หมอเพลิงแฟนกัลป์ (end)

ตอนที่ 14 : Chapter 13 || ทุกๆความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 818 ครั้ง
    9 มี.ค. 64

 

#13

ทุกๆความรู้สึก

 

 

จากตอนแรกที่กังวลไปไกลสุดฟ้าล่าว่าพี่เพลิงมันจะพามัดหมี่กลับไปแล้วไม่กลับมาอีกเลยก็เป็นอันต้องขว้างทิ้งไปซะไกล เพราะในวินาทีนี้เป็นร่างโง่ๆ ของผมเองที่ถูกพามาอยู่คอนโดของพี่มันด้วย

ที่ยอมมาด้วยก็เพราะกลัวพี่เพลิงยังโกรธกันอยู่ ส่วนที่สำคัญเลยน่ะคือผมถูกบังคับ! พี่มันยกเหตุผลแบบชักแม่น้ำมาทั้งสิบสาย น้อยใจยังไม่หายอย่างนู้น เดี๋ยวมัดหมี่คิดถึงหม่าม้าอย่างนี่...เอาซะผมเถียงไม่ออกพูดตามไม่ทันเลยทีเดียว

“กัลป์อยากกินอะไรดีครับ พี่จะได้สั่งมาให้”

“พี่อยากกินไรอะ”

“แล้วแต่กัลป์เลยครับ”

“เอางั้นเหรอ...อืมม เอาไก่ทอดแล้วกัน พี่โอเคเปล่า”

“โอเคสิครับ”

ระหว่างที่พี่เพลิงไปโทรสั่งไก่ทอดกับข้าวมื้อเย็นของเราอยู่ ผมก็อุ้มมัดหมี่น้อยที่หลับปุ๋ยคาอกเข้าไปนอนในห้อง วางเจ้าตัวนุ่มลงเบาๆ พร้อมห่มผ้าห่มให้อย่างดี ลูบหัวเล็กเบาๆ ให้มัดหมี่ฝันหวานว่าได้กินขนมแมวเลียกองเท่าภูเขาแล้วถึงค่อยๆ ย่องออกมาทางประตู

“กัลป์อยากไปอาบน้ำก่อนมั้ยครับ ระหว่างรอไก่มาส่ง”

“อื้อ ก็ได้ครับ…พี่ ผมไม่ได้เอาผ้าเช็ดตัวมาด้วยอะ”

“เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้นะครับ”

ผมนั่งรอพี่เพลิงอยู่บนเตียงกว้าง ไม่นานเจ้าตัวก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ในมือมีทั้งผ้าขนหนูและแปรงสีฟัน...ไม่อยากจะคิดอะไรเท่าไหร่หรอกนะ

แต่ทำไมกู…มาถึงขั้นยอมมาค้างคืนกับพี่เพลิงมันแล้วด้วยวะ

“ของใช้ในห้องน้ำ กัลป์ใช้ได้ตามสบายเลยนะครับ” ว่าพร้อมรอยยิ้มสว่างเจิดจ้า

“ผมจะใช้สบู่ให้หมดขวด สระผมสักสิบรอบเลยแหละ อ้อๆ แล้วก็จะเปิดน้ำร้อนให้เต็มอ่างเลยด้วย”

“หึ ได้สิครับ...แล้วถ้าติดใจก็มาอาบบ่อยๆ ก็ได้นะครับ :) ”

ไม่น่าไปกวนตีนเขาเลยวุ้ย! หาเรื่องเข้าตัวอีกแล้วมั้ยล่ะกูเนี่ย

ผมทำเป็นหูทวนลมแล้วหันหลังเข้าห้องน้ำไป ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควรแต่ไม่ได้ใช้ของจนหมดเหมือนอย่างที่พูดไปก่อนหน้าหรอกนะ แค่รู้สึกว่าห้องน้ำพี่มันกว้างดี แถมยังมีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่อีกผมก็เลยเพลิดเพลินเกินไปหน่อย

ผมออกมาจากห้องน้ำอีกทีไก่ทอดที่สั่งไว้ก็มาส่งแล้ว เดินไปช่วยร่างสูงจัดไก่ทอดออกมาจากถุง นั่งข้างๆ กัน หลังพิงโซฟา ด้านหน้าเป็นโต๊ะตัวเล็ก ด้านหน้าก็เปิดดูภาพยนตร์ชื่อดังไปพลาง

ผมกัดหนังไก่ทอดคำใหญ่เสียงดังกรอบ รสชาติกลมกล่อมละลายอยู่ในปากจนต้องหลับตาพริ้ม...กินตอนหิวๆ มันดีแบบนี้นี่เอง!

“เฟรนช์ฟรายส์ก็มีนะครับ”

“อื้อๆ อี้อ้ออินอ้างอิ” (พี่ก็กินบ้างดิ)

เพราะไก่อยู่เต็มปากเลยได้แต่พยักหน้ารับแล้วตอบเสียงอู้อี้ หมดไปหนึ่งชิ้นผมก็เลือกหยิบแบบวิงซ์แซ่บขึ้นมากัดบ้าง ทั้งมือทั้งปากเลอะไปหมดเพราะความอร่อยเป็นเหตุ

“เลอะแล้วครับ”

มัวแต่สนใจไก่ทอดกับหนังอยู่เลยไม่ทันได้ตั้งตัวตอนที่นิ้วโป้งของคนข้างกายยกขึ้นเช็ดซอสมะเขือเทศตรงมุมปากผมให้ ร่างกายผมชะงักค้างไปเลยตอนที่ได้สบสายตาอ่อนโยนเอ็นดูกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ แล้วที่ทำเอาผมใจแกว่งไปหลายจังหวะก็คงจะเป็นตอนพี่เพลิงใช้นิ้วข้างนั้นยกขึ้นดูดซอสออกด้วยปากตัวเอง

อาการใจยุบยิบมันมาอีกแล้ว!

“ดูละครมากไปปะพี่อะ มันหิวมากอ๋อมากินซอสต่อจากผมอะ”

“ฮะๆ อยากหวานกับกัลป์เยอะๆ นี่ครับ”

“กินบ้างไก่อะ พูดมากจริง!”

ผมได้ทำการยัดไก่ทอดชิ้นใหญ่ใส่ปากว่าที่หมอไม่ให้พูดอะไรออกมาได้อีก พี่เพลิงไม่ได้โกรธกันเลยสักนิด แถมยังเอาแต่หัวเราะเบาๆ เหมือนชอบใจอีกต่างหาก ท่าจะชอบความรุนแรงแฮะไอ้พี่คนนี้

และตลอดเวลาในการนั่งซัดไก่ทอดแสนอร่อยของผมก็มีปีศาจหัวใจข้างกายคอยเช็ดคอยดูแลตลอด จนบางครั้งต้องเป็นผมเองนี่แหละที่ยกไก่ขึ้นไปจ่อปากพี่มัน ดูแลผมจนแทบจะลืมหยิบให้ตัวเองกิน...มันมาชอบผมอะไรขนาดนี้ก็ไม่รู้

“เดี๋ยวผมเก็บเองๆ พี่ไปอาบน้ำเถอะ”

ผมว่าพร้อมดุนหลังกว้างเบาๆ

“เอางั้นเหรอครับ”

“ใช่น่ะสิ”

“ก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับ”

“ผมสิต้องขอบคุณ มื้อนี้พี่ก็จ่ายอีกแล้ว”

“พี่พร้อมจ่ายอีกทุกมื้อครับถ้าเป็นของกัลป์”

“รวยจังนะ ไปอาบน้ำได้แล้ว!”

มันเป็นอะไรต้องมาทำให้หัวใจเต้นโครมครามก่อนตลอดเลยอะ เคยบ้างมั้ยเดินจากไปอย่างดีๆ น่ะฮะ

ผมก้มลงเก็บทุกอย่างทิ้งใส่ถุงจนเรียบร้อยถึงได้เดินเข้าไปทางห้องนอนบ้าง ว่าจะขนผ้าห่มออกไปนอนตรงโซฟา ส่วนหมอนบนโซฟาก็มีแล้วตั้งหลายใบเลยไม่ได้ขนไปเพิ่ม และเพราะว่าพี่เพลิงบอกว่าตามสบายผมเลยได้ทำการเปิดหาผ้าห่มจนเจอในที่สุด

ผมถือผ้าห่มผืนหน้าออกมาด้านนอก คลี่ออกแล้วสะบัดคลุมลงบนโซฟาที่จะนอน...โอ้โห ขนาดนอนโซฟายังดูสบายกว่าเตียงที่หอผมอีกอะ โซฟาที่ห้องพี่เพลิงมันใหญ่มากจนนอนได้สองคนเลยมั้ง ผมทรุดนั่งบนพื้นเอาหลังพิงโซฟา รอให้พี่เพลิงอาบน้ำเสร็จผมจะได้เข้าไปแปรงฟันต่อ เล่นโทรศัพท์ไปพลางๆ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำจากในห้องนอนเพราะผมไม่ได้ปิดประตูเอาไว้

ผมเดินเข้าไปแปรงฟันในระหว่างที่อีกคนหายเข้าไปในห้องแต่งตัว พอเสร็จแล้วก็ยังไม่เห็นร่างอีกคนในห้องนอนเลยเดินไปเคาะประตูห้องแต่งตัวเบาๆ พร้อมเอ่ยบอกอีกคน

“พี่ ผมนอนแล้วนะ”

“ครับ พี่ก็ใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่ทาครีม…เดี๋ยวพี่จะรีบตามออกไปนะครับ”

รักสวยรักงามด้วยว่ะ...มิน่าล่ะ หน้าเนียนกริบเชียว

ผมเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ต่อจากนั้นพร้อมปิดประตูให้เรียบร้อย เดินหาสวิสไฟในห้องนั่งเล่นอยู่สักพักถึงหาเจอ ปิดเอาไว้เหลือเพียงไม่กี่ตัวให้พอมองทางเห็นบ้าง แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนใต้ผ้าห่มบนโซฟาตัวนุ่มแสนสบาย

ขโมยโซฟาพี่มันกลับบ้านได้มั้ยวะ!

เมื่ออากาศทั้งเย็นสบายและมีที่นอนอุ่นๆ ให้ได้ซุกซบผมก็หลับตาลงเตรียมหลับอย่างมีความสุข ทว่าในวินาทีต่อมาร่างกายกลับลอยวืดขึ้นจนโลกผมโคลงเคลง

หัวใจตกไปอยู่ที่พื้นตกใจหมด...แต่พอได้มองรอบตัวดีๆ นั่นแหละถึงได้รู้แจ้งเห็นชัดว่าพี่เพลิงมันกำลังอุ้มผมอยู่นี่เอง!

“เฮ้ยพี่ มาอุ้มผมทำไมเนี่ยยย”

ผมว่าตัวผมก็หนักไม่ใช่เล่นๆ นะแต่พี่มันดูอุ้มได้สบายมาก แถมยังอุ้มพร้อมผ้าห่มที่ห่อตัวผมไว้อีกด้วย ผมมองคิ้วเข้มๆ ที่ขมวดเข้าหากันน้อยๆ สีหน้าติดนิ่งนิดหน่อยเหมือนกำลังโกรธกันอยู่หน่อยๆ จนผมงงไปหมด

“กัลป์จะทิ้งให้พี่นอนคนเดียวจริงเหรอครับ”

“ฮะ”

“พี่ก็อุตส่าห์ดีใจนึกว่ากัลป์จะไปนอนรอกันบนเตียง”

“อะไรของพี่เนี่ยย มันเตียงพี่ ผมมาอาศัยนอนโซฟาก็ถูกแล้วมั้ย”

“ไม่ถูกครับ เป็นว่าที่แฟน...พี่ไม่ให้กัลป์นอนโซฟาแน่นอนครับ”

“เฮ้ยยยพี่ ผมจะนอนโซฟา”

ผมพยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์เพื่อลงจากอ้อมกอดปีศาจหัวใจ แต่อีกคนดูจะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด อุ้มผมตัวปลิวเข้าห้องนอนได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายร่างผมก็ถูกวางลงอย่างเบามือลงบนเตียงนุ่ม

ผมเงยหน้าขึ้นจะเถียงคนที่ยืนจังก้าขวางผมอยู่ข้างเตียงก็เกิดอึกอักขึ้นมาเพราะสีหน้าจริงจังของพี่มัน ผมเลยมองซ้ายมองขวาหาทางออกให้กับตัวเอง

ให้นอนกับพี่เพลิงอีก คราวนี้ผมว่าใจผมแย่แน่ๆ

“ผมนอนดิ้นม้ากมากนะพี่ ตื่นมาทีพี่อาจจะตาเขียวได้เลยนะเพราะมือผมอาจฟาดเข้าให้”

“ตอนตื่นพี่ก็โดนจนเขียวครับ”

อ้าวเวรแท้ๆ

ทำไมคราวนี้มันถึงเข้าตัวผมได้วะ...อุแงงง สายตาแบบนี้ผมคงได้ร่วมเตียงเคียงหมอนกับพี่มันแบบไม่มีทางรอดแน่ๆ

“งั้นพี่ห้ามกอดผม เข้าใจมั้ย”

“อะไรนะครับพี่ไม่ได้ยิน”

“ไม่ต้องกวนตีนเลย!”

“ฮะๆ เอางั้นก็ได้ครับ...แต่ถ้ากัลป์กอดพี่ก่อนก็อีกเรื่อง”

“ฝันไปเถอะ”

“โอเคลงตัวแล้วเนอะ งั้นพี่ปิดไฟแล้วนะครับ”

โอเคแค่กับตัวเองน่ะสิ ฮึ่ยย

“อื้อ”

ผมทิ้งตัวลงฝั่งของตัวเอง พยายามนอนให้ชิดริมขอบเตียงให้ได้มากที่สุด รั้งผ้าห่มมาคลุมมิดถึงลำคอ ในหัวยังจำเหตุการณ์ที่พี่เพลิงมาค้างหอผมคราวก่อนได้เป็นอย่างดี ตอนนี้เลยระแวงสุดๆ

“ฝันดีนะครับน้องกัลป์”

น้องบ้าบอไร ลูกคนเดียวโว้ยย...แม่ง เอาซะหน้าร้อนเลย ดีนะที่ตอนนี้อยู่ในความมืด แถมผมยังนอนหันหลังให้พี่เพลิงด้วย ไม่งั้นพี่มันคงรู้ทันผมหมดแน่ๆ

“อืม นอนๆ”

หลังจากนั้นก็มีแต่ความเงียบที่ปกคลุมรอบตัวเรา ผมยังคงนอนหันหลังให้พี่เพลิงเหมือนเคย เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เลยแหละผมถึงได้พลิกตัวหันกลับไปแอบมองอีกฝ่าย

ภาพที่เห็นผ่านความมืดสลัวๆ คือใบหน้าพระเจ้าตั้งใจสร้างของอีกคน พี่เพลิงหลับไปแล้วโดยที่หันหน้ามาทางผม..กลิ่นหอมจางรอบๆ ห้องลอยคลุ้งไปหมด เป็นกลิ่นเดียวกับคนที่นอนอยู่ข้างผมในตอนนี้

ผมใช้มือประกบกันไว้รองแก้มขณะทอดสายตามองอีกคน ดวงตาคมกริบปิดสนิทแนบชิด จมูกโด่งสวยเป็นสันจนน่าอิจฉารับกับริมฝีปากบางสวย แม้กระทั่งเป็นตอนนอนพี่เพลิงก็ยังคงดูดี

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หัวใจผมมันเต้นแรงขึ้นมากขนาดนี้ ทุกๆ อย่างที่ประกอบเป็นว่าที่หมอตรงหน้ากำลังมีอิทธิพลต่อผมอย่างหนัก

พี่แม่ง...

เอาจริงๆ ผมก็รู้แล้วแหละว่ามันมีหนึ่งความรู้สึกเกิดขึ้นกับตัวผมแล้ว

ก็รับรู้มาตลอดตั้งแต่มันเริ่มต้น...จนวันนี้มันก่อร่างเป็นรูปทรงที่ชัดเจนมากขึ้นในทุกๆ วัน

มันกำลังเกิดขึ้นอย่างช้าๆ …

และผมแค่รอให้มันเพิ่มพูนจนถึงจังหวะหนึ่งที่ผมแน่ใจว่าใช่ที่สุด

“ทำอะไรกับผมวะ”

ไม่มีใครรู้จักตัวเองดีเท่าตัวเรา ไม่มีใครปฏิเสธตัวเองได้อันนั้นผมรู้ดี...และผมก็ค่อยๆ ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นมาโดยตลอด พร้อมกับค้นพบว่ามันไม่มีทางให้เราหลีกหนี

มีแต่แค่ต้องเข้าใจมันเท่านั้น

ตอนนี้ผมก็เลยคิดว่าจะเล่าเรื่องผมกับพี่เพลิงให้ดาวศุกร์มันฟังแล้วว่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากจะปิดบังมันเอาไว้อีกแล้ว...เรื่องมันมาขนาดนี้แล้ว ให้ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองมันก็เป็นอะไรที่โคตรจะไม่ใช่ทางของผม...แล้วก็มันคงจะดีไม่น้อย ถ้าผมได้ปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจพวกนี้กับคนที่ผมสนิทใจมากที่สุด

“ใจสั่นไปหมดแล้วนะเว้ย”

 

 

 

 

 

“อืมม…”

“นอนหลับสบายมากเลยหรอกครับ”

หืม

เสียงคุ้นๆ …ผมเปิดเปลือกตาขึ้นมาแม้จะยังง่วงงุนอยู่หน่อยๆ รู้สึกว่าร่างกายมันอึดอัดแปลกๆ เหมือนโดนอะไรสักอย่างรัดเอาไว้

และสิ่งแรกที่ผมมองเห็นก่อนอะไรก็คือใบหน้าหล่อๆ ของไอ้พี่หมอเพลิง กำลังยิ้มแฉ่งมาให้ผมอย่างดีอารมณ์ดีสุดๆ

“เฮ้ย”

คราวนี้คือตื่นเต็มตาเลย เดี๋ยวนะ! ไอ้ที่อึดอัดเหมือนถูกงูรัดนี่คือพี่เพลิงมันกอดผมนี่!

“พี่มากอดผมได้ไงเนี่ย!”

“พี่เปล่านะครับ”

“เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ว่าพี่กำลังกอดผมอยู่!”

“แต่กัลป์กอดพี่ก่อนนะครับ”

ฮะ!

เท่านั้นแหละผมก็ก้มลงมองตัวพวกเราดีๆ

โอ้…เต็มๆ เลยแม่เจ้า

แขนก็ไปกอดเขาไว้ ขาไม่รักดียังยกขึ้นก่ายเกี่ยวเอาไว้อีกด้วย

ทำอะไรของมึงลงไปเนี่ยไอ้กัลป์!

มิน่าล่ะ ถึงนอนหลับสบายนัก เพราะผมนึกว่าได้กอดหมอนข้างที่อุ่นมากๆ มาตลอดทั้งคืนนี่เอง…คราวนี้ผมรีบเก็บอวัยวะทุกส่วนของตัวเองกลับมาโดยด่วน หน้าร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความกระดากอายก่อกระจุกอยู่บนหน้าจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

“กอดอีกเยอะๆ ก็ได้นะครับ พี่ชอบมาก”

“ผมนึกว่าพี่เป็นหมอนข้างเฉยๆ เถอะ!”

“ตอนหลับก็น่ารัก…ตอนตื่นก็น่ารัก ทำยังไงดีครับ พี่ใจสั่นจะแย่แล้ว”

จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องเฉยเลยแบบนี้ก็ได้เรอะ!

แล้วก็น่ารักบ้าอะไร ผมหล่อเว้ย หล่อมากด้วย!

“โอ๊ย กี่โมงแล้วเนี่ย ตายๆ แสงอาทิตย์สว่างเจิดจ้าขนาดนี้ คงจะสายสุดๆ ไปเลยแน่ๆ …เอ้าพี่! นอนเฉยทำไมอะ รีบไปอาบน้ำดิ เดี๋ยวก็ไปเข้าเรียนสายหรอก ผมก็มีเรียนเช้าเหมือนกันนะ”

ผมอุตส่าห์แสดงท่าทีเล่นใหญ่กลบเกลื่อนอาการว้าวุ่นใจ แต่ดูพี่เพลิงจะไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด เขาหัวเราะออกมาเบาๆ แต่โคตรจะดูดีฉิบหาย แล้วส่งมือใหญ่ๆ มาลูบหัวผมด้วยสายตาที่อ่อนแสงลงมากกว่าที่เคย

แม่ง…

หัวใจเต้นเบาๆ ดิ! เจ้าของสั่งน่ะได้ยินมั้ย

ชอบหนูมากนะครับ ชอบจะตายอยู่แล้ว

“…”

คราวนี้ไม่ใช่แค่เต้นแรงแล้ว

แต่ใจผมมันระเบิดดังตู้มไม่เหลือเศษซากเลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

เป็นอีกหนึ่งในวันที่เลิกเรียนแล้วสุดแสนจะชิล ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดลงที่ใต้หอเหมือนเก่า แล้วค่อยเดินกลับออกไปทางเดิมเพื่อไปหาอะไรลงท้อง

วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนนิดหนึ่ง เป็นธรรมดาของอากาศประเทศไทย ผมเลยคิดว่าจะรีบซื้อแล้วรีบกลับไปตากแอร์บนห้อง ยังมีการบ้านอีกหนึ่งวิชาให้ผมต้องรีบขึ้นไปปั่น

“เอาแตงโมปั่นแก้วหนึ่งครับลุง”

“โอเคลูก”

ผมหลบมายืนข้างๆ เพื่อไม่ให้บังลูกค้าคนอื่นๆ ยกมือสะบัดคอเสื้อพัดเพื่อคลายความร้อน อยากซดน้ำแตงโมเย็นๆ ชื่นใจมันซะตอนนี้ ผมก้มหน้าเล่นโทรศัพท์รอไม่นานน้ำสีแดงก็มาอยู่ในมือผมเรียบร้อย ดูดไปอึกใหญ่ก็รู้สึกเหมือนกับได้เกิดใหม่เลยทีเดียว

“กินไรดีวะ”

ปัญหาโลกแตกในทุกๆ วันที่ผมต้องเจอเลยล่ะ ร้านอาหารมันก็เยอะแยะมากนะ แต่ผมกลับไม่รู้ว่าจะกินอะไรดีนี่สิ คงต้องเดินวนไปมาสักสามรอบอีกตามเคยแน่ๆ แบบนี้ สุดท้ายผมก็เดินผ่านร้านนู้นร้านนี้ไปเรื่อยๆ พร้อมดูดน้ำแตงโมปั่นไปด้วย

จนในที่สุดผมเลยเลือกได้สักทีว่าจะกินอะไรดี ร้านซูชิร้านดังเป็นตัวเลือกที่ผมพึงพอใจมากในเวลานี้ แค่ตักชิ้นที่อยากกินใส่กล่องแล้วก็เอากลับขึ้นไปกินที่ห้องได้ด้วย...เปิดประตูร้านเข้าไปก็เย็นสบายขึ้นมาหน่อยเพราะแอร์ที่เปิดอยู่ในร้าน ผมหยิบอาวุธอย่างที่คีบกับกล่องกระดาษไซส์ใหญ่สุดขึ้นมาเตรียมคีบข้าวปั้นหน้าต่างๆ

เพียงแต่ว่ายังไม่ทันได้คีบอะไรสักชิ้นสายตาก็ดันหันไปเห็นคนที่กำลังคีบซูชิไม่ต่างจากผมอยู่ข้างๆ

เอาแล้วไง...เอางี้เลยนะ

ไอ้เจตมันมาอยากกินซูชิได้ตรงเวลาจังวะ!

พูดไปนั่น ผมเองนี่แหละที่มาทีหลังมัน...เอาไงดีๆ จะแอบวางอุปกรณ์ในมือแล้วถอยห่างไปเงียบๆ หรือจะส่งเสียงทักทายมันอย่างปกติดีวะ เลิ่กลั่กสัดเลย มันจะไม่อะไรหรอกนะถ้ามันไม่ได้เพิ่งบอกชอบผมไปอะ

ผมรู้ว่าการชอบใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องผิด...แต่ผมแค่ไม่รุ้ว่าจะทำตัวยังไงดีนี่หว่า วันนั้นหลังจากที่มันสารภาพกับผมไป ตอนกลับเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกด้วย

ไม่ได้อึดอัดกับการเจอมันหรอกนะ...แต่แค่กลัวว่าจะไปทำอะไรให้มันรู้สึกไม่ดีนี่ดิ

ตาผมลอกแล่กไปมาอย่างหาทางสรุปให้ตัวเอง สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าควรทักมันออกไปนี่แหละ แต่แค่ยังคิดคำพูดไม่ออกเท่านั้นเอง

อ้าว มาไงอะ...

บังเอิญจังมึง หิวซูชิเหรอ กูก็หิวเหมือนกัน...

ไอ้เหี้ยย ปลอมฉิบหายเลย

“มึงจะมายืนทำหน้าน่ารักใส่กูเพื่อ?”

เฮือกก!

มะ..มันรู้ตัวได้ไงวะ เมื่อกี้มันก็ไม่ได้มองมาทางผมเลยนี่หว่า ไอ้เจตมันตาทิพย์เปล่าวะ

“…โอ้โหนาย บอกชอบกันครั้งเดียวก็ไม่คิดปกปิดความรู้สึกอีกเลยดิ”

แอบสบายใจขึ้นมาหน่อยที่มันยังมีท่าทีเฉยๆ เหมือนปกติอยู่ นึกว่ามันจะไม่อยากมองหน้าผมแล้วซะอีก...ก็ตอนที่ผมพยุงมันขึ้นไปส่งบนคอนโดแค่สองคนผมบอกมันไปตรงๆ เลยนี่หว่าว่า

‘กูขอโทษนะมึง กู...คือใจกูมันไม่ว่างแล้ววะ ...แต่กูยังพร้อมเป็นเพื่อนกับมึงเหมือนเดิมนะเว้ย กูขอโทษจริงๆ’

แล้วก็ขอตัวออกมาเลย…

ก็เลยคิดว่าไอ้เจตมันอาจไม่ชอบผมไปเลยก็ได้ ก็ใครมันจะไปอยากอยู่ในสถานะเฟรนด์โซนกับคนที่ชอบล่ะ

“เออ...กูขอคุยด้วยหน่อย ไม่อยากให้มันค้างคาเท่าไหร่”

“ได้ดิ คุยที่ไหนอะ”

“ที่นี่ก็ได้”

“เค งั้นกูตักซูชิแป๊บนะ”

มันพยักหน้ารับผมเบาๆ แล้วเอาของที่อยู่ในมือไปจ่ายเงินก่อน ผมเองก็รีบคีบใส่กล่องแล้วเอาไปจ่ายเงินบ้าง มองไปทางโต๊ะสำหรับทานในร้านก็เห็นร่างสูงๆ ของไอ้เจตอยู่โต๊ะริมกระจกเลย

“มา กูพร้อมแล้วจ้า”

ผมนั่งลงฝั่งตรงข้าม นั่งเงียบๆ รอให้ไอ้เจตมันเกริ่นขึ้นมาก่อน มันจ้องหน้าผมอยู่สักพักก็เริ่มพูดความในใจออกมาแบบไม่มีกั๊ก

“ตอนแรกกูนึกว่ามึงเป็นแฟนกับดาวศุกร์เลยไม่ได้บอกว่าชอบมึงออกไป”

“เปล่า ศุกร์มันคบกับพี่ไฟอยู่...แล้วทำไมมึงคิดงั้นอะ”

“ก็มึงดูแลเขาดียิ่งกว่าอะไร วันนั้นหลังเตะบอลที่พวกมึงนั่งอยู่ด้วยกัน กูก็เห็นว่ามึงหอมหัวศุกร์ด้วย”

ตายๆ …ที่มันพูดมาก็จริงแหละ มุมมองคนนอกที่มองมาคือผมกับศุกร์เพื่อนรักนี่สุดแสนจะสวีตหวานจริงๆ ด้วย แต่ถ้าไปพูดให้พี่ไฟได้ยินผมอาจจะโดนเคืองก็เป็นได้

“กูก็หอมมันเรื่องปกติแหละ”

“อืม นั่นแหละ...วันนั้นที่กูชะงักไปก็เพราะตกใจที่มึงไม่ใช่แฟนศุกร์”

ชะงักถูกเวลาซะด้วยย เป็นไงล่ะทีนี้...ขาเดี้ยงเลยทีเดียว

แต่ขามันก็ดูน่าจะกลับมาปกติดีแล้วนะ ท่าเดินดูไม่ขัดอะไร เดินปร๋ออย่างปกติเลย

“ตอนนั้นกูดีใจที่กูมีความหวัง...เลยบอกชอบมึง”

“แหะๆ”

“กูเป็นคนตรงๆ อยู่แล้ว ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็ไม่ยุ่ง...แล้วก็ถ้าถามว่าชอบมึงได้ยังไง กูก็บอกได้เลยว่าชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มึงเป็นคนแบบที่กูแพ้ แพ้ทุกอย่างเลย ทั้งนิสัย น้ำเสียง รอยยิ้ม...จนตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ ชอบมากด้วย”

“อ่า…”

มันพูดทุกอย่างแบบไม่มีอ้อมเลยว่ะ เอาซะผมเหวอไปชั่วขณะเลย

“ขอบคุณนะมึง...ที่มาชอบคนแบบกูอะ มีคนชอบก็ดีกว่ามีคนเกลียดอะเนอะ แต่ว่า...”

“กูรู้แล้ว เรื่องพี่หมอคนนั้นอะ”

“...รู้ได้ไงอะ”

“จากท่าทางมึงวันนั้นก็ไม่ได้ดูยาก แล้วก็คืนวันนั้นเขาก็มาคุยกับกูด้วยตัวเองด้วย”

ฮะ!

ไปคุยเองเลยเหรอวะ...ผมก็นึกว่าวันนั้นพี่เพลิงจะโกรธกันสุดๆ อยู่ซะอีก

“คุยไรอะ ถามได้เปล่า”

“ไปถามผัวมึงเอาเอง”

“เฮ้ยนายย หยาบคายที่สุด ผัวบ้าอะไร...กูโสดเว้ยย”

บรรยากาศดูจะสบายๆ มากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ขึ้นมาบ้าง…ดีแล้วที่ได้คุยกันอย่างเปิดอกเข้าใจกัน มันก็เป็นเพื่อนที่ดี ผมเลยไม่อยากให้เราแตกหักกันไปซะเฉยๆ ด้วยการที่ใครคนหนึ่งรู้สึกมากเกินเพื่อนไป

“งั้นกูจีบ”

“ฮะ..เฮ้ยนายย เราก็ไม่ได้โสดขนาดน้านน”

รู้แล้วว่ามึงเป็นคนตรงอะ! ตรงฉิบหาย ตรงเป็นไม้บรรทัดไม่มีอ้อมเลยแม่มึงโว้ยยย

“มึงกับเขา...กูก็ขอให้ไปได้ดีแล้วกัน”

อ้าว อยู่ดีๆ ก็เป็นพระรองแสนดีสัดๆ เฉยเลย...คราวนี้เป็นผมบ้างที่ได้แต่นิ่งเงียบรับฟัง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี กลัวว่ามันจะไปกระทบจิตใจมันเข้า

คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง

ไอ้เจตแม่งกำลังทำตัวแบบนั้นอยู่เลย

“ที่กูยอมถอยเพราะว่ามึง”

“เพราะกู?”

มึงก็รู้สึกกับเขานี่

“…”

“…”

เหมือนกับโดนทุบหัวแรงๆ จนเกิดวิ้งขึ้นมาชั่ววินาที คำตอบของคำถามที่ผมกำลังรวบรวมทุกๆ เศษเสี้ยวจนประกอบเป็นรูปร่าง กลับได้ไอ้คนตรงข้ามเฉลยถึงคำตอบมาตรงๆ จนผมก็ตั้งตัวรับไม่ทันเหมือนกัน

คนนอกยังมองผมออกเลยเหรอวะ...

“เรื่องของพวกมึงไปจัดการเอาเองแล้วกัน”

“เออ ขอบใจมากนะมึง…ให้กูไปแดกเหล้าเป็นเพื่อนเปล่า”

มันหัวเราะเบาๆ ให้กับคำถามของผม มือใหญ่ๆ ของมันยกขึ้นผลักหัวผมเบาๆ แล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นยืน

“...กูไปแล้ว”

“อืม ไว้เจอกัน”

“เจอกัน…ถึงจะอีกสักพักใหญ่เลยก็เถอะ”

 

 

 

 

 

“โอเคครับ อาจารย์ให้พักเบรกยี่สิบนาทีนะครับ”

เฮ้อออ นั่งเรียนจนปวดเมื่อยตูดไปหมด คาบนี้เป็นวิชาที่เรียนยาวสามชั่วโมง เนื้อหาก็หนักหน่วงเอาเรื่องสุดๆ แค่ได้ยินคำว่าพักเบรกทีก็รู้สึกเหมือนพระเจ้ามาโปรดเลยจริงๆ

“ไอ้ศุกร์ลงไปซื้อน้ำร้านป้ากัน หาไรเติมพลังหน่อย”

“อื้อไปสิๆ”

เวลานี้นึกถึงแค่โกโก้ปั่นร้านป้าตึกสิบสองเท่านั้นแหละ อยู่ถัดจากตึกที่ผมเรียนอยู่ไปหน่อย แค่ใช้ทางลัดก็ใกล้นิดเดียว ผมกอดคอไปกับเพื่อนรักตัวเล็กอย่างสบายอารมณ์ แค่นึกถึงชาบูเต็มหม้อที่จะได้กินเย็นนี้ก็แฮปปี้สุดๆ สวนคนที่ชวนก็ไม่พ้นพี่เพลิงเจ้าเก่าเจ้าเดิมนั่นแหละ

หลังลงมาถึงชั้นแรกก็เห็นคนอยู่กลุ่มหนึ่งรวมกันอยู่ นอกนั้นก็เงียบสงัดไร้คนเพราะต่างเข้าคลาสเรียนกันอยู่...สงสัยพวกนี้มันจะว่าง ผมไม่ได้สนใจอะไรต่อ เลี้ยวไปทางด้านหลังมุ่งตรงจุดร้านขายน้ำ เมื่อมาถึงก็เห็นว่าคนไม่เยอะอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย

“ผมเอาโกโก้ปั่นแก้วหนึ่งค้าบ ศุกร์มึงเอาไร”

“ผมเอาชาเขียวครับ”

“ได้จ้าลูก”

ผมกับศุกร์เลยได้แก้วน้ำติดมือมาคนละแก้ว เดินกลับผ่านหลังตึกที่เงียบสงัดไร้ผู้คนเพราะไม่ใช่เวลาเลิกคลาส แต่เดินไปได้ยังไม่เท่าไหร่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะกลุ่มคนประมาณห้าคนกำลังยืนขวางทางอยู่

ผมจับมือไอ้ศุกร์ไว้เตรียมพาเดินเลี่ยงๆ ออกไป...แต่กลับทำไม่ได้เพราะพวกมันเคลื่อนตัวมาขวางเอาไว้

อ้าว ไอ้เวรนี่

“มีไร”

ผมมองหน้าพวกมันทุกคนอย่างไม่พอใจนัก รู้จักกันก็ไม่...แล้วจะมาขวางกันไว้ทำไมวะ แต่เอ้ะ...พวกนี้มันคือไอ้พวกที่นั่งอยู่ใต้ตึกเมื่อกี้นี่หว่า

“มีกับมึงนั่นแหละ”

ผมหันมองตามเสียงที่ว่า ผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากกลางกลุ่มจนได้เห็นใบหน้าเต็มๆ

เดี๋ยวนะ...หน้าแม่งคุ้นๆ

“นึกว่าจะต้องรอจนกว่ามึงจะเลิกซะอีก แบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาก”

“ไอ้เชน”

ผมจำหน้ามันได้ ถึงจะเคยเจอแค่ไม่นานแต่ก็จำได้ดี

คนที่เฟื่องลงมาหาวันนั้น คนที่ทำให้ผมตาสว่าง

“รู้จักกูด้วย?”

มันเหยียดยิ้มกวนตีน...ยอมรับว่าตอนนี้ผมโคตรหงุดหงิดสุดๆ ไม่รู้ว่าเหตุผลที่มันมาหาผมเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่ที่รู้ๆ คือมันไม่ได้มาดี

ยกพวกมาขนาดนี้ก็คงเอามากระทืบผมนั่นแหละ...

และถ้ามันเป็นจริงผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน เรื่องแบบนี้ผมไม่เคยยอมลงให้ใครอยู่แล้ว

“มึงเข้าเรื่องสักที”

“ก็มึงไงคนที่เข้าไปจีบเฟื่องเอง มาให้ความหวังแล้วอยู่ๆ ก็เขี่ยกันทิ้งเฉย แถมยังมีความสุขกับคนใหม่จนหน้าชื่นเชียว”

“เฟื่องสั่งให้มึงมาหากู?”

“ตอนแรกกูก็ไม่รู้หรอก แต่เพราะช่วงหลังเขาดูอารมณ์ไม่ดีแปลกๆ กูเลยเค้นถามจนรู้เรื่องว่าโดนมึงหักหน้าเข้าให้”

“มึงเลยอาสามาเอาคืนกู?”

“เมียกูไม่พอใจ กูก็ต้องเดือดร้อนไปด้วยสิวะ...ตอนแรกเฟื่องก็ว่าจะปล่อยๆ มึงไปหรอก แต่มึงดันส่งคนมาหยามหน้าเขาอีก เฟื่องเลยทนไม่ได้จนต้องให้กูมาเอาคืนแบบนี้ไง”

ผมค่อยๆ ดันร่างของไอ้ศุกร์ไปไว้ด้านหลัง ส่งสัญญาณให้มันรีบส่งข้อความบอกให้คนมาช่วย...ไม่ใช่ว่าผมขี้ขลาด แต่เพราะจำนวนคนมันมากกว่าแล้วก็ไม่รู้มันพกอาวุธอะไรมารึเปล่า

และที่สำคัญถ้าผมมาคนเดียวมันจะไม่เป็นอะไรเลย แต่นี่ไอ้ศุกร์มันก็อยู่ด้วย...มันไม่คุ้มแน่นอนถ้าผมจะเสี่ยงทำอะไรคนเดียว

“ส่งคนไปหยามอะไรของมึง”

“ก็เพื่อนมึงนั่นไง...ไปหาเมียกูถึงที่ ทำเป็นพูดดีแต่จริงๆ ก็คือมาหักหน้าเมียกูนั่นแหละ”

“ความสัมพันธ์เหี้ยอะไรของมึงวะ? มึงบอกว่าเขาเป็นเมียมึง...แต่ให้ไปคุยกับใครก็ได้งี้เหรอ”

แสดงว่ามันก็รู้อยู่เต็มอกงั้นดิว่าเฟื่องไม่ได้คบหรือคุยกับมันแค่คนเดียว

…แต่ก็ยอมนี่นะ?

“กูใจกว้างมากพอ อยู่กับเฟื้องกูมีแต่ได้กับได้ แล้วทำไมกูจะต้องไม่โอเคด้วย?”

อ่า…ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาสินะ โคตรจะน่าอ้วกเลย

มันยังคงทำหน้ายียวนกวนตีนไม่เลิก จนผมเองก็อยากจะเตะปากคนแล้วเหมือนกัน

“กูถอยเพราะเขาไม่ซื่อสัตย์ แบบนี้มึงยังคิดว่ากูเป็นคนผิด? เหอะ ต้องเหี้ยขนาดไหนวะถึงมีความคิดแบบนี้ได้”

“อ๋ออ…มิน่าล่ะมึงถึงรู้จักกู ไปรู้ความจริงเข้านี่เอง แต่ยังไงมึงก็มีความผิดอยู่ดีนั่นแหละ”

โคตรคิดผิดเลยที่ครั้งหนึ่งเคยชอบเขา ผมมองคนผิดไปขนาดนี้ได้ไงวะ…คนที่พร้อมโยนความผิดให้คนอื่นได้หน้าตาเฉยแบบนี้ ขอบคุณทุกอย่างเลยที่ทำให้ผมแม่งตาสว่างได้

“เราไม่ได้ไปหยามเฟื่องเลยนะ”

ผมจับมือศุกร์ไว้แน่นไม่ให้มันโผล่ออกมาจากหลังผม แต่ก็ยืนรับฟังไปด้วยกับเรื่องที่ว่า...ผมไม่เคยรู้เลยว่าศุกร์ไปหาเฟื่องด้วยเองมา

แต่ผมรู้ว่ามันไม่ได้ตั้งใจไปเพื่อทำให้ผมเดือดร้อนแน่นอน

“เราไปเพื่อปกป้องเพื่อนเรา ทุกคำพูดที่เราใช้เรามั่นใจว่าไม่มีท่าทีเหยียดหยามหรือหักหน้าแน่นอน”

“โง่จนเชื่อที่เขาบอกไปซะหมดทุกอย่างเลยรึไง” ผมมองน่ามันอย่างสมเพช…ไม่เคยเห็นแมงดาโง่เง่าขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ

“ทำไมกูต้องเชื่อคนอื่นด้วยวะ!”

พลั่ก

คราวนี้ไม่ใช่แค่ยืนเฉยๆแล้ว แต่ไอ้เชนยังเดินเข้ามาผลักไหล่ผมอย่างแรงจนทำให้ดาวศุกร์ที่อยู่ด้านหลังเซไปด้วย วินาทีนี้ผมเลือดขึ้นหน้าทันที หันกลับไปปาแก้วน้ำที่อยู่ในมือใส่หน้ามันน้ำกระจายออกเป็นวงกว้าง แล้วคว้ากระชากคอเสื้อมันอย่างแรงพอๆ กับที่มันผลักผมกับเพื่อนเมื่อครู่

ตอนนี้อารมณ์ผมเริ่มอยู่เหนือเหตุผลทุกอย่าง โกรธฉิบหายที่มันกำลังทำตัวเหี้ยขนาดนี้โดยที่ไม่เคยมองว่าตัวเองผิด

“มึงมาตามหาเรื่องพวกกูทั้งๆ ที่พวกกูไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นะ?”

ผมจ้องมันนิ่ง มือกำแน่นขึ้นเพราะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง

“จะทำก็มาเจอกับกู…แต่ถ้ามึงทำอะไรให้เพื่อนกูเจ็บแม้แต่นิดเดียว กูกระทืบมึงให้ตายคาตีนกูแน่”

 

 

 

 

--------------------------

ครึ่งแรกใสๆ ครึ่งหลังเจ้มจ้นเฉยเลยฮ้าบบ

ที่กัลป์บอกว่าเป็นผัวมาโดยตลอดคือไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ นะฮับ U.U โฮฮฮ อย่าให้น้องได้โหดนะ!

ตอนหน้าได้เจอคนไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดเละกันค่ะ โดนแน่ๆ เฟื้องเธอโดนแน่ๆ นังเชนด้วย…บอกแค่นี้เลย

ตัวละครนี้ผูกใจเจ็บมากนะคะ ไม่ได้เปิดมาแล้วก็หายยาวอย่างที่ทุกคนคีสสค่ะ

…แล้วน้องศุกร์ไปคุยอะไรกับเฟื้องนะ ติดตามได้ตอนหน้าเลยค่าา (บอกได้คำเดียวว่าคู่นี้เค้าเพื่อนรักกันจริงๆ ค่ะTT)

 

twitter : @Themoonthere

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 818 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

482 ความคิดเห็น

  1. #407 bunnyt248 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 03:45
    กัลป์คนแมนนะขอบอก
    #407
    0
  2. #359 Saltan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 00:40
    เฟื่องคือต้องโดนสักหมัดอ่ะจริงๆ/พ่อมาช่วยเรวววววว
    #359
    0
  3. #220 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 14:15
    โอ๊ยยยย ตายๆทำศุกร์กับกัลป์ รับรองได้เลยเชนงานนี้ตายแน่นอน😏😏😏
    #220
    0
  4. #219 linhoonfic (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 01:45
    อ่านรอบที่ฉามแย้วว พ่อต้องมาช่วยน้องน้าาา
    #219
    0
  5. #218 ZeaNan Phatcharamon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 23:54
    ฟาดได้ฟาดดดด
    #218
    0
  6. #217 Sepppppp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2564 / 03:39
    ค้างเลยยยยอแงง
    #217
    0
  7. #216 KaewwongLin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 11:36
    พ่ออออออมาช่วยน้องงงงพี่เพลิงพี่ไฟฟฟฟฟฟ
    #216
    0
  8. #215 ปีโป้จังกี้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 22:43

    พี่เพลิงอยู่ไหนนนนนนน
    #215
    0
  9. #214 MemoosinA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 22:23
    จะฟ้องคุณพี่ไฟ แอแงงงง ชอบๆๆ
    #214
    0
  10. #213 jubjangnaja (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:42
    ฮื้ออออ อยากอ่านตอนหน้าต่อเลยค่าาาาา
    #213
    0
  11. #212 You had me at 🌹 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:39
    โอ้ยยยย เลือดขึ้นหน้าแทนกัลป์แล้วนะ!! จัดมันเลยลูก เอาให้เด็กมันรู้ว่าพิกัลป์โพผัว!!!
    #212
    0
  12. #211 Hana1902 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:38
    รอเลยคร้าบบ
    #211
    0
  13. #210 SomArZ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:35
    ใครทำอะไรพี่ศุกร์ระวังจะไม่ตายดีนะ พ่อเขาโหดดดด
    #210
    0
  14. #209 pp_wert (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:34
    รอค้าบบบบบบ
    #209
    0
  15. #208 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:20
    โห้ ความสัมพันธ์ทุเรศมาก! ทุเรศทั้งผัว ทั้งเมียเลย!!!
    #208
    0
  16. #207 mooyong_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:15
    รอเลยค่าาาาา
    #207
    0
  17. #206 khsea.a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:08
    ชุดความคิดประหลาดมากแม่ มาหาเรื่องเค้าเดี๋ยวเจอเเฟนเค้าหรอก เอ็นดูยัยน้องห่วงเพื่อน คูลกายมากเลยคับน้อน
    #206
    0
  18. #205 mawika090544 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 21:00
    รอดูพิ่น้อนกัลป์สายโหดเลยค้าบบ💛
    #205
    0
  19. #204 sun1256 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:55
    เฮียทำเอ้ย!! พูดผิดๆเฮียต่อยหน้าเลยหมั่นไสบ้าบอคอแตกคนบ้าอะไรมาเรื่องทั้งทีฝ่ายหญิงเป็นคนผิดพอเค้าอะไรก็ถูกหมด ในใจกว้างให้ไปมีคนอื่นพอโดนฟ้องนิดหน่อยก็จะมาทำร้ายพี่กัลป์ เฉยเลย
    #204
    0
  20. #203 cchenjj (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:51
    มาหาเรื่องเขาทั้งๆที่เขาไม่ผิด บ้าป่ะเนี้ย โดนยัยฟันเฟืองปั่นหัวแล้วค่ะคุณ จะได้เห็นผัวพี่กัลป์แล้วใช่มั้ย
    #203
    0
  21. #202 PentaPP (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:28
    ค้างงง แง้งงงง
    #202
    0
  22. #201 Na_wA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:27
    อะ จะได้เห็นพี่เพลิงลุคหมอเถื่อนจริงๆนั่นแหละ ใครแตะคนของพ่อไม่น่ารอดนะคะนะ เอนี่เวย์ เกียมตังเปย์เล่ม ;w;
    #201
    0
  23. #200 KiRasaKR (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:23
    เอ็นดูจังเลยคนเก่งค้าบ
    #200
    0
  24. #199 b_bbexam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:19
    น้องเท่ห์มากคับ จัดมันเรยรู้ก!!! ตอนนี้นอกจากความหวานของพี่เพลิงขอยกเจตเป็นmvp เธอคือพระรองที่แสนดีมากๆๆๆ จะมีเรื่องเจตแยกมั้ยคะอยากให้เจตสมหวังจังแน้
    #199
    0
  25. #198 tfgvccf3698 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 20:18
    มาอัพเร็วๆรอนะคะ

    #กัลป์โพผัว😎😎
    #198
    0