[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 5 : ๐๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61






๐๔






          หลังจากสายฝนหายไปได้ไม่นาน ทั้งโรงเรียนก็ดูเหมือนจะเงียบเชียบซะเหลือเกิน บรรยากาศเย็นลงกว่าเก่า ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม ยังคงมีเสียงร้องครืนๆ บ้างในบางครั้ง ช่วงเช้าก็เข้าสู่วิชาวิทยาศาสตร์อันเป็นที่น่าเวทนาในการเรียนของจางจุนเสียจริงๆ เขาไม่เก่งเรื่องพวกนี้เอาเสียเลยน่ะสิ วันๆได้แต่นั่งเพ้อเจ้อถึงสิ่งรอบกาย ไม่ได้ฝักใฝ่หาความรู้เหมือนวายเลยสักนิด

         ไม่นานเสียงกริ่งสัญญาณหมดเวลาก็ดังกระหึ่มราวกับผึ้งแตกรังทันใด วายยัดหนังสือ สมุด ลงไปในกระเป๋า ก่อนจะปลีกตัวเดินผ่านกลุ่มเพื่อนๆจอมวางมาดอย่างจีบอม ที่นั่งจ้องตัวหนังสือของนิยายเรื่องใหม่อยู่

         “เรื่องใหม่หรอ?”

         “อือ ใช่ แต่อย่าหวังว่าจะได้อ่าน!” จีบอมแสดงความเป็นเจ้าของขึ้นมาทันที เพราะทุกครั้งที่เขาซื้อมา ไม่เคยได้อ่านก่อนคนแรกเลยสักครั้ง ส่วนใหญ่จะโดนหมู่เพื่อนแย่งไปอ่านก่อน ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายที่สามารถขู่หรือน่าเกรงขาม แต่ทว่า เขากลับมีความเกรงใจคนอื่นเอามากๆ แต่พอมาคราวนี้นิสัยเขาเปลี่ยนไป ไม่ค่อยเหมือนแต่ก่อนที่ใครมา เขาจะถามว่าจะยืมมั้ย อาจจะเป็นเพราะระบบสั่งสอนสูตรใหม่ของคุณแม่ก็เป็นได้

        “โหย…เดี๋ยวนี้ทำขู่ อย่างเราไม่อ่านหรอก นิยายแฟนตาซีแบบนี้”
 
        “อ้าวหรอ เออ ก็ดี” จีบอมไม่เงยหน้าขึ้นมามองวายเลยสักน้อยตั้งแต่เริ่มต้นพูด สมองและสายตาก็ยังคงกวาดตัวหนังสือไปมาด้วยท่าทางตื่นเต้นบวกเร่งรีบ
 
       “ไม่ยักรู้ว่าติดหนังสือมากกว่าเพื่อน” วายทำเป็นกล่าวลับหลัง เพียงแต่คำพูดนั้นกลับพุ่งเข้ารูหูของจีบอมเต็มๆ

       “นี่ๆ เดี๋ยวเถอะวาย ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา หัดพูดแบบนี้แล้วหรอ” จีบอมวางหนังสือลง เขาถอนหายใจ จากนั้นจึงวางมือจากการอ่าน โดยพับยัดเก็บเข้ากระเป๋าไป แล้วเริ่มเบนความสนใจมาทางวายแทน

      “จะเอาไง...จะให้ไปส่งไหน”

     “คาบนี้คาบว่าง”

     “อ้าว ครูศรันย์รักษณ์ล่ะ วันนี้ครูไม่มาสอนหรอ ทำไมเราไม่รู้เรื่องล่ะ” จีบอมทำหน้างง

      “ครูเขาไปทำธุระ เห็นว่าไปประชุมเกี่ยวกับการเรียนการสอนในเทอมนี้” จีบอมตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ เพราะปกติจีบอมเองก็ไม่ค่อยชอบให้ครูคนนี้สอนอยู่แล้ว เพราะการสอนของครูนั้นช่างน่าเบื่อเสียนี่กระไร

       “ไปหาไรกินกัน”

       “นั่นไงคือคำตอบ...”

       “นี่หาว่าเราเป็นพวกชอบสวามปามไม่เลือกหรอ” วายสบถฉอดๆ จีบอมส่ายหน้าพลางอมยิ้ม

       “จริงมั้ยล่ะ”

       “เอ๊ะ จีบอม ตานี่” วายกะจะเหวี่ยงฝ่ามือลงบนสันหลังของจีบอม แต่ก็ถูกท่าไม้ตายประจำตัวของจีบอมสกัดเอาไว้ได้ทันพอดี

       “คิดจะเล่นวิธีนี้ มันดูง่ายไปหน่อยมั้ง เป็นเพื่อนกันมานาน เรารู้ว่าวายชอบทำอะไร คิคิ”

      “ไอ้บ้า!!!”








**ร้านค้า**

 
           “นี่รีบเลือกหน่อยได้ไหม ขนมน่ะ เราต้องรีบกลับไปอ่านตอนที่เหลือนะ” จีบอมโวยวาย แต่ไม่สำหรับวาย วายยังคงสภาพนิ่งเฉยราวกับว่าไม่ได้ยินที่จีบอมพูด 
 
         “ได้ยินมั้ยเนี่ย!!!!”
 
         “ลา ลา ล๊า...” เสียงเพลงของวายช่างเป็นอะไรที่กวนโสตประสาทของชายหนุ่มเสียจริงๆ เขาเดินวกไปวนมาก่อนจะสบถออกมาเบาๆด้วยความโมโห 

         “ปัดโธ่ ร้องอยู่นั่นแหละ จะกลายเป็นลาแล้วรู้ตัวมั้ย”
 
         วายกวาดขนมขึ้นมาเรียงรายบนเค้าท์เตอร์จ่ายเงิน จ้องมองดูสีหน้าของคนขายด้วยความละไม แต่กลับถูกมองกลับด้วยความเวทนาแทน

         “มองแบบนั้นทำไมครับพี่ ผมมาซื้อของบ่อยนะ”

         “ไม่มากไปหน่อยหรอน้อง” ชายหนุ่มร่างสูงพอๆกับเขา ทรงผมที่หล่อสามารถเรียกลูกค้าได้มากทีเดียว กล่าวออกมา เพราะไม่ยักรู้เด็กกระต่ายตรงหน้านี้กินโครตจุ

        “ใช่ ไม่มากไปหน่อยหรอ คิคิ” จีบอมแอบหัวเราะชอบใจด้านหลัง อันเป็นสิ่งที่ทำให้วายชวนโมโห แต่ก็ยังคงสภาพตัวเองไว้ได้ ด้วยบทความในหัวว่า ‘เครียดเป็นแก่ โมโหเป็นบ้า ร่าเริงดีกว่า สุขใจกว่าเยอะ’ 

        “เอาน่าพี่ นี่ครับเงิน”

        ผู้ชายร่างสูงทอนเงินกลับมา จ้องดูขนมที่ตัวเองเอาใส่ภุงพลาสติก วายรับถุงขนมมา ยังไม่ทันที่เท้าแรกจะก้าวออกประตูร้านค้า ขนมถุงที่อยู่บนสุดก็ถูกนำขึ้นมาแกะกินก่อน

         “เร็วไป!”

         “อะไรนะ”

         “เปล่าๆ เราบอกว่า กินช้าไปหรือเปล่า” จีบอมเม้มปากแน่น
 
        “เอาปะ” วายยื่นถุงขนมให้ แต่กลับโดนปฏิเสธ จีบอมไม่บริโภคอาหารหวาน ส่วนใหญ่เขาจะเป็นพวกเฮลตี้มากกว่า

        “แน่ใจนะ ไม่ใช่ว่าเรากินหมดแล้วจะมาขอเอาทีหลัง แบบนั้นไม่มีให้หรอกนะ” วายยื่นข้อเสนออีกครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาเช่นเคย
 
        “เชอะ กินเองก็ได้”

        วายเบือนหน้ามาทางจีบอมอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมาด้วยความอยากรู้ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เพราะชักสงสัยว่าวายถามถึงทำไม

        “ชอบเขาหรอ”

        “ไม่ๆ แค่ถามเฉยๆ ก็แบบว่าอยากรู้จักเพื่อนใหม่ในห้องไง เปิดเทอมได้สองวันก็ควรจะเป็นมิตรเข้าไว้สิ” วายกล่าวด้วยคำพูดตะกุกตะกักในบางคำ จีบอมหยั่งรู้ในคำพูดทุกคำที่วายกล่าวออกมา เพียงแต่เขาไม่ได้พูดต่อเท่านั้น

        “เขาชื่อแจซอก นิสัยดี” จีบอมบอกข้อมูลคร่าวๆ เพียงแค่นี้ก็ดีแล้วสำหรับวายที่เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

        “อ้อหรอ ขอบใจนะที่บอก...แล้ว เอ่อ...”

         “อะไรล่ะ ว่ามาสิ...”

         “บ้านเขาอยู่ไหนหรอ นายรู้มั้ย” ขนมถูกยัดเข้าปากทุกๆหนึ่งนาทีหลังจากเคี้ยวเสร็จ ชายหนุ่มเม้มปากแน่น เดินตีสนิทเข้าใกล้วายพร้อมทั้งพูดออกมาว่า
 
         “อยู่แถวๆบ้านนายแหละวาย”
 
         “โหย แบบนี้ก็อยู่ใกล้กันน่ะสิ แต่ทำไมเราถึงไม่รู้มาก่อนนะ” วายตาเบิกกว้างพร้อมทั้งตีสีหน้าตื่นเต้น

         “อ้าว นายจะไปรู้ได้ไงถ้าเราไม่บอก นี่ถามคำถามละเอียดแบบนี้ มันดู...” จีบอมหรี่สายตาเล็กลงเท่าตาตุ่น ไม่ค่อยเชื่อมั่นในความคิดของวายสักเท่าไหร่

        “แหม ก็เพื่อนใหม่ ต้องทำการรับรู้เรื่องของเขาให้ละเอียดหน่อยสิ” โรงเรียนของวายจะเปลี่ยนห้องเมื่อถึงม.5 ฉะนั้น ม.1-ม.4 ยังต้องอยู่ห้องเดียวกันอยู่

        “ทีเรื่องของคนอื่นนี่ไม่สนเลยนะ”

         “เอ้า เดี๋ยวก็จะค่อยๆถามไปทีละคนไง” วายหัวเราะคิกคักเหมือนเด็กเล็ก นิสัยก็เหมือน ยิ่งการกินนี่ยิ่งเหมือนใหญ่เลย
 
         “วันนี้เมฆดูแปลกๆเนอะ ว่ามั้ย” วายเปลี่ยนบทพูดอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

         “อ้อ ใช่ แปลกมากๆ ดูๆไปก็สวยดีนี่น่า” จีบอมขมวดคิ้ว

         “ใครบอกว่าสวย เลิศต่างหาก”
  
         “เอาเถอะๆ จะสวยจะเริศอะไรก็ช่าเมฆ ตอนนี้รีบๆเดินหน่อยเถอะ เดี๋ยวฝนตกลงมาจำต้องออกแรงวิ่งอีก มันเหนื่อยรู้มั้ย!!!” ชายหนุ่มพึมพัมคำบ่นราวกับคนแก่ที่นั่งบ่นลูกหลาน วายยิ้มเยาะ ไม่ได้สนใจคำพูดของจีบอมแต่อย่างใด หวนนึกถึงแต่เรื่องของแจซอกเพียงลำพังขณะเดินคู่กับชายหนุ่มกลางบริเวณสนามหน้าเสาธง

        “อะแฮ่ม ประทานโทษครับ จะเดินละเมออีกนานไหม ถ้าจะนึกอะไรโปรดเห็นใจหน่อย นี่จะเดินชนกันแล้วเนี่ยเห็นไหม โน่น เดี๋ยวจับไปที่บางแคซะเลย” จีบอมเล่นหน้าเล่นตาใส่ วายยักคิ้วพลางหัวเราะร่า ไม่รับรู้ประสีประสากับคำบ่น

         “บางแคหรอ น่าไปนะ แต่ไกลอะ”

         “เหอะๆ นั่งแท็กซี่ไปแป๊บเดียวก็ถึง ทำไม คิดจะไปหรือไง”

         “ไปแน่ถ้ามีเงิน ฮ่าๆๆ แต่ตอนนี้ถังแตกอะจีบอม” วายทำท่าทางงอแงพร้อมกับกัดขนมอย่างเอร็ดอร่อย จีบอมเขตาใส่ก่อนจะเอ่ยถามออกมาว่า

        “หึหึ แน่จ๊าย!”

         “นี่เดี๋ยวเหอะ!” วายแหกปากร้อง เขาไม่ชอบเวลามีใครมาว่าเขาเสียๆหายๆแบบนี้ แต่ทางทฤษฎีสูตรมั่วขั้นเทพของจีบอมแล้ว การที่เขากล่าวออกมาซึ่งๆหน้าบบนี้ มันก็มีส่วนถูกอยู่ประมาณเก้าสิบจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็น
 
         “คิคิ มันจริงไหมล่ะ วันๆหมดกับขนมไปเท่าไหร่ ก็บอกให้กลับไปกินขนมที่ร้านคุณย่าก็ไม่เชื่อ กินฟรีมีเกียรตินะเว้ย”

         “ไม่ได้เว้ย ที่ร้านคุณย่าก็เอาไว้ขายสิ อย่าพูดมากเดี๋ยวมีเคลียร์” วายยักคิ้ว สายตาอาฆาตจับจ้องที่จีบอมพร้อมจะกินเลือดกินเนื้อไม่หาย จีบอมถอนหายใจพร้อมทั้งส่ายหน้าในความบ้าๆบอๆของเพื่อนคนนี้

         เมื่อขึ้นมาถึงห้องเรียนที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเก่า ทุกอย่างยังคงเหมือนเคย มีคาบว่างเมื่อไหร่เป็นอันหายเกลี้ยงหมดห้อง เหลืออยู่ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นมีจางจุนอยู่ด้วย กำลังเล่นเกมส์อยู่ ทั้งชีวิตนี้คงมีแต่เกมส์สินะ
 
          “ไปไหนมา” คำถามพุ่งออกมาจากปากของจางจุนทันทีที่เท้าแรกก้าวข้ามเขตแดนห้องเข้ามา จางจุนไม่ได้มองหน้าวายเลยตอนถาม

          “อ้อ ไปซื้อขนมมาน่ะ นี่เราซื้อมาฝากนายด้วยนะ”

          “เฮ้อ อีกแล้วนะวาย ชอบจริงจริ๊ง ไอ้เรื่องกินเนี่ย”

         “แหม ก็คนมันชอบนี่น่า” ทำท่าทางงอแง พุ่งหน้าผ่านหน้าเพื่อนฝูงไปยังจางจุน จากนั้นจึงวางถุงขนมแล้วพูดว่า

         “ว่างๆ นายก็ชวนเขาไปเดินด้วยสิ” จางจุนเงยหน้าขึ้นมา ทั้งๆที่ยังไม่ได้หยุดสต๊อบเกมส์

         “บ้าหรือเปล่า ยังไม่รู้จักกันเลยนะ นี่เพิ่งสองวันอยู่เลย”

        “เอาน่า จะนับวันทำไมกันห้ะ ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย” วายพยายามผลักดันให้เพื่อนตัวเองไปเข้าถึงจีบอมให้ได้ วายรู้ว่าจีบอมกำลังคิดอะไรอยู่

        “เคยบอกเราว่าไงนะ ปฏิเสธคนอื่นนะทำได้ แต่ปฏิเสธหัวใจตัวเองน่ะ ทำไม่ได้”

        “เอ๊ะ! เพื่อนคนนี้นี่ บอกว่ายังไม่...” ไม่ทันที่จะพูดต่อ ร่างของจีบอมก็มายืนอยู่ข้างหลัง จีบอมจ้องเกมส์ในมือถือ อดที่จะเตือนไม่ได้

       “หัวเราะไรครับ?”

       “อ้อ แบบว่า นายลืมบังคับรถอ่ะ ตอนนี้มัน....” ด้วยความที่ไม่เข้าใจภาษามือ จางจุนจึงมองลงไปในมือถือของตัวเอง

        อ้ากกกกกก

        จางจุนกำลังจะบังคับรถในเกมส์ แต่ตอนนี้มันตกหน้าผาเสียแล้ว จางจุนทำหน้าตื่นทันที วางมือถือลงไว้กับโต๊ะ ถ้าไม่คุยกับเพื่อนคนนี้เขาชนะไปแล้ว!

        “ทำไมนายต้องชวนเราคุยยยย!!!”  เสียงพึมพัมของจางจุนพุ่งผ่านมายังวาย ซึ่งวายก็นั่งหัวเราะอยู่ไม่ห่าง
 
        “นี่วาย ยังจะมาหัวเราะเยาะอีกหรอ” จางจุนปาดมือลงบนใบหน้าของวายเต็มแรง ความเค็มของมือจางจุนพุ่งกระฉูดผ่านผิวลิ้นทะลุเส้นประสาทสู่สมองทันที

        “อี๋ เค็มปี๋เลย ล้างมือมายังเนี่ย”

       “อิอิ เปล่าหรอก เพิ่งเข้าห้องน้ำมาเมื่อกี้นี้เอง” จางจุนหัวเราะยกใหญ่ วายเบิกตากว้างขึ้นมา เพิ่งเข้าห้องน้ำ ในที่นี้มันหมายความว่ายังไง นี่เขาสวามปามเอนไซม์สูตรใหม่หรอกหรอนี่


   
         “ล้อเล่นรึเปล่า”
   
         “แหะๆ ก็ล้อเล่นน่ะสิ คนบ้าอะไรเข้าห้องน้ำไม่ล้างมือ” จางจุนส่ายหน้าก่อนจะเบี่ยงเบนความสนใจมาทางจีบอมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

         “ว่าแต่ชอบอ่านหนังสือแนวอะไรหรอ”

         “อ้อ ชอบทุกๆแนว แต่ชอบสุดน่าจะแฟนตาซี”

         “เป็นคนจินตนาการสูงนะ รู้ตัวปะ”

        “ไม่ขนาดนั้นหรอก” จีบอมเกาหัว แต่ก็ไม่ได้เงยใบหน้าขึ้นมามองจางจุนในเวลาพูด กลับลดใบหน้าต่ำลงไปเรื่อยๆ พยายามที่จะเพ่งไปยังตัวหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ





กริ๊งงงงงงงงงง...


           ยังไม่ทันที่จางจุนจะถามจีบอมต่อ เสียงกริ่งชั่วโมงวิชาก็ดังขึ้น ตอนนี้ก็ได้เวลาขึ้นคาปใหม่ วิชานี้ใครๆก็เกลียด มันคือวิชาเคมีขั้นต้นของมัธยมปลาย

          “ขึ้นคาบนี้อีกแล้วอ่า”

         “ใช่สิ ยากนะเนี่ย”

         “เอาเถอะๆ งั้นขอตัวไปนั่งที่ก่อนนะ” จีบอมลุกขึ้นปลีกตัวออกไปจากที่ตรงนั้น แล้วเข้าสู่ฐานทัพของตัวเอง




ยามเย็น สนามบาส...


           อะไรๆมันก็รวดเร็วไปเสียหมดในชีวิตประจำวันของวายและอีกหลายๆคนที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ ปุบปับๆก็ถึงตอนเย็นเสียแล้ว ไม่มีอะไรน่าเล่นไปกว่าการโยนลูกบาสเข้าห่วง กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่ใครๆก็ชอบแต่ไม่เลยสำหรับจางจุน จางจุนจ้องมองวายที่โยนลูกบาสเข้าห่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเป็นเกมๆหนึ่งที่วายไม่เคยเบื่อ
  
          “นี่ หยุดได้ยังเนี่ย” จางจุนบ่นอุบ เขาไม่อยากนั่งรอวายเล่นบาสอีกต่อไป เวลามันก็ล่วงเลยมาจนเกือบๆจะห้าโมงเย็น

          “เฮ้อ ก็ได้ๆ นี่ถ้าเป็นจีบอมเขาเล่นเป็นเพื่อนเราไปแล้วแหละ”

          “นั่นเขานี่เรา เราสองคนต่างกันนะจะบอกให้”
 
          “เออ รู้ละไม่ต้องพูดมาก ว่าแต่วันนี้ไม่มีใครมารับกลับเลยหรอ จะกลับกับเรามั้ย” วายเดินพรวดไปหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาจากขอบสนาม
 
          “อื้ม ก็ได้ โทรหาคุณอาหรือยังล่ะ” จางจุนเลิกคิ้ว

         “ยังหรอก เอาไว้ตอนเดินออกไปนอกรั้ว เดี๋ยวค่อยโทรก็ได้” วายหยิบโทรศัพท์ออกมารัวเบอร์ลงบนมือถือ จากนั้นจึงกดโทรออก

         ไม่นานหลังจากการพูดกับคุณอาเรื่องการมารับ วายก็วางสายลงเดินออกไปข้างนอกโรงเรียนเคียงข้างเพื่อนสนิทของเขา

         ใช่แล้ว!

          คนๆนั้น เขายืนอยู่เดียวดายข้างนอก ใบหน้าที่ดูอ่อนหวานปนขี้เล่นของเขา ช่างเป็นอะไรที่ดูสดใสในความคิดของวาย แต่ทำไมนะ! ทำไมเขาต้องยืนคนเดียว โดดเดี่ยวเหมือนไร้มิตรสหาย แต่นันไม่ใช่กงการอะไรที่จะต้องเข้าไปเกี่ยว เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเรา เพียงแต่ทุกครั้งที่มองหัวใจจะเต้นระรัว


          จางจุนมองดูเพื่อนของตัวเอง ดูเหมือนวังเวงแห่งความคิดจะหนีหายไปเสียหมด วายเดินล้ำเส้นขอบถนนออกไป จางจุนยื่นมือไปกระชากตัววายกลับมาทันพอดิบพอดีในช่วงที่รถยนต์วิ่งผ่านปาดหน้าเข้ามา!









TBC.









อรุ่มมมมมมมมมมมมม ไหนบอกไม่ว่าง!? .ชกตัวเอง 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #10 H.chu (@hchu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 04:40
    พระนายควรได้คุยกันนน เคยเจอกันแล้วนี่!! 5555555555 รอมาต่อจร้าา
    #10
    0
  2. #9 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 19:02
    จีบอมเป็นเพื่อนที่กวนตีนดีนะคะ😂😂 เมื่อไหร่วายจะเข้าไปคุยกับเพื่อนใหม่สักที
    #9
    1