[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 21 : +20+ : Not

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    21 ต.ค. 60




                “แกๆๆ พวกแกวันนี้เห็นอะไรมั้ยยยย”

“อะไรของหล่อนอีกล่ะ ทำแตกตื่นไปได้”

“มันก็น่าแตกตื่นมั้ยล่ะ ดูสิ อาจารย์จองกับอาจารย์คิมอิ๊งอะ”


นักเรียนหญิงคนหนึ่งที่วิ่งรี่มาบอกเพื่อนๆซึ่งกำลังนั่งคุยกันก่อนที่คาบแรกจะเริ่มขึ้นถึงสิ่งที่เธอได้เห็นมาในเช้าวันนี้


ทั้งโฮซอกกับนัมจุนน่ะมาโรงเรียนพร้อมกันน่ะสิ
!


ใช่ว่าจะไม่มีใครรู้เลยว่าบรรยากาศของสองคนนี้ก่อนหน้านั้นมันเป็นอย่างไร คือถึงต่อหน้านั้นอาจารย์จองจะคุยดีๆสุภาพกับอีกฝ่ายเพียงใดแต่มันก็มีบางอย่างที่ดูขัดหูขัดตา ไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ราวกับกำลังฝืนใจอยู่


แถมหลังจากที่ไม่มีเหตุจำเป็นหรือไม่มีนักเรียนกลุ่มใหญ่ๆอยู่ตรงนั้นแล้ว โฮซอกก็จะเดินผ่านนัมจุนไปเลยราวกับเป็นอากาศธาตุ แถมไม่คิดจะหันไปคุยหันไปทักทายเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งจากคำบอกเล่าของนักเรียนบางส่วนที่เคยเข้าไปส่งงานกับอาจารย์คนใดคนหนึ่งที่ห้องพักครู เมื่อเข้าไปเจอสองคนนี้อยู่ด้วยกันมันจะมีบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใดๆอบอวลอยู่ แต่ก็ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นรับรู้ได้ในทันที มันออกแนวสงครามเย็นมากกว่า


แต่ก็ไม่รู้ว่าไอ้สงครามเย็นนี่มันจบไปตั้งแต่ตอนไหนกัน ไม่มีใครรู้เรื่องเลย มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไป เพราะนี่มันเป็นวันจันทร์จากศุกร์ที่แล้วที่อาจารย์จองไม่สบายจนเป็นลม แล้วอาจารย์คิมก็เป็นคนอุ้มไปส่งห้องพยาบาลน่ะ เขาเห็นกันทั้งนั้น


แต่จากนั้นล่ะ? จากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกัน ราวกับปริศนาธรรมที่ต้องขบคิด ซึ่งไม่เพียงแต่กลุ่มนักเรียนบางคนที่สนใจถึงความผิดปกตินี้ อาจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องเพื่อนร่วมงานเองก็ยังคงได้แต่คิดและสงสัย


ปาร์คจีมินกำลังครุ่นคิดขณะที่ยืนคุมเด็กๆมัธยมปลายปีสามฝั่งผู้ชายซึ่งเล่นบาสกันอยู่


ก็นะ เป็นอาจารย์พละจริงๆมันก็ไม่ได้ว่างหรอก แต่ก็ไม่ต้องนั่งเตรียมการสอนทางวิชาการจนหัวฟูแบบท่านอื่นๆไง มันก็เลยดูเหมือนว่าง


แต่ตอนที่เขากำลังยืนดูบรรดานักเรียนชายที่กำลังเล่นบาสเก็ตบอลอย่างสนุกสนาน อาจารย์หนุ่มร่างเล็กก็เห็นนักเรียนคนหนึ่งที่มีท่าทีเหมือนจะดูล้าๆและเหนื่อยเร็วกว่าใคร สังเกตได้จากการเคลื่อนไหวที่ช้าลงและติดขัดสักหน่อย จนเป็นห่วงว่าเด็กคนนี้จะไม่สบายหรือมีอาการบาดเจ็บอะไรหรือไม่


จีมินจึงเป่านกหวีดและทำสัญลักษณ์ขอเวลานอกเพื่อที่จะเรียกตัวเด็กคนนั้นออกมาหา และให้คนอื่นนั้นเล่นต่อไปตามปกติก่อนจะจบเกม

ซึ่งคนที่ถูกเรียกออกมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คิมแทฮยองที่รู้จักกันทั้งโรงเรียนนั่นเอง


“เอ่อ อาจารย์ปาร์คมีอะไรรึเปล่าครับ”


เด็กหนุ่มถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจนักเพราะไม่รู้ว่าจะได้รับมอบหมายอะไรจากคนตรงหน้า


“ผมเห็นเธอดูวิ่งไม่ค่อยสะดวกเลย ไม่สบายรึเปล่า หรือว่าไปบาดเจ็บตรงไหนมามั้ย บอกผมได้นะจะได้ให้นั่งพัก”


ถ้าตนไม่ได้ตาฝาดหรือดูผิดไป เขาว่าเขาเห็นแทฮยองดูตกใจกับคำถามนี้ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว


“ผมไม่เป็นไรหรอกครับอาจารย์ อาจจะเหนื่อยเฉยๆน่ะครับ ช่วงนี้ผมก็อ่านหนังสือเยอะด้วย”

“งั้นเหรอ อ่า ใช่ เธอม.ปลายปีสุดท้ายแล้วนี่นะ ผมไม่ว่าหรอกถ้าเธอจะตั้งใจเรียน แต่ว่าวันไหนที่ต้องเรียนพละเนี่ยพักผ่อนเก็บแรงมาให้พอด้วยสิครับ เชื่อผมเถอะว่าอาจารย์ซอกจินคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ถ้ามีเด็กไม่สบายขึ้นมา”

“...ค..ครับ ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ”

“เอ้า ไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ารู้สึกไม่ดียังไงก็อย่ากังวลที่จะต้องวิ่งมาบอกผมไว้แต่เนิ่นๆนะครับ”


ลูกศิษย์หนุ่มน้อยพยักหน้ารับหงึกๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้วิ่งกลับเข้าไปในสนามอีกครั้ง อีกฝ่ายก็เรียกรั้งไว้


“ครับ?”

“ผม....อืม....” ร่างเล็กกระแอมเล็กน้อยพลางรับท่าทางก็ดูจริงจัง “อาจารย์โฮซอกตอนนี้เขาดีขึ้นรึยังครับ”


คราวนี้แทฮยองเลิกคิ้วสงสัยหนักกว่าเดิม


“คือเมื่อเช้าเห็นมาด้วยกันน่ะ ผมก็ไม่มีโอกาสไปถามไถ่อาการซักที เห็นว่าวันศุกร์ที่แล้วเขาไม่สบายก็เลยเป็นห่วง”

“อ๋ออออ... ดีขึ้นแล้วครับ อาจารย์เขาแค่พักผ่อนน้อยแล้วก็เครียดๆน่ะครับ ผมเองก็ไม่รู้อะไรมากกว่านี้เหมือนกัน”

“อืม เธอเองก็อย่าป่วยตามเขาไปอีกคนล่ะ ขอบใจมากนะ”

“ไว้ถ้าเจออาจารย์โฮซอกก็ลองไปคุยกับเขาดูอีกครั้งก็ได้นะครับ เขาต้องดีใจแน่ๆเลยที่มีคนเป็นห่วงเขามากขนาดนี้”


จีมินพยักหน้าและกล่าวรับคำแทฮยองก่อนที่จะให้เจ้าตัวเดินกลับเข้าไปในสนามจริงๆเสียที

จริงๆเขาก็ไม่ได้ซีเรียสและกระเหี้ยนกระหือรืออะไรขนาดนั้นหรอกแค่ไม่อยากตกข่าว ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรยังไงก็อดทนรอได้อยู่แล้ว เผลอๆไม่ต้องเข้าไปถามใครแต่ก็อาจจะมีคนมาเล่าให้ฟังเองก็ได้ แต่ความรู้สึกที่เป็นห่วงเพื่อนร่วมงานมันก็เป็นของจริงนะ แค่บวกฟิลเตอร์ขี้เผือกไปหน่อย

เพราะแบบนี้ล่ะที่รู้สึกว่าการเป็นอาจารย์มันสนุกขึ้นเยอะเลย

 





                หลังจากที่ออดเลิกเรียนคาบสุดท้ายของวันสิ้นสุดไปได้สักพัก เด็กนักเรียนจำนวนมากที่ไม่มีกิจอะไรก็ต่างทยอยกันกลับบ้าน หน้าประตูโรงเรียนที่เต็มไปด้วยบรรดาเด็กๆมัธยมในยามเย็นช่วงเลิกเรียนก็มันเป็นภาพที่เห็นซ้ำซากมาหลายปีแล้วตั้งแต่โรงเรียนนี้เปิดมา


แบมแบมหนุ่มน้อยต่างชาติก็เช่นกัน หลังจากที่เสร็จงานชมรมก็กลับบ้านปกติ โดยที่ในทุกๆวันเขาก็จะกลับพร้อมกับลิซ่าที่เป็นเด็กสาวเชื้อชาติเดียวกัน ซึ่งหน้านั้นแทบจะตามประกบเลยก็ว่าได้จากที่เจ้าตัวเคยขาแพลงไปราวๆสองเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้เดินเหินไปค่อยสะดวกนัก แถมยังบ่นแทบตลอดเวลาตอนไปเข้าชมรมแต่ได้แต่นั่งมองเพื่อนๆกำลังซ้อมวิ่งอยู่ในลู่


ตอนนี้อาการเธอก็ดีขึ้นมากแล้ว กลับมาเดินได้มั่นคงปกติอีกครั้งแต่การซ้อมวิ่งของตัวเองก็ไม่ได้มากเท่าช่วงแรกเนื่องจากกลัวว่าจะหกล้มหรือบาดเจ็บซ้ำอีก


แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก...เขาคิดว่าดีแล้ว และพวกเขาเองก็ต้องเริ่มต้นคิดถึงเรื่องอนาคตแล้วด้วยว่าถ้าจบมัธยมปลายไปจะเป็นอย่างไรต่อ ใจหนึ่งเขาก็อยากกลับไปเข้ามหาวิทยาลัยที่ไทย แต่ถ้าหากลิซ่าอยากจะอยู่ต่ออันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็น่าจะยากเพราะทุนที่ได้มามันเป็นสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนมัธยมปลาย แต่ระดับที่สูงกว่านั้นก็อาจจะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อชิงทุนอีกอย่าง ไม่ก็ต้องหางบจากทางบ้านมาเอง อย่างหลังคงไม่ต้องเครียดเรื่องคะแนนมากนักแต่เรื่องเงินก็เรื่องใหญ่ด้วยนี่สิ


“คิดอะไรอยู่อะ เดินเงียบเลยนะ”

“อะ...”


เขาสะดุ้งเมื่อเสียงใสๆของเพื่อนตนดังอยู่ใกล้ๆ ซึ่งพอหันไปก็ต้องแทบจะหัวใจหยุดเต้น เพราะตอนนี้ใบหน้าของลิซ่านั้นอยู่ใกล้กับเขามาก เนื่องจากเมื่อกี้นี้ก็คงจะยื่นหน้ามาพูดข้างๆหูเป็นแน่


“ก...ก็ คือ............เอ่อ ใช่ๆ โฮสท์ฉันบอกว่าอยากให้เธอไปกินข้าวเย็นที่บ้านน่ะ”

“เอ๋ เหรอ จริงอะ?”

“พอดีว่าพวกเขาเพิ่งรู้น่ะว่าเธออยู่ห้องเดียวกับฉัน แล้วก็อยู่ละแวกใกล้ๆกันด้วย”

“อะไรน่ะ นายเพิ่งจะเล่าให้โฮสท์ตัวเองฟังเหรอไง เชื่อเขาเลย” สาวน้อยเอาไหล่ตนเองเบียดชนกับต้นแขนของอีกฝ่าย

“ทำไมล่ะ หรือว่าเธอเคยพูดถึงฉัน” แบมแบมยกมือลูบต้นแขนตัวเองพลางทำหน้ายุ่งนิดหน่อย

“ฉันก็ต้องเล่าอะไรบ้างสิ เขาจะได้รู้ว่าฉันมีเพื่อนที่โรงเรียน”


...เพื่อน

...นั่นสินะ เพื่อนที่โรงเรียนนี่เนอะ


ลลิษาคงจะไม่รู้ว่าคนข้างๆน่ะไม่ค่อยอยากเป็นเพื่อนเท่าไหร่หรอก


“เงียบอีกละ ฉันไม่ได้นินทานายซักหน่อย”

“ฉันก็ไม่ได้เห็นว่าเธอเป็นพวกขี้นินทาหรอกน่า”

“ก็ช่วงนี้นายดูแปลกๆนี่ ปกติพูดมากกว่านี้อีก”

“ใกล้ไฟนอลแล้วมันก็ต้องคิดมากเป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอ”

“ว้า จริงด้วยสินะ แป๊บๆจะจบเทอมแรกแล้วอะ”


แบมแบมส่ายหัวเล็กน้อยกับท่าทางประหลาดใจหน่อยๆของลิซ่าที่ดูเหมือนจะลืมเวลาไปจริงๆ


ปกติเมื่อถึงทางแยกตรงนี้ทั้งคู่ก็ต้องแยกกันไปคนละทาง แต่วันนี้เธอนั้นเลือกที่จะไปกับเพื่อนชายของตนตามคำชวนของโฮสท์ทางนั้นที่ฝากมาอีกที ซึ่งจะว่าไปมันก็ออกจะแปลกอยู่หน่อยๆที่อยู่มาสามปีต่างคนก็ไม่ได้เคยไปบ้านกันและกันเลยยกเว้นตอนที่ลิซ่าเจ็บขาอยู่ช่วงนึงที่ผ่านมา โดยแบมแบมพามาส่งที่หน้าบ้าน ทักทายโฮสท์ของเธอแล้วก็กลับไป


แต่พอวันนี้กำลังจะได้ไปกินข้างที่บ้านโฮสท์ทางนั้นมันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ แต่เธอก็เชื่อว่าตัวเองเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีนะ


ลิซ่าจัดการโทรบอกที่บ้านอย่างเรียบร้อยซึ่งพวกท่านก็อนุญาตเพราะอย่างไรก็เคยเห็นแบมแบม แต่ลองถ้าตอนนี้อยู่ที่ประเทศไทยสิ การไปบ้านเพื่อนผู้ชายมันคงไม่ใช่เรื่องปกติเท่าไหร่


ตอนนี้ทั้งคู่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านสองชั้นหลังเล็กในซอย เด็กหนุ่มเข้าไปกดกริ่งอยู่ครั้งสองครั้งคนในบ้านก็เปิดประตูออกมา เธอเป็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมเล็กน้อยท่าทางใจดีและชะเง้อมองแขกที่ไม่เคยเห็นหน้าอย่างสงสัยและสนใจ


“น้ายูราครับ นี่ลิซ่าที่ผมเคยเล่าให้ฟัง”

“อ้อ...หนูนี่เอง สวยกว่าในรูปเยอะเลย”


เจ้าตัวส่งยิ้มให้พลางโค้งทักทายและขออนุญาตเข้าไปในบ้าน โดยที่ยูรานั้นขอให้รอสามีเธออีกสักครู่หนึ่งเพื่อจะได้นั่งกินข้าวพร้อมกัน ส่วนระหว่างนี้เด็กๆก็ไปช่วยกันจัดโต๊ะและล้างมือเตรียมตัวสำหรับมื้อเย็น


และราวๆยี่สิบนาทีต่อมา คุณปาร์คสามีของเธอก็กลับมาถึงบ้านพอดี เขาตกใจนิดหน่อยที่เห็นเด็กสาวแปลกหน้า แต่พอได้รับการอธิบายขยายความก็เข้าใจและยินดีที่จะให้เธอร่วมโต๊ะในวันนี้


“ไม่น่าเชื่อเลยเหมือนกันนะที่จะมีคนชาติเดียวกัน มาแลกเปลี่ยนโรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน แถมบ้านก็ยังใกล้กันอีก”

“นั่นสิ นี่ตอนน้าได้ยินแบมแบมเล่านะก็ยังไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไง”

“พวกเรายังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันด้วยนะคะ ถึงในกลุ่มจะเยอะแต่หนูก็คิดว่าเราสองคนน่าจะสนิทกันกว่าคนอื่นซะอีกค่ะ”

“ฮะๆ ก็ไม่แปลกล่ะมั้ง พวกเธอมาจากประเทศเดียวกันนี่นา ก่อนหน้านั้นไม่เคยมาเกาหลีเลยสินะ”

“ไม่เลยค่ะ จริงๆหนูก็ดีใจที่เจอแบมแบมที่นี่นะคะ กังวลมากเลยถ้าเกิดว่าเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได้จะทำยังไง”

“ว่าแต่ลิซ่าคุยกับเขายังไงเหรอจ๊ะ”

“อ่า ทั้งไทยกับเกาหลีเลยค่ะ! แต่เราทั้งคู่จะพยายามพูดเกาหลีให้มากที่สุดนะคะไม่งั้นที่มาเรียนแลกเปลี่ยนก็คงสูญเปล่าเพราะเอาแต่พูดภาษาไทยกัน”


แบมแบมคีบอาหารเย็นเข้าปากเคี้ยวหงับๆพลางมองลิซ่าที่กำลังคุยกับโฮสท์ทั้งสองของเขาอย่างออกรส เธอดูสนุกสนานเวลาเล่าเรื่องต่างๆที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วก็เรื่องราวที่โรงเรียน ทำให้ตอนนี้มองผ่านๆก็นึกว่าเธอเป็นเด็กในความดูแลของบ้านนี้อีกคนทั้งที่จริงเพิ่งจะเจอกันไปเมื่อเย็นวันนี้เอง


“จริงๆลิซ่าจะมาที่นี่บ่อยๆก็ได้นะ แบมแบมน่าจะดีใจ”

“เอ๊ะ ไม่ใช่ว่าเขาจะยิ่งเบื่อหน้าหนูเหรอคะ ไปโรงเรียนด้วยกัน ที่โรงเรียนก็เจอ กลับก็กลับมาด้วยกัน ถ้ายังเจอกันอีกบ่อยกว่านี้มีหวังเขาได้ลืมหน้าเพื่อนคนอื่นๆในห้องแน่ๆ” เด็กสาวหัวเราะเล็กน้อยพลางมองไปที่เพื่อนของเธอที่มองกลับมาพร้อมยิ้มค้าง แต่ก็คงจะไม่รู้ว่าภายใต้รอยยิ้มนั้นมีความหมายว่าอย่างไร


“โธ่ ไม่หรอกจ้ะ ถ้าเขาเบื่อหน้าจริงๆคงไม่เก็บรูปลิซ่าเอาไว้หรอก”

“เอ๋? คะ? รูปอะไรของฉันเหรอแบมแบม?”


...ชิบ ซวยแล้วไง

เด็กหนุ่มคิดไปถึงวันนั้นที่เขาไปจ้างให้จองกุกวาดรูปให้ แล้วตัวเองก็ดันเผลอวางรูปนั้นเอาไว้บนโต๊ะรับแขกที่อยู่ซะหน้าบ้านเพื่อไปจัดรองเท้าล้างมือแป๊บเดียว คุณยูราก็มาเห็นภาพนี้เข้าเสียได้ ก็เลยต้องตอบเธอไปว่าเป็นรูปของเพื่อนคนไทยที่โรงเรียนเพราะไม่รู้ว่าโกหกไปจะได้อะไรขึ้นมา


และพอสบกับตากลมๆสดใสเหมือนกับตุ๊กตาที่ฉายแววอยากรู้อยากเห็นนั้นก็เห็นทีจะเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน


“เอ่อ.... คือ เป็นรูปวาดน่ะ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วฉันจะไปหยิบมาให้นะ”


เขาตอบเธอไปเช่นนั้นทั้งที่ในใจกำลังลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก คือความจริงเขาก็กะจะให้รูปนี้กับเจ้าตัวอยู่แล้วแต่ก็ไม่กล้าให้ บวกกับไม่รู้จะเก็บไว้ให้ตอนไหนดี


ดังนั้นเมื่อจัดการเก็บโต๊ะเก็บจานเรียบร้อย เจ้าหนุ่มชาวไทยก็ขอตัวขึ้นไปข้างบนเพื่อที่จะหยิบรูปวาดนั้นลงมาให้โดยที่อีกฝ่ายนั้นรออยู่ข้างล่าง แบมแบมเข้าห้องไปแล้วหยิบเอากระบอกที่ไว้ใส่โปสเตอร์นั้นออกมาแล้วมองมันอย่างชั่งใจ


เขาเพิ่งไปหามันมาใส่ได้ราวๆวันสองวันหลังจากที่ได้ภาพนี้ แล้วมันก็ถูกม้วนใส่กระบอกพิงไว้ข้างโต๊ะตั้งแต่นั้นมา


ความรู้สึกบางอย่างที่มันทั้งอึดอัด ตื่นเต้น กำลังก่อตัว ก็รู้อยู่ว่าสักวันหนึ่งก็ต้องให้เธอไป แต่ก็ยังไม่ได้คิดเตรียมใจเลยว่าจะได้ให้กับมือเร็วขนาดนี้


“แบมแบม”


เจ้าของชื่อรีบหันไปด้านหลังก็ยิ่งตกใจกว่าเดิมเมื่อคนที่คิดว่ารออยู่ด้านล่างก็ดันอยู่หน้าประตูห้องของเขาแล้ว


“เดี๋ยวจะเอาลงไปให้ไง ไม่ต้องลำบากขึ้นมาก็ได้น่า”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่อยากเห็นรูปตัวเองเวลามีคนอื่นอยู่ด้วยน่ะ มันก็อายเป็นเหมือนกันนะ” สาวน้อยยู่ปากนิดๆทำให้ยิ่งน่ามันเขี้ยวน่าเอ็นดูมากกว่าเดิม แต่ตนก็ทำได้แค่ยิ้มอ่อนตอบไป

“อะก็ได้”


เขาแกะกระบอกใส่โปสเตอร์นั้นและเอาม้วนภาพออกมาคลี่ให้อีกฝ่ายดู เมื่อลิซ่าเห็นก็ถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจปนชื่นชมจนอดที่จะรีบเข้ามาขอดูใกล้ๆไม่ได้


“โอ้โห ไปวาดตอนไหนเนี่ย แล้วนี่ได้รูปมายังไงอะ มีแบบเหรอ”

“..เอ่อ ก็ไม่เชิง แล้วก็ความจริงรูปนี้จองกุกมันวาดให้น่ะ”


เขาพูดเสียงเบาลงทั้งที่จริงๆก็ไม่ได้รู้สึกอะไรถ้าจะต้องบอกความจริงข้อนี้ไป เพราะตัดสินใจแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว


“เหรอ จองกุกนี่วาดสวยกว่าที่คิดนะเนี่ย แล้วทำไมนายไม่วาดเองล่ะแบม นายก็วาดรูปเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

“....เธอจะให้ฉันวาดแนวนี้จริงๆเหรอ ลายเส้นฉันมันไม่เข้าเท่าไหร่อะ เลยให้จองกุกมันวาดดีกว่า”

“ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย นายวาดออกมายังไงฉันก็ชอบหมดแหละน่า”


เจ้าหนุ่มร่างโปร่งนั้นยืนนิ่งไปในทันใดกับคำพูดของเธอ เขาไม่รู้หรอกว่าที่ลิซ่าพูดแบบนี้มันมีความหมายหรือนัยยะอะไรหรือเปล่า แต่มันก็สะกิดเข้าที่ใจของตนเองอย่างจัง


“งั้นเหรอ....”


ถ้าเขารู้สึกอึดอัด ก็จะไม่โทษเธอ


ถ้าเขารู้สึกตื่นเต้นจนจู่ๆเหงื่อก็ออก ก็จะไม่โทษเธอ


ถ้าเขารู้สึกร้อนรน ก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ


ถ้าเขา...จะตัดสินใจ ก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ


ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ความผิดของลิซ่า


ทั้งหมด มันเริ่มมาจากความรู้สึกของเขาเอง


“...แป๊ก”

“?”


เด็กสาวมองกลับมาพร้อมส่งเสียงหื้มเบาๆในลำคอด้วยความสงสัยอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนชายที่สนิทกำลังทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง


“คือฉัน....ฉันก็.......”


...โธ่เว้ย

มือที่กำแน่นอยู่อยากจะยกมันขึ้นมาชกปากตัวเองแทนให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ถ้าแบบนั้นมันก็จะ....


“แบมแบม ขึ้นไปเอาของให้เพื่อนได้รึยังจ๊ะ ลงมาได้แล้ว”


เสียงที่เรียกขึ้นมาจากด้านล่างนั้นทำให้ทั้งคู่หลุดออกจากบรรยากาศที่เหมือนเข้าสู่ภวังค์คืนสู่ความปกติอีกครั้ง พวกเขาหันมองลงไปทางบันไดด้านล่างก่อนที่เด็กหนุ่มนั้นจะรีบก้าวนำหน้าเดินลงบันไดไป จนลิซ่าที่ยังเหมือนงงๆอยู่ก็รีบถือรูปตามลงไปเช่นกัน


ยูราถามไถ่เรื่องรูปภาพนิดหน่อย ก่อนที่สาวน้อยจะยื่นมันให้กับแบมแบมม้วนเก็บลงกระบอกโปสเตอร์ที่ถือติดมาด้วยแล้วก็ให้เธอไป


ดวงตาของเขาสะท้อนร่างสูงโปร่งของลิซ่าที่กำลังเดินกลับบ้านโฮสท์ของตัวเองท่ามกลางแสงสีส้มจากท้องฟ้ายามเย็น


ด้านหลังมีเป้นักเรียนสะพาย มือซ้ายถือกระบอกโปสเตอร์ที่มีรูปวาดอยู่ในนั้น ส่วนมือขวาที่ยังว่างอยู่

แบมแบมยกมือของตัวเองขึ้นมามองแล้วก็เม้มปากถอนหายใจ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยจับมือกับอีกฝ่าย เพียงแต่มันก็คนละความรู้สึกกันเลย


มันไม่ตรงกับข้างในใจจริงของเขาเลยสักนิด

แต่ก็ไม่ควรจะก้าวร้าวกับใคร

ก็อย่างที่เขารู้สึกและคิดมาตลอด


ทุกอย่างมันก็เริ่มที่ตัวเขาเองทั้งหมดนั่นแหละ



 

----------------------------



 

                หนังสือที่กองเต็มโต๊ะรับแขกซึ่งส่วนใหญ่มีแต่ดิคชันนารี และก็โทรศัพท์มือถือที่เปิดแอพลิเคชั่นดิคชันนารี่ในตอนนี้ มีสายตาของเด็กหนุ่มน่ารักคนหนึ่งกำลังทอดมองมันอย่างสิ้นหวัง


เขารู้...เขารู้ว่าตอนนี้กำลังเผชิญกับอะไรอยู่


สมุดแบบฝึกหัดนั้นช่องคำตอบมันยังคงว่างเปล่ามาร่วมชั่วโมงแล้ว และจอนจองกุกก็จะปล่อยให้มันลากยาวไปดึกกว่านี้ไม่ได้

อาทิตย์หน้าคอร์สเรียนพิเศษภาษาอังกฤษทุกศุกร์ของเขาก็จะหมดแล้ว แน่นอนว่าศุกร์ที่จะถึงนี้จะเป็นการประเมินผลท้ายคอร์สด้วยควิซจากบทเรียนทั้งหมดที่เรียนมา


...คิดไม่ตกเลยทีนี้


แล้วทำไมไอ้คำที่คิดออกตอนนี้มีแต่โฮลี่ชิทรัวๆเลยโว้ย
!!!!


เจ้ากระต่ายตัวโตถอนหายใจก่อนจะหยิบมือถือมาเลื่อนปิดแอพแล้วโทรออกหาคนที่คิดแล้วว่าน่าจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ทันที และดูจากเวลาที่เกือบสามทุ่มยังไงก็คงยังไม่นอนล่ะน่า


[ว่าไงจองกุก มีอะไรเหรอ]

“แทฮยอง ช่วยฉันด้วย ฉันจะตายแล้ว”

[เอ่อ ใจเย็นๆนะ เกิดอะไรขึ้น]

“ควิซศุกร์นี้....”

[อ๋อออออ ไม่ต้องห่วงหรอก เขาไม่ได้เอาคะแนนส่วนนี้ไปรวมกับเกรดในหลักสูตรซักหน่อย]

“แต่มัน....คือนายเข้าใจมั้ยอะ ฉันกลัวทำออกมาไม่ดี ถ้ามันเสียเปล่า....” เด็กหนุ่มเริ่มคร่ำครวญใส่เพื่อนคนเก่งในสาย

[ไม่เป็นไรๆ นายก็เอาแบบฝึกหัดที่เคยทำไปก่อนหน้ามาทวนสิ หนังสือเรียนก็ใช้ได้นะแต่ดูตัวอย่างแล้วทำเลยจะไวกว่า เพราถ้าได้ลงมือทำน่ะมันจำง่ายกว่าท่องจำอย่างเดียวอีกนะ]

“อือ.....”


จองกุกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้งซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮเยซองเอานมอุ่นๆมาวางเอาไว้ให้พอดี ซึ่งเมื่อเธอเหลือบไปเห็นลูกชายกำลังเครียดๆอยู่ตรงหน้าหนังสือเรียนก็เอ่ยถามออกไปอย่างห่วงใย


“อ๋อ คือ...กำลังจะทวนบทเรียนสอบท้ายคอร์สที่เรียนพิเศษภาษาอังกฤษตอนเย็นที่โรงเรียนน่ะครับ”

“มันยากมากเลยเหรอลูก ดูไม่สบายใจเลยนะ”


พอคนเป็นแม่ถามขึ้นมาแบบนี้คนลูกก็ได้แต่ยิ้มฝืดไม่รู้จะตอบอย่างไร คือใจหนึ่งก็คิดว่ามันคงมีความพัฒนาแหละจากการที่ตนเองพอจะเข้าใจพวกแกรมม่าและจำศัพท์ได้พอสมควร แต่อีกใจมันก็ไม่ได้มีความมั่นใจเอาเสียเลยเพราะเขาไม่เคยใช้มันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อน


แม้ว่าจะเป็นแค่ประเมินเฉพาะคอร์ส แต่มันก็วัดถึงความรู้ที่ได้ไปทั้งหมดที่มีอยู่นี่ไง


ฝ่ายฮเยซองนั้นเมื่อเห็นจองกุกดูไม่สะดวกใจ เธอจึงให้ลูกชายนั่งทำแบบฝึกหัดและทบทวนบทเรียนต่อไปแล้วก็มาเก็บครัวเล็กๆน้อยๆเช่นอุปกรณ์บางอย่างที่ยังล้างไม่เสร็จ


สองแม่ลูกน่ะจริงๆก็สนิทกันมากเลยล่ะ อย่างน้อยเธอก็รู้ดีว่าจองกุกน่ะไม่ถนัดภาษาอังกฤษ แม้จะพยายามอย่างไรเท่าไหร่มันก็ไม่ค่อยให้ผลเป็นที่พอใจนัก แต่สำหรับเธอก็ไม่อยากจะให้ลูกรู้สึกกดดันอะไรมากมาย แต่ดูเหมือนว่าคงจะคิดแบบนี้ไม่ได้ถ้าหากว่าเขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย


ตอนนี้ฮเยซองรู้ดีว่าจองกุกรักเธอมากที่สุด เพราะเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต


ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งในตอนนี้ก็อยากจะทำอะไรสักอย่างบ้าง


อะไรสักอย่างให้คนที่เธอเองก็รักมากที่สุดได้รับโอกาสดีๆ


การตัดสินใจของเธอในครั้งนี้นั้น ครึ่งหนึ่งก็เผื่อใจเอาไว้แล้วว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร


ก็คงเป็นเรื่องเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งในชีวิตของคนเป็นแม่นอกจากการแต่งงานครั้งแรกนี่ล่ะ



--------------



>>Talk

/วิ่งสี่คูณร้อยมาต่อ หลังจากเริ่มวนคิวอย่างเร่งด่วนระหว่างช่วงที่เราพักช่วงสอบค่ะ ฟฟฟฟหฟฟหหฟ นี่ถือว่าพิมพ์เร็วมากแล้ว55555

ตอนนี้ก็กลับมาโฟกัสที่คู่เสริมนิดนึง แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ไปสู่จุดหักเหของคู่หลักที่กำลังจะมาถึงแล้วล่ะค่ะ /ขยิบตา เพราะงั้นพี่จินคุณคุก...เอ๊ย คุณครูของเราจะได้ซีนเต็มๆแล้วล่ะค่า เพราะจัดการเคลียร์ทางให้หมดแร้วว ยาวปายยาวปายยย

เจอกันหลังเราสอบเสร็จค่ะ ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว เสมอนะคะ จะ500เฟฟแล้ว สุดยอด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:45
    อ่า สรุปแล้วคู่ก้าวีเค้าได้กันแล้วหรอม---//อย่าตีเลานะ--
    #396
    1
    • #396-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 21)
      15 มีนาคม 2561 / 14:54
      ก็ได้แร้วซีคะ /แค่ก----
      #396-1
  2. #373 Ren (@seris) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 17:31
    กี๊สสสสสส บรรยากาศของคู่อ.สอนภาษาฟรุ้งฟริ้งจนทุกคนสัมผัสได้สินะคะ ฟฟฟฟฟฟฟ ตลกอ.ที่เชี่ยวชาญเรื่องเพื่อนร่วมงานมากค่ะ เอาจริงๆ น่าจะเรื่องคนอื่นด้วยไม่เฉพาะเพื่อนร่วมงานป่ะคะอ.ปาร์ค 5555555555555555 ส่วนที่น้องแทวิ่งติดๆ ขัดๆ นี่อยากตีอ.มินจังค่ะ ไมไม่อ่อนโยนกับลูกเลา! /ขัดปืน
    คุณแม่จะตัดสินใจแต่งงานแล้วสินะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ โฮรว ; ^ ; อ.คิมห้องพยาบาลก็จะเจอด่านหินแร้วสินะ หิหิหิ มีปะป๊า มะม๊า คุณพี่ชาย แล้วก็น้องกุกเองด้วย หลายด่านมากกกก ว้าวเลยค่ะ สู้นร้ะ-------
    น้องกุกลูกแม่อย่าเพิ่งเครียดลูก หนูทำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องทำให้ดีมาก แต่แค่ดีขึ้นมันก็โอเคลูก /กอด
    มาที่คู่เด่นของบทนี้กันบ้างค่ะ แบมลิซ! น้องแบมดูชอบลิซ่ามากเลย แต่ลิซนี่ไม่รู้คิดยังไงนะคะ ฮือ สงสารน้องแบมมากในจุดเน้ เกือบสารภาพรักไปแล้วด้วยนะคะถ้าคุณยูราไม่ส่งเสียงเรียกขึ้นมาก่อน 555555555555 พี่เอาใจช่วยหนูอยู่นะแบม สู้! /ชูกำปั้น

    ปล.คุณยูรานี่มาจากพี่สาวชยอลรึเปล่าคะ 555555555
    #373
    0
  3. #311 Fairytail (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:53
    รออ่านตอนต่อไปนะ
    #311
    0
  4. #310 minitis (@kyuri13) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 09:51
    อาจารย์จีมนี่เขาดูใส่ใจทุกรายละเอียดในรรเลยค่ะ
    #310
    0
  5. #309 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 10:50
    ชอบความใส่ใจของจีมินจริงๆ 555
    #309
    0
  6. #308 RMJHyun (@RMJHyun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 23:36
    ดูท่าคุณครูมินจะไม่อ่อนโยน--- เห้อออออ มีแบมลิซมาให้ลุ้นอีกคู่แล้ว เอาใจช่วยค่ะ แต่คิดว่างานหนักน่าจะมาถึงอ.คิมห้องพยาบาลในไม่ช้านี้ใช่มั้ยคะ เอาใจช่วยคนนี้มากกว่าแล้วกัน ส่วนอ.มิน..... จะเปิดเผยตอนน
    ไหนคะ อยากให้เข้าตามตรอกออกตามประตูซักที อยากเห็นหน้าอ.นัมจุนตอนรู้เรื่อง 55555555
    #308
    0
  7. #307 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 10:30
    ครูจองกับครูคิมนี่เป็นประเด็นฮอตกันเลยทีเดียว แทฮยองก็ยังไม่หายดีใข่ไหมลูก โถถถถถ ครูปาร์คนี่ช่างสังเกตุจังเลยค่ะ อิอิ แม่จะตัดสินใจอะไรกันน่ะ แบมแบมกล้าๆหน่อยน้าสู้เค้า
    #307
    1
    • #307-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 21)
      22 ตุลาคม 2560 / 14:22
      ทุกอย่างได้ถูกบันทึกไว้ในใจแล้ว ช้อจัง------------- //คุงครูปาร์คไม่ได้กล่าว
      น้องแบมก็ยังต้องต่อสู้กับตัวเองต่อไปค่ะ ส่วนการตัดสินใจของคุณแม่นั้น จะไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ /หื้ม
      #307-1
  8. #306 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 09:53
    ดะเดี๋ยวนะคะะะะ ทำไมแทฮยองวิ่งไม่ค่อยถนัดดดดดด เพราะคราวที่แล้วใช่มั้ย เราไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย กรี้ดดดดดดดดด ฟกขดยพพมดสอยพมพ /เปงลมมมม

    ชอบอ.ปาร์คจังเลยค่ะ เพราะว่านิสัยเหมือนเราเลยยย เราต้องเผือกเพื่อให้ชีวิตมีสีสันบ้างสิเนอะะะ555555555555

    ส่วนคู่แบมลิซนี่ก็... .จะจบเทอมละเน้อออ รีบสารภาพเถ๊อะะะ แต่ลิซดูไม่รู้เรื่องอะไรเลยย น่าจะช็อคอยู่พอตัว สู้ๆนะแบมมม555

    ละจองกุกนี่เครียดแค่เรื่องสอบจริงๆหรอคะะ เครียดเรื่องอื่นด้วยรึเปล่าน้าาาาา /ทำหน้าสงสัยย


    ดัใจมากเลยค่ะที่อัพ เมื่อคืนกำลังนึกๆอยู่ว่าอยากอ่าน พอตอนเช้ามาเห็นกฌรีบอ่านเลยย ฮื่อออ รอตอนต่ไปนะคะะ อยากอ่านพาร์ทอ.ภัยกับจองกุกแล้วววววว5555
    #306
    1
    • #306-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 21)
      21 ตุลาคม 2560 / 12:03
      เรื่องน้องแทวิ่งไม่ถนัดก็จากคราวนั้นล่ะค่ะ ไม่ดั้ยคีสไปเองงงงง /ยิ้มตาเหลือก
      พวกเราต่างเห็นด้วยกับอ.ปั๊คจมิงเนอะคะ 5555555!! สะสมความรู้รอบตัว---
      น้องจู๊กเครียดเรื่องสอบจีจีน้าา~อย่างน้อยก็ตอนนี้ค่ะ ฮาาาา
      ส่วนแบมลิสนั้น....ก็ดูกันต่อไปนะคะ :'D

      5555555 ตอนนี้เหมือนรต.ที่อ่านใจรี้ดได้เลยเนอะ อยากอ่านก็อัพพอดี ไว้เจอกันกับคุณครูภัยตอนหน้านะคะ /ไว้อะไรให้ความเทพบุตร(....)
      #306-1
  9. #305 Reangpha (@reangpha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 05:48
    รอคู่ก้าวีค่าาาา น่าร้ากกก อาจารย์ปาร์คค่อนข้างสอดแนม55555555555
    #305
    1
    • #305-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 21)
      21 ตุลาคม 2560 / 11:42
      คู่ก้าวีอีกซักพักนะคะ สองคนนี้ยาวๆจนจุใจไปแล้ว 5555555
      อ.ปาร์คนี่ว่าไม่น่าจะไม่ค่อยละค่ะ-----
      #305-1
  10. #304 mukmina (@mukmina) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 05:33
    ชอบความปาร์คจีมินมากเลยค่ะ555555555 นางเผือกทุกอย่าง5555555
    #304
    1
    • #304-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 21)
      21 ตุลาคม 2560 / 11:38
      5555555555555555 เพิ่มสีสันให้ชีวิตอันเรียบง่ายค่ะ
      #304-1
  11. #303 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 02:15
    ทั้งเรื่องชอบปาร์คจีมินที่สุดละ55555555555555555555
    #303
    2
    • #303-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 21)
      21 ตุลาคม 2560 / 02:20
      นักปราชญ์แห่งโรงเรียนค่ะ ใฝ่รู้ตลอดเวลา 55555555555555555555555
      #303-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(