Little Heart [บีคริส]

ตอนที่ 13 : EP.12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60



น้ำหวานสูดลมหายใจเข้าเต็มปวดอีกสิบนาทีก็จะถึงเวลานัดที่เห็นเขายิ้มเมื่ออยู่ต่อหน้าน้ำทิพย์ไม่ใช่ว่าไม่กลัวนะใจนี่เต้นระรัวยิ่งกว่ากลองชุดไม่คิดเลยว่าน้ำทิพย์จะมีรังสีเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งยิ่งเวลาเขาพูดด้วยเสียงนิ่งๆแล้วตัวเธอแทบจะแข็งกลายเป็นหิน


"คุณบีกำลังมาค่ะ เชิญรอด้านในสักครู่นะคะ" เลขาหน้าห้องเอ่ยบอกเพราะเธอจำน้ำหวานได้


น้ำทิพย์ก้มมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือซึ่งเหลืออีกหนึ่งนาทีตอนนี้เธอก็อยู่หน้าห้องทำงานของตัวเองพอดีเลขาสาวเอ่ยบอกว่าน้ำหวานมารอได้สักพักแล้วจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและผลักประตูเข้าไป


"สวัสดีค่ะ" น้ำหวานลุกขึ้นสวัสดีตามมารยาทน้ำทิพย์พยักหน้าพร้อมผายมือเชิญให้เขานั่งลง


"มีธุระอะไรสำคัญหรอถึงอยากพบฉัน" น้ำทิพย์ถามเสียงนิ่ง


"เรื่องคุณฝนค่ะ ฉันคิดดูแล้วฉันอาจจะไม่คู่ควรในเรื่องของฐานะ" น้ำหวานหยุดนิ่งก่อนจะพูดต่อด้วยใบหน้าจริงจัง "แต่นั้นมันเป็นเพียงข้อเดียวที่ฉันไม่คู่ควร..ฉันคิดว่าคุณก็คงทราบดี แล้วจะเป็นอะไรไหมคะถ้าฉันจะขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าฉันสามารถดูแลคุณฝนได้"


"ได้ดีกว่าฉันน่ะหรอ?" น้ำทิพย์ถามลองเชิง


"อาจจะไม่เทียบเท่าแต่อะไรที่เราพยายามมันมักจะออกมาดีเสมอไม่ใช่หรอคะ"


"ถ้าเธอเป็นฉันเธอคิดว่าฉันควรจะตอบว่ายังไงดี"


ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกดดันขนาดนี้มาก่อนน้ำหวานกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากคำถามนี้มันทำให้เธอใช้เวลาคิดเพราะถ้าเป็นเธอก็คงจะหวงลูกสาวเธอเข้าใจความรู้สึกของน้ำทิพย์แต่จะให้เธอตอบเข้าข้างตัวเองคงเป็นไปไม่ได้


"คุณบีบอกมาเถอะค่ะว่าจะให้โอกาสฉันหรือเปล่า" น้ำทิพย์ยกยิ้มก่อนจะพูดด้วยเสียงจริงจังกว่าเดิม


"คุณฝนเป็นทุกอย่างของฉัน ฉันรักคุณฝนมากและฉันก็หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ"


เมื่อได้ยินอย่างนั้นน้ำทิพย์ก็เงยหน้ามามองน้ำทิพย์ก่อนจะยิ้มดีใจเพราะน้ำทิพย์ยอมให้โอกาสเธอแล้วแต่ก็ยิ้มได้ไม่นานเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยพูดต่อ


"แต่มีข้อแม้"


"อะไรหรอคะ" น้ำหวานเอ่ยถามอย่างประหม่า


"ฉันไม่อนุญาตให้เธออยู่กับคุณฝนสองต่อสองตามลำพัง"


"แต่.."


"จะไปไหนแต่ละครั้งต้องบอกฉันเสมอและทุกเย็นเธอจะต้องมาทำอาหารให้คุณฝนทาน" น้ำหวานเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดก่อนน้ำทิพย์จะเอ่ยบอกข้อสุดท้าย


"อ่อ อย่าลืมไปรับไปส่งคุณฝนที่มหาลัยด้วยนะเพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว"


"ขอบคุณที่ให้โอกาสนะคะ ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง"


"ฉันจะคอยดูว่าเด็กอย่างเธอจะรักษาคำพูดหรือเปล่า"



ตลอดเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่คุยกับน้ำทิพย์ทั้งเกร็งและหายใจได้ไม่ทั่วท้องพอเดินออกมาจากห้องทำงานของน้ำทิพย์น้ำหวานก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก


ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเธอเห็นว่าน้ำฝนโทรหาเธอหลายไหนจะข้อความจากไลน์อีกแค่นี้ก็ทำให้เธอมีกำลังในการพิชิตใจพ่อตาแล้วแต่วันนี้เธอยังไม่อยากจะไปเจอน้ำฝนเลยเลือกที่จะไม่โทรกลับหรืออ่านไลน์


น้ำฝนมาหาน้ำหวานที่ร้านแต่พนักงานก็บอกว่าน้ำหวานไม่เข้าร้านตั้งแต่เมื่อวานแล้วทั้งที่จริงน้ำหวานก็ไม่ได้ไปไหนแค่ไม่อยากออกไปเจอเท่านั้นเธออยากจะรู้ว่าน้ำฝนคิดถึงและอยากเจอเธอมากแค่ไหนพอได้เห็นแบบนี้แล้วก็มั่นใจว่าที่เธอยอมบุกไปเจอน้ำทิพย์มันไม่ศูนย์เปล่า


"รอฉันอีกนิดนะคะคุณฝน" น้ำหวานเอ่ยกับตัวเองเมื่อเห็นน้ำฝนเดินออกจากร้านไปแล้ว


ตกเย็นได้เวลาที่น้ำทิพย์กลับบ้านเขาเดินเข้าบ้านมาอย่างอารมณ์ดีแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวไปไหนไกลน้ำฝนก็วิ่งเข้ามาทุบตีน้ำทิพย์อย่างบ้าคลั่งเล่นเอาน้ำทิพย์ไม่ทันได้ตั้งตัวเล็บของลูกสาวข่วนเข้าที่ปลายคางจนเป็นรอย


"นี่มันอะไรกันคะ" น้ำทิพย์ถามเสียงดุเพราะน้ำฝนไม่เคยก้าวร้าวแบบนี้


"เพราะคุณบีคนเดียว! พี่น้ำหวานเขาหายไปเลย!"


"หมายความว่าไงคะ" เป็นอีกครั้งที่น้ำทิพย์ทำหน้าไม่เข้าใจ


"ก็หมายความว่าเขาไม่อยากเจอหน้าคุณไม่อยากยุ่งกับคุณฝนเพราะคุณบีไงคะ!"


คนเป็นลูกพูดจบก็เดินขึ้นห้องไปทิ้งให้น้ำทิพย์ยืนนิ่งไม่เข้าก็ไหนตอนสายของวันเธอเอ่ยอนุญาตไปแล้วนิแต่ทำไมน้ำฝนถึงยังได้โกรธเธอเป็นฝืนเป็นไฟแบบนี้ล่ะเธอไม่ชอบให้น้ำฝนเป็นแบบนี้เลยตอนที่ลูกพูดจาต่อว่าเธอมันไม่เจ็บเท่าเห็นน้ำตาบนใบหน้าลูกหรอกนะ


"ติดต่อน้ำหวานให้ฉันที!" น้ำทิพย์เอ่ยบอกเลขาทางโทรศัพท์


ระหว่างรอให้อีกคนโทรมาน้ำทิพย์ก็ให้แม่บ้านทำแผลให้ไม่คิดว่าเล็บของลูกสาวจอมเอาแต่ใจจะคมได้ขนาดนี้พอใส่ยาลงไปน้ำทิพย์เป็นต้องจิ๊ปากเพราะความแสบ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมเบอร์แปลกน้ำทิพย์กดรับมันทันทีไม่ปล่อยให้ปลายสายรอนาน


"ฮัลโหลค่ะ คุณบีมีอะไรให้ฉันรับใช้หรือเปล่าคะ"


"มีแต่ชดใช้เพราะเธอทำให้ฉันต้องเจ็บตัว!"


น้ำทิพย์พูดแค่นั้นก็ตัดสายเพราะตอนนี้อารมณ์โกรธมันมีมากกว่าเหตุผลและต้องการระบายความโกรธนั้นซึ่งคนที่ซวยรับมันไปก็คือน้ำหวาน


น้ำหวานยืนงงเพราะไม่เข้าใจว่าเขาไปทำอะไรให้น้ำทิพย์โกรธขนาดนั้นแล้วที่บอกว่าเจ็บตัวมันคืออะไรกันไม่ปล่อยให้สงสัยนานน้ำหวานตัดสินใจโทรไปหาน้ำฝนเพราะอยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น


"หายไปไหนมาอ่ะ ฉันโทรหาคุณตั้งหลายสายทำไมไม่รับเลย" เสียงจากปลายสายเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อหล่อนกดรับน้ำเสียงดีใจปนน้อยใจนิดๆ


"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนนะคะฉันมีเรื่องสำคัญจะถาม"


"เรื่องอะไรอ่ะ"


"คุณบีเขาเป็นอะไรหรือเปล่าฉันโทรหาเขา เขาพูดจาแปลกๆ" คำถามของน้ำหวานทำให้น้ำฝนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าเมื่อกี้ตอนเจอกันก็ไม่ได้มีอะไรนะนอกซะจาก...


"ฉันทะเลาะกับคุณบีนิดหน่อยนะ" น้ำฝนว่าเสียงอ่อน


"เอ้า! แบบนี้ก็ซวยฉันนะสิ"


น้ำหวานพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมน้ำทิพย์ถึงได้โกรธเธอเสียยกใหญ่คงเป็นเพราะโดนน้ำฝนอาลวาดนี่เองพอถามว่าทะเลาะอะไรกันก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วแบบนี้เธอจะหน้าที่ไหนไปเจอน้ำทิพย์กันละ ยิ่งคนอายุเยอะกว่าจับตามองคอยให้คะแนนความประพฤติอยู่แต่ยังไม่ทันเริ่มเลยคะแนนก็ติดลบซะละ


"จะมาโทษฉันไม่ได้นะคุณไม่รีบบอกฉันเอง" 


"ใครจะไปรู้ละคะว่าคุณจะไปอาลวาดใส่คุณบีแบบนั้นแล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะคุณบีเปลี่ยนใจไม่ยอมให้เราคบกันก็แย่เลย"


ได้ยินน้ำหวานพูดแบบนั้นน้ำฝนก็เริ่มใจคอไม่ดีอีกอย่างเธอก็ผิดนั้นแหละที่โมโหจนไม่ฟังเหตุผลและไปโวยวายใส่น้ำทิพย์อย่างนั้นทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยเป็นแบบนี้เลยคิดได้แบบนั้นก็รู้สึกผิด


"เดี๋ยวฉันจัดการเองคุณสบายใจได้"


น้ำฝนกดวางสายก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อจะเข้าไปหาน้ำทิพย์ในห้องทำงานแต่ในใจก็กล้าๆกลัวๆเพราะเธอพึ่งจะอาลวาดใส่คนอายุเยอะไปแถมยังต่อว่าไปต่างๆนานา แต่นั้นคงไม่ได้ทำให้น้ำทิพย์โกรธหรือเจ็บเท่ารอยแผลบนหน้าของเขาหรอก


"เข้ามา!"


เสียงตอบรับที่ดุดันเอ่ยออกมาเสียงดังเมื่อน้ำฝนเคาะประตูทำเอามือที่จะผลักประตูสั่นเล็กน้อยก่อนจะทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปน้ำทิพย์ลูบไปที่ปลายคางของตนก่อนจะหันมามองคนที่เดินเข้ามาหาเธอแอบแปลกใจที่เป็นน้ำฝน


"มีอะไรคะ" น้ำทิพย์ถามออกไปเสียงเรียบ


"เจ็บมากไหมคะ" น้ำฝนเอ่ยถามเมื่อมองเห็นแผลที่เธอเป็นคนทำไว้


"ไม่เจ็บเท่าลูกสาวเห็นคนอื่นสำคัญกว่าหรอกค่ะ" น้ำทิพย์ว่าอย่างประชด


"อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณฝนขอโทษคุณฝนอารมณ์ร้อนไปหน่อยคุณบีอย่าโกรธคุณฝนเลยนะคะ" 


น้ำฝนเดินเข้าไปเกาะแขนน้ำทิพย์ที่นั่งตรงโซฟาเธอรู้สึกผิดจริงๆและรู้ว่าทำเกินไปถ้าน้ำทิพย์จะไม่ยกโทษให้เธอจะไม่ต่อว่าเลยเพราะมันเป็นความผิดของเธอเอง แต่น้ำทิพย์ใจอ่อนตั้งแต่น้ำฝนเอ่ยถามว่าเจ็บหรือเปล่าแค่นั้นมันก็ทำให้เธอหายโกรธแล้ว


"ค่ะ คุณบีไม่โกรธคุณฝนก็ได้"


"ขอบคุณนะคะ" น้ำฝนกอดเอวน้ำทิพย์แน่นซบหน้าลงบนไหล่กว้างอย่างดีใจ


"แต่สำหรับน้ำหวานคุณบีไม่ยกโทษให้" น้ำทิพย์ว่าเสียงเรียบ



ศิรินนั่งคิดบัญชีเงินของทางร้านเพราะสิ้นเดือนแล้วเธอต้องคำนวณรายรับรายจ่ายและวันนี้ก็มีลูกค้ามาใช้บริการหลายคนจนบางทีเธอต้องออกไปต้อนรับด้วยตัวเองเพราะเป็นลูกค้าวีไอพี นี้ก็เกือบจะเย็นแล้วแต่เธอยังเคลียเอกสารไม่เสร็จพนักงานเห็นว่าศิรินยังไม่กลับเลยเดินเข้ามาหา


"คุณคริสมีอะไรให้ช่วยอีกหรือเปล่าคะ"


"อ่อ ไม่มีแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะฉันขอเคลียงานอีกสักพัก"


พนักงานสาวยกมือไหว้หล่อนพร้อมปิดประตูให้อย่างเบามือศิรินกดเครื่องคิดเลขไปก็ขีดเขียนตัวเลขลงบนแผ่นกระดาษเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ศิรินคว้ามันมารับก่อนจะใช่ไหล่ช่วยจับไว้


"ค่า"


"ทำอะไรอยู่คะ ทานข้าวหรือยัง"


"ยังค่ะบี คริสเคลียบัญชีที่ร้านอยู่อ่ะ" ศิรินตอบๆไปสายตาก็ยังจับจ้องตัวเลขตรงหน้า


"แต่นี่มันเลยเวลาเลิกงานมานานแล้วนะคะ"


"อีกแปบเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะเดี๋ยวถึงห้องจะโทรหานะคะ"


น้ำทิพย์ยอมวางเพราะเห็นว่าศิรินยุ่งจริงๆอีกอย่างอยากให้คนรักกลับไวๆยิ่งกลับดึกยิ่งอันตรายศิรินนั่งบวกลบเลขจนเสร็จเธอถอนหายใจอย่างแรงก่อนจะเก็บเอกสารไว้พร้อมมองนาฬิกาตอนนี้สองทุ่มพอดี ร่างบางคว้ากระเป๋าปิดไฟในห้องและเดินลงมาข้างล่างพร้อมจะกลับบ้านแต่ร่างสูงของใครบางคนกำลังยืนสำรวจร้านเธออยู่ ด้วยแสงไฟสลัวๆทำให้ศิรินคว้าอะไรก็ได้ที่ใกล้มือมาถือไว้และย่องเข้าไปเงียบๆ


"แก! ไอ้โจรชั่ว!"





ศิรินง้างมือเตรียมจะฟาดแต่อีกคนที่ไม่ได้ตั้งตัวหันมาพอดีไม้ในมือของศิรินฟาดเข้ากลางกบาลเต็มๆเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บศิรินก็ยังคิดว่าเป็นโจรเลยเตรียมจะฟาดอีก


"เดี๋ยวค่ะ! ฉันมาดี ฉันไม่ใช่โจร"


ศิรินชะงักไปแต่ไม่ยอมปล่อยไม้เพราะเธอไม่รู้ว่าอีกคนแกล้งพูดหรือเปล่ามือที่กุมศีรษะของเขาเต็มไปด้วยเลือดดูแล้วน่าจะหัวแตกแต่ศิรินก็ไม่ได้เดินเข้าไปช่วยจนเขาลุกขึ้นยืนพร้อมจิ๊ปากที่เห็นเลือดไหลไม่หยุด


"คุณเป็นเจ้าของร้านใช่ไหมคะ"


"ใช่" ศิรินตอบเพียงสั้นๆมือก็กระชับไม้ไว้แน่น


"วางไม้ลงเถอะค่ะฉันเป็นน้องพี่พลอยพอดีเห็นว่าร้านเปิดไฟอยู่แถมประตูไม่ได้ล็อกก็จะเข้ามาดูซะหน่อย" เขายกมือยอมและอธิบายอย่างเร็วเพราะกลัวเธอจะตีเขาอีกได้ยินชื่อเฌอมาลย์ศิรินจะลดมือลง


"ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าคุณเป็นน้องสาวพลอยจริงๆ ไม่ใช่ว่าแอบอ้างหรอกนะ" วรรณปิยะยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเฌอมาลย์พร้อมเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ศิรินได้ยิน


"มีอะไรอีกละถึงโทรมาเนี่ย"


"เพื่อนพี่นะดิ ตีหัวกวางซะแตกเลยคิดว่ากวางเป็นโจร" เขาว่าเหมือนมันเป็นเรื่องตลก


"บ้าน่า คริสไม่ทำแบบนั้นหรอกนอกจากว่าแกไปทำอะไรไม่ดีใส่เขาหรือเปล่า"


"อ่าๆ แค่นี้ก่อนละกันขอไปหาหมอก่อนเลือดจะหมดตัวแล้ว" 


วรรณปิยะวางสายก่อนจะยกมือขึ้นมากุมศีรษะเพราะเลือดไหลมากกว่าเดิมศิรินที่ได้ยินเสียงเฌอมาลย์คุยกับคนตรงหน้าอย่างสนิทสนมก็ทิ้งไม้ในมือก่อนจะพาอีกคนไปโรงพยาบาลโทษฐานที่เธอทำให้เขาเจ็บตัว


ศิรินนั่งรอยังด้านนอกสักพักวรรณปิยะก็เดินออกมาพร้อมกับพยาบาลเขาบอกให้เธอพาวรรณปิยะไปรอรับยาดูจากแผลกลางหัวเขาแล้วน่าจะเย็บหลายเข็ม


"เจ็บไหมคุณ" ศิรินตัดสินใจเอ่ยถาม


"ตอนโดนตีหรือตอนเย็บแผลคะ" วรรณปิยะว่าอย่างขำๆ


"ก็ทั้งสองนั้นแหละ ขอโทษนะฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นน้องพลอยก็ร้านมันปิดแล้วอยู่ๆเดินลงมาเห็นคุณยืนด้อมๆมองๆก็คิดว่าเป็นโจร"


ศิรินเอ่ยบอกก่อนว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะตีทั้งหมดเป็นแค่การป้องกันตัวสีหน้าของคนตัวเล็กทำให้วรรณปิยะยิ้มบางๆไม่เคยเห็นใครทำหน้ารู้สึกผิดได้น่ารักแบบนี้มาก่อนเลย พอมองศิรินดีๆผู้หญิงขาวหมวยคนนี้มีเสน่ห์พอตัวนะเพราะตอนนี้เธอไม่อาจจะละสายตาไปจากศิรินไปได้เลย


"ฉันว่าฉันไปส่งคุณดีกว่านะส่วนรถก็ทิ้งไว้ที่ร้านแหละพรุ่งนี้ค่อยไปเอา"


วรรณปิยะพยักหน้าตกลงยอมให้ศิรินไปส่งระหว่างทางก็คุยอะไรกันนิดหน่อยศิรินพึ่งรู้ว่าวรรณปิยะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเฌอมาลย์และพักอยู่ห้องข้างๆ แปลกที่เธอไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยไม่ว่าจะมากี่ครั้ง


"ขอบคุณนะคะที่มาส่งและก็ขอบคุณสำหรับค่ายา" วรรณปิยะว่าพร้อมชูถุงยาในมือขึ้นมา


"ไม่เป็นไรค่ะ อย่าลืมทานยาตามที่หมอสั่งนะคะ"


วรรณปิยะยิ้มและพยักหน้าก่อนที่ศิรินจะเคลื่อนรถออกไปจนลับตาวรรณปิยะเลยเดินเข้ามาในคอนโดพร้อมยกมือกุมศีรษะอันปวดหนึบ พอขึ้นมาถึงบนห้องเธอก็อาบน้ำกินยาแล้วนอนพักเพราะเสียเลือดไปเยอะเลยทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย



วันนี้ศิรินมาทำงานสายหน่อยเพราะเมื่อวานเธอเคลียงานเสร็จหมดแล้ววันนี้เลยไม่ต้องรีบเข้าไปที่ร้านพอมาถึงก็ยังเห็นรถของวรรณปิยะจอดอยู่เลยคิดว่าเขาคงจะยังไม่มาเอา ร่างบางเดินเข้ามาด้านในพนักงานก็เอ่ยบอกว่ามีคนมารอพบพอหันไปก็เห็นว่าเจ้าตัวกำลังเดินมาหาเธอ


"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณคริส" วรรณปิยะทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


"มีธุระอะไรกับคริสหรือเปล่าคะ" ศิรินถามอย่างสงสัย


"พอดีอยากตัดสูทตัวใหม่สำหรับใส่ไปทำงานค่ะ" วรรณปิยะบอกสิ่งที่เธอต้องการออกไปศิรินยิ้มพร้อมพยักหน้าและเชิญให้เขาขึ้นมาด้านบนเพราะเขาขอให้เธอเป็นคนวัดตัวให้


"ขออนุญาตนะคะ ช่วยกางแขนออกหน่อยได้ไหมคะ" วรรณปิยะทำตามศิรินอย่างว่าง่าย


ศิรินทำการวัดตัวให้วรรณปิยะอย่างคล่องแคล่วและตอนที่ศิรินวัดรอบอกเหมือนกับว่าหล่อนกำลังกอดเขาอยู่กลิ่นน้ำหอมจางๆจากตัวของศิรินทำให้วรรณปิยะเผลอสูดดมความหอมนั้นเต็มปอด ศิรินเห็นว่าเขายืนนิ่งเกินไปก็เงยหน้าขึ้นมามองริมฝีปากเฉียดกันไปนิดเดียว


แต่เพราะว่าศิรินเห็นเขาเป็นแค่ลูกค้าเลยไม่ได้คิดอะไรต่างจากวรรณปิยะที่วินาทีนั้นเขาแทบจะหยุดหายใจยิ่งศิรินยิ้มตาหยีอีก ใจจะละลาย เขายอมแล้ว ยอมผู้หญิงคนนี้ทุกอย่างอยากได้อะไรบอกเธอได้เลยเธอจะหามาประเคนให้


"คุณคริสดูแลลูกค้าทุกคนดีแบบนี้หรือเปล่าคะ" วรรณปิยะพยายามหาเรื่องคุยไม่ให้มันเงียบ


"บางคนค่ะ วันไหนคนเยอะก็ต้องให้ลูกน้องช่วยดูแล" ศิรินตอบไปพร้อมกับขีดเขียนตัวเลขลงไปในสมุดเล่มเล็ก


เธอเดินมาด้านหลังเพื่อวัดช่วงไหล่ให้ก่อนจะเดินกลับมาเขียนตัวเลขลงไปและหันมายิ้มให้วรรณปิยะบอกได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ยิ้มได้สิ้นเปลืองจริงๆ


"รีบหรือเปล่าคะ ถ้าไม่รีบคริสขอเวลาหนึ่งอาทิตย์นะคะ" 


"แล้วแต่คุณคริสสะดวกเลยค่ะ"


"โอเคค่ะ"


"ไหนๆก็มาห้องเสื้อแล้ว คุณคริสช่วยดีไซน์การแต่งตัวให้กวางหน่อยสิคะพอดีพรุ่งนี้กวางต้องทำงานวันแรกแล้ว" 


"ได้สิคะ ว่าแต่ทำตำแหน่งไหนคะ" ศิรินเอ่ยถามก่อนเพราะเธอจะได้หาชุดที่มันเหมาะสม


"ผู้บริหารค่ะ" คนตัวเล็กเลิกคิ้วเพราะจากที่ดูการแต่งตัวของวรรณปิยะตอนนี้มันคิดภาพเขาเป็นผู้บริหารไม่ออกจริงๆดูเหมือนเขาจะยังเป็นเด็กที่ติดเที่ยวอยู่เลย


"นั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ"


ศิรินพาวรรณปิยะมาโซนลองชุดก่อนที่เธอจะเลือกชุดที่คิดว่ามันเหมาะกับผู้บริหารคนนี้มาสองสามชุดและก็สั่งให้วรรณปิยะเข้าไปเปลี่ยนแล้วออกมาให้เธอดู ศิรินพอใจกับชุดที่สองเพราะมันดูทะมัดทะแมงเหมาะกับวรรณปิยะอีกอย่างโทนสีของเสื้อทำให้ขับผิดขาวๆของเขาให้ดูดีไปอีก


"คริสชอบชุดที่สองนะคะ คุณว่ายังไงล่ะ" วรรณปิยะทำหน้าคุ้นคิดก่อนจะเห็นด้วย


"กวางเห็นด้วยค่ะ นั้นขอชุดนี้เลยนะคะ"


วรรณปิยะเป็นลูกค้าที่เธอใช้เวลาด้วยนานที่สุดเพราะเขาหาเรื่องมาชวนคุยด้วยตลอดโดยบางทีก็ยกเรื่องเฌอมาลย์มาเป็นประเด็นศิรินก็ไม่ได้อายุน้อยด้อยประสบการณ์เธอมองออกว่าวรรณปิยะสนใจในตัวเธอและพยายามจะหาเรื่องมาชวนคุยเพื่อยื้อเวลา


"บ่ายนี้คุณคริสว่างหรือเปล่าคะ" ศิรินเลิกคิ้วก่อนเอ่ยตอบ


"ก็ว่างค่ะ"


"ไปทานข้าวกันไหมคะ" ตอนเอ่ยชวนเขาดูประหม่าเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มกลบเกลื้อน "อย่าปฏิเสธเลยนะคะ ถือว่าเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยเลือกชุดให้" เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าศิรินทำท่าลังเล


เมื่อปฏิเสธไม่ได้เพราะโดนตื้อศิรินเลยตามใจยอมมาทานข้าวด้วยเพราะคิดว่ามันจะได้จบๆไปวรรณปิยะเป็นคนพูดเก่งยิ้มก็เก่งช่างเอาใจศิรินเลยไม่รู้อึดอัดออกจะผ่อนคลายด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะวรรณปิยะไม่ได้เข้าหาเธอโดยการจีบแต่เข้าหาเธอในฐานะลูกค้า


มันดูมีระยะห่างเขาไม่รีบร้อนหรือทำอะไรที่เป็นการเอาแต่ใจแต่ถ้าหากวรรณปิยะแสดงท่าทีว่ารู้สึกกับเธอมากกว่าคนรู้จักเธอจะปฏิเสธเขาเหมือนที่ทำกับเฌอมาลย์เพราะไม่อยากให้ความหวัง


"จะเป็นการเสียมารยาทไหมคะถ้าจะถามว่าคุณคริสมีแฟนหรือยัง"


"ไม่มีค่ะ มีแต่.." 


"เป็นไปได้ไงคะ ไม่อยากจะเชื่อ"


ศิรินกำลังจะบอกว่าเธอไม่มีแฟนแต่มีสามีแล้วแต่วรรณปิยะก็พูดขัดจังหวะซะก่อนเลยไม่ได้พูดออกไปเมื่อทานข้าวเรียบร้อยก็แยกย้ายกันกลับตลอดบ่ายศิรินก็นั่งดูแบบเสื้อผ้าคอนเล็กชั่นใหม่ไปพลางๆ


สองวันมานี้เธอไม่ได้คุยกับน้ำทิพย์เลยคิดว่าอีกคนคงจะไม่ว่างโทรหากันพอเธอจะโทรไปก็มีลูกค้าเข้ามาตลอดแต่สองวันที่ผ่านมานี้ตอนเช้าจะมีคนมาส่งดอกไม้ให้ซึ่งเป็นดอกกุหลาบแดงดอกเดียวพร้อมการ์ดเล็กที่ห้อยอยู่กับข้อความสั้นๆ


'For u K.Cris'


ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเธอพอจะรู้ว่าคนที่ส่งมันมาคือใครก็ วรรณปิยะ ยังไงล่ะเธอจะเจอมันวางอยู่บนโต๊ะทำงานทุกเช้าเธออยากจะบอกเขาว่าไม่ต้องส่งมาแต่ก็เหมือนจะห้ามไม่ได้ซะด้วยสิ ศิรินเลยเลิกสนใจและหันมาโฟกัสงานตรงหน้าแทน


ตอนบ่ายเธอมีนัดคุยกับเจ้าของงานแฟชั่นโชว์เพราะเสื้อผ้าแบรนด์ของเธอถูกเสนอชื่อไปเลยต้องมีการตกลงกันเล็กน้อยจากที่คิดไว้ว่าจะกลับลงมาเคลียเอกสารการเงินนิดหน่อยแล้วกลับไปหาน้ำทิพย์ตอนนี้ก็กลายเป็นว่าไม่ได้กลับแล้วต้องอยู่เตรียมชุดให้นางแบบ


"อ้าว คุณคริส" เสียงของวรรณปิยะเอ่ยทักเธอเมื่อกำลังเดินออกจากร้านอาหาร "มาทานข้าวที่นี่หรอคะ" เขาถามเพราะร้านเสื้อของศิรินอยู่ห่างจากที่นี่มาก


"มาคุยงานค่ะ ขอตัวนะคะ" เธอตอบและจะเดินออกมา


"เดี๋ยวสิคะ คุณคริสมีธุระที่ไหนต่อหรือเปล่า" วรรณปิยะยืนรอคำตอบจากร่างบาง


"ไม่มีค่ะ"


"นั้นไปทานกาแฟเป็นเพื่อนกวางหน่อยสิคะ"


ศิรินไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้เต็มใจมาเท่าไหร่เธอแอบถอนหายใจเมื่อเดินตามหลังเขาเข้ามาในร้านกาแฟใกล้วรรณปิยะชวนเธอคุยเรื่อยเปื่อยศิรินไม่ได้สนใจบทสนทนาเท่าไหร่นักก่อนเขาจะเอ่ยถามเรื่องสูทที่สั่งตัด


"ใกล้เสร็จแล้วค่ะ พรุ่งนี้น่าจะได้"


"คุณคริสเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูคุณเครียดๆ"


เขาเอ่ยถามเธอคงจะเก็บอาการเบื่อหน่ายของเธอไม่มิดศิรินยิ้มบางๆให้วรรณปิยะก่อนจะทำทีว่าต้องกลับไปเช็คของที่ร้านวรรณปิยะเลยยอมเดินมาส่งเธอที่รถ เขาช่างสรรหาเรื่องมาชวนเธอคุยแต่ศิรินกลับมองว่าบางทีมันก็ดูจะน่ารำคาญอย่างเช่นตอนนี้


"ไว้ว่างๆเราไปทานข้าวกันนะคะ"


"ขอบคุณนะคะ แต่ฉันว่าไม่ดีกว่า"


รอยยิ้มร่าเริงของวรรณปิยะหายไปเหลือแต่คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเขาไม่เข้าใจว่าทำไมศิรินถึงพูดแบบนั้น..หล่อนกำลังจะปฏิเสธเขางั้นหรอ? ทำไมกันล่ะ?


"ทำไมละคะหรือคุณคริสไม่อยากทานข้าวกับกวาง" ศิรินยิ้มบางๆก่อนจะเดินเข้าไปใกล้วรรณปิยะอีกนิด


"คุณกำลังจีบฉันหรอคะ" ศิรินเอ่ยห้ามตรงๆ เขายิ้มและหลบตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยเสียงจริงจัง


"ค่ะ กวางชอบคุณคริส"


"เลิกชอบเถอะนะคะ ฉันไม่อยากให้คุณเสียใจเหมือนพลอย" วรรณปิยะไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้


"พี่พลอยเคยจีบคุณคริสด้วยหรอคะ" ศิรินพยักหน้า


"แต่ฉันไม่ให้เขาจีบค่ะ"


"ทำไมละคะ ไหนคุณคริสเคยบอกว่าไม่มีแฟนนิ" เขาแย้งทันควันเหมือนจะไม่ยอมง่ายๆซึ่งต่างจากเฌอมาลย์รายนั้นเข้าใจอะไรง่ายดีไม่โวยวายหรือถามเยอะ


"กรณีของคุณกับพลอยต่างกันนิดหน่อยแต่จุดประสงค์เหมือนกัน" ศิรินกำลังอธิบายเธอหยุดเดินเมื่อถึงรถศิรินมองหน้าวรรณปิยะอย่างเห็นใจเพราะการปฏิเสธคนดีๆคนหนึ่งมันยากเหมือนกันนะแต่ก็ต้องทำ


"ฉันมีสามีแล้วค่ะ" วรรณปิยะอ้าปากค้าง 


"คุณคริสล้อกวางเล่นหรือเปล่าคะ" เขามองมายังนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ "ไหนละคะแหวนแต่งงาน" ศิรินก้มลงไปมองนิ้วที่มันเคยมีแหวนอยู่แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า


"ฉันคืนเขาไปแล้วค่ะ"


"ก็แสดงว่าหย่ากันแล้ว?" วรรณปิยะยกยิ้มอย่างรู้ทัน


"เคยค่ะ แต่ตอนนี้เราคืนดีกันแล้วคิดว่าเร็วๆนี้เขาต้องเอามันมาสวมให้ฉันเหมือนเดิม" วรรณปิยะดูจะไม่พอใจนิดหน่อยในท่าทีมั่นใจของศิริน


"สรุปคือคุณปฏิเสธกวาง"


"ก็น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนี่คะ"


ศิรินไม่ชอบพูดรักษาน้ำใจใครเท่าไหร่ยิ่งเป็นคนที่มาจีบเพราะถ้าจะทำใจยอมรับเป็นเพื่อนกับเธอไม่ได้เธอก็ไม่ห้ามเพราะเธอไม่อยากมีภาวะอึกอักเวลาต้องเจอหน้ากันแต่อีกคนยังมีใจให้แม้ปากจะบอกว่าเป็นเพื่อนก็ได้


"ขอตัวนะคะ" ศิรินเปิดประตูฝั่งคนขับออกก่อนจะหันมามองวรรณปิยะ "ขอบคุณสำหรับดอกไม้ที่ส่งให้กันทุกเช้านะคะ แต่ไม่ส่งจะดีกว่า"


วรรณปิยะยืนมองจนศิรินขับรถออกไปทุกอย่างมันทำให้เธอสับสนศิรินทำเหมือนว่ายอมให้เธอจีบแต่วันนี้หล่อนกลับมาบอกว่ามี 'สามี' แล้ว แล้วที่ผ่านมาล่ะหรือว่าเธอคิดไปเองคนเดียวว่าศิรินมีใจให้...ก็ไม่นิ


"ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะคะคุณคริส"





Talk :: 

ใครก็ได้ตามคุณบีลงมากรุงเทพด่วนเลยค่ะ

เมียจะโดนคนอื่นฉกไปล้าววววว!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

645 ความคิดเห็น

  1. #286 บีคริส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 15:15
    คุณบีมากรุงเทพด่วนๆ คุณคริสรักมั่นคงมาก ปฏิเสธไปแล้วแต่อีกคนไม่ยอมนี่สิ ฉะนั้นคุณบีมาจัดการด่วนครับ
    #286
    0
  2. #285 theoneface (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 10:35
    เลิกหวงลูกสักพัก มาหวงเมียก่อนเร็ว
    #285
    0
  3. #284 yoonyultaesic (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 06:11
    คุณบีมัวแต่หวงคุณฝน...จนไม่รู้ว่าคุณคริสมีคนจ้องจะฉกไปแล้วนะ รีบๆมาดูแลคุณคริสดีกว่า คุณฝนปล่อยให้น้ำหวานดูแลไป
    #284
    0
  4. #283 25082557 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 01:21
    พี่บีแบ่งความหวงลูกมาหึงเมียก่อนค่ะ//มาอัพเร็วๆน้าาา
    #283
    0
  5. #282 nok2325 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:11
    คุณบีลงมาหาเมียด่วนเลยค่ะ รีบๆเลย
    #282
    0
  6. #281 iampeanut (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:48
    คุณบีมัวแต่กันท่าลูกเขยนะ เมียกำลังจะโดนแย่งนะรู้ไหม
    #281
    0
  7. #280 Pream_fata (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:12
    คุณบีมาด่วนเลยค่ะมีคนจีบเมียคุณบีอยู่ค่ะ
    #280
    0
  8. #279 cakepp1128 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:10
    คุณบีเหาะมาเลยค่ะ ก่อนเมียจะโดนแย่งไป
    #279
    0
  9. #278 nanaki_yui (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:10
    ต่อสายหาคุณบีด่วน...ส่งคุณฝนมาขัดก่อนก็ได้ถ้าไม่ว่าง
    #278
    0
  10. #277 clubbc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:01
    คุณบีๆรีบมาด่วนๆ เมียจะโดนฉกแล้ว
    #277
    0
  11. #276 mapheung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:55
    โทรบอกคุณบีสิ ว่ามีคนมาจีบจะได้ไม่เข้าใจผิดกัน
    คนเราเขาไม่ชอบยังมโนไปอีกว่าเขามีใจ
    #276
    0
  12. #275 yamajungnarak (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:54
    พี่กวางรุกมากคะ 55
    #275
    0
  13. #274 saaimsimmy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:54
    คุณบีรีบๆว่างนะคะ เมียจะไปแล้วค่ะ 5555
    #274
    0
  14. #273 nokmaneerat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:40
    คุณบีกลับมาด่วนถึงด่วนมาก
    #273
    0
  15. #272 nanaki_yui (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 10:38
    งานเข้าน้ำหวานซะแล้ว...สู้ๆนะ คุณบีเค้าไม่ใจร้าย  หรอกมั้ง?
    #272
    0
  16. #271 บีคริส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 00:15
    อ้าวเกิดอะไรขึ้นอะไรยังไง ไรท์มาต่อเลย ค้างมาก
    #271
    0
  17. #270 omthita (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 00:01
    ใครอ่ะ ใช่กวางอ้ะป่าววอ่ะ
    #270
    0
  18. #269 clubbc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:43
    ใครอ่าาาา
    #269
    0
  19. #268 25082557 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:11
    สงสารพี่น้ำหวาน งานงอกเลยสู้ๆนะค้าาาา #ทีมน้ำหวาน //ขอให้พี่คริสปลอดภัย
    #268
    0
  20. #267 nichakarnsamp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 22:56
    พี่พลอยมาหาป่าววว
    #267
    0
  21. #266 Pream_fata (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 22:36
    คงไม่ใช่โจรเนอะ
    #266
    0