Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 28 : #27 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,270 ครั้ง
    26 ม.ค. 63

[Kawin]

หลังจากเห็นรถของพี่ฮอว์กจอดอยู่โรงรถด้านข้าง สีหน้าขี้เล่นของพี่ชาเปลี่ยนไปทันที พอบอกให้คุณแม่บ้านพาผมมานั่งรอในห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังใหญ่ ตัวเองก็รีบเดินไปยังโรงยิมทันที คงจะไปจัดการอะไรบางอย่างแน่ ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมพี่ชายตัวเองถึงได้มาอยู่ที่นี่

ผมได้มาอยู่ที่ห้องรับแขกขนาดกลาง โทนอบอุ่นสร้างไว้สำหรับนั่งเล่นกับครอบครัว ทำให้ไม่เกร็งมากนักที่จะอยู่ลำพัง ดีกว่าไปห้องรับแขกใหญ่ที่หรูหรามีไว้เพื่อรองรับคู่ค้าทางธุรกิจหรือแขกคนสำคัญอีกฝั่งของตัวคฤหาสน์ เพราะเคยมาบ้านหลังนี้หลายครั้ง มีอยู่ครั้งที่หลงไปเจอห้องนั้นเข้า ทุกอย่างดูแพงจนไม่กล้าแม้จะเหยียบพื้นที่ปูด้วยหินอ่อนชั้นดีทับด้วยพรมราคาแพงนุ่มทั้งห้อง

“ของว่างค่ะคุณวินทร์” แม่บ้านคนเดิมยกถาดใส่ของว่างและเครื่องดื่มมาวางให้ ก้มหัวอย่างสุภาพก่อนจะรีบออกจากห้องไปทันที ไม่มีการพูดคุยเล่น คงคอนเซปมาเฟียหน้านิ่งกันทั้งบ้าน อ้อ คงยกเว้นม๊าที่ใจดีอ่อนโยนกับพี่ปั้นชาที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีเอาไว้สองคน

เคยแอบคิดเล่นๆว่างบางทีบ้านผมกับบ้านนี้สลับตัวลูกชายกันหรือเปล่า แบบพี่ฮอว์กควรจะเกิดในตระกูลจาง ส่วนพี่ชาก็ไปอยู่เป็นลูกแม่ผมแทน แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก ดีเอ็นเอครอบครัวแปะอยู่บนหน้าขนาดนั้น

ก๊อกๆๆ

“ขออนุญาตนะครับ” ตัวการเกิดเสียงก้าวเข้ามาในห้อง ผมปิดนิตยาสารที่หยิบมาอ่านฆ่าเวลา วางคืนบนโต๊ะตามเดิม เงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มให้คนตัวสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกัน

“บ้านหลังนี้เป็นของพี่ไค จะมาขอผมทำไมล่ะครับ”

“วินทร์อยู่ในห้องนี้ก่อนพี่ก็ต้องขอสิครับ” คนมีมารยาทดีบอก น่าจะหาเรื่องแกล้งแหย่กันมากกว่า

“วันนี้เลิกงานเร็วเหรอครับ ถึงกลับมาที่นี่ได้ ไหนตอนแรกว่าจะโทรหาไงครับ”

“ถามเยอะขนาดนี้ พี่ตอบอันไหนก่อนดี” พี่ไคหัวเราะน้อยๆแต่แอฟเฟ็กถึงผมรุนแรงจนหน้าชาเลย ลืมตัวไปสนิทว่าคำถามพวกนี้บางทีก็ละลาบละล้วงเกินไป

“ขอโทษครับ”

“เดี๋ยวสิ พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรวินทร์เลยนะ พี่แค่แซว ดีใจด้วยซ้ำที่วินทร์ถาม ไม่ซึมสิครับ” ปลายนิ้วเชยคางผมขึ้นบังคับให้สบตาตรงๆ แต่ผมก็เสเหลือบมองไปยังพนักพิงโซฟาแทน พี่ไคเห็นผมไม่พูดก็เลยขยายความต่อเอง

“พี่รู้ว่าคนดีพาวินทร์มาบ้านใหญ่ก็เลยกลับมาที่นี่เลย ที่ไม่ได้โทรหาเพราะอยากจะเซอร์ไพรส์ครับ” 

“เซอร์ไพรส์?”

“จริงๆเป็นชาต่างหากที่เซอร์ไพรส์พี่ มาบ้านใหญ่ไม่บอกล่วงหน้าอย่างนี้ เดี๋ยวพี่คงโดนต่อจากพี่ชายเราแน่ รายนั้นไม่ชอบให้คนมีความลับกับตัวเอง โดยเฉพาะคนสนิทด้วย” คงหมายถึงเรื่องที่พี่ฮอว์กมาบ้านนี้โดยที่พี่ชาไม่รู้

“แล้วพี่ฮอว์กมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่ฮอว์กมาที่นี่ด้วย”

“เวลาพี่พาวินทร์มาหาม๊า ก็จะจัดเวลาไม่ให้ชนกับฮอว์กน่ะสิ ส่วนเรื่องมาทำไม ลองถามกันเอาเองนะ เป็นความตั้งใจของพี่ชายเราเองที่อยากจะปกป้องคนสำคัญ หึหึ กล้ามาขอร้องตรงๆเพื่อเพิ่มระดับความสามารถตัวเองเชียวล่ะ” สายตาคมเป็นประกายพึงพอใจตอนที่พูดถึงพี่ชายของผม ถึงจะงงเล็กน้อยก็พอเดาได้แล้วว่าเรื่องนี้คงเกี่ยวกับพี่ชาด้วย

“พี่ฮอว์กชอบการต่อสู้มาก”

“พอดูออก ฝีมือดีใช้ได้ เยียนยังชมตลอดทั้งที่ไม่เคยหลุดปากชมศิษย์คนไหน พัฒนารวดเร็ว...อย่างกับเกิดมาเพื่อสิ่งนี้”

“สิ่งนี้? อะไรครับ”

“เด็กน้อยไม่รู้จะดีกว่านะครับ” พี่ไคหัวเราะเครียดๆ เหมือนเขาเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป 

“ผมไม่เด็กนะพี่ไค พูดขนาดนี้แล้วบอกผมเถอะ นะ น้า~” สองมือเขย่าแขนของพี่ไคเบาๆ ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆทั้งที่ผมอยากรู้หรอก พี่ไคทำหน้าหนักใจแล้วก็ถอนหายใจออกมา

“อ้อนน่ารักแบบนี้ ต่อให้เป็นความลับสุดยอดของตระกูลพี่ก็คงคายให้วินทร์ฟังจนหมด”

“ผมไม่ได้อยากรู้มากขนาดนั้นสักหน่อย”

“หึหึ” พี่ไคยกมือขึ้นลูบหัว ทอดสายตาอ่อนโยนมองไปทั่วใบหน้า หยุดที่ค้างไว้ที่แถวๆริมฝีปาก “จะบอกก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

“อะ อะไรครับ” ความรู้สึกร้องบอกว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องเจ้าเล่ห์มาหลอกกันแน่ ถึงตอนนี้อยากจะถอยก็ไม่ทันแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แขนข้างที่เคยถูกผมจับเขย่า ย้ายลงไปโอบล้อมไว้ตรงเอวราวกับโซ่ตรวนเส้นหนา

“ความลับของตระกูลจาง ก็ต้องเป็นคนในครอบครัวเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์รู้ เพราะฉนั้นถ้าวินทร์อยากให้พี่บอกว่าสิ่งนี้ที่พูดถึงคืออะไร...มาเป็นคนในครอบครัวกับพี่สิครับ”

คนใน..ครอบครัว

ทั้งคำพูดและสายตาที่สื่อมาต่อให้โง่ขนาดไหนก็ไม่มีทางไม่เข้าใจ ดังนั้นหน้าที่ร้อนอยู่แล้วเพราะถูกกอดจึงร้อนหนักกว่าเดิมจนแทบระเบิด

“เป็นแฟนพี่นะ”

บึ้ม!

คล้ายมีไอน้ำร้อนระเบิดออกจากสองแก้มและกลางหัว จากเรื่องพี่ฮอว์กกับพี่ชา กลายเป็นเรื่องขอผมเป็นแฟนได้ยังไง เพราะแบบนี้ใช่ไหมกิจการของจางกรุ๊ปถึงได้โตเอาๆในรุ่นที่พี่ไคเข้ามาสืบทอด เจ้าเล่ห์จริงๆเลยคุณมาเฟีย

“พี่ออกตัวว่าจีบวินทร์มาได้ปีกว่าแล้ว แต่ก็ไม่เคยขอให้ชัดเจนสักที เป็นแฟนพี่นะครับ พี่สัญญาว่าจะดูแลวินทร์อย่างดี เหมือนกับที่แม่และพี่ชายวินทร์ดูแลวินทร์อย่างดีมาโดยตลอด”

“มัน..เอ่อ แฟนเหรอครับ” หลายนาทีกว่าผมจะหาเสียงตัวเองเจอ ปล่อยให้พี่ไคพูดอยู่พักใหญ่ ดวงตาเขาเข้มขึ้นเมื่อเห็นว่าผมลังเล

“วินทร์ไม่ชอบพี่เหรอครับ ที่ผ่านมาพี่คิดว่าเราใจตรงกัน หรือพี่คิดไปเอง?”

“คือ ผมไม่แน่ใจ...ว่าเป็นผมจะดีจริงเหรอ” อีกฝ่ายสูงจนเกินเอื้อม แค่เขาใจดีด้วยอย่างทุกวันนี้ ผมยังคิดว่าตัวเองฝันอยู่ด้วยซ้ำไป

“ทำไมจะไม่ดี วินทร์มีดีมากอย่าดูถูกตัวเอง”

“ไม่ใช่ว่าผมดูถูกตัวเอง หรือคิดว่าตัวเองไม่ดีนะครับ เพียงแต่โลกของเรามัน...ต่างกันเกินไป” เด็กนักศึกษา กับคุณชายเดม่อน จาง ผู้โด่งดังไปทั่วเอเชีย ไม่มีอะไรเหมาะสมสักอย่าง “ผมยังเด็กมาก ช่วยเหลือหรือทำผลประโยชน์อะไรกับพี่ไคก็ไม่ได้ เป็นหน้าตาในสังคมก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่ ถึงคุณป๊ากับม๊าจะใจดี แต่ถ้าเกิดมีใครมาพูดอะไร...เราสองคน...เป็นผู้ชาย”

สมองผมสับสนไปหมด ท้ายๆเลยพูดอะไรที่ไม่ประติดประต่อ แต่พี่ไคก็ดึงมือผมไปกุมเอาไว้ ความอบอุ่นและน้ำเสียงอ่อนโยนทำให้จิตใจผมเริ่มสงบลง

“พี่ไม่ได้ต้องการคนรักที่ทำผลประโยชน์หรือสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตระกูล อย่างที่คุณป๊าบอก ที่เราทำงานเพราะเราชอบทำ ไม่ได้หวังว่าจะมีหลานมาสืบทอด ขอแค่รุ่นลูกมีความสุขก็พอ และวินทร์ก็เป็นพื้นที่ความสุขของพี่”

“.....”

“ความรู้สึกของพี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากถูกชะตา กลายเป็นถูกใจ ความชอบจนตอนนี้ก็กลายเป็น...รัก

“พี่ไคแน่ใจใช่ไหมว่าเป็นผมดีแล้ว” ผมถามย้ำอีกครั้ง “ถ้าผมตกลง แล้ววันหนึ่งพี่พบว่าผมไม่ใช่ความสุขของพี่อีกต่อไป พี่จะทำยังไงครับ”

“ทั้งชีวิตพี่อยู่กับการแก่งแย่งความเป็นที่หนึ่ง ศัตรู และคนที่สวมหน้ากากเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ พี่เบื่อกับสิ่งพวกนั้นจนอยากจะอ้วกแล้ว พอพี่ได้เจอวินทร์ที่ใสซื่อ จริงใจ ไม่มีการปรุงแต่งอะไร...วินทร์คิดว่าคนอย่างพี่จะมีพื้นที่ความสุขพร่ำเพรื่อเหรอครับ ถ้าไม่มั่นใจจริงๆพี่ไม่พูดว่าจะจีบหรือจะขอวินทร์เป็นแฟนแน่ๆ ไม่ใช่ว่าพี่พูดเรื่อยเปื่อยหรือสถานการณ์เป็นใจหรอกนะ แต่เพราะพี่ใช้เวลาเกือบปีคิดมาอย่างดีแล้วต่างหาก”

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้กลางอกมันตื้อ รู้สึกดีที่เขาไม่ได้พูดคำชวนฟังอย่าง สัญญาว่าจะรักผมตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงไม่มั่นใจในตัวพี่ไคเท่าไหร่ ประโยคสำเร็จรูปไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ แต่เป็นความมั่นคงและจริงใจที่แสดงออกผ่านแววตาของคนตรงหน้าต่างหาก

“ว่ายังไงครับ เป็นแฟนพี่ได้ไหม” เป็นครั้งแรกที่เห็นว่าคนอย่างพี่ไคดูกังวลใจ แม้จะวูบผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม ดีใจจังที่ผมมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้

“ครับ ผมจะเป็นแฟนพี่ไค”

“วินทร์” เสียงร้องก้องห้องเต็มไปด้วยความปีติยินดี พี่ไคทำท่าจะโผเข้ามากอดแต่ผมใช้นิ้วชี้ขู่เอาไว้ก่อน

“แต่ห้ามทำตัวเจ้าชู้อย่างเมื่อก่อน ถ้าวันไหนพี่รู้สึกว่าผมไม่ใช่ความสุขของพี่แล้ว ให้บอกกันตรงๆตกลงไหมครับ”

“ครับ”

“ถ้าพี่ทำผมเสียใจเมื่อไหร่ ผมจะฟ้องพี่ชากับพี่ฮอว์ก ฟ้องม๊าด้วย”

“โธ่ ทำแบบนั้นพี่ก็ตายสิครับ ม๊ารักวินทร์ยิ่งกว่าลูกแท้ๆอย่างพี่อีก แต่ไม่ต้องห่วงก็ได้นี่ ยังไงพี่ก็ไม่มีทางทำให้วินทร์เสียใจอยู่แล้ว”

“ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกันนะครับ”

“ที่นี้พี่กอดได้หรือยัง” เมื่อผมพยักหน้าพี่ไคก็รวบตัวผมเอาสู่อ้อมแขนที่อบอุ่น คนที่ยืนอยู่บนจุดเกือบสูงสุดของยอดพีระมิดอย่างพี่เขา กลับอบอุ่นได้มากขนาดนี้

เรากอดกันเงียบๆอย่างนั้น ซึมซับความรู้สึกหลังได้สถานะแฟนมาหมาดๆไม่กี่นาที ผ่านไปพักหนึ่งพี่ไคก็เริ่มขยับตัว ไม่ได้ถอยออกห่าง แค่คลายอ้อมกอดลง เคลื่อนใบหน้าหล่อเหลามาเผชิญกับผมแบบใกล้ชิด น้ำเสียงทุ้มน่าฟังกระซิบเย้าแหย่

“เราเป็นแฟนกันแล้ว” เขาเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า ถึงอย่างนั้นผมก็ยืนยันความมั่นใจด้วยการตอบรับ วางมือลงที่แก้มมีไรเคราสากเบาๆ

“ครับ เราเป็นแฟนกันแล้ว”

พี่ไคจ้องเข้ามาในดวงตาผมอย่างลึกซึ้งขึ้น ฉายแววปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง

“วินครับ...พี่จูบนะ” คนบ้าที่ไหนเขาจะขออนุญาตก่อนจูบกันเล่า ให้ผมยิ้มกว้างจนตาปิดแล้วบอกว่า เชิญเลยครับ อย่างนี้หรือไง เป็นแฟนกันแล้วไม่ต้องขอก็ได้หรือเปล่า ถึงอย่างนั้นพี่ไคก็รอคอยโดยไม่ล่วงเกินก่อน ยิ่งทำให้ผมเขินเข้าไปใหญ่ กว่าจะรวบรวมความกล้าพยักหน้าให้แทบจะหลุดร้องไห้(เพราะเขิน)อยู่แล้ว 

 

จูบแรก...ไม่ได้หอมหวานอย่างที่เคยได้ยินใครพูดกัน

หัวใจเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งอก หน้ามืด ตาลายคล้ายคนจะเป็นลม ซ้ำสมองก็ยังไม่สั่งการปล่อยให้พี่ไคบดเบียดหยอกเย้ากับริมฝีปากนานหลายนาที และสุดท้ายคืออาการหายใจไม่ออกเหมือนกำลังจะตาย

จูบทำให้คนดีกลายเป็นคนป่วยชัดๆเลย!

“เขินเหรอครับ”

“อะ อะไรล่ะครับ” ผมยังซ่อนใบหน้าตัวเองไว้กับอกของพี่ไคเหมือนเดิม ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ถูกดึงขึ้นไปนั่งอยู่บนตักกว้าง อยากจะลงก็ทำไม่ได้ ไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับอีกแล้ว

“คงไม่แซวว่าหน้าแดงเพราะไม่เห็นหน้า แต่วินทร์หูแดงนะครับ”

มันก็เหมือนกันไหมเล่า!

“ขออนุญาตค่ะ” ผมสะดุ้งเฮือกกระโดดลงจากตักพี่ไคทันทีทั้งที่เมื่อกี้ยังบ่นไม่มีแรง หน้าก็ร้อนกว่าเดิมมากเมื่อเสียงคุณแม่บ้านดังขัดจังหวะ โชคดีที่มีแต่เสียง คิดว่าคงหยุดพูดอยู่หลังประตู

แต่เดี๋ยวนะ! ประตูนั่นแง้มอยู่นี่!

“อืม” พี่ไคตอบรับนิ่งๆ สีหน้าใจดีที่ใช้มองผมเมื่อกี้กลับมาเรียบเฉยตามเดิมอย่างกับไม่ใช่คนเดียวกัน ผมชินแล้วหลังจากเห็นบุคลิกที่หลากหลายของเขาตลอดเวลาหนึ่งปี สำหรับพี่ไคเรียกว่าเลือกที่จะวางตัวว่าแบบไหนไว้ใช้กับใคร อย่างเดียวที่ยังไม่เคยเห็น คือบทมาเฟียของเขา และคิดว่าคงไม่อยากจะเห็นด้วย 

“อาหารเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณท่านกับคุณผู้หญิงรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว” คุณแม่บ้านหยุดยืนอยู่ใกล้กับประตู ไม่ได้เข้ามาใกล้พวกเรา รายงานเรียบร้อยก็ขอตัวกลับออกไป

“เราไปทานข้าวกันดีกว่า ม๊าคงอยากเจอวินทร์แล้ว”

ที่โต๊ะอาหารไม่ได้มีแค่คุณป๊ากับม๊า แต่ยังมีพี่ปั้นชา และอีกคนสำคัญที่ผมเกือบจะลืมไปอย่างพี่ฮอว์ก ตาดุๆของพี่ชายสายเลือดเดียวกันจ้องผมไม่กระพริบ เป็นผมเองที่ทำตาปริบๆไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ฮอว์กต้องมองแบบนั้น ต่อให้จะหน้านิ่งพี่ฮอว์กก็ไม่เคยปล่อยไอเย็นใส่ผมอย่างนี้นี่

ผมทำอะไรหรือเปล่า จะเป็นเรื่องที่มาอยู่บ้านนี้ไหมนะ

“เราเป็นคนพาน้องวินทร์มาเองแหละ ว่าจะพามาอวดคุณป๊ากับม๊า ไม่คิดว่าจะเจอฮอว์กที่นี่บ้านของตัวเอง” พี่ชาใส่อารมณ์ในน้ำเสียงขณะที่มองหน้าพี่ไคกับคุณป๊าไปด้วย

ผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือตระกูลจางลำดับหนึ่งและสองถึงกับสะดุ้งหลบตากันไปคนละทาง ก่อนที่ป๊าจะส่งสัญญาณสายตาให้กับพี่ไคเป็นคนพูด

“ไม่ดีเหรอคนดี เขาคิดอยากจะปกป้องคนที่ตัวเองรัก มันก็ดีแล้วนี่ พี่แค่ให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ไม่เคยบังคับเขาเลยนะ”

“แน่ใจนะว่าพี่ไคไม่ได้บังคับฮอว์ก รวมถึงเรื่องงานด้วยรึเปล่าครับ” 

พี่ไคเหลือบไปมองพี่ฮอว์กทันที อย่างกับจะคาดโทษที่เอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ชา ซึ่งคนถูกมองก็ทำหน้ามึนไม่ทุกข์ไม่ร้อนใส่ คนหน้าตายกับคนเย็นชามาเจอกัน นี่มันสองครามเย็นแล้ว

“ไม่ต้องมองฮอว์กเลยพี่ไค ฮอว์กไม่ได้เล่าอะไรให้ชาฟังหรอก แค่ดักพี่ไคเท่านั้นเอง”

“คนดี” พี่ไคหลุดเสียงอ่อนเมื่อรู้ตัวว่าถูกน้องชายสุดที่รักหลอก บุคลิกอย่างนี้คงจะมีให้เห็นแค่คนสนิทในครอบครัวเท่านั้น ผมว่าจริงๆแล้วพี่ไคอาจจะแกล้งทำเพื่อให้พี่ชาอารมณ์ดีขึ้นด้วยซ้ำไป

เจ้าเล่ห์ เหลี่ยมเยอะอย่างเดม่อน จาง น่ะเหรอ จะหลงกลง่ายๆอย่างนี้

“ขำอะไรหืม” สู้น้องไม่ได้ก็กลับมาแกล้งผมแทน พี่ไคยกมือขึ้นขยี้หัวผม ไม่รู้แอบแค้นพี่ฮอว์กแล้วมาลงที่ผมแทนหรือหมั่นเขี้ยวผมจริงๆกันแน่

“คนกลัวน้อง” ผมลอยหน้าตอบไม่เกรงกลัว

“ไม่ต้องแซวพี่เลย...อ้อ ทุกคน ผมมีเรื่องจะบอกนะ” พี่ไคคุยเล่นกับผมเสร็จก็หันไปทำหน้าจริงจัง เรียกความสนใจทั้งจากคุณป๊า ม๊า พี่ชา และพี่ฮอว์ก ทุกคนหันมามองเป็นจุดเดียวและตั้งใจฟัง คนพูดกระแอมก่อนจะยกมือขึ้นโอบไหล่ผม ตอนนั้นแหละที่เห็นตาพี่ฮอว์กดุวาบขึ้นมาจนเกือบจะขยับตัวหนีพี่ไคแล้ว แต่ก็หายไปเมื่อพี่ชาขยับไปกอดแขนดึงพี่ฮอว์กมากระซิบบางอย่าง

“มีอะไร” คุณป๊าถามด้วยเสียงทรงอำนาจ

“ผมกับวินทร์ เป็นแฟนกันแล้วนะครับ”

เงียบกริบ แต่ละคนก็มีปฏิกิริยาต่างกันออกไป คุณป๊านิ่ง พี่ชายิ้มแซวแล้วก็กอดแขนพี่ฮอว์กทำท่าอยากจะลากผมออกจากบ้านไว้แน่น ส่วนม๊า

“อ้าว ไม่ได้คบกันมานานแล้วหรอกเหรอ” อืม ครับ

“ยังครับ เพิ่งขอเมื่อกี้นี้ น้องเพิ่งยอมตกลง”

“กากว่ะ” คนที่เรียนรู้ศัพท์นี้มาเกือบปี ใช้มันซ้ำอีกครั้ง ก็แทบจะทุกครั้งที่ผมเจอคุณป๊าพร้อมพี่ไคนั่นแหละ

“เขาเรียกค่อยเป็นค่อยไปต่างหากล่ะคุณป๊า”

“อืม ดี คบกันแล้วก็ดี ถ้าอย่างนั้นป๊าคงต้องไปพบคุณแม่ของฮอว์กกับวินทร์บ้างแล้วล่ะ เอาลูกเขามาตั้งสองคนทำความรู้จักกันไว้ พูดคุยให้เป็นเรื่องเป็นราว อีกฝ่ายเขาจะได้รับรู้ว่าเราไม่ได้เล่นๆ” คุณป๊าพูดจริงจังจนไม่มีใครกล้าขัด “ฮอว์กอีกหน่อยก็ต้องมาช่วยงานไคกับป๊าเหมือนกัน ต้องอธิบายกับแม่เขาไหม”

ที่คุณป๊ากังวลคงเป็นเพราะงานของจางกรุ๊ปหลายอย่างค่อนข้างเสี่ยงอันตราย รวมถึงธุรกิจสีเทาอีกมากมายในไทยและฮ่องกงด้วย กระทั่งพี่ชาที่ขี้เล่นยังหุบยิ้ม

“คุณป๊า ถ้าฮอว์กไม่อยากทำ...”

“ฉันจะทำ” พี่ฮอว์กขัดขึ้นทันทีด้วยเสียงเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นพี่ชาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

“แต่ฮอว์ก งานพวกนี้มัน...”

“ฉันไม่เคยพูดว่าฉันเป็นคนดีรักคุณธรรมอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว ชื่อเสียงที่คนพูดกันก็ใช่จะดีเท่าไหร่ ถ้าหากว่างานที่คุณป๊ากับพี่ไคมอบหมายให้ จะทำให้ฉันมีพลังสามารถปกป้องนายได้เพิ่มขึ้น...ไม่ว่าอะไรฉันก็จะทำ”

“ฮอว์ก” สีหน้าพี่ชาเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่ไม่ใช่ในทางลบ คงเป็นความตื้นตันเพราะขนาดผมเองยังรู้สึกได้เลยว่าพี่ฮอว์กทุ่มเทเพื่อพี่ชาแค่ไหน

เรื่องราวน่าประทับใจผ่านมาได้เดือนกว่าแล้ว พี่ชากับพี่ชายผมก็เริ่มวุ่นวายกับการฝึกงาน หรือจะเรียกว่าเรียนรู้งานของบริษัทก็ได้ โดยเฉพาะพี่ฮอว์กที่วันนั้นได้ใจคุณป๊าไปอย่างมาก กลายเป็นความหวังอีกคนของจางกรุ๊ป เดี๋ยวนี้รู้สึกได้เลยว่าการวางตัวรวมถึงสีหน้าเริ่มคล้ายมาเฟียขึ้นมาบ้างแล้ว ไปไหนเหล่าบอดี้การ์ดก็ให้ความนับถือก้มหัวให้นับเป็นเจ้านายอีกคน

ผมเองก็คงไม่ต่างกัน

“คุณวินทร์ครับ” หลังเลิกเรียนคุณเยียนก็มาดักพบที่หน้าคณะ แรกๆคนฮือฮากับรถหรูและบอดี้การ์ดชุดดำหลายคนอยู่หรอก นานเข้าก็เริ่มชิน เช่นเดียวกับเพื่อนผมที่เห็นหน้าคนสนิทพี่ไคปุ๊บก็โบกมือลาอย่างรู้งาน

“เจอกันวันจันทร์นะไอ้วินทร์ อย่าสวีทกับแฟนจนลืมงานอาจารย์วินัยนะเว้ย ไม่งั้นคุณชายไคก็ช่วยให้มึงรอดพ้นจากเอฟไม่ได้”

“ไอ้ตั้ม!” ไม่ทันแล้ว มันหัวเราะกอดคอชวาวิ่งหนีไปโน่นแล้ว ผมได้แต่ถอนหายใจกับความทะเล้นของเพื่อนก่อนจะหันกลับมายิ้มให้คุณเยียนที่รออยู่ “วันนี้มีอะไรเหรอครับ”

“คุณชายใหญ่ให้มารับคุณวินทร์ไปที่บริษัทครับ คืนนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดลูกค้ารายใหญ่ จะพาคุณวินทร์ออกงานด้วย”

“หา! ไม่เห็นพี่ไคบอกอะไรเลยนะครับ คุณเยียนฟังผิดหรือเปล่า” ออกงานเลี้ยงเนี่ยนะ แถมเป็นงานใหญ่ด้วย “ไม่เอาหรอก ผมไม่ไป”

“คุณวินทร์ไปคุยกับคุณชายใหญ่เองเถอะครับ ผมแค่มีหน้าที่มารับเท่านั้น” ร้ายนักนะ เข้าใจปัดความผิดให้พ้นตัว คนอย่างคุณเยียนน่ะเหรอจะขัดคำสั่งเจ้านายไม่ได้น่ะ ผมมองค้อนคนสนิทหน้าตายไม่ต่างจากเจ้านายแล้วจำใจเดินขึ้นรถที่มีบอดี้การ์ดอีกคนเปิดประตูรอเอาไว้แล้ว

สุดท้ายก็ถูกบังคับให้มางานเลี้ยงอยู่ดี ไม่ว่าจะต่อรองยังไงพี่ไคก็หาวิธีกล่อมผมจนมายืนอยู่ในงานเคียงคู่กับเขาเป็นที่เรียบร้อย ชุดราคาแพงทำให้ผมดูดีขึ้น แต่ก็ยังหล่อสู้พี่ไคไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว คนข้างกายยืนสีหน้าสงบนิ่ง สายตากวาดไปทั่วโดยไม่ได้สังเกตผมที่มองเขาอยู่

สูทแบบไม่เป็นทางการสีแดงเข้ม ชายกางเกงขายาวไม่คลุมข้อเท้า เสื้อเชิ้ตสีดำด้านในทำให้เขาดูร้ายขึ้นอีกสิบเท่า ถึงอย่างนั้นสาวเล็กสาวใหญ่เกือบทั้งงานก็มองเขาด้วยสายตาหลงใหล

“พี่เริ่มคิดแล้วว่าไม่ควรพาวินทร์มาอย่างที่บอก แต่ไม่ใช่เพราะกลัวตัวเองจะขายหน้านะ คนมองวินทร์เยอะพี่ก็หวง” สีตาที่เข้มขึ้นแสดงถึงความไม่พอใจ เพียงตวัดไปยังชายหนุ่มวัยรุ่นประมาณยี่สิบกว่าปี คนทั้งกลุ่มก็รีบหลบสายตาแกล้งทำเป็นพูดคุยกัน

“ใครจะมองผม เขามองพี่ไคมากกว่า”

“วินทร์ไม่รู้ตัวหรอกว่าวันนี้น่ารักขนาดไหน” ผมใส่ชุดเดียวกับเขา แต่คนละไซซ์และเสื้อด้านในคือเชิ้ตสีขาว ดูเด็กน้อยไปเลย

“น่ารักเขาไม่ได้มีไว้ชมผู้ชายนะครับ เอาไว้ใช้กับสาวๆดีกว่า...เช่น คุณเดซี่ไง” ส่งสายตาพยักพเยิดไปทางคนสวยในชุดสีแดงเพลิงตามคอนเซ็ปของงานที่กำลังตรงมาทางเรา

บริษัทของลูกค้ามีโลโก้เป็นสีแดง ทุกคนจึงพร้อมใจกันใส่โทนสีแดงทั้งงาน มีผสมสีอื่นบ้างเล็กน้อย แต่หลักๆก็คือสีแดงตามธีมปาร์ตี้วันเกิดในคืนนี้

“ไคคะ ดีใจจังที่คุณมางานนี้ด้วย” คุณเดซี่มาถึงปุ๊บก็คล้องคอพี่ไคลงมาทำท่าจะจูบแก้มแบบธรรมเนียมฝรั่ง แต่คนตัวสูงไหวตัวทัน มีความแข็งแรงกว่า ยื้อกันอย่างนั้นจนฝ่ายหญิงต้องยอมปล่อยเอง ไม่รั้งไว้ให้ตกเป็นเป้าสายตาคนแล้วจะเสียหน้า ยิ้มฝืดเฝื่อนกลบเกลื่อนไปนิดก็กลับมาสู้ต่อในยกที่สอง “ตั้งแต่กลับมาเดซี่ยังไม่ได้พบกับคุณเลย โทรไปเมื่อไหร่ก็มีเลขาฯเป็นคนรับสายตลอด บอกว่าคุณไม่ว่าง”

“ช่วงนี้งานผมยุ่ง กำลังจะเปิดตัวธุรกิจใหม่” 

“แหม น่าสนใจจังเลยนะคะ เดซี่เองก็ไปเรียนเพิ่มเติมเรื่องการลงทุนที่อเมริกาเป็นปี คิดอยากจะเปิดธุรกิจของตัวเองบ้างเหมือนกัน ไคสนใจหุ้นส่วนไหมคะ” เธอถามด้วยรอยยิ้มหวานยั่วยวนที่ดูออกทันทีว่าคงไม่ใช่การลงทุนแค่เงินแน่ คงมีบางอย่างมากกว่านั้น 

ผมจำได้นะว่าคุณคนนี้เคยควงพี่ไคอยู่พักใหญ่ ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าไปถึงไหนกับคุณคาสโนว่าคนดัง

“จางกรุ๊ปไม่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วน ขอโทษนะ” พี่ไคก็หักหน้าคุณเดซี่อีกหนด้วยเสียงเย็นชา

“ไม่เจอกันเป็นปี ไคเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะคะ ทำไมคะ หรือว่ามีคนใหม่แล้ว จะสู้เดซี่ได้เหรอ คุณคิดดีๆนะคะ” พี่ไคเปลี่ยนหรือเปล่าไม่รู้ แต่คุณเดซี่นี่ไม่เปลี่ยนไปเลย โดยเฉพาะเรื่องความมั่นหน้า เอ๊ย มั่นใจ

คุณมาเฟียไม่ได้ตอบอะไรกลับ ทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยิน คุณเดซี่ทำอะไรไม่ได้เลยหันมาสนใจผมแทน แบบว่าเพิ่งเห็นว่าผมยืนตรงนี้

“แล้วนี่ใครคะ? อ้อ ช่างเถอะค่ะ คงจะเป็นคนติดตามของไค เดซี่ว่าเราเข้าไปหาคุณพ่อกันดีกว่านะคะ ท่านรอพบคุณอยู่ตรงโน้น”

“ครับ” รอบนี้พี่ไคตอบรับ เพิ่งรู้ว่าเจ้าของงานคือพ่อของคุณเดซี่ รัฐมนตรีกระทรวง ถ้าอย่างนั้นธุรกิจพวกนี้คงจะเป็นชื่อของญาติๆสักคน

พอพี่ไคก้าวเท้าไปด้านหน้าได้หนึ่งก้าว คุณเดซี่ก็อาศัยจังหวะที่ผมยังตามไม่ทันควงแขนพี่ไค ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มอย่างดีเชิดขึ้น มองคนทั้งงานที่กำลังสนใจพวกเราอยู่ด้วยสายตาที่เหนือกว่า ก็แน่ล่ะ ควงคนอย่างคุณชายเดม่อน จาง ใครๆก็อิจฉาทั้งนั้น สาวโต๊ะโน้นถึงกับจ้องเขม็งเลยเชียว

“วินทร์ครับ อย่าเหม่อสิ มากับพี่” พี่ไคใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกควงยื่นมาตรงหน้าผม คุณเดซี่ชักสีหน้าทันที

“คนติดตามก็ให้ไปอยู่อีกห้องสิคะ คุณพ่อจัดห้องแยกเอาไว้ให้แล้ว นี่นายน่ะ ที่ห้องโน้นมีของกินเยอะแยะ ตามสบายเลยนะไม่ต้องมาเกะกะคุณไคหรอก เดี๋ยวฉันจะดูแลให้เอง”

“วินทร์ครับ” อีกคนก็ยังไม่สนใจเสียงเล็กแหลมของคุณเดซี่อยู่ดี เขายังคงยื่นมือมาตรงหน้าค้างเอาไว้ ส่งเสียงเรียกซ้ำอย่างนั้น ผมนิ่งตัดสินใจเพียงนิดเดียวก็ส่งยิ้ม วางมือตัวเองลงไปบนมือที่ใหญ่กว่า

“ครับ”

“ไค!” เจ้าของชื่อไม่ได้สนใจ แต่ดึงแขนตัวเองออก จูงมือพาผมไปทักแขกผู้ใหญ่คนอื่นในงานจนกระทั่งถึงท่านรัฐมนตรีที่เป็นพ่อของคุณเดซี่

ในตอนแรกท่านรัฐมนตรีมีสีหน้าแปลกใจ ถามถึงลูกสาวของตัวเอง หยอกล้อประมาณว่าพี่ไคจะมาเป็นลูกเขย แต่ก็ถูกตัดสายเบรกด้วยการแนะนำตัวผมกับทุกคนในที่นี่ว่าเป็นคนรัก สายตาไม่พอใจปรากฏวูบหนึ่งก็หายไป สวมหน้ากากนักธุรกิจกลับมายิ้มแย้มราวกับไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นก็พูดกันแต่เรื่องงานจริงจัง เป็นส่วนที่ผมแอบเบื่อแต่ก็แสดงออกไม่ได้ การมายืนเป็นไม้ประดับมันไม่สนุกสักนิด แต่ถามว่าบอกไปพี่ไคฟังไหม ก็ไม่

กว่าจะแยกตัวออกมาต้องแกล้งทำเป็นว่าอยากเข้าห้องน้ำ พี่ไคจะขอตัวตามมาด้วยซ้ำแต่ท่านรัฐมนตรีรั้งเอาไว้ด้วยการชวนคุยไม่ให้มีจังหวะชิ่งได้ ผิดกับผมที่เดินออกมาอย่างสบายๆไม่มีใครสนใจ

งานเลี้ยงจัดที่โรงแรมหกดาว หรูหราจนไม่กล้าคิดถึงราคาค่าเช่าจัดงานคืนนี้ ไหนจะห้องฝั่งตรงข้ามที่จัดไว้สำหรับคนติดตามเอง ถึงจะด้อยกว่าก็ยังนับว่าดีกว่าปาร์ตี้วันเกิดของคนปกติทั่วไปอยู่ดี

วันเกิดของผม แค่อยู่เลี้ยงฉลองกับครอบครัว ทานอาหารอร่อยฝีมือแม่ บางปีก็ออกไปกินข้าวนอกบ้านเท่านั้น แต่สำหรับผมนั่นต่างหากที่เรียกว่าวันเกิดอย่างแท้จริง ส่วนที่เห็นอยู่ควรเรียกว่างานพบปะผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่า

ถ่วงเวลาอยู่ในห้องน้ำได้สิบห้านาทีก็มีสายเรียกเข้าจากพี่ไค ผมรีบออกมาเพราะถ้าชักช้าแทนที่จะมาแต่ชื่อบนหน้าจอ อีกไม่นานเจ้าตัวคงได้มาตามเอง พ้นประตูห้องน้ำชายก็ต้องเซถอยหลังไปหลายก้าวจากมือบางที่ผลักอกผมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

“คุณเดซี่! ทำอะไรครับ”

“แก ฉันนึกออกแล้ว ที่ไปดูหนังกับไคเมื่อตอนนั้น” เธอชี้หน้าโดยไม่ได้รู้สึกสำนึกกับการกระทำแย่ๆเมื่อกี้ “ฉลาดนะ ใช้โอกาสที่ฉันไม่อยู่ อ่อยไคจนถึงกับพาแกมาเปิดตัว”

“....”

“แต่มันทุเรศ! น่าสมเพช! พวกวิปริศอย่างแกไคเขาไม่เก็บเอาไว้นานหรอก ก็แค่กำลังหลงเท่านั้น ฉันว่าทางที่ดีรีบออกไปจากชีวิตของเขาในตอนที่ยังปราณีแกดีกว่า ก่อนที่แกจะไม่ตายดี”

“....”

“แกคงไม่รู้ว่าธุรกิจเบื้องหลังของไคมีอะไรบ้าง เขาไม่เหมาะกับคนอย่างแกแม้แต่น้อย อย่างเขาต้องเหมาะกับฉันที่เอื้อผลประโยชน์ให้มากกว่า แถมยังเป็นผู้หญิงมีลูกสืบตระกูลให้เขาได้”

“นั่นมันแค่ความคิดในส่วนของคุณ”

“ถ้าพ่อของไครู้เรื่องนี้เข้า แกได้หายไปจากโลกใบนี้อย่างแน่นอน”

“คุณป๊าไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะครับ” ผมเถียง เพราะที่รู้จักมาต่อให้เสียงจะเต็มไปด้วยอำนาจก็เป็นเพราะความเคยชินของคนที่มีลูกน้องใต้บัญชาเยอะ แต่ใจดีและมีเหตุผลมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปหาแม่ผมเพื่อพูดคุยเรื่องการคบกันของผมกับพี่ไคด้วยตัวเองอย่างที่เคยบอกเอาไว้จริงๆ ซ้ำยังให้เกียรติ สอบถามว่าคิดเห็นยังไงเรื่องพวกเรา และยังใส่ใจด้วยการชวนไปทานข้าวด้วยเมื่อมีเวลาว่าง ไม่ใช่การพบกันส่งๆไปเพียงครั้งเดียว

“คุณป๊า? แกกล้ามากที่เรียกแบบนี้ ไม่รู้เหรอว่าคำนั้นเขาเอาไว้ให้เฉพาะคนในครอบครัวเรียกกัน เหอะ น่าสมเพชจริงๆ บ้านนั้นเขามาเฟียกันทั้งบ้าน ยิ่งใหญ่ชนิดที่แกเทียบไม่ติดหรอก”

“ผมว่าคุณควรระวังคำพูดหน่อยนะครับ ที่นี่มันที่สาธารณะ อีกอย่างพูดอะไรโดยไม่มีหลักฐาน ทางโน้นสามารถจะฟ้องร้องเอาผิดกับคุณได้ คำว่ามาเฟียไม่ใช่สิ่งที่ควรเอามาปรักปรำใคร” ต่อให้คนทั้งประเทศ ไม่สิ ทั้งเอเชียจะรู้ว่าจางกรุ๊ปเป็นยังไง ก็ไม่ใช่เรื่องจะเอามาตะโกนใส่หน้ากันทั้งที่อาจจะมีใครผ่านมาได้ยินเมื่อไหร่ก็ได้

“ทำปากดี ก้อนกรวดอยากจะเป็นเพชรเหรอ อย่างแกเป็นได้แค่กระจกก็หรูแล้ว ไปหาคนที่เหมาะสมกับตัวเองซะไป” คุณเดซี่เมินความหวังดีของผมและส่งเสียงดังไม่เลิก เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ไคแอบทำหน้ารำคาญเวลาเธอหวีดร้องอย่างนี้ ผมมีความอดทนสูงกว่ายังอยากจะโวยกลับเลย

“จะเหมาะสมหรือไม่เหมาะ ผมสามารถคิดเองได้ครับ ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งหรือคำแนะนำของใคร ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง แต่คุณควรจะห่วงตัวเองมากกว่า” ผมว่าเมื่อเหลือบไปด้านหลังเห็นว่ามีคนยืนอยู่และคงจะมาพักใหญ่แล้ว 

“ไม่ต้องมาสะเออะเรื่องของฉัน แกมันตัวน่ารำคาญ” นอกจากด่า มือข้างที่ใช้ผลักผมยังยกขึ้นสูง เป้าหมายคงไม่พ้นใบหน้า

โง่จริงๆ คิดว่าตบผมแล้วพี่ไคจะปล่อยไปเหรอ ยังไงก็ต้องหลงเหลือหลักฐานเป็นรอยถูกทำร้ายอยู่แล้ว นี่สาบานว่าไปเรียนถึงอเมริกามา 

ผมยกมือขึ้นรับฝ่ามือนั้นเอาไว้แบบสบายๆ นอกจากฝึกยิงปืนแล้ว พี่ไคยังสอนวิชาป้องกันตัวเล็กๆน้อยๆให้ แต่ต่อให้ไม่เรียนแค่รับมือผู้หญิงธรรมดา ผมที่เป็นผู้ชายย่อมทำได้อยู่แล้ว

“ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกผิดเพศ อี๋” เธอพยายามสะบัดข้อมือที่ถูกบีบไว้ให้หลุด ด่าคำหยาบคายอีกหลายคำ

และคงจะมีบางคำที่ไปกระตุ้นต่อมความอดทนของพี่ไคให้หยุดทำงาน

ร่างสูงเดินหน้านิ่งก็จริง หากมองบรรยากาศรอบตัวแล้วทั้งกดดันและน่าขนลุกไม่น้อย แม้แต่คนโง่อย่างคุณเดซี่ยังรู้สึกได้ถึงเงาดำที่ปรากฎอยู่ด้านหลัง

“คะ ไค คือว่า...”

“ไม่ต้องแก้ตัว ฉันยืนฟังอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เดซี่แค่หวังดี” เสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว คุณเดซี่หลุดจากผมแล้วเพราะผมยอมปล่อยมือรีบเข้าไปกอดเอว แก้ตัวกับพี่ไค “เดซี่หวังดีกับคุณจริงๆนะคะ”

“นี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม คนนอกอย่างคุณไม่เกี่ยว” พี่ไคแกะมือที่กอดเอวตัวเองออก เหวี่ยงคุณเดซี่จนเกือบล้ม เหมือนกับที่เธอทำกับผมก่อนหน้า

“แต่เดซี่ไม่ใช่คนนอก เดซี่เป็นเมียคุณ ได้ยินไหม ฉันก็เป็นเมียเขาเหมือนกัน!” ราวกับกลัวสถานะของตัวเองจะสั่นคลอน คุณเดซี่เลยหันมาตอกย้ำกับผมด้วยเสียงอันดัง

“นั่นเป็นเรื่องอดีต ผมแยกแยะเป็นครับ คุณต้องไปตกลงกับพี่ไคเอาเอง” ผมยิ้มชิลๆเหมือนเดิม ผิดกับคนมีเมียโผล่มาแสดงตัวที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นอีกระดับ

อย่าพังงานเขานะพี่ไค

“ก่อนหน้านั้นฉันพูดกับเธอชัดแล้วนะ เธอตกลงเองที่จะเป็นคู่นอน และฉันไม่ใช้คำว่าเมียกับคู่นอน”

“คุณ..คุณทำอย่างนี้กับเดซี่ไม่ได้นะ เดซี่เป็นลูก...ฮึกก” 

“อย่าคิด...” พี่ไคกดเสียงต่ำรอดไรฟัน ก้าวเท้ามาใกล้กับคุณเดซี่ โน้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างหูเธอ ซึ่งไม่ได้ทำให้ผมหึงเลย กลับกัน มันดูน่ากลัวมากกว่า “ว่าจะเอาพ่อเธอมาขู่ฉันได้ คนแบบนั้นก็แค่หัวโขน ถ้าฉันหมดความอดทนเมื่อไหร่ทั้งเธอและพ่อจะเดือดร้อน”

“ฮึก ไม่” สีหน้าพะอืดพะอมอยากจะอ้วก ยิ่งทำให้พี่ไคกระตุกยิ้มชั่วร้าย

“แค่บดขยี้ให้แหลก จะหาคนอื่นมาแทนอีกกี่คนก็ได้ หัดไปเรียนรู้สถานนะของตัวเองจากพ่อเธอบ้างนะเดซี่”

ร่างระหงทรุดลงกับพื้นร้องไห้อย่างน่าสงสาร แต่พี่ไคไม่มองสักนิด เขาจับมือผมบีบกระชับเอาไว้แน่น ทิ้งท้ายคำพูดที่ทำให้คนฟังแทบจะขาดใจ

“ถ้ายังไม่อยากถูกส่งต่อไปเป็นเมียบำเรอของเสี่ยแก่บ้ากามสักคน อย่าคิดจะยุ่งกับคนรักของฉันอีก จำไว้”

 

“กลัวพี่ไหม” พี่ไคไม่ได้พาผมกลับเข้างาน แต่พามาขึ้นรถ เมื่อประตูปิดรถกลับไม่ได้เคลื่อนตัวออก คนขับรถรวมถึงบอดี้การ์ดคนสนิทก็ไม่ได้ตามขึ้นมา ทั้งรถจึงเหลือแค่ผมกับพี่เขาสองต่อสอง

สายตาที่เย็นชา คำพูดเลือดเย็น แปลเปลี่ยนเป็นความกังวลใจ

“พี่ไคแค่ขู่ใช่ไหมครับ” ผมส่ายหน้า “ไม่ทำจริงๆหรอกเนอะ”

“..........”

“พี่ไค”

“พี่ไม่อยากโกหก”

“โอ๊ยยย พี่ไค” บ่นได้แค่นั้นแหละ ผมจะไปสู้อะไรกับมาเฟียได้ล่ะ ถึงจะบอกแต่ถ้าเขาแอบทำลับหลังผมก็ไม่มีวันรู้อยู่ดี มีอยู่ทางเดียวคือต้องจัดการที่ความคิดของผมเอง

ทำอย่างที่ม๊าบอก หลับตาข้างหนึ่ง

“พี่จะปกป้องวินทร์อย่างที่ได้รับปากกับคุณแม่ของวินทร์เอาไว้ ต่อให้เรื่องจะยังไม่เกิดพี่ก็จะไม่ประมาทเด็ดขาด อยู่กับพี่นะครับ...ข้างๆพี่” อ้อมกอดเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

กลัวที่จะเสียผมไป

เป็นมาเฟียนั้นไม่ง่ายจริงๆ แค่สักคนที่จะเข้าใจก็หาได้ยากเต็มทน ผมว่า ผมเข้าใจพี่ไคนะ

พี่ไคชะงักเมื่อผมเองก็สวมกอดเขาตอบกลับไป เงยหน้าขึ้นจูบลงที่ปลายคางแทนคำสัญญา 

“ครับ ผมจะอยู่กับพี่”

“พี่รักวินทร์ รักวินทร์มากๆเลยนะ”

“ผมก็...รักพี่ไคมากๆครับ”

 

******************

กลับมาแล้ว ขอโทษที่หายไปหลายวันเลย ไถ่โทษด้วยการอัพทั้งตอนเต็มๆเลยน้า

ปล.ตอนหน้ามาพี่ฮอว์กกับน้องชาน้าา จะรีบอัพไวๆเลยค่า

ปล.2 วันนี้น้องชาวางขายวันแรก ใครไปรับน้องมาแล้วบ้างง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.27K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,803 ความคิดเห็น

  1. #2757 IIISKY__ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 16:29
    นอกจากอยสกได้พี่ฮอร์กแล้วพี่ไคก็อยากครอบครองเหมือนกันค่ะ
    #2,757
    0
  2. #2716 Earn0624 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 23:37
    น้องวินทร์น่ารัก น่ารักที่สุดในโลกกกก พี่ไคโชคดีจริงๆ
    #2,716
    0
  3. #2686 我的王子 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 17:35

    คุณเยียนจะมีคู่ไหมถ้าไม่เราขอนะ😁😁😁😁😁
    #2,686
    0
  4. #2643 jaja230742 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:15
    ความคิดวินทร์คือผู้ใหญ่มากนะ ชื่นชมเลย
    #2,643
    0
  5. #2502 CallistoJpt (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:54
    ขอชมน้องวินทร์ว่ารักอีกรอบได้ไหมค่ะ เพราะน้องน่ารักจริงๆทั้งการกระทำและความคิด
    #2,502
    0
  6. #2449 destiny1i (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:03
    พี่ไคดีชะมัดเลยโอ้ยยยย
    #2,449
    0
  7. #2445 mileyduchess (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:39
    อยากเป็นเมียพี่ไคบ้าง งอแงๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,445
    0
  8. #2340 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:53
    น้องน่ารักกก เข้าใจพี่
    #2,340
    0
  9. #2329 RealThxnB (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:19
    ปลอบพี่เขาหน่อยเร็วว กังวลไปหมดแล้วนั้น
    #2,329
    0
  10. #2300 Sariei_va (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 17:55
    รักคู่นี้~~~
    #2,300
    0
  11. #2209 Jinjoo.K (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 00:19
    ชอบน้องวินทร์ กระต่ายนุ่มหูของเราก็ไม่เบาน้าา ทำเป็นเล่นไป
    #2,209
    0
  12. #2163 Joq19 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 11:08
    ชอบน้องวินทร์
    #2,163
    0
  13. #2134 Miki_milky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:17
    พี่ไคทำได้ดีมาก
    #2,134
    0
  14. #2108 Soo Gass (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 01:35
    น่ารักก ฮือ แต่งเลยลูกก555 แม่รีบอ่ะ
    #2,108
    0
  15. #2107 Paaaooo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 00:37
    รับมาแล้วจ้า ปกน่ารักมากเลย
    #2,107
    0
  16. #2104 Mirror room (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 22:02
    น่ารัก​
    #2,104
    0
  17. #2102 KJJ_Zas (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 20:32
    ชอบคู่นี้มากๆๆๆๆๆ
    #2,102
    0
  18. #2095 S_suika (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 13:49

    น้องวินทร์น่ารัก แบบนี้แหละช่างเหมาะสมกะตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ตระกลูจาง

    #2,095
    0
  19. #2093 Ruruka Buta (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 13:02
    ช้านรักคู่นี้ (คู่นุ้งชาก็รักเหมือนกัน) น้องวินทร์น่ารัก น้องเป็นเด็กที่มีความคิด ความอ่าน วางตัวดี ไม่ให้พี่ไคหลงได้ไง
    #2,093
    0
  20. #2092 Rabbiitao (Su:D) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 12:08
    สาบานว่าไปเรียนถึงเมืองนอก 5555 น้องวินทร์วร้ายๆๆ
    #2,092
    0
  21. #2091 FA_Venis (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 11:41

    ฮือออ ชั้นรักเรื่องนี้~~
    #2,091
    0
  22. #2090 แมวว (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 11:33

    ร้ากกกคู่พี่ไคเท่าๆกับคู่นุ้งชาได้มั้ย^..^

    #2,090
    0
  23. #2089 VKK42 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 10:43
    เดซี่ คือตัวแทนของ คนเอาแต่ใจที่น่าตบ..
    #2,089
    0
  24. #2088 sun_snow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 07:28
    คิดถึงจะแย่
    #2,088
    0
  25. #2087 Darin56 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 04:51
    งืออออ วินทร์ไม่ใส แต่ได้ใจป้าไปเต็มๆ เลยลูก
    #2,087
    0