Forbidden Love (fic Vampire Knigth)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 280 Views

  • 4 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    23

    Overall
    280

ตอนที่ 4 : ราตรีที่ 4 ตัวจริงของคนสวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

          ราตรีที่ 4  

ตัวจริงของคนสวน

 

ได้พบแล้วนะครับคุณซากุระ คานาเมะส่งยิ้มซากุระที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึงอย่างถึงที่สุด เชื่อว่าเธอคงตกใจไม่น้อยเลยที่พบเขาในสภาพนี้

 

อ...น... อะไรกันเครื่องแบบนี่... น... ไนต์คลาสเหรอ!!?” ซากุระชี้คานาเมะอย่างตกใจ คานาเมะหัวเราะเบาๆกับท่าทางแบบนั้น

 

ท่านพี่ นี่รู้จักกันมาก่อนเหรอคะ?” ยูกิที่เริ่มปะติดปะต่อเรื่องได้ถามเพื่อความแน่ใจ

 

ก็คุณคนสวนที่บอกให้ซากุระมาที่นี่ยังไงละคะเพียงได้คำตอบ เสียงหัวเราะจากนักเรียนไนต์คลาสและเดย์คลาสก็ดังระงมไม่แม้แต่ยูกิที่หัวเราะจนท้องแข็งเว้นเสียแต่เซโร่ที่ยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลนัก

 

ฮ่าๆๆๆ

 

คานาเมะยิ้มน้อยๆกับความไร้เดียงสาของคนตรงหน้า เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะไร้เดียงสาไม่รู้สึกสงสัยอะไรเขาเลย แต่จะว่าเธอก็ไม่ได้ตัวเขาเองก็ร่วมเออออไปกับคนตรงหน้าด้วย แต่ก็อดแปลกใจในความไร้เดียงสาของเธอไม่ได้

 

ฮ่าๆ อ๊ะ! ฮ... ซากุระจัง...ท...ทำไม ฮ่าๆ ถ ถึงมองว่าท่านพี่เป็นคนสวนละคะ ฮ่าๆยูกิถามทั้งๆที่ยังหัวเราะอยู่ ซากุระที่หน้าแดงเพราะความอายมองคนตัวใหญ่ที่ยืนส่งยิ้มขำๆมาให้ตนอย่างเสียใจ

 

ก็ซากุระถามแล้ว คุณไม่บอกแถมยังพูดเออออตามกันด้วย แบบนี้จะให้ซากุระคิดว่าคุณเป็นใครละ? ซากุระไม่ได้เคยเห็นคนสวนบ่อย ๆ นะ จะได้หามาตรฐานอะไรมาบอกว่าคุณไม่ใช่คนสวนซากุระแก้ตัวแก้มใสแดงขึ้นเพราะความอาย นี่เป็นการหน้าแตกครั้งแรกที่เธอจะจำไปจนวันตายเลย!!!

 

หึๆ แต่ผมก็ไม่เคยพูดว่าผมเป็นคนสวนนี่คานาเมะตอบคำถามของซากุระ ใช่ เขาไม่เคยบอกแบบนั้นแค่เออออไม่ได้ขัดสาวน้อยตรงหน้าเท่านั้นเอง

 

ฮะๆ อีกอย่างนะคานาเมะคนนี้น่ะ เขาเป็นหัวหน้าหอพระจันทร์ด้วยนะสาวน้อยอิจิโจเดินมาข้างหลังซากุระพร้อมบอกในสิ่งที่เธอคิดไม่ถึงที่สุด

 

ห... หัวหน้า... หอพระจันทร์เหรอ!?”

 

ครับ คุรัน คานาเมะ หัวหน้าหอพระจันทร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับคานาเมะตอบด้วยรอยยิ้ม ซากุระมองคนตรงหน้าอย่างตกตะลึง นอกจากจะเป็นนักเรียนไนต์คลาสแล้วเขายังเป็น...ห หัวหน้าของไนต์คลาส!!!

 

“.......”ซากุระเงียบลงทันตาใบหน้าหวานก้มลงนึกเจ็บใจที่ถูกหลอกแบบนี้ จริงอยู่เธอเป็นคนเชื่อคนง่ายแถมยังถูกหลอกบ่อยๆด้วย แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันเสียความรู้สึกมากกว่าที่ผ่านๆมา

 

ซากุระจัง เอ่อ...

 

สนุกนักรึไง?”

 

เอ๋? ซากุระจัง

 

สนุกนักรึไงที่หลอกซากุระแบบนี้ รู้นะ... ว่าอาจจะคิดไปเองทั้งหมด แต่ทำไมถึงต้องทำให้เข้าใจผิดแบบนั้นด้วยละ ทำไมถึงไม่ยอมพูด... หรือคิดว่าซากุระจะรู้สึกสนุกด้วยเหรอถ้าเรื่องมันแดงออกมา คิดผิดแล้ว...มันไม่สนุก ซากุระน่ะ..คำพูดตัดพ้อจากร่างเล็กๆทำให้คนที่หัวเราะหยุดหัวเราะทันที ยูกิรู้ได้ว่าซากุระกำลังเสียใจเธอรู้ว่าซากุระเป็นคนที่เชื่อคนง่าย อัธยาศัยดี ไม่แปลกหากเธอจะเคยถูกหลอกจากคนที่เธอเชื่อใจ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องตลกที่ซากุระคิดว่าคนหล่อขั้นเทพอย่างคานาเมะเป็นคนสวน แต่สำหรับซากุระอาจจะเป็นเรื่องที่เสียใจมากที่สุดก็ได้

 

ถือว่าซากุระทำตามที่สัญญาแล้วนะ ขอตัวละคะ ต้องรีบกลับหอซากุระบอกแล้วเดินหันหลังจากไปทันที คานาเมะมองแผ่นน้อยๆที่สะท้อนความเสียใจนั่นแล้วเป็นอันต้องเดินตามไป ใช่ว่าเขาสนุกที่ได้แกล้ง แต่ไม่คิดว่าซากุระจะซื่อได้ขนาดนี้ ถือเป็นสิ่งผิดคาดเลย

 

คุณซากุระรอก่อนครับคานาเมะเรียกซากุระที่กำลังเดินไป เธอใช้แขนเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆแล้วหันกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่คานาเมะคิดว่าซากุระว่าเวลาโกรธนั้นรับมือยาก

 

มีอะไรคะ? ถ้าช้าจะเข้าชั้นเรียนสายนะคะ?” ซากุระบอกใช่ว่าเธอห่วงคานาเมะแค่อยากไล่เขาไปให้พ้นๆก่อนก็เท่านั้น

 

ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ผมแค่อยากมาขอโทษที่ไม่ได้บอกว่าผมเป็นใคร

 

ช่างเถอะคะยังไงซะที่ผิดก็เป็นซากุระอยู่ดี แค่นี้ใช่ไหมคะ?” อย่างที่คานาเมะคิดไว้ซากุระเวลาโกรธรับมือยาก แต่ไม่แน่อาจจะเป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็วกว่าที่เขาคิดก็ได้

 

คุณโกรธผม?”

 

เปล่าค่ะ คุณไม่ผิดนี่ แค่ซากุระไม่ถามให้ดีก่อน ก็เท่านั้น

 

แล้วทำไมคุณถึงต้องร้องไห้ คุณไม่น่าจะร้องไห้กับเรื่องแค่นี้นะครับ?”

 

เรื่องแค่นี้... สำหรับคุณอาจจะเป็นเรื่องแค่นี้ แต่สำหรับซากุระ... มันเป็นเรื่องใหญ่นะ

 

“...งั้นผมก็ขอโทษอีกครั้งละกันนะครับ... จะเป็นไปได้ไหมถ้าหากผมอยากชวนคุณไปซื้อของในเมืองพร้อมๆกับยูกิในวันอาทิตย์นี้” คานาเมะลองใช้การไปเที่ยวหลอกล่อ หวังให้ยูกิช่วยทำให้ซากุระหายโกรธแต่...

 

“....”

 

“....”

 

จริงนะ

 

เอ๋?”

 

ไปซื้อของ พาซากุระไปจริงๆนะ

 

ค ครับคานาเมะไม่สามารถปรับอารมณ์ให้ทันซากุระได้ ทั้งที่เมื่อกี้ดูโกรธมากขนาดนั้นแท้ๆ แต่พอเอาเรื่องเที่ยวมาล่อกลับหายโกรธอย่างง่ายดาย

 

เหมือนเด็กจริงๆ

 

ในระหว่างมองท่าทางสนใจของซากุระ คานาเมะได้กลิ่นซากุระโชยมาอีกครั้งแต่ที่น่าแปลกคือ ก่อนที่เขาจะพบกับซากุระกลิ่นนี้เหมือนยาพิษทำให้เขาคลั่งและโหยหา แต่เมื่อได้พบ ได้รู้จัก...สิ่งที่คิดว่าน่าจะรุนแรงขึ้นกลับสงบได้อย่างน่าประหลาด ...แบบนี้จะให้เขาคิดอย่างไรดี?

 

งั้นผมขอตัวนะครับ แล้วเจอกันวันอาทิตย์คานาเมะเอ่ยลา แล้วเดินไปยังห้องเรียนของตัวเองในหัวนึกถึงกลิ่นเจ้าปัญหาที่ทำให้เขาตื่น กับกลิ่นที่ทำให้เขากลายเป็นปีศาจกระหายเลือด และสุดท้ายกลิ่นของซากุระที่ทั้งอบอุ่น อ่อนโยนดั่งดวงอาทิตย์ถึงแม้ว่ากลิ่นจะเหมือนกันแค่ไหนก็ตามแต่เขาไม่ค่อยอยากจะฟันธงเท่าไรว่าเป็นกลิ่นเดียวกัน

 

ท่านพี่... ซากุระจังหายโกรธแล้วใช่ไหมคะ?” ยูกิถามเมื่อได้พบกับคานาเมะที่ออกมาเดินข้างนอกหลังจบคาบเรียน

 

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ผมหาคนที่จะไปซื้อของด้วยกันอาทิตย์นี้ได้อีกคนแล้วละครับ”

 

“ซากุระจังงั้นเหรอคะ!!!

 

“ครับ รบกวนเธอช่วยพาคุณซากุระเที่ยวด้วยนะครับ” คานาเมะมองใบหน้าที่ดูตื่นเต้นของยูกิแล้วรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่ชวนซากุระไปด้วย

 

“ไว้ใจได้เลยค่ะ ต้องเป็นการซื้อของที่สนุกที่สุดเลยละค่ะ” ยูกิพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะชะงักเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างได้

 

“ว่าแต่ ท่านพี่ไปรู้จักกับซากุระจังได้ยังคะ? แล้วไปทำยังไงถึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนสวนได้ละ?”

 

“...นิดหน่อยครับ เรียกว่าเป็นความบังเอิญคงได้”

 

“ความบังเอิญมันไม่มีในโลกหรอกท่านพี่ มีแต่พรหมลิขิต” ยูกิยิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อเรื่องชักถูกดึงมาทางนี้คานาเมะจึงเลือกที่จะบอกลา

 

“งั้นผมขอตัวนะ” ว่าแล้วคานาเมะก็เดินออกจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ยูกิยิ้มกับความคืบหน้าในสิ่งที่เธอต้องการแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่หนึ่งในแผนของเธอ แต่การพบกันโดยที่อยู่นอกเหนือแผนแบบนี้จะเรียกว่าเป็นความสำเร็จก้าวแรกดีไหมนะ

 

ทางด้านคานาเมะที่ดินห่างออกมาใจจริงของเขาต้องการจะเดินเพื่อตรวจความเรียบร้อยแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงมาหยุดที่หอพระอาทิตย์ คานาเมะเดินเข้าไปข้างใน ไม่ใช่เพื่อมาหาอาหาร ตัวเขาเองไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมาที่นี่ นับตั้งแต่ได้พบกับซากุระมีบางอย่างที่เขาไม่แน่ใจ เป็นแรงดึงดูดเล็กๆจากตัวซากุระที่ทำให้เขาต้องมาพบเธอ มีหลายครั้งที่คิดว่าควรออกห่างแต่ทุกครั้งที่คิดแบบนั้นเท้าเจ้ากรรมก็พาตัวเขามาหาเธอทุกครั้ง...

 

“...นี่ยังไม่นอนอีกงั้นเหรอ?” คานาเมะเอ่ยเขามองขึ้นไปยังห้องที่กลิ่นของซากุระมากที่สุด ไฟยังสว่างอยู่แสดงว่าเจ้าตัวยังไม่นอน

 

“ทำอะไรอยู่นะ?” คานาเมะมองการเคลื่อนไหวของเงาในห้องพอเดาได้ว่าเธอกำลังอ่านหนังสือ แล้วกำลังไปนอนเพราะงั้นเขาควรกลับ เมื่อไฟในห้องซากุระดับลงคานาเมะจึงเดินออกมาใบหน้าประดับยิ้มน้อยๆราวกับคนที่มีความสุข โดยไม่รับรู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังมองทุกๆการกระทำของเขาอยู่...

 

 

...วันอาทิตย์...

 

“ซากุระจังช้าจังเลย” ยูกิพูดเมื่อทั้งเธอ เซโร่และคานาเมะยืนรอซากุระมาหลายนาทีแล้ว พอได้ข่าวมาบ้างว่าซากุระเป็นคนที่ชอบมาสาย...

 

ยูกิหันไปมองคานาเมะในเสื้อโค้ทสีดำที่เจ้าตัวชอบใส่ นึกไปนึกมาก็อยากให้ท่านพี่ของเธอได้ใส่เสื้อผ้าสีอื่นบ้างนอกจากสีดำ

 

ลองให้ซากุระจังเลือกเสื้อผ้าให้ท่านพี่ดีไหมนะ?

 

“ขอโทษที่สายค่ะ” ซากุระวิ่งมาหาในชุดเดรสสีขาวยาวระเข่า ปกเสื้อแบบกะลาสีผูกริบบิ้นสีฟ้า เส้นผมสีนิลมัดรวบหางม้าอย่างดี ด้านหน้าปล่อยหน้าม้าและปลอยผมเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้สายอะไรขนาดนั้น” ยูกิตอบด้วยน้ำเสียงติดร่าเริงเมื่อเห็นคนข้างตัวมองสาวน้อยตาไม่กระพริบ

 

“รีบไปกันเถอะซากุระจัง” ว่าแล้วก็รีบจูงมือซากุระออกจากโรงเรียน การเลือกซื้อของในวันนี้เป็นยูกิที่คอยพาซากุระเดินไปตรงนั้นที ตรงนี้ทีผิดกับซากุระที่ดูจะสนใจของในเมือง ความเป็นอยู่มากกว่าคล้ายกับเพิ่งเคยมาครั้งแรก

 

“ซากุระจังดูเสื้อตัวนี้สิสวยไหมๆ” ยูกิถามเธอทำแบบี้มาแทบทุกร้านและคำตอบที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม

 

“สวยดีนะคะ” ซากุระตอบทั้งๆที่ยังไม่ได้มองอะไร เธอสนใจผู้คนข้างนอกมากกว่า ยูกิมองซากุระที่ตอบทั้งอย่างนั้นแล้วรู้สึกแปลกใจ ทั้งที่ดูน่ารักขนาดนี้แต่เธอกลับดูเหมือนจะไม่สนใจพวกเครื่องประดับ เสื้อผ้าหรือของจุกจิกเหมือนเด็กทั่วๆไปเลย เธอเหมือนกับเพิ่งได้ออกมาโลกภายนอกครั้งแรกยังไงยังงั้น

 

การเดินซื้อของจบลงที่ร้านขนม ถึงยูกิจะเป็นแวมไพร์ไม่รับรสชาติแต่การเลือกจะมานั่งร้านอาหารแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรทำเมื่อตัวเองต้องมากับมนุษย์ ซากุระไม่ใช่แวมไพร์ถึงจะแข็งแรงยังไงแต่สุดท้ายก็ต้องกินต้องดื่มถ้าไม่ให้ซากุระได้พักบ้างมันก็จะใจร้ายเกินไป แต่จะนั่งมองซากุระกินอยู่ฝ่ายเดียวก็คร้านจะถูกสงสัยเลยต้องสั่งอะไรมาทานเพื่อกลบเกลื่อน

 

ยูกิสั่งพาเฟ่ต์มาทานส่วนเซโร่และคานาเมะที่นั่งแยกออกไปไม่ได้สั่งอะไร ได้แต่นั่งมองหน้ากันนิ่งๆเชื่อได้ว่าสองคนนี้มีความคิดไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเลยคือเกลียดขี้หน้ากัน แม้ว่าเซโร่จะมียูกิเป็นคนรักแล้วก็ตาม

 

“คุณซากุระทานอะไรดีครับ?” คานาเมะเลิกมองเซโร่แล้วหันมาถามซากุระที่เอาแต่มองเมนูไม่ยอมสั่งอะไรเสียที

 

 

“ดีละเอาอันนี้คะ อันนี้ อันนี้....แล้วก็อันนี้คะ” เมื่อซากุระตัดสินใจได้แล้วก็เริ่มสั่งของหวานมาหลายอย่างชนิดที่ว่าพนักงานถึงกับจดแทบไม่ทัน คานาเมะมองซากุระแล้วรู้สึกทึ่งในอารมณ์ ตัวเล็กอย่างกับเด็กประถมแต่ดันเป็นคนกินจุ...

 

ไม่นานเกินรอของที่ซากุระสั่งก็มาวางเต็มโต๊ะ ยูกิมองของหวานตรงหน้าแล้วอดกลัวไม่ได้

 

กินเยอะขนาดนี้จะอ้วนไหมเนี้ย

 

“ทานละคะ~

 

“เดี๋ยวคะ!!!” ยูกิเรียกเอาไว้ก่อนที่ซากุระจะลงมือทาน

 

“??? มีอะไรเหรอคะ”

 

“ซากุระจังจะทานหมดนี่จริงๆเหรอ? เยอะขนาดนี้?”

 

“คะ” ซากุระตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่กลัวอ้วนเหรอ? ไม่สิเดี๋ยวกลับโรงเรียนไม่ไหวนะ”

 

“สบายมาก ท้องซากุระน่ะ เป็นหลุดดำของหวานนะคะ งั้นทานละนะคะ” ฮารุนะตอบแล้วลงมือทานทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานของหวานที่เต็มโต๊ะเมื่อครู่ค่อยๆพร่องลงไปจนไม่เหลือซักจาน แต่ท้องของซากุระกลับไม่ใหญ่ขึ้นเลย ที่ว่ามีหลุมดำของหวานเนี้ยอาจจะจริงก็ได้

 

“อิ่มแล้วคะ ฮ้า~อิ่มจัง” ซากุระลูบท้องอย่ามีความสุข

 

“ส สุดยอด...” ยูกิมองไม่นึกเลยว่าเด็กตัวเล็กๆแบบนี้จะทานหมด

 

“...กระเพาะผู้หญิงน่ากลัวจริงๆ” เซโร่ว่ามองกองจานกับตัวของคนกินอย่างอึ้งๆ

 

“น นั่นสิครับ” คานาเมะเห็นด้วย

 

“อ๊ะ!!! ซากุระขอตัวซักเดี๋ยวนะคะ”

 

“จะไปไหนเหรอคะ?”

 

“ไปซื้อของส่วนตัวน่ะค่ะ ไปแค่แปบเดียว เดี๋ยวมาคะ” ว่าแล้วก็ออกจากร้านไปทันที ทิ้งหนึ่งสาวกับอีกสองหนุ่มนั่งมองกองจานจำนวนไม่น้อยต่อไป

 

เวลาผ่านไปซากุระที่บอกว่าจะไปแปบเดียวนั้นหายไปร่วมชั่วโมงทำให้ยูกิกลัวเด็กน้อยจะไปหลงทางที่ไหน

 

“นานจังเลย ไปหลงทางที่ไหนเข้ารึเปล่านะ?” ยูกิพูดขึ้น คานาเมะเองก็รู้สึกมานานแล้วจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที ยูกิมองตามท่านพี่ของเธอแล้วยิ้มจางๆ

 

นึกว่าต้องใช้เวลามากกว่านี้ซะอีก

 

คานาเมะที่ออกมาจากร้านมองหาซากุระท่ามกลางฝูงคนในสถานที่ที่คนอยู่เยอะแบบนี้กลิ่นของซากุระเจือจางเกินกว่าจะตามหาเจอได้ง่ายๆ แต่แล้วสิ่งที่ตามหาก็ปรากฏตรงหน้าซากุระเดินออกจากร้านหนังสือเธอมองหาทางที่จะกลับแต่ก็ถูกชนอยู่หลายครั้ง ก็นะคนตัวเล็กแบบนั้นจะเดินในที่ที่คนอยู่เยอะแบบนี้ก็ไม่แปลกเลยที่จะถูกชน

 

คานาเมะมองคนตัวเล็กอย่างขำ ๆ ช่างเป็นคนที่ทำให้เขาหัวเราะได้บ่อยดีจริง ๆ

 

“อ๊ะ! รุ่นพี่” ดูเหมือนเธอจะเห็นเขาแล้ว ฮารุนะพยายามฝ่าผู้คนเพื่อมาหาเขา ดังนั้นคานาเมะจึงเดินเข้าไปหาเธอเพื่อไม่ให้เธอถูกเบียดไปมากกว่านี่แต่ว่า

 

“อุ้ย!! ขอโทษค่ะ” ซากุระที่ชนใครเข้าขอโทษ ชายร่างใหญ่ก้มลงมากระซิบบางอย่างกับเธอแล้วถูกต่อยเข้าที่ท้องและถูกพาออกไปจากจุดนั้นทีนที คานาเมะที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบออกตามแม้ว่าจะไม่ชินกับเส้นทางก็ตาม

 

ร่างของซากุระถูกวางในตรอกเล็กๆแห่งหนึ่ง ชายร่างใหญ่มองผิวขาวๆของซากุระอย่างหิวกระหายลิ้นสีชาดเลียริมฝีปากนึกกระหยิ่มใจ

 

“หอมจริงๆ กลิ่นของแม่หนูน้อยน่ะ” เสียงแตกพร่าของเขาพูด เขาก้มลงสำรวจร่างน้อยๆเหยื่อของเขา...

 

“ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอของหายากในที่แบบนี้ โชคดีของเราจริงๆ ฮ่าๆ” เขาหัวเราะเสียงดังสูดกลิ่นอย่างพอใจ มือใหญ่ยกตัวซากุระขึ้น ปัดเส้นผมของเธอออกจากต้นคอ กลิ่นหอมของดอกซากุระทำให้น้ำลายสอ เขาอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวยาวแล้วก้มลงไปหาซากุระพร้อมจะฝังเขี้ยวที่คอเพื่อดูดกินเลือดสดๆที่น่าลิ้มลอง

 

ตึก ตึก ตึก

 

เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หน้าทางเข้าตรอกแวมไพร์ระดับ E เงยหน้าขึ้นจากซากุระก่อนที่จะได้เห็นว่าใครที่มาในเวลานี้ร่างของเขาก็ถูกแขนสีดำแทงทะลุอก แวมไพร์ผู้หิวกระหายกลายเป็นฝุ่นในทันที แขนเงาสีดำหายไปพร้อมกับร่างของคานาเมะที่ก้าวเข้ามาหาซากุระที่หลับไม่ได้สติอยู่

 

“อย่าแตะต้องเธอ” เขาพูดเบา ๆ แล้วนั่งคุกเข่าข้าง ๆ ซากุระ

 

“คุณซากุระครับ คุณซากุระ”

 

“...อ อือ...” ซากุระขยับตามเสียงเรียก เธอมองรองๆตัวที่ไม่คุ้นตาอย่างมึนงงก่อนจะหยุดที่ใบหน้าเรียบเฉยของคานาเมะ ซากุระขยับลุกขึ้นช้าๆรู้สึกเจ็บที่ท้องที่โดนต่อย...

 

กลิ่นหอมดีจริงๆนะ เธอน่ะ

 

“!!! อ๊ะ! โอ๊ะ!” เพราะขยับตัวเร็วเกินไปซากุระจึงก้มลงไปกุมท้องที่ยังเจ็บไม่หาย

 

“ไม่เป็นไรนะครับ?”

 

“แล้วคนที่ทำร้ายซากุระละ?” เธอถามมองหน้าคานาเมะ เธอต้องการคำตอบ

 

“หนีไปแล้วครับ” เขาโกหกไม่อยากให้เธอตกใจกลัวหากรู้ว่าที่ทำร้ายเธอคืออะไร

 

“ง งั้นเหรอ...” ซากุระคราง มองไปรอบๆที่ที่เธอถูกพามานึกสงสัยกับกองฝุ่นที่พื้น ถึงจะอยากรู้แต่จะถามก็ใช่ที่ซากุระจึงเลือกที่จะเงียบ

 

“พอจะลุกไหวไหมครับ เราจะกลับโรงเรียนกัน”

 

“พอไหวค่ะ” ซากุระตอบเธอพยายามลุกขึ้นแต่ก็เกือบล้มไม่เป็นท่า คานาเมะที่เห็นท่าไม่ดีจึงพยุงซากุระแล้วให้เธอขึ้นหลังของตัวเอง

 

“แบบนี้จะช้านะครับ ให้ผมพาไปเถอะ”

 

“ต... แต่...”

 

“เดี๋ยวยูกิจะรอนานนะครับ” เมื่อเถียงไม่ได้ซากุระจึงยอมที่จะให้คานาเมะพาตัวเองไป นึกสงสัยกับคำพูดสุดท้ายของคนที่พาเธอมาก่อนที่เธอจะไม่ได้สติ

 

ขอได้ไหมเลือดของเธอน่ะ

 

To be continuing…

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น