชอบความคิดอ.มากค่ะ ไหนจะกอดปลอบอีก โฮรวว อบอุ่นมาก เนี่ย พระเอกมันต้องแบบนี้ ยูโน๊ว /หันไปมองอ.มินและอ.คิมห้องพยาบาล คืนดีกันแล้วงั้นก็เหลือสานต่อความสัมพันธ์สินะคะ อิอิ แต่ก่อนอื่น อ.นัมจุนคะ ยิงเต่าก่อน------
    น้องกุกลูกแม่น่าร้ากที่สุด เป็นมนุดที่น่าเอ็นดู ฮือ นึกภาพน้องทำหน้าหงึๆ งอนจารย์แหล่วแล้วอยากบีบปากเลยค่ะ ฮ้อยยยยย เจ้าแจ้มพองของแม่ คุณซังยุนนี่เหมือนจะมาจีบแม่สินะคะ เราดูน่ารักดี ดีกว่านกแถวๆ นั้---- /โดนตบด้วยปีกสีชมพู แอบอยากรู้ด้วยว่าลูกชายเค้านี่ใคร จะมีบทมั้ยคะ 55555555 ส่วนอ.คิม........ลิงโลดไปเถอะ! อ.มินเค้าเป็นอมตะไปแล้ว อ.สอนภาษาเค้าก็เข้าใจกันแล้ว จงยึดมั่นในวิถีหอยทากต่อไปนะ /ตบบ่า
    ปล.เกลียดความมโนของอ.คิมมากค่ะ อนาคตลูกเขยคุณแม่ ว่อย 5555555 /บิดแจ้ม
    #361
    1
    • #361-1 Ren(จากตอนที่ 20)
      11 มกราคม 2561 / 11:23
      *ซังฮุนสิ!
      #361-1
  3. #302 XCIII (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 02:03
    ตลกแต้มบุญ5555555
    #302
    0
  4. #301 ปงจี้ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 14:52
    ยอมใจคู่ก้าวีมาก คือบับตบคู่จินกุกไม่รู้กี่รอบแล้ว ละคู่ม่อนโฮปก็เหมือนตอกย้ำความหอยทากของพี่จินอีก โอ๊ยยยย จะสงสารหรือขำพี่จินดี แต่แต้มบุญจะสำแดงออกมาแล้วนะคะ สู้ต่อไปค่ะ555555555555555
    #301
    0
  5. #280 Fairytail (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 14:58
    โง้ยยยยนเขินนนนนน ยุนกิทำอะไรแทฮยองอ่ะ><
    #280
    0
  6. #278 kukk1kk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 04:03
    อาจารย์จินควรศึกษาจากคนอื่นบ้างนะคะ555555555555
    #278
    1
    • #278-1 (จากตอนที่ 20)
      4 ตุลาคม 2560 / 11:23
      อ.จินเขาอินดี้ค่-----
      #278-1
  7. #275 ต.เตย ตากลม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 08:25
    คู่อื่นนำไปไกลแล้ว เหลือคู่หลักเนี่ย5555555555555555
    #275
    1
    • #275-1 (จากตอนที่ 20)
      3 ตุลาคม 2560 / 08:37
      ช้าๆได้พร้าเล่มงามค่ะ 555 น้องเขามีปูมหลังต้องระวังนิสนึงงง
      #275-1
  8. #274 mukmina (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 08:07
    โอ้ยยยยย555555 แต้มบุญออกฤทธิ์แล้ววววว55555 ถถถถถถถ หนูกุกก็ยังครึ่งๆกลาง พี่จินเขารอแทบจะไม่ไหวแล้ววว ส่วนคู่มินแทก็ดูมีซัมติงมากค่ะ........กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด คู่นัมจองเป็นอะไรที่ดีมวากกกกกกกกก
    #274
    1
    • #274-1 (จากตอนที่ 20)
      3 ตุลาคม 2560 / 08:35
      เด็กเขามีปม ต้องเข้าใจน้องเขาค่ะ ฮอลลล พี่จินก็พยายามอยู่นะ!
      ซัมติงของกิแทที่ยังบอกใครไม่ได้ 5555555 ช่วยคุณอาด้วยนะคะ---
      ส่วนม่อนฮปเขาก็เป้นผู้ใหญ่กันแล้วล่ะค่ะ เข้าอกเข้าใจในสถานะของกันและกันก็เลยเคลียร์กันง่าย ,,U U,,
      #274-1
  9. #273 k_922 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 22:20
    พี่กิทำอะไรน้องแท เอาจริงๆ ก็คิดไปแล้วล่ะคิดไกลด้วย 555
    อาจารย์หมวดภาษาเข้าใจกันสักทีเนอะ
    ซอกจินนี่ก็ยังต้องพึ่งแต้มบุญต่อไป 555
    #273
    1
    • #273-1 (จากตอนที่ 20)
      3 ตุลาคม 2560 / 03:04
      มะต้องคิดไกลแล้วค่าชัดเจนขนาดนี้แร้วววว //แค่กๆ
      ปัญหาของคุณอ.ทั้งสองก็ได้คลี่คลายเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ เย้
      สุดท้ายนี้ก็มาร่วมโดเนทแต้มบุญให้อ.จินกันค่---
      #273-1
  10. #271 ana julia (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 19:27
    อาจารย์พี่กิทำลงไปแล้วจริงๆด้วย โอย น้องแทน่ารักมาก กลับมาเขินคนเดียวในห้องไปอีก แล้วที่คิดว่าชอบทุกตอนนั่นอีก ฮื่อ

    คู่จารย์หมวดภาษาก็เคลียร์กันแล้ว สรุปจารย์คิมนัมถูกเหม็นขี้หน้าเพราะเรื่องตำแหน่งจริงๆด้วย โถ...

    คราวนี้ก็เหลือจกุกกี้เด็กมีปมกะจารย์พี่จินแล้ว จารย์ต้องสู้นะคะ ฮึบๆ
    #271
    1
    • #271-1 (จากตอนที่ 20)
      3 ตุลาคม 2560 / 03:01
      ;;-;; เด็กเขาน่ารักก็งี้ค่ะ พรืออออ ใครจาอดใจไหว---
      ไม่ต้องEMSยาคุมแต่ส่งลูกซองให้คุณอาแทนดีกว่าค่ะ 55555555555
      ฮึกก ใช่ค่ะ แบบเพราะโดนแย่งความก้าวหน้าที่เป็นตัวรับรองว่าจะไม่ให้พ่อมาเป็นเงาแค้นก็เลยโกรธ TT
      สถานีค่อไปก็จะเทียบชานชาลาคู่หลักแล้วค่ะ เย้
      #271-1
  11. #270 Obscura (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 19:06
    อ.มินเอาใจไป แงแง รุกได้ค่ดดี คนอะไร
    #270
    1
    • #270-1 (จากตอนที่ 20)
      3 ตุลาคม 2560 / 02:52
      รุกจนจะเข้าคุกก่อนเพื่อนจินแล้วค่ะ 55555555555
      #270-1
  12. #263 RMJHyun (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 13:36
    ครูมินแค่กัดหรือว่า........ ทำไมทำแบบนี้! ลูกเค้ามีพ่อมีแม่นะ มีอาด้วย!! โดนด่านอ.นัมจุนก่อนเลยคนแรก ส่วนคนนี้ก็ดีใจด้วยนะคะที่ได้คุยกับอ.จองดีๆแล้ว เดี๋ยวปวดหัวกับเรื่องหลานต่ออีก อ.คิมห้องพยาบาลนี่ก็รีบๆทำบุญเยอะๆนะคะ เพื่อนเพิ่งดีกับเด็กไม่เท่าไหร่ก็ได้กินแล้ว นี่ขับรถรับส่งขนาดนี้ยังได้แค่จับมือ 55555555
    #263
    1
    • #263-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 17:08
      /ยิ้มตาเหลือก อ.มินไม่อยู่ดีๆก็ไปกัดน้องหรอกค่ะถ้าไม่ได้/)฿@!?!&฿ (เซนเซอร์----) //มาร่วมโดเนทลูกซองให้คุณอากันค่ะ555555555
      ตอนสถานการณ์คุงครูทั้งสองก็แฮพพิแล้ว ก็เหลือแต่สานต่อเท่านั้นเอง
      ไหนๆก็ไหนๆแล้ว โดเนทแต้มบุญให้อ.จินด้วยนะคะ 55555555555555555
      #263-1
  13. #262 NCSJK (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 10:08
    5555555ตลกอ.จิน อ.จะรู้ไหมว่าแต้มบุญของอ.นั้น ช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดิรเหลือเกินเมื่อเทียบกับอ.มินนนนนน กรี้ดดดดดดด พี่ยุนกิอะไรกันคะ! ละรอยกัดอะไรกั๊นนนนนน!!!!! อ่านไปเขินไป! อ มินนี่รุกดีจัง ชอบค่ะ!ชอบบบบ5555

    ดีใจจังค่ะ ที่อ.จองกับอ.คิมปรับความเข้าใจกันแล้ว หลังจ่กนี้คงจะสนิทกันมากขึ้นนะคะะ แล้วก็แต่ละประโยคที่อ.คิมตอกกลับพ่ออ.จองนี่มันดีมากๆเลยค่ะ หล่อ ฉลาด สมกับเป็นนักเรียนนอก หวังว่าคุณพ่อคงจะคิดอะไรได้บ้างนะคะะ เห้ออออ อ.จองสู้ๆ
    #262
    1
    • #262-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 11:19
      วงวารอ.จินเขานะคะ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยย 55555555555555555555 /ในส่วนคู่นั้นก็อย่างที่เข้าใจนั่นล่ะค่ะ //ยิ้มตาเหลือก
      ส่วนอ.ภาษาทั้งสองตอนนี้ก็โล่งไปส่วนใหญ่ละค่ะ ; ^ ; อ.คิมอิ๊งเขาเหลืออดจริงๆเลยอยากบอกความรู้สึกในฐานะครูคนนึงเหมือนกัน จะอะไรยังไงก็ต้องดูกันต่อไปเนอะเพราะบางคนก็ไม่ได้เปลี่ยนทัศนคติเร็วทันทีค่ะ พรือ
      #262-1
  14. #261 WORLDMAS (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 09:34
    รอจกุกเปิดใจรับคุณอีนะคะ ส่วนก้าวีก็เขินดีจัง เราชอบคู่นี้ เราชอบอาจารย์มินนนน โอ้ยคู่นี้เหลือแค่บอกให้คนอื่นๆรู้แค่นี้เอง ไม่น่าจะดราม่า? ส่วนคู่ม่อนฮปก็เคลียร์พอสมควรแล้ววว จะว่าดีมันก็ดีที่ใกล้จะจบ แต่เราก็อยากอ่านไปเรื่อยๆ 555 เอาแต่ใจอ่าาาา
    #261
    1
    • #261-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 11:04
      ฮือ หนุ่มน้อยต้องขอเวลาค่ะ จะมีสมาชิกใหม่ในครอบครัวทั้งที ;;;-;;;
      ส่วนอ.มิน ถ้าคุณอาน้องแทรู้อาจจะดราม่าได้นะค---- //เตรียมโดเนทลูกซอง /ผิช
      แง เราก็ผูกพันกับเรื่องนี้มากเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าถึงเวลาจบก็ต้องจบล่ะเนอะ มาอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนั้นนะคะ
      #261-1
  15. #260 Jeon_jankook (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 09:29
    รอออออ
    #260
    1
    • #260-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 10:58
      รอมาต่อชิมิคะ แอแอ เดี๋ยวได้เจอกันค่า
      #260-1
  16. #259 pornnapanok9 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 09:19
    รออออออออ
    #259
    1
    • #259-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 10:56
      รออะไรคะรอมาต่อหรือ ฟฟฟฟฟฟ
      #259-1
  17. #258 aitagawa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 09:15
    งืออ นัมจุนพระเอกสุด /สู้ๆนะคะไรท์เราจะรอ
    #258
    1
    • #258-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 10:44
      เป็นผู้ใหญ่คุณภาพค่ะคุณคนนี้ //ซับหัวตา
      ฮืออออ เจอกันเมื่อเราสอบเสร็จไม่ก็มีจังหวะอัพนะคะ ; A ;
      #258-1
  18. #254 Jung Tien-In (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 08:00
    เอาล่ะซอกจินเข้าใจละนะ อิอิ ส่วนอาจารย์มินคือแบบพัฒนาแล้วนะจินแกแพ้ละ 5555 โฮซอกอ่านัมจุนรู้ความจริงแล้วก็โล่งไปเปราะนึงละ
    #254
    1
    • #254-1 (จากตอนที่ 20)
      2 ตุลาคม 2560 / 10:41
      อ.คิมห้องพยาบาลจะไม่ถามอ.มินเพื่อนรักตอนนี้นะคะ 555555555555 /วงวารเว่อ
      ส่วนคุณอ.สอนภาษาทั้งสองก็ได้จับเข่าคุยกันไปแล้วล่ะค่ะในที่สุด ฮรุก
      #254-1