คู่หมั้น [บีคริส]

ตอนที่ 3 : คู่หมั้น 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63



คู่หมั้น

-2-


น้ำทิพย์ที่พึ่งประชุมเสร็จก็เดินออกมาจากห้องประชุมด้วยความเหนื่อยล้าเพราะประชุมตั้งแต่บ่ายตอนนี้ก็หนึ่งทุ่มแล้วและยังมีนัดทานข้าวกับลูกค้ารายใหญ่อีกด้วย


“ซัน นายจองร้านอาหารไว้แล้วใช่ไหม”

“เรียบร้อยครับนาย” สิ้นเสียงผู้ช่วยหนุ่มทั้งคู่ก็ตรงดิ่งมาที่ร้านอาหารทันทีพอมาถึงเปี่ยมศักดิ์และครอบครัวก็นั่งรอกันอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว


“สวัสดีค่ะ” น้ำทิพย์ยกมือไหว้คนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าด้วยความน้อบน้อม ซึ่งเขาก็รับไว้ก่อนจะเชิญให้น้ำทิพย์นั่งลง

“เชิญนั่งๆ” เปี่ยมศักดิ์พูดอย่างอารมณ์ดี

“ขอโทษนะคะที่มาช้า พอดีติดประชุมนิดหน่อย”

“ไม่เป็นไรหรอก ผู้บริหารสาวไฟแรงก็แบบนี้แหละ เอ่อนี้ลูกสาวผมยัยพลอยอายุน่าจะเท่าๆ คุณบีนะ” เปี่ยมศักดิ์หันไปแนะนำลูกสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งน้ำทิพย์ก็หันไปมอง


“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” พลอยพอจะได้ยินชื่อของน้ำทิพย์จากคนเป็นพ่ออยู่บ้างเห็นบอกว่าเก่งเรื่องบริหารมากตอนแรกคิดว่าจะเป็นคนดุกว่านี้เสียอีก


“ผมกะว่าวางมือแล้วจะให้ยัยพลอยเข้ามาบริหารแทนแต่ต้องรบกวนขอคำแนะนำจากคุณบีเสียหน่อย เผื่อว่าบริษัทของผมจะก้าวหน้าบ้าง”

เปี่ยมศักดิ์พูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ จริงๆ แล้วบริษัทของเขากำลังไปได้ด้วยดีแต่เขาเริ่มจะทำงานไม่ไหวแล้ว เลยอยากให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาเข้ามาบริหารแทนเพราะพลอยก็เรียนจบมาหลายปีดูจะพร้อมรับช่วงต่อจากเขา


“ยินดีค่ะ”

“ดีเลยค่ะพลอยจะได้ให้คริสมาฝึกงานที่บริษัทเรา”

อยู่ๆ พลอยก็พูดถึงคริสขึ้นมาเพราะอะไรๆ ก็เป็นคริสไปหมด อีกแค่สองปีคริสก็จะต้องฝึกงาน พลอยเลยอยากให้คริสมาฝึกงานที่บริษัทของตัวเองจะได้อยู่ใกล้กันและดูแลได้สะดวกด้วย


“คริสหรอคะ ใครกัน?”

น้ำทิพย์รู้สึกคุ้นๆ กับชื่อนี้ก็เลยเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยก่อนที่แม่ของพลอยจะเอ่ยตอบว่าผู้หญิงที่ลูกสาวพูดถึงเป็นใคร

“คนรู้ใจยัยพลอยค่ะ สองคนนี่ตัวติดกันตลอดนี่ถ้าหนูคริสเรียนจบคงจะต้องยกขันหมากไปขอซะแล้วล่ะมั้ง” พลอยแอบยิ้มเขินกับคำพูดของคนเป็นแม่เพราะจริงๆ แล้วก็อยากจะหมั้นคริสไว้ก่อนเสียด้วยซ้ำ


“อ๋อคะ”

น้ำทิพย์ตอบรับสั้นๆ และพาลคิดไปถึงคริสลูกสาวของวิวัฒน์ ไม่แน่ใจว่าจะใช่คนเดียวกันหรือเปล่าหากใช่อย่างที่คิดโลกนี้ก็กลมเกินไปแล้วล่ะ พอทานข้าวเสร็จน้ำทิพย์และเปี่ยมศักดิ์ถึงได้ตกลงทำธุรกิจร่วมกันก่อนจะแยกย้าย


“ซัน นายช่วยสืบให้ฉันทีว่าลูกสาวคุณเปี่ยมศักดิ์คบหาดูใจกับใครอยู่”

“นายจะอยากรู้ไปทำไมหรอครับ”

“ฉันแค่สงสัยว่าคนที่ชื่อคริสจะใช่คนเดียวกับลูกสาวของคุณวิวัฒน์หรือเปล่า สืบให้ฉันทีนะ”

“ได้ครับนาย”

เป็นเช้าอีกวันที่คริสไม่เคยจะอยู่ติดบ้านตั้งแต่ปิดเทอมมานี้เธอก็หาเรื่องออกจากบ้านได้ตลอดเวลา ก่อนที่เสียงของคนเป็นแม่จะตะโกนเรียกมาจากห้องครัวทำให้คริสต้องหยุดชะงัก


“คริส! นี่ลูกจะไปไหนแต่เช้าน่ะ”

“คริสนัดพลอยไปดูหนังค่ะ”

“หาเรื่องเที่ยวอีกล่ะสิ” คนเป็นแม่ว่าอย่างรู้ทันแต่วิวัฒน์ที่นั่งทานข้าวอยู่ก็ต้องห้ามปรามภรรยาและตามใจลูกอีกเช่นเคย

“ปล่อยลูกไปเถอะคุณ”

“เอ๊ะ! คุณนี่ยังไงนะให้ท้ายลูกตลอดเลย”

“ลูกก็บอกแล้วว่าไปกับพลอยเราก็รู้จักหนูพลอยดีไว้ใจได้น่า”

“จะไปก็ไป แต่ห้ามกลับดึกนะ”

“ค่า! คุณแม่น่ารักที่สุดเลย” คริสเดินเข้าไปหอมแก้มแม่กับพ่อฟอดใหญ่ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปด้วยความลั้ลลา

ไม่นานเธอก็มาถึงที่ห้างจงรัชตามเวลาที่นัดกับพลอยเอาไว้และระหว่างที่รอคริสก็เดินเล่นดูของนั่นนู้นนี่ไปเรื่อย น้ำทิพย์ที่เดินตรวจดูร้านค้าภายในห้างก็มาเห็นเข้าเลยเดินเข้าไปทัก


“เจอกันอีกแล้วนะ แม่สาวปาร์ตี้” คริสหันไปมองตามเสียงทักก็พอจะจำได้และตกใจนิดหน่อยที่เจอน้ำทิพย์ที่นี่

“อ้าว! คุณนั่นเอง”

“มาทำอะไรที่นี่หรอ”

“มาห้างให้มาทำไรล่ะ แล้วคุณล่ะทำงานที่นี่หรอ”

คริสเอ่ยตอบด้วยท่าทีกวนๆ แต่มันก็พอน่ารักสมวัยก่อนจะถามกลับอย่างสงสัยเพราะเห็นน้ำทิพย์แต่งตัวดูดีสวมทับด้วยสูท ก็เดาเอาว่าน่าจะทำงานในห้างนี้แหละแต่ไม่รู้ว่าทำตำแหน่งอะไร


“อือ แล้วนี่คิดยังไงมาเดินคนเดียว”

“ฉันนัดเพื่อนดูหนังอ่ะ” ทั้งคู่เดินไปคุยกันไปสักพักคริสก็เริ่มสังเกตเห็น ว่าพนักงานที่นี่ยกมือไหว้น้ำทิพย์ตลอดทางเลยก็อดที่จะถามไม่ได้


“ทำไมพนักงานเขาต้องไหว้คุณด้วยอ่ะ”

“ก็ฉันเป็นเจ้าของห้างนี่”

น้ำทิพย์ตอบไปตามตรงอย่างไม่อ้อมค้อมไม่ได้จะอวดแต่ตอบไปอย่างซื่อๆ เพราะอีกคนถามเธอก็มีหน้าที่ตอบ ก่อนที่คริสจะอ้าปากค้างได้ไม่นานก็พูดชื่นชมด้วยเสียงที่ดังพอสมควร


จริงดิ! เจ๋งอ่ะ” น้ำทิพย์ยิ้มให้กับท่าทีตื่นเต้นของคริสพอเห็นคนตัวเล็กหันไปสนใจทางอื่นก็เลยเอ่ยถามถึงเพื่อนของหล่อน

“แล้วนี่เพื่อนเธอยังไม่มาอีกหรอ”

“นั่นสิ ขอโทรหาแป๊บนะ”

คริสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกหาแฟนสาวของเธอเพราะนี่มันก็เลยเวลานัดมานานแล้วด้วย แต่อีกคนก็ยังไม่โผล่มาสักทีรอสายไม่นานก่อนที่ปลายสายจะกดรับ


“พลอยคะ อยู่ไหนอ่ะนี่คริสมารอนานแล้วนะ”

คริสเผลอพูดด้วยน้ำเสียงงอแงเพราะติดเป็นนิสัยที่ชอบอ้อนแฟนจนลืมไปว่าน้ำทิพย์ยังคงยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งอีกคนก็ไม่ได้อยากจะเสียมารยาทแอบฟังเลยหันไปมองทางอื่นให้อีกคนได้คุยธุระส่วนตัวให้เสร็จ


‘คริส พลอยขอโทษนะคะพลอยลืมซะสนิทเลยอ่ะ’

“อีกแล้วนะ แล้วจะเอายังไง”

‘งั้นเราไปเจอกันที่ร้านเจนี่เลยล่ะกันนะ ขอโทษนะคะ’


พูดเสร็จพลอยก็วางสายไปคริสได้แต่ทำหน้าเซ็งเธอเริ่มจะชินแล้วล่ะ เพราะพลอยชอบลืมนัดของเธอบ่อยๆ ก็เข้าใจอยู่ว่าช่วงนี้พลอยงานยุ่งมากต้องเรียนรู้งานจากคุณพ่อเพื่อเตรียมรับช่วงต่อแต่บางทีมันก็อดน้อยใจไม่ได้จริงๆ


“เพื่อนไม่มาแล้วหรอ”

“ใช่” คริสตอบกลับอย่างเซ็งๆ เผลอทำหน้าบึ้งใส่คนที่พึ่งรู้จักกันแต่คนมันน้อยใจนี่และเป็นคนที่เก็บอาการไม่เก่งซะด้วย รู้สึกยังไงก็แสดงออกมาอย่างนั้น น้ำทิพย์เห็นว่าอีกคนดูจะอารมณ์ไม่ดีแล้วก็เลยถามเรื่องอื่น


“แล้วนี่เธอจะไปไหนต่อ”

“ก็คงไปที่ร้านเลยอ่ะ”

“ร้านวันนั้นน่ะนะ” น้ำทิพย์จำได้อย่างแม่นยำเลยกับร้านกาแฟที่ดูไม่เหมือนร้านกาแฟเสียเท่าไหร่ ก่อนที่คนตัวเล็กด้านข้างจะพยักหน้าหงึกๆ ยืนยันว่าร้านนั้นแหละ


“งั้นฉันไปก่อนนะคุณหวังว่าคงจะได้เจอกันอีก”

“เร็วๆ นี้แหละ” น้ำทิพย์ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคสั้นๆ ทำเอาคนฟังถึงกับงง แต่คริสก็นึกว่าน้ำทิพย์อาจจะแค่พูดเล่นขำๆ ไม่ได้คิดอะไรก่อนจะยกมือบ๊ายบายร่างสูงและเดินออกไป


น้ำทิพย์ยืนมองหญิงสาวที่เดินห่างออกไปก่อนจะยิ้มไม่หุบ ไม่รู้ทำไมอีกคนถึงได้น่ารักมากในสายตาของเธอ พอคริสเดินไปจนลับตาน้ำทิพย์ก็กลับไปทำงานของตัวเองต่อแต่ก็ยังคงยิ้มออกมาอย่างไม่มีเหตุผล


ไม่นานคริสก็มาถึงร้านของเจนี่ที่ตอนกลางวันก็ดูเป็นร้านกาแฟธรรมดาๆ แต่พอพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้นแหละก็กลายร่างเป็นสถานบันเทิงขนาดย่อมของเธอแหละเหล่าเพื่อนๆ ทันที


“ทำไมวันนี้มาเร็วจังอ่ะ”

“ก็พลอยน่ะดิเบี้ยวนัดอีกแล้ว”

“ยังไม่ชินอีกหรอ เลิกทำหน้าเศร้าได้ล่ะไปเตรียมตัวสำหรับปาร์ตี้คืนนี้ดีกว่า” เจนี่เห็นเพื่อนทำหน้าเซ็งก็ลากไปเตรียมของสำหรับใช้ในปาร์ตี้คืนนี้เพราะตอนนี้ก็ใกล้เวลาปิดร้านแล้วด้วย


พอถึงเวลาของการปาร์ตี้ทุกคนต่างสนุกสนานกันสุดเหวี่ยงโดยเฉพาะ คริสเพราะเธอชอบที่จะสังสรรค์กับเพื่อนๆ มาก แต่เธอไม่ชอบไปผับนะเห็นคนยืนเบียดกันแล้วหายใจไม่ออกก็เลยใช้ร้านกาแฟของเจนี่ให้เป็นประโยชน์


และงานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกราเสมอและเหมือนเดิมพอจบงานคริสก็เมาเละตลอด แต่คราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเพราะพลอยที่ดูจากสภาพแล้วก็คงจะไม่ไหวเหมือนกัน คริสจึงตัดสินใจจะเดินออกมาโบกแท็กซี่เพื่อกลับบ้านเองเพราะป่านนี้แม่เธอคงยืนถือไม้เรียวรอจนเมื่อยแล้ว


พอคิดถึงสีหน้าของแม่และไม้เรียวในมือแล้วคริสก็เดินเซไปเซมาจะล้มไม่ล้มแหล่ และก็เดินสะดุดจนหน้าเกือบทิ่มลงพื้นแต่โชคดีมีคนมารับไว้ได้ทัน


“คุณ เจอกันอีกแล้วนะ” คนเมาเอ่ยทักก่อนจะคอพับซบอกของน้ำทิพย์

“นายครับ จะให้ไปส่งเธอที่ไหนครับ”

“พากลับบ้านเรา”

“อย่าบอกนะว่านาย” ผู้ช่วยหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าเจ้านายสาวของตัวเองผ่านกระจกมองหลัง ไม่คิดว่าอีกคนจะเกิดอารมณ์เปลี่ยวกับคนเมา ก่อนที่น้ำทิพย์จะพูดเสียงดุใส่ซันที่คิดไปไกล


“คิดอะไรของนาย ก็ฉันไม่รู้จักบ้านยัยนี่หรือว่านายรู้”

“จริงด้วย” ซันก็พึ่งคิดได้ก่อนจะยิ้มแห้งและก้มหัวให้น้ำทิพย์นิดๆ เป็นเชิงขอโทษที่คิดไม่ดี

ไม่นานซันก็พาเจ้านายและคนเมาที่นอนซบอกนายเขามาตลอดทาง มาถึงบ้าน ซันรีบวิ่งลงจากรถมาเปิดประตูให้และทำท่าจะเดินเข้าไปอุ้มคริสแต่น้ำทิพย์ก็ว่าขัดขึ้นซะก่อน


“ไม่ต้อง! ฉันจัดการเองนายจะไปทำอะไรก็ไป”

“ครับนาย” น้ำทิพย์ออกแรงอุ้มคนเมาเข้ามาข้างในบ้าน นภัสสรที่ตื่นขึ้นมาเห็นลูกสาวยังไม่กลับบ้านกำลังจะลงมารอ แต่พอเดินลงมาก็เห็นว่าลูกสาวของตัวเองกำลังอุ้มเด็กผู้หญิงที่ไหนมาก็ไม่รู้ ดูจากสภาพแล้วเหมือนจะเมาไม่ได้สติด้วยเลยถามอย่างตกใจ


“นี่มันอะไรกันน่ะลูก แล้วเด็กคนนี้เป็นใคร”

“ลูกสาวคุณวิวัฒน์ค่ะ” น้ำทิพย์พูดพลางอุ้มคริสขึ้นมานอนบนห้องก่อนจะวางร่างบางลงบนเตียงอย่างเบามือ คนเป็นแม่ที่เดินตามขึ้นมาก็เอ่ยถามอีกว่าทำไมอยู่ๆ ลูกสาวของวิวัฒน์ถึงมากับน้ำทิพย์ได้


“แล้วลูกไปเจอเธอได้ยังไง”

“บังเอิญขับรถผ่านแล้วเห็นเขาหมดสติอยู่เลยพามาที่นี่ค่ะ”

น้ำทิพย์กำลังเลิกงานและขับรถกลับบ้านและทางผ่านกลับบ้านมันต้องผ่านร้านกาแฟของเจนี่ น้ำทิพย์เลยหันไปมองโดยอัตโนมัติและก็เห็นร่างบางเดินเซออกมาจากในร้าน เลยบอกให้ซันจอดรถพอเห็นท่าไม่ดีก็เลยเดินเข้าไปหา


“แล้วเรื่องคุณวิวัฒน์ว่ายังไงล่ะ”

น้ำทิพย์เล่าทุกอย่างให้คนเป็นแม่ฟัง เรื่องที่วิวัฒน์ยื่นข้อเสนอให้เธอว่าจะให้ลูกสาวของเขามาทำงานชดเชยให้จนกว่าเขาจะหาเงินมาใช้หนี้ได้จนครบ


“แล้วลูกจะเอายังไงต่อ”

“บีก็มีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นให้กับคุณวิวัฒน์ค่ะ พรุ่งนี้นายแม่ก็จะได้รู้เอง คืนนี้ไปพักผ่อนเถอะนะคะ”

จะทำอะไรก็คิดดีๆ นะบี แม่รู้ว่าบีโตแล้วจัดการอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่คนเราก็ย่อมผิดพลาดได้เหมือนกัน หากเผลอมองข้ามเรื่องเล็กๆ ไป


นายแม่เอ่ยเตือนและน้ำทิพย์ก็พยักหน้าให้ก่อนจะเดินเข้าไปหอมแก้มของคนเป็นแม่ เธอรู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไรและเธอตัดสินใจมาดีแล้วพอนายแม่เดินออกไปน้ำทิพย์ก็เดินมานั่งข้างๆ คนเมา


เธอมองสำรวจใบหน้าเนียนใสออกหมวยหน่อยๆ พวงแก้มแดงระเรื่อจนน่าฟัด แต่น้ำทิพย์ก็ทำได้แค่มองก่อนจะปล่อยให้อีกคนได้นอนหลับสบาย เพราะพรุ่งนี้อีกคนน่าจะเจองานหนัก





คุณเขามีข้อเสนออะไรดีๆ น้อ?

แล้วงานหนักที่ยัยน้องจะเจอคืออะไรล่ะ


#บีจะหมั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

807 ความคิดเห็น