หมอเพลิงแฟนกัลป์ (end)

ตอนที่ 9 : Chapter 8 || มัดหมี่เอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 751 ครั้ง
    6 ก.พ. 64

 

#8

มัดหมี่เอง

 

 

เช้าที่สุดแสนของการตื่นมาแล้วตาเป็นหมีแพนด้า ทั้งคืนที่ผ่านผมแทบนอนไม่หลับ...ใครหลับลงก็บ้าแล้ว! นอนก็น้อยแถมยังต้องตื่นมาในอ้อมกอดของไอ้หนวดปลาหมึกอีก เอาซะผมหายใจแทบไม่ออก เตียงก็ตั้งกว้างแต่ทำเหมือนที่นอนกว้างแค่สองเซ็นเท่านั้นอะ

ฮึ่ยย หงุดหงิดๆๆๆ

จากที่จะได้ตื่นเวลาปกติ ผมก็ได้ตื่นเร็วขึ้นตามพี่เพลิงไปโดยปริยาย ตื่นมาก็เจอรอยยิ้มเจ้าหญิงนั่นอีกยิ่งทำให้ผมหัวเสียเข้าไปใหญ่ กว่าผมจะลุกออกมาจากเตียงตัวเองได้ก็แทบได้เอาแจกันมาทุบหัวไอ้พี่เพลิงเพราะไม่ยอมปล่อยซะที

ผมเดินเข้าห้องน้ำด้วยสภาพหัวร้อนสุดๆ เปิดน้ำจากฝักบัวราดหัวที่กำลังอุ่นๆ ของตัวเอง สักพักถึงได้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ผมอาบน้ำทำธุระส่วนตัวรวมถึงแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาจากในห้องน้ำจนเสร็จ เดินใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมออกมาพลางเหลือบมองหาร่างปีศาจหัวใจไปด้วย

มองรอบห้องก็ไม่เห็น ผมถึงได้มองออกไปทางระเบียง พี่เพลิงกำลังยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่ตรงนั้น...เห็นแค่หลังยังหงุดหงิดเลยคิดดู!

ผมหันกลับไปเป่าผมต่อจนแห้ง หวีผมนิดหน่อยก็เป็นอันเรียบร้อย พอหันไปมองพี่เพลิงก็เห็นเจ้าตัวยังคงคุยโทรศัพท์อยู่ ผมเหลือบมองนาฬิกา...ถ้าพี่มันช้ากว่านี้ก็เสี่ยงจะไปมอสายได้ ส่วนผมน่ะเรียนสายกว่าเลยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว สุดท้ายผมเลยลุกขึ้น เดินไปทางระเบียง จะไปบอกพี่มันหน่อย พี่เพลิงอาจจะยังไม่รู้ว่าผมอาบน้ำเสร็จก็ได้

คิดถึงมากเลยค่ะ

“…”

ถ้าว่างจะรีบกลับไปหาหนูนะคะ

ในตอนที่ผมเลื่อนประตูกระจกออกก็ได้ยินเสียงทุ้มที่คุยกับปลายสายอยู่ เกิดชะงักไปอย่างไม่รู้เหตุผลหลังจากได้ยินประโยคก่อนหน้า...

ผมเงยหน้ามองรอยยิ้มบางจากหน้าด้านข้างพี่เพลิง เขาไม่รู้ว่าผมเข้ามายืนอยู่ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ...

คะขาด้วยว่ะ...

เชี่ยย นี่พี่มันกำลังสับรางเหรอ! พี่มันกำลังคุยกับสาวคนอื่นแน่ๆ

ไอ้พี่เพลิงมันจีบไปทั่วเหรอวะเนี่ยย

แม้พูดกับตัวเองไปแบบนั้นแต่ก็ไม่รู้ตอนไหนเหมือนกันที่ผมหยิบกระเป๋าและกุญแจรถออกมาจากห้อง เดินเร็วๆ ลงมาจากหอแล้วไลน์ไปบอกพี่เพลิงมันสั้นๆ ว่าติดธุระด่วน ฝากล็อกห้องด้วย

หัวสมองผมว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ ผมขี่มอเตอร์ไซต์ออกมาด้วยความเร็ว...ไม่รู้จะรีบไปไหนเหมือนกัน รู้แค่ว่าอยากรีบไปให้ไกลจากคนคนนั้นเร็วๆ

แม่ง...

ผมไม่ใช่ของเล่นของพี่มึงนะเว้ย

 

 

 

 

 

“กัลป์ มาถึงนานยัง”

“เพิ่งถึงเมื่อกี้เลยจ้าา”

ผมหันไปตอบศุกร์เพื่อนรัก มันนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ผมจองไว้ให้…ทักทายกับเพื่อนรักเสร็จผมก็กลับมานั่งไถเฟซบุ๊กเล่นตามเดิม เลื่อนไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีอะไรทำสุดๆ ...ไม่ว่าเล่นแอปไหนมันก็ดูน่าเบื่อสำหรับผมมากในตอนนี้

นิ้วผมชะงักกึกตอนที่หน้าฟีดเป็นภาพของใครบางคน เพจคิวท์บอยของมอเรามักจะเอารูปภาพของคนดังในมหาลัยมาลงแบบนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือผมนี่แหละ...คนไม่อยากเจอยังจะขึ้นมาให้เห็นอีก

ผมเลื่อนสายตาอ่านคำบรรยายด้านบนภาพผ่านๆ ก็ไม่พ้นการชมความหล่อกับลุคคุณหมอสุดอ่อนโยนของพี่มัน ผมกดปิดหน้าจอเพราะไม่อยากเล่นโทรศัพท์อีกต่อไป วางมันลงบนโต๊ะอย่างไม่คิดจะหยิบขึ้นมาเล่นอีก

แค่นึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มในรูปเมื่อกี้ของพี่มันก็ทำให้หัวสมองผมตื้อไปหมดแล้ว...

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็สามวันแล้ว...ผมอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ได้ รู้แค่ว่าผมเสียความรู้สึก มากขนาดที่ว่าผมยังไม่อยากเจอหน้าเขา

ผมหลบหน้าพี่เพลิงทุกทาง ไม่ว่าพี่มันจะโทรหรือไลน์มาผมก็เลือกกดปิดไปทั้งหมด...ผมไม่คิดว่าปีศาจหัวใจจะใจร้ายมากขนาดนี้

“มึง…”

“ฮะ ว่า”

ผมหันกลับไปมองดาวศุกร์ มันทำหน้ากังวลเหมือนกับมีเรื่องไม่สบายใจ

“เป็นอะไร ทำไมหน้าเครียดงั้นอะ”

“มึงต่างหาก ไม่ใช่กู”

เอ้า อะไรของมันวะ...ก็เห็นๆ อยู่ว่ามันสีหน้าไม่ดี แล้วมาบอกว่าเป็นผมได้ไงอะ

“กูเห็นช่วงนี้มึงซึมๆ อะ ถึงมึงจะยังคุยเล่นกับกูเหมือนเดิมแต่มึงไม่ร่าเริงเหมือนปกติ”

“ฮะ กูเนี่ยนะ”

“อื้อ มึงชอบเหม่อบ่อยๆ ด้วย ตาก็เศร้าแปลกๆ ...กูเป็นห่วงมึงนะกัลป์ รู้ใช่มั้ยมีอะไรมึงระบายกับกูได้หมดเลย”

ผมนั่งเงียบอย่างไปต่อไม่ถูก...ผมคิดว่าทำตัวปกติตามเดิมได้เนียนแล้ว ไม่รู้ตัวเลยถ้าไอ้ศุกร์ไม่พูดมันออกมาว่าผมมีอาการพวกนั้น พอเงยหน้าขึ้นสบตาดวงตาลูกแมวผมก็เผลอถอนหายใจออกมายาว ผมรู้ว่ามันต้องเป็นห่วงผมมากถึงได้เอ่ยถามกันตรงๆ แบบนี้

ผมไม่ได้อยากมีเรื่องอะไรปิดบังศุกร์มันเลยนะ...แต่เรื่องนี้ผมคิดว่าควรปิดไว้ให้เงียบคงจะดีที่สุด

เพราะอีกหน่อยผมกับพี่เพลิงคงได้ห่างกันไปแล้ว ตอนนี้ก็ห่างกันมาสามวันแล้วด้วยนี่

“ปัญหาชีวิตนิดหน่อยอะ แต่กูไม่เป็นอะไรหรอก มึงไม่ต้องเป็นห่วงนะ...เดี๋ยวกูก็หายแล้วว”

“...แต่ถ้าไม่ไหวมึงก็โทรหากูได้ตลอดเลยนะ” มันว่าสีหน้าจริงจัง

“จ้าา สัญญาว่าจะไม่แอบนอนร้องไห้คนเดียวแน่นอน ปัญหาจิบๆ บอกเลย”

“อื้อ ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่กูก็ขอให้มึงหายเศร้าเร็วๆ นะ”

“กูไม่ได้เศร้าซะหน่อย! แบบนั้นมันจะดูมีอิทธิพลมากเกินไป ไม่ได้ๆ กูรับไม่ได้สุดๆ”

ผมก็แค่ผิดหวังที่เคยคิดว่าพี่มันเป็นคนจริงใจก็เท่านั้นเถอะ อีกหน่อยผมก็จะกลับไปเป็นไอ้กัลป์คนเดิมแล้ว แค่ขอเวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง

“โอเค...ถ้าอย่างนั้นวันนี้ตอนเย็นไปกินข้าวกันนะ กูจะพามึงไปกินเยอะๆ ให้หายเศร้าเอง”

“เอาดิ แล้วพี่ไฟอะ”

“พี่ไฟก็ไปด้วย...ได้มั้ย”

“ได้ดิ คิดมากทำไมมึงหนิ”

ยื่นมือไปเสยผมหน้าม้ามันจนยุ่งไปหมด ศุกร์มันก็แค่จัดผมให้เรียบร้อยตามเดิมอย่างไม่ว่าอะไร...ก็คนมันมันเขี้ยวนี่!

“กะ..กูกลัวมึงน้อยใจ”

“ไม่เคยคิดอะ กูชอบเวลามึงอยู่กับพี่ไฟซะด้วยซ้ำ...ดูน่ารักกันให้กูอิจฉาเล่นตลอดอะ” ผมว่าขำๆ

แต่ผมพูดจริงนะ สองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วคือดูออกเลยว่าต่างฝ่ายต่างเป็นความสบายใจซึ่งกันและกันอะ แล้วผมก็อยากให้ศุกร์มันมีความสุขแบบนี้ไปนานๆ ด้วย มันควรยิ้มได้เยอะๆ มากกว่าใคร

“ขอบใจนะมึง อืมมม...กูอยากให้มึงเจอคนดีๆ เหมือนกัน แต่กูจะเป็นพ่อซื่อให้ก็ไม่ได้ด้วยสิ มึงอาจจะยังไม่พร้อมกับเรื่องนี้”

“แหมม ตัวแค่นี้แต่จะมาเป็นพ่อสื่อให้กู เก่งจริงจริ้งง”

ผมมองแก้มไอ้ลูกแมวที่มันแดงน้อยๆ เพราะอายที่ผมแซว...โถ แล้วแบบนี้พี่ไฟมันจะไปไหนรอดด ทุกวันนี้ก็เห็นแทบจะเอาเมียไว้บนหิ้งได้

 

 

เป็นเวลากว่าห้าโมงเย็นที่ผม ดาวศุกร์และพี่ผัวมันเดินเข้ามาในร้านอาหารแถวมอ ผมสั่งของกินมาเยอะมากเพราะการเรียนมันดูดพลังงานผมไปหมด ตอนนี้ก็นั่งรออาหารอย่างใจจดใจจ่อ ตาลายไปหมดเพราะความหิว

ต่างจากสองคู่รักตรงหน้าที่เติมความหวานให้กันแทนข้าวอยู่ พี่ไฟเท้าคางลงกับโต๊ะในขณะที่มืออีกค้างก็ยกขึ้นลูบผมแฟนตัวเองเล่นไม่ห่าง สายตงสายตามาเต็มที่ไม่เผื่อแผ่ให้ใคร แทบจะปล่อยรังสีความรักออกมาปาใส่ไอ้ศุกร์มันเลยก็ว่าได้ ส่วนไอ้เพื่อนรักของผมก็นั่งเล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันที่ทำมาในวันนี้ให้ฟังตากลมแป๋ว

แต่โทษทีที่ความหิวมันบังตาผมไปหมดแล้วในตอนนี้...ความอิจฉาใดๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรผมได้จริงๆ

“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ”

โอ้เย้ ในที่สุดดด ผมจะไม่หิวตายแล้ว

หลังทุกอย่างถูกวางลงบนโต๊ะผมก็ไม่รอช้า รีบทำการเขมือบลงท้องทันที แล้วไอ้ศุกร์ก็ทำเหมือนที่มันพูดไว้เลยว่าจะพาผมมากินเยอะๆ มันคอยตักอาหารทั้งหลายมาใส่จานผมไม่มีขาดตอน อันไหนอร่อยก็ตักมาเยอะสุด ใส่ใจทุกรายละเอียดจนผมแทบเกือบโดนพี่ไฟมันมองแรง

“มึงก็กินด้วย กินเยอะๆ”

ผมเองก็ตักกุ้งให้มันบ้าง...ยิ่งมันนั่งข้างพี่ไฟแบบนี้ก็นึกว่าลูกแมวนั่งข้างพญาเสืออะ

“อื้อ แต่กูน้ำหนักเพิ่มขึ้นแล้วด้วยนะ” มันว่ายิ้มๆ อย่างภูมิใจ แต่ผมนี่มองยังไงมันก็ตัวเท่าเดิมเปี๊ยบ เพื่อความชัวร์ผมเลยหันไปขอคำยืนยันจากพี่ไฟ

“ไอ้ศุกร์มันหนักขึ้นจริงเหรอวะพี่”

“ไม่แน่ใจ...คงต้องลองอุ้มดู”

อะ...เหม็นความรักไปอีกหนึ่งจังหวะเลยจ้ะ กรุณาไปหวานกันตรงนู้นจ้าา...ผายมือ

ก่อนจะได้พูดอะไรกันต่อเสียงโทรศัพท์ของพี่ไฟก็ดังขึ้น เจ้าตัวขอออกไปคุยสายข้างนอกก่อนเดี๋ยวกลับมา ก่อนไปยังมีหันมาลูบหัวเมียด้วยนะ...ผมนี่ถอนหายใจเฮือกเลยครับ

หันกลับมานั่งกินอาหารตรงหน้าต่อ แป๊บเดียวพี่ไฟก็กลับเข้ามา พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นว่าพี่เขามองผมอยู่ก่อนแล้ว...หืม อะไรวะ

“มีอะไรเปล่าพี่”

พี่ไฟส่ายหัวเบาๆ ก่อนบอก “…ไปคุยกันเองแล้วกัน”

“ครับ?”

พี่ไฟไม่ได้ว่าอะไรต่อแม้จะเห็นว่าผมทำหน้างงขนาดไหน มาทำให้อยากรู้แล้วจากไปนะเนี่ยคนเรา...ผมเลือกที่จะช่างมันก่อนแล้วหันมากินข้าว ท้องยังไม่อิ่มเรื่องอื่นจึงสำคัญน้อยกว่า!

ไม่ถึงห้านาทีต่อมาผมก็รับรู้ได้ถึงใครบางคนที่มาหยุดยืนข้างๆ โต๊ะ...เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ผมในขณะที่ผมเงยหน้าไปมองพอดี

“ขอจานกับแก้วอีกชุดหนึ่งครับ”

พี่เพลิง...

 

 

 

Plerng Part

 

“พี่เพลิง...สวัสดีครับ”

“ครับ…”

ดาวศุกร์ยกมือขึ้นไหว้พร้อมเอ่ยทักทายผมอย่างแปลกใจ...ส่วนคนที่นั่งข้างๆ ผมกลับไหว้กันเงียบๆ แล้วก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าต่อทันที

ผมหอบน้อยๆ พอราววอร์ดเสร็จก็รีบออกมาที่นี่ทันที...ถ้าไอ้ไฟมันไม่บอกผมก็คงไม่ได้มาเจอกัลป์แบบนี้

ผมติดต่อกัลป์ไม่ได้เลย วันนั้นก็รีบออกไปโดยที่ไม่รอบอกผมเอง...ไม่รู้เลยว่าทำไมถึงโดนกัลป์หลบหน้าขนาดนี้ สามวันที่ผ่านมาผมร้อนใจไปหมดจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย แต่ที่ไปหากัลป์ไม่ได้ก็เพราะมีสอบเข้ามาพอดี

ผมไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้น้องโกรธ...แต่ผมไม่ชอบแบบนี้เลย

อยู่ดีๆ เมียก็หนีหน้า ผมแม่งยิ่งกว่าหมาอีก...วันนี้ผมต้องมาคุยกับน้องให้รู้เรื่อง ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปผมคงได้ตายแน่ๆ

โดนกัลป์เมินมันทั้งเจ็บทั้งร้อนใจเลยจริงๆ นะ

“รีบไรขนาดนั้น” ไฟเงยหน้าขึ้นมาถามผม

มันก็รู้ดีที่สุดว่าเพราะอะไร แค่ถามเพราะอยากให้กัลป์ได้ยินนั่นแหละ

“หาคน”

“เจอยัง”

“อืม เจอแล้ว”

“พี่เพลิง…เจอใครเหรอครับ”

น้องศุกร์ถามอย่างสงสัย ก็ทั้งโต๊ะมีแค่เราสี่คนหนิ ศุกร์ก็คงงงอย่างช่วยไม่ได้...ผมส่งยิ้มบางๆ ไปให้อีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่านั้น

เสมองคนข้างตัวที่กินข้าวได้ช้าลงและไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกันอีกเลยแม้แต่น้อย...โคตรใจเจ็บเลย แต่ผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเผลอทำอะไรผิดไปจนทำให้กัลป์โกรธกันขนาดนี้

บรรยากาศระหว่างเราเงียบลงถนัดตาเมื่อคนที่มักจะร่าเริงตลอดอยู่ๆ ก็เงียบไป ไม่พูดไม่จากับใครเหมือนอย่างเคย ไฟมันก็รับรู้ได้ถึงได้มองหน้าผมแบบนั้น...แต่คงต้องเว้นน้องศุกร์เอาไว้เพราะเจ้าตัวคอยตักอาหารให้เพื่อนสนิทตลอดเลยไม่ได้สังเกตบรรยากาศที่เปลี่ยนไป

ผมไม่ชอบแบบนี้เลย...ผมอยากให้กัลป์ยิ้มได้เยอะๆ เหมือนเดิม

“เดี๋ยวกูขอไปห้องน้ำก่อนนะ”

“อื้อโอเค”

หลังพวกเราทานข้าวกันเสร็จจนใกล้ถึงเวลาแยกย้าย คนข้างกายก็ขอตัวไปห้องน้ำเงียบๆ ผมมองตามแผ่นหลังบางจนเจ้าตัวลับสายตาไป...

“ไปทำไรไว้ล่ะ ถึงโกรธขนาดนั้น”

ไอ้ไฟถามขึ้นให้เราได้ยินกันแค่สองคน ระหว่างที่ยืนรอกัลป์ไปห้องน้ำอยู่ที่หน้าร้าน ส่วนน้องศุกร์เหมือนจะขอไปคุยโทรศัพท์กับแม่นมอยู่

“ไม่รู้เหมือนกัน...จะบ้าตายแล้ว”

“คุยให้รู้เรื่อง ปล่อยไว้นานมันจะไม่ดีเอา แค่นี้อย่ากระจอกได้มั้ยเพลิง”

“ห้ามได้ไงล่ะไอ้สัด พอเป็นเรื่องของเขาแล้วกูจะเป็นจะตายให้ได้เลย” ผมเสยผมลวกๆ อย่างคิดไม่ตก

“ธรรมดา รักเขามากก็ลำบากหน่อย ใจเรามันจะไม่เป็นของเราหรอก”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เจอน้องศุกร์มันคงไม่มีวันพูดแบบนี้กับผมหรอก เรื่องรักๆ โคตรจะเป็นเรื่องไกลตัวไฟมันฉิบหายเลย...แต่วันนี้มันกลับรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีจนมายืนสอนผมอยู่นี่ไง

“เออ ถ้าวันนี้กัลป์ยังเมินกูแบบนี้อีกกูคงไม่ไหว”

“งั้นกูพาศุกร์กลับก่อน...มึงก็ดีๆ แล้วกันเพลิง”

“อืม ดีอยู่แล้ว”

“….มีไรก็โทรมา”

ถึงผมกับไฟจะอายุห่างกันสามปี แต่เราก็พูดคุยและสนิทกันเหมือนเพื่อนมากกว่า ถึงไม่ได้พูดเพราะหรือเรียกว่าพี่อะไร...แต่ผมก็รู้ดีว่ามันเองก็เป็นน้องที่เป็นห่วงผมมากกว่าใคร

มันยอมเป็นคนรับธุรกิจของครอบครัวต่อทั้งหมดก็เพราะว่าผมอยากเป็นหมอ...มันยอมแบกภาระไว้ทั้งหมดเพื่อให้ผมไม่ต้องห่วง ตอนแรกผมก็เป็นกังวล กลัวว่ามันจะไม่ได้ทำสิ่งที่ชอบ...แต่สรุปกลับกันเลย มันเก่งบริหาร มันทำได้ดีและไฟก็บอกผมเองเลยว่านี่เป็นสิ่งที่มันทำแล้วชอบมากที่สุด

อืม...มันเป็นน้องที่ดีมากเลยสำหรับผม

“เออ ขอบใจ”

“ศุกร์ กลับกันครับ”

ไฟมันหันไปชวนแฟนตัวเองกลับเพราะดาวศุกร์คุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว

“กัลป์ยังไม่มาเลยนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับน้องศุกร์ เดี๋ยวพี่ไฟส่งกัลป์ให้เอง...พอดีว่าพี่จะไปธุระแถวนั้นพอดีน่ะครับ”

ดาวศุกร์นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับผมเบาๆ แล้วเอ่ย

“ผมฝากบอกกัลป์ด้วยนะครับว่าผมกลับก่อน ถ้าถึงแล้วไลน์บอกผมด้วย”

“ได้ครับ”

หลังจากนั้นไฟก็พาแฟนมันเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป ผมยืนกอดอกพิงกระจกร้านระหว่างรออีกคน...ไม่รู้เลยว่าถ้ากัลป์รู้ว่าทุกคนกลับแล้วแต่เหลือแค่ผมชอบตัวจะมองผมแบบไหน

เขาจะยอมคุยกับผมรึเปล่า…

“กัลป์...”

ผมยันตัวขึ้นมายืนเต็มความสูง สบตากับแววตานิ่งเฉยตรงหน้าทำให้ผมร้อนใจไปหมด

“คนอื่นล่ะครับ”

“กลับแล้วครับ เราก็กลับเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”

“ไม่เป็นไร ผมกลับเองได้”

ว่าจบเจ้าตัวก็เดินผ่านผมไปทันที หัวใจผมบีบรัดแน่นจนเจ็บไปหมดเพราะโดนเมียเมิน ผมรีบก้าวยาวๆ ไปคว้ามือกัลป์มากุมเอาไว้

ถ้าไม่เคลียร์กันให้เข้าใจตอนนี้ผมแย่แน่...สามวันที่ไม่ได้เจอ แม้แต่เสียงหรือข้อความทางโทรศัพท์ก็ไม่มี ผมโคตรคิดถึงน้องเลย ถ้าผมทำอะไรผิดไปผมก็จะยอมขอโทษทั้งหมดเลยจริงๆ

ยอมแล้ว

ยอมกัลป์ทั้งหมดเลย

“คุยกันก่อนครับ”

“พี่...ปล่อยผม”

แม้จะเคยเห็นใบหน้าดื้อๆ ของกัลป์มาตั้งหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันเป็นความดื้อแบบเฉยชาที่ผมไม่อยากเห็นเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ครับ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องวันนี้…กัลป์หลบหน้าพี่ทำไมครับ”

ผมสบตาเรียวยาวไม่หลบ แม้น้องจะทำนิ่งเงียบขนาดไหนในตอนแรกแต่พอถูกผมถามตรงๆ ก็เห็นดวงตาเขาวูบไหวไปหมด…ผมกัดฟันแน่น ไม่อยากเห็นสายตาแบบนั้นของกัลป์เลยสักนิด ไม่อยากเห็นน้องเศร้าเลยจริงๆ

ผมตัดสินใจพาร่างเล็กกว่ามาหยุดยืนข้างตัวรถ มุมนี้ค่อนข้างสงบและไม่ค่อยมีคนผ่านมาเท่าไหร่

“กัลป์โกรธพี่เรื่องอะไรบอกกันหน่อยได้มั้ยครับ”

“…”

“พี่ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าพี่ทำอะไรผิด”

“พี่อย่ามาล้อเล่นกับผมได้ป้ะ ขอร้องเหอะ”

ปากเรียวเม้มแน่น น้ำเสียงสั่นๆ พาให้หัวใจผมกระตุกไปด้วย อาจจะเพราะเจ้าตัวไม่ใช่คนชอบเก็บเรื่องอึดอัดไว้นานถึงได้เริ่มพูดกับผมตรงๆ

…นี่กัลป์หมายความว่ายังไง

“ล้อเล่น?”

“ผมเห็นนะเว้ยว่าวันนั้นพี่พูดว่าคิดถึงใครก็ไม่รู้อะ…เห็นผมเป็นตัวตลกอ้อ”

ผมใจแทบตกลงไปอยู่กับพื้นตอนที่เห็นแววตาผิดหวังปนเสียใจของคนตรงหน้า…แต่ผมเริ่มพอจับทางได้บางแล้วว่าเรื่องทั้งนี้มันเกิดจากอะไร ผมเลยถามให้แน่ใจอีกที

“วันไหนครับ”

“วันที่พี่คุยโทรศัพท์ที่ระเบียงห้องผมอะ!”

อ่า…ผมเข้าใจแล้ว จากตอนแรกที่รู้สึกเหมือนมีคนเอาไม้มาทุบหัวใจอย่างจังแล้วก็ร้อนรนไปหมด…ตอนนี้ผมก็เริ่มหลุดรอยยิ้มออกมาช้าๆ หัวใจเต้นแกว่งไปหลายจังหวะอย่างช่วยไม่ได้

“กัลป์เข้าใจผิดแล้วครับ”

“อะไร…เฮ้ยพี่ ผมไม่กลับกับพี่นะ”

ผมเปิดประตูรถออกแล้วดันน้องเข้าไปนั่งจนสำเร็จ จากสีหน้าแล้วดูโกรธผมมากกว่าเดิมซะอีกที่ผมมีท่าทีไม่เดือดร้อนแบบนี้…ก็จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง

ใจผมมันก็เป็นของเขาอยู่แล้ว พอโดนเขาหึงผมก็ใจฟูไปเลยดิ

“ตลกมากเหรอยิ้มอยู่ได้ หลบ จะกลับเอง”

“พี่จะพาไปหาเจ้าของปลายสายวันนั้นไงครับ”

ผมกดไหล่บางให้แนบชิดกับเบาะรถไว้ ดึงเข็มขัดมาคาดให้เรียบร้อย ก่อนเคลื่อนสายตามาสบกับคนตรงอีกครั้ง…ผมเห็นความสับสนอยู่ในนั้นเต็มไปหมดจนใจอ่อนไปหมด

“พี่ไม่เคยนอกใจกัลป์ แค่พาไปยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเท่านั้นพี่ครับ”

พอเห็นท่าทีอ่อนลงของคนตรงหน้าผมก็อดใจไม่ได้ที่จะยืนมือไปลูบผมเขาเบาๆ จนโดนกัลป์ทำหน้ายุ่งกลับมาให้ ผมหลุดหัวเราะเสียงเบาก่อนจะปิดประตูลง เดินอ้อมไปฝั่งคนขับบ้าง

อ่า…ถึงจะไม่ได้เจอน้องตั้งสามวัน แต่ว่าได้เห็นความรู้สึกบางอย่างของเขาที่มันค่อยๆ ชัดขึ้นแบบนี้แล้วผมก็ใจสั่นจะแย่

พอผมชอบเขา…ใจผมมันก็เป็นของเขาอย่างที่ไอ้ไฟพูดไว้จริงนั่นแหละ

 

 

 

 

เพล้งงง

 

ไม่ต้องสงสัยกันนะว่าเสียงอะไร…

เสียงหน้าผมที่มันแตกละเอียดเองนี่แหละ!!

“มัดหมี่ มาหาปะป๊าเร็วครับ”

“เมี๊ยวว…เมี๊ยว”

ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดหรอก

สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหน้าตาน่าเอ็นดูกำลังใช้ขาสั้นๆ ก้าวเดินไปหาปะป๊าของเขาอย่างว่าง่าย แมวตัวเล็กสีขาวปนเทาถูกอุ้มด้วยเจ้าของอย่างพี่เพลิงแล้วคลอเคลียอยู่กับอกแน่นไม่ห่าง

ผมตาถลนแทบลุ้นออกจากเบ้าเมื่อได้มารู้ความจริงตรงหน้า…

“กัลป์ครับ นี่มัดหมี่…ปลายสายที่พี่คุยด้วยวันนั้นครับ”

โอ้…เวรกรรม

ผมถึงกับนิ่งค้างอย่างตกตะลึงกับความจริง อับอายมากถึงมากที่สุดจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

นี่แสดงว่าห้าวันที่ผ่านมากูคิดไปเอง เข้าใจไปเอง ซึมเป็นหมาไปเองเพราะเข้าใจผิดเหรอเนี่ยย

โคตรสงสารแม่เลยที่ได้ลูกเป็นควายแบบผม…ที่คะขาทั้งหมดนั่นคือคุยกับแมว?

โว้ยยย เก็บกวาดเศษหน้าไม่ทันเลยจ้า ทำตัวเป็นนางเอกละครอยู่นานตั้งขนาดนั้น

…แต่ว่าใครใช้ให้พี่มันคุยกับแมวซะเหมือนกับคุยกับสาวขนาดนั้นล่ะโว้ยยย!

“แหะๆ …แมว แมวจริงดิ”

น้ำตาไหลถึงตีนเลยครับจังหวะนี้ กูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนนฮื่ออ…เสียงอ่อนเสียงหวานคนละคนกับไอ้กัลป์คนเมื่อกี้เลยนะกูเนี่ย

“ใช่ครับ มัดหมี่…หวัดดีมาม๊าเร็วครับ”

“ฮะ..เฮ้ยพี่”

เอางี้เลยดิ…เห็นกูกำลังเหวอหน่อยเอาใหญ่เลยนะพี่มึง

พี่เพลิงพยักหน้าเรียกให้ผมเดินเข้าไปใกล้ จนได้เห็นไอ้ตัวเล็กมันชัดๆ มากขึ้น…ผมไม่ใช่ทาสแมวนะ แต่อย่างที่บอก เวลาเห็นแมวแล้วใจมันอ่อนยวบทุกที แถมมัดหมี่ยังดูเป็นแมวน้อยขี้อ้อนว่านอนสอนง่ายอีกด้วย

“นั่งลงสิครับ”

ผมนั่งลงบนโซฟานุ่มของพี่เพลิง เขามองผมยิ้มๆ ก่อนจะส่งมัดหมี่มาให้ผมอุ้มช้าๆ พร้อมหยุดคุกเข่าลงตรงหน้าผม มือก็คอยลูบขนนุ่มของเจ้าตัวน้อยไม่ห่าง

ผมมองก้อนนุ่มนิ่มในอ้อมกอด ตัวมัดหมี่นุ่มมาก มันใช้หน้ามุดคลอเคลียอยู่บนอกผมไม่ต่างจากที่ทำกับพ่อมันเมื่อครู่

…เชี่ย น่ารักจังวะ

“หนูชอบมาม๊ามากเลยเหรอคะ”

ผมแอบใจกระตุกไปตอนที่ได้มาฟังพี่เพลิงมันพูดกับแมวเสียงอ่อนเสียงหวานขนาดนี้ คงจะรักมากนั่นแหละ…ตายๆ ผมว่าจะสาวๆ ได้มาเห็นพี่เพลิงเวลาอยู่กับแมวได้สู่ขิตแน่ๆ บอกเลย

“ตัวเมียเหรอพี่”

“ใช่ครับ”

ผมลูบขนนุ่มไปมา มัดหมี่ไม่ดื้อเลยสักนิดแถมยังติดอ้อนมากๆ ซะด้วยซ้ำ ใจละลายจนกลายเป็นน้ำเลยว่ะ…ผมลูบหูเกาคางให้มัดหมี่อย่างชอบใจ อย่างเพลินมือเลย…

“น่ารักมากเลยว่ะพี่”

“ครับ มัดหมี่เรียบร้อยมากไม่เคยดื้อเลย”

“…เพิ่งรู้ว่าพี่เลี้ยงแมวด้วย”

“กัลป์ถึงเข้าใจผิดน่ะเหรอครับ”

ใบหน้าหล่อๆ ยกยิ้มให้กัน…ได้ทีแล้วจะเหยียบให้จมดินเลยว่างั้น?

“ใครจะไปรู้อะ”

ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงได้เถียงพี่มันคอเป็นเอ็น…แต่ตอนนี้สำนึกในความผิดสุดๆ อยู่ถึงได้ตอบเสียงอ่อย

ตอนนั้นที่ได้ยินผมก็คิดอะไรไม่ออกเลยนี่ รู้แค่ว่าไม่พร้อมเจอหน้าทั้งนั้น…ร่างกายกับหัวใจมันเป็นไปเองที่จะสร้างกลไกป้องกันตัวเองขึ้นมา

แล้วเป็นไงล่ะ…นั่งอับอายอยู่นี่ไงฮื่อ

“หนีหน้าพี่ไปตั้งสามวัน…มีคนมาจีบรึเปล่าครับ”

“แมวยังไม่เดินมาเฉียดสักตัว…”

พี่เพลิงนี่ชอบทำเหมือนผมเสน่ห์แรงมากงั้นแหละ ไม่ดูตัวเองเล้ยยยว่าผู้หญิงเขามองจนเหลียวหลังขนาดไหน

“พี่ก็ไม่มีเหมือนกันครับ”

ใครเขาอยากจะรู้ฮะ ยิ้มอารมณ์ดีอยู่นั่นแหละ…ผมเบะปากเบาๆ ก้มลงไปฟัดมัดหมี่แทนเพราะมันเขี้ยวมากๆ มันซุกอกผมไม่หยุดเลย ซื้อขนมมาให้เยอะๆ เลยดีมั้ยแบบนี้

“แต่พี่ดีใจนะ”

“ฮะ”

ก็กัลป์ได้ยินแบบนั้นแล้วก็โกรธกันไปเลย…กัลป์หึงพี่ชัดๆ เลยนี่ครับ :)

“มั่นหน้า!”

หึงบ้าบออะไร ผมแค่ไม่ชอบการกระทำแบบนั้นเฉยๆ เถอะ อย่าได้คิดไปเอง!

“เกะกะ พี่ไปห่างๆ ดิ ผมจะเล่นกับมัดหมี่”

ไม่อยากจะคุยกับคนตอนนี้ แมวน้อยน่าสนใจกว่าตั้งใจเยอะ…จริงๆ ก็คือผมยังหน้าม่านไม่หายหลังจากเหตุการณ์คิดไปเองครั้งใหญ่ ยิ่งเห็นไอ้พี่เพลิงมันยิ้มไม่หุบแบบนั้นด้วยผมยิ่งรู้สึกพ่ายแพ้สุดๆ หน้าบานขนาดนี้ผมรุ้หรอกว่าคิดอะไร…คงไม่พ้นคิดว่าผมหึงเลยมีความสุข…ช่างกล้านะ!

“อ่า ก็ได้ครับ ลูกสาวกับมาม๊าจะได้ทำความรู้จักกันไว้” บอกพร้อมยิ้มหน้าระรื่น

“เพ้อเจ้ออะไรของพี่ ไปไหนก็ไปเลยไป”

“หึ โอเคครับ…แต่กัลป์หายสงสัยในตัวพี่แล้วใช่มั้ยครับ”

“อือ…ขอโทษที่ผมเข้าใจผิดไปเอง”

พี่เพลิงส่งยิ้มอบอุ่นตามสไตล์มาให้ มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวผมช้าๆ จนหน้าผมมุ่ยไปหมด…เพราะความผิดติดตัวมาหรอกนะเลยยอม

“ไม่เป็นไรครับ แต่พี่อยากให้กัลป์รู้ไว้ด้วยอีกอย่างนะครับ”

“อะไร”

พี่ชอบแค่กัลป์คนเดียว…คนอื่นแม้แต่มองพี่ยังไม่เคยคิดเลยครับ

“…”

อ้อ แล้วก็พี่ไม่เจ้าชู้นะครับ รักจริงหวังแต่งแน่นอน ;)

แค่สายตาพี่มึงก็เจ้าชู้ฉิบหายแล้วโว้ยยยย โปรโมตตัวเองเก่งจังนะ

ไม่เอาตัวเองใส่พานมาให้ผมเลยล่ะ!!

 

 

 

…………………………………

ทั้งตอนไม่ได้หยอดมุข คุณพี่เลยขอตอนสุดท้ายหน่อยก็แล้วกัน5555

คนจะรักกันก็ต้องมีผิดใจกันบ้างอะเนอะ น้องกัลป์เริ่มชอบพี่เค้าแล้วอะดิ้><

เปิดตัวละครใหม่แล้วค่าา ลูกรักของป๊าเพลิงเอง แล้วก็มีมาม๊าแล้วด้วยฮาา

เดี๋ยวตอนหน้าไปเจอพี่เพลิงหึงน้องบ้างกันค่ะ เปลี่ยนกันบ้างฮุๆ

หวังว่าทุกคนจะอ่านแล้วยิ้มได้นะคะ!

 

twitter : @Themoonthere

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 751 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

477 ความคิดเห็น

  1. #401 bunnyt248 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 21:39
    ทาสแมวตอนนี้ ทาส....เมียตอนต่อไป
    #401
    0
  2. #354 Saltan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 23:09
    โอ้ยยยน่าร้ากกกกกก55555555555
    #354
    0
  3. #187 deedee2015 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 20:46
    เอ่อ แล้วพี่เพลิงโทรหาใครเพื่อคุยกะแมว หรือว่าโทรหาแมวได้ ต้องคุยเป็นวรรคเป็นขนาดที่กัลป์ถึงหึงได้อ่ะ
    #187
    1
    • #187-1 เพราะพระจันทร์(จากตอนที่ 9)
      2 มีนาคม 2564 / 00:10
      คุยกับแม่พี่เพลิงเองค่าา จริงๆในอีกไม่กี่ตอนก็จะมีบอกตรงจุดนี้อยู่นะคะ>< คงช่วยให้เข้าใจมากขึ้นค่า
      #187-1
  4. #113 0941807606 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:37

    อยากเห็นพี่เพลิงหึงโหดดด
    #113
    0
  5. #112 Geebam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:36
    555หึงแมวงี้
    #112
    0
  6. #111 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:26
    5555 หน้าแตกเลยน้องกัลป์ของพี่เพลิง อิอิ
    #111
    0
  7. #110 XXZINBB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:50
    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ตอนนี้สงสารยัยน้อง 55555
    #110
    0
  8. #109 Thingyib (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:11
    โอ้ยยยย555น่ารักกกก
    #109
    0
  9. #108 kipperzzz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:15
    พี่เพลิงหึงน้อง!!!! รอเลยค่ะ
    #108
    0
  10. #107 Tualek_Orp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:59
    สามวันที่ผ่านมาหึงฟรีซะงั้น 5555 คำพูดคำจาชวนเข้าใจผิดอ่ะเนอะ

    กัลป์ไม่รู้หรอว่าพี่เพลิงเขาถวายตัวและหัวใจให้หนูมานานแล้ว
    #107
    0
  11. #106 skyblue_2580 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:49
    เพลิง:หาซื้อพานยังไม่ได้ครับกัลป์
    #106
    0
  12. #105 JumJim_1994 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:11
    เก็บเศษหน้าแทบไม่ทันกัลป์เอ้ย 5555 ความหึงจนหน้ามืดอ่ะเนาะได้ยินพี่เขาพูดแบบนั้นก็คิดไว้ก่อนแหละวะว่าเขาคุยกับสาว
    #105
    0
  13. #104 mukmixdada (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:38
    หน้าแห้งไปเลยกัลป์เอ้ยยย เจอมัดหมี่เข้าไป
    #104
    0
  14. #103 KiRasaKR (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:03
    แหนะเราอะเพลิง ซึมขนาดเลยนะ สึดท้ายใจอ่อนย้วบ
    #103
    0
  15. #102 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:45
    พี่เพลิงซึมใหญ่เลย55555555555555555
    #102
    0