(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 22 : กลับไปหาสามี 22 : คนนอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    21 เม.ย. 63


 

 

"บังเอิญจังนะครับ ผมนึกว่าพี่จะไปทำงานแล้ว"

ร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แม้ท่าทางและแววตาจะบอกว่ารู้ทันกันหมด เฉินอวี่เฉิงก็ยังคงส่งยิ้มและเอ่ยปากทักทายอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้ เขาพับกระดาษที่ได้มาจากการขอข้อมูลเมื่อครู่ใส่กระเป๋าสะพายข้างอย่างแนบเนียนและชะโงกตัวมองด้านหลังของอีกฝ่าย

"คุณเว่ยล่ะครับ?"

"เธอเอาลูกชายไปส่งให้พี่เลี้ยง"

หลี่หยางสวินผู้ถูกเขาเอ่ยถามตอบเช่นนั้น ขณะที่ใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายจ้องมองมาเงียบ ๆ ราวกับรอให้ตนยอมสารภาพซะดี ๆ ก็ไม่ปานแต่เฉินอวี่เฉิงทำเฉยมาขนาดนี้ไม่ใช่เพราะอยากกวนประสาทเท่านั้น เขามีจุดมุ่งหมายของตัวเองอยู่ ในเมื่ออีกฝ่ายเฉย ตนก็เฉยพอกัน

"แบบนี้นี่เอง มีลูกแล้วลำบากน่าดูเลยนะครับ" ชายหนุ่มพยักหน้านิด ๆ เป็นการรับรู้ เขาขยับเท้าก้าวต่อไปและเฉยสนิทเหมือนนี่เป็นแค่ความบังเอิญทั่วไป "แล้วพี่ไม่ได้ไปด้วยเหรอ"

"มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเว่ย"

"อ๋อออ" คนฟังลากเสียงยาว "อันที่จริงก็เป็นเรื่องส่วนตัวสินะครับ ยังถือเป็นเรื่องส่วนตัวอยู่นี่เอง.. เข้าใจล่ะ"

"ที่เธอพูดหมายถึงอะไร" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

"เปล่าครับ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ" เฉินอวี่เฉิงหัวเราะ "ผมก็พูดไปงั้นแหละ กลับบ้านแล้วนะครับ บาย"

"เฉินอวี่เฉิง"

กะจะทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้ให้ถึงที่สุดแล้วเดินจากไปแท้ ๆ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ผล เฉินอวี่เฉิงตอบมั่ว ๆ จงใจให้คิดว่าเขาหึงแล้วเดินหนี (จริง ๆ ก็หึงอยู่แหละ) แต่เขาก็ยังไปไม่ได้ ชายหนุ่มถูกว่าที่คู่หมั้นของตนคว้ามือมากุมไว้แล้วลากเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ถึงจะไม่ได้ดึงแรงก็เถอะแต่ความสนอกสนใจในเวลาที่เขาไม่ต้องการมันอะไรล่ะเนี่ย ดวงตาเรียวสวยของชายหนุ่มหรี่เล็กขณะสบตาคมคู่นั้น

"มีอะไรครับ?"

"แล้วเธอทำอะไรล่ะ"

"ผม?" คนโดนถามทวนคำ "ผมกำลังจะกลับบ้าน"

"สิ่งที่เธอถือมาคืออะไร"

"พี่หยางสวิน" ฟังคำถามแล้วก็หัวเราะ เฉินอวี่เฉิงส่ายหน้านิด ๆ ท่าทางเหมือนจะบอกว่าคนตรงหน้ากำลังคิดมากไปเรื่อยขณะที่เขาไม่มีอะไร ชายหนุ่มตบเบา ๆ ที่กระเป๋าแล้วยิ้มสดใส "นึกว่าสงสัยอะไร มันก็รายละเอียดของข้อความที่ผมเผลอลบไปไงล่ะครับ ทำไมล่ะ มันมีอะไรเหรอ?"

ก็แค่หาข้อมูลที่ตัวเองต้องการเท่านั้นนี่นา ไม่เห็นแปลก ไม่เห็นจะทำผิดตรงไหน  เฉินอวี่เฉิงตอบคำถามหน้าซื่อ ในเมื่อบ่ายเบี่ยงไม่ได้ก็สารภาพมันซะเลยนี่แหละ

"เธอบอกว่าจะปล่อยให้ฉันจัดการไม่ใช่เหรอ" หลี่หยางสวินทักท้วงมาแบบนั้นและถอนหายใจ มองกันด้วยสายตาที่ใช้มองพวกดื้อด้านพูดไม่ฟัง "ไม่จำเป็นต้องมาวุ่นวายเรื่องนี้เลย"

"ครับ ผมบอกว่าจะปล่อยให้พี่จัดการ แต่ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองจะไม่ยุ่งนี่ ผมคิดว่าตัวเองกำลังช่วยพี่ซะด้วยซ้ำนะ" เฉินอวี่เฉิงตอบไปตามจริง "พี่งานยุ่งขนาดนี้ยังบอกว่าจะเอาเรื่องข้อความนี่ไปดูให้ไอ้ขอบคุณผมก็ขอบคุณนะ แต่คิดอีกทีนี่ก็เป็นการรบกวนเหมือนกัน ผมเลยคิดว่าจะลองหาข้อมูลด้วยตัวเองดู ถ้ามีอะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะส่งให้ทีหลัง หรือถ้ามันเป็นแค่เมล์ก่อกวนบ้า ๆ จะได้บอกว่าอย่าใส่ใจ พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำงาน"

"ฉันไม่ได้คิดว่ามันเสียเวลา"

"ไม่เสียเวลาก็ไม่เสียเวลาครับ ขอบคุณมาก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองอยู่ดี" ชายหนุ่มตอบพลางตบกระเป๋าตนเองเบา ๆ "ผมในฐานะเจ้าของเบอร์มีสิทธิ์เต็มที่อยู่แล้ว ผมเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายกว่า โตแล้วก็ต้องหัดทำอะไรเองบ้างใช่ไหมล่ะครับ"

"..."

"เอาเถอะ มาถึงตอนนี้แล้วจะบ่ายเบี่ยงไปก็ฟังไม่ขึ้นใช่ไหม" เห็นว่าหลี่หยางสวินจ้องเขาเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร ที่สุดแล้วกลับเป็นเฉินอวี่เฉิงเองที่ยอมคายออกมา "เหตุผลที่พูดไปก็อย่างหนึ่ง แต่เรื่องเป้าหมายของการไปขอข้อมูลมาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เหตุผลของผม ก็แค่อยากรู้ว่าใครมันส่งข้อความมา ก็ผมเป็นคนโดนคนส่งข้อความมาก่อกวนนี่ นึกสงสัยเลยมาหาคำตอบด้วยตัวเองดู"

"แต่ฉันไม่อยากให้เธอต้องวุ่นวาย แค่รอฉันสืบความให้ก็พอ"

"ขอบคุณนะครับที่พี่เป็นห่วงผมขนาดนั้น แต่แค่มาเอาข้อมูลจากศูนย์มือถือเองนี่ครับ... หรือว่าความจริงไม่ได้กลัวว่าผมจะยุ่งยาก พี่กลัวว่าจะมีอะไรน่าสนใจส่งมาอีก?"

ชายหนุ่มเอ่ยถาม ดวงตาจับจ้องใบหน้าคมคายอย่างจับผิด แล้วเขาก็โคลงศีรษะ "ขอโทษที่พูดไม่ดีครับ แต่พี่ไม่ได้มีอะไรน่าสงสัยปิดบังไว้หรอก ผมรู้ ยิ่งเรื่องของพี่กับคุณเว่ยน่ะยิ่งไม่ต้องกังวลอะไร ถึงพี่จะบอกว่าอยากได้คนอื่นมาเป็นภรรยา หรือพี่จะช่วยดูแลใส่ใจคุณเว่ยเหมือนเป็นคู่รักกันแค่ไหนพี่ก็ยังเป็นคู่หมั้นของผม... ก็ไม่แปลกหรอก การนั่งเลือกแบบเสื้อโง่ ๆ มันเทียบไม่ได้กับงานสำคัญอยู่แล้ว"

"เดี๋ยว..." ได้ฟังแบบนี้คงมีแต่คนโง่ที่ไม่รู้ว่าถูกประชด หลี่หยางสวินถอนหายใจเฮือก ท่าทางเหมือนปวดหัวเสียเต็มประดา "สรุปคือเธอไม่พอใจฉัน และระแวงเรื่องฉันกับเว่ยซูเหยาสินะ ใช่ไหม?"

"ผมไม่ได้ไม่พอใจ ผมไม่มีอะไรระแวงด้วย คิดมากไปแล้วครับ ก็แค่บ่นน่า" เฉินอวี่เฉิงมองสีหน้าแบบนั้นของคู่หมั้นแล้วโคลงศีรษะ "ที่รู้สึกก็พูดไปแล้ว ที่บ่นให้พี่ฟังไปก็พูดตามความจริง ผมไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก ผมโตแล้วครับ เข้าใจว่างานสำคัญ ผมคิดแบบนั้นถึงได้ตัดสินใจจัดการเรื่องข้อความนี่ด้วยตัวเอง มันก็เท่านั้นแหละครับ ไม่อยากให้พี่มาลำบากอีกน่ะ"

หลี่หยางสวินสบตาสีดำสนิทที่ยังคงวาววับสดใส รอยยิ้มบนใบหน้านั้นก็ยังน่ามองไม่คลาย แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างแฝงมาในประโยคแสนใจกว้างเหล่านั้น  "ไม่ต้องหรอก เรื่องนี้ให้ฉันจัดการเองเถอะ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ใส่ใจเรื่องข้อความบ้า ๆ นี่สักวันสองวันก็ไม่ได้ทำให้ลำบากอะไร"

หลี่หยางสวินรู้แล้ว

ยามมองดวงตาสดใสและคำพูดนุ่มนวลแฝงความเฉลียวฉลาด ไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างต่างบ่งชัดว่าเขาไม่จำเป็นต้องช่วยเหลืออีกฝ่ายตามเจ้าตัวว่า แต่หลี่หยางสวินก็รู้ว่ามันไม่ใช่ นี่เป็นนิสัยอย่างหนึ่งของเฉินอวี่เฉิง อีกฝ่ายมักจะเป็นเช่นนี้เสมอหากต้องการทำอะไรแล้วไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ สิ่งนั้นมันถูกเรียกว่า 'ดื้อเงียบ'

"เธอ..."

"ที่ผมสงสัยคือพี่มากกว่า"

เห็นคนยืนนิ่งขมวดคิ้วไม่เลิกเหมือนไม่พอใจเสียเหลือเกิน เฉินอวี่เฉิงมองและแปลกใจเสียเต็มประดา เขาออกจะไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจมาก ๆ จริง ๆ นะ ก็ในเมื่อนี่มันแค่คดีข้อความยุยงปริศนา ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่หยางสวินต้องมีท่าทีวุ่นวายใจ ทำเหมือนเขาเผลอแตะเรื่องสำคัญทั้งที่มันก็แค่ข้อความหนึ่ง

เว้นแต่ว่า

"พี่หยางสวินมีข้อสันนิษฐานอะไรดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ผมเจอแต่ไม่อยากบอกผมรึเปล่านะ" เฉินอวี่เฉิงยิ้มหวาน ดวงตาเรียวสวยโค้งลงอย่างงดงามน่ามอง "ไม่อย่างนั้นพี่คงไม่ก้าวก่ายการกระทำของผมแบบนี้ใช่ไหม คิดไม่ออกเลยว่าพี่จะเดือดร้อนอะไรกับอีแค่เรื่องเล็ก ๆ เรื่องนี้นอกจากคิดว่ามันมีอะไรมากกว่าข้อความ"

"..."

"ผมสงสัย เหมือนอย่างครั้งก่อนที่ผมสงสัยว่าทำไมพี่ถึงปล่อยไอ้เวรนั่นไว้ แต่ก็ช่างเถอะ" ชายหนุ่มหัวเราะ "พี่คงรู้ดีว่าผมกำลังหาข้อมูลเพื่อจัดการคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร และผมก็รู้สึกปักใจ สงสัยอย่างมากเลยว่านี่จะเป็นแผนการของหลี่เฉาซี อันที่จริงผมอยากให้เป็นแบบนั้นมาก ๆ เลยล่ะ ผมจะได้มีโอกาสจัดการเขาสักที เพราะพี่รู้แบบนี้เลยอยากจะกันผมออกไปใช่ไหมครับ?"

"เฉินอวี่เฉิง"

"อย่าเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจแบบนั้นนะ เสียมารยาทมากเลย" เจ้าของชื่อบ่นอย่างไม่จริงจังนักและยิ้มออกมา

"พี่หยางสวิน ต่อให้ผมไม่อยากพูดเรื่องเก่า ไม่อยากคิดถึงอะไรที่ผ่านมาก็เถอะ แต่ผมก็ยังต้องเตือนพี่และเตือนตัวเองว่าเราแต่งงานกันมาห้าปี ต่อให้มันจะไม่ใช่ห้าปีที่ราบรื่น แต่ระหว่างนั้นเราต่างก็รู้จักนิสัยของกันและกัน ผมรู้ว่าพี่คิดอะไร พี่ก็รู้ว่าผมเป็นคนแบบไหน เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วครับที่เราจะยอมรับความจริง พี่ต้องเลิกปิดบังผมและเลิกคิดว่าผมจะยอมทำไม่รู้ไม่ชี้หรือถ้าพี่ยังจะทำแบบเดิม ไม่ไว้ใจผม ไม่อยากให้ผมไปยุ่มย่ามเกี่ยวกับแผนการอะไรก็ตามที่ตั้งใจจะทำเกี่ยวกับหลี่เฉาซี พี่ก็ต้องหยุดไม่ยุ่งกับสิ่งที่ผมจะทำเหมือนกัน"

ชายหนุ่มเอ่ยช้า ๆ ใบหน้ายิ้มแย้มหากแววตาเรืองรอง เต็มไปด้วยความท้าทายและไม่ยอมความอัดอยู่เต็มเปี่ยม เฉินอวี่เฉิงขี้เกียจอ้อมค้อมและเลือกพูดตรง ๆ แล้ว จากนี้ก็เป็นหลี่หยางสวินที่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไร  หากอีกฝ่ายยืนกรานว่าจะปิดบัง ไม่อยากให้เขารู้เห็นแผนการอะไร ถ้าอย่างนั้นพี่หยางสวินก็อย่าได้มายุ่งเกี่ยวกับแผนของเขาเช่นกัน

มันก็เสมอภาคกันดี ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เชื่อใจ เฉินอวี่เฉิงก็ไม่คิดบังคับ ถ้ารอยร้าวระหว่างเรามันมีมากเกินกว่าจะวางใจกันได้ตอนนี้ เขาก็แค่ทำเอง ทางใครทางมัน แต่หลี่หยางสวินอย่าได้คิดกันเขาออกนอกวง อย่าให้เฉินอวี่เฉิงทำได้แค่บอกว่าตัวเองโดนก่อกวนแล้วจบไป เพราะเขาจะไม่จบเด็ดขาด

เฉินอวี่เฉิงไม่ได้เป็นง่อยนี่ ถึงจะโง่หน่อยแต่ก็มีสมองและสองมือเหมือนกัน ทำไมเขาจะต้องไม่รู้เรื่องอะไรอยู่คนเดียว เขาไม่ยอมหรอก โดยเฉพาะเมื่อมันอาจเกี่ยวกับหลี่เฉาซี ไอ้ฆาตกรที่ทำให้เขาฆ่าลูกตัวเองคนนั้น มันจะไม่มีทางถูกปล่อยทิ้งไว้เพราะไม่ถึงเวลา หรือถูกยกเว้นเพราะว่าหลี่หยางสวินยังมีแผนอื่นรออยู่ กับไอ้หมอนั่นน่ะไม่มีทาง

"ทำไมเธอถึงดื้อแบบนี้"

ผ่านไปอึดใจ น้ำเสียงถอนหายใจและท่าทางเหมือนไม่รู้จะทำยังไงของหลี่หยางสวินทำให้เฉินอวี่เฉิงละออกจากภวังค์ ชายหนุ่มชะงัก เขามองเสี้ยวหน้าคมคายที่แฝงความลำบากใจและยิ้มบาง ๆ ออกมา

"ขอโทษนะครับ" ชายหนุ่มได้แต่พูดแบบนั้น "แต่กับเรื่องของหลี่เฉาซี ผมยอมไม่ได้"

จ้องใบหน้าคมเพื่อแสดงความจริงใจ ต่างฝ่ายต่างสบตากันเงียบ ๆ ชายหนุ่มรู้ดีว่าเรื่องที่เขาพูดไปมันเป็นความเอาแต่ใจ และอาจกระทบต่ออะไร ๆ ที่หลี่หยางสวินวางไว้ แต่เฉินอวี่เฉิงทนไม่ได้ เขาอยู่เฉยไม่ได้หรอก

อาจจะพูดว่าไม่ยุ่งเกี่ยว และปล่อยให้หลี่หยางสวินจัดการไป อาจจะยอมรามือไม่แสดงความเกลียดออกมาต่อหน้า เขาอาจจะทำตัวปกติและสามารถยิ้มแย้มให้กับคนคนนั้นได้ก็จริง แต่ความเกลียดชังมันยังอยู่และไม่หายไปไหน เฉินอวี่เฉิงไม่มีทางเลิกเกลียดไอ้สารเลวนั่น เขาก็แค่อดทนไว้ และทันทีที่อีกฝ่ายลงมือ เฉินอวี่เฉิงก็จะตอบโต้และไม่มีทางปล่อยไป เขาจะไม่ยอมให้งูพิษอย่างหลี่เฉาซีสร้างความเสียหายได้อีกแล้ว!

"เฉินอวี่เฉิงเรายังสรุปไม่ได้ว่าเป็นฝีมือเขา"

ฝ่ามือหนาวางทาบแก้มขาวแผ่วเบา ความอบอุ่นทำให้ชายหนุ่มหลับตาพริ้ม

"ผมรู้ ผมถึงได้อยากหาข้อมูลทุกอย่างด้วยตัวเอง"

"เธอไม่เชื่อใจฉัน?"

"พี่เองก็ยังไม่เชื่อผม"

"ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น" น้ำเสียงทุ้มพร่าแสนเซ็กซี่ของว่าที่คู่หมั้นเต็มไปด้วยความทอดถอนใจ "เวลานี้ทุกอย่างยังตัดสินไม่ได้ เธอเอาเวลาไปสนใจเรื่องงานหมั้นของเราไม่ดีกว่าเหรอ"

"ที่แท้พี่ก็คิดว่างานหมั้นสำคัญหรอกเหรอครับ" ดวงตาหงส์คู่งามเปิดขึ้นมา แต่คำถามและแววตานั้นทำให้หลี่หยางสวินลอบร้องว่าแย่แล้วในใจ

"เฉินอวี่เฉิง"

"พี่บอกว่างานหมั้นสำคัญ นั่นหมายถึงพี่จะให้ผมไปวุ่นเรื่องงานของเราส่วนตัวเองก็จัดการสืบเรื่องนี้ พี่ก็แค่อยากกันผมออกไป พี่แค่ทำให้ผมกลายเป็นคนนอกเหมือนทุกที"

"ฉันไม่ได้ทำให้เธอเป็นคนนอก แต่เรื่องนี้มันซับซ้อนและอันตรายกว่าที่คิด" หลี่หยางสวินหรี่ตาลงช้า ๆ ถ้อยคำกล่าวหาและสายตาตัดพ้อคู่นั้นรุนแรงเกินกว่าจะเมินเฉยและทำเงียบไปได้ ดังนั้นเขาจึงต้องค่อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็น

"ฟังนะ” ชายหนุ่มจ้องสบตาคู่นั้น “ฉันไม่ไว้ใจหลี่เฉาซีและกำลังตรวจสอบเขาอยู่ก็จริง แต่เรื่องที่เธอคิดจะทำมันอันตรายนะเฉินอวี่เฉิง ในสายตาเธอมันอาจเป็นการหาคำตอบ แต่มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีถ้าเธอพบว่าเป็นฝีมือของเขาใช่ไหม เธอพูดถูกว่าเรารู้นิสัยกันดี ใช่ เพราะฉันรู้ถึงได้อยากกันเธอออกไป ฉันรู้ดีถึงความใจร้อนของเธอกับความเจ้าเล่ห์ของเขา ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามายุ่งเกี่ยวจริง ๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นเป้าหมายไปด้วย"

"เป้าหมาย?" เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวอีกครั้ง เฉินอวี่เฉิงผู้นิ่งฟังเหตุผลของว่าที่คู่หมั้นจนจบและเริ่มจะเข้าใจอะไรขึ้นมาถึงกับหัวเราะ  "พี่บอกว่าทำเพราะห่วงผม ขอบคุณมากครับ แต่พี่หยางสวิน นี่ผมเฉินอวี่เฉิงนะ เป็นคนสกุลเฉินก็จริงแต่อีกไม่นานผมก็จะหมั้นหมายกับพี่และกลายเป็นคนสกุลหลี่ไปอีกครึ่งตัว ในสถานการณ์แบบนี้ พี่คิดว่าการกันผมออกไปและทำให้ผมกลายเป็นคนไม่รู้เรื่องอะไรจะดีจริงเหรอ?"

"..."

"หรือกำลังหวังให้เราเลิกกัน และคิดว่าไอ้ sms งี่เง่านี่จะประสบผลสำเร็จครับ?" ชายหนุ่มถามต่ออย่างไม่ลดละ แล้วพอคิดว่าอีกคนรออะไรไอ้ความรู้สึกกรุ่น ๆ ก็เริ่มปะทุ "หรือพี่คิดว่าอีกไม่นานก็จะมีอะไรส่งมาอีก เป็นหลักฐาน รูปภาพ รึของอะไรก็ตามที่ทำให้พวกเราเลิกกัน เพราะพี่คิดว่าการหมั้นหมายของเราจะไม่เกิดขึ้นใช่ไหม พี่ถึงเอาแต่กันผมออกไปไม่เลิกอย่างนี้"

"เดี๋ยว เฉินอวี่เฉิง ใจเย็นก่อน"

"ผมก็เย็นอยู่ ไม่ได้อยากทะเลาะกันนักหรอก!" พูดแบบนั้นแต่น้ำเสียงของเขาก็ยังเต็มไปด้วยความฉุนเฉียว เฉินอวี่เฉิงหายใจแรง ๆ และยกมือเสยผมระงับอารมณ์ "เพราะพี่นั่นแหละ เอาแต่เรียกเฉินอวี่เฉิง ๆๆ อยู่ได้ เรียกชื่อเล่นไม่ได้เหรอไง คนนิสัยไม่ดี!"

"..." นั่นเป็นความผิดของเขา? หลี่หยางสวินรู้ดีว่าชายหนุ่มข้างกายตนกำลังมีโทสะแล้วจึงยืนนิ่ง เหลือเพียงมุมปากกระตุกถี่

"กับผมล่ะทำห่างเหินอย่างนั้นอย่างนี้ ให้เรียกชื่อเล่นก็ไม่เรียก ใจดีด้วยก็ไม่เคย กับคุณเว่ยนั่นล่ะเดี๋ยวไปส่ง เดี๋ยวไปกินข้าว เดี๋ยวพามาเลือกชุด ทีผมล่ะแค่ไปเลือกชุดแต่งงานด้วยกันยังนั่งอยู่ด้วยกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ก็รู้หรอกว่ามีงาน แต่มันหงุดหงิด!" พอได้บ่นออกมาแล้วดูเหมือนว่าเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เฉินอวี่เฉิงฟึดฟัด พรั่งพรูความน้อยใจออกไปไม่หยุดท่ามกลางสายตาคู่คมที่จ้องมอง "สุดท้ายยังจะมากันผมออกนอกเรื่องอีก ผมไปขอข้อมูลที่ศูนย์มือถือมาก็ทำหน้าไม่พอใจอย่างกับทำผิด ยิ่งบ่นก็ยิ่งมีแต่เรื่องจุกจิกบ้าบออะไรไม่รู้ โคตรงี่เง่า ไม่ชอบตัวเองแบบนี้เลย"

"เธอกำลังหึงฉัน"

"ผมก็ยอมรับแล้วไง รู้แล้วก็เลิกทำอะไรให้คิดมากซะทีสิ" เฉินอวี่เฉิงทำตาโต เขาเลิกเดินหมุนไปหมุนมาแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นถลึงตาใส่พี่หยางสวินที่บอกว่ารักนักหนา แต่ตอนนี้ขอพักเรื่องพวกนั้นไว้ก่อน "พี่อย่ามายิ้มนะ!"

"ทำไมฉันยิ้มไม่ได้?"

หลี่หยางสวินกลายเป็นคนกวนประสาทแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เฉินอวี่เฉิงชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดเหมือนกับจะหาเรื่องกัน นี่มันยังไงกันแน่ ชายหนุ่มมองรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจและดวงตาคมที่วาววับซึ่งประดับบนใบหน้าคมคาย พลันก็รู้สึกถึงสัญชาตญาณบางอย่างที่กำลังร้องเตือน ชายหนุ่มสูดหายใจลึก เขาขยับตัวจะเดินออกไปแต่ก็ไม่ทันเพราะถูกคว้าเอวไว้เสียแล้ว

"ทำไมจะยิ้มไม่ได้ ตอนนั้นที่หึงเธอแทบบ้าก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน กรรมตามสนองแล้ว" เพราะขนาดตัวของเราแตกต่าง ใบหน้าของเฉินอวี่เฉิงจึงซุกซบลงบนอกกว้าง ชายหนุ่มได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มพร่าดังขึ้นเหนือศีรษะยามอ้อมแขนหนารัดแน่นจนตัวเขาแทบจมลงไป

นั่น... นั่นมัน

"เอาแต่คิดเรื่องจุกจิกงี่เง่า คิดเล็กน้อย กังวลไปเรื่อยทั้งที่ไม่ควร แบบนี้นี่แหละ ฉันเคยเป็นแบบนี้" ปลายคางมนวางอยู่เหนือศีรษะ หลี่หยางสวินเอ่ยขึ้นทั้งรอยยิ้ม หากก็แฝงอารมณ์ขื่นนิด ๆ อย่างที่มีแต่เราสองคนเข้าใจ “สมน้ำหน้าเธอแล้ว”

เล่นพูดจาแบบนี้ เขาจะเกรี้ยวกราดฉุนเฉียวอีกได้ยังไง

เฉินอวี่เฉิงนิ่ง จากที่เคยหงุดหงิดโมโห จากความไม่พอใจที่สูงทะลุฟ้า ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขานิ่งงันเมื่อได้ยินคำพูดของว่าที่คู่หมั้นซึ่งแสนจะเสียดแทงหัวใจ ต่อให้จะไม่อยากพูดเรื่องเก่าก็เป็นไปไม่ได้จริง ๆ สินะ ซ้ำเทียบกับตัวเองที่บ่นน้อยอกน้อยใจเมื่อครู่ สิ่งที่หลี่หยางสวินรู้สึกตอนนั้นมันคงเลวร้ายยิ่งกว่า มากมายกว่าหลายร้อยเท่าจนบอกว่าเคยเป็น..เคยที่หมายถึงไม่ได้เป็นแล้ว ฟังแล้วชวนให้เจ็บจี๊ดที่หัวใจจริง ๆ

"ผมรู้แล้ว" นิ่งเงียบไปพักหนึ่งก็ตอบรับเบา ๆ ชายหนุ่มกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายไว้แน่น เม้มปากพลางบ่นงึมงำ เฉินอวี่เฉิงกะพริบตาและสูดลมหายใจ ซึมซับความอบอุ่นจากอกกว้างอย่างโหยหา "ผมจะปรับปรุง ผมจะไม่ทำตัวแบบเดิมเพราะงั้นพี่อย่าเห็นผมเป็นคนนอก อย่าใจร้ายกับผมอีกเลยนะ"

"..."

"พี่หยางสวิน" ชายหนุ่มเงยหน้า น้ำเสียงสั่นเครือเช่นเดียวกับแววตาสั่นไหว จุดนี้ถ้ายังจะเงียบ เฉินอวี่เฉิงไม่ลังเลจะร้องไห้กลางห้างหรอกนะ

"อืม" เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับฝ่ามือหนาลูบเบา ๆ ที่เปลือกตา หลี่หยางสวินไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้เลยว่าเขาใจอ่อนกับสองตาคู่นี้แค่ไหน "คืนนี้หลังเสร็จงานแล้วเราค่อยคุยกัน ฉันจะไปรับ"

เฉินอวี่เฉิงพยักหน้าอย่างพอใจ ในที่สุดก็ได้รับการยอมรับอีกขั้นแล้ว ชายหนุ่มยิ้มแต่เมื่อผละออกมาเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้  ไปรับนั่นหมายถึงเราจะเจอกันตอนดึกและไม่รู้จะคุยกันจบตอนไหนใช่ไหม? ไปรับแสดงว่าจะไปที่อื่นใช่มั้ย? ไปรับจะมีการค้างคืนด้วยสินะ?

+++++++++++++++++++++++++


#สามีของผม น้องเฉิงเฉิงไม่คิดอะไรนอกจากจะลวนลามสามีค่ะ 55  ไรท์เอาตอนนี้มาส่งพร้อมกับตาที่กำลังจะปิด ขอให้ทุกคนสนุกกับน้องเฉิงเฉิงและหลับอย่างมีความสุขกันนะคะ ขอบคุณที่มาคอมเมนต์คุยกันด้วยค่ะ รออ่านอยู่นะคะ ตอนหน้าติดเหรียญน้า เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ //เลิฟยูออล//

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #39 Melovemind (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 20:59

    55555กรรมตามสนอง โว้ยยยย
    #39
    0