[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 6 : ๐๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61






๐๕





          “นี่วายระวังหน่อยสิ เดี๋ยวก็ได้กลายเป็นผีเฝ้าถนนกันพอดี!!!” คำพูดแกมตวาดของจางจุนช่วยดึงสติของวายกลับมาอีกครา

          “อะเอ่อ เมื่อกี้นี้เรา…”

          “นายน่ะเดินถลาออกไปนอกถนนเหมือนคนโดนสะกดจิตเลยนะรู้มั้ย”

          “เหรอ!” คำพูดสั้นๆ ถูกกล่าวออกมา จางจุนเอียงตัวมองไปยังนัยต์ตาดำของวาย มองดูว่าวายกำลังจ้องใครอยู่

          “ใช่เลย! เขาคนนั้น แจซอก!” 

          “อ้อ คนนี้เองหรอ”

          “อะไรกันจางจุน เราไม่ได้มองเขาสักหน่อย โน่น! รุ่นพี่คนนั้นต่างหาก” วายชี้นิ้วไปยังรุ่นพี่มอหกสุดหล่อที่เดินผ่านมาในช่วงเวลานี้พอดี อันเป็นที่โชคช่วยของวายพอดีเป๊ะ

          “ชอบทำตัวน่าสงสัยอยู่เรื่อยเลย”

          “อ้าว ใครบอก นายนั่นแหละที่ชอบมองคนอื่นแบบลับๆล่อๆ” วายถียงด้วยรอยยิ้มแบบเจื่อนๆ เขาไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักในช่วงเวลาแบบนี้

          รถคันสีแดงสดแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าแจซอก ประตูรถเปิดออกพร้อมๆกับร่างของชายหนุ่มที่โค้งตัวให้ แล้วประตูก็ปิดลง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับตัวรถที่แล่นฉิวอย่างรวดเร็ว

           วายขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสิ่งที่ปรากฏหลังจากรถที่แล่นผ่านไปแล้วนั้นกลับทำให้วายแสดงความดีใจแบบคร่าวๆ หมีตัวโตที่ถูกลืมทิ้งเอาไว้บนม้านั่งสาธารณะ

            “ลืมไว้แหงๆ”

           “อะไร ใครลืม…” เอ่ยขึ้นมาเบาๆ

           “เห็นเจ้าหมีตัวนั้นมั้ย เราคิดว่าแจซอกลืมไว้แน่ๆ เราว่าเราจะข้ามไปเก็บมาสักหน่อย ถึงเวลาพรุ่งนี้ค่อยเอาไปคืนเขาที่ห้องเรียน”

            “จะดีหรอ”

            “แหมๆ ไม่อยากทำดีหรือไง เราเห็นเราก็ต้องเก็บสิ” วายไม่ได้กล่าวคำพูดต่อ พลางมองซ้ายมองขวาก่อนจะก้าวขาสั้นๆ(?) ข้ามถนนที่เปียกแฉะและค่อนข้างลื่น เพื่อที่จะไปเอาเจ้าหมีตัวโตที่แจซอกลืมทิ้งไว้

           วายออกตัววิ่งข้ามถนนอย่างรวดเร็ว สปีดตัวเองไปยังหมีตัวโตที่ถูกทิ้งไว้ จะว่าไปเมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นได้ว่า แจซอกไม่ได้วางเอาไว้บนม้านั่ง เขากลับวางมันลงบนพื้นใกล้ๆกับม้านั่งต่างหาก เหมือนกับว่าต้องการทิ้งมัน

           แต่ถึงยังไงวายก็ต้องเอาไปคืนเจ้าของ เพราะไม่แน่ แจซอกอาจจะเอาหมีตัวนี้ไปให้เพื่อนหรือคนรัก ซึ่งวายเองก็ไม่แน่ใจทั้งสองอย่าง

           วายหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะวิ่งกลับมาทางเดิม จางจุนจ้องมองดูหมีตัวนั้นด้วยความสงสัย แต่ก็ได้เพียงขมวดคิ้ว เวลานี้เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณอาของวายขับรถมาพอดี เพราะบริษัทคุณอาของเขาทำงานอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนนัก




ปัง!


          ประตูถูกปิดลงเสียงดังพอสมควร คุณอาสะบัดหน้ามาทางหลานด้วยคิ้วที่เหี่ยวย่นเข้าหากัน วายยิ้มแบบเจื่อนๆ

          “ขอโทษครับ ปิดแรงไปหน่อย”

          “คราวหลังก็ดูมั่งนะลูก ประตูรถหายไปบานหนึ่งมันจะไม่สมประกอบนะ” คุณอากำลังจะหันไปจับพวงมาลัย แต่ทว่า! สายตาที่เฉียบแหลมตวัดมาทางหมีที่วายกำลังกอดอยู่

           “นั่นหมีใครหรอลูก”

           “อะ เอ่อ ของเพื่อนครับ พอดีเพื่อนผมลืมเอาไว้ แล้วแบบว่ากลัวใครเอาไป ผมเลยเอามาเก็บไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยเอาไปคืนเขา”

            “ใจดีจริงนะ”

           “มันแน่อยู่แล้วล่ะ”

           ว่าเสร็จก็เร่งรถออกไปจากตรงนั้นโดยไว เพราะตอนนี้เย็นมากแล้วกลัวคุณแม่ของจางจุนจะเป็นห่วง คุณอาของวายมองผ่านกระจกหลังเพ่งสายตามองดูจางจุนด้วยความเป็นห่วง

            “จางจุนลูก กลับบ้านค่ำแม่หนูไม่ว่าหรอ?” จางจุนค่อยๆบิดใบหน้ามาทางคุณอาของวาย รอยยิ้มที่ค่อยๆคลี่ออกแสดงความเคารพเป็นอย่างยิ่ง

           “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ แม่ผมน่ะ ไม่ค่อยจะสนใจผมมากหรอก จะกลับเมื่อไหรก็ได้”

           “เหรอครับ ถ้างั้นก็...โอเคนะ”

           “ครับ”

          คุณอาได้แต่ยิ้มตอบกลับไปแบบไม่เต็มปาก ยังดูสั่นเครือเพราะได้ยินจากที่จางจุนกล่าวมา คงรู้ละว่า เบื้องหลังครอบครัวเป็นยังไง

           “วาย เย็นนี้หนูอยากทานอะไรรึเปล่า” คราวนี้คุณอาหันกลับมาถามไถ่หลานตัวเองบ้าง วายที่จ้องมองดูหมีราวกับว่ามันคือดอกกุหลาบสะดุ้งเฮือก พลางปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆ

            “อะไรก็ได้ครับคุณอา เอ่อ แล้วเย็นนี้คุณอาหรือคุณย่าที่จะโชว์ฝีมือครับ”

             “แหม ก็ต้องอาสิ คุณย่าคงเหนื่อยมาจากร้านมาแล้ว แต่ครั้งที่แล้วอาทำอะไรนะหนูไม่ยอมกินเลยอ่ะ”

             “โธ่ๆๆๆ คุณอาครับ ก็อันนั้นไม่ชอบจริงๆนี่ครับ มันมีแต่พริกหยวกอ่า”

            “เฮ้อ ไม่ไหวเลยจริงๆ วันนี้กินอาหารเขาทำนะ”

             “ฮะ! ใครทำหรออา” วายเบิกตากว้าง ไม่เอาแน่ถ้าซื้อจากร้านค้า

             “พิซซ่าจ้า”

             “อ้าวหรอ ก็ดีครับ แต่ว่ากินแล้วมันอ้วนน้า” วายทำหน้างอนแบบเด็กๆ คุณอายิ้มแกมกลั้นหัวเราะ เช่นเดียวกับจางจุนที่นั่งมองอยู่เบาะหลัง

             “จางจุนจะทานด้วยกันเลยมั้ยลูก”

             อาไถ่ถามด้วยรอยยิ้มระหว่างขับรถ แต่ไม่ได้หันหน้าหนีไป เพียงแต่มองผ่านกระจกหลังเท่านั้น

             “อ้อ ไม่ครับขอบคุณ พอดีผมต้องกลับไปทานข้าวที่บ้านกับพ่อแม่น่ะครับ”

            “เหรอจ๊ะ ว้า! อดทานด้วยกันเลย”

            “คราวหน้านะครับคุณอา” 

           “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ”






ที่บ้าน...ในเวลาต่อมา...

                หลังจากขับรถไปซื้อพิซซ่าและไปส่งจางจุนด้วยระยะทางเกือบสิบกิโลเมตรห่างจากตัวโรงเรียน ถึงตอนนี้ก็ได้กลับมาถึงบ้านเสียที ไม่ทันไรก็ตีตัววิ่งขึ้นไปบนห้องเพื่อที่จะเอาหมีตัวนี้ไปเก็บไว้บนหัวเตียง


ปัง ๆ ๆ ๆ 

              ประตูห้องถูกเคาะในเวลาต่อมา วายขมวดคิ้วมุ่น คงจะเป็นคุณย่าที่มาเคาะเรียก หวังว่าคงไม่เรียกไปที่ไหนอีก วายเดินมาเปิดประตูด้วยท่าทางเรียบเฉย

            “ว่าไงครับ”

             คุณย่ามองหน้าด้วยแววตาคล้ายตุ่น เพราะกำลังหรี่เล็กลงนั่นเอง ยื่นกระเป๋านักเรียนให้พร้อมกับกระแอมเบาๆ

           “ลืมอีกแล้ว”

          “เอาเถอะๆ คราวหลังก็อย่าลืมอีกแล้วกัน”

           “ขอบคุณนะครับ” รับกระเป๋ามาจากมืออันแสนอ่อนนุ่มราวกับปุยนุ่นที่ทิ้งไว้เสียนาน วายปิดประตูเบาๆ ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะคอม ที่ตอนนี้คอมกำลังเปิดทำงานอยู่

         วายก้าวไปยังหมีตัวโตที่เปียกชุ่มไปด้วยไปน้ำฝนตกที่ลงมา ได้แต่จ้องมองดูมันราวกลับว่าเป็นแจซอกจริงๆ



 กริ๊งงงงง

         เสียงจากในตัวคอมดังขึ้น มีเมล์ใหม่เข้ามา วายปล่อยความคิดออกมาจากเจ้าหมี ไม่รอช้าที่จะพุ่งตัวเข้ามาดู

         เป็นเมล์จากเว็บบล็อกเว็บหนึ่งที่ตอนนี้วัยรุ่นไทยละร้อยล้านกำลังเล่นกันอยู่ วายเริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง มีคนขอพบเป็นเพื่อนใหม่

         รายชื่อนาม kunjae คนๆเดียวที่เขาคุยด้วยเมื่อคืนนี้เป็นใครกันนะ! วายเม้มปากแน่น แล้วจึงกดยอมรับ

         ...นายเป็นใครกันนะ...

        ...กุญแจ...


เช้าวันต่อมา....


              ช่างเป็นช่วงเช้าที่แสนสดใสเหมือนเฉกเช่นทุกๆวัน อากาศที่ดูแจ่มใสแต่แกมด้วยความสั่นสะท้านที่กำลังซับซึททะลุผ่านชั้นผิวหนังถึงกระดูกดำ

             “คุณย่าครับ ทำไมอากาศมันดูเปลี่ยนไปมายังไงไม่รู้ เมื่อวานฝนตก วันนี้เย็นมากๆ” วายเอามือถูกันไปถูกันมา อากาศที่เย็นวันนี้ไม่ใช่เย็นเหมือนอากาศในช่วงหน้าหนาว เพียงแต่มันมีลมพัดแบบลมเย็นมากกว่า คุณย่าหันหน้ากลับมามองหลานชายก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

          “เดือนนี้เป็นเดือนตุลาคมใช่ไหม เท่าที่คุณย่ารู้จากข่าวทางทีวี เขาบอกจะมีลมพัดผ่านจากจีนลงมายังประเทศไทยน่ะลูก ปนเปกันแบบนี้ไปทั่วทุกภาคเลย ไม่แน่ภาคเหนืออาจจะหนาวกว่านี้นะ”

          “ว้า ไม่ชอบเลยแฮะ ฤดูหนาวเนี่ย”

          “แต่ฤดูนี้เป็นฤดูโรแมนติกนะลูก” คุณย่าหัวเราะแบบเด็กๆ แต่ไม่เลยสำหรับวายที่กำลังยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าสั่นสะท้านราวกับตะแกงเหล็กบนเตาไฟที่กำลังสั่นด้วยความร้อนระอุ (แต่นี่มันหนาวนะ-_-!)

          “ไป ขึ้นรถลูก เดี๋ยวอาก็มาล้ะ พอหนูขึ้นไปแล้วเปิดแอร์เลยนะ บิดสุดๆไปเลย”

         “คุณย่าอ่า” วายทำสีหน้างอน คุณย่าหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งหลานชายในเช้านี้ แต่ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า อากาศหนาวทั้งทีทำไมไม่ใส่เสื้อผ้ากันหนาวที่มีอยู่เต็มตู้เสื้อผ้า สักพักคุณอาก็เดินมาที่รถ

          “นี่อากาศเย็นๆแบบนี้เห็นบ่นมานานทำไมไม่ใส่เสื้อกันกนาวฮะลูก”

           “แหะๆ คุณอาก็ แบบว่าถ้าใส่ไปแล้วมันทำให้ผมดูไม่สง่างามในสายตาของใครบางคน” วายยิ้มไม่เต็มปาก คุณย่าถึงกับหันขวับมาที่หลานชาย

           “เฮ้อ เอาอีกแล้วนะ ใครกั๊น!! ที่จะมาสนใจหลานชายของย่า” สีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจของคุณย่า วายแสดงสีหน้าไม่พอใจด้วยคน แต่กลับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับรอยยิ้มที่เริ่มเปล่งบานขึ้นมาบนใบหน้าอันชื่นมื่นของเขา

            “แต่ก็มีแล้วกัน ฮ่าๆ”

            “เอาเถอะๆ ไม่อยากสนใจละ ออกรถไปกันได้แล้ว” คุณย่าส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นคุณอาก็เหยียดขาไปแตะคันเร่งพร้อมกับใส่เกียร์รถออกไปอย่างช้าๆ

              หมีตัวโตที่วายไม่ลืมจะแบกมันมาด้วย ทั้งๆที่มันไม่ใช่กงการอะไรของเขาเลยที่จะเอามันติดมือมาด้วยเมื่อวาน เพื่อที่จะเอาไปคินเจ้าของ แต่สิ่งๆนี้กลับเปลี่ยนให้เขาถือมาด้วยไม่รู้เพราะเหตุผลใด แต่มันก็ทำไปแล้ว

             รถค่อยๆแล่นผ่านตึกสูงระฟ้าตามตัวเมือง ผ่านชนบทในตังวแออัดเมืองกรุง ภายนอกที่ดูเหมือนอากาศจะปกติดีทุกอย่าง แต่พอออกไปสัมผัสเมื่อไหร่ กลับสะดุ้งเฮือกขึ้นมา

             คุณอาจอดรถห่างออกจากประตูโรงเรียนไปประมาณสองร้อยเมตร ซึ่งถือว่าใดล้เอามากๆ เพราะเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่มีคนมองเขาเวลาลุกออกจากรถ มันเหมือนเป็นเป้าสายตาของทุกๆคนที่เดินทางมาด้วยยานพาหนะหลายๆชนิด

             วายค่อยๆกล่าวอำลาชั่วคราวด้วยการไหว้แบบไม่เต็มมือ เพราะมีหมีตัวโตคอยสกัดแผ่นมือที่กำลังมาประทับกันอยู่

             เมื่อมาถึงฟุตบาทที่ซึ่งเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ขนาดย่อม ก็ยิ้มแก้มปริออกมาทันที ดอกไม้เป็นอะไรที่มองดูแล้วช่างสง่างามในสายตาเสียจริงๆ




ยามบ่าย...

          เสียงของเล่านักเรียนภายในห้องที่พยายามแหกปากร้องเหมือนนกกระจิบที่กำลังแย่งกันหาอารดังตลอดทั้งช่วงพักทานอาหาร ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปก็ไม่ค่อยมีวิชาที่น่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป

         “จางจุน จะเอาไปคืนเขาดีมั้ย” วายถาม

         “ก็เอาไปคืนสิ นายจะกลัวอะไร นายนั่นเขาก็นั่งเล่นกับเพื่อนอยู่ตรงนู้นไงเห็นมั้ย ก็แค่เดินเข้าไป แล้วบอกว่า ‘เอ้านี่ หมีของนาย ที่นายลืมไว้ข้างถนนเมื่อวานตอนเย็นไง” จางจุนยักคอ้วแสดงถึงความฉลาดทางด้านบวก

          “แต่ว่ามันรู้สึกยังไงไม่รู้สิ”

          “ปัดโธ่เพื่อน! จะตื่นเต้นทำไม เขาเป็นเพื่อนเรานะ ไม่ใช่ขุนโจรที่คอยฆ่านายอ่ะ” จางจุนส่ายหน้า

          “ก็ได้ๆ เอาไปให้ก็ได้”

         วายสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เชิดหน้าตั้งขึ้นแบบสง่างามราวกับแผ่นดินนี้ไม่มีใครเริดกว่า(?) เดินตรงเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว

           หมีใหญ่ถูกยื่นให้ต่อหน้าต่อตาเพื่อนฝูงของแจซอก ชายหนุ่มหรี่ตามองลงดูหมีตัวโตที่ตอนนี้อยู่ในมือของวาย เขาพยักหน้าก่อนจะถามขึ้นมาว่า

            “นายไปเอามาจากไหน?”

            “อะแฮ่ม แบบว่า เมื่อวานตอนเย็น ประมาณเย็นๆ ใช่ ประมาณนั้น เราเห็นนายลืมหมีตัวนี้เอาไว้ หรือจะยังไงก็แล้วแต่ เราก็เลยเก็บมาแล้วเอามาคืนให้กับเจ้าของๆมันไง” วายเน้นคำพูด พยายามไม่ทำท่าเขินอาย

             “อ้อหรอ งั้นขอบใจนะ” แจซอกยื่นมือเข้าไปรับ เขาพยายามดึงหมีกลับมา เพียงแต่ว่าเจ้าตัวไม่ยอมปล่อยให้หมีหลุดมือไปเลยแม้แต่นิด

           “เออ ขอหมีคืนนะ” แจซอกยิ้มแบบเจื่อนๆ วายเบิกตากว้าง อ้าแขนปล่อยหมีไป ชายหนุ่มพุ่งมือทั้งสองข้างไปรับอย่างนุ่มนวล

            “ขอโทษนะ มันหลุดมือ”

            “ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่นายชื่ออะไรหรอ ตั้งแต่เปิดเทอมมา เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยนะ แต่เรารู้ว่าปีที่แล้วนายเรียนอยู่ห้องต้นๆใช่ป่ะ”

          “ใช่ และเราชื่อ วาย”

           “โอเค วาย ชื่อน่ารักดีนะ แต่ยินดีที่ได้รูจัก” แจซอกพยายามยื่นมือไปเชคแฮนด์เป็นการทำความรู้จักแบบยุโรป แต่วายไม่ยอมยื่นมือออกไป มันแข็งกระด้างราวกับไม้ที่มีลวดหนามมัดอยู่ แจซอกทำหน้างง แต่ก็ได้เพียงแต่ถอยมือกลับมาอยู่ในสภาพเดิม

            “ยะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน งั้นเราขอตัวก่อนนะ บาย” วายกัดฟันกรอด บีบคั้นมือตัวเอง อะไรกัน ทำไมต้องชมว่าน่ารักด้วย 


จางจุนที่แอบดูอยู่ถึงกลับกลั้นหัวเราะหนแดงก่ำเป็นผลชมพู่ และหวังว่าคราวหน้าโชคชะตาจะทำให้ใกล้ชิดกันอีกนะ











TBC.








เจอกันแล้นนนนนนนนนนนนนนนนนน กรี๊ดดดดด5 5 5 5 5 5 5 

หมีสื่อรักรึเปล่าคะ?

มาซะดึกเรยวันนี้ ก็ไม่หลับไม่นอนค่ะ

กรั่กๆๆๆๆ













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #11 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:21
    วายลูกจะเขินอะไรขนาดนั้นนนนน
    #11
    0