◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,437 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,785 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,638

    Overall
    1,380,437

ตอนที่ 2 : บทนำ & เกี้ยวสีแดง : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2763 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

 


เกี้ยวสีแดง

        


           ตึก!  ศีรษะของข้ากระทบเข้ากับของแข็งบางอย่างจนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา อีกทั้งยังรู้สึกว่าพื้นที่นั่งอยู่นั้นโคลงเคลงไปมาไม่อยู่กับที่  จากนั้นจึงพยายามปรือตาขึ้นช้าๆ แล้วกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับการมองเห็นให้ชัดเจนมากขึ้น

 

         เอ๊ะ!   ไฉนตัวข้าถึงมานอนพิงอยู่ในเกี้ยวไม้สีแดงแคบๆ นี้ได้  ยามนี้ภายในจิตใจเริ่มหวาดหวั่นขึ้นมาเสียแล้ว  เมื่อลองขยับแขนขาดูก็พบว่าตนเองไม่สามารถขยับเขยื้อนสิ่งใดได้เลยทั้งแขนทั้งขาก็อ่อนยวบไม่มีแรงที่จะขยับนิ้วมือเสียด้วยซ้ำ จากนั้นข้าจึงพยายามส่งเสียงตะโกนออกไป แต่เสียงในคอกลับดังอู้อี้ไม่เป็นคำ อีกทั้งยังรู้สึกถึงความแห้งผากราวกับว่ามีเม็ดทรายด้านในคอเต็มไปหมด ..   มันเกิดอะไรขึ้นกัแน่ !?  ข้ากล่าวถามตนเองอยู่ในใจด้วยความตระหนก

 

         และตอนนี้หัวใจเริ่มเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะด้วยความรู้สึกกลัว อีกทั้งยังมีเม็ดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นเต็มใบหน้า และแผ่นหลัง สิ่งเดียวที่ขยับได้นั้นคือดวงตา  ข้าจึงกลอกตามองสำรวจตนเองก็พบว่ายามนี้สวมใส่อาภรณ์สีแดงสดรุ่มร่าม มีสร้อยคอมุกที่ยาวลงมาถึงหน้าอก และยังมีกำไลสีทองเต็มข้อมือทั้งสองข้างของตนเองอยู่อีกด้วย

 

         ภาพทุกอย่างที่เห็นนี้ข้าจึงกระจ่าง และเข้าใจขึ้นมาทันที  อาภรณ์ที่ตนเองสวมใส่อยู่นี้เป็นชุดเจ้าสาว เกี้ยวที่ข้านั่งอยู่ในนี้ก็เป็นเกี้ยวเจ้าสาว .. แล้วเหตุใดตัวข้าถึงมาอยู่ในนี้ได้ !?  หัวใจเต้นถี่ด้วยความกลัวก็เริ่มเต้นกระหน่ำเร็วขึ้นราวกับเสียงกลองรัว  พวกมันจะพาข้าไปที่ไหนกัน แล้วซุนลี่เล่านางอยู่ที่ไหนนางยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ ข้ากล่าวขึ้นในใจอย่างหวาดกลัว

 

         พลันเสียงอันคุ้นหูของสตรีก็ดังขึ้น  พวกเจ้ารีบๆ เดินเข้า !!  ประเดี๋ยวมืดค่ำเสียก่อนจะถึงที่พัก  เสียงใหญ่ๆนี้เป็นเสียงของป้าหวัง  ข้าจึงพยายามเงี่ยหูฟังเสียงด้านนอกอย่างตั้งใจ และนับเสียงฝีเท้าก้าวเดินดูคร่าวๆ ดูท่าแล้วพวกมันน่าจะมีราวๆ สิบคนหรือยี่สิบคนได้กระมัง

 

           พอมานั่งครุ่นคิดดูยามที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหยาง ข้าใช้ชีวิตที่ไม่ให้ขัดหูขัดตาผู้ใดเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอด ยอมก้มหัวให้อยู่ต่ำมากที่สุดเฉกเช่นตันหญ้าเรี่ยดิน ดีกว่าจะหยิ่งทะนงให้ดูเด่นตาหาภัยมาให้ตนเอง  ข้าทำถึงขนาดนี้แล้วเป็นผู้ใดกันที่คิดจะกำจัดข้าออกไปให้พ้นหูพ้นตา    ฮึ !  คงจะไม่พ้นฮูหยินใหญ่ที่รังเกียจข้าไปต่างกับมูลสัตว์  นางคงจะสั่งให้ป้าหวังวางยาใส่ในขนมมาให้กินเมื่อวานนี้เป็นแน่     เฮอะ!  มันน่าโมโหเสียจริงกับความตะกละของตนเอง

 

            ตัวข้าที่นั่งหลับตาอยู่นานไม่รู้ว่ายามนี้เป็นยามใดพวกมันยังคงเร่งฝีเท้าเดินทางกันไม่หยุดพัก  จากที่หลับๆ ตื่นๆ มาตลอดทางนั้น พลันก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาใกล้ จึงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเต็มตา ก็พบว่ายามนี้เกี้ยวที่นั่งได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แสงสว่างที่เคยส่องทะลุเข้ามาทางช่องฉลุไม้นั้นก็แปรเปลี่ยนมาเป็นมืดไม่ด

 

          เพียงครู่เดียวเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับแสงของตะเกียงก็เข้ามาหยุดอยู่ด้านหน้า จากนั้นมืออวบอันเหี่ยวย่นก็เปิดผ้าขึ้นออกอย่างรวดเร็ว  ภาพที่ปรากฏตรงหน้านี้เป็นหญิงชราอวบที่คุ้นตากำลังยืนถือถ้วยข้าวราดด้วยผักดองแห้งๆ เอาไว้ในมือนี้ของนาง  ข้าที่เห็นป้าหวังก็รีบอ้าปากกล่าวถามนางถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ก็พบว่าไม่มีเสียงหลุดรอดออกไปจากปากเลยสักคำเดียว

 

อ้าปากให้กว้าง!ป้าหวังกล่าวด้วยน้ำเสียงรังเกียจ แล้วป้อนข้าวกระทุ้งเข้ามาในปากอย่างแรง จนทำให้ริมฝีปากด้านล่างของข้ากระทบกับฟันจนแตก  จากนั้นโลหิตก็ซึมไหลเข้ามาผสมกับข้าวในปากจนเป็นรสชาติฝาดเฝื่อนให้ข้าได้กิน

 

         ข้าพยายามกลืนข้าวลงคออย่างยากลำบากจนนางป้อนข้าวจนหมดถ้วยแล้ว  ต่อมานางก็บีบแก้มทั้งสองข้างเข้าอย่างไม่เบามือเท่าไรนัก แล้วกรอกน้ำลงเข้าไปในปากจนไหลทะลักออกมาเข้าจมูก จึงทำให้ข้าสำลักออกมาน้ำหูน้ำตาเล็ดเสียยกใหญ่   แค่ก แค่ก     เสียงไอออกมาพร้อมกับน้ำที่ไหลออกมาจากทางจมูก

 

สกปรกเสียจริง !ป้าหวังสะบัดมือที่จับแก้มอยู่ออก มองข้าราวกับลูกสุนัขตัวหนึ่ง พลางเช็ดมือกับผ้าม่านด้วยความรังเกียจ แล้วสะบัดชายอาภรณ์ยกตะเกียงเดินจากไปทันที

    

        ยามนี้ตัวข้าที่ไร้เรี่ยวแรงนอนหลับตาตัดพ้ออยู่ในใจ ไม่รู้ว่าจะโกรธเคืองผู้ใดดี หรือจะโกรธเคืองตนเองที่เกิดมาไร้วาสนาไม่ได้เกิดมาสูงส่ง มีชาติกำเนิดที่ดี  ไฉนเลยหากไม่ได้เกิดมามีชาติกำเนิดจากแม่ที่เป็นนางโลมต่ำต้อย มีหรือพวกมันจะดูแคลน และรังแกกันได้ถึงเพียงนี้

 

      ตลอดการเดินทางห้าวันที่ประสบพบเจอมีเพียงป้าหวังคอยเข้ามาป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่ทุกวัน อีกทั้งยังเอากระโถนเข้ามาให้ขับถ่ายของเสียทุกๆสามชั่วยาม  และทุกคราที่นางเอาน้ำเข้ามาป้อนให้ดื่มจากนั้นเพียงไม่นานร่างกายของข้าพลันก็ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ บางทีก็หลับยาวตลอดทั้งวันพอตื่นมาอีกคราฟ้ามืดสนิทเสียแล้ว

 

        พรีบ !    ตัวข้าสั่นโยกไปด้านหน้าตามแรงกระชากอย่างแรงตรงต้นแขนถึงได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นเต็มตาทันที   หุบปากเสีย อย่าได้คิดจะปริปากกล่าวสิ่งใด ไม่เช่นนั้นข้าจะโบยเจ้า ป้าหวังกล่าวเสียงกดต่ำ กระซิบอยู่ด้านข้างกกหูของข้า

 

      ต่อมานางก็ได้พาข้าเดินมาที่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก  ด้านในมีโต๊ะไม้วงกลมขนาดเล็กวางอยู่ที่กลางห้อง และมีโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกทองเหลืองอันใหญ่วางอยู่พร้อมกับเครื่องประทินโฉมมากมาย

 

       ยามนี้ข้าสงบปากสงบคำ แล้วกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ ห้อง ก็เห็นป้าหวังเดินถือชามกระเบื้องอันใหญ่ตรงเข้ามาหา แล้วทำการชุบผ้าฝ้ายผืนเล็กลงไปในน้ำ บิดให้แห้งหมาดๆ แล้วนำมาเช็ดตามเนื้อตามตัวข้าอย่างไม่เบามือมากเท่าไรนักจึงทำให้เกิดรอยแดงเป็นทางยาวตามแขน และตามขาของข้า

 

เชิดหน้าขึ้นป้าหวังกล่าวขึ้น แล้วจับคางหันซ้ายขวาไปมาหรี่ตาเหี่ยวๆ มองอย่างสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง

 

ทางจริงเจ้าก็มีเค้าโครงรูปโฉมที่งามอยู่มาก เพียงแค่ไม่ได้ดูแล และบำรุงผิวพรรณจึงหยาบกร้าน  อืม  ร่างกายก็แคระแก่นเพราะไม่ได้กินอาหารดีๆ  เฮ้อ จะโทษผู้ใดได้   มีแต่ต้องโทษที่มีมารดาเป็นนางโลมชั้นต่ำ และสกปรกเช่นนั้นป้าหลังกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง และสีหน้าหยามเหยียด พลางบรรจงแต่งหน้าให้ข้าช้าๆไปด้วย ที่นางกล่าวมาก็ถูก มารดาของข้าเป็นนางโลมที่ใครๆ พากันดูถูก ตัวข้าเองก็ยินยอมรับชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเช่นกัน

 

ดีที่ยังแก้ขัดได้ป้าหวังกอดอก ไล่ตาสำรวจมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแล้วกล่าวขึ้นอย่างพึ่งพอใจ

 

           ส่วนตัวข้าเองก็ขบคิดในหัวอย่างยุ่งเหยิงว่าควรจะเอ่ยปากถามนางถึงซุนลี่หรือไม่ พลันพอตัดสินใจได้แล้วจึงรีบก็กล่าวถามนางออกไปทันที   ป้าหวังซุนลี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะข้าเอ่ยปากถาม ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

 

นังเด็กบ่าวผู้นั้นรึ  ข้านำมันมาด้วยพอถึงยามนั้นเจ้าจะเจอมันเองนางกล่าวตอบอย่างไม่ใคร่สนใจเท่าไรนัก

 

          ความรู้สึกที่มีก้อนหินทับอยู่ในอกตลอดห้าวันของข้านั้นก็หายไปอย่างปลิดทิ้ง  ซุนลี่ยามนี้นางยังอยู่รอดปลอดภัยดี  ส่วนบุรุษที่ข้าจะต้องแต่งงานด้วยนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใครเป็นคนตระกูลไหนข้าไม่เกี่ยง แต่ขออย่างเดียวขออย่าให้จิตใจโหดร้ายอย่างเช่นคนตระกูลหยางก็เป็นพอ

 

         ป้าหวังที่ยืนอยู่ด้านหน้านั้นก็เดินไปหยิบฟ้าคลุมหน้าลายหงส์มาคลุมใบหน้าของข้าเอาไว้ และจัดการจัดอาภรณ์ของข้าให้เข้าที่เรียบร้อยอยู่ครู่หนึ่ง  

 

เดินตามข้า อย่าได้คิดที่จะแหกปาก หรือปริปากกล่าวสิ่งใดออกมาเชียว ไม่เช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือนป้าหวังกล่าวด้วยน้ำเสียงข่มขู่ แล้วเปิดประตูห้องเดินนำออกไปด้านนอก

 

        ข้าเดินก้มหน้าตามนางหลุบตาต่ำมองพื้นไม้เห็นเพียงปลายรองเท้าสีแดงของตนเอง และชายกระโปรงที่ปัดไปมาเท่านั้น ส่วนตรงที่ข้าเดินอยู่คงจะเป็นริมระเบียงไม้ของเรือนเป็นแน่   เดินทอดขามาเรื่อยๆนานอยู่เกือบครึ่งเค่อก็ได้ยินเสียงพิณบรรเลง และเสียงสนทนาของผู้คนมากมายที่ดังไปทั่วทุกที่ และทุกๆย่างก้าวข้าพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจว่ายามนี้ที่ตรงนี้คือที่ใด หรือตระกูลใดกันที่ข้าต้องแต่งเข้ามาภรรยาให้กับเขา

 

ยินดีด้วยฮูหยินเซี่ยงที่บุตรชายของท่านได้แต่งหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลิงชางเข้ามาเป็นภรรยาเสียงสตรีนางหนึ่งกล่าวขึ้น เสียงไม่ดังและไม่เบาจนเกินไป

 

ฮูหยินเหลียงเป็นวาสนาบุตรชายข้าเสียมากกว่าที่ได้แต่งภรรยางามเช่นนั้นสตรีที่น่าจะเป็นฮูหยินเซี่ยงกล่าวตอบ

 

ข้าได้ข่าวมงคลมาอีกเรื่องว่ายามนี้บุตรชายของท่านได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพเมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลเซี่ยช่างมีแต่เรื่องมงคลเสียจริงๆสตรีนางนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ

 

       ครานี้ข้าที่กำลังเงี่ยหูฟังพวกนางสนทนาอยู่นั้นหัวใจก็ตระหนกวูบตกลงพื้นฉับพลัน ในหัววนเวียนอยู่เพียงแค่เสียงที่ดังก้องว่า ตระกูลเซี่ย’  ความกลัวนี้แสดงออกมาทางเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดในฤดูวัสสานะทั้งบนใบหน้า และแผ่นหลัง  อีกทั้งน้ำลายในคอก็เริ่มจับตัวเป็นก้อนเหนียวหนืดยากที่จะกลืนลงไปได้  ขาที่กำลังก้าวเดินอยู่นั้นก็เริ่มรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาฉับพลัน  ยังมีความรู้สึกวิงเวียนตาลายอยากจะเป็นลมล้มพับลงไปนอนกองกับพื้นเสียให้รู้แล้วรู้รอดตอนนี้เลย

 

         บุรุษที่ข้าแต่งด้วยนั้นคือเซี่ยจินเซิน เป็นคนเมืองหลิงชาง ตระกูลของเขาย้ายมาตั้งรกรากที่เมืองหลวง ผู้คนในเมืองหลิงชางต่างรู้จักชื่อเสียงของการลงโทษของตระกูลเซี่ยเป็นอย่างดีในเรื่องความโหดร้ายความโหดเหี้ยมของพวกเขา  มีอยู่คราหนึ่งพวกเขาจับบ่าวขโมยข้าวสารเพียงครึ่งกระสอบ มัดกับม้าแล้วลากไปรอบๆเมือง จนบ่าวผู้นั้นขาดใจตายไปในที่สุด ครานั้นเป็นข่าวลือที่เลื่องลือจนหนาหูในเมืองหลิงชางอยู่นานครึ่งปี ข้าไม่รู้ว่าข่าวลือนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ภาวนาให้มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น อีกทั้งยังมีข่าวลือจากเมืองหลวงไปถึงเมืองหลิงชางสองเดือนก่อนหน้านี้ ว่าเซี่ยจินเซินเป็นบุรุษร่างใหญ่ดำทไม่ฬจับเชลยชายไปตัดหัว ส่วนเชลยหญิงจับโยนให้ทหารในกองทัพ  พอมานึกดูแล้วก็น่าแปลกใจยิ่งนัก เหตุใดเขาถึงไม่ตัดคอพวกนางเหมือนเชลยชายกันนะ

 

          ยามนี้ตัวข้าจึงรู้แจ้งเห็นชัดขึ้นมาทันตาว่าเหตุใดฮูหยินใหญ่ และท่านพ่อถึงจับข้ามาล้างน้ำเป็นสตรีเต็มตัวแต่งงานแทนหยางจิงฮวาเช่นนี้     เฮ้อ….   ผู้ใดใช้ให้ข้าเป็นบุตรสาวที่ไม่ได้รับความโปรดปราณ อีกทั้งยังเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ ถึงมารับเคราะห์แทนหยางจิงฮวา

 

       พลันเสียงป้าหวังก็ดึงสติข้าออกมาจากภวังค์ความคิดก่อนหน้านี้  "ถึงแล้วเจ้าเข้าไปนั่งรอนิ่งๆ ด้านใน”  ป้าหวังหยุดเดิน แล้วผลักประตูบานใหญ่เข้าไปด้านใน   ครานี้ต้องตายแน่ๆ  ตัวข้าตัดพ้ออย่างห่อเหี่ยวอยู่ในใจ  ถ้าหากพวกเขาล่วงรู้ว่าข้านั้นเป็นตัวปลอมจะกระทำเช่นไรกับข้ากัน คงจะไม่เฆี่ยนตีถึงตายหรอกรึ !?  

 

 

          ตัวข้ายืนยึกยักอยู่หน้าประตูอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าหากก้าวเท้าเข้าไปด้านในแล้ว ชีวิตน้อยๆ นี้ก็คงต้องจบสิ้นเป็นแน่  และไม่มีทางหวนกลับมาเป็นเฉกเช่นเดิมได้อีกแล้ว….

 

เข้าไปสิ!  จำเรื่องที่ข้าจะบอกไว้ให้ว่าเจ้าชื่อหยางจิงฮวาท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจถ้าไม่อยากอายุขัยสั้น  เจ้าเองคงได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้วว่าตระกูลเซี่ยนั่นโหดร้ายเพียงใด”  ป้าหวังกล่าวพลางชี้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ศีรษะของข้า จากนั้นก็ผลักหลังของข้าให้เข้าไปด้านในห้อง

 

        ข้าที่ซวนเซไปหน้าก็รีบตั้งหลักกลับมายืนหลังตรงทันที พลางสูดลมหายใจเข้าให้ลึกมากที่สุดเพื่อข่มกลั้นอารมณ์กลัวเอาไว้ด้านในอก   สมมุติว่าถ้าบอกความจริงกับเซี่ยจินเซินตั้งแต่แรกเขาคงจะไม่โกรธและโมโหข้าก็ได้   เพราะข้านั้นเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสี่ปีเท่านั้น คงไม่ถึงกับฆ่าเด็กตาดำๆ เช่นนี้ได้ลงคอ  พอเรียบเรียงความคิดตนเองได้แล้วนั้นจึงเดินเข้าไปนั่งรอนิ่งๆ อยู่บนเตียงไม้หลังใหญ่รอให้เขาเข้ามาในห้องเสียก่อน แล้วจากนั้นค่อยเล่าความจริงทุกอย่างให้เขาฟังก็ถือว่าเป็นอันจบสิ้นเรื่องเฉียดตายนี้ลง

 

         และการรอที่ฆ่าเวลาได้ดีที่สุดในยามนี้คือการสำรวจห้องนอน  อืม  เตียงที่นั่งอยู่นี้นุ่มใช่ได้  โอ้  ยังมีภาพวาดภูเขาตกแต่งบนผนัง และแจกันอย่างดีหลายใบวางอยู่บนชั้นไม้ภายในห้อง  ดูท่าแล้วเซี่ยจินเซินน่าจะชมชอบในการเก็บสะสมแจกันกระมัง   ข้าไล่สายตาดูทุกอย่างภายในห้องจนครบหมดทุกซอกทุกมุม  ต่อมาความกลัวความรนรานคราแรกก็ลดน้อยลงมาบ้าง

 

           ข้ารอเขานานอยู่เกือบสองยามเต็มก็ไร้วี่แววว่าเขาจะเปิดประตูเข้ามาในห้องเสียที  อีกทั้งตัวข้าก็เริ่มตาปรืออ้าปากห้าวออกมาหนึ่งวอด ด้วยความง่วงนอนจากการอ่อนเพลียที่นั่งเกี้ยวติดต่อกันมาห้าวัน   ข้าที่เริ่มอดทนรอไม่ไหวจึงดึงผ้าคลุมหน้าออก ตามมาด้วยการถอดปิ่นประดับผม สร้อยคอมุกกำไลทองออกมาวางไว้ที่โต๊ะ ต่อมาก็ถอดเสื้อคลุมสีแดงสดตัวนอกมาวางพาดไว้บนหัวเตียง   เฮ้อ ! ครานี้ค่อยหายใจโล่งคอสะดวกขึ้นมาหน่อย จากนั้นจึงเอนหลังนอนลงบนเตียงนุ่มๆ นี้แล้วหลับตาลงครุ่นคิดถึงซุนลี่ว่านางจะเป็นเช่นไรบ้าง คงจะไม่ได้กำลังนั่งร้องไห้อยู่หรอกกระมัง   ข้านอนคิดไปได้สักพักสติที่มีก็เริ่มเลอะเลือน แล้วดับลงไปในที่สุด

 

 

         แอ๊ดกึก !  เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น   หืม ?”  เซี่ยจินเซินที่เดินเขามาในห้องก็ต้องแปลกใจ เพราะยามนี้ฮูหยินน้อยของเขากำลังนอน หลับสบาย โดยไม่รั้งรอที่จะเข้าหอกับเขา

 

ไฉนมามองใกล้ๆเช่นนี้  นางถึงดูเด็กมากนักเสียงทุ้มคลุมเครือในคอของเขาดังออกมา พร้อมกับปลดเสื้อคลุมสีแดงตัวใหญ่ของตนเองออก แล้วกล่าวขึ้นไปค่อมฮูหยินน้อยบนเตียง

 

          ข้าที่กำลังนอนหลับอยู่นั้นก็รู้สึกถึงแรงด้านข้างที่นอนยุบลงไป  ตามมาด้วยเสียงลมหายใจเป่ารดอยู่ด้านข้างกกหู  ลมหายใจที่ร้อนแผ่วผสมกับกลิ่นสุราอ่อนๆลดลงมาตรงซอกคอของข้า  พลันพอจะขยับแขนขยับขาตัวข้ากับไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง หรือเป็นเพราะยาที่ป้าหวังวางกันแน่ !

 

ไหนท่านแม่บอกนางอายุสิบเจ็ดปี ข้าดูอย่างไรก็ไม่เกิดสิบห้าปีเสียด้วยซ้ำเซี่ยจินเซินที่ค่อมนางอยู่ก็ยื่นหน้าลงมาพินิจมองใกล้ๆ ด้วยความแปลกใจ 

 

        ก็ใช่นะสิ!   ตัวข้าพึ่งอายุสิบสี่ปียังไม่ถึงวัยปักปิ่นเลยด้วยซ้ำ  ไฉนคนตระกูลหยางจึงจับข้ามาล้างน้ำแต่งงานเช่นนี้ !?  บุรุษใดใคร่ว่าจะดูไม่ออกว่าข้ายังไม่โตเป็นสาว ข้ากล่าวตอบโต้เขาในใจ

 

ตระกูลหยางเลี้ยงบุตรสาวอดๆยากๆ หรืออย่างไร เหตุในนางตัวเล็กจ้อยขนาดนี้ ข้าจับไปแล้วนางคงจะไม่หักคามือหรอกนะ”  เซี่ยจินเซินขมวดคิ้วเข้าด้วยความสงสัย  และยามนี้ตัวเขาก็ดื่มสุราไปมากพอสมควรคั้นจะให้หักห้ามใจในเรื่องความใคร่ก็ยากอยู่

 

          จากนั้นเขาจึงตันสินใจก้มหน้าลงไปสูดดมที่ซอกคอของนางไล่จมูกวนเวียนจากใบหูเล็กๆ มาถึงคอและลากยาวมาหยุดที่อาภรณ์สีแดงของนาง เมื่อหอมดมกลิ่นกายของนางเต็มที่แล้ว  เขาจึงเลื่อนมาประทับจูบลงบนปากแดงอวบอิ่มของนางอย่างเร้าร้อน

 

           ไม่ ไม่  !!  เซี่ยจินเซินท่านจะฆ่าข้าหรอกรึ !?  ข้าที่นอนหลับตาสนิทแผดเสียงขึ้นด้วยความตระหนกในใจ  ริมฝีปากกำลังโดนบางสิ่งที่เปียกชุ่มถูไถไปมา อีกทั้งมันยังมีของแข็งบางอย่างขบกัดลงมาเบาๆ บนริมฝีปาก   ยามนี้ข้าไม่อาจห้ามน้ำตาที่เกิดจากความหวาดหวั่นภายใจจิตต่อไปได้อีก มันไหลออกมาอาบใบหน้าด้านข้างจนรู้สึกเปียกไปถึงใบหู  หูของข้าได้ยินเสียงทุกอย่างได้ชันเจน  แต่ร่างกายไม่อาจขยับได้ดั่งใจ หรือตอบโต้เขากลับไปได้

 

เอาเถิดทำหน้าที่สามีก็เพียงพอแล้ว เซี่ยจินเซินกล่าวพึมพำขึ้นมาเสียงเบา ก้มหน้าก้มตาปลดผ้าคาดเอวของนางออก แล้วสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวนุ่มของนางที่หลบอยู่ใต้อาภรณ์

 

       เซี่ยจินเซินกำลังจะทำการใดกันแน่ !  เขากำลังจะลงมือฆ่าข้าแล้วโดยการบีบหน้าอกของข้าหรอกรึ  !?  บีบด้วยความแรงจนข้าขาดใจตายไปในที่สุด  ต้องรีบบอกความจริงกับเขาออกไปไม่เช่นนั้นต้องตายอยู่ใต้เงื้อมมือของเขาเป็นแน่   ‘รองแม่ทัพเซี่ยฟังข้าก่อน ……’  แต่เสียงที่ดังออกมากับเป็นเสียงอู้อี้ในคอไปเสียได้  ไฉนถึงเรื่องถึงเป็นอย่างนี้

 

       ส่วนเซี่ยจินเซินที่ได้ยินเสียงแหบกระเส่าของนางดังลอดออกมา  จากนั้นตัวเขายิ่งตอบสนองความต้องการตนเองเร็วขึ้น มือใหญ่หนาอันหยาบกร้านของเขาทำหน้าที่ล้วงเข้าไปใต้อาภรณ์ด้านล่างของนางแล้วลูบลงเรียวขาด้านในที่เนียนนุ่มมืออย่างเคลิบเคลิ้ม

      

       ข้าไม่หยุดที่จะส่งเสียงออกไป  อึมมม !  แต่เสียงที่ออกมานั้นก็เป็นเช่นเดิม จากนั้นก็สัมผัสถึงมือสากๆ ลูบไล้จากต้นขาด้านข้างเข้ามาจับขยำอยู่ที่ต้นขาด้านบน แล้วกจับมับเข้าไปที่ขาของข้าแล้วจัดการยกขาขึ้นจัดให้อยู่ในท่าทางแปลกๆ  ฮือ  เซี่ยจินเซินเขาต้องการจะทำอะไรจะทรมานข้าก่อนตายใช่หรือไม่  

 

            เซี่ยจินเซินพินิจมองบุปผางามตรงหน้าที่ยังไม่ได้เบ่งบานเป็นดอกไม้บานด้วยความหลงใหล ถึงแม้ร่างกายจะยังดูเล็กแคระแก่น แต่ส่วนอื่นของนางหาได้เล็กตามร่างกายไม่

    

อืม..ร่างกายยังไม่โตเต็มที่นักเซี่ยจินเซินกล่าวขึ้น แล้วไล่ริมฝีปากมาจรดปลายดอกบัวตูมใหญ่คู่งามนั้นของนาง แล้วกัดลงขบลงไปบนยอดดอกบัวนั้น

 

           ฮือออๆ  ข้าร่ำไห้อยู่ในใจอย่างสิ้นหวังแล้วกล่าวอ้อนวอนในใจกับเซี่ยจินเซินว่า ตัวข้ายังเด็กมากนักไว้ชีวิตเด็กตาดำๆผู้นี้เถิด   พลันต่อมาก็รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มที่เปียกชุ่มสัมผัสอยู่ตรงหน้าอกไปทั่วทั้งสองของข้า มันแรงและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ  หัวของข้าขาวโพลนไปทั่วทั้งหัว เซี่ยจินเซินกำลังหาวิธีฆ่าข้าอยู่ !  ความอับอายที่แก้ผ้าต่อหน้าบุรุษ หากเป็นผู้อื่นตัวข้าคงอายเสียม้วนตัวเป็นเกลียว แต่นี่เป็นเซี่ยจินเซินจึงมีแต่ความกลัวเข้ามาแทนความอับอาย

 

        ต่อมาข้ากรีดร้องออกมาสุดเสียงแต่เสียงที่ออกมานั้น  อ๊าาา~   ไฉนเป็นเช่นนี้อีกแล้วเล่า ซุนลี่ช่วยข้าด้วย! สุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงร่ำไห้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเท่านั้น

 

       เซี่ยจินเซินที่ได้ยินเสียงครางแผ่วเบาของสตรีน้อยตรงหน้า อีกทั้งดวงหน้างามของนางนั้นก็เริ่มแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงระเรื่อ นอนหลับตาพริ้มขนตาสั่นระริกไหวเล็กน้อย   เขาจึงหลงคิดว่านางกำลังพึ่งพอใจเป็นอันมากจากการสัมผัสของเขา  นี่นางกำลังมีความสุขจนน้ำตาไหลออกมาเช่นนี้เลยรึ ?’ เซี่ยจินเซินกล่าวขึ้นในใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.763K ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #5482 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:55
    ใจร้ายมาก ทำได้ลงคอ
    #5482
    0
  2. #4858 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:00
    โอ้ยยย ทำไมชีวิตหนูรันทดจังเลยลูกกห
    #4858
    0
  3. #3335 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 20:11
    ระดับแม่ทัพขบวนเจ้าสาวไม่ยิ่งใหญ่หรอ​ หรือตอนนี้ยังไม่ได้บรรยายรายละเอียด
    อ่านภาพรวมให้ความรู้สึกว่าแต่งอนุเข้าบ้านมากกว่าที่จะเป็นฮูหญิงเอก
    #3335
    1
    • #3335-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 2)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 20:19

      เป็นหนึ่งในปริศนาของเรื่องด้วย อยู่ในบทการลากจาก และการพบพาน & กิ่งเหมยจะนางเอกจะพูดถึงการแต่งงานของตัวเอง ครับ
      #3335-1
  4. #2376 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:15
    อยู่ตระกูลเซี่ยอาจจะดีกว่าก็ได้นะคะ ใจเย็นๆนะลูก
    #2376
    0
  5. #1592 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 01:13
    หวังว่าจวนนี้จะไม่โหดร้ายกับนางนักจริงๆ
    #1592
    0
  6. #1043 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 11:02
    RE. แล้วแก้คำผิด คำตกหล่น ลดคำฟุ่มเฟื่อย เปลี่ยนคำ สำนวนการเขียนเช่นเดิม

    ขอบคุณสำหรับคำแนะเด้อ
    #1043
    0
  7. #1022 0831775128 (@0831775128) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 02:23
    ใช้ชื่อจริง แทนคำว่า ข้า ก็ได้ครับ
    #1022
    0
  8. #1019 Rose2521 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:50

    สรรพนาม ข้า เยอะเกินไป

    #1019
    0
  9. #938 OakKuma (@OakKuma) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:10
    ทางจริง = ความจริง
    #938
    0
  10. #689 ใจหนึ่งใจ (@heart-one) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:40
    กังวน= กังวล
    ยิ่งทะนง=หยิ่งทะนง

    #689
    1
  11. #628 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:51
    แต่งกับพระเอกมั้ย
    #628
    1
  12. #494 Galaxy galaxy (@khunyou) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:31
    สกปรก อย่างนี้นะคะไม่ใช่ซกปรก
    #494
    1
  13. #424 dang24 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 09:53

    ลอบกรอกตา =กรอกตา

    #424
    1
  14. #420 npattyy (@patty_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 08:27
    ตะกละ แบบนี้ค่ะ
    #420
    1
  15. #404 mrukritu (@xiuyuan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 01:26
    ถ้ารอดไปได้ คนแรกมี่จะฆ่าคืออิป้าหวังนี่แหละ เหอะ
    #404
    0
  16. #258 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:53
    แต่งเป็นฮูหยินรองแม่ทัพไม่ดีตรงไหนทำไมนังพี่สาวคนโตถึงไม่แต่ง คือคนทั้งเมืองเค้าก็รู้อยู่แล้วป่ะว่าพี่คนโตที่เป็นสาวงามอันดับ1แต่งกับรองแม่ทัพเซี่ย แต่ส่งนางเอกแต่งเข้ามาแทนไม่กลัวจะสร้างความไม่พอใจและอับอายรึไง
    #258
    1
  17. #238 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 18:03
    สงสารนางเอกอะ
    #238
    0
  18. #86 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 07:20
    อย่าบอกนะว่าสามีเป็นคนใจร้ายน่ะ
    #86
    0
  19. #4 nidsaun (@nidsaun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 12:15
    ไรด์สู้ๆนะค่ะรอติดตามอ่านอยู่

    ชอบแนวนี้
    #4
    0