(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 20 : กลับไปหาสามี 20 : สายฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    19 เม.ย. 63


 

ท้องฟ้าตอนนี้ค่อนข้างมืดครึ้มและเต็มไปด้วยเมฆสีเข้มบ่งบอกว่าสายฝนกำลังจะมาถึง เสียงฟ้าร้องครั่นครืนดังอยู่เบื้องนอกสักพัก จากนั้นท้องฟ้าสีหม่นก็มีหยดน้ำใสโปรยปราย ช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวันแล้วดังนั้นสายฝนนี้จึงเป็นที่รอคอย... ฤดูมรสุมก็แบบนี้ ชายหนุ่มบ่นกับตัวเองพลางงับปากกาในมือ

เฉินอวี่เฉิงชอบสายฝน ชื่อของเขาเองก็มีคำว่าฝนอยู่ ฝนโปรยเบาบางที่ให้อารมณ์เหงาหงอยแต่ก็ชุ่มชื้น ฝนตกหนักที่รุนแรงเพราะพายุคลั่ง ไม่ว่าฝนแบบไหนก็ชอบทั้งนั้น เฉินอวี่เฉิงเชื่อว่ามันเป็นสัญญาณว่าจะเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นกับตน ไม่สิ.. ตอนนี้ก็มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นแล้ว ชีวิตของเขาในช่วงนี้ถือว่าสงบสุขและเป็นไปอย่างราบรื่นดีมากจริง ๆ

ป๊อก!

"อย่ามัวแต่เหม่อ ทำข้อสอบถึงไหนแล้ว"

เสียงเข้ม ๆ พร้อมกับอะไรบางอย่างที่โยนใส่หน้าผากทำเอาคนเหม่อสะดุ้งเฮือก เฉินอวี่เฉิงผู้กำลังมองสายฝนถูกดึงให้ออกจากห้วงคิดเรียบร้อย และหลังจากนั้นเขาก็มาเจอ.. เจอกับสีหน้าตึง ๆ อย่างไม่ยอมอ่อนข้อของคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน และจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาวาววับ

ได้อยู่ในความสนใจของหลี่หยางสวินถือเป็นเรื่องน่าปลาบปลื้ม แต่พอเป็นความสนใจแบบนี้เฉินอวี่เฉิงกลับรู้สึกใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ รู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก..

"เจ็บนะพี่หยางสวิน"

ดังนั้นวิธีตอบโต้ที่เขาคิดออกอย่างแรกคือทำตัวน่าสงสาร มือขาววางปากกาลง เฉินอวี่เฉิงยกมือแปะหน้าผากแล้วเบะปากนิด ๆ ก่อนจะโวยออกมา "เจ็บอ่า ทำร้ายร่างกายกันได้ยังไงเนี่ย ใจร้ายจัง"

"หึ" เสียแต่คนมองไม่สนใจ สีหน้าของหลี่หยางสวินยังคงเย็นเยือกอย่างบอกได้ว่าเผชิญกับลูกไม้นี้มานับครั้งไม่ถ้วนจนไม่สะเทือน "แค่ยางลบจะเจ็บอะไรนัก เป็นบทลงโทษที่เหมาะสมกับคนขี้เกียจแล้ว"

"ไม่ได้ขี้เกียจเสียหน่อย"

"เถียงเก่งจังนะ อยากรู้นักว่าจะทำคะแนนได้ดีเหมือนที่ปากดีไหม"

"ปากผมใช้ได้แค่ไหนพี่ก็รู้อยู่นี่นา~"

"เฉินอวี่เฉิง ไม่ตั้งใจทำข้อสอบ เพิ่มเวลาทบทวนหนังสืออีกครึ่งชั่วโมง"

"ใจร้ายที่สุดเลย!"

"รู้อยู่ว่าฉันใจร้ายแต่มาขอให้สอน" เจ้าของใบหน้าคมคายเผยรอยยิ้มเย็น "ฉันติวให้เธออย่างเต็มที่แล้วไง ดีใจด้วยนะเฉินอวี่เฉิง"

ก็เต็มที่จริง ๆ นั่นล่ะ!

เฉินอวี่เฉิง ชายหนุ่มผู้โชคร้ายมีว่าที่คู่หมั้นสุดโหด นอกจากชอบทำหน้าตาย หน้าดุ พูดน้อย เดาใจยาก และโหดร้ายเป็นที่สุดเรื่องการเรียนบ่นครวญออกมาในใจพลางย่นคอ ชายหนุ่มขยับปากแอบบ่นอุบแต่ก็ไม่วายเหลือบมองหลี่หยางสวินอย่างระแวดระวังด้วยกลัวถูกลงโทษเพิ่มชั่วโมงการเรียนอีก ส่วนคำถามที่ว่าเรียนจบแล้ว โตจนป่านนี้แล้วทำไมต้องเรียนอีกน่ะเหรอ คำตอบก็อยู่ที่ความตั้งใจในวันนั้น ที่ตัวเขาบอกหลี่หยางสวินว่าจะเรียนต่อโทเกี่ยวกับธุรกิจน่ะสิ

เรื่องที่คิดไว้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เฉินอวี่เฉิงตั้งใจจะทำให้ได้อย่างปากพูดดังนั้นจึงเอ่ยปากบอกความต้องการของตนแก่ครอบครัวอย่างรวดเร็ว การกระทำของเขาสร้างความแปลกใจให้คนที่บ้านไม่น้อย จากนั้นเมื่อพบว่าแรงบันดาลใจมาจากหลี่หยางสวินก็พากันถอนหายใจ บ่นว่าลูกชายจะแต่งออกแล้วอย่างเสียดมเสียดายเป็นการใหญ่ แต่นอกจากเอ่ยปากแซวอย่างไม่จริงจังอะไรนักทุกคนก็เห็นด้วย ไม่ห้ามปรามอะไร การวางแผนเรียนต่อปริญญาโทของเฉินอวี่เฉิงจึงเกิดขึ้นทันที

แต่เรียนต่อไม่ใช่อยากนึกจะเรียนก็เรียนได้ จากปฏิทินของมหาวิทยาลัยบอกว่าเดือนตุลาคมจึงจะมีการเปิดรับนักศึกษา และทางมหาลัยก็ไม่ได้รับทุกคนเข้าเรียนง่าย ๆ แต่ยังมีเทสต์ระดับความรู้และตรวจสอบความเหมาะสมอีกด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการนั่งอ่านนั่งเรียนกลับไปเป็นนักศึกษา (ทั้งที่เพิ่งเรียนจบไป) ของเฉินอวี่เฉิง

ส่วนคนที่จะช่วยติวให้เขาแน่นอนว่าไม่ใช่คนอื่นไกล มีนักเรียนดีเด่นจบโทบริหารตั้งสองใบอยู่ใกล้ตัว เฉินอวี่เฉิงจะไม่ใช้ประโยชน์ได้ยังไงล่ะ นอกจากช่วยติวแล้วยังได้ใกล้ชิดกัน ได้ออดอ้อนสวีทหวาน..

เฉินอวี่เฉิงคิดไว้แบบนั้น แต่ความเป็นจริงกลับผิดคาดไปไกล..

"บอส แกล้งคุณเฉินอีกแล้วเหรอ ไม่ดีนะคะ"

เสียงผู้ช่วยชีวิตมาพร้อมประตูห้องเปิดออกทำให้เฉินอวี่เฉิงพยักหน้าถี่รัว

"ใช่ครับคุณเว่ย ไม่ดีมาก" คนได้พวกเงยหน้าแล้วถอนหายใจ ดวงตาคู่สวยมองตามร่างของคุณเลขาที่หอบเอาแฟ้มงานมาให้เจ้านายไปพลาง "พี่หยางสวินเป็นติวเตอร์ที่โหดมากเลย"

"ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันเข้มงวด"

"ก็ไม่นึกว่าจะขนาดนี้"

"แล้วเธอคิดว่าฉันเรียนเก่งได้โดยไม่ต้องพยายามเหรอ?"

คำถามของหลี่หยางสวินทำให้ชายหนุ่มนิ่งไป

"นั่นสิคะ คุณเฉินเองก็ต้องพยายามเข้านะคะ บอสชอบคนเก่ง ๆ ถ้าทำคะแนนดี ๆ งานนี้ขอรางวัลได้เลยค่ะ"

"คุณเว่ย อย่าชี้ทาง"

"ไม่ทันแล้ว ผมเตรียมตัวคิดไว้แล้วล่ะว่าถ้าทำเทสต์ได้คะแนนดี ๆ จะขออะไร" เฉินอวี่เฉิงมองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะ "รับรองเป็นเรื่องดีสุด ๆ แน่"

"เฮ้อ.."

"ตายล่ะ ต้องไปรับเอกสารด่วนที่ชั้นหก ขอตัวนะคะ"

"เว่ยซูเหยา อย่าคิดนะว่าเดินหนีแล้วจะรอดตัว ผมจดบัญชีคุณไว้แล้ว"

เสียงของหลี่หยางสวินดังไล่หลังเลขาสาวที่เข้ามาเสนอเรื่องดี ๆ (?) ให้หล่อนรีบสับเท้าเดินจากไป ท่าทางดุ ๆ และเข้มงวดไม่เว้นแม้แต่คนกันเองหรือใครหน้าไหนของหลี่หยางสวินทำให้เฉินอวี่เฉิงประทับใจจนขำออกมา

"อย่าดุกับคุณเว่ยนักสิครับท่านประธาน"

"หือ" คิ้วเข้มของคนที่กำลังจะทำงานต่อยกขึ้นสูง หลี่หยางสวินผู้ถูกทักท้วงด้วยว่าที่คู่หมั้นของตนมีสีหน้าแปลกใจ "เจอกันไม่นานก็ถูกชะตาแล้ว?"

"ก็คุณเว่ยเขาเป็นคนดีนี่นา" เฉินอวี่เฉิงยิ้ม "ถ้าไม่โดนพี่บอกว่าอยากได้เขาเป็นแฟน ผมก็ไม่เกลียดอะไรหรอก"

“งั้นเหรอ”

“อีกอย่าง ผมว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจจะจีบเขาเท่าไหร่ เหมือนจะพูดยั่วโมโหผมเฉย ๆ มากกว่า”

“รู้ดีขนาดนั้น?”

เฉินอวี่เฉิงเท้าคาง ดวงตาคู่สวยจ้องมองว่าที่คู่หมั้นและยิ้ม “แล้วจริงไหมล่ะครับ?”

หลี่หยางสวินไม่พูดอะไรคนกำชับแค่ "ทำข้อสอบต่อ อย่าอู้" แล้วก้มลงทำงาน

เฉินอวี่เฉิงมองภาพนั้นยิ้ม ๆ ต่อให้คนไม่ยอมรับ แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนมาเยือนในบริษัทก็บอกแบบนั้นอยู่ดี ชายหนุ่มคิดว่าตนมองไม่ผิด เรื่องของเว่ยซูเหยาเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ

เฉินอวี่เฉิงลองสังเกตและพบว่าพฤติกรรมของหลี่หยางสวินไม่มีอะไรพิเศษต่อเว่ยซูเหยาแม้แต่น้อย แม้จะสนิทสนมคุยเล่นกันบ้าง แต่ก็ไม่มีการข้ามเส้น ไม่มีการพูดจาสื่อถึงนัยลึกซึ้งอะไร อีกทั้งในช่วงระยะเวลาที่ขอร้องให้หลี่หยางสวินช่วยติวหนังสือ เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นท่านประธานที่มีงานมากมาย คนจึงไม่มีเวลาว่างมากนัก สุดท้ายก็ตกลงที่พวกเขาจะมาพบกันตอนเที่ยงของทุกวันทำงาน เมื่อเฉินอวี่เฉิงมาส่งอาหารก็จะเอาหนังสือมาอ่านหรือทำข้อสอบตามที่อีกฝ่ายสั่งไปด้วย นั่นทำให้ไม่นานเขาก็คุ้นเคยกับคนในบริษัทรวมไปถึงเลขาของหลี่หยางสวิน เฉินอวี่เฉิงได้รู้ว่าเว่ยซูเหยาไม่ได้เป็นคนเลวร้าย ดังนั้นพวกเราจึงเริ่มสนิทสนมและเปิดใจให้กัน

ถ้าไม่นับเรื่องที่หลี่หยางสวินบอก ก็ไม่มีเหตุผลให้เกลียดเว่ยซูเหยาจริง ๆ และถ้าเรื่องของเว่ยซูเหยาเป็นแค่คำโกหกของหลี่หยางสวิน เฉินอวี่เฉิงยิ่งไม่ควรเกลียดผู้หญิงคนนั้น ชีวิตก่อนทั้งสองคนไม่ได้คบหามีใจกัน ชีวิตนี้ก็คงไม่มีอะไรเหมือนเดิม

/วันเสาร์ ที่ห้างXXX/

เสียงข้อความจากเบอร์ปริศนาเข้ามาทำให้เฉินอวี่เฉิงชะงัก ชายหนุ่มมองมันอย่างไม่เข้าใจแล้วกดลบอย่างรำคาญ แต่คำว่าวันเสาร์ทำให้คนที่ควงปากกาในมือคิดอะไรออกเหมือนกัน ชายหนุ่มมองข้อสอบที่ตนทำค้างไว้ คิดยังไงก็ไม่ได้คำตอบเลยตัดสินใจกามั่ว และเงยหน้าขึ้น

"พรุ่งนี้วันเสาร์ตอนบ่าย พวกเรามีนัดเลือกชุดงานหมั้นด้วยกัน อย่าลืมนะครับ"

"ไม่ลืมหรอก"

หลี่หยางสวินรับคำและหลุบตาลง

 

 

"คุณเฉินคะ แบบที่อยากดูได้แล้วค่ะ"

"ดีจังครับ สวยมากเลยทีเดียว"

"คุณเฉินเซนส์ดีมากเลยค่ะ ชุดนี้เข้ากันมาก ดูไม่ฉูดฉาด สบายตาแต่ก็โดดเด่นไม่น้อยเลย"

"ขอบคุณที่ชมครับ แต่เพราะเสื้อของทางร้านสวยด้วยล่ะครับ แพทเทิร์นของชุดนี้ดีมาก  ๆ เลย"

ชายหนุ่มตอบรับเสียงแผ่ว เจ้าของดวงตาสีดำสนิทคู่สวยยิ้มน้อย ๆ ความพอใจฉายอยู่ในดวงตาเมื่อเห็นชุดถังจวงสีแดงเข้มปักลายมงคลเบื้องหน้า ชายหนุ่มลุกจากที่นั่งอย่างกระตือรือร้น ร่างเพรียวตรงเข้าไปสำรวจเสื้อตัวสวยอย่างใส่ใจ นิ้วเรียวสวยจับเนื้อผ้าไหมนิ่มลื่นและมองรอยปักงามวิจิตรและลูบไล้ไปพลาง ชายหนุ่มยิ้ม เนื้อผ้าดี ลวดลายความหมายดี สีที่ใช้ก็สวย ไม่ใช่สีแดงจัดชวนแสบตาของสีสังเคราะห์แต่เป็นสีแดงเข้มที่มาจากการสกัดและย้อมอย่างธรรมชาติ มันเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ ดูเรียบหรูไม่ฉูดฉาดเกินไปและน่าจะเข้ากับกับบุคลิกเคร่งขรึมของฝ่ายจ้าวบ่าวไม่น้อย..

"อืม.. ขอผมถ่ายรูปได้ไหมครับ"

ท่อนบนสวมชุดถังจวงสีแดงเข้มสไตล์จีน ท่อนล่างเป็นกางเกงขายาวสีดำแบบสากล ถือเป็นรูปแบบที่ผสานสองวัฒนธรรมได้เหมาะสมกำลังดี เฉินอวี่เฉิงพยักหน้าด้วยความพอใจพลางเอ่ยปากขอพนักงาน

"ได้ค่ะ เชิญคุณเฉินตามสบายเลยนะคะ"

"ขอบคุณนะครับ ขอโทษด้วยที่ช้าเลยต้องรบกวนให้รอ" ชายหนุ่มยิ้มขออภัย

"ไม่เป็นไรค่ะคุณเฉิน ทางร้านเรารู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้รับเกียรตินี้ คุณนายหลี่เองก็เป็นลูกค้าที่มีอุปการคุณต่อทางร้านของเรา ทางเราดีใจมากที่ได้รับโอกาสให้ช่วยดูแลเรื่องชุดในงานสำคัญ" พนักงานสาวเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หล่อนกล่าวคำขอบคุณคล่องปาก ก่อนจะป้องปากหัวเราะ "เช้านี้คุณนายหลี่โทรมากำชับที่ร้านเชียวล่ะค่ะ บอกว่าขอให้ช่วยดูแลลูกชายและลูกสะใภ้ มีแม่สามีที่ใส่ใจขนาดนี้ คุณเฉินนี่โชคดีจริง ๆ"

"ขอบคุณครับ" เฉินอวี่เฉิงบันทึกภาพเรียบร้อย เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ "คุณแม่ดีกับผมมาก ผมก็คิดว่าตัวเองโชคดีมากเหมือนกัน"

"ตัวคุณหลี่เองก็ทั้งเก่งกาจและเพียบพร้อมนะคะ ก้าวหน้าขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย งานนี้คุณเฉินกลายเป็นที่อิจฉาของสาว ๆ ทั่วเกาะฮ่องกงไปแล้ว"

"อ่า.. ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ขอบคุณที่ชมว่าที่คู่หมั้นผม" เฉินอวี่เฉิงเหลือบมองพนักงานสาวผู้คารมดีและหูตากว้างไกล ชายหนุ่มเห็นรอยยิ้มที่เจื่อนไปของหญิงสาวก็หัวเราะออกมาให้รู้ว่าไม่ได้ซีเรียส เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดกับถ้อยคำประจบเกินพอดีของอีกฝ่ายเพราะมันเป็นความจริง เฉินอวี่เฉิงเพียงแต่เปิดโปรแกรมสนทนาแล้วพิมพ์ข้อความไปพลาง

"หลี่หยางสวินเป็นคนที่สุดยอดมากจริง ๆ ขนาดคุณยังเห็นว่าเขาเพียบพร้อมขนาดนี้ ผมเองก็ต้องพยายามมากขึ้นแล้วล่ะ"

/แบบเสื้อของร้านนี้สวยมาก พี่ใส่แล้วต้องเหมาะมากแน่ ๆ  รีบมานะครับ /

/read/

กดส่งข้อความไปอย่างรวดเร็วและมองดูการขึ้นอ่านแต่ไม่ตอบที่เขาคุ้นแสนคุ้น ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับเสียงเอ่ยปากขอตัวของพนักงานสาวอย่างไม่ใส่ใจนักและเลือกหยิบแคทตาล็อกเสื้อผ้ามาพลิกดูต่อ หางตาแอบมองไปด้วยเผื่อจะมีข้อความอะไร แต่สองสามนาทีผ่านไปก็มีแต่ความเงียบซึ่งทำให้เขาแอบเบ้ปากนิด ๆ กับความเฉยชาและอาการแชทหนักขวาที่ยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

หลี่หยางสวินนอกจากพูดน้อยแล้วยังเป็นคนไม่ชอบพิมพ์อะไรมากมาย นี่เป็นสิ่งที่เฉินอวี่เฉิงเรียนรู้และบอกตนเองให้เคยชินเมื่อเราสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น  แม้อาการเหมือนคุยคนเดียวจะทำให้รู้สึกเขาเซ็ง ๆ แต่เฉินอวี่เฉิงก็รู้ดีว่านี่มันดีที่สุดแล้ว ดีเกินฝันด้วยซ้ำหากนึกถึงเรื่องราวที่เราก้าวผ่านกันมา การยอมรับสายทุกครั้งที่เขาโทรหา ยอมวิดิโอคอลคุยด้วยทุกคืนก่อนนอนตามคำสัญญา ยอมมานั่งทานข้าวด้วยกันตอนเที่ยงเวลาเฉินอวี่เฉิงหอบปิ่นโตไปส่งให้ และยังช่วยเขาติวหนังสืออีก ความสัมพันธ์เดินไปช้า ๆ แต่ก็เกิดขึ้นจากความเต็มใจเช่นนี้ถือว่าดีมากแล้วจริง ๆ

อย่างน้อยก็ไม่ได้ทะเลาะกันจนยกเลิกงานหมั้นล่ะนะ

เฉินอวี่เฉิงยิ้ม คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าในที่สุดเราก็จะหมั้นหมายกันแล้ว ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเมื่อพนักงานสาวคนเดิมเดินเข้ามา หล่อนเอ่ยถามอย่างสุภาพว่าต้องการดูชุดไหนอีกหรือไม่ อีกฝ่ายผายมือไปยังหุ่นโชว์ที่มีเสื้อผ้าแบบต่าง ๆ จัดวางอยู่อย่างงดงามน่าสนใจ มีทั้งเสื้อผ้าแบบจีนที่เน้นสีแดงมงคลดูสดใส ชุดแต่งงานแบบสากลที่เป็นสูทขาวและกระโปรงยาวฟูฟ่อง และยังมีชุดแต่งงานแบบประยุกต์ที่ผสานสองวัฒนธรรมอย่างน่าสนใจ ดูละลานตาและยากจะเลือกได้โดยเฉพาะกับเฉินอวี่เฉิงที่นั่งมึนฟังรายละเอียดมาเกือบครึ่งชั่วโมง

"เดี๋ยวผมรอเลือกตอนอีกคนมาแล้วกันครับ"

ชายหนุ่มบอกปัดด้วยสาเหตุเดิมอย่าง ว่าที่คู่หมั้นไม่ว่าง – ติดงานด่วน - เช่นเคย

ทั้งที่นัดกันไว้แล้วแต่ยังมีงานด่วนแทรก มันเลยเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่หลี่หยางสวินยังมาไม่ถึง เฉินอวี่เฉิงได้แต่นั่งดูแบบเสื้อนั่งเลือกชุดที่จะใส่คนเดียวไปก่อน อันที่จริงเลือกชุดสำเร็จรูปก็ได้อยู่หรอก ไม่จำเป็นต้องมาเลือกแบบและตัดชุดใหม่ให้วุ่นวายแบบนี้ แต่แม่งานทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะคุณน้าอี้เหมยต่างก็วิ่งวุ่น ทุ่มเทกำลังและจิตใจเพื่อรังสรรค์งานให้ออกมายิ่งใหญ่แบบไม่น้อยหน้าใคร ถือคติว่าแม้จะเป็นแค่งานหมั้นหมายแต่ก็จะไม่ทำอะไรลวก ๆ ง่าย ๆ เพราะงั้นตัวเอกของงานอย่างเฉินอวี่เฉิงและหลี่หยางสวินจึงถูกกระตุ้นให้เต้นตามอย่างช่วยไม่ได้ วันนี้เลือกชุด ตัดชุด พรุ่งนี้ถ่ายรูปคู่สำหรับใช้ประดับในงาน อีกวันก็เลือกการ์ดเชิญ แล้วดูเหมือนสัปดาห์หน้าต้องเจียดเวลาว่างวันหนึ่งไปแจกการ์ดด้วยกัน เรียกว่าหัวหมุนกันเลยทีเดียว

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีความสุข..

แอบนึกย้อนไปไม่ได้ว่าตอนนั้นตัวเขาใส่ใจงานหมั้นนี่แค่ไหน คำตอบคงเป็นไม่ และถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างสุดซึ้งเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฉินอวี่เฉิงรีบปัด ๆ เรื่องเก่าออกจากหัวขณะเสียงรถดังขึ้น ชายหนุ่มมองออกไปยังนอกร้านด้วยสีหน้ามีความหวัง เขาเห็นสายฝนโปรยและรถคันใหญ่ขับตรงเข้ามาก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ตารางเวลายุ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะต้องเจียดเวลามาจัดการเรื่องงานหมั้นหมายอาจจะทำให้นักธุรกิจที่มีงานรัดตัวอย่างหลี่หยางสวินลำบากไปบ้าง แต่กับคนว่างอย่างเฉินอวี่เฉิงแล้วนับว่าเขาสุขใจ การได้มาพบหน้าพูดคุยและสนทนากัน สำหรับเขามันหมายถึงการได้พบหน้าและสร้างความสัมพันธ์ให้เราสองคนขยับใกล้ชิดกันมากขึ้น ไม่ได้เสียเวลาอะไรสักนิด

"มาแล้วเหรอครับ.. อะ ฝนสาดใส่พี่จนเปียกหมดแล้ว ผมเช็ดหน้าให้"

เฉินอวี่เฉิงรีบเดินไปรับเมื่อเห็นคนที่ตนเองรอคอยเปิดประตูเข้ามาในร้าน เห็นหยาดฝนซึมลงกับสูทราคาแพงของอีกฝ่ายก็เอ่ยปากทักทันที

"ไม่เป็นไร นิดหน่อยเอง"

"เอาน่า นิ่ง ๆ ครับ อย่าดิ้นสิ"

ยกมือขึ้นปัดหยาดน้ำฝนจากไหล่กว้างของว่าที่คู่หมั้น เฉินอวี่เฉิงยังหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวออกมาเพื่อเช็ดหยาดน้ำที่เส้นผมและใบหน้าของหลี่หยางสวินอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคนตัวสูงจะเอียงหน้าขยับไหล่หนีก็อย่าคิดว่าจะหนีพ้น หลังจากรุกจีบและสร้างความสนิทสนมกับหลี่หยางสวินมาเป็นเวลาพอสมควร เฉินอวี่เฉิงคาดเดาได้หมดแล้วว่าอดีตสามีที่ชอบทำหน้าตายจะมาไม้ไหน

"เรียบร้อยแล้ว... พี่ขับรถมาน่าจะเหนื่อย ดื่มชาก่อนสิครับ"

"ขอบคุณ"

ร่างสูงรับน้ำชาที่พนักงานสาวช่วยเสิร์ฟให้พลางปรายตามองแคทตาล็อกเสื้อผ้าที่เปิดวางอยู่บนตักคนข้างตัว หลี่หยางสวินเงยหน้ามองบรรยากาศในร้าน มองรอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินอวี่เฉิงไปพลางก่อนจะวางจอกชาลง กระแอมไออย่างเป็นการเป็นงาน

"ไหนล่ะ เลือกอะไรไว้?"

"ฮืม ผมอยากได้แบบนี้ครับ" ขยับไปนั่งชิดอีกฝ่ายด้วยอาศัยข้ออ้างเรื่องแบบเสื้อแล้วเปิดแคทตาล็อกให้ดู นิ้วเรียวชี้ลงไปยังชุดถังจวงสีแดงเข้มปักลวดลายมงคลไปพลาง "คุณแม่บอกว่าจะจัดพิธีแบบโบราณ ผมเลยคิดว่าควรแต่งตัวเข้ากับธีมเสียหน่อย ใส่เสื้อตัวนี้คู่กับกางเกงขายาวก็ดูดี ไม่เป็นทางการเกินไป แล้วก็ไม่ดูโดดจากตัวงานมากเกินไป พวกคุณแม่น่าจะชอบ"

"เธอเลือกอะไรแม่ฉันก็ชอบหมดแหละ"

ดวงตาคมฉายแววขันนิด ๆ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ระยะเวลาที่ผ่านมาหลี่หยางสวินรู้ดีว่าตัวเขาตกกระป๋องส่วนเฉินอวี่เฉิงกลายเป็นลูกรักไปแล้ว ต่อให้ทำอะไรขัดใจผู้ใหญ่แค่อ้อนนิดอ้อนหน่อยคร้านจะถูกตามใจและโอ๋แทบไม่ทัน

"แล้วพี่ล่ะครับชอบไหม?" เฉินอวี่เฉิงไม่ปฏิเสธว่าตัวเองเป็นที่รักของบรรดาผู้สูงวัย หากแต่ก็ใช้ดวงตาใสกระจ่างมองคนข้างกายตาไม่กะพริบ

"ก็ดี" หลี่หยางสวินว่า "เซนส์การแต่งตัวของเธอดีอยู่แล้ว"

"แต่แบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็มีนะครับ อย่างชุดนี้ที่เป็นชายยาว หรือเป็นชุดแบบสากลก็น่าสนใจ ถึงจะแปลกตาไปแต่ถ้าเลือกสีให้เข้ากัน..."

"พอแล้ว เลือกแบบนี้ก็เอาอย่างนี้เถอะ ฉันยังมีธุระ" หลี่หยางสวินยกมือขึ้นห้ามพลางบอกปัดเรียบ ๆ

"ไหนบอกว่าเคลียร์งานหมดแล้ว ตอนบ่ายเป็นเวลาว่างของเราสองคนไม่ใช่เหรอครับ"

"ธุระด่วน" ชายหนุ่มว่า "เย็นนี้ฉันต้องไปทานข้าวกับคู่ค้า ที่มานี่ก็เพื่อรับเธอกลับบ้าน รีบวัดตัวแล้วกลับกัน"

"ผมไปด้วยได้ไหม?"

"งานนี้ไม่เหมาะกับเธอหรอก"

"แต่..." เฉินอวี่เฉิงเม้มปาก เขาเผยสีหน้าไม่ยินยอม "ผมคิดว่าพวกเรามีนัดกันหลังจากนี้ คิดว่าเราจะได้ทานข้าวด้วยกัน"

"ฉันรู้ แต่มันเป็นงานด่วน ช่วยเข้าใจฉันด้วย" หลี่หยางสวินสบตาคู่นั้น ชายหนุ่มถอนหายใจนิด ๆ แต่ในดวงตาคมสีน้ำตาลทอแววจริงจัง "ฉันผิดนัดเอง แล้วจะชดใช้ให้วันหลัง"

"เอาเถอะครับ"

เห็นความจริงจังในแววตาคู่นั้น เฉินอวี่เฉิงได้แต่ถอนหายใจ เขาเตือนตัวเองว่าอย่าทำตัวพูดไม่รู้เรื่องและส่งยิ้มให้คนตรงหน้า "ผมเข้าใจแล้ว ไม่งอแงหรอก ยังไงก็ดีกว่าพี่ให้ผมมาเลือกชุดคนเดียวใช่ไหมล่ะ ขอบคุณครับที่ยังอุตส่าห์มาหาทั้งที่ยุ่งมาก พวกเราไปวัดตัวกันเถอะ"

เฉินอวี่เฉิงลุกขึ้น ชายหนุ่มเดินนำคนรักไปยังมุมที่ถูกจัดไว้สำหรับวัดตัวอย่างร่าเริงแม้ในใจจะเหี่ยว ๆ เขานึกเสียดายไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้พวกเรานัดกันไว้ วันก่อนอุตส่าห์ตกลงกันดิบดีว่าหลังจากเลือกชุดกันเรียบร้อยแล้วจะทานข้าวกัน แต่งานด่วนก็คืองานด่วนนั่นล่ะ เฉินอวี่เฉิงพยายามเข้าใจ หลี่หยางสวินเป็นนักธุรกิจก็ธรรมดาที่จะมีนัดทานข้าวกับคู่ค้าอะไรแบบนั้น ให้เขาไปด้วยก็เกรงจะจบแบบงานเลี้ยงครั้งก่อน ต่อให้ตอนนี้เฉินอวี่เฉิงจะพยายามอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและวางแผนจะเรียนต่อปริญญาโทอย่างจริงจัง แต่มือใหม่อย่างเขาให้ไปนั่งก็ช่วยอะไรไม่ได้แถมเกะกะเสียมากกว่า

 

เขาเข้าใจ แต่ภาพที่หลี่หยางสวินเดินจับมือเด็กชายคนหนึ่งและพาเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าพร้อมกับคุณเลขาสกุลเว่ยนี่มันอะไรกัน?

 

++++++++++++++++++++++


#สามีของผม ตอนนี้ถ้าใครจะด่าพี่หลี่ก็ด่าฟรีนะคะ ไม่ต้องจ่ายเงิน 5555  เนื้อเรื่องช่วงนี้ก็จะเรื่อย ๆ ด้วย คลายปมไปด้วยนะคะ ขอบคุณคอมเมนต์และทุกคนที่เข้ามาอ่านมากค่ะ

... และหายไปนานก็มีสต๊อกไว้แล้ว  ตอนต่อไปเจอกันพรุ่งนี้นะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #37 Melovemind (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:13

    แงงงงง
    #37
    0