[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 7 : ๐๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 ก.ค. 61






๐๖





            หลังจากที่โรงเรียนเลิกและกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน สิ่งแรกที่วายทำคือการสรรหาความสุขจากโลกไซเบอร์ คอมถูกเปิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยแรมคอมที่สูงจนสปีดแทบไหม้ นี่ถ้าขืนใส่เข้าไปอีกนิดเดียว เวลาเปิดมีหวังเครื่องสตาร์ทเร็วเกินไป อาจระเบิดเต็มหน้าก็เป็นได้

          วายมองดูเข็มนาฬิกาที่ยังคงสั่นกระดิกไปมารอบๆ

ติ้ดๆ

           ทันทีที่คอมเปิดขึ้นมาได้ไม่นาน ระบบเอ็มเอสเอ็นทำงานเปิดอัตโนมัติเผยให้เห็นรายชื่อเพื่อนที่ทักทายเข้ามาอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นคือ kunjae วายหรี่ตาเล็กลงไป ก่อนจะกดแล้วพิมพ์ทักทายออกไป

Y sungyoon : สวัสดีครับ

kunjae : ดีครับ

Y sungyoon : ว่าแต่วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง แล้วเมื่อวานไม่เห็นจะออนเลยนะ


          วายจ้องมองดูรายการตอบรับของบุคคลปริศนาตรงหน้าด้วยสายตาที่เฉียบคม ราวกับว่าบุคคลในเอ็มเอสเอ็นคือบุคคลสำคัญที่เขาต้องการตัวเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้แค่คิด เพราะเจ้าตัวไม่ยอมตอบคำถามที่เขาถามเลย เมื่อหนึ่งวันที่แล้วเลยแต่นิด

kunjae : ก็สนุกดีครับ ว่าแต่วันนี้เอาหมีไปโรงเรียนด้วยหรอ

Y sungyoon : เอ๊ะ! คุณรู้ได้ยังไงครับ

kunjae : เอาป็นว่าผมเห็นแล้วกันนะครับ ไม่ต้องทำหน้าเครียดมากหรอก อ้อเลิกสงสัยผมได้แล้ว เดี๋ยวแก่เร็วนะ

Y sungyoon : ทำไมถึงรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

            วายเริ่มหวาดระแวงขึ้นมาในทันใด หันซ้ายขวามองไปรอบๆ พยายามเพ่งสายตามองหาเป้าหมายไม่แน่บุคคลผู้นี้อาจจะจ้องมองเขาที่ไหนสักแห่งแถวๆนี้แน่ๆ

Y sungyoon : แอบมองเราอยู่ใช่ป้ะ

kunjae : จะบ้าหรอ เราเนี่ยนะจะจ้องมองนาย ถ้างั้น ถ้าสมมุติว่าจ้องมองจริง จะจ้องจากที่ไหนกัน

Y sungyoon : อ้าว ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เพราะคุณดันรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้น่ะสิ นึกแล้วกลัวรู้มั้ย

kunjae : เลิกงอแงได้แล้วครับ โตแล้วนะ

Y sungyoon : อะ ครับๆ ว่าแต่คุณจะบอกได้หรือยังว่าคุณอาศัยอยู่แถวไหน

kunjae : เรื่องนั้นบอกไม่ได้จริงๆครับ แต่ถ้าจะให้บอกว่าตอนนี้คนที่คุณชอบกำลังทำอะไรอยู่ล่ะก็ บอกได้ครับผม

Y sungyoon : หา! จริงหรอ บอกหน่อยสิว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่

kunjae : เฮ้อ เอาเป็นว่าผมจะยังไม่บอกดีกว่า เอาไว้วันหลังนะครับ คืนนี้ฝันดีครับ คุณวาย


             ยังไม่ทันที่วายจะพิมกลับไป เอ็มเอสเอ็นก็ถูกตัดออกด้วยตัวของมันเอง วายทำหน้าเหย ไม่ค่อยสบอารมณ์กับนิสัยของคนๆนี้นัก จะมาก็มา จะไปก็ไป มันเหมือนเป็นบุคคลที่ซ่อนเร้น เหมือนพยายามจะบอกอะไรเขา แต่ก็เงียบเอาไว้จนถึงที่สุด วายถอนหายใจพรวด พยายามไม่นึกถึง แต่วันพรุ่งนี้เขาจะต้องถามหาเรื่องของแจซอกให้ได้ ว่าบุคคลในเอ็มเอสเอ็นนี้คือใคร


Jangjun : ว่าไงเพื่อนรัก

Y sungyoon : อ้าว ว่าไงจางจุน กลับบ้านโดนแม่ว่ามั้ย

            เป็นช่วงเวลาเดียวที่จางจุนออนเอ็มเอสเอ็นเข้ามาพอดี ทำให้ความทรงจำของวายได้หายไปบางส่วน(เดี๋ยวนะ คือลืมง่ายแท้ลูก- -?) คงจะดีถ้าไม่นึกถึงบุคคลผู้นั้นเลย ณ ช่วงเวลานี้

Jangjun : ไม่โดนหรอก ชิวๆน่ะ

Y sungyoon : อ่า ชิวก็ชิว ว่าแต่พรุ่งนี้มีเรียนเคมีอีกแล้ว การบ้านเสร็จยังเนี่ย

Jangjun : ไม่ต้องถามเราเลยวาย ยังหรอก ฮ่าๆ แบบว่าเจ้าพ่อหางหมู

Y sungyoon : กวนจริงนะ

Jangjun : นี่ คราวหน้าอย่าได้พลาดอีกล่ะ จับมือน่ะ เพราะวันนี้เราลองสังเกตดูละ เห้อ ไม่ได้เรื่อง นายเกร็งเกินไป

Y sungyoon : แล้วจะให้ทำไงล่ะ ก็มันตื่นเต้นหนิ

Jangjun : เหอะๆ เรื่องนี้เราเข้าใจดี คราวหน้าก็เอาใหม่นะ อย่าได้พลาดล่ะ เดี๋ยวเสียฟอร์มหมด ฮ่าๆ

Y sungyoon : ตรงไหนฮะ


              ยังไม่ทันขาดคำ เอ็มเอสเอ็นก็ถูกตัดออกไปเช่นเคย จางจุนคงจะเป็นพวกเดียวกับบุคคลปริศนานั่นแน่ๆ เพราะการพูดแต่ละครั้งจะไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ แล้วก็ออกไปอย่างหน้าตาเฉย

              “วายลูก!”

            เสียงของคุณย่าดังมาจากด้านนอก วายถอนหายใจเบาๆ ปิดหน้าจอคอมก่อนจะเดินตรงรี่เข้าหาประตูแล้วเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว

            “ว่าไงครับ”

            “พอดีว่าจีบอมมาหาหนูน่ะ ตอนนี้ย่าให้รออยู่ที่ห้องรับแขก” ย่าส่งรอยยิ้มบางๆให้

            วายวิ่งลงบรรไดอย่างรวดเร็วปรายตาไปยังร่างของจีบอมที่กำลังนั่งมองไปมารอบๆตัวบ้าน เหมือนกับว่าพยายามจะขโมยอะไรบางอย่าง (บ้าหรือเปล่า) วายเดินตรงเข้าไปหาก่อนเอ่ยทักทายด้วยน้ำใสร่าเริงเฉกเช่นทุกๆวัน

           “ว่าไงจีบอม ไปไงมาไงเนี่ย”

          “รถสิครับ ที่เรามาวันนี้น่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะบอกข่าวร้ายว่า...” วายเบิกตากว้างขึ้นมา หวังว่าคงไม่ร้ายเกินเหตุ

         “ครูศรันย์รักษณ์เพิ่งโทรมาบอกเราน่ะ บอกว่าให้ไปหาเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทยมา แล้วทำเป็นรูปเล่ม จากนั้นอาทิตย์หน้าก็ให้ออกมารายงานหน้าห้อง อ้อ ลืมบอก ครั้งนี้งานเดี่ยวนะครับ”

         “ง่ะ อีกแล้วหรอ งานเคมีงี่เง่ายังไม่เสร็จเลยนะ ยังไม่ได้ผ่าท้องกบตรวจหาสารพิษที่ฉีดลงไปเมื่อคราวก่อนเลย!”

          วายทำหน้างอเหมือนเด็กเล็ก ดวงตากลมโตของวายกำลังสดใสขึ้นมาทันตาเห็น จีบอมแอบยิ้มอยู่ลึกๆ เพราะดวงตาแบบนั้นเขาชักชอบขึ้นมาเสียแล้ว

         “นายมองอะไรหรอ” วายตาเหยี่ยวสะบัดใบหน้ามายังจีบอมที่ตอนนี้กำลังทำหน้าป้ำๆ เป๋อๆ เขายิ้มเจื่อนๆกลับไป

          “ก็ตานายสวยดีนี่นาเวลาทำท่าทางแบบนี้”

           “เอ๊ะ! นี่หาว่าเราไม่เต็มงั้นหรอ” วายกระชากท่อนแขนขึ้นมา หมายจะตรีตราหมัดไปประทับบนไหล่ขวาของจีบอม จีบอมเงื้อฝ่ามือขึ้นมารับไว้ทันจากนั้นจึงกระชากร่างของวายล้มลงไปกลิ้งบนโซฟาอย่างนุมนวล

           “คิคิ สมน้ำหน้า”

           “โธ่ แค่นี้ชิลๆ แบบว่ายอมให้นะ รู้ปะ” วายหันหน้ากลับไปยังราวบันได พยายามไม่ให้จีบอมรู้ว่าตอนนี้เขาปวดข้ออย่างกะอะไรดี โดนฝ่ามือใหญ่เงื้อมาเต็มๆ ถ้าไม่เจ็บก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

            “เจ็บหรอ”

            “ปะ...เปล่า ก็ไม่เป็นไร” วายอ้าปากยิ้ม (ทำได้ยังไง) ทำท่าทางเหมือนคนแข็งแรงสบายดี พยายามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตีเชิงรุกกลับมา เพราะวายไม่อยากให้จีบอมรู้ว่าเขาเป็นพวกอ่อนแอ

           “อ้อนี่ รู้หรือยังว่าพวกเพื่อนๆในห้องจะพากันไปกินไอศกรีมที่แถวๆสยาม” จีบอมยักคิ้วใส่

          “ไม่นะ ทำไมเราถึงตกข่าวล่ะ”

         “โฮะๆ คงเป็นเพราะนายไม่ได้สนใจชาวบ้านมั้ง วันๆเอาแต่พูดคุยกับจางจุน” จีบอมหัวเราะร่า

          “เชอะ ก็ทำไมอ่ะ อยู่กับเพื่อนหนิ อีกอย่างมันเรื่องของเรา นายไม่เกี่ยว!”

         “โอเคๆ ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว แล้ววันนี้คือกลับมาคือพุ่งเข้าหาคอมละ” จีบอมเม้มปาก พยายามชะเง้อมองดูว่าคอมถูกวางไว้ตรงส่วนไหนของบ้าน

        “ไม่เจอหรอก โน่น บนห้องโน่น”

         “อ้าวหรอ อิสระดีจัง”

        “อ้าว ของนายก็อิสระดีนี่นา อยู่บนห้องเหมือนกันไม่ใช่หรอ” วายถาม คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น จีบอมถอนหายใจรัวๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

        “อิสระนะถูก แต่พ่อกับแม่ชอบขึ้นไปจ้องๆมองๆดูเราเล่นคอมตลอดเลย กลัวจะเข้าเว็บโน้นเว็บนี้ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ทั้งๆที่เราก็บอกไปตั้งหลายรอบแล้วว่า เราโตแล้วดูแลตัวเองได้ พ่อกับแม่ไม่ต้องมาคอยระวังหรอก แต่ไม่เคยฟัง”

          “เอาน่า พ่อแม่ก็งี้แหละ เดี๋ยวก็รู้ว่าการที่คุมเด็กมากเกินไปมันไม่ดี” วายค่อยๆชโลมแผ่นมือไปลูบหลังจีบอมเบาๆ จีบอมขมวดคิ้วมุ่น ไม่ทันที่วายจะอ้าปากเชิญคำพูดออกมา คำแสกหน้าของจีบอมก็พุ่งกระฉูดออกมาเสียก่อน

          “นี่เราไม่ใช่เด็กนะ ดูทำเข้า”

          “อ้าว ก็ไม่รู้นี่ว่าไม่ชอบให้ทำแบบนี้” วายส่ายหน้า สูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะปล่อยออกมาความเร็วลมร้อยห้าสอบกิโลเมตรต่อชั่วโมง

         “นี่ ถอนหายใจเบาๆหน่อยนะ เดี๋ยวทรงผมเราเสียหมด”

        “เหรออออออ” วายแลบลิ้นปริ้นตาใส่ไม่ยั้ง จีบอมกระแอมเบาๆ จากนั้นจึงบอกกล่าวอำลาและเดินออกจากบ้านไป





            “พรุ่งนี้เจอกันนะวาย” จีบอมตะโกนข้ามรั้วบอก ก่อนจะเดินหายลับไปจากสายตา วายยืนยิ้มร่าอยู่ตรงหน้าประตูห้องรับแขก ยืนเท้าสะเอวมองต้นไม้ที่กำลังปลิวไสวไปมา บรรยากาศแบบนี้มันช่างทำให้หวนนึกถึงใครบางคนอยู่รอมๆ แต่ก็ทำได้แค่นึกเท่านั้น

            “วาย จีบอมเค้ามาหาทำไมหรอ ขอย่ารู้หน่อยนะ” คุณย่าหัวเราะแหะๆ

           “อย่าหัวเราะแบบนี้สิครับคุณย่า” ในแต่ละวันผมก็อยู่กับคุฯย่านี่แหละ เพราะคุณอาก็อยู่บ้านอีกหลังนึงถัดจากบ้าผมไป ฉะนั้นผมกับคุณย่าจึงดูสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

            “อ้าวฮ่าๆ ทำไมล่ะ ย่าหัวเราะแบบนี้ไม่ได้หรอ”

           “ย่านี่กวนจริงๆเลย ไม่เล่าแล้ว” วายสะบัดหน้าหนี ยืนกอดอก นัยส์ตาดูเล็กลงกว่าเดิมเพราะความเหนื่อยอ่อน



           ผลสุดท้าย ก็ยอมเล่าเรื่องที่จีบอมมาในวันนี้ให้ย่าฟังอย่างละเอียด ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเดิมๆ ที่พูดวกไปวนมา ย่าจ้องหลานชายด้วยสายตาที่ดูเป็นนัย

           “จ้องแบบนี้ทำไมหรอครับคุณย่า”

         “ไม่มีอะไรหรอกหลานรัก รีบๆขึ้นไปทำการบ้านไป เดี๋ยวก็ไม่ทันส่งพอดี”

        “เฮ้อ ก็ได้ครับ”





สามวันต่อมา...

            มันเป็นเช้าวันเสาร์ที่แสนจะเลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ในความคิดของวายนับตั้งแต่เรียนมาอาทิตย์แรก วันเสาร์-อาทิตย์ป็นวันแห่งความอิสระไว้ขอบเขตทางสมอง พูดง่ายๆคือ ไม่มีอะไรให้คิดนั่นเอง แต่ก็ยังคงมีการบ้านบางส่วน แต่ไม่ถึงกับต้องพอกหางหมู

            วันนี้เขาต้องตื่นเช้าหน่อย เพราะต้องปช่วยคุณย่าเตรียมแป้งทำขนมและเตรียมส่วนผสมในกรทำเบเกอรี่หลายเมนูที่ร้าน ก่อนที่จะตามนัดเพื่อนๆว่าจะไปเดินเล่นแถวๆ MBK ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนัก(จอดฮีโร่เอาไว้ที่ร้านนั่นแหละดีแล้ว ขืนเอามาใช้งานหนักๆ เกิดป่วยขึ้นมาอีกคงลำบาก รุ่นนี้อะไหล่หายาก) 

         และแล้ววายก็จัดเตรียมส่วนผสมและอุปกรณ์การทำเบเกอรี่ให้คุณย่าเรียบร้อย ถึงเวลาที่เขาสามารถออกไปเริงร่าได้แล้ว

        ไม่นานแท็กซี่ก็ผ่านมา โบกๆๆๆๆ จอดๆๆๆ ด้วยค้าบบบ

        “ลุงครับ ไปสยามครับ ขอด่วยเลยนะครับ ขอบคุณครับ”

        มาถึงจุดหนึ่งที่รถเริ่มติดกันเป็นบือ เพราะสัญญาณไฟจราจรเกิดขัดข้องทำให้บรรดารถทั้งหลายต่างส่งเสียงร้องครวญคราง

       “ว้าเสียทุกทีเลยที่ตรงนี้” โชเฟอร์บ่นอุบพลางนิ่วหน้าไม่ค่อยพอใจในสัญาณจราจร แต่ก็ได้เพียงแค่บน เพราะทำอะไรไม่ได้

       “จะไปทันมั้ยเนี่ยเรา...” วายพึมพัม

        “ทันสิหนู ถ้าสัญาณมันเกิดดีขึ้นมานะ ฮ่าๆๆ” โชเฟอร์หัวเราะร่า วายเองก็พยายามหัวเราะตามเพื่อสร้างสถานการณ์ในรถให้มีสีสัน

          ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปราวๆ สิบนาทีแล้ว อาการกังวลเริ่มแทรกผ่านหัวสมอง วายทอดสายตามองไปนอกหน้าต่าง พลันหันกลับมามองที่นาฬิกาที่ยังเดินเข็มต่อไป


      “ติดจังนะครับ”












TBC.








ฮือออออออออ ช่วเราด้วยค่ะ งานจะทับหัวตายแล้ว ฮ่าๆๆๆ (หัวเราะแห้ง) 
คือเราอาจจะเรียนเยอะไปไรงี้ ลืมๆพล็อตบ้าง งงตรงไหนก็ท้วงได้นะคะ 



ตอนนี้คือ พระเอกนายเอกก็ไม่ได้คุยกันเหมือนเดิมโฮะๆๆ












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #12 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:16
    ทำไมเราชอบโมเม้นจีบอมกับวาย น่ารักกวนๆดี รอพระเอกกับนายเอกได้คุยกันจริงจังๆ// สู้ๆค่ะไรท์
    #12
    1