Forbidden Love (fic Vampire Knigth)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 280 Views

  • 4 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    23

    Overall
    280

ตอนที่ 3 : ราตรีที่ 3 พบกันครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

          ราตรีที่ 3

พบกันครั้งแรก

 

“คนที่ไม่แม้แต่จะส่งยิ้มให้ตัวเอง พระเจ้าไม่คิดจะยิ้มให้หรอกนะ” เสียงสดใสที่คานาเมะเคยได้ยินในตอนที่มีเด็กใจกล้าเดินไปในห้องเรียนเวลากลางคืนทำให้คานาเมะหันหลังไปตามเสียงที่ที่พูดกับเขา ในตอนนั้นที่เขาได้พบ...

 

สิ่งเดียวที่คิดได้คือนางฟ้าตัวน้อยๆ เส้นผมสีดำสนิทเป็นประกาย ดวงตาสีเขียวสดใสชวนให้นึกถึงทุ่งหญ้า ผิวขาวอมชมพูเปล่งปลั่ง รูปร่างเล็กๆน่ารัก เรียวปากอิ่มสวยสีชมพูธรรมชาติส่งยิ้มมาให้เขา

 

“เธอ...”

 

“คุณเป็นใครน่ะ เป็นคนสวนเหรอ? แล้วทำไมถึงพูดว่าพระเจ้าไม่ส่งยิ้มให้ละ?” ซากุระเอ่ยปากถามแถมยังเข้าใจผิดคิดว่าหัวหน้าหออย่างคานาเมะเป็นคนสวนด้วย อาจเพราะเวลานี้เขาไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบไนท์คลาสก็ได้... เขาออกจากหอมาก่อนจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างที่เคยเป็น... แต่กระนั้นกับหน้าตาหรือท่าทางสูงสง่าเหล่านั้นไม่น่าทำให้สาวน้อยตรงหน้าคิดว่าเขาคือคนสวนแม้แต่น้อย

 

“เอ่อ...” คานาเมะมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ นอกจากเธอจะไม่สนรูปลักษณ์ภายนอกของเขาแล้ว เธอคนนี้ยังไม่รู้จักเขาด้วย จะว่าเหนือความคาดหมายดีไหมนะ

 

“อ้อ! ลืมไปเลย ฉันฮารุนะ... ชิรายุริ ซากุระยินดีที่ได้พบ นี่เป็นคนสวนใช่ม่ะ ตรงนี้น่ะสวยจังนะ การจัดมุม ทางเดินแล้วก็น้ำพุดูเป็นธรรมชาติมากๆเลย แต่ว่าขาดสีสันนะ น่าจะปลูกดอกไม้ไว้ซักหน่อย ดอกกุหลาบดีไหมนะ เอ๊ะ! รึปลูกต้นซากุระดีละ?” คานาเมะมองซากุระที่กำลังสาธยายต้นไม้ที่คิดว่าควรปลูกที่สวนน้ำพุแล้วนึกขำ

 

เด็กคนนี้แกล้งไม่รู้จักเขารึเธอไม่รู้จักจริงๆกันแน่นะ แต่ถึงอย่างนั้นชั่วครู่หนึ่งเขาก็สามารถลืมสิ่งที่ทำให้เขาเดินออกมาจากหอพระจันทร์ได้ อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกซากุระที่อบอวนอยู่ในอากาศตอนนี้ก็ได้ ไม่ก็ความสดใสของเธอคนนี้ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเลี้ยงเด็กอีกครั้ง

 

“ผมว่าต้นซากุระก็ดีนะ” คานาเมะตอบ เด็กสาวยิ้มกว้างให้กับความคิดนั้น

 

“ใช่ม่ะๆ สวยใช่ม่ะ ตอนที่มันบานแล้วกลีบร่วงลงมาที่น้ำพุน่ะสวยมากๆเลย ที่บ้านซากุระก็ปลูกต้นซากุระไว้ใกล้ๆกับออนเซนด้วย เวลาอาบน้ำจะมีกลิ่นหอมโชยมา สดชื่นมากๆเลย” ซากุระเล่าพร้อมเดินมานั่งข้างๆคานาเมะอย่างกับคนที่สนิทกันมานาน แอบคิดไปว่าเด็กคนนี้กำลังจีบเขาอยู่แต่แววตาจริงจังกับสิ่งที่พูดนั้นทำให้คานาเมะลังเล

 

รึว่าเธอไม่รู้จริงๆ

 

“ทำไมมาที่นี่ในเวลานี้ละ? จะมาแอบดูไนต์คลาสเหรอ?” เขาลองหยั่งเชิง ไม่อยากเชื่อเท่าไรนักว่าเด็กคนนี้ไม่รู้จักเขาจริงๆ

 

“หา? แอบดู? เฮ้อ~ ซากุระไม่สนหรอกค่ะว่าไนต์คลาสจะทำอะไรกันอยู่ไม่อยากรู้จักด้วย เพราะยังไงก็ไม่ได้เจอกันง่ายๆอยู่แล้ว ถึงจะรู้ว่าพวกเขาน่าตาดีแต่สำหรับซากุระท่านแม่ดูสวยที่สุด ที่หล่อที่สุดก็คานาเมะแมวที่เลี้ยงไว้ที่บ้านน่ะ แบบนี้จะไปอยากเจอคนพวกนั้นทำไม เห็นว่าเป็นบุคคลชั้นแนวหน้าใช่ไหมละ อีกอย่างเวลาที่จะได้มีโอกาสพูดคุยพบปะมันก็ไม่มี แถมรู้จักไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่รู้จักแบบนี้ดีแล้ว” คำอธิบายยาวเหยียดนั้นทำให้คานาเมะนึกขำ ไหนจะเรื่องแมวที่เธอเลี้ยงชื่อเหมือนเขาอีกจะเรียกว่าบังเอิญรึอะไรดีละ

 

ในช่วงที่ได้คุยกันอยู่กลิ่นหอมอ่อนๆที่เขาตามหาก็เริ่มส่งกลิ่นรุนแรงขึ้นกลิ่นหอมที่ถูกส่งมาจากซากุระแต่ครั้งนี้กลับไม่ทำให้เขารู้สึกกระหายเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับทำให้ใจสงบ ความเจ็บปวดทรมานถูกบรรเทาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับบาดแผลของเขาได้รับการเยียวยาอย่างช้าๆ

 

“...ฉีดน้ำหอมอะไรน่ะครับ? กลิ่นหอมดีจริงๆ”

 

“...รู้ไหมคุณเป็นคนที่สองแล้วนะที่ถามซากุระแบบนี้ แล้วซากุระก็จะขอตอบอีกครั้งเลยว่า ซากุระไม่ได้ฉีดน้ำหอม ไม่เคยแตะ ไม่เคยซื้อ ซากุระแพ้กลิ่นน้ำหอมน่ะ ไม่ว่าจะกลิ่นแรง กลิ่นอ่อน ๆ ซากุระก็แพ้ทั้งนั้น แล้วจะไปฉีดน้ำหอมได้ยังไงกัน” คำตอบของเธอทำให้คานาเมะอึ้งเล็กน้อย ไม่ได้ฉีดน้ำหอมแล้วกลิ่นนี่มันมาจากไหน? จากตัวของเธองั้นเหรอ?

 

“คนที่ถามเธอคนแรกรึว่าจะเป็น...คุรัน ยูกิ?”

 

“เอ๊ะ!? รู้ได้ไงคะเนี้ย?...” คานาเมะไม่ตอบเพียงแต่ส่งยิ้มกลับไปให้ซากุระสงสัยเล่นๆ ก่อนที่เธอจะวกกลับมาเรื่องเดิม

 

“แล้วจะเอาซากุระมาปลูกเมื่อไรคะ”

 

“เอ๋?...เอ่อ...เรื่องนั้นคงต้องไปปรึกษากับผู้อำนวยการก่อนนะครับ”

 

“ถ้าจะปลูกเมื่อไรเรียกซากุระได้ทุกเมื่อเลยนะ เห็นอย่างนี้แต่ซากุระเก่งเรื่องงานสวนนะ ต้นไม้ดอกไม้ที่บ้าน ซากุระเป็นคนปลูกเองหมดเลย วันหยุดลองไปที่บ้านดูไหมละ?”

 

“ครับถ้าผมว่างผมจะไป”

 

“สัญญาแล้วนะ อ่ะ! นี่ๆแล้วมีต้นไม้ดอกไม้ที่ชอบบ้างไหม? เป็นคนสวนต้องมีต้นไม้ดอกไม้ที่ชอบเป็นพิเศษใช่ไหมละ พอจะบอกได้ไหม?”

 

“ผม...ชอบดอกกุหลาบครับ”

 

“กุหลาบ ภาษาดอกไม้คือ...”

 

“ความรักครับ... แล้วคุณชิรายุริละครับมีไหม ดอกไม้ที่ชอบ”

 

“ซากุระชอบทั้งหมดเลยค่ะ กุหลาบ คิคุ ฟูจิ ซากุระ ฮิกันบานะ ซากุระชอบหมดเลย” เขายิ้มจางๆให้กับความชอบของเด็กสาว

 

เหมือนเด็กๆ

 

“ชอบกุหลาบ งั้นคุณก็ต้องรู้ความหมายของแต่ละสีสินะ”

 

 “ครับพอรู้นิดหน่อย”

 

“...นี่ มีความหลังกับความรักเหรอ?” ซากุระถาม สีหน้าของชายตรงหน้าดูหมองลงไปตั้งแต่เขาบอกว่าภาษาดอกไม้ของกุหลาบคือความรัก

 

คานาเมะไม่ตอบ ทิ้งตัวเองสู่ความทรงจำแสนทรมานจนคล้ายจะลืมไปว่าซากุระอยู่ด้วย เธอมองมาที่เขาอย่างไม่ชอบใจ เธอไม่ชอบให้ใครมีสีหน้าทรมานแบบนี้เลย ทั้ง ๆ ที่คนคนนี้เหมาะกับรอยยิ้มมากแท้ๆ

 

“อ่ะ” เธอยื่นดอกกุหลาบสีขาวที่เธอตั้งใจว่าจะนำไปไว้ที่ห้องให้คานาเมะ

 

“... นี่มัน...” คานาเมะมองกุหลาบขาวในมือซากุระอย่างไม่เข้าใจ

 

“ซากุระให้ ภาษาดอกไม้ของกุหลาบขาวคือ รักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน ขอแค่ได้รักแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว...”

 

“...ขอบคุณครับ” คานาเมะรับกุหลาบขาวมาอย่างเบามือก่อนจะรีบวางไว้ข้างๆตัว กลัวว่าเด็กคนนี้จะกลัวหากรู้ว่าเขาเป็นอะไร

 

“แหะๆ ถึงซากุระจะไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไรแต่คิดว่านี่อาจจะสื่อได้ดีนะ” ซากุระยิ้มให้คานาเมะหลังจากที่ได้รับคำขอบคุณ หลังจากนั้นทั้งคานาเมะและซากุระก็คุยไปเรื่อยๆเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นบ้างเป็นครั้งคราวก่อนจะกลับมาคุยเรื่องดอกไม้เช่นเดิม ความรู้สึกสนิทสนมก่อตัวขึ้นช้าๆทั้งที่เพิ่งได้พบกันเพียงแค่วันเดียวแต่เหมือนกับรู้จักกันมานาน

 

ซากุระไม่ใช่คนถือตัวถ้าเป็นคนที่ถูกใจละก็เธอก็จะคุยด้วยทุกคนไม่ว่าจะเคยรู้จักมาก่อนรึเปล่า ทั้งคู่คุยกันจนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาที่นักเรียนเดย์คลาสต้องกลับหอและไนต์คลาสต้องไปเรียน

 

“ว้า... อุสาเจอคนที่คุยถูกคอแล้วเชียว งั้นซากุระกลับเลยนะคะ ไม่อยากเป็นภาระให้พวกพี่ๆยูกิเขาน่ะค่ะ”

 

“ครับผมก็จะไปเหมือนกัน... ไม่คิดจะมาดูนักเรียนไนต์คลาสจริง ๆ เหรอครับ?” คานาเมะถาม เขาชักอยากเห็นหน้าของสาวน้อยตรงหน้าเวลาที่เธอได้รู้ว่าเขาเป็นใครแล้วละสิ

 

“...ไม่ดีกว่าค่ะ ฮารุต้องไปทำการแล้วก็ท่องหนังสือ ไม่ว่างไปดูใครหรอกค่ะ แล้วก็ไม่อยากเจอด้วย”

 

“แย่เลยนะครับ อ้อ! ผมคานาเมะ... คุรัน คานาเมะ”

 

“?!!! ค คานาเมะ!! ชื่อเหมือนเจ้าคานาเมะเลย บังเอิญรึเปล่าคะเนี้ย?” ซากุระยิ้มเหมือนได้พบกับของเล่นใหม่ นาน ๆ จะได้เจอคนที่ชื่อเหมือนแมวของเธอนี่นะ

 

“ครับ ผมว่าเรื่องบังเอิญ ไว้พบกันใหม่นะครับ” คานาเมะกล่าวลา

 

“ค่ะ ไว้พบกันใหม่นะคะคุณคานาเมะ” เมื่อกล่าวลาแล้วซากุระก็รีบวิ่งกลับไปที่หอทันที ส่วนทางด้านคานาเมะก็กลับเข้าหอทางประตูหลังเพื่อเลี่ยงสาวๆที่มารอหน้าหอ

 

“คานาเมะไปไหนมาเหรอ?” อิจิโจที่มายืนรอทักเขาที่กลับมา

 

“ไปเดินเล่นมาน่ะครับ” เขาว่าพลางเดินกลับขึ้นห้องมองกุหลาบขาวที่ค่อยๆเหี่ยวเฉาจนกลายเป็นเถ้าแล้วจึงทิ้งก้านอย่างไม่ใยดี อย่างไรเสียเขาก็ไม่คิดว่าตัวเองพอใจที่จะแค่ได้รักอยู่ฝ่ายเดียวอยู่แล้ว

 

“ไร้เดียงสาเกินไปแล้วนะครับคุณซากุระ ความรักน่ะต้องเป็นรักที่ได้มาครอบครองสิครับถึงจะมีความสุข”

 

“กรี๊ด!!!!ท่านคุรัน~” เสียงกรีดร้องของสาวๆดังขึ้นเมื่อคานาเมะก้าวออกมาจากหอพักเป็นคนสุดท้าย คานาเมะมองไปรอบมองหาซากุระแต่ไม่พบ ท่าเรื่องที่เด็กคนนั้นพูดคงเป็นเรื่องจริง เรื่องที่ไม่รู้จักเขาหรือไม่อยากรู้จักไนต์คลาส

 

“ท่านพี่ดีขึ้นไหมค่ะ?” เขาหันไปมองยูกิที่เดินมาถามเขาต้นคอถูกปิดด้วยพลาสเตอร์ยา รอยเขี้ยวที่เอาแต่ใจของเขา คานาเมะลูบรอยที่คอของยูกิอย่างเบามือ

 

“เธอต่างหากดีขึ้นรึเปล่า?” เขาถามใบหน้าเศร้าสร้อยของคานาเมะให้ยูกิใจหาย

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง... อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิคะ” ยูกิพูดเธอไม่อยากให้คานาเมะต้องทำหน้าเศร้าแบบนั้น

 

“แต่ผม...”

 

พรึบ!!!

 

“ถ้าไปช้าจะสายนะครับรุ่นพี่คุรัน” เซโร่ที่มาจากไหนก็ไม่ทราบจับมือของคานาเมะให้ห่างจากยูกิ เหตุการณ์วันนี้ทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อใจคานาเมะเท่าไรนัก

 

“เซโร่...”

 

“น่ากลัวจังนะ...” คานาเมะว่าแล้วเดินไปจากตรงนั้นตัวเขาเองก็ชักเริ่มเกลียดตัวเองที่ลงมือกับยูกิแบบนั้น แต่จะโทษว่าเขาทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะทั้งหมดนั่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลิ่นหอมของดอกซากุระที่ไม่ทราบที่มา...

 

!!!! กลิ่นดอกซากุระนั่นมัน เป็นกลิ่นเดียวกับ...”

 

.กลิ่นของคุณซากุระ

 

 

วันต่อมาคานาเมะเดินออกมานอกหอพระจันทร์อีกครั้งส่วนหนึ่งเพราะอยากพิสูจน์ว่าที่เขาคิดนั้นจะเป็นจริงอย่างที่เขาคิดรึเปล่า... แต่เขาไม่พบซากุระแต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไรอย่างไรเสียเด็กคนนั้นคงไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆอยู่แล้ว พอคิดแบบนั้นคานาเมะจึงค่อยๆเดินดูรอบๆโรงเรียนเพื่อไม่เป็นที่สังเกตเขาเลือกที่จะเดินในป่าทึบเพื่อไม่ให้ใครพบ แล้วในที่สุดเขาก็พบ ซากุระที่กำลังนั่งทานขนมปังและนมในสวนกุหลาบ

 

ทำไมถึงไม่ทานข้าวนะ

 

“เด็กไม่ดีเลยนะครับไม่ยอมทานข้าวกลางวันแบบนี้” คานาเมะทักทั้งที่ตัวเองยังอยู่ในพุ่มกุหลาบ ซากุระสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปตามเสียงแล้วก็ได้พบกับคานาเมะที่ส่งยิ้มมาให้

 

!!!? คุณคนสวนคานาเมะ มาได้ไงคะเนี้ย?” ฮารุนะทักด้วยรอยยิ้ม

 

“ผมมาดูสวนตรงนี้น่ะครับ อีกสักพักผมก็จะไปแล้ว”

 

“เหรอคะ... ทานด้วยกันไหมคะ?” ฮารุนะถามคานาเมะส่ายหน้าเป็นคำตอบซากุระจึงทานต่อ

 

“ทำไมถึงไม่ยอมทานข้าวละครับแบบนั้นเสียงสุขภาพนะ”

 

“ไม่เอาค่ะ อาหารของที่นี่ไม่อร่อยนี่น่า แถมทานไปก็ไม่ได้คุณค่าทางอาหารเยอะแยะอะไร ซากุระว่ามาทานนมกับขนมปังแบบนี้ยังดีกว่าเลย” ซากุระอ้างแล้วกัดขนมปังในมือต่อ

 

“แบบนั้นมันไม่ดีต่อร่างกายนะครับน่าจะทานอย่างอื่นบ้าง”คานาเมะแย้งอีกครั้งพอเข้าใจแล้วว่าทำไมคนตรงหน้าถึงตัวเล็กได้ขนาดนี้ ถ้าประเมินจากสายตาแล้วน่าจะสูงประมาณ 150-152 ซม. เท่านั้นเทียบกับสาว ๆ ของเดย์คลาสรึพวกเขาแล้วก็เด็กประถมดีๆนี่เอง(กับยูกิก็สูงพอๆกัน)

 

“ก็มันไม่น่าทานนี่ ที่บ้านน่ะซากุระเป็นคงลงมือทำอาหารเองทุกอย่างเลย พอมาอยู่ที่แบบนี้แล้วคงรู้สึกไม่อยาก...มั้ง” ซากุระตอบอ่อมแอ้ม

 

“มิน่าถึงได้ตัวเล็กเหมือนเด็กประถมแบบนี้” เท่านั้นละคำพูดแทงใจดำคำนั้นทำให้ซากุระขมวดคิ้วเข้าหากัน หันไปมองคานาเมะอย่างเอาเรื่อง

 

“ซากุระไม่ใช่เด็กประถมนะ!! อีกอย่างอาหารที่ซากุระชอบทานนอกจากของหวานแล้วก็เป็นข้าว ซุบมิโซะ เทมปุระ ไข่หวาน ซุชิ ซาชิมิ แล้วก็นมสดด้วยที่ซากุระไม่โต ไม่ได้มาจากอาหารการกินซักหน่อย!!

 

“ครับๆ ไม่เกี่ยวกัน” คานาเมะนึกหัวเราะอยู่ในใจกับปมด้อยเล็กๆของซากุระ แต่การที่ซากุระตัวเล็กแบบนี้ก็ทำให้เจ้าตัวดูบอบบางขึ้นเป็นเท่าตัว นึกๆดูก็น่ารักไปอีกแบบ...

 

นี่ผมคิดว่าซากุระน่ารัก... คิดว่ามีคนอื่นน่ารักนอกจากยูกิ

 

“...? นี่เป็นอะไรไปเหรอ? เงียบไปเลย”

 

“อ่ะ เปล่าครับผมแค่คิดว่าผมต้องไปแล้ว” หลังจากเงียบไปนานคานาเมะจึงตัดบทก่อนที่จะมีคนมาพบเขา

 

“คุณไม่คิดจะไปพบไนต์คลาสสักครั้งเหรอครับ?” คานาเมะถามอีกครั้ง

 

“อะไรกัน ทำไมถึงมีแต่คนอยากให้ซากุระไปเจอไนต์คลาสนักนะ” ซากุระออกอาการเซ็งเมื่อมีคนถามคำถามนี่อีกครั้ง

 

“มีคนขอให้คุณไปพบแล้วเหรอครับ?”

 

“พี่ยูกิน่ะ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วพี่เขาพยายามให้ซากุระไปเจอให้ได้ก่อนหน้าที่คุณคานาเมะจะมาก็มาขอด้วยซ้ำ ไหนจะเพื่อน ๆ ในห้องอีก คนพวกนั้นมีอะไรดีนะ?”

 

“ทำไมไม่ลองไปพบดูละครับ บางทีอาจจะได้คำตอบ อีกอย่างรู้จักรุ่นพี่เอาไว้ก็ไม่เสียหายพวกเขาอาจจะช่วยอะไรคุณในอนาคตก็ได้” คานาเมะยกข้ออ้าง 108 ขึ้นมาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องอยากให้เด็กคนนี้รู้นัก

 

“เฮ้อ~ ก็ได้ค่ะ วันนี้ไม่มีการบ้านอะไรด้วยจะแวบไปพอเห็นหน้าแล้วกลับคงไม่เสียหาย มั้ง” ซากุระตัดสินใจด้วยรอยยิ้มซึ่งนั่นทำให้คานาเมะพอใจอย่างถึงที่สุด ชักอยากให้ถึงเวลาเย็นเร็วๆแล้วสิ

 

“งั้นแล้วเจอกันนะครับ”

 

 

“ยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมพวกเขาถึงเป็นที่สนใจนัก”  ซากุระบ่นกับตัวเองมองจำนวนนักเรียนเดย์คลาสจำนวนมากที่มายืนอออยู่หน้าประตูไนต์คลาส เธอตกปากรับคำจากคุณคนสวนมาแล้วต่อให้เกลียดที่ที่คนเยอะขนาดไหนก็ต้องมา เธอไม่ชอบผิดสัญญา

 

“ซากุระจังยอมมาแล้วเหรอ” ยูกิถามเมื่อได้เห็นว่าใครยืนอยู่ด้ายหลังพวกสาวๆ นึกแปลกใจที่ซากุระมาที่นี่ทั้งๆที่เคยชวนให้มาตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมมา

 

“ก็ว่าจะไม่มาหรอกค่ะ แต่ก็สัญญากับคุณคนสวนแล้วนี่น่า” ฮารุนะตอบ นึกเสียใจที่ตอบปากรับคำแถมยังสัญญาว่าจะมาอีกด้วย

 

“? คนสวน?”

 

แอ๊ด...

 

ก่อนที่จะได้คุยหรือถามไถ่เหตุผลประตูหอพระจันทร์เปิดออก สาวๆที่มายืนรอต่างรีบพุ่งไปหาเหล่านักเรียนไนต์คลาสแทบจะทันที

 

!!!”ซากุระมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าที่เธอเห็นจะเป็นเรื่องจริง

 

ยิ่งกว่าพวกดารานักร้องอีก รู้สึกสงสารแหะ

 

เธอคิดมองความวุ่นวายอย่างคนที่สงสารคนที่อยู่กลางวงล้อม

 

“ขอตัวไปทำหน้าที่ก่อนนะ เดย์คลาสกลับหอได้แล้วนะ ทุกคนฟังหน่อยสิ!!” ยูกิตะโกนพยายามดึงพวกสาวๆออกมา

 

“รุ่นพี่ไอโด้”

 

“รุ่นพี่ชิกิค่ะ!!

 

“รุ่นพี่คาอิน” เสียงเรียกชื่อที่ปนกันจนฟังแทบไม่รู้เรื่องทำให้ซากุระรู้สึกรำคาญ เธอเกลียดที่แบบนี้มาก ครั้นจะพยายามมองเหล่าไนต์คลาสเพื่อจะได้รีบๆกลับก็ไม่ได้มีแต่ความวุ่นวายตรงหน้าทำให้เธอมองไม่เห็นใครหรืออะไรทั้งนั้น

 

“เดย์คลาส!! ถ้ายังไม่กลับหอจะส่งรายชื่อให้กับผู้อำนวยการทุกคน!!” สิ้นเสียงทุ้มของเซโร่ พวกสาวๆที่ยืนออกันอยู่จึงถอยไปยืนด้านข้างเพื่อเปิดทางให้ไนต์คลาส แต่นั่นละ...

 

!!!อ๊ะ!!” เมื่อสาวๆถอยมาด้านข้างคนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างซากุระจึงถูกดันออกไปจนเธอทรงตัวไม่อยู่ ล้มลงไปกับพื้น ข้อศอกถลอกจนเลือดซิบ

 

กลิ่นหอมหวานที่ชวนให้กระหายคละคลุ้งไปทั่ว ไนต์คลาสสูดกลิ่นหอมนั่นอย่างกระหาย มองหาต้นตอกลิ่นหอมอย่างพร้อมเพรียง

 

“มีใครเลือดออก แต่กลิ่นนี่” ยูกิปิดจมูกรู้สึกกระหายอย่างมาก ก่อนจะเดินไปหาคนที่กำลังหลั่งเลือดออกมาตอนที่ยังมีสติอยู่

 

“ขอโทษนะ เลือดออกเลย” นักเรียนหญิงคนหนึ่งเอ่ยพลางดูแผลให้ซากุระ

 

“อือ เราซุ่มซ่ามเองนั่นละ” ซากุระตอบ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดของตัวเอง

 

จบเรื่องนี้คงต้องไปว่าคุณคนสวนซะหน่อยแล้ว ซากุระคิดอย่างหมายมาด จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครเดินมาหาเธอ

 

“ไม่เป็นไรนะครับคุณชิรายุริ”

 

!! คุณคน... เดี๋ยวเครื่องแบบนั่น” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยซากุระจึงรีบหันหาเจ้าของมือที่ส่งมาให้ แต่ก่อนจะได้ต่อว่าเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเครื่องแบบสีขาวที่คานาเมะใส่

 

“น ไนต์คลาส?”

 

“ได้พบแล้วนะครับคุณซากุระ”

 

To be continuing…


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น