คู่หมั้น [บีคริส]

ตอนที่ 4 : คู่หมั้น 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,030
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63



คู่หมั้น

-3-


น้ำทิพย์ที่นอนอยู่รู้สึกถึงท่อนแขนเรียวเล็กของใครบางคนกำลังโอบกอดเธออยู่ ทำให้น้ำทิพย์ตื่นและหันไปมองหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้ม คริสกระชับกอดแน่นขึ้นเพราะคิดว่าสิ่งที่กอดอยู่เป็นหมอนข้าง ร่างบางงัวเงียลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นน้ำทิพย์ เลยเอ่ยทักทายไปตามประสาคนกึ่งหลับกึ่งตื่น


“มอนิ่งค่ะ”

น้ำทิพย์เป็นงงที่คริสไม่มีท่าทีตกใจแถมยังบอกมอนิ่งพร้อมส่งยิ้มหวานให้กันอีกด้วย ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้งและสักพักก็สะดุ้งตื่นรีบมองหน้าน้ำทิพย์ให้ชัดๆ อีกที พร้อมกับผลักเจ้าของห้องออกให้ออกห่างและแหกปากลั่น


“นี่คุณ! มานอนบนเตียงของฉันได้ยังไงอ่ะ”

คริสหยิบหมอนขึ้นมาบังตัวเองและแอบมองสำรวจว่าเสื้อผ้าของเธอยังอยู่ครบไหม อีกคนทำอะไรเธอหรือเปล่าแต่สภาพของเธอก็ปกติดี


“ดูดีๆ สิว่านี่มันห้องนอนใคร”

น้ำทิพย์เอ่ยบอกด้วยเสียงอ่อนใจและคริสก็มองสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ นี่มันไม่ใช่ห้องนอนเธอนี่นา ละ แล้วเธอมานอนที่นี่ได้ยังไง โอ้ย! ยัยคริสเอ้ยงานเข้าแล้วสิ


“ละ แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง อย่าบอกนะว่าเมื่อคืน..” คริสยกมือขึ้นมากอดตัวเองพร้อมกับจินตนาการว่าเมื่อคืนเธอกับน้ำทิพย์...

“หยุดเพ้อเจ้อได้ละ เมื่อคืนฉันแค่ขับรถผ่านหน้าร้านเพื่อนเธอเห็นเธอเมาไม่ได้สติแถมยังเซเข้ามากอดฉันอีก”

“คุณก็เลยฉวยโอกาสลากฉันขึ้นรถ ไม่นะ!”

คริสเล่นใหญ่ยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างรับไม่ได้ก่อนที่ร่างสูงด้านข้างจะส่ายหน้าไปมากับการแสดงที่มันดูไม่เนียน

“ไปเป็นดาราไหมแสดงเก่งขนาดเนี่ย” น้ำทิพย์ทำสีหน้าเอือมระอาไม่คิดว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะมโนเก๊งเก่ง

“อ้าว ไม่ใช่หรอกหรอแล้วคุณพาฉันมาที่นี่ทำไมอ่ะ”

“ก็ฉันไม่รู้จักบ้านเธอนี่”

“แล้วทำไมไม่ถาม ปากน่ะมีไว้ทำไม” คนตัวเล็กยังคงต่อปากต่อคำหลอกด่าเจ้าของบ้านไปอีก น้ำทิพย์เลยโน้มตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะพูดขึ้น

เมาอย่างกับหมาแบบนั้น คิดว่าถามไปจะได้คำตอบไหม

แรงอ่า! ทำไมต้องร้าย


คริสทำหน้ารับไม่ได้กับคำพูดดูหยาบคายของน้ำทิพย์ทั้งที่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรเสียหน่อย แต่ทำเหมือนกับว่าผู้ดีอย่างเธอไม่เคยได้ยินมันมาก่อน น้ำทิพย์เห็นอีกคนเล่นไม่เลิกสักทีก็เลยไล่ให้ไปอาบน้ำ

“ฉันว่าเธอไปอาบน้ำได้ละ นายแม่รอทานข้าวอยู่”

“แล้วคุณล่ะ?”

“เดี๋ยวฉันไปอาบอีกห้อง ทำไม? อยากอาบด้วยหรอคงไม่ได้หรอกนะฉันค่อนข้างหวงตัวเธอไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนฉันง่ายๆ หรอก”

เฮอะ! อยากเห็นตายแหละของฉันน่าดูกว่าเยอะ

น้ำทิพย์ไล่สายตามองไปตามเรือนร่างของคริสอย่างยั่วยวน ก่อนที่ร่างบางเริ่มจะระแวงกับสายตาคู่นั้นรีบยกมือขึ้นมาปิดเรือนร่างของตัวเองเอาไว้


นี่! มองคนอื่นแบบนั้นมันเสียมารยาทนะรู้เปล่า

อ๋อ ถ้าไม่ใช่คนอื่นก็มองได้ใช่ป่ะ

พูดอะไรน่ะ เมาขี้หูขี้ตาหรือไงคริสต่อว่าน้ำทิพย์ตามประสาคนพูดตรง น้ำทิพย์ไม่ได้ถือสาก่อนจะปล่อยให้อีกคนได้ไปอาบน้ำ หากยังเถียงกันไม่รู้จบแบบนี้วันนี้ก็ไม่ต้องไปไหนกันพอดี


ไม่นานคริสก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินลงมาด้านล่างเห็นน้ำทิพย์กับผู้หญิงอีกคนนั่งทานข้าวอยู่ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นนายแม่ที่น้ำทิพย์พูดถึง


“อ้าว ตื่นแล้วหรอลูก” นายแม่เอ่ยทักคริสด้วยน้ำเสียงเอ็นดูเพราะรู้มาจากน้ำทิพย์ว่าอีกคนเป็นลูกสาวของวิวัฒน์เพื่อนของพ่อน้ำทิพย์


“นี่คุณหญิงนภัสสรแม่ของฉันเอง นี่คริสค่ะยัยเด็กขี้เมาคนเมื่อคืน” น้ำทิพย์แนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันแต่คริสดูจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่น้ำทิพย์แนะนำเธอแบบนั้น


ไม่ได้ขี้เมาซะหน่อย แค่อ่อนไหวต่อสิ่งเร้าที่เรียกว่าแอลกอฮอล์ต่างหาก


คริสยกมือไหว้นายแม่อย่างน้อบน้อมถึงจะเป็นสาวปาร์ตี้แต่เรื่องมารยาทแม่เธอก็สอนมาดีนะถึงเธอจะไม่ค่อยรักดีก็เถอะ

“สวัสดีค่ะคุณหญิง”

น้ำทิพย์แอบขำเมื่อคริสทักทายนายแม่ไปแบบนั้น ทำให้คริสไม่เข้าใจเธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าก่อนจะหันไปถาม

“นี่คุณหัวเราะอะไร”

“ก็ขำเธอนั่นแหละ”

“ขำทำไม ฉันว่าฉันก็ไม่ได้พูดผิดนะ”

“เปล่าหรอก ปกติไม่มีใครเรียกนายแม่ว่าคุณหญิงเท่าไหร่เพราะนายแม่ไม่ค่อยปลื้ม” น้ำทิพย์ตอบไปอย่างขำๆ ก่อนจะหัวเราะอย่างหยุดไม่ได้


“ทำไมคุณไม่บอกล่ะ ขอโทษนะคะคริสไม่รู้จริงๆ”

คริสหันไปขอโทษนายแม่เธอไม่รู้ว่าอีกคนไม่ชอบให้เรียกแบบนั้น ก็อีตาโย่งมันไม่บอกเธอนี่เอาแต่นั่งขำ เดี๋ยวแม่ก็ยกส้อมขึ้นมาแทงให้ตายคาโต๊ะซะเลย คนอะไร? แม่งกวนตีนได้ขนาดนี้ ไม่เห็นจะเหมือนกับตอนที่เจอกันแรกๆ เลย


สนิทแล้วโดนกวนตีนแบบนี้ ไม่สนิทดีกว่า


“ไม่เป็นไรจ๊ะ หนูเรียกฉันว่านายแม่เหมือนที่บีเรียกก็ได้”

“ค่ะนายแม่” คริสตอบรับก่อนจะนั่งลงทานข้าวเช้าพร้อมสองแม่ลูก แอบส่งสายตาเหวี่ยงๆ ไปให้น้ำทิพย์ด้วยที่เขาพยายามจะกวนประสาทเธอด้วยรอยยิ้ม


ทางด้านประกายดาวก็ได้แต่เดินไปเดินมาเพราะพยายามติดต่อลูกสาวตัวดีเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้ ตอนนี้เธอจะนั่งแทบไม่ติดเพราะเป็นห่วงลูกมาก วิวัฒน์ก็ห่วงไม่ใช่น้อยแต่ทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงรถที่หน้าบ้านทั้งคู่จึงรีบออกไปดู


“ยัยคริส! หายไปไหนมาทั้งคืนรู้ไหมว่าแม่กับพ่อเป็นห่วง”

ประกายดาวพุ่งตัวเข้าไปหาลูกสาวทันทีไม่ทันได้สังเกตว่าใครมาส่ง คริสอึกอักไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเธอก็ยังงงๆ กับการตื่นนอนขึ้นมาในบ้านคนอื่นอยู่เลย


“เออ…”

“อ้าว คุณบี” วิวัฒน์แปลกใจที่ลูกสาวของเขามากับน้ำทิพย์ ประกายดาวเองก็หันไปมองร่างสูงและคริสก็แปลกใจที่พ่อของเธอรู้จักกับอีตาโย่งนี้ด้วย


“สวัสดีค่ะ” น้ำทิพย์ยกมือไหว้ตามมารยาท

“นี่คุณพ่อรู้จักเขาด้วยหรอคะ”

“ไม่คิดเลยนะคะว่าจะบังเอิญขนาดนี้” น้ำทิพย์แกล้งทำเป็นไม่รู้มาก่อน ทั้งที่เธอรู้มาก่อนหน้านี้ไม่นานว่าทั้งสองคนนี้คือพ่อลูกกัน

“แล้วคุณมากับยัยคริสได้ยังไงคะ” ประกายดาวเอ่ยถาม

“เรื่องมันยาวค่ะ ไหนๆ ฉันก็มาถึงที่นี่แล้วฉันมีข้อเสนอมาให้คุณวิวัฒน์ค่ะ” วิวัฒน์หันมามองหน้าภรรยาก่อนจะเชิญน้ำทิพย์เขามาคุยกันข้างในบ้าน


“ฉันขอไม่อ้อมค้อมนะคะ เรื่องที่คุณเสนอมาให้ฉันมาพิจารณาฉันไม่ตกลงค่ะ” วิวัฒน์ทำหน้าหนักใจมากกว่าเดิมไม่คิดว่าอีกคนจะใจแข็งได้ขนาดนี้

“แต่ฉันมีข้อเสนอมาให้”

“ข้อเสนอ?” วิวัฒน์ขมวดคิ้วงุนงงก็อีกคนไม่รับข้อเสนอของเขาแต่กลับมายื่นข้อเสนอให้เขาแทน ก่อนที่น้ำทิพย์จะหันไปมองคริสและเอ่ยบอกข้อเสนอนั้น


ฉันต้องการหมั้นกับลูกสาวของคุณค่ะ”


“อะไรนะ!” สามคนพ่อแม่ลูกพูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกใจ และคนที่ตกใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นคริส เพราะอยู่ๆ ก็มีคนมาขอหมั้นบ้าไปแล้ว!

“คุณฟังไม่ผิดหรอกค่ะ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในนี้อ่านดูก่อนก็ได้แล้วค่อยตัดสินใจ” น้ำทิพย์ยื่นเอกสารให้กับวิวัฒน์

“นี่มันไรกันคะคุณพ่อ ทำไมคริสต้องหมั้นกับเขาด้วยมีใครอธิบายให้คริสฟังได้ไหมคะ” คริสโวยวายขึ้นมาอย่างไม่ยอม อยู่ๆ จะมาให้เธอหมั้นกับใครก็ไม่รู้


“ใจเย็นๆ ก่อนนะคริส ฟังพ่อก่อน”

“ไม่ค่ะ คริสไม่หมั้น! ได้ยินไหมคะ คริส! ไม่! หมั้น!” คริสพูดเสร็จก็วิ่งขึ้นห้องไปคนเป็นพ่อมีสีหน้าหมดหวังเล็กน้อยก่อนจะอ่านข้อเสนอที่น้ำทิพย์ให้มา


“หมั้นเป็นเวลาสามเดือน หมายความว่ายังไง?”

“ฉันให้โอกาสคุณสามเดือนระหว่างที่ฉันหมั้นกับลูกสาวคุณ คุณต้องหาเงินมาคืนให้ครบโดยที่ฉันจะไม่คิดดอกเบี้ย แต่ถ้าครบกำหนดสามเดือนคุณหาเงินมาคืนไม่ครบ ลูกสาวคุณต้องแต่งงานกับฉันทันที”


“แล้วทำไมต้องหมั้นให้ยัยคริสไปทำงานที่บริษัทแทนก็ได้นี่”

“คริสยังเรียนไม่จบ กว่าจะเรียนจบดอกเบี้ยก็คงเยอะกว่าเงินที่คุณยืมไป ที่ต้องหมั้นเพราะฉันจะได้แน่ใจว่าคุณจะไม่หนี ช่วงนี้ลูกสาวของคุณก็ปิดเทอมอยู่คงไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนแน่นอน อีกอย่างสามเดือนนี้ก็อยู่ในช่วงปิดเทอมด้วยคุณน่าจะรับข้อเสนอไว้นะคะ ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแถมยังมีเวลาหาเงินอีก”


 วิวัฒน์พอจะเข้าใจในข้อเสนอเขาโอเคนะที่จะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแล้วจะได้หาเงินต้นมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แต่ติดก็ตรงลูกสาวของเขานี่สิ

“แต่คุณก็เห็นว่ายัยคริสไม่ยอม”

“มันก็เป็นหน้าที่ของคุณแล้วค่ะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณแค่นี้ขอตัวนะคะ” น้ำทิพย์ยกมือไหว้ลาทั้งคู่พร้อมกับเดินออกไปแต่เดินไปเพียงสองก้าวก็ต้องหันกลับมามองทั้งสองคน


“อ้อ! ฉันลืมบอกไปค่ะงานหมั้นจะจัดขึ้นในอาทิตย์หน้านะคะ” น้ำทิพย์เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

วิวัฒน์ขึ้นมาตามลูกสาวถึงห้องนอนที่ตอนนี้โกรธจนไม่ยอมพูดกับเขาเคาะประตูเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด วิวัฒน์ก็ยังคงยืนเรียกอยู่อย่างนั้น


“คริสลูก ออกมาคุยกับพ่อก่อน คริสถ้าไม่ออกมาพ่อเข้าไปนะ” วิวัฒน์ให้ประกายดาวไปเอากุญแจมาไขเข้าไปก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกสาว

“คริสไม่หมั้นนะคะคุณพ่อ”

ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงเอ่ยบอกเมื่อเห็นคนเป็นพ่อเดินเข้ามา เธอไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลยสักครั้งในชีวิตไม่แม้แต่จะอยากแต่ง เรื่องอะไรล่ะที่จะต้องมีพันธะผูกมัดเพราะเธอยังอยากสนุกกับเพื่อนๆ อยู่เลย


“คริสฟังพ่อนะ บริษัทเรากำลังจะล้มละลายถ้าพ่อไม่ทำแบบนี้เราอาจจะต้องขายบ้านนะลูก” 

วิวัฒน์ตัดสินใจบอกปัญหาของครอบครัวให้กับลูกสาวฟังที่เขาทำไปก็เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและเพื่อรักษาบริษัทที่เขาสร้างมาเองกับมือเพื่อที่จะส่งต่อมันให้กับคริสมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะให้ลูกได้

และเขาก็เห็นว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรเลยน้ำทิพย์ก็เป็นผู้หญิงด้วยกันเขาคงไม่ล่วงเกินคริสอยู่แล้วอีกอย่างระยะเวลาที่หมั้นกันมันก็แค่สามเดือน


“แล้วทำไมคริสต้องหมั้นด้วยล่ะคะ”

“ถือว่าทำเพื่อพ่อนะแค่สามเดือนเอง”

“สามเดือน?” คริสถามอย่างแปลกใจก่อนที่วิวัฒน์จะเอ่ยบอกข้อเสนอของน้ำทิพย์ให้กับลูกสาวของเขาฟัง

“ระหว่างที่คริสหมั้นภายในสามเดือนนี้พ่อจะต้องหาเงินไปคืนเขาให้ครบ ถ้าพ่อหาเงินไปคืนทัน คริสก็จะเป็นอิสระทันที”

“แล้วถ้าไม่ทันล่ะคะ”

“คริสก็ต้องแต่งงาน แต่คริสไม่ต้องห่วงนะพ่อสัญญาว่าจะหาเงินไปคืนให้ทันให้ได้ พ่อรู้ว่าคริสไม่อยากแต่งเพราะคริสมีคนที่คริสรักอยู่แล้ว”

“คุณพ่อสัญญาแล้วนะคะ”


วิวัฒน์พยักหน้าเขาสัญญาว่าจะหาเงินไปคืนน้ำทิพย์ให้ทันก่อนสามเดือน หากลูกสาวยอมช่วย เขาก็จะไม่ทำให้ลูกสาวของเขาต้องเดือดร้อนถึงขั้นต้องแต่งงานจริงๆ

“คริสยอมช่วยพ่อแล้วใช่ไหมลูก”

“แล้วคริสมีทางเลือกหรอคะ” วิวัฒน์ดึงตัวลูกสาวเข้ามากอดอย่างนึกขอบคุณ คริสกอดตอบคนเป็นพ่อแต่แววตากลับมีความกังวลซ่อนอยู่

“ขอบคุณนะลูก พ่อสัญญาว่าพ่อหาเงินมาคืนให้ทัน”


หลังจากที่น้ำทิพย์ออกมมาจากบ้านของวิวัฒน์ ก็มีท่าทียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนซันสงสัยว่าเจ้านายของเขาไปอารมณ์ดีอะไรมาถึงได้ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เข้ามาทำงานแล้ว


“ยิ้มแบบนี้ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีมาใช่ไหมครับ” น้ำทิพย์มองหน้าผู้ช่วยหนุ่มที่กำลังจ้องจับผิดเธออยู่แต่เธอไม่โกรธเขานะเพราะเขาอาจจะเข้าใจถูก

“ก็แค่จะช่วยคุณวิวัฒน์เขาเฉยๆ น่ะ”

ช่วย? ยังไงหรอครับ

ซันเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะก่อนหน้านี้เขาก็เห็นว่าน้ำทิพย์ไม่มีท่าทีว่าจะช่วยเหลือหรือรับข้อเสนอของวิวัฒน์เลย อยู่ๆ วันนี้มาบอกว่าจะช่วยแถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนมีแผนอีก


นายไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีใช่ไหมครับ

เดี๋ยวนายก็รู้เองแหละซัน

ผู้ช่วยหนุ่มเริ่มหวั่นใจกลัวว่าน้ำทิพย์จะทำอะไรที่มันนอกลู่นอกทาง เพราะนายท่านอุตส่าห์ส่งเขาให้มาดูแลน้ำทิพย์ หากเขาดูแลลูกสาวของนายท่านไม่ดีเขาได้โดนนายท่านตัดหางปล่อยวัดแน่


และเขาก็เดาไม่ได้เลยว่าตอนนี้เจ้านายสาวของเขากำลังมีแผนการอะไร ดูแล้วไม่น่าจะใช่เรื่องดี เขาก็ได้แต่ภาวนาขอให้น้ำทิพย์มีสติ ไม่ทำอะไรที่มันมีผลกระทบตามมาทีหลัง เพราะคนที่จะเจ็บหนักและได้ไม่คุ้มเสียก็คงจะหนีไม่พ้นน้ำทิพย์เอง





ข้อเสนอของคุณเขานี่ร้ายกาจมาก

555555555555

เข้ามาคุยกับไรท์ได้ในทวิตเตอร์น้า


#บีจะหมั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

807 ความคิดเห็น

  1. #649 kaimuk544 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:50
    พี่บีร้ายกาจมาก
    #649
    0
  2. #620 Toonnie1989 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 07:22
    เราว่าไม่ได้ช่วยแล้วแหละเรื่องส่วนตัวล้วนๆ 5555555
    #620
    0