(ไม่จบ)The Twisted World [Fic:Tokyo ghoul & Attack on titan]

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 20 เริ่มแผน ( 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 183 ครั้ง
    17 เม.ย. 61

ตอนที่ 20 เริ่มแผน

                ในเช้าอีกวัน

                ทุกคนมารวมตัวกันที่เดิมเพิ่มเติมคือมี ผู้บังคับบัญชา เอลวิล สมิท อยู่ด้วย เมื่อทุกคนมีความพร้อมที่จะฟังคาเนกิก็เป็นคนที่รายงานแผนรวมถึงข้อมูลทั้งหมดที่พูดคุยกันเมื่อคืนต่อหน้าชาวโลกหลังกำแพง

                “จากที่ฟังมาทั้งหมดแล้ว ทั้งข้อมูลที่ได้จากการรายงานเมื่อวานและของวันนี้ โลกที่นายจากมานั้นมีวิวัฒนาการมากถึงขนาดที่สามารถสร้างอุปกรณ์ข้ามมิติเลยงั้นสินะ?” เอลวินกล่าวสรุปปรายตามองคาเนกิอีกครั้ง

                “ในความเป็นจริงแล้ว ก่อนที่จะได้มาที่นี่ พวกเราไม่เคยได้ข่าวถึงอุปกรณ์ประเภทนี้เลยและไม่เคยรู้เลยว่าวิวัฒนาการเราก้าวหน้าไปถึงขั้นสร้างเครื่องนี้ออกมาได้ด้วย ถ้าตามความคิดผมเครื่องที่ว่านี่น่าจะถูกสร้างอย่างลับๆไม่เปิดเผยให้คนนอกรู้” เมื่อเอ่ยจบเอลวินก็พยักหน้าเข้าใจ

                “แสดงว่าพวกเธอที่นี่ไม่มีใครรู้รายละเอียดของอุโมงค์มิติเลยสินะ” สมาชิกของคาเนกิพยักหน้ารับอย่างรู้งาน ผู้บังคับบัญชาหัวเหลืองจึงเอ่ยต่อ “อืมแต่อย่างน้อยก็รู้ว่าตั้งที่ไหนใช่ไหมล่ะ บอกหน่อยสิ”

                “ที่กำแพงชั้นนอกสุดของเมืองแห่งนี้” อายาโตะตอบทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีสายตามาจ้องมองคาดคั้น “ส่วนเรื่องพวกนั้นมันปักหลักอยู่ที่นี่หรือไม่ หรือถ้าอยู่แล้วอยู่ที่ไหน ฉันไม่รู้เพราะมาถึงก็หาทางเข้ากำแพงเลย”

                “กำแพงชั้นนอกสุดกำแพงมาเรียสินะ เรามีธุระที่นั่นพอดีเลย ไว้งานนี้จบพร้อมกับได้รับทหารใหม่มาเข้าสังกัด พวกเราจะออกเดินทางต่อเลยละกัน” เอลวินกล่าวสรุปเพียงเท่านั้น เรียกความสงสัยจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

                “คุณหมายความว่ายังไงมีธุระที่นั่น??” โทวกะเป็นคนเอ่ยถามขึ้นคนแรกด้วยใบหน้าฉงนแม้จะถูกผมปิดหน้าหน้าไปข้างก็ไม่อาจเก็บความสงสัยได้หมด

                “ใช่ พวกเราต้องไปกู้กำแพงคืนมาและ” หัวหน้าเหลือบดวงตาสีฝ้าสุกใสมองทหารหนุ่มผิวแทนที่นั่งกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน “ต้องพาเอเรนไปส่งที่บ้านด้วย”

                “ช่วยพูดให้กระจ่างทีเถอะครับ พวกเราเป็นทีมเดียวกันแล้วหรือพวกคุณไม่อยากจะเชื่อใจพวกเรา” บันโจพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึงบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่จุกแน่นเต็มอก ในความรู้สึกของเขานั้นเขาคิดว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะได้รับความเชื่อใจกันได้แล้ว

                “ไม่ใช่ไม่เชื่อใจ พวกเราน่ะเชื่อใจพวกเธอตั้งแต่ที่ยอมถูกกุมขังทั้งที่สามารถหนีได้แล้ว แต่เรื่องนี้มันเป็นปัญหาของพวกเราล้วนๆฉันจึงไม่อยากบอกให้พวกเธอรู้ในตอนนี้ ไว้ถึงเวลานั้นพวกเธอก็จะรู้เองพร้อมๆกับทหารที่จะมาใหม่ในอีก สัปดาห์” เอลวินสาธยายยืดยาวเสร็จแล้วก็ส่งสายตาให้หัวหน้ารีไวล์ที่นั่งขนาบข้างขวาเป็นอันรู้กันว่าให้รับช่วงต่อ

                “เข้าใจแล้ว คราวนี้ก็เรื่องสำรวจที่เกิดเหตุ มั่นใจนะว่าจะเอาทหารของเราไปแค่ คนต่อ ทีม?? พวกเธอบอกจะแยกเป็น ทีมก็จะเอาทหารไปแค่ คน?” เมื่อเอ่ยจบก็ไม่วายถามลองเชิงอีกครั้งด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แม้จะรู้ดีว่าสายตานั้นใช้ไม่ได้กับคู่สนทนาก็เถอะ “ที่จะเอาไปน้อยๆนี่ไม่ใช่ว่าหวังอะไรอยู่ใช่ไหม?

                “ไม่ครับ ก็อย่างที่ผมได้รายงานไปข้างต้นว่า เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับคนที่มาจากโลกเดียวกับผม ในเมื่อพวกคุณไม่สามารถหาทางต่อกรกับพวกนั้นได้หากต้องปะทะกันขึ้นมาแล้วพาพวกคุณไปมากๆจะเป็นการถ่วงการทำงานของพวกเรา” คาเนกิพูดหน้าตายทำเอาคิ้วเรียวของหัวหน้ารีไวล์กระตุกตุบๆอย่างมีน้ำโห

                “ว่าใครเป็นตัวถ่วงไอ้เด็กเหลือขอ!

                “รีไวล์ อย่าเพิ่งโวยวายที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงที่พวกเราควรยอมรับ” เอลวินตักเตือนลูกน้องตัวเองด้วยใบหน้าเรียบนิ่งดวงตายังคงค้างอยู่ที่ชายหนุ่มผมขาวสะอาดตรงหัวโต๊ะ “ดังนั้นการที่เธอเอาทหารไป คนคือการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการให้พวกเราอย่างน้อย คนจับตาดูเธอทำงานและพาเธอลาดตระเวนสินะ”

                คาเนกิพยักหน้าขึ้นลงเบาๆในใจนึกชมทหารหัวเหลืองตรงหน้าที่ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงมากมายก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

“อืมงั้นการทำภารกิจครั้งนี้ฉันขอให้นายพาเอเรนไปด้วยนะ” เอลวินเอ่ยขึ้น เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงเมื่อถูกกล่าวถึง “ไหนๆก็ทีมเดียวกันฉันอยากให้พวกนายทำงานร่วมกันไว้”

เมื่อได้รู้เหตุผลก็ไม่มีใครคิดเอ่ยขัด แต่ละคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยและพร้อมรับเพื่อนมนุษย์ครึ่งไททันมาร่วมงานอย่างเต็มใจ

                “งั้นเธออยากจะเอาใครไปกับพวกเธอล่ะรีบๆเลือกแล้วเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เช้านี่แหละ!!” ฮันจิเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งฟังเงียบๆมานาน ตาเธอเป็นประกายวิบวับมองยังไงก็รู้ว่ากำลังหวังว่าจะได้ไปด้วย

                “ผมคิดไว้ว่าจะพาคุณกับหัวหน้ารีไวล์ไปน่ะครับ” คาเนกิพูดพร้อมใช้สายตามองหัวหน้าสาวผมน้ำตาลแดงกับหัวหน้าผมดำตามลำดับ

                “เย่!!!!” ฮันจิที่นั่งลุ้นตัวโก่งกระโดดขึ้นชูแขนขึ้นเหนือศีรษะอย่างดีใจ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่แล้วฟังต่อเงียบๆโดยดีเมื่อโดนสายตาดุๆของหัวหน้าร่วมสังกัดจ้องจนหัวจะพรุน

                “ทำไมต้องพวกเรา?” รีไวล์ถามลองเชิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างตั้งคำถาม

                “เพราะ ถ้าพวกเราโดนโจมตีตามที่คิดจริงๆอย่างน้อยพวกคุณก็เอาตัวรอดได้ผมเชื่อว่าอย่างนั้น” คาเนกิตอบตามที่คิดไว้ เมื่อได้รับทราบเหตุผลที่เป็นที่ต้องการหัวหน้าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างเอลวินจึงเอ่ยให้สมาชิกกูลทั้งหมดแยกทีมให้ดู คนในทีมของคาเนกิจึงลุกพรึ่บแยกเป็นสองกลุ่มอย่างที่คุยไว้ก่อนจะเข้าร่วมการประชุมในเช้านี้

                ทีมที่ ประกอบไปด้วยคาเนกิ อายาโตะ ทสึกิยาม่า

                ทีมที่ ประกอบไปด้วยบันโจ โยโมะ โทวกะ ฮินามิ

                ในเมื่อทีมที่ มีกันแค่ คนจึงต้องรับเอเรนเข้าไปอยู่ในกลุ่มด้วยไปโดยปริยาย เมื่อมาถึงขั้นตอนรับหัวหน้าเข้าไปก็ไม่ต้องคิดมากแล้วเนื่องจากว่าคำตอบตายตัวอยู่แล้วว่ารีไวล์จะต้องอยู่ทีมที่ ซึ่งมีคนที่เขาต้องจับตาดูอยู่ถึง คน ส่วนฮันจิก็ต้องอยู่ทีมที่ ไปโดยไม่ต้องเลือก

                เมื่อขั้นตอนนั้นจบไปสมาชิกทั้งหมดที่ต้องเข้ากำแพงชั้นในในวันนี้จึงถูกพามารวมตัวอยู่หลังปราสาทที่เป็นที่โล่งกว้างเหมาะแก่การฝึก แต่เขาไม่ได้มาฝึกหากแต่มารวมตัวกันคุยถึงสถานที่ที่จะแยกกันไปในวันนี้ โดยหัวหน้าทั้งสองนั้นปลีกตัวมาคุยกันก่อนแล้วจึงแยกกลับเข้าทีมตัวเองเพื่อรายงานให้คนในทีมรู้เรื่องก่อนลงปฏิบัติงาน

                ทางฝั่งรีไวล์นั้นเลือกไปสถานที่ที่เจอศพคนตาย ซึ่งพบมากในช่วงนี้และทำท่าว่าจะสูงขึ้นในอนาคต

                ขณะที่ทางฝั่งฮันจิเลือกที่จะไปยังสถานที่ที่รายงานคนหาย ซึ่งพบแค่ช่วง เดือนที่ผ่านมาและช่วงนี้ก็ไม่มีคนหายเพิ่มแล้ว

                เมื่อสรุปได้ทั้งสองทีมจึงแยกกันไปเตรียมม้าและเตรียมจะออกเดินทาง แต่ก่อนจะได้ออกเดินทางไปนั้นรีไวล์ก็หอบเป้ใบคุ้นตามาวางแหมะพร้อมกับผ้าคลุมสีดำไร้ลายไว้ต่อหน้าพักพวกทั้งหลายพร้อมเอ่ยด้วยใบหน้าตายด้านว่า

                “การเข้าเมืองครั้งนี้ถ้าเกิดการปะทะขึ้นให้สวมมันเพื่อปิดหน้าไม่ให้คนนอกรู้ แต่เป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงเพราะ ทางเบื้องบนไม่อยากให้ผู้คนแตกตื่น”

                “เดี๋ยว!! นี่คือผ้าคลุมที่เราใส่มากันใช่ไหม ลายกุหลาบมันไปไหน!!” ทสึกิยาม่าว่าพลางถลึงตามองคนตัวเล็กกว่าหลายเซน

                “มันจะดูเด่นสะดุดตาเกินไป เราเลยเลาะออก” รีไวล์ว่าเสียงเรียบไม่สนใจสายตาอาฆาตจากชายสติล้นสักนิด “และเราก็ตัดเพิ่มให้ด้วยเพราะมันมีจำนวนไม่พอกับจำนวนคนที่ไป”

                “แกอย่ามาเมินเงินก้อนนึงแบบนั้นนะ!! รู้ไหมว่าฉันต้องจ่ายไปเท่าไหร่ถึงได้----“ ยังโวยไม่ทันจบบันโจก็รั้งร่างนั้นไปและปิดปากไว้แน่น

                “หุบปากไปเลยไอบ้าบอกแล้วว่าไม่ต้องปักเป็นไงล่ะ” พร้อมซ้ำเติมไปอีกดอก

                “เอาไปด้วยเวลาเข้าเมืองค่อยใส่ กันเวลาโดนโจมตีอย่างน้อยคนจะได้ไม่เห็นเครื่องแบบ” รีไวล์อธิบายต่อไม่สนใจเสียงงุ้งงิ้งๆที่ดังแทรกตลอดแม้แต่น้อย

                สมาชิกทั้งหมดพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหยิบหน้ากากของตนเองไปไว้ประจำกายพร้อมผ้าคลุม ผืนจะมีก็แต่ฮินามิกูลสาวน้อยที่ต้องติดพ่วงไปด้วยอย่างจำเป็นที่ยังไม่มีหน้ากากประจำตัว

                “ทำไมเด็กนี่ไม่มี?” รีไวล์ถามพร้อมชี้นิ้วไปยังสาววัยละอ่อนผมสั้นประบ่า

                “เธอยังเด็กและไม่จำเป็นต้องสู้เหมือนพวกเราน่ะ” โทวกะตอบแทนให้

                “แล้วจะเอาไปทำไม? ไว้ที่นี่ก็ได้ เธอยังเด็กไม่ใช่เหรออย่าให้เธอต้องไปลำบากเลยน่า” ฮันจิถามบ้างในสายตาเธอ เธอมองว่าเรื่องนี้เด็กไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย เดี๋ยวจะเสียจิตซะเปล่าๆ

                “เธอยังเด็กก็จริงค่ะ แต่เธอมีประสาทหูที่ดีมากและฉันคิดว่าเธอคงไม่ไปสร้างปัญหาค่ะ คุณไม่ต้องห่วงนะ ถึงเราจะโดนโจมตีแต่เธอก็ไม่เผยตัวตนแน่นอนค่ะ ฉันบอกเธอไว้แล้ว” โทวกะอธิบาย ฮันจิได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ายอมรับแม้ใจลึกๆจะไม่อยากให้เด็กต้องเจอในเรื่องแย่ๆก็เหอะ

                “ประกาศอีกครั้ง ห้ามให้คนภายนอกรู้ถึงการมีตัวตนของพวกเธอแต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากปิดหน้าทันที รับทราบ!!” รีไวล์ประกาศเพื่อความแน่ใจอีกครั้งขณะที่ตัวเองนั้นนั่งบนหลังม้าและเตรียมนำขบวนเรียบร้อยแล้ว

                “ทราบ!!” เสียงของทุกคนดังก้องก่อนจะเริ่มออกเดินทางเป็นขบวนออกจากปราสาทไปทิ้งให้สมาชิกทีมสำรวจทั้งหลายอยู่เฝ้าที่พักต่อไป

(50%)

                การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นจนในที่สุดแก๊งทีมสำรวจก็ได้เข้ามาเหยียบเมืองในช่วงสายของวัน จากสภาพแวดล้อมที่ปรากฏสู่สายตาแล้วมันช่างเป็นอะไรที่ดูขัดกันในที่ๆเดียว มันดูเรียบง่ายแต่ก็ดูขัดสนในเวลาเดียวกัน มีพ่อค้าแม่ค้าคละกันในแต่ละร้านคนท่าทางมั่งมีแวะซื้อของในขณะที่คนยากไร้ได้แต่นั่งมอง ในใจคงหาโอกาสที่จะฉกฉวยของจากร้านที่หมายตาไว้

                “เราจะแยกกันตรงนี้และรวมกันที่นี่ในตอนเย็น จำไว้ว่าอย่าสร้างความตื่นตระหนกเด็ดขาด เพราะพวกสารวัตรทหารกำลังหาทางกำจัดพวกเธออยู่” ฮันจิเอ่ยนัดแนะและตักเตือนก่อนจะพยักหน้าให้กับทีมตัวเองให้เดินตามตนเองไปอีกทางเมื่อพูดจบ

                “เอาล่ะ มาเริ่มงานของเรากัน” ใบหน้าตายด้านหันกลับมาหาทีมของตนเอง มือหนาล้วงหยิบแผ่นกระดาษที่ถูกจดไว้เป็นโพยขึ้นมาอ่านทำความเข้าใจอีกครั้งก่อนจะพาทีมเดินไปยังมุมที่มีคนน้อยเพื่อให้พูดคุยกันสะดวกๆ ก่อนจะเริ่มต้นเล่ารายละเอียด

                “จากข้อมูลที่หามาได้ทั้งหมด พวกเราสรุปไว้ว่าผู้ร้ายไม่ได้กำหนดเพศและอายุในการลงมือ เนื่องจากว่าศพจะคละๆอายุกันทั้งผู้ใหญ่และเด็กและลงมือกับทั้งชายและหญิง ทั้งยังไม่ได้หวังทรัพย์สินเงินทองของศพด้วยเพราะนอกจากร่องรอยการทำร้ายแล้วเงินที่ติดตัวอยู่ไม่ได้ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย” เมื่อพูดมาได้ระยะหนึ่งรีไวล์ก็หยุดดูปฏิกิริยา ซึ่งก็ไม่ได้มีมากไปกว่าใบหน้าเรียบนิ่งกับคิ้วที่ขมวดยุ่ง

“ผู้พบศพส่วนมากมักเจอตามมุมอับของตึกและในป่า ในกรณีของการตายนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในที่พักของผู้ตายแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อถามญาติของศพแล้วก็พบว่า คนแต่ละคนที่ตกเป็นเหยื่อมักทำงานกลางคืนกลับบ้านดึก ไม่ก็บางรายแค่ออกมาทำธุระนอกบ้านและหายไปเลยมาเจออีกทีเป็นศพไปแล้ว” เมื่อรายงานทุกอย่างที่รู้หมดแล้ว คาเนกิที่หน้านิ่งที่สุดก็หันไปสบตากับอายาโตะและทสึกิยาม่าซึ่งรู้กันอยู่ว่าข้อมูลที่ได้มามันโยงเข้าหาอะไรมากที่สุด

“ไม่ทราบว่าผู้เกี่ยวข้องกับศพ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนรู้จักของศพไหมครับ เช่น ได้เพื่อนใหม่เมื่อไม่นานมานี้?” คาเนกิเอ่ยถาม

“ถ้าถามเรื่องนี้ทุกคนในเมืองต่างเจอคนแปลกหน้ามากมายจากเหตุกำแพงแตกที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ เพราะผู้ประสบภัยถูกอพยพเข้ามา ถึงตอนนี้จะถูกอพยพกลับไปแต่ก็ยังมีตกค้างอยู่ ดังนั้นจึงหาตัวคนร้ายจากเรื่องนี้ได้ยาก” รีไวล์อธิบาย คนภายในทีมพยักหน้าเข้าใจกันแล้วจึงคิดย้อนกลับไปหาคนยากไร้ที่คงจะตกค้างอยู่ที่นี่

“เอาล่ะใส่ผ้าคลุมที่เตรียมมาซะ ฉันจะพาไปดูที่เกิดเหตุในป่าก่อน” หัวหน้าร่างเล็กสั่งพลางใส่ของตนเองไปพลาง ก่อนจะเดินนำไปให้คนในทีมที่เหลือเดินตามมาเงียบๆ

 

ภายในป่าหลังหมู่บ้านอันรกทึบ คนในทีมกวาดสายตามองโดยรอบอย่างพินิจแต่ก็ยังไม่เจอร่องรอยอะไรจนมาถึงที่เกิดเหตุที่แรก ซึ่งเป็นพื้นหญ้าโล่งและมีป่าโอบล้อม บนพื้นหญ้าสีเขียวนั้นยังคงมีคราบเลือดที่แห้งกรังติดอยู่

“สำหรับที่นี่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ครั้งในเดือนที่แล้ว และมาเกิดอีก 2 ครั้งในเดือนนี้ซึ่ง 1 ในนั้นเพิ่งเจอศพเมื่อวานนี้ ศพเป็นผู้ชายทั้งหมด” รีไวล์รายงานแล้วปล่อยให้เหล่าลูกน้องเดินดูรอบๆ เหลือไว้เพียงคาเนกิที่ยังอยู่ถามหาข้อมูลอีกหน่อย

“คุณพอจะรู้จำนวนคนตายทั้งหมดไหมครับ” คาเนกิถาม รีไวล์ปรายตามองก่อนจะพยักหน้าและเริ่มบอกรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

“รวมทั้งหมดแล้วตอนนี้มีคนตายทั้งหมด 18 คน เป็นผู้ชาย 10 คน ผู้หญิง 8 คน” คาเนกิพยักหน้าลงช้าๆ ก่อนรีไวล์จะเอ่ยต่อ “โดย 3 คนในนั้นคือที่นายเขมือบไปช่วงฝึก”

“อ่า” ชายหัวขาวรับคำแล้วจมสู่ความคิดตัวเอง ดังนั้นคนตายทั้งหมดก็จะอยู่ที่ 15 คน เป็นชาย 9 และ หญิง 6 เพราะฉันกินไปชาย 1 หญิง 2 …’

“โดยในเดือนที่แล้วถ้าไม่นับแกก็ตายไป 12 คน ส่วนในเดือนนี้มีคนตายเพิ่มอีก 3 คน” คาเนกิพยักหน้าเข้าใจแล้วจึงละสายตาจากหัวหน้าร่างเล็กไปที่ชายหนุ่มหัวน้ำตาลเปลือกไม้แทน

“หัวหน้าครับ! ตรงนี้มีรอยอะไรด้วยล่ะครับ!!” ทุกคนที่อยู่โดยรอบวิ่งมารวมกันที่เดียวพร้อมมองตามดวงตาสีมรกตไปยังร่องรอยบนต้นไม้ มันเป็นรอยกรีดที่ถูกพุ่มไม้และต้นไม้ที่อยู่ข้างๆบังไป

“โอ้! Goodboy!!!” ทสึกิยาม่าเอ่ยเสียงดังพลางทำท่าระริกระรี้ไปยังเอเรนจนเจ้าตัวต้องถอยหนีอย่างระแวง ใครๆก็รู้ว่าครั้งแรกที่เจอกันเจ้านี่เห็นเขาเป็นของกิน!

“ไอบ้านี่! สนใจงานหน่อย” อายาโตะที่เดินตามมาพูดติพร้อมกับฉุดคอเสื้อของคนตัวสูงกว่าและลากไปอีกทางทำเมินเสียงอุบอิบโวยวายของร่างสูงไป ดวงตาสีน้ำเงินเข้มทอประกายวาววับเมื่อเห็นรอยกรีดขนาดใหญ่ที่คุ้นตา

“รอยมันใหญ่และลึกลงไป ไม่ใช่รอยมีด” พูดถึงจุดนี้ทสึกิยาม่าก็กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกก่อนจะสบตากับทุกคนและพูดเสียงดังฟังชัด “มันคือรอยที่เกิดจากคากุเนะ แน่นอน!!

ผัวะ!

“รู้อยู่แล้ว! นึกว่าจะพูดอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าเอ๊ย!!!” อายาโตะพูดอย่างหัวเสียมือยกขึ้นเตรียมจะโบกอีกครั้งให้หายคันมือ แต่ถูกรีไวล์ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“คากุเนะ ไอแง่งที่งอกมาจากหลังของพวกแกใช่ไหม”

“ครับ” คาเนกิตอบพลางโครงหัวและถอนหายใจยาว ถึงจะมั่นใจเรื่องต้นตอแต่ก็ยังหาแผนที่จะจับตัวปัญหาไม่ได้ “ผมว่าเราลองไปดูอีกที่ดีกว่าครับ”

“จะดูต่อ? มั่นใจแล้วไม่ใช่เหรอ?? คิดหาวิธีจับดีกว่าไหม” อายาโตะว่าอย่างหงุดหงิด ทั้งที่ฟันธงตั้งนานว่าใช่พิสูจน์จนเห็นขนาดนี้แล้วก็ยังจะสำรวจอีกหรือ?

“ผมอยากจะดูสถานที่ เวลาเราต้องลงปฏิบัติการจะได้ไม่เป็นปัญหา” คาเนกิแถลงไขเสียงเครียดเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ หนุ่มผู้หัวร้อนจึงทำเพียงถอนหายใจยาวและพยายามเข้าใจเหตุผลของคนอายุมากกว่าและเดินตามหลังกลุ่มของตนไปทางป่าอีกฝั่ง

“ยังมีที่เกิดเหตุในป่าอีกเหรอเนี่ย! อยากเดินในเมืองจะแย่อยู่แล้ว!!!” ทสึกิยาม่าโวยขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจดังทุกที ซึ่งคาเนกิกับอายาโตะค่อนข้างมั่นใจว่าตัวนักชิมไม่ได้อยากจะเดินสบายหรืออะไรหรอก คงอยากเดินดูผู้คนในนั้นและจินตนาการถึงรสชาติซะมากกว่า

“สถานที่เกิดเหตุในป่ามี 2 จุดด้วยกัน ฉันกำลังพาพวกแกไปยังจุดที่ 2…” เมื่อพูดจบจู่ๆชายร่างเล็กที่เดินนำอยู่ก็ชะงักไป ดวงตาเรียวรีจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเคร่งเครียดและคาดไม่ถึง

มีศพเพิ่มอีกหนึ่งเป็นสิบเก้า

(100%)

ช่วงทอร์ก
เย่!! จบตอนนี้เสียที
บอกเลยตอนนี้แต่งนานมากก
เพราะต้องมานั่งเขียนตารางเวลาให้ลงตัว
โอ่ยยยย ลงตัวซะทีน้าาาาาา
สำหรับตอนต่อไปจะเป็นเช่นไร รอติดตามกันนะคะ~~

รักส์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 183 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,074 ความคิดเห็น

  1. #952 Hireyki Ken (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 21:10
    รอน้าา
    #952
    0
  2. #951 Ting0616563257 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 22:14
    ค้างมากค่ะไรต์!!!ต้องมาต่อไวๆเร็วๆแล้วล่ะค่ะ
    #951
    0
  3. #948 แม่มดกุหลาบแดง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 00:26
    รอๆๆๆ love love 😻😻😻
    #รออ่านตอนต่อไปนะคะ😻😻😻
    #948
    0
  4. #947 draqonfly2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 19:14
    กินแต่ผู้ชาย? คำนี้ทำเค้าคิดไปไกล มันต้องเป็นแน่ๆ แล้วอีกอย่างอะแฮ่มๆ ก็แบบว่า... คาเนกิกับอายาโตะเนี่ยอยู่ด้วยกันตลอดเลย มีอะไรกันป่าว เค้าไม่ได้อยากเผือกนะ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญอาจจะได้เรียนรู้เอาไว้(?)//เป็นกำลังให้นะคะ~~~(เปลี่ยน อารมณ์ไวไป~~)
    #947
    0
  5. #946 cocosey (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 16:51
    ตัดจบได้อย่างสวยงาม~----ค้างมากค่ะพี่ หนูกลับไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก(?)ทบทวนความจำสักนิ๊ด^_^ พอพี่อัพ100%ปึ๊บ อ่าบปั๊บ แต่เม้นช้าไปนิดส์นึงส์ หะๆ^_^;;;
    สุดท้ายก็..อัพไวๆนะ~ รีดผู้เหนียวแน่น(?)คนนี้ยังติดตามอยู่น้า~
    #946
    0
  6. #945 C-Chinemon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 16:22
    จู่ๆก็มีคนตายเพิ่มเข้ามา รึว่า...!
    โคนันก็หลุดมามิตินี้เหมือนกัน!#ผิดประเด็น
    #945
    0
  7. #944 SN Sinam (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 16:10
    เย้! มาแล้ววววววว!><
    #944
    0
  8. #943 Ting0616563257 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:02
    ค้างมากค่ะไรต์แต่ก็พยายามเข้านะค่ะ^_^
    #943
    0
  9. #940 Freefer (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 16:29
    มันค้างนะเออ T^T
    #940
    1
    • #940-1 Toony03(จากตอนที่ 26)
      8 เมษายน 2561 / 20:10
      จะพยายามเร่งค๊าบบบบบ
      #940-1
  10. #939 9447 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 12:29
    จะสู้แล้วว
    #939
    0
  11. #938 cocosey (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 09:52
    เย่ๆ มาแล้ว~
    สู้ๆนะพี่^^
    #938
    0
  12. #937 RA-IN-ra-in (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 09:40
    เราชอบนะคะ เราว่า
    การแต่งฟิคมันยากมากๆ
    สนุกมากเลยค่ะ สู้ๆน้าาา
    #937
    0
  13. #936 AK_OR (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 02:16
    สนุกค่ะ สนุกมากก ยังดึงดูดให้เราอ่านแล้วค้างได้เหมือนเดิมเลยค่ะ 5555
    #936
    0
  14. #935 kushu-san (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:26
    สนุกค่ะตอนนี้เราก็ลองเเต่งนิยายเเฟนฟิคโคเวอร์โตเกียวกูลเหมือนก้น
    ตอนอ่านเรื่องนี้อาจมีบ้างที่ขัดเเต่ก็สนุกพยายามรักสาเหตุผลความเป็นไปได้ของนิยายเราก็ลองเเต่งบ้างดูปรากฎว่าโครตยากเลยเข้าใจความรู้สึกของไรท์ถ่องเเท้จริงๆตอนนี้
    #935
    1
    • #935-1 Toony03(จากตอนที่ 26)
      8 เมษายน 2561 / 20:10
      ถถถ หัวอกเดียวกันเบยยยยย
      #935-1
  15. #934 nightmaregirl (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:01
    ไรท์มาแล้วววววววววววว เย้~~~
    #934
    0
  16. #933 แม่มดกุหลาบแดง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 00:11
    งื้อออออออ มาแล้วววววววว
    เนื้อหายังเข้มข้น และยังสนุกเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือฟินขึ้น 555+ สู้ๆนะไรท์ เราเป็นกำลังใจให้เสมอ
    #รออ่านตอนต่อไปอยู่นะ
    #933
    0
  17. #932 SN Sinam (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:56
    เย้~!!!!!! พอไรท์อัพนี่เราถึงกับกระโดดโล้ดเต้นวิ่งมาราธอนว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรแปฟิกติกส์เพื่อมาอ่านเลยนะ
    #932
    0
  18. #931 C-Chinemon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:18
    สู้ๆนะคะไรท์^_^
    เรายังคงรออ่านเรื่องนี้ต่อไปค่ะ
    Fighting! >_<
    #931
    0