Silver Blood (Yaoi) :: จบแล้ว ::

ตอนที่ 48 : ต้นตอของรอยร้าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

“ที่รัก...”  เสียงกระซิบทำให้อีธานหันไปมองข้างตัว ดวงตาสีเงินวาววับคู่เรียวสวยกำลังจ้องตรงมาในระยะใกล้ ริมฝีปากได้รูปเผยอเล็กน้อยเห็นฟันแข็งแรงที่เรียงเป็นระเบียบ  เส้นผมสีบรอนด์ทองยาวทิ้งตัวไปด้านข้าง

“ที่รัก”  เสียงที่เอ่ยขึ้นอีกหนนั้นแสนนุ่มนวล ฝ่ามือของอีกฝ่ายไล้ขึ้นมาที่ต้นแขน ในขณะที่ร่างกายอันสวยงามขยับเบียดจนชิด ปลายจมูกของอีธานสัมผัสกับช่วงคอระหงที่เหมือนจะมีกลิ่นหอมอันเย้ายวนเฉพาะตัวโชยออกมา

อีธานฝังใบหน้าของตัวเองลงไปให้แนบสนิทมากขึ้น วางฝ่ามือใหญ่บนแผ่นหลังเนียนลื่น โอบรอบเอวสอบ กอดกระชับร่างตรงหน้าไว้อย่างหนาแน่น จนได้ยินเสียงหัวเราะยียวนอันเป็นเอกลักษณ์จากเจ้าตัวดังแว่วอยู่ข้างหู

“...นายกำลังแย่แล้วนะรู้ไหม?” ปลายนิ้วของอีกฝ่ายสัมผัสที่หลังใบหูขณะกล่าว

“หมายถึงอะไร?”

“ก็ขนาดหลับ นายยังฝันถึงฉัน แบบนี้ไม่เรียกว่า แย่เหรอ?” เสียงที่ตอบกลับมา ทำให้ร่างสูงสะดุ้งเฮือก ความรู้สึกดิ่งวาบราวกับพลัดตกจากที่สูง

อีธานเปิดเปลือกตาพรึบขึ้น และสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า คือเพดานห้องนอนของตัวเอง

เขารีบยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนหลังใหญ่หนานุ่ม กวาดสายตามองรอบตัว ภายในห้องนอนไม่มีใครอื่น มันเงียบสนิท จะมีก็เพียงแต่เสียงลมหายใจที่รุนแรงซึ่งออกมาจากร่างกายตัวเองที่ร้อนผ่าวซะจนหยาดเหงื่อซึมชื้นเปียกต้นคอ

ชายหนุ่มยกฝ่ามือใหญ่ขึ้นปิดดวงตา

ความฝันเหมือนจริงซะจนน่าตกใจ ขนาดรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่หลงเหลือความอบอุ่นอยู่บนผิว กลิ่นชวนให้มึนเมาเหมือนยังตราตรึงอยู่ที่ปลายจมูก...เขาคงกำลังแย่แล้วจริงๆ

 

แม้จะเริ่มต้นวันด้วยความรู้สึกไม่สู้ดีนัก แต่อีธานก็บังคับให้ตัวเองทำตามกำหนดการที่ตั้งใจไว้ เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เรียบร้อยและเรียบง่ายด้วยเสื้อสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ ออกจากห้องพัก ที่อยู่ในส่วนที่จัดไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายบริหาร

อีธานย้ายออกจากบ้านมาอยู่ที่นี่เพื่อความสะดวกนับตั้งแต่เริ่มทำงานให้สภาเมือง ห้องพักจัดไว้อย่างดีตามระดับตำแหน่ง เป็นสัดส่วน  กว้างขวาง แถมมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบเหลือเฟือเกินจำเป็น และที่สำคัญมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาเป็นพิเศษ

อีธานลงลิฟจากห้องพักที่อยู่ชั้นบนสุด ก้าวเท้าไปเรื่อยๆ ผ่านทางเชื่อมระหว่างอาคารไปยังหน่วยฐานข้อมูลซึ่งอยู่ที่ส่วนล่างสุดของอาคารปฏิบัติการ หน่วยนี้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกเซ็นโทร จัดการวิเคราะห์แยกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของข้อมูลพื้นฐาน ไปจนถึงข้อมูลลับข่าวกรองด้านต่าง  ทั้งที่เป็นงานที่มีปริมาณข้อมูลมหาศาล แต่กลับมีเจ้าหน้าที่ดูแลประมาณยี่สิบคนเศษเท่านั้น  เพราะทั้งหมดใช้ระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เป็นตัวหลักในการทำงาน 

ร่างสูงคุ้นเคยกับหน่วยนี้ดี เนื่องจากก่อนหน้าที่จะดำรงตำแหน่งสำคัญในสภาเมือง เขาเคยทำงานที่นี่มาก่อนในฐานะเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรอง

ทันทีที่ประตูอัตโนมัติเปิดออก ก็ได้ยินเสียงแหลมแสบหูอันเป็นเอกลักษณ์แว่วมาให้ได้ยิน  ดวงตาสีน้ำเงินมองร่างท้วมของหญิงที่ดูน่าจะอยู่ในวัยประมาณสี่สิบปี ในขณะที่เจ้าหมุนตัวจากจุดที่ยืนอยู่ เดินก้าวฉับๆ เข้าหา

“ได้ข่าวว่าดวงตกน่าดู” แค่ประโยคแรกที่เอ่ยทักก็เรียกรอยยิ้มจากอีธานได้แล้ว

“ทำนองนั้นละครับ”  หลังตอบออกไปอีกฝ่ายก็หัวเราะ ใบหน้าที่ค่อนข้างกลมมีแก้มขาวใสที่ดูอิ่มเอิบ ทำให้ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง ฝ่ามือที่ดูป้อมสั้นผายออก จากนั้นก็กอดร่างของอีธานเอาไว้อย่างแน่นหนา

อลิเซีย เป็นหัวหน้าดูแลระบบด้านฐานข้อมูลทั้งหมดของเซ็นโทรมาหลายปี  แม้ภายนอกจะดูเหมือนหญิงสาวอายุประมาณสี่สิบต้นๆ แต่อายุจริงนั้นมากกว่าที่เป็นสิบปี  ถึงจะเป็นคนที่ออกจะโผงผางไปบ้างแต่ก็ตรงไปตรงมา ไม่ถือตัว อีธานสนิทกับเธอตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานใหม่ๆ แม้จะออกจากหน่วยไปแล้วก็ยังแวะมาพูดคุยด้วยบ่อยๆ ถ้ามีโอกาส

หลังจากคลายอ้อมแขนออก  หญิงร่างท้วมก็เอ่ย  “เอาเถอะคนอย่างเธอคงตกต่ำไม่นาน ยังไงช่วงนี้ก็มาทำงานน่าเบื่อหน่ายแบบขอไปที ที่นี่สักพักก็แล้วกัน”

อีธานหัวเราะ  “เป็นหัวหน้าพูดแบบนี้จะดีหรือครับ”

อลิเซียโบกไม้โบกมือทำนองว่าให้หยุดพูดมาก เดินนำหน้าอีธานเข้าไปด้านใน 

ห้องโถงขนาดใหญ่ มีจอมอนิเตอร์มากมายอยู่ทั่วผนังรอบห้อง บนโต๊ะทำงานที่ตั้งเรียงเป็นทรงกลมหันหน้าเข้าหาผนัง  บนโต๊ะก็มีจอภาพสำหรับใช้แสดงผลขนาดเล็กติดตั้งอยู่อีกหลายจอ พ่วงด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารมีสัญญาณไฟกระพริบเตือนจำนวนมาก  ได้ยินเสียงซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ตัวหลักที่ทำงานเชื่อมต่อระบบทั้งหมดส่งเสียงครางหึ่งๆ อยู่ตลอดเวลา

หลังแนะนำอีธานกับเจ้าหน้าที่หน้าใหม่สองคน และบอกให้ทำงานในตำแหน่งเดิมก่อนหน้านี้หญิงร่างท้วมก็ทำท่าจะหมุนตัวจากไป

“เอ่อ...ขอเวลาสักเดี๋ยวได้ไหมครับ?”

อลิเซียย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าและเดินไปหยุดยืนที่มุมด้านหนึ่ง อีธานจึงเดินตามไป

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“อยากขอความช่วยเหลือสักหน่อยครับ”

“ไม่อยากทำหน้าที่ส่วนนี้หรือไง?”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ”  อีธานขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น  “ตอนนี้คุณยังสนิทกับหัวหน้าแผนกวิจัยอยู่ไหมครับ?”

อีกฝ่ายมีท่าทางสงสัยในคำถาม แต่ก็พยักหน้าตอบกลับ  “ก็สนิทดีเหมือนเดิม เพิ่งจะนัดเจอกันเมื่อวันก่อนนี้เอง”

“อยากให้ช่วยแนะนำเจ้าหน้าที่หน่วยนั้นให้สักคนน่ะครับ”

“เจ้าหน้าที่?”

“ครับ...อยากได้คนที่เก่งและไว้ใจได้”

“ต่อให้เธอโดนลดตำแหน่งก็เถอะ แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นบุตรชายคนโตของท่านผู้นำ จะเรียกใช้งานใครสักคน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา แค่เดินเข้าไปที่นั่นชี้นิ้วไปที่ใครก็ได้”  อลิเซียกล่าว

“ผมอยากได้คนเก่ง และ ไว้ใจได้ครับ”  อีธานกล่าวย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หญิงวัยกลางคนมองตอบอยู่นิ่งๆ ครู่หนึ่ง 

“ก็ได้ จะจัดการให้”

“ขอบคุณครับ”

อีกฝ่ายพยักหน้า ตบไหล่อีธานแรงๆ ก่อนจะเดินจากไป

อีธานเดินกลับมา ทิ้งตัวนั่งลงบนโต๊ะเล็กแคบที่เต็มไปด้วยกองเอกสารรายงานที่ถูกสั่งพิมพ์ขึ้นมาแบบไร้ประโยชน์ ต่อจากนี้ที่นี่คงเป็นสถานที่ทำงานของเขาไปอีกสักพักใหญ่ ซึ่งถือเป็นเป็นเรื่องที่ดี เพราะต่อให้ไม่ได้ถูกลดตำแหน่ง อีธานก็มีเหตุผลให้ต้องมาเยือนหน่วยนี้อยู่แล้ว เขามีเรื่องมากมายให้ต้องตรวจสอบ และหนึ่งในนั้นก็คือการควานหาตัวหนอนบ่อนไส้

เรื่องนี้ยังถือว่าเป็นความลับ อีธานยังไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ หลังจากปรึกษากับหัวหน้ากองเซทเมื่อวานนี้ ทั้งคู่ก็ได้ข้อสรุปตรงกันที่ว่า อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามจะดีกว่า เขาไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง ข้อมูลที่สาวไปถึงตัวหนอนที่ว่าก็ยังไม่มีสักชิ้น ขืนกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย ระลอกคลื่นที่ขยายวงกว้างแบบคอบคุมไม่อยู่อาจจะทำให้พลาดได้ง่ายๆ

คนหรือกลุ่มคนที่เป็นไส้ศึกแฝงตัวอยู่ในเซ็นโทรนานปี  ย่อมไม่มีทางถูกจับได้ง่ายๆ อยู่แล้ว

อีธานวางมือลงที่ระบบควบคุม ตรวจสอบข้อมูลที่วิ่งไหลเข้ามาในระบบ ขณะที่ในหัวคิดถึงเรื่องที่คุยกับเซทอีกหลายเรื่อง รวมถึงข้อซักถามที่เกือบทั้งหมดมุ่งตรงไปยัง จีแอล 

ดูเหมือนเซทจะสนใจจีแอลเป็นอย่างมาก คงเพราะรับรู้ได้ถึงระดับความสามารถที่เหนือจากคนทั่วไป เกินกว่าเลือดสีน้ำเงินที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีอยู่มาก  อีธานถูกซักด้วยนิสัยตรงไปตรงมานั้นหลายรอบจนไม่มีโอกาสเลี่ยง สุดท้ายก็ตัดสินใจพูด ยังไงซะเซทเองก็น่าจะทราบเรื่องจากวัลโด้ในไม่ช้านี้

“เลือดสีเงิน?”  เซทขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยิน  “นี่ผมไม่ได้หูแว่วไปเองใช่ไหม คุณเห็นอะไรที่บ่งชี้หรือเปล่า?”

“สีตาและก็สีเลือด” อีธานตอบ

“แค่นี้ยืนยันไม่ได้”  เซทส่ายหน้าไปมา  “สงครามใหญ่ ผ่านมาหลายสิบปีขนาดนั้น ดูจากช่วงอายุยังไงซะก็ไม่น่าจะเป็นไปได้”

“เห็นว่าเลือดสีเงินจะเจริญเติบโตช้าในช่วงวัยเด็ก แต่มีช่วงวัยหนุ่มสาวที่ยาวนานน่ะครับ”

“งั้นที่คุณไม่ยอมฆ่าหมอนั่น เพราะอยากจะเอาตัวมาตรวจสอบใช่หรือเปล่า?”

อีธานลังเลที่จะตอบ เขาไม่อยากฆ่าจีแอล แต่จะเพราะอยากจะเอาตัวมาตรวจสอบ หรือว่าแค่ไม่อาจทนเห็นอีกฝ่ายตายได้ ชายหนุ่มก็ยังตอบคำถามในใจตัวเองอย่างชัดเจนไม่ได้เช่นกัน

“เรื่องตรวจสอบปล่อยให้ผมจัดการเอง ตอนนี้เรามุ่งไปที่การหาตัวสปายก่อนดีกว่า”

เซทพยักหน้าตอบ ยกเครื่องดื่มตรงหน้าขึ้นซดอักๆ อีธานรอจนอีกฝ่ายกระแทกตัวแก้วที่วางเปล่าลงกับโต๊ะ ถึงได้เอ่ยเรื่องอีกอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

“อีกเรื่อง ผมอยากขอความช่วยเหลือหน่อย”

“คนอย่างผมไม่น่าจะช่วยเหลืออะไรคุณได้หรอกนะ”  เสียงตอบกลั้วหัวเราะกลับมา

“อันที่จริงก็อยากจะจัดการเอง แต่ตอนนี้ผมถูกจับตาดูอยู่ทำอะไรไม่ค่อยถนัด”

“ลองว่ามาก่อน ถ้าไม่เป็นเรื่องที่ผิดต่อหน้าที่ ผมยินดีอยู่แล้ว”  เซทตอบ

“ผมอยากให้ช่วยควานหาตัวใครคนหนึ่งให้หน่อย”

“ใคร?”

“ชื่อ ลูโซ่”

“ลูโซ่?”

“เลือดสีแดง เขาเป็นหนึ่งในลูกน้องของ วิกเตอร์ อัลวาเรซ”

เซทย่นหัวคิ้ว  “นี่เรื่องส่วนตัวหรือ?”

“ก็ไม่เชิง  ผมคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเรื่องเคืองแค้นกันอยู่บ้าง”  อีธานยิ้มเล็กน้อย 

เซทหยุดคิดแค่เพียงไม่กี่วินาที แล้วจึงตอบออกมาว่า  “ไม่เกินสองวัน”

 

เย็นวันนั้น หลังจากจัดการงานมากมายกว่าที่คาดเอาไว้จนหมดแล้ว อีธานก็ออกจากตัวอาคารตรงไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปหลายช่วงตึก ที่นี่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ แสงไฟสีนวลสาดส่องในระดับพอเหมาะให้ความรู้สึกสบายตา ได้ยินเสียงเพลงที่เปิดออกมาจากระบบมิกซ์เสียงสร้างให้คล้ายคลึงเครื่องดนตรีแบบโบราณ ฟังแปร่งหูแต่ก็สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น

ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ร้านที่จัดเป็นสัดส่วนชัดเจน  แบ่งแยกด้วยฉากกั้นสูงประมาณสองเมตร ทำจากกระจกฝ้าลวดลายเกลียวคลื่น

“ไม่ทราบว่านัดใครไว้หรือเปล่าครับ” พนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา

“ใช่” อีธานบอกเบอร์โต๊ะให้ จากนั้นก็เดินตามหลังพนักงาน ซึ่งพาเขาไปจนสุดทางเดิน

มุมด้านในสุดของร้านปิดทึบกว่าส่วนอื่น เมื่อเลื่อนฉากกั้นออกก็เผยให้เห็นห้องส่วนตัวขนาดเล็ก กลิ่นหอมอ่อนๆ ใบของพืชตระกูลมิ้นท์โชยมากระทบจมูก โต๊ะไม้ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสจัดวางเก้าอี้ทรงกลมแบบไม่มีพนักเอาไว้สองตัว หนึ่งในนั้นมีคนจับจ้องอยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดี ผม...อีธาน”  อีธานก้าวแนะนำตัว

“ไม่ต้องบอก ฉันก็รู้ว่าคุณเป็นใคร”  อีกฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้ ฝ่ามือเรียวเล็กยื่นออกมาตรงหน้า  “ฉัน...รอนด้า”

รอนด้า ที่เป็นหญิงสาวรูปร่างเล็ก อายุน่าจะใกล้เคียงกับอีธาน แต่งกายด้วยชุดทะมัดทะแมงโทนสีเทาเข้ม สะพายเป้ไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง เส้นผมยาวสีน้ำตาลแดงถูกรวบตึงเป็นหางม้าไว้ที่ด้านหลัง ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลของเธอวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะ มีรอยตกกระจางๆ ที่แนวสันจมูก

อีธานประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเจ้าหน้าที่ที่อลิเซียแนะนำให้อย่างรวดเร็วภายในวันเดียวนั้น...เป็นผู้หญิง

เนื่องจากเชื่อใจอลิเซีย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้ถามอะไรเลย ข้อมูลอย่างเดียวที่ได้รับมาก็คือสถานนี่นัดหมายกับคำพูดที่ว่า เป็นคนที่ชอบการวิจัยและทดลองเข้าขั้นหมกมุ่น

“นั่งก่อน”  รอนด้ากล่าว “ท่าทางคุณแปลกใจ นั่นเพราะไม่คิดว่าฉันจะเป็นผู้หญิง หรือ เพราะคิดว่าฉันไม่น่าจะเก่งล่ะ?”

“ขอโทษที่เสียมารยาท แต่ผมรู้มาว่าหน่วยวิจัยมีกันแต่ผู้ชาย ก็เลยออกจะแปลกใจอยู่บ้าง”

“ไม่เป็นไร ใครๆ ก็คิดแบบนั้น”  รอนด้า เลื่อนแก้วเปล่ามาตรงหน้าอีธาน รินน้ำบริสุทธิ์ที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วใสใส่ให้ “ว่าแต่เข้าเรื่องเถอะ จะให้ฉันช่วยอะไร และถ้าช่วยคุณแล้วฉันจะให้ได้อะไรตอบแทน”

“ผมอาจจะไม่มีอะไรตอบแทนตามที่หวังก็ได้ อย่างที่คุณคงรู้อยู่แล้ว ตอนนี้ผมโดนภาคทัณฑ์อยู่” 

“ป้าอลิเซีย บอกว่าคนอย่างคุณคงตกต่ำได้ไม่นาน”

“ป้า?”

“ใช่” รอนด้ายักไหล่ข้างหนึ่ง  “อลิเซีย เป็นป้าของฉัน”

อีธานเคยได้ยินอลิเซียพูดถึงหลานสาวบุญธรรมอยู่สองถึงสามหนได้ แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียด เป็นการพูดคุยในเชิงตลกขบขัน ทำให้เข้าใจไปได้ว่าน่าจะเป็นเด็กหญิงวัยรุ่น

“ถ้าอย่างนั้นบอกความต้องการของคุณมาก่อนแล้วกัน”

“ฉันอยากได้ห้องทำงานส่วนตัว เอาแบบที่มีเครื่องมือเครื่องใช้ครบชุด”

“แค่นี้?”

“น้อยไปหรือไง...งั้นขอสามห้องเลยก็แล้วกัน”

น้ำเสียงจริงจังของหญิงสาวที่ตอบกลับมาทำให้อีธานเกือบจะหลุดหัวเราะ คำพูดที่ว่าเป็นคนชอบการวิจัยและทดลองอย่างมากคงไม่ใช่เรื่องเกินจริง

“ท่าทางคุณจะชอบงานของตัวเองมาก”

“ชอบมาก”  รอนด้ายอมรับง่ายๆ

“งั้นผมว่า ผมมีสิ่งที่น่าสนใจกว่าห้องวิจัยสามห้องอีกนะ” 

อีธานใช้มือล้วงเข้าไปด้านในเสื้อแจ๊กเก็ตด้านซ้ายซึ่งมีกระเป๋าอยู่บริเวณหน้าอก ฝ่ายมือใหญ่หยิบขวดสูญญากาศขนาดเล็กที่ยาวประมาณหนึ่งนิ้วเศษ และภายในบรรจุของเหลวสีเงินแวววาวขึ้นมาวางบนโต๊ะ

“มันคืออะไร?”

“ของเหลวที่ไหล่ออกมาจากตัวของผู้ชายคนหนึ่ง”

“ไม่มีทาง นี่มัน... โกหกน่า...”  รอนด้าเบิกตากว้างขึ้น พึมพำเหมือนท่องสูตรอะไรบางอย่าง พลางคว้าเอาขวดแก้วขนาดเล็กไปดูใกล้ๆ 

“เลือดสีเงิน?”

“ถ้าจากที่เห็นด้วยตา ก็ใช่”

“แต่ว่า...ชนเผ่านั้นไม่มีแล้ว”  รอนด้าพูดยังคงมองวัตถุในมือตาไม่กระพริบ

“เขาบอกว่าเป็น คนสุดท้าย”

ดวงตาสีน้ำทะเลของรอนด้าเงยขึ้นมาจับจ้องอีธาน “นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ!

“ผมรู้ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าเกิดปัญหาอะไรผมจะรับผิดชอบเอง” ร่างสูงตอบ  “ตอนนี้อยากช่วยวิจัยมันให้หน่อย ผมต้องการข้อมูลทุกๆ อย่างเท่าที่จะวิเคราะห์ออกมาจากได้สิ่งนี้ แล้วก็อยากให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด”

สายตาที่จริงจังของรอนด้า เบนจากขวดแก้วออกมายังอีธาน

“ตกลง” เธอตอบรับ

“ตอนนี้ถือว่าคุณทำงานให้ผมแล้วนะ”  อีธานยื่นมือออกไป

รอนด้าจับมือข้างนั้น เขย่าเบาๆ  “ตกลง...นี่มันสุดยอดกว่าคำขอของฉันเยอะเลยจริงๆ”

อีธานมองขวดสูญญากาศที่รอนด้าหยิบอย่างระมัดระวังเก็บใส่กระเป๋าเป้ที่เธอสะพายมา ทั้งที่มันเป็นขวดขนาดเล็กกว่านิ้วก้อย แทบไม่มีน้ำหนักอะไรเลย แต่อีธานกลับรู้สึกว่าการที่มันห่างออกจากกระเป๋าเสื้อของเขา นำพาความรู้สึกเบาโหวงมาให้อย่างน่าใจหาย

อกข้างซ้ายของอีธานว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

942 ความคิดเห็น

  1. #605 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 20:03
    ถ้าเรื่องนี้รั่วไหล ไม่อยากจะคิด
    #605
    0
  2. #368 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    อยากรู้ว่าจีแอลเป็นยังไงบ้าง
    #368
    0
  3. #243 Space_Wu (@mamu_mimi) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 13:24
    คิดถึงจีแอลแย้วววว.... ฮืออๆ
    คิดถึงสองคนนี้ คิดถึงโมเม้นเก่าๆ
    คิดถึงไรท์มากกกกกก สู้ๆกั๊ป^^
    #243
    1
    • #243-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 48)
      2 สิงหาคม 2559 / 11:41
      คนแต่งเองก็คิดถึงเหมือนกันค่ะ ตอน พระ-นาย อยู่ด้วยกัน มันแต่งง่ายมากเลย เหมือนมีกำลังใจ 555 พอแยกกันอยู่เรื่องไม่ค่อยเดินเลยอ่ะ ขอโทษน้า
      #243-1
  4. #242 SayWindy (@windy1905) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 04:02
    เชียร์ให้จีแอลมีคนใหม่ ชิชะ -3-//
    #242
    1
    • #242-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 48)
      10 กรกฎาคม 2559 / 21:20
      ถ้ามีตัวเลือก อีธานโดนเฉดหัวทิ้งแน่นอน T T
      #242-1
  5. #241 Zero-b (@korinasai) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 01:46
    เรางอนนายแรงมาก อีธาน
    คิดถึงจีแอล จีแอลอยู่ไหน?
    #241
    1
    • #241-1 สั้น สั้น (@ToniToni) (จากตอนที่ 48)
      10 กรกฎาคม 2559 / 21:19
      ตอนหน้าจะเป็นส่วนของจีแอลแล้วค่ะ ^^
      #241-1