[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 15 : +14+ : Deserve

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    17 เม.ย. 60


                ห้องเรียนชั้น 3-C ตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ จากการที่นักเรียนเกือบทั้งห้องที่มาในตอนนี้มาสุมหัวรุมดูอะไรบางอย่างกันอยู่ที่โต๊ะเดียว ต่างคนต่างก็ส่งเสียงฮือฮาและหันไปคุยกันอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่ตนเห็นในตอนนี้คือเรื่องจริง


ภาพของชายหนุ่มผมดำในเสื้อฮู้ดสีกรมท่าที่กำลังกระทืบผู้ชายสี่ห้าคนด้วยตัวคนเดียวอย่างอาจหาญนั้นทำให้เด็กนักเรียนต่างก็ตกใจไปเป็นแถบเมื่อพวกเขาจำได้ดีเลยว่าเป็นอาจารย์ที่สอนดนตรีของพวกเขาเอง


เด็กๆต่างแค่รู้สึกว่าอาจารย์มินเป็นคนที่ดูเข้มงวดน่าเกรงขามแต่ก็น่าจะเพราะว่ามาดอาจารย์และหน้าตาที่ดูไม่เป็นมิตรนั่นก็ได้ แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาเป็นคนแบบนี้


มินยุนกิ ที่กลายเป็นอันธพาลที่น่ากลัวในสายตานักเรียนบางส่วนไปแล้ว และต่างก็มโนไปต่างๆนาๆว่าถ้าสักวันอาจารย์เกิดอารมณ์ร้อนขึ้นมาไม่ลากนักเรียนไปซ้อมหรือ


แต่ก็มีอีกกระแสหนึ่งที่รู้สึกทึ่งและประหลาดใจฝีมือที่ราวกับหลุดออกมาจากหนังแอ็คชั่นที่ตัวเอกสามารถล้มคนจำนวนมากได้ด้วยตัวคนเดียว

แม้ว่าคลิปวีดิโอนี้ยังไม่ได้แพร่กระจายไปในหมู่นักเรียนมากนัก แต่การพูดถึงกันปากต่อปากนั้นก็เหมือนดึงดูดความสนใจจนต้องพยายามหามาดูกันจนได้


“นี่มันหมายความว่ายังไงอาจารย์มิน”


ผู้อำนวยการโชว์ไอแพดที่เปิดคลิปคนทะเลาะวิวาทกันให้แก่อาจารย์หนุ่มตัวเล็กที่นั่งนิ่งไม่ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น


“ก็อย่างที่คุณเห็นล่ะครับว่าเป็นผม”


คราวนี้พวกเขาเปลี่ยนที่จากการที่ประชุมตัดสินในห้องปกครอง กลายมาเป็นอยู่ในห้องผู้อำนวยการแทน ซึ่งในนี้มีทั้งตัวเจ้าของห้อง รอง อาจารย์ฝ่ายปกครองทั้งหมดในแผนกนั่งหน้าเครียดอยู่ และก็ยุนกิที่ยังคงมีสีหน้าเฉยเมย


“คุณเป็นอาจารย์ คุณต้องสอนนักเรียน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พวกเขา ไม่ใช่ไปต่อยตีกับคนอื่นแบบนี้”

“ผมไม่ได้กระทืบคนเป็นงานอดิเรกซะหน่อย”

“มันก็เป็นเรื่องไม่สมควร นอกจากจะเสื่อมเสียชื่อเสียงกับโรงเรียนแล้วมันยังเสียที่ตัวคุณด้วยนะ!


ยุนกิยังคงนั่งเงียบอยู่อย่างนั้น ทำให้ผู้อำนวยการยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม เขาผายมือให้อาจารย์คนอื่นเป็นฝ่ายพูดบ้าง


“เราคงต้องพิจารณาโทษของคุณนะคะ จริงๆทางเรายังเห็นว่าเป็นความผิดครั้งแรก ก็เลยคิดว่าคุณควรจะถูกพักการสอนไปหนึ่งเดือน รวมทั้งการหักเงินที่เดือนนี้จะไม่ได้รับด้วยค่ะ”


คุณอาจารย์ตัวเล็กพยักหน้ารับอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะว่าเรื่องแบบนี้ตนเองก็ทำใจมาตั้งแต่คิดจะเป็นครูแล้ว ซึ่งถือว่าเบากว่าที่คิดไว้มากเหมือนกัน เพราะเขาคิดไปถึงขั้นโดนไล่ออกเลยทีเดียว


“ทั้งหมดมีแค่นี้ใช่มั้ยครับ”

“ค่ะ และคิดว่า คุณคงต้องถูกพักการสอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลยนะคะ”

“ผมไม่มีปัญหา” ท่าทีที่ยอมรับอะไรง่ายๆของยุนกิทำให้ทุกคนในห้องนี้แปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะจากที่พวกเขาเห็นในคลิปแล้วก็ต่างตัดสินว่าผู้ชายคนนี้น่าจะหัวรุนแรงจุดเดือดต่ำ

“มีอะไรจะพูดกับผมอีกมั้ยครับ”

“ไม่มีแล้ว ก็อย่างที่คุณได้ยิน คุณต้องเก็บของกลับบ้านตั้งแต่วันนี้ ตอนนี้เลย”

“ครับ แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมมีอะไรที่จะให้พวกคุณดูหน่อย”


ยุนกิลุกขึ้นเปิดกระเป๋าเอกสารของตัวเองที่หยิบติดมือมาด้วย ก่อนจะล้วงหยิบเอารูปภาพจำนวนหนึ่งออกมาวางตรงกลางโต๊ะ ซึ่งทำให้สายตาทุกคู่นั้นตกอยู่ในความฉงนอีกครั้ง

จนเมื่ออาจารย์ฝ่ายปกครองคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงหยิบไปดู เธอก็ตาโตก่อนจะยื่นมันให้กับผู้อำนวยการ


“น...นี่มัน”

“คุ้นหน้าบ้างมั้ยครับผอ.”


อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองยุนกิที่ยืนจ้องตอบกลับมา จนตัวเองเผลอหลบสายตาแล้วมองภาพนั้นอีกที ซึ่งถ้าจำไม่ผิด เด็กคนนั้นก็คือรองประธานนักเรียนนี่นา

แต่มันเป็นภาพที่คิมมินแจกำลังคุยอยู่กับพวกคนที่ยุนกิมีเรื่องกันไป ถัดมาก็เป็นภาพที่เด็กนี่ส่งห่อกระดาษบางอย่างให้กับคนพวกนั้น


“ทั้งหมดนั่น ก็คือเงินสภานักเรียนที่หายไป”


ทุกคนกลับมาสนใจตามเสียงพูดของอาจารย์ดนตรีอีกครั้ง แล้วก็ต้องตาโตเมื่ออีกฝ่ายนั้นถือห่อกระดาษสีน้ำตาลที่เหมือนกับในรูปนั้นเป๊ะ


“....”

“ผมเห็นเขาตั้งแต่วันที่เขาเข้าห้องไปแอบขโมยออกมาแล้ว ตอนนั้นผมก็ไม่รู้หรอกว่าเข้าไปทำอะไร จนกระทั่งเกิดเรื่อง”


ยุนกิเว้นช่วงประโยคไปนิดหน่อยแล้วพูดต่อ


“ผมก็เลยตามดูเขา จนกระทั่งแน่ใจว่าเด็กนั่นทำอะไรลงไป แล้วเงินนี่ มันทำให้ผมต้องล้มไอ้พวกนั้นแล้วเอามันกลับมา”


แววตาที่เป็นประกายดุดันวาบขึ้นมาในเสี้ยววิทำให้ทุกคนในห้องนี้ต่างก็ขนลุกขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะมองหน้ากันไปมาโดยที่ยังไม่มีคำพูดอื่นใด

ร่างเล็กลุกขึ้นยืนก่อนจะตบฝ่ามือลงบนโต๊ะให้พอเกิดเสียงที่จะเรียกความสนใจมาได้ และกล่าวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยินดียินร้ายอะไรแต่กลับหนักแน่นเพราะคำพูดเด็ดขาดที่ออกมาจากปาก


“แลกกับการที่ผมถูกพักการสอน ช่วยประกาศอย่างเป็นทางการด้วยนะครับว่าคิมแทฮยองไม่ได้ทำอะไรผิด”






 

                ประตูห้องเรียนเลื่อนเปิดออกตามด้วยนักเรียนที่กำลังทยอยเดินออกจากห้องเพื่อจะลงไปกินมื้อเที่ยงหลังจากที่จบคาบสายในวันนี้แล้ว ซึ่งเด็กๆก็ยังคงพูดคุยกันในหัวข้อคลิปวีดิโอเจ้าปัญหาที่ได้รับรู้มาตั้งแต่เมื่อเช้า และแน่นอนว่าเมื่อเรื่องนี้ลอยเข้าหูของแทฮยอง เขาก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจเท่าไหร่นัก เพราะว่ารู้มาตั้งนานแล้ว เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์เลยด้วยซ้ำ


แต่ที่สงสัยคือไปทำท่าไหนถึงได้โดนเห็นแบบนี้ แล้วทำไมจู่ๆก็มีเรื่องกับคนอื่นเข้าซะได้


เขาเดินลงบันไดตึกเรียนมาพร้อมกับพวกเพื่อนๆกลุ่มของจองกุก โดยที่เขากำลังอือออเรื่องของอาจารย์ยุนกิที่ยูคยอมและมินกยูกำลังคุยกันอยู่ จนกระทั่งเขารู้สึกว่าถูกกระชากข้อมือดึงไปด้านหลังจนเกือบจะเซล้มลงไปแล้ว

ซึ่งพอเขาหันไปดูก็พบกับคนที่เป็นประเด็นสนทนาในวันนี้ ซึ่งตนก็ไม่แปลกใจอีกนั่นล่ะ แต่พอหันมองออกไปเห็นหน้าเพื่อนๆแล้วดูจะตกใจกันมากทีเดียว


“เอ่อ...พวกนายไปกินข้าวก่อนเถอะ ฉันไม่เป็นไร เดี๋ยวตามไป”

“...แน่ใจนะ?”

“อื้อ”


เด็กหนุ่มพยักหน้าพลางยิ้มให้เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเขาโอเคจริงๆ ทั้งที่ในใจก็ไม่ได้คิดว่าจะโอเคหรอก มันต้องมีเรื่องอะไรไม่ชอบมาพากลบางอย่างแน่ๆ


“แทฮยอง”

“ค...ครับ”


เขาไม่ค่อยชอบสายตาดุๆจากตาคมๆของอีกฝ่ายเอาซะเลย มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกพาไปฆ่าตลอดเวลา


“เอานี่ไป”


แทฮยองเลิกคิ้วมองซองกระดาษสีน้ำตาลในมือ ก่อนจะมองหน้าคนที่ยื่นมันมาให้อีกครั้งด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม


“เงินที่สภาของนายไม่ใช่เหรอ เอาไปสิ”

“เอ๊ะ???”


คุณประธานนักเรียนรีบฉวยเจ้าซองนั้นมาจากมืออีกฝ่ายเพราะความตกใจ พร้อมกับหยิบของข้างในออกมา ซึ่งก็พบว่ามันเป็นเงินจริงๆด้วย และพอนับแล้วก็ไม่ได้มีอะไรขาดตกบกพร่องไปแม้แต่วอนเดียว


“อาจารย์ไปเอามันมาจากไหนครับ!?

“ก็เอามาจากคนที่เอามันไปไง”

!!!

“ไม่ต้องทำหน้างง รีบเอาไปบอกคนอื่นซะว่าได้เงินคืนแล้ว เก็บดีๆด้วยละกัน”


พูดจบ ยุนกิก็สาวเท้าเดินดุ่มๆออกไปแล้ว โดยไม่ฟังเสียงที่เรียกชื่อเขาเอาไว้เลย คนเป็นนักเรียนจึงได้แต่ยืนมองเงียบๆอย่างนั้นกระทั่งร่างเล็กนั่นออกจากตึกเรียนไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย


เขาไม่เคยเข้าใจอาจารย์มินยุนกิเลยแม้แต่ครั้งเดียว...






 

                “นี่กูต้องสมน้ำหน้ามึงมั้ย”

“ต้องยินดีสิ แสดงความยินดีที่กูไม่โดนไล่ออก”


คนตัวเล็กพูดด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เฉยเมยผิดกับคนข้างๆที่หน้าตาดูเหม็นเบื่ออย่างมาก คิมซอกจินที่คิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วแต่มันก็เกิดขึ้นจนได้ในรอบสิบปี แต่อย่างน้อยมันก็ไม่เหมือนตอนพวกเขาอยู่ม.ปลายเพราะว่าตนไม่ต้องมานั่งคอยเอางานมาให้คนที่โดนพักการเรียนจนต้องนอนโง่ๆอยู่บ้านอีกต่อไป


“อายุปูนนี้แล้วมึงยังแก้ปัญหาด้วยกำลังอีกเหรอวะ”

“วิธีนี้เร็วสุด กูไม่ชอบรอ”

“เออ รู้ แต่สมองมึงเป็นก้อนกล้ามรึไง มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเสมอไปนะเว้ย”

“ช่างแม่ง มันผ่านไปแล้วย้อนเวลาไม่ได้ปะวะ อย่างน้อยตอนนี้มันก็ไม่ได้มีเรื่องแย่ๆหรอกน่า”


ยุนกิพ่นหายใจออกมาดังพรืดด้วยความรำคาญอารมณ์เหมือนเด็กประถมที่ไปต่อยกับเพื่อนที่โรงเรียนกลับบ้านมาแล้วโดนแม่เทศน์ เพราะแม้ว่าจะเคืองเท่าไหร่สุดท้ายก็รับฟังอยู่ดี


ซอกจินมาหาเขาที่ห้องหลังจากที่เลิกงานแล้ว โดยก่อนหน้านั้นในช่วงพักเที่ยงร่างเล็กได้โทรบอกอีกฝ่ายว่าเขากลับก่อน ซึ่งปลายสายดูจะแปลกใจมากทีเดียว เลยบอกไปว่าไว้ค่อยคุยตอนที่กลับห้องมาก็แล้วกัน


จนตอนที่เพื่อนตัวเองแวะมาที่ห้องเมื่อครู่ ก็เลยเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง และลงท้ายก็มานั่งฟังอีกฝ่ายบ่นราวกับว่านี่คือกงเกวียนกำเกวียนที่เขาต้องประสบ


เอาเถอะ วันหยุดยาวที่ได้มาไม่ได้ตั้งใจก็ไม่ทำให้เดือดร้อนสักเท่าไหร่ ส่วนเงินเดือนอย่างน้อยเขาก็ยังมีค่าจ้างที่เคยไปช่วยงานในผับเหลืออยู่ประกอบกับไม่ได้ใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือยอยู่แล้ว เดือนนี้ก็เลยคิดว่าอยู่ได้อย่างสบายๆไม่มีปัญหา


ความจริงมันก็ไม่ใช่ปัญหาของเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย


แต่พอหลับตาลงทีไรเขาก็ไม่อาจสลัดใบหน้าของเด็กคนนั้นหลุดได้สักที


...ไม่เข้าใจเลย


หรือว่า...เจ้าเพื่อนสนิทนี่จะสะกดจิตเขาสำเร็จแล้วกันแน่

 





------------------------




 

                ขอความกรุณา นักเรียนมัธยมปลายทุกระดับชั้น มารวมกันที่อาคารหอประชุมด้วยค่ะ


เสียงประกาศตามสายจากห้องกระจายเสียงในเวลาก่อนโฮมรูมนั้นเรียกความสนใจและบังเกิดความสงสัยในหมู่นักเรียนเป็นอย่างมาก เพราะขณะที่ทุกคนกำลังทยอยเดินลงตึกเรียนนั้นก็พูดคุยเสียงเซ็งแซ่กันไปตลอดทางจนเข้าไปนั่งในหอประชุมถึงได้เงียบกันได้เพราะข้างในนั้นมีอาจารย์จำนวนหนึ่งควบคุมอยู่


หอประชุมเป็นอาคารชั้นเดียวที่ภายในโล่งกว้างคล้ายกับโรงยิม แตกต่างกันตรงที่บนพื้นจะมีเก้าอี้จำนวนมากวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบหันหน้าเข้าเวทียกพื้นเตี้ยๆที่มีโพเดียมไม้วางอยู่ริมเวที แต่คราวนี้มันถูกยกมาตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง


ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะรอนักเรียนทุกคนมานั่งประจำที่และเงียบเสียงเตรียมพร้อมจะรับฟังเหตุที่เรียกพวกเขามาก่อนเวลาเข้าเรียนเช่นนี้ และไม่นานนัก ก็ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัดที่มีพุงเล็กน้อยในชุดสูทเรียบร้อยเดินขึ้นมาบนเวทีและประจำตรงโพเดียมด้วยใบหน้าจริงจัง


เขากวาดสายตามองไปยังเบื้องล่างก่อนจะกระแอมหนึ่งทีแล้วเปิดไมค์


“ผมต้องขอรบกวนเวลานักเรียนทุกคนสักครู่ เพราะผมมีเรื่องบางอย่างจะต้องบอกพวกคุณให้ชัดเจนตรงนี้”


เกิดเสียงพูดคุยดังขึ้นมาอีกครั้งจนอาจารย์ที่คุมอยู่ต้องบอกให้เงียบ


“ไม่นานมานี่พวกคุณคงได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นของสภานักเรียนโรงเรียนเราแล้ว”


...เฮือก

แทฮยองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มุมหนึ่งของห้องประชุมนั้นหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาเมื่อผู้อำนวยการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด เพราะหมายถึงว่าเขาจะถูกสายตาพวกนั้นเพ่งเล็งและตัดสินอีกครั้ง


“จากการที่สอบสวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วนั้นผมมีความจำเป็นต้องชี้แจงในสิ่งที่ทุกคนอาจจะได้รับข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความจริง นั่นก็คือเหตุผลที่ผมตัดสินใจให้ประกาศเรียกมารับฟังพร้อมกันในวันนี้”

“...”

“ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า เรื่องทั้งหมดที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ได้จบลงแล้ว แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคล แต่มันก็กระทบกับส่วนรวมอยู่พอสมควร ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องในส่วนนั้น แต่ว่าข้อมูลบางอย่างที่กระจายออกไปมันได้ส่งผลโดยตรงกับตัวบุคคลให้ได้รับความเดือดร้อน”


ผู้อำนวยการสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนออกมาแล้วพูดใส่ไมค์ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง


“ผมจึงต้องอยากให้นักเรียนทุกคนทราบไว้ตรงนี้และตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ว่าประธานนักเรียนคิมแทฮยอง ชั้นมัธยมปลายปีที่สาม ไม่มีความผิดอย่างที่ทุกคนได้สงสัย”


!


เด็กหนุ่มผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้นรีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังบนเวทีด้วยสีหน้าตกใจทันที


“แม้เขาอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกๆอย่าง แต่เขาก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์และทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากให้นักเรียนทุกคนเข้าใจตรงกัน”


วินาทีนี้แทฮยองเหมือนหูอื้อไปหมด ไม่อาจรับรู้อะไรได้มากกว่าคำพูดของผู้มีอำนาจมากที่สุดในโรงเรียน ที่เหมือนมาปัดเป่าความอึดอัดใจทั้งหมดทั้งมวลให้ปลิวหายออกไปราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่

เขาพ้นข้อกล่าวหาโดยสิ้นเชิงแล้ว


“เฮ้ ดีใจด้วยนะหัวหน้า!!


เป็นยูคยอมกับแบมแบมที่กระโดดเข้ามากอดคอแถมยีหัวคุณหัวหน้าห้องของพวกเขาด้วยความดีใจในขณะที่เจ้าตัวทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยิ้มแหะๆตอบรับไป


“บอกแล้วว่ายังไงความจริงมันก็คือความจริง ไม่มีอำนาจใดมาลบล้างได้”


มินกยูยืนกอดอกมือหนึ่งลูบคางเท่ๆ ตอนนี้เด็กๆยืนอยู่หน้าหอประชุมหลังจากที่เดินออกมาเนื่องจากปล่อยแล้ว


“แล้ว...นายจะกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองมั้ยแทฮยอง”


จองกุกเดินเข้ามาถามหลังจากที่เพื่อนๆเขาเล่นหัวอีกฝ่ายจนพอใจแล้วก็ปล่อยให้เป็นอิสระ ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนคิดอยู่แป๊บหนึ่งพลางมองหน้าแต่ละคนไปด้วย จนสักพักเขาก็ยิ้มกว้างออกมา


“ไม่ล่ะ นั่งกับพวกนายดีกว่า สนุกดี”

“มันต้องแบบนี้สิ!!

“คิดดีแล้วเหรอแทฮยอง อยู่ด้วยกันนานๆเดี๋ยวสติหายเหมือนเจ้าพวกนี้นะ”

“ย้า! แชยอง เธอก็ควรพิจารณาตัวเองนะว่าอยู่กับพวกฉันมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง”

“หยี ฉันยังเป็นคนปกติอยู่นะ” เด็กสาวพูดพลางเขยิบตัวไปเกาะไหล่เพื่อนสาวคนไทยในกลุ่มตนพลางแลบลิ้นใส่ ซึ่งลิซ่าก็หัวเราะพลางยกมือมาตบๆหัวเพื่อนของเธอด้วยความเอ็นดู ซึ่งความจริงพวกเธอเองก็อัศจรรย์ใจเหมือนกันว่ามาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับคนพวกนี้ได้อย่างไร อาจจะเพราะที่นั่งใกล้กันก็ได้เลยได้รู้จักกันมากกว่าคนอื่นๆ


อย่างตอนแรกแชยองก็สงสัยอยู่กับการเข้าหา เธอเป็นผู้หญิงนี่นาเลยคิดว่าอีกฝ่ายที่อยากสนิทด้วยจะมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า พูดไปอาจจะเหมือนคิดมากแต่มันก็มีคิดอยู่หน่อยๆล่ะนะ ก็เพศตรงข้ามนี่นา


แต่พอเวลาผ่านไปก็ได้รู้จริงๆว่าผู้หญิงกับผู้ชายน่ะสามารถเป็นเพื่อนสนิทกันได้โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องชู้สาว คือถ้าใจมันไม่ได้คิดมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก


ทว่าเด็กสาวคงไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มไทยอย่างแบมแบมนั้นกำลังคิดไม่ซื่อกับเพื่อนสาวอีกคนของเธออย่างลิซ่าอยู่...


และตัวลิซ่าเองก็คงไม่รู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น


เด็กทั้งแปดคนนั้นรีบพากันเดินกลับขึ้นห้องตัวเองเมื่ออาจารย์ที่ยังอยู่ตรงนั้นเดินมาไล่ให้ไปได้แล้วจากที่ยืนคุยกันอยู่นานสองนาน และจากที่คุณหัวหน้าห้องคนเก่งเคยจองแถวหน้าเพื่อจะได้โฟกัสบทเรียนได้เต็มที่ ตอนนี้ก็ย้ายของไปนั่งอยู่แถวหลังโดยถาวรแล้ว ซึ่งทำให้อาจารย์หลายคนที่เข้ามาสอนนั้นรู้สึกแปลกใจอย่างไม่น้อย แต่พอเห็นว่าเด็กคนนั้นดูเหมือนจะมีความสุขมากขึ้นก็คิดว่าคงไม่เป็นไร


...แบบนี้ก็น่าจะหมดห่วงแล้วละมั้ง


อาจารย์หนุ่มที่สังเกตหลานชายของเพื่อนร่วมงานอยู่นั้นเผยยิ้มบางออกมาขณะเก็บหนังสือหลังจากที่คาบของตนเองหมดเวลา เขาเดินออกจากห้องกลับไปยังห้องพักครูตามปกติเนื่องจากตารางสอนคาบถัดไปเขาว่างก็เลยไม่ต้องเดินไปห้องอื่นต่อ


โฮซอกหมุนลูกบิดประตูห้องอย่างระมัดระวังเผื่อมีอาจารย์คนอื่นนั่งทำงานอยู่ ซึ่งก็มีอยู่จริงๆสองสามคนที่ยังไม่ถึงเวลาสอน

และหนึ่งในนั้นก็เป็นคนที่อาจารย์จองยังคงรู้สึกแปลกๆที่จะเข้าไปคุยด้วย

แต่ว่า...


“อาจารย์โฮซอกมีอะไรรึเปล่าครับ”


เสียงทุ้มนุ่มที่ยังน่าฟังเหมือนเดิมของอาจารย์สอนภาษาอังกฤษเรียกให้สติของเจ้าตัวนั้นกลับมาอีกครั้ง เขากะพริบตาปริบก่อนจะเม้มปากแล้วเดินเอาของไปวางที่โต๊ะตัวเองโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรไป ซึ่งนัมจุนก็เห็นว่ามันยังคงเป็นเรื่องปกติ


“...แทฮยอง”


ไม่สิ ไม่ปกติแล้ว


“คุณรู้รึยัง”


ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียงที่ลอยมาจากโต๊ะทำงานที่อยู่เยื้องกัน ก็พบว่าโฮซอกกำลังนั่งหันหน้ามองตอบกลับมาทางนี้ด้วยสีหน้าที่ดูฝืนๆสักหน่อย


“อ่อ... ก็ ถ้าเรื่องนั้นผมรู้แล้วล่ะครับ อาจารย์ที่ไปเข้าหอประชุมเมื่อเช้ามาเล่าให้ผมฟังแล้วล่ะ”

“คุณก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วนะ”

“ครับ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงผม”


อีกฝ่ายได้ยินคำนี้ก็ย่นคิ้วพลางเบนสายตาไปมองทางอื่นโดยไม่ได้พูดอะไร ส่วนนัมจุนนั้นลุกจากโต๊ะตัวเองเดินไปหาโฮซอกที่พยายามหันกลับไปเหมือนเดิมแบบไม่คิดจะสานต่อบทสนทนา


“ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ ผมอยากตอบแทน”


อาจารย์หนุ่มที่นั่งอยู่นั้นผินหน้ามาเพียงเล็กน้อยแล้วก็หันกลับไปอีกครั้ง


“มันไม่เกี่ยวกันซักหน่อย ผมแค่ถามเรื่องหลานของคุณ”

“ก็เพราะว่าเป็นหลานของผมไงครับ ผมก็เลยอยากตอบแทน ผมดีใจที่มีคนรักเขาขนาดนี้”

“แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะต้องไปกับคุณนี่อาจารย์นัมจุน”


ริมฝีปากของอาจารย์จองคว่ำลงเล็กน้อย ใบหน้าที่งอนิดๆเหมือนกำลังโดนขัดใจนั้นกลับดูน่าเอ็นดูในสายตาอีกฝ่ายเหลือเกิน

แต่ในขณะที่คุยกันไปไม่เท่าไหร่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่งพบว่ามันมาจากมือถือของโฮซอกนั่นเอง


เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูพร้อมกับชักสีหน้าทันทีที่เห็นชื่อที่คนโทรเข้าที่ฟ้องขึ้นมา สร้างความสงสัยให้กับนัมจุนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะพอสมควรเพราะอีกฝ่ายนั้นแสดงอารมณ์เหมือนรังเกียจปนความเซ็ง


“ผมขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ล่ะ”

“อ่า... เชิญตามสบายครับ”


โฮซอกลุกขึ้นก้าวเดินฉับๆออกไปจากห้องพักครูโดยที่มีเพื่อนร่วมงานอย่างเขามองตามไปด้วยความกังวลใจอยู่ลึกๆ เพราะคิดว่าอาจจะเป็นใครก็ตามที่อีกฝ่ายไม่น่าจะต้องการคุยด้วยเท่าไหร่ แต่ตราบใดที่เขายังไม่ได้สนิทสนมกับฝ่ายนั้นจนถึงขั้นถามไถ่เรื่องส่วนตัวระดับหนึ่งกันได้ การไปถามว่าใครโทรมาแบบนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องที่สมควรเท่าไหร่ ดีไม่ดีโฮซอกคงยิ่งตั้งแง่เหม็นหน้าเขาขึ้นอีกด้วยซ้ำ


เพราะตอนนี้การที่อีกฝ่ายเข้ามาทักก็เป็นอะไรที่ถือว่ามหัศจรรย์มากแล้ว ถือว่ามันอาจจะเป็นสัญญาณที่ดีก็ได้ อย่างน้อยก็รู้ว่าพวกเขายังสามารถคุยกันได้ตามปกติอยู่


และที่สำคัญ เขาคงต้องพึ่งหลานตัวเองแล้วล่ะ...






 

                ลูกบิดประตูหมุนเบาๆก่อนที่ประตูห้องพักครูแผนกศิลปกรรมที่ตึกปฏิบัติการจะเปิดออกอย่างระมัดระวัง ตามด้วยใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มผิวคล้ำที่ยื่นเข้ามาสำรวจภายในห้องพร้อมกับเอ่ยเสียงไม่ดังมากนัก


“...ขออนุญาตนะครับ”


อาจารย์บางคนที่กินมื้อเที่ยงอยู่ในห้องพยักหน้ารับพลางเอ่ยถามว่าอีกฝ่ายมาหาใคร ซึ่งเขาหลุบหน้าลงเล็กน้อยแล้วตอบกลับไป


“อาจารย์ยุนกิอยู่มั้ยครับ”


เพราะว่าแทฮยองมาที่ห้องนี้ไม่ค่อยบ่อยนักเลยจำไม่ได้ว่าใครนั่งกันอยู่ตรงไหนบ้าง ส่วนผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องนี้ต่างก็มองกันเงียบๆแล้วส่ายหัว


“อาจารย์มินถูกพักการสอนอยู่น่ะ เขากลับไปตั้งแต่บ่ายเมื่อวานแล้วค่ะนักเรียน”

“อ...อะ เหรอครับ”

“อื้ม เขาไม่ได้บอกเธอไว้หรอกเหรอ”

“เปล่าครับ ผมไม่รู้เลย”

“ถ้าเธอจะพบเขาคงต้องรออีกครึ่งเดือนนะกว่าอาจารย์มินจะกลับมาทำงาน”

“ครับ ขอบคุณมากนะครับอาจารย์”


แทฮยองโค้งให้กับอาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่งแล้วถอยหลังปิดประตูอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินลงจากตึกเรียนด้วยความรู้สึกสับสนบางอย่าง

เด็กหนุ่มทบทวนสิ่งที่เขาได้ยินมาเมื่อวาน เรื่องการทะเลาะวิวาทของยุนกิ กับการที่จู่ๆอีกฝ่ายก็เอาเงินมาคืน ไม่อยากจะเชื่อแต่มันเหลือเชื่อจริงๆ ถ้าคิดสองเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกัน ก็หมายความว่า ยุนกิยอมไปมีเรื่องกับคนพวกนั้นเพื่อจะเอาเงินมาคืนให้เขาอย่างนั้นหรือ


ทำไมล่ะ...


ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น...


แล้วอย่างนี้ตนควรจะทำอย่างไรดี


...จะลองคิดดูเองก่อนแล้วกัน


เขาเดินลงมาจากตึกจนถึงชั้นล่างจนกระทั่งกำลังจะก้าวออกไปยังทางออก หางตามันก็เหลือบไปเห็นร่างของคนสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ฟากซ้ายตอนที่หันหน้าออกจากบันไดนี่คือห้องพยาบาล ที่ไม่ไกลจากบันไดทางขึ้นตึกมากนัก


เมื่อหันไปมองเต็มๆตาก็ต้องแปลกใจนิดหน่อย เพราะสิ่งที่เขาเห็นก็คือเพื่อนร่วมห้องของตัวเองอย่างจอนจองกุก ที่เหมือนกำลังยืนคุยอยู่กับอาจารย์ประจำห้องพยาบาลที่นักเรียนสาวๆค่อนโรงเรียนชอบนักชอบหนา


จริงๆมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องประหลาดอะไรหรอก ถ้าเขาไม่ได้จำได้ว่าก่อนหน้าโน้นเขาเคยเห็นจองกุกวิ่งหนีซอกจินแบบจริงจังมาแล้ว แต่วันนี้ดันมายืนคุยกันได้ซะอย่างนั้น ตกลงมันมีที่มาที่ไปอะไรยังไงกันแน่


คิมแทฮยองก็คิดนะ ว่าทำไมคนรอบตัวของเขามันเข้าใจยากขนาดนี้ก็ไม่รู้



----------------------




>>Talk

จุดพลุฉลองให้น้องแทกันค่ะ!!! ในที่สุดน้องก็หลุดพ้นแล้ว ฮืออออ ความดีความชอบยกให้คุณยุนกิคนคูลค่ะ เท่จนร้องไห้ 555 ฮือออ แต่งไปแล้วอยากได้เขาจังเลยค่ะ อาจารย์ซอกจินคือใครคะไม่รู้จัก--------

ล้อเล่นนะคะ 5555 เดี๋ยวเราจะกลับไปหาจินกุกแล้วค่ะ ดังที่ทิ้งท้ายไว้ในสายตาคิมแท /หืม


ตอนนี้วันหยุดยาวของหลายๆคนก็สิ้นสุดลงแล้วใช่มั้ยคะ เวลาเดินไปไวจนน่าตกใจจริงๆค่ะ แป๊บๆก็ครึ่งเดือนแล้ว และที่สำคัญจะได้เจอบังทันแล้วค่ะ ;/////; แต่ไรต์ไม่แน่ใจว่าจะไปวันที่21ดีมั้ย สังขารไม่สู้แล้ว ปีที่แล้วโดนเบียดแถมเปียกฝนทั้งตัว เข็ดเลยค่ะ ฮือ...

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว เช่นเคยนะคะ แน่นอนว่าเมนท์และติดแท็กเยอะๆด้วยจะดีใจมากยิ่งๆขึ้นไปค่ะ(55555) เจอกันตอนหน้านะคะ ซียาเบ่เบ๋!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #312 Moonie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:00
    โอ้ยยย อ.มิน เท่อะไรเบอร์นี้คะ น้องแทรู้ความจริงเมื่อไหร่ได้หลงรักอ.มินแน่นอน อร้ายยย เขิลลลล
    #312
    0
  2. #296 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 13:14
    ใจสั่นล้านริกเตอร์ให้กับความคูลของอ.มิน กรี๊ดดดดดดดด
    #296
    0
  3. #265 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 15:12
    ฮื่อ มันเข้าใจยากก็ไม่ต้องทำความเข้าใจไปซะหมดหรอกลูกน้องแท
    เด็กดีของป้าเข้าใจอาจารย์พี่กิคนเดียวก็พอค่ะ ฮริ้ง~
    #265
    0
  4. #202 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 14:55
    โอ้ยยยยุนกิ นี่ชอบแทแทแล้วใช่มั้ย ยอมได้ขนาดนั้น แนะนำว่าถ้าสงสัยอะไรให้ไปถามอ.ปาร์ค 5555
    #202
    0
  5. #186 minitis (@kyuri13) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 14:59
    แทแทตามไปขอบคุณอ.มินที่บ้านเลยค่ะ5555555
    #186
    0
  6. #169 kukk1kk (@rakprom) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:34
    เรื่องนี้เขินคุณยุนกิ ไม่ไหวแล้ว ฮือออออออออออออออ -/////-
    #169
    0
  7. #144 コーラ (@Bs_Yng) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 19:55
    อาจารย์มินสุดยอดเลยค่ะ เท่มาก 55555 เจ้าเด็กพวกนั้นด้วย กลายเป็นเดอะแก๊งกันแล้วสิ อยู่กับพวกนั้นไปนานๆจะแย่เอานะ แทฮยองอา 55555
    #144
    1
    • #144-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      10 มิถุนายน 2560 / 22:12
      ได้เวลาโชว์ด้านเท่ๆแล้วต้องโชว์ค่ะ คุณได้ซีนนั้นเดี่ยวนี้!! (555555)
      นั่นสิคะ จากนี้ไปสติแทแทจะยังเหลืออยู่หรือไม่--------
      #144-1
  8. #143 kaimook98 (@kaimook98) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 21:48
    รักกันเร็วๆนะค่ะ5555
    #143
    1
    • #143-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      10 มิถุนายน 2560 / 22:07
      ไม่นานเกินรอ(?)ค่า :D
      #143-1
  9. #142 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 09:35
    อาจารย์ยุนกิ ฉันรักเขาาาา อาจารย์เท่มากเลยค่ะ ลืมอาจารย์ห้องพยาบาลคนกากไปเลยค่ะ ถ้าเราเป็นแทฮยองก็งงๆอ่ะ รอบตัวมีแต่คนแปลกๆ
    #142
    1
    • #142-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      10 มิถุนายน 2560 / 22:06
      ตอนนี้ดันพระรองก่อนค่ะ 555 ให้เขารับซีนเต็มๆก่อน
      #142-1
  10. #141 _Neferu_ (@i3-kk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 14:51
    กริ๊ดดดดดดดดดด อาจารย์มินนนนนนน

    เท่โคตร หล่อสาดดดดดดดดดดดดด

    ฉันรักเขาาาาาา แทฮยองเราเป็นศตรูกัน เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไปปปปปปป

    เดี๋ยวๆๆๆๆๆถามแทยังว่าจะเป็นเพื่อนด้วยไหม ฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    สนุกมากๆเลยคะ สู้ๆนะรอตอนต่อไปค่ะ

    #141
    2
    • #141-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      18 เมษายน 2560 / 16:23
      เชิญรับบัตรคิวได้ที่ช่องนี้ค่ะ 5555555555555555555
      เขาเท่จริงๆล่ะค่ะ เราแต่งไปยังอยากร้องไห้ ฮือออออ คุณขาาาา
      ขอบคุณที่ชอบอ.มินนะคะ 555 ตอนนี้พราวด์มาก
      #141-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #140 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:20
    ครูมินคนดีของน้องงงง
    #140
    1
    • #140-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      18 เมษายน 2560 / 08:50
      เป็นอาจารย์ที่ทำเพื่อนร.ค่ะ นร.ที่ชื่อคิมแทฮยอง(....)
      #140-1
  12. #139 RattikanJandung (@RattikanJandung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:12
    รักครูยุนกิมาก พ่อคนซึนนนนน >< แทควรให้ใจครูนะลูก5555555 รักครูมินนนนน>< อาจารย์ซอกจินคือใคร เลาว์ไม่รู้จัก
    -.,-

    ปล.'มีพุงเล็กน้อย'อ่านตรงนี้แล้วขำอะ เขาดราม่าแต่ทำไมเราขำ555555
    #139
    1
    • #139-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      18 เมษายน 2560 / 08:44
      เนอะคะ อาจารย์ซอกจินนี่ใคร ชื่อนกรึเปล่า----
      พุงผอ.น่ารักใช่มั้ยคะ 555555555
      #139-1
  13. #138 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 19:53
    คุณครูยุนกิเท่มากเลยค่ะ แทพ้นผิดแล้วด้วย
    #138
    1
    • #138-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      18 เมษายน 2560 / 01:24
      ตะวีต้องพ้นผิดละค่ะ อ.มินแกเอาตัวเข้าแลกขนาดนี----
      #138-1
  14. #137 napatsiya (@napatsiya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 17:31
    วรั้ยตั้ยแล้วพี่มินคนดี555นักบู๊มิล้าาาา55
    #137
    1
    • #137-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      18 เมษายน 2560 / 01:18
      ซุปเปอร์ฮีโร่ของน้องแทค่ะ 55555555
      #137-1
  15. #136 Saralily (@LilyBeary) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 15:18
    อ.มินนน ได้ใจแทไปโลยย พ่อคนดีของสังคมม55555555
    #136
    1
    • #136-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      17 เมษายน 2560 / 16:09
      เป็นคนดีฉบับเจ้าพ่อนักบู๊ค่ะ 555555555 พิทักษ์สันติด้วยความรุนแร-----
      #136-1
  16. #135 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 12:14
    ตอนนี้นี่อ.มินได้ใจไปเต็มๆเลยค่ะะะ เท่มากกกกกกกกกกกกกก ช่วยให้แทฮอยองพ้นผิดได้แล้วววววววว เย่ๆๆๆๆ
    #135
    1
    • #135-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      17 เมษายน 2560 / 12:25
      ได้แอร์ไทม์แล้วต้องไปให้สุดค่ะ ฮาาาาา : D
      #135-1
  17. #134 < ArMyROhabaBy > (@momosono-yuki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:57
    เหนือกว่าพระเอกก็ยุนกินี่แหละ....นับถือ...บูชา...คารวะ....เทิดทูน....ขอเอาไปไว้หิ่งสักครึ่งเดือนนะ
    #134
    2
    • #134-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      17 เมษายน 2560 / 12:15
      ใช่ค่ะ เหนือซอกจินเมนไรต์ คือยุนกิเหนือเมนนี่เอง (555555555555555555)
      #134-1
  18. #133 Ren (@seris) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:34
    กรี๊ดดดดดดดด อ.มินเท่มาก คูลเหลือเกินค่ะ นี่สิคะพระเอกตัวจริง 5555555 //เหล่มองอ.จิน ชอบมากเรยที่บอกว่าให้พักงานตัวเองแต่ต้องประกาศว่าลูกหมาไม่มีความผิด เท่ค่ะ เท่มาก อยากได้ แอ๊ะ 555 ว่าแต่นังหนูคนนั้นจะโดนลงโทษยังไงเหรอคะ อยากรู้ //ง้างมือเตรียมฟาด แล้วก็ตลกที่บอกว่าโดนอ.จินบ่นเหมือนแม่อบรมลูก 5555555 แม่ ด้วยอายุต้องเป็นป้าแล้ว--- แค่ก
    ดีใจด้วยน้องแทเข้ากลุ่มเด็กๆ อย่างสมบูรณ์แล้วแฮปปี้ๆ ส่วนอ.โฮซอก ฟฟฟฟฟฟฟ นึกหน้าหงึของเค้าแล้วหมั่นเขี้ยวมากค่ะ เห็นภาพปากเป็นตัว ? มาแต่ไกลเลย อ.คิมก็เท่ แค่บอกว่าเสียงนุ่มทุ้มก็เขินแล้วบ้าจริง เอาใจช่วยคู่นี้ค่ะ อย่างน้อยอ.คิมก็คิดจะใช้หลานเป็นสะพานแล้วนะคะ ถือว่าก้าวหน้า อิอิ //ชูป้ายไฟ ส่วนตอนจบ อ.จินล่อลวงอะไรนกุกของเราคะ //เตรียมเรียกตำรวจ
    #133
    1
    • #133-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      17 เมษายน 2560 / 12:09
      ใช่มั้ยคะะะะะ TT เท่จนเราร้องไห้เลยค่ะ 55555555 สครีมไปสามวัน พลังโชเน็นพุ่งกระจายมาก---
      ส่วนบทลงโทษของเจ้าหนูนั่นเดี๋ยวจะกล่าวถึงในตอนหลังค่ะ แฮ่
      หน้าหงึของอ.จองนี่อ.คิมอิ๊งต้องใช้ความอดทนมากมายเลยนะคะ(....) เผลอตัวไปนี่โดนเตะแน่ๆ
      ใจเย็นนะคะะะ สงสารพี่เขาค่ะ 55555555 อุตส่าห์ได้คุยกับกะตุ่ยน้อยแล้ว
      #133-1
  19. #132 WORLDMAS (@asd222) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:32
    ในที่สุดน้องแทก็พ้นผิด อาจารย์มินเท่มากกกกกก กรี๊ดแรง 555 ดีละที่น้องแทย้ายมานั่งกับจกุก จะได้ทีเพื่อนจริงๆซะที ดีจายยยยยย
    #132
    1
    • #132-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 15)
      17 เมษายน 2560 / 12:01
      อาจารย์มินคนจริง2017 ////-//// ส่วนน้องแทนี่ได้เพื่อนเพราะวิกฤติแท้ๆเลยค่ะ ฮรือ
      #132-1