คู่หมั้น [บีคริส]

ตอนที่ 2 : คู่หมั้น 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63



คู่หมั้น

-1-


บรรยากาศภายในร้านกาแฟที่ตอนนี้กลายเป็นผับขนาดเล็ก เต็มไปด้วยสาวๆ ที่แต่งตัวกันซะเปรี้ยวเด็ดเข็ดฟัน ก่อนที่ร่างบางของคริสจะเดินเข้าไปร่วมแจมด้วย


“หมวย! กว่าจะมาได้นะแกแล้วนี่แต่งตัวอะไรของแกมาเนี่ย” เจนี่เจ้าของร้านเอ่ยถามพร้อมกับมองสำรวจเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า ช่างแต่งตัวไม่เข้าคอนเซ็ปมาก


“เอาน่า กว่าจะหนีลูกน้องแม่มาได้ก็เกือบแย่แล้วไหม”


“ไปสนุกกันดีกว่า อ้าวทุกคนคืนนี้ไม่เมาไม่กลับ!” คริสชอบหาเวลาว่างมาปาร์ตี้กับเพื่อนเสมอ ตอนนี้เธอเรียนมหาลัยฯ ปีสองคณะบริหารธุรกิจ แต่ถึงจะเรียนหนักแค่ไหนเธอก็ปาร์ตี้หนักเช่นกัน ถึงเธอจะเมายังไงก็ไม่เป็นผลต่อการเรียนเธอเลยสักนิด


“ฉันว่าเรามาแข่งกันเต้นดีกว่าว่าใครจะแซ่บกว่ากัน ว่าไงอีหมวย”

“จัดไป! คนอย่างคริสไม่แพ้ใครอยู่แล้ว”

“วู้ๆๆ” สาวๆ ต่างก็ออกสเต็ปแบบไม่มีใครยอมใคร เรื่องแบบนี้มันแพ้ไม่ได้จริงๆ กองเชียร์ต่างก็สงเสียงเชียร์กันยกใหญ่


น้ำทิพย์กลับมาถึงบ้านก็รีบเดินเข้าไปอ้อนคนเป็นแม่ทันที มาดผู้บริหารผู้เคร่งขรึมตอนนี้ได้กลายเป็นลูกแมวตัวน้อยๆ ไปซะแล้ว

“คิดถึงนายแม่จังเลยค่ะ” น้ำทิพย์พูดเสร็จก็เดินเข้าไปหอมแก้มนายแม่ทันทีเพราะไม่ได้เจอกันนานเป็นเดือนก็ต้องคิดถึงเป็นธรรมดา

“ดูสิ เสียภาพพจน์ผู้บริหารหมด จริงไหมซัน” ซันแอบขำกับท่าทางออดอ้อนของเจ้านายตัวเองถือว่าเขาโชคดีมีบุญได้เห็นมัน

“ก็ตอนนี้ไม่มีลูกน้องอยู่แล้วนี่คะ”


น้ำทิพย์ไม่ได้อายที่ซันเห็นเพราะเธอรู้ว่าผู้ช่วยหนุ่มอย่างซัน ไม่มีทางเอาเธอไปเม้าท์ให้คนอื่นฟังแน่ๆ อีกอย่างเขาก็เป็นคนเดียวที่ได้เห็นเธอมุมนี้

“กลับมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนดีกว่านะ”

“ค่ะ ซันนายเอาเอกสารไปว่างไว้ที่ห้องทำงานนะ แล้วก็ไปพักผ่อนได้

“ครับนาย”


น้ำทิพย์เอ่ยสั่งเลขาหนุ่มเสร็จก็กลับขึ้นห้องไปอาบน้ำพักผ่อน เพราะวันนี้เธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คิดถึงเตียงนอนนุ่มๆ จะแย่ อยากจะทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งซะให้พอใจ


คริสที่ดื่มอย่างหนักตอนนี้ก็แทบจะเมาไม่ได้สติเดินเซไปเซมา พลอยแฟนสาวของเธอก็ต้องประคองไว้ ทุกครั้งที่มีปาร์ตี้คริสจะต้องเมาทุกครั้งไม่มีครั้งไหนหรอกนะที่เธอจะได้แบกเพื่อนมีแต่เพื่อนที่จะต้องแบกเธอ


“คริสคะ ไหวไหมเนี่ย”

“คริสไหวค่ะพลอย” คนเมาเอ่ยบอกแต่น้ำเสียงกลับยานครางจนมันแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์ แถมยังทิ้งตัวให้แฟนสาวของตัวเองได้แบกร่างหนักๆ อีก


“งั้นคืนนี้ไปนอนห้องพลอยนะ”


พลอยพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์พอสมควรก่อนจะพาแฟนสาวของตัวเองมาที่คอนโด พลอยก็พยุงศิรินขึ้นมาบนห้องอย่างทุลักทุเลพอถึงหน้าห้องก็ต้องบอกให้อีกคนยืนดีๆ


“ยืนดีๆ สิคริส พลอยเปิดประตูก่อน”

“งื้อ” คนเมาทำเสียงงอแงเพราะมันอยากจะทิ้งร่างลงบนเตียงจะแย่ แข้งขามันไม่มีแรงแล้ว พลอยเปิดประตูได้ก็รีบพาร่างบางมานอนที่เตียงทันที


“เฮ้อ~” 

พลอยถึงกับถอนหายใจออกมาก่อนจะถอดรองเท้าออกให้ พลอยนั่งลงข้างๆ มองคริสที่ตอนนี้หลับไปแล้ว เวลาเมานี่ก็น่ารักดีเนาะพลอยคิดในใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าไปซุกไซ้ที่ซอกคอของคริส มีเพียงเสียงครางเบาๆก่อนที่คริสจะได้สติและผลักพลอยออก


“ไม่เอาน่า คริสง่วงอ่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเรานอนกันดีกว่าเนาะ”


พลอยไม่ได้โกรธที่คริสปฏิเสธถึงแม้ว่าเราจะคบกันมานานแล้วแต่พลอยก็เคารพการตัดสินใจของคริส ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างคนรักและโอบกอดร่างบางเอาไว้ซึ่งคริสก็ยอมให้กอด


ครืด~ ครืด~

เสียงโทรศัพท์ของคริสดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คริสต้องควานหามัน ก่อนจะลืมตามองว่าใครโทรมาตั้งแต่เช้า พอเห็นเบอร์ที่คุ้นเคยคริสก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันทีทำเอาพลอยตกใจตื่นตามไปด้วย


“มีอะไรหรอคริส”

“แม่โทรมาอ่ะพลอยคริสต้องรีบกลับแล้ว ไว้เจอกันนะ”

คริสไม่รอคำตอบใดใดจากพลอยรีบลุกจากเตียงใส่ร้องเท้าและวิ่งออกจากห้องไปก่อนจะลงมาโบกแท็กซี่หน้าคอนโดไม่นานก็มาถึงบ้าน


คริสแอบเดินย่องเข้าบ้านเพราะไม่เห็นแม่ของเธอมายืนรอแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาขึ้นบันไดความซวยก็บังเกิด เมื่อเสียงของคนเป็นแม่ตะโกนมาจากทางด้านหลังดูจะอารมณ์ไม่ดีซะด้วยสิ


“กลับมาแล้วหรอ ยัยตัวดี!”

“โห แม่อ่าทำไมต้องทำเสียงดุด้วยล่ะคะ”


“ไม่ต้องมาทำเสียงเล็กเสียงน้อย แม่โทรไปทำไมไม่รับแล้วนี่แต่งตัวอะไร กลิ่นเหล้านี่แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามปาร์ตี้” ประกายดาวว่าพรางตีลูกสาวสุดดื้อของเธออย่างเหลืออด


“โอ้ยแม่! คริสเจ็บนะ”

“เสียงดังอะไรกันแต่เช้า สองแม่ลูก” ผู้เป็นพ่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ถามขึ้นก่อนจะเดินลงบันไดมา คริสได้ทีก็วิ่งเข้าไปอ้อน

“คุณพ่อขา ก็คุณแม่นะสิคะตีคริสใหญ่เลย”

“คุณก็ ไหนๆ ลูกก็กลับมาแล้วก็ให้ลูกไปพักผ่อนเถอะ”

“คุณก็ชอบตามใจลูกอยู่เรื่อย สักวันจะเสียคน”

“เอาน่าๆ พ่อว่าคริสไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่านะ”


ค่ะพ่อ” 

คริสรีบวิ่งขึ้นห้องนอนไปทันทีก่อนที่จะโดนคนเป็นแม่ดุอีก คนเป็นแม่ก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะสามีของเธอชอบตามใจลูกสาวจนเสียนิสัยกันไปหมด ที่เธอดุด่าก็แค่ไม่อยากให้ลูกเสียคน


ถึงจะรู้ว่าคริสไม่มีทางเหลวไหลแน่นอนอาจจะติดปาร์ตี้และชอบเข้าสังคมไปเสียหน่อย แต่นี่ก็มหาลัยฯ ปีสองแล้ว เธออยากให้ลูกโฟกัสเรื่องเรียนมากกว่าเรื่องเที่ยวแต่พูดก็พูดเถอะพ่อเขาโอ้เธอจะทำอะไรได้


“แล้วนี่คุณจะแต่งตัวไปไหนแต่เช้าคะ” ประกายดาวเอ่ยถามเพราะเห็นสามีของตัวเองแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอกแต่เช้า

“ไปคุยเรื่องหนี้สินน่ะสิ”

“ทางนั้นเขาว่ายังไงบ้างคะ”


“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้เขาเรียกเข้าไปคุยน่ะงั้นผมไปก่อนนะ” คนเป็นสามีได้แต่ทำหน้าหนักใจเพราะการไปคุยกับเจ้าหนี้ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเสียเท่าไหร่ แต่ในเมื่อเขาเรียกก็มีหน้าที่ต้องไป


น้ำทิพย์มาทำงานแต่เช้าเพราะยังมีเอกสารมากมายรอให้เธอจัดการโดยมีซันที่เป็นทั้งคนดูแลและะผู้ช่วยนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเยื้องๆ กับโต๊ะทำงานของน้ำทิพย์เพราะเธอจะได้สามารถเรียกใช้งานเขาได้สะดวก


“บอสคะคุณวิวัฒน์มาขอพบค่ะ” เลขาสาวเดินเข้ามารายงานเมื่อลูกหนี้คนสำคัญมาถึงน้ำทิพย์ได้ยินชื่อนั้นก็ตอบรับทันที


“ให้เข้ามาค่ะ” 

พอสิ้นเสียงวิวัฒน์ก็เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของผู้บริหารสาว ก่อนที่น้ำทิพย์จะยืนขึ้นและเอ่ยทักทายคนมีอายุมากกว่า และผายมือให้เขานั่งลงที่เก้าอี้สำหรับแขก


“ฉันว่าเราเข้าเรื่องเลยดีกว่านะคะ”

น้ำทิพย์ไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่เป็นคนไม่อยากเสียเวลาเพราะทุกนาทีของเธอมีค่าและก็ไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลาด้วย

“ผมขอเลื่อนไปก่อนได้ไหม”

“เราให้คุณเลื่อนมาสองครั้งแล้วนะคะ ครั้งนี้เห็นทีจะไม่ได้ค่ะ”

“คุณก็รู้ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี บริษัทผมก็ขาดรายได้ผมหมุนเงินไม่ทันจริงๆ ขอเวลาผมหน่อยนะ” วิวัฒน์เอ่ยขอความเห็นใจ


“ฉันเห็นใจคุณนะคะแต่บอร์ดผู้บริหารของเราตกลงกันแล้วคุณพ่อก็ตกลงตามนั้น ฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้ มีทางเดียวคุณต้องให้เราเข้าไปบริหารบริษัทของคุณแทนเพื่อเป็นการผ่อนหนี้”


“ไม่ได้! บริษัทนี่ผมสร้างขึ้นมากับมือมันจะตกไปอยู่ในมือคนอื่นไม่ได้”

“แล้วคุณจะให้เราทำยังไงคะ”


“ผมมีข้อเสนอ” วิวัฒน์หยุดพูดก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองซันเป็นเชิงบอกว่าเขาอยากคุยกับน้ำทิพย์แค่สองคน น้ำทิพย์เลยหันไปบอกผู้ช่วยของเธอ


“ซันนายออกไปก่อน”

“ครับนาย” ซันรับคำและเดินออกไปจากห้องทำงาน หลังจากเสียงปิดประตูดังขึ้นน้ำทิพย์ก็ถามต่อทันที

“คุณมีข้อเสนออะไรคะ ถ้าน่าสนใจฉันอาจจะรับไว้พิจารณา”

“ผมจะให้ลูกสาวมาทำงานชดเชยให้”

“ลูกสาว?” น้ำทิพย์ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงไม่รู้มาก่อนว่าอีกคนจะมีลูกสาวด้วยก่อนที่วิวัฒน์จะพูดต่อเมื่อเห็นน้ำทิพย์เงียบไป

“ใช่ แกเรียนด้านบริหารมา”


“แต่เงินที่คุณติดฉันมันมากกว่าเงินเดือนของลูกสาวคุณอีกนะคะ ไม่รู้ว่าทำงานทั้งปีจะใช้หมดหรือเปล่า” น้ำทิพย์ไม่ได้บีบบังคับเขาแต่จำนวนเงินที่เขายืมไปมันมากกว่าเงินเดือนพนักงานทั้งชีวิตซะอีก


“ถือว่าช่วยผมหน่อยละกัน ระหว่างนี้ผมจะหาเงินมาคืนให้” น้ำทิพย์เงียบไปพลางใช้ความคิดก่อนจะตอบกลับไป


“ข้อเสนอของคุณก็น่าสนใจนะคะ แต่ฉันว่ามันก็ไม่คุ้มอยู่ดี” ด้วยความเป็นผู้บริหารหัวคิดหัวอ่านก็ต้องนึกถึงผลได้มากกว่าผลเสีย และน้ำทิพย์ไม่มีทางยอมให้บริษัทของตัวเองเสียผลประโยชน์อย่างแน่นอน


“คุณอย่าพึ่งปฏิเสธเลยนะเอาเก็บไปคิดก่อนก็ได้ นี่นามบัตรผม งั้นผมขอตัว” 

วิวัฒน์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะวางนามบัตรลงบนโต๊ะทำงานของน้ำทิพย์และเดินออกไป พอซันเห็นวิวัฒน์ออกไปแล้วก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องทำงานทันที พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของคนเป็นนายก็เอ่ยถาม


“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย”

“นายช่วยสืบให้ฉันหน่อยว่าลูกสาวคุณวิวัฒน์เป็นใคร เอาอย่างละเอียด”

“ครับนาย” ซันรับคำกำลังจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง น้ำทิพย์ก็เอ่ยขอให้เขาหาข้อมูลให้อย่างเร็วที่สุด

“ฉันขอด่วนที่สุดนะ” สิ้นเสียงของน้ำทิพย์ผู้ช่วยหนุ่มก็รีบไปทำหน้าที่ของตนเองทันทีใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงซันก็กลับมาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาล


“ได้แล้วครับนาย”

“ดีมาก นายนี่ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ”

น้ำทิพย์แกะซองเอกสารออกก่อนจะเลื่อนสายตาอ่าน แต่ก่อนที่จะอ่านจบก็ยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นรูปของผู้หญิงที่เธอพึ่งเจอเมื่อวาน


“นี่มันยัยเด็กคนเมื่อวานนี่”

“เธอชื่อคริส ศิรินครับ เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณวิวัฒน์ เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยนะครับ” ซันเอ่ยบอกข้อมูลที่คิดว่านายของเขาอาจจะอยากรู้ ซึ่งน้ำทิพย์ก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์


“ไม่เลว”

“นายให้ผมสืบประวัติเธอทำไมครับ” น้ำทิพย์ไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มมุมปากให้กับผู้ช่วยหนุ่มและวางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน


วิวัฒน์เดินเข้ามาข้างในบ้านสีหน้าของเขากังวลพอสมควรเพราะไม่รู้ว่าข้อเสนอของเขานั้นจะได้รับการตอบตกลงหรือไม่

“คุณพ่อขา กลับมาแล้วหรอคะ” คริสวิ่งเข้าไปกอดแขนของผู้เป็นพ่อก่อนจะทำเสียงอ้อนเหมือนอย่างที่ชอบทำ มันทำให้วิวัฒน์พอจะยิ้มออกมาได้บ้างก็ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอ้อนกันขนาดนี้


“ทำไมวันนี้อยู่บ้านได้ล่ะลูก” วิวัฒน์เอ่ยถามอย่างแปลกใจเพราะปกติเขาจะเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักชอบไปคลุกอยู่ที่ร้านกาแฟของเพื่อนแต่วันนี้แปลกที่อยู่บ้านได้


“ปกติคริสก็เป็นเด็กดีแบบนี้อยู่แล้วนะคะ”

“คงจะดีแค่วันนี้น่ะสิ” ประกายดาวที่เดินออกมาได้ยินก็พูดขัดขึ้นทำให้ คริสยู่หน้าและรีบฟ้องวิวัฒน์ทันที

“ดูคุณแม่สิคะ ดุคริสตลอดเลย”

“ไม่ต้องไปอ้อนพ่อเขาเลยนะ ไป ไปช่วยแม่ทำกับข้าวให้คุณพ่อ”

“ก็ได้ค่า คุณพ่ออาบน้ำเสร็จรีบตามมานะคะ” คริสเห็นว่าคนเป็นพ่อพึ่งกลับมาจากที่ทำงานก็เลยบอกให้อีกคนไปอาบน้ำจะได้ลงมาทานข้าว

วิวัฒน์มองตามหลังลูกสาวพลางคิดว่าเขาคิดถูกหรือเปล่าที่เสนอน้ำทิพย์ไปแบบนั้น แล้วไม่ได้ปรึกษาลูกก่อนเลยว่าจะยอมหรือเปล่า ก่อนจะส่ายหน้าเพราะเขาไม่ได้เอาลูกไปขายซะหน่อยก็แค่ไปทำงานใช้หนี้เฉยๆ คิดได้แบบนั้นเขาก็เดินกลับขึ้นบ้านไป




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

807 ความคิดเห็น

  1. #619 Toonnie1989 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 07:17
    เราจะตามจิ้นพลอยคริสทุกเรื่อง 55555555
    #619
    0