(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 21 : กลับไปหาสามี 21 : ไม่คิดซ้ำรอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    20 เม.ย. 63


 

 

/วันเสาร์ ที่ห้างXXX/

 

เมื่อได้เห็นภาพนั้น สิ่งแรกที่เฉินอวี่เฉิงคิดถึงไม่ใช่การอยากอาละวาดหรือก่อเรื่อง แต่มันเป็นข้อความหนึ่งที่ส่งมาให้ในตอนสายของวัน เนื้อความปริศนาที่เขาไม่รู้ว่าใครส่ง เบอร์ก็ไม่รู้จัก อ่านก็จับใจความไม่ได้ มองแล้วก็คิดว่าเป็นเอสเอ็มเอสขยะและพวกสแปมข้อความไร้สาระเลยลบไปแล้ว..

แต่พอมาบังเอิญเห็นภาพแบบนี้... เฉินอวี่เฉิงกลับเริ่มสะกิดใจ

ข้อความนั้นกำลังบอกใบ้อะไรอยู่.. มันบังเอิญเหรอ ไม่หรอก เขาคิดว่าบังเอิญเกินไป และมันไม่น่าเกิดเรื่องอัศจรรย์อะไรกับเบอร์เปิดใหม่ของตัวเองขนาดนั้น เลยได้แต่คิดว่าคงมีใครสักคนที่รู้ดีแล้วนึกสงสารอยากช่วยหรือมีแผนยุยงสร้างความแตกแยกให้เฉินอวี่เฉิงและหลี่หยางสวินทะเลาะกันเสียมากกว่า

ส่วนที่ว่ามันแผนของใคร เขาจะไม่สนใจมันตอนนี้..

นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์หรี่ลงเล็กน้อย ชายหนุ่มมองร่างที่เขาเห็นอยู่ไกล ๆ แต่ก็สามารถมองออกว่าใครเป็นใครและ พ่นลมหายใจแรง ต่อให้จะไม่โวยวายแสดงอาการออกมา แต่ข้างในมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ชายหนุ่มรู้ดีว่าในใจเขามีเสี้ยนเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาแล้ว แต่มันถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคู่รักใช่ไหมล่ะ เพราะเขาชอบหลี่หยางสวินเลยรู้สึกไม่ดีขึ้นมา เฉินอวี่เฉิงหยิบมือถือ สมองทบทวนถึงเหตุผลของอีกฝ่ายที่ไม่มาทานข้าวกับตนไปพลาง

พี่หยางสวินคนดีของเขาว่าอย่างไรนะ... บอกว่ามีงานด่วน ติดธุระสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องไปพูดคุยและเจรจาธุรกิจใช่ไหม เนื่องจากนี่เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงพูดคุยหรือว่างานรื่นเริงใด ๆ เฉินอวี่เฉิงผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่ควรยุ่งเกี่ยว

“หึ”

ส่งเสียงงึมงำในลำคอเสียหน่อยแล้วกดโทรออก เหตุผลฟังดูดี แต่ทำไมรู้ตัวอีกทีว่าที่คู่หมั้นของเขากับเลขาคนสนิทถึงมาโผล่ที่ห้างสรรพสินค้าได้ล่ะ แถมยังมีเด็กมาอีกด้วย นี่มันครอบครัวสุขสันต์ พ่อแม่ลูกพากันมาเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าในวันหยุดไม่ใช่เหรอไง เฉินอวี่เฉิงไม่รู้ควรจะดีใจไหมที่ได้บังเอิญมาเจอ

"ครับ"

หัวใจที่หนักอึ้งสะท้านไหวเมื่อได้ยินเสียงทุ้มอันคุ้นเคย ชายหนุ่มหลุบตาลง หลี่หยางสวินสัญญาว่าจะรับสายที่เขาโทรมา อีกฝ่ายก็ทำตามที่พูด อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้เฉินอวี่เฉิงยิ้ม

"พี่อยู่ที่ไหน"

แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้ความกังขาเล็ก ๆ นี่ผลิดอกออกใบหรอก ชายหนุ่มกรอกเสียงไปตามสาย ดวงตาก็จ้องมองร้านขายเสื้อผ้าที่คนเหล่านั้นเดินเข้าไป "ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่ที่ไหนครับ"

"ฉันทำงาน" หลี่หยางสวินตอบมาสั้น ๆ

"พี่ตอบไม่ตรงคำถาม" ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจช้า ๆ บอกตัวเองให้ใจเย็น "ผมถามว่าตอนนี้พี่ทำอะไรและกำลังอยู่ที่ไหน"

"เฉินอวี่เฉิง"

"ถ้าพี่คิดว่าผมถามเซ้าซี้ ขอโทษครับ แต่ก็ใช่ ผมทำอย่างนั้น เพราะตอนนี้ผมมีเรื่องสงสัย.." เฉินอวี่เฉิงเปรยขึ้นมาพลางเม้มปากนิด ๆ "..มันทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดี"

“เธอหมายถึงอะไร?”

“พี่บอกผมว่ามีงานต้องทำเลยไม่ว่างไปทานข้าวกัน..” ชายหนุ่มกล่าวช้า ๆ “แล้วทำไมผมถึงเจอพี่ที่ห้างXXตอนนี้ได้นะ?”

ชายหนุ่มเอ่ยถาม เขาพูดออกไปตามตรง เฉินอวี่เฉิงแสดงความกังขาออกมาอย่างไม่ได้ปิดบังอะไร ไม่ใช่ไม่กลัวว่าพูดแล้วอีกฝ่ายจะมีเวลาคิดคำโกหกมาหลอกกันหรอก ระดับหลี่หยางสวินน่ะถ้าต้องการคบหากับเว่ยซูเหยาจริงอีกฝ่ายก็ทำไปแล้ว สามารถทำได้อย่างไม่จำเป็นต้องฟังความเห็นใคร และอีกฝ่ายยังสามารถลงมือได้แบบไม่เห็นหัวกันเลยด้วย ดังนั้นพฤติกรรมลับ ๆ ล่อ ๆ อย่างสับรางคนหนึ่งมาควงกับอีกคนน่ะช่างไร้สาระ

            เฉินอวี่เฉิงรู้ แต่ถามว่าเห็นแล้วรู้สึกดีไหม.. ไม่เลย

ตอนนี้เขาคิดมากและรู้สึกแสบแปลบ ๆ ที่อกซ้ายอยู่ แม้สมองส่วนมีเหตุมีผลสามารถคิดจาระไนออกมา แต่เอาเข้าจริงชายหนุ่มยังไงก็รู้สึกแย่อย่างช่วยไม่ได้เมื่อมาเห็นภาพบาดตาจัง ๆ อย่างนี้ และยังเพราะสิ่งที่พอเจอมันไม่ตรงกับคำบอกเล่าของอีกฝ่าย ความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของหลี่หยางสวินและเว่ยซูเหยาจึงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้โง่หรืออารมณ์ร้อนขนาดจะวิ่งไปหาเรื่องกันโต้ง ๆ อีกทั้งประสบการณ์ยังสอนตนแล้วว่าการคิดอะไรไปเองโดยไม่ถามก่อนมันงี่เง่า เฉินอวี่เฉิงไม่อยากให้เรื่องของเราจบเหมือนเดิม ไม่อยากซ้ำรอยเก่าที่ตนเข้าใจผิดเรื่องหลี่อิงจนต้องทะเลาะกันบานปลาย ไม่นับว่ามีเจ้าข้อความน่าสงสัยนั่นปลุกสัญชาตญาณระวังภัยขึ้นมา

เฉินอวี่เฉิงกำลังคิดว่ามีคนกำลังวางแผนยุแหย่เขา เจ้าคนนั้นคิดว่าเขาโง่และไม่ชอบที่เฉินอวี่เฉิงกับหลี่หยางสวินสนิทสนมกลมเกลียวกันจึงหาทางเล่นงาน และเจ้าคนที่ว่าก็ต้องเสียประโยชน์จากเรื่องนี้ จึงอยากให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มจะดีของเราสองคนจะต้องมาง่อนแง่นอีกครั้ง..

"ตอนนี้ฉันอยู่ที่ห้างXXจริง ๆ" เวลาผ่านไปอึดใจหนึ่ง ที่สุดหลี่หยางสวินก็พูดขึ้นพลางถอนหายใจเบา ๆ "เป็นเพราะฉันมีงานเย็นนี้ แต่เลขาของฉันยังไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะสม"

มาซื้อชุดนี่เอง... เฉินอวี่เฉิงพยักหน้ากับตัวเอง "แต่มีเด็กมาด้วยคนหนึ่งนี่ครับ  หน้าตาน่ารักดีนะ"

"..."

"คุ้น ๆ เหมือนเคยเจอที่ไหน นั่นลูกชายคุณเว่ยหรือเปล่า?"

"นี่เธอ.."

"อืม ผมอยู่ห้างเดียวกับพี่ แต่ไม่ได้แอบตามมาหรอก ผมมาซื้อหนังสือ"  ชายหนุ่มกล่าวถึงสาเหตุความบังเอิญนี้ไปด้วย "เพราะอยู่ชั้นเดียวกัน มองออกไปจึงได้เห็นพอดี"

"..."

แล้วเราสองคนต่างก็เงียบ... เงียบกันไปแบบนั้น

ปล่อยให้ความเงียบงันอันไร้ถ้อยคำลอยผ่านไป ขณะที่ตัวเขายืนมองปลายเท้าตนเองเองนิ่ง ๆ ไม่ไปไหน หลี่หยางสวินจะรู้สึกอย่างไรนะกับพฤติกรรมเหมือนตามจับผิด ตามหึงหวงทั้งที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันแบบนี้ น่ารำคาญ? อีกฝ่ายจะรู้สึกแบบเดียวกับที่เฉินอวี่เฉิงเคยเป็นยามรู้ว่าความเคลื่อนไหวของตัวเองถูกเฝ้ามองไหมนะ?

คิดถึงเรื่องเก่าแล้วได้แต่บ่นว่ากรรมตามสนองแท้ ๆ แต่เรื่องที่เขาเจอยังไม่ได้เลวร้ายมากนักหรอก มองอย่างกลาง ๆ แล้วสถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่นัก มันไม่ใช่การปิดบังหรือนอกใจ หลี่หยางสวินมีเหตุผล เฉินอวี่เฉิงก็มีสาเหตุเช่นกันว่ามาที่นี่ทำไม แต่เพราะเราสองคนได้มีโอกาสมาเจอกันตรงนี้ เฉินอวี่เฉิงที่ได้เห็นภาพครอบครัวแสนสุขก็อดจะรู้สึกเจ็บแปลก ๆ ในใจไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง นั่นไม่ใช่ครอบครัวจริง ๆ ของหลี่หยางสวิน แต่อารมณ์บางอย่างในนี้ก็ยังชวนให้อึดอัดไม่หาย อาจเพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาอยากได้มาตลอด นั่นเป็นสิ่งที่ตนปรารถนาเหลือเกินจึงเกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้นมา.. ชายหนุ่มถอนหายใจยาว

"ผมไม่กวนแล้ว"

"ฉันเองก็เสร็จธุระแล้วเหมือนกัน"

คนฟังชะงัก เสียงทุ้มอันคุ้นหูที่ดังอยู่ไม่ไกลทำให้เฉินอวี่เฉิงผู้เอาแต่ก้มมองพื้นเงยหน้า และจากนั้นเขาก็กะพริบตาปริบ ชายหนุ่มนิ่งไปเมื่อพบว่าหลี่หยางสวินกำลังเดินมา อีกฝ่ายในเครื่องแต่งกายชุดเดิมก้าวเท้าช้า ๆ มาหาเขาโดยที่ดวงตาของเราสองคนจ้องมองกันเงียบ ๆ

"ผมไม่ได้หึงนะ"

เฉินอวี่เฉิงโพล่งแบบนั้นเมื่อเราสองคนย้ายมาคุยกันที่ม้านั่งแห่งหนึ่งไม่ไกล สองมือของเขากอดหนังสือเอาไว้ พูดจาจริงจังแบบไม่ได้สบตาหลี่หยางสวินที่บอกว่าทิ้งให้เว่ยซูเหยาเลือกชุดกับพนักงานและเดินมา

คำพูดของเขาดูไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้งการกระทำของตนก็เข้าข่ายคนขี้หวงชัด ๆ แต่หลี่หยางสวินกลับพยักหน้าง่ายดาย "ฉันเองก็แค่ขี้เกียจยืนรอ"

อืม.. เฉินอวี่เฉิงกลอกตา เขาถามตัวเองว่าจะวางมาดทำตัวปากไม่ตรงกับใจไปเพื่ออะไรกัน

"งั้นเปลี่ยนคำตอบเป็นผมหึงพี่" เมื่อการทำตัวเป็นคนคูล ๆ ประเภทใจเย็นและมีสติมันไม่ได้ช่วยให้บทสนทนาของเราน่าฟัง ชายหนุ่มก็กลับลำอย่างไว เขาเบ้ปากไปด้วยแล้วบ่นงึมงำ "เห็นภาพครอบครัวสุขสันต์แล้วปวดตา แสลงใจ น่าหงุดหงิดที่สุด"

หลี่หยางสวินหันมามองคนบ่น ริมฝีปากอีกฝ่ายยกขึ้นคล้ายรอยยิ้ม แม้จะแค่วูบเดียวก็ตาม "พูดเกินจริงไปแล้วครอบครัวสุขสันต์อะไรกัน นั่นก็แค่ลูกชายของเว่ยซูเหยา พี่เลี้ยงของเด็กคนนั้นยังไม่มาเขาเลยติดสอยห้อยตามแม่ตัวเองมาด้วย"

"เข้าใจครับ แต่เห็นแล้วก็ยังเจ็บจี๊ด ๆ อยู่ดี เข้าข่ายภาพบาดตาไม่ชวนมอง" เฉินอวี่เฉิงพ่นลมหายใจ เขาเหลือบมองพี่หยางสวินที่อุตส่าห์มาหากันแล้วก็ยิ้มเผล่ “พี่กลัวผมคิดมากเลยมาหาใช่ไหม?”

“ฉันมายืนยันคำตอบกับเธอต่างหาก”

“ผมว่าพี่กลัวผมคิดมาก กลับไปจะร้องไห้งอแงเลยรีบมาปรับความเข้าใจมากกว่า ยอมรับมาเถอะ” เฉินอวี่เฉิงหัวเราะเบา ๆ พลางเอื้อมมือไปเกาะแขนอีกคน “ใช่ไหมล่ะ ใช่ไหม ๆๆ”

“เปล่า ฉันขี้เกียจยืนรอผู้หญิงเลือกชุดเลยมาหาที่นั่ง”

“ปากไม่ตรงกับใจดีจริงนะ”คนฟังบ่นอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะคลายมือลงเมื่อนึกได้ถึงเรื่องสำคัญที่ตนจะพูด "อันที่จริง... นอกจากเรื่องนี้ที่อยากคุยก็ยังมีอีกเรื่อง มีคนส่งข้อความมาหาผมครับ"

"เธอหมายถึง?"

"ตอนเช้าวันนี้มีข้อความหนึ่งส่งมาให้ผมน่ะ เป็นข้อความสั้น ๆ ว่าวันเสาร์ ที่ห้างนี้ ส่งมาแค่นั้นไม่บอกรายละเอียดอะไร" ชายหนุ่มคิดถึงมันแล้วยักไหล่ "อันที่จริงผมก็ไม่ได้คิดมากนะ ไม่ได้สนใจจนกระทั่งบังเอิญมาที่นี่ ตอนนั้นเองที่ผมคิดว่าใจความมันตรงกันพอดีอย่างน่าประหลาดเหลือเกิน"

เราสองคนสบตากัน หลี่หยางสวินขมวดคิ้วเมื่อได้ฟังเรื่องน่าสงสัย ชายหนุ่มสบตาคู่สวยแวววามคู่นั้น เขาย่อมรู้ดีว่าเฉินอวี่เฉิงไม่ได้แค่พูดลอย ๆ หรือเพียงแต่พูดขึ้นเพื่อแสดงความจริงใจ อีกฝ่ายแม้มีนิสัยเด็กไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่คือการบอกกล่าวอ้อม ๆ ให้ตนเองได้คิด..

"ฉันขอดูข้อความนั้นได้ไหม?"

แต่การเชื่ออะไรโดยไม่มีหลักฐานมันผิดหลักการ

"ขอโทษครับ ผมลบไปแล้ว" คำตอบของเขามาพร้อมกับดวงตาเรียวใสตวัดขึ้นมองสบตาคม เฉินอวี่เฉิงคลี่ยิ้มนิด ๆ เขามีสีหน้าเหมือนช่วยไม่ได้ "คิดว่ามันเป็นสแปมน่ะ เลยไม่ได้เก็บเอาไว้"

"งั้นเหรอ.." ถ้าคิดว่าเป็นแค่สแปม มันก็ไม่ใช่ของที่ต้องเก็บไว้จริง ๆ "ถ้าเธอคิดว่ามันน่าสงสัย เธอสงสัยใคร"

"ผมเหรอ... ก็คิดว่ามันน่าสงสัยจริง ๆ แต่ก่อนอื่นขอดีใจที่พี่เชื่อที่ผมพูดให้ฟังนะ... ดีใจจัง" เฉินอวี่เฉิงยิ้มออกมา เขารู้ดีว่าตัวเองที่ไม่มีหลักฐานและความน่าเชื่อถือ พูดออกไปก็เหมือนการกล่าวหาคนอื่นลอย ๆ “แต่ว่า..”

“หือ”

"คนที่ผมสงสัยมีสองคน" ชายหนุ่มตอบออกไปตามตรงและสบตาคู่นั้น "ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชื่อใคร พี่ก็คงไม่อยากได้ยินทั้งคู่"

"..."

"แค่ผมบอกแบบนี้พี่ก็คงรู้แล้วล่ะเนอะว่าสงสัยใคร... ขอโทษนะครับที่พูดจามีอคติ แต่ว่าเบอร์โทรของผมมันไม่ได้แพร่หลายนัก อ่า... เอาเถอะ ยิ่งพูดมากยิ่งแย่ นี่มันก็แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น นู่นแหนะ เหมือนคุณเว่ยจะเลือกชุดได้แล้วล่ะครับ"

หันไปชี้เว่ยซูเหยาที่เดินออกมาจากร้านเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เฉินอวี่เฉิงจำได้ดีว่าครั้งนั้นพวกเราทะเลาะกันเรื่องลูกน้องของหลี่หยางสวินยังไง เพราะงั้นเขาถึงไม่อยากสร้างเรื่องขัดแย้ง อีกทั้งคิดดูแล้วเอสเอ็มเอสข้อความเดียวมันก็บ่งชี้อะไรไม่ได้ ซ้ำเฉินอวี่เฉิงยังลบทิ้ง ไม่มีหลักฐานมีแต่คำกล่าวหาและความสงสัยเลื่อนลอย ดังนั้นพูดมากไปจะกลายเป็นหาเรื่องปรักปรำคนจนต้องทะเลาะกันอีกเปล่า ๆ

"งั้นผมไปล่ะ"

แม้ความสงสัยจะยังค้างคา แต่เขาก็ไม่ควรบังคับใครให้มาเป็นบ้าตามด้วย จากนี้ก็ระวังและสังเกตเอาเองแล้วกัน เฉินอวี่เฉิงตัดสินใจ จากนั้นเขาก็ยิ้มกล่าวลา ร่างสูงเพรียวลุกขึ้นจากม้านั่งพลางส่งยิ้มสดใสไปให้หลี่หยางสวิน ดวงตาคู่สวยตวัดมองไปยังเว่ยซูเหยาที่จูงเด็กน้อยมาคนหนึ่ง เฉินอวี่เฉิงจึงหันไปโบกมือน้อย ๆ ไปให้เลขาสาวตรงหน้า

"เฉินอวี่เฉิง"

"ครับ"

หลี่หยางสวินเรียกเมื่อเขาหมุนตัวจะจากไป มือหนาคว้าข้อมือของตนไว้ ขณะที่เว่ยซูเหยาและบุตรชายยืนรออยู่ห่าง ๆ ปล่อยให้เจ้านายคุยกันเอง

"มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย” เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นว่า “ขอบคุณที่เธอบอกให้รู้ ตอนนี้ฉันจึงพบแล้วว่ามีคนกำลังพยายามทำอะไร.. ฉันจะกลับไปตรวจสอบให้ดี"

หลี่หยางสวินเชื่อเขาและยังสัญญาจะตรวจสอบเรื่องนี้ แค่อีกฝ่ายแสดงออกมาว่าใส่ใจเรื่องของเราเฉินอวี่เฉิงก็ยิ้มไม่หุบแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสีหน้าแววตาเหมือนกำลังง้อกันนั่นเลย พี่หยางสวินที่เป็นแบบนี้ช่างน่ารักจริง ๆ เห็นแล้วอยากโดดจูบสักที

“พี่หยางสวิน” จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความรักร้อนแรงในแววตา เฉินอวี่เฉิงเรียกชื่ออีกฝ่าย เขามองตาคู่นั้นและผลิยิ้มหวานแทบละลายออกมา

“อืม”

“ขอจูบได้ไหม กลางห้างนี่แหละ” 

"เฉินอวี่เฉิง”

"ไม่เห็นต้องทำเสียงดุเลย ไม่จูบแล้วก็ได้คร้าบ แต่คืนนี้ต้องคุยกันยาว ๆ นะ" ทำหน้าอ้อนเสียหน่อยเผื่อคนใจอ่อน เพราะที่ผ่านมาหลี่หยางสวินยอมรับสายเขาก็จริงแต่เรามักจะคุยกันไม่นาน อยากมากก็ห้านาทีสิบนาทีเท่านั้น ปกติมันก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่วันนี้บังเอิญเจอภาพบาดใจเฉินอวี่เฉิงเลยอยากได้อะไรดี ๆ มาล้างตา

"ฉันรับปาก”รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนใจปน ๆ กัน “แต่ตอนนี้ต้องไปทำงานแล้ว เธอทำธุระเสร็จก็รีบกลับบ้านเถอะ”

"ได้เลย ขอบคุณครับ"

เฉินอวี่เฉิงยิ้มหวาน เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็โบกมือลาทุกคนและเดินออกไปแต่โดยดี ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองดูดีก้าวเท้าลงบันไดเลื่อน เมื่อคิดว่าคืนนี้จะได้คุยกับคนในดวงใจนานมากกว่าเดิมเขาก็มีความสุขจนรอยยิ้มไม่จางหายจากใบหน้า

ทว่า เมื่อลับตาใครบางคน รอยยิ้มหวาน ๆ นั้นก็หุบฉับและหลุดหายไป

“พี่ครับ ติดต่อนักสืบเอกชนเก่ง ๆ ที่รู้จักให้ผมหน่อย พอดีมีเรื่องต้องให้ช่วยสืบนิดหนึ่ง” น้ำเสียงยังคงร่าเริงผิดกับใบหน้าเรียบสนิทยามหยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรออกไปหาเฉินอี้หลินผู้เป็นพี่ชาย เฉินอวี่เฉิงหรี่ตามองร้านรวงในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ขายาว ๆ ก้าวตรงไปยังเป้าหมายอันได้แก่บริษัทค่ายมือถือ

“ครับ เรื่องอะไรเหรอน่ะเหรอ แค่เรื่องไร้สาระน่ะ... ไม่มีอะไรมากหรอกน่า” ลากเสียงยาว ๆ ขณะเดินไปกดบัตรคิวเมื่อมาถึงศูนย์บริการในเครือข่ายที่ตนใช้บริการอยู่ “พอดีผมโดนคนส่งข้อความแปลก ๆ มากวนน่ะเลยอยากรู้ว่าเป็นใครเท่านั้น ไม่ได้คิดทำอะไรไม่ดีหรอก แพงเหรอ ไม่เป็นไรครับ จ่ายได้น่า”

“...”

“งั้นส่งคอนแทกต์ของทางนั้นมาให้ทีนะครับ ครับ ขอบคุณพี่หลิน”

            ยิ้มหวานแม้รู้ว่าคนไม่เห็น จากนั้นก็กดวางสายและหันไปโฟกัสเรื่องใหม่ เฉินอวี่เฉิงเดินเข้าไปนั่งรอให้ถึงคิวของตน ขณะที่มือก็กดโทรศัพท์เล่นอย่างใจเย็น ชายหนุ่มยิ้มออกมาเมื่อพบว่าพี่ชายส่งข้อมูลการติดต่อกลับของนักสืบที่เขาต้องการมาให้ทางโปรแกรมสนทนา เฉินอวี่เฉิงยิ้มร่า เมื่อเขาบันทึกมันเรียบร้อยก็ถึงคิวตัวเองพอดี

            “สวัสดีค่ะ XXXยินดีให้บริการค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้คะ”

            “สวัสดีครับ พอดีผมเผลอลบข้อความสำคัญในมือถือน่ะครับ ถ้าอยากกู้ข้อมูล และอยากได้สำเนาของข้อความนั้นคืนมาจะต้องทำยังไงบ้างครับ”

            เฉินอวี่เฉิงยิ้มน้อย ๆ ให้พนักงานสาวตรงหน้า รอยยิ้มละไมเมื่อประดับบนใบหน้าดูดีของเขาแล้วทำให้ผู้มองรู้สึกเคลิ้มได้ไม่ยากเลย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เมื่อหญิงสาวตรงหน้ายิ้มและเอ่ยตอบเสียงหวาน จาระไนถึงกฎระเบียบและหลักฐานที่ต้องเตรียมเพื่อรับข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็วและรวบรัดว่องไว

            ส่วนถ้าถามว่าเหตุผลที่เฉินอวี่เฉิงทำแบบนี้คืออะไร คำตอบก็ต้องเป็นเพราะอยากได้เบอร์เจ้าปัญหาที่ส่งข้อความกวนประสาทนั่นมาให้กันน่ะสิ

            บอกหลี่หยางสวินว่าไม่สนแล้วเขาจะไม่สนจริง ๆ เหรอ คำตอบคือไม่ เฉินอวี่เฉิงน่ะโคตรสนใจและใส่ใจ เขาที่ย้อนกลับมาในห้วงเวลานี้และมีความต้องการสูงสุดอย่างแต่งงานและเป็นภรรยาที่ดีของหลี่หยางสวินไม่มีทางยอมให้ใครหรืออะไรก็ตามมาขัดขวางเรื่องของเรา เฉินอวี่เฉิงพร้อมแล้วที่จะชนกับทุกคนไม่ว่าใครที่มาขวางทางเขา ไม่ว่านั่นจะเป็นข้อความปัญญาอ่อนไร้สาระแค่ไหนก็ตาม

ลำพังให้หลี่หยางสวินจัดการเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้หรอก หนึ่งก็คือพี่หยางสวินมีงานต้องทำมากมาย กับอีแค่ข้อความแปลก ๆ ข้อความหนึ่งที่สรุปที่มาไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญมากมายจนต้องโฟกัส สองคือไม่ได้มีหลักฐานชัดขนาดนั้น ต่อให้เฉินอวี่เฉิงแสดงความสงสัยและเบนเข็มไปหาคนสนิททั้งสองของท่านประธานใหญ่ สิ่งที่เขาได้รับก็ไม่แน่ว่าจะเป็นความใส่ใจ ที่ควรทำคือต้องหาหลักฐานและจัดการเจ้ามือมืดที่กำลังแหย่เท้ามารนหาที่เอง ไม่ว่าจะเป็นหลี่เฉาซีหรือเว่ยซูเหยาที่เป็นตัวการ เขาจะลากออกมาให้หมด!

“เฉินอวี่เฉิง บังเอิญเสียจริง เธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”

น้ำเสียงคุ้นหู แบบคุ้นแสนคุ้นและคุ้นเป็นที่สุดดังขึ้นเบื้องหลังเมื่อเขาออกมาจากศูนย์บริการ ถ้อยคำนั้นทำให้คนที่ยิ้มอารมณ์ดีถึงกับชะงัก..

เหลือบมองว่าที่คู่หมั้นในชุดเดิมแต่ไร้คนพ่วงกำลังก้าวมาหา สีหน้าแววตาของชายหนุ่มสงบนิ่ง แต่อะไรบางอย่างในนั้นทำให้คนโดนเรียกชื่ออุทานว่าแย่ล่ะ ก่อนจะหัวเราะแหะ ๆ

“พี่หยางสวิน~

เรียกอีกฝ่ายเสียงหวาน แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ เฉินอวี่เฉิงรู้สึกได้โดยไม่ต้องให้อดีตสามีและว่าที่คู่หมั้นพูดออกมาเลยว่าตัวเองกำลังโดนรู้ทัน..

 

++++++++++++++++++++++++++++


#สามีของผม  ขอบคุณคนที่มาคอมเมนต์คุยกันนะคะ เป็นพลังที่สุดยอดมากค่ะ  วันนี้มาเร็วเพราะไรท์จะไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนกลัวจะไมได้มาลงค่ะ  ตอนนี้พี่หลี่จะรอดจากความเอ็นดูของทุกคนมั้ยคะ 5555

ตอนต่อไปเจอกันพรุ่งนี้ดึก ๆ นะคะ  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #38 Melovemind (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 15:40
    ช่วยกันก็ได้55555
    #38
    0