สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 244 : ภาค 3-บท 44 โกเลมสีทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

สายตาของเครกจ้องตรงไปยังร่างโกเลมยักษ์หุ้มเกราะของกราเฟียร์ด้วยความไม่ประมาท

 

ส่วนการเฟียร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็กำลังดูเชิงอยู่เช่นเดียวกัน ในตอนนี้ทั้งคู่ต่างไม่มีใครคิดจะเปิดการโจมตีก่อน

 

การเฟียร์มีข้อดีคืออึด ถึก ทน ต่อการโจมตีกายภาพ ส่วนเครกก็มีการโจมตีทางกายภาพที่รุนแรงและเคลื่อนที่ได้รวดเร็วว่องไว

 

ในใจของกันต์ก็อยากจะยืมดาบของเรย์ที่มีความสามารถในการตัดทุกอย่างให้ขาดได้มาใช้ แต่เขาเองก็ไม่อยากจะฝืนจิตฝืนใจของเครกมากเกินไป และเขาก็มีอีกแผนหนึ่งในใจแล้วด้วย

 

การเฟียร์มักเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวก เจ้าเล่ห์ คิดคด และไม่สามารถไว้ใจได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

 

แต่เหตุผลหนึ่งที่เวลโดรจำใจต้องยอมเก็บกราเฟียร์ไว้ใช้งานนั่นก็เพราะ กราเฟียร์เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถกำราบเครกได้นอกเสียจากเวลโดรแล้ว

 

จะเรียกว่าเก็บกราเฟียร์มาไว้ใช้แก้ทางเครกก็ไม่ผิด

 

ส่วนถ้าหากถามว่ากราเฟียร์คือเผ่าอะไร กันต์ก็สามารถตอบได้อย่างชัดเจนเลยว่า กราเฟียร์นั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตครึ่งโกเลมเท่านั้น โดยอันที่จริงกราเฟียร์คือก็อบลินที่ชาญฉลาด ที่คิดจะผสานร่างของตนเองเข้ากับโกเลมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

 

และแล้วมันก็ทำได้สำเร็จ จึงทำให้กราเฟียร์ได้ร่างใหม่มาเป็นโกเลมสีทมิฬตนนี้นี่เอง และมันก็ยังใช้งานร่างเดิมมาจนถึงปัจจุบัน 

 

เพราะมันไม่สามารถแยกร่างของตัวเองไปผสมกับโกเลมตัวใหม่ได้อีกแล้ว ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณได้ผสานตัวและคงอยู่ในร่างนั้นจนไม่อาจแยกออกมาใหม่ได้อีก

 

เมื่อเห็นว่าในการต่อสู้ยังคงไม่มีใครยอมเปิดก่อน กราเฟียร์ที่หมดความอดทนจึงคุมร่างโกเลมยักษ์พุ่งเข้าใส่เครกทันที

 

กันต์ที่มองเห็นดังนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศในวินาทีเดียวกันกับที่โกเลมสีทมิฬก้าวมาถึงตัว

 

“มังกรฟาดหาง” ชายหนุ่มทำการเปิดใช้ทักษะของเครกที่เขาไม่ได้ใช้มาอย่างเนิ่นนาน

 

ร่างของเครกที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศเริ่มเกร็งกล้ามเนื้อขาและทำการออกลูกเตะกลางอากาศอย่างรุนแรงและแม่นยำ

 

ขาของเครกเข้าฟาดใส่หลังโกเลมหินยักษ์เต็ม ๆ และส่งผลให้ร่างของมันถึงกับล้มคะมำไปข้างหน้า จนเกิดเสียงดังตึง

 

ใบหน้าของโกเลมกระแทกเข้าแผ่นดินเต็มพร้อมกับร่างของเครกที่ยืนอยู่บนหลังของมัน

 

นี่เป็นตัวยืนยันได้อย่างดีเลยว่าทักษะมังกรฟาดหางที่กลืนกินมานามากในระดับหนึ่งของเขามันน่าหวาดกลัวมากแค่ไหน

 

ก่อนที่เครกจะยกขาขึ้นและเตรียมกระทืบร่างของโกเลมที่นอนล้มลงกับพื้น อยู่ ๆ แผ่นหลังสีดำที่เป็นหินของมันกลับสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

หัวของโกเลมสีทมิฬได้หันหลังกลับเป็นมุม 180 องศาและจ้องตรงมาที่เครก

 

เพื่อความปลอดภัยกันต์จึงตัดสินใจชักตัวถอยให้ห่างและกลับมาตั้งหลักใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

“ยังไม่ประมาทคู่ต่อสู้เช่นเคยสินะเครก แต่ข้าเนี่ยสิดันประมาทเองจนได้” กราเฟียร์เอ่ยขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

 

ทันใดนั้นเองร่างของโกเลมก็ได้กระทำการงอกแขนใหม่ออกมาถึง 2 แขน พร้อมกับเท้าของมันที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกทั้งยังมีลักษณะเป็นกรงเล็บเพื่อที่จะได้ไม่เสียสมดุลในการยืนง่าย ๆ

 

หลังจากนั้นไม่นานทั้งเครกและกราเฟียร์ก็ได้เข้าห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่งในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และผลลัพธ์ที่ออกมายังคงเป็นเสมอเช่นเดิม

 

[จิตใต้สำนึกของเครกต้องการเตือนผู้เล่นว่า ยิ่งยื้อนานยิ่งเสียเปรียบ โกเลมสีทมิฬตนนั้นสามารถรับพลังจากความมืดโดยรอบมาฟื้นฟูตัวเองได้ แตกต่างจากเจ้าที่กำลังเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ]

 

กันต์ที่ได้รับคำเตือนดังนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ และตั้งท่าทางลักษณะการยืนในรูปแบบใหม่

 

หลังจากการปะทะกันในช่วงที่ผ่านมากันต์ได้รับรู้ถึงลักษณะรูปแบบการต่อสู้ของกราเฟียร์อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง และระดับพลังสูงสุดที่อีกฝ่ายทำได้

 

ในตอนนี้เขารู้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับศัตรูมาเกือบทั้งหมดที่ต้องการแล้ว และมันก็สมควรถึงแก่เวลาปิดฉาก

 

“กู่ก้องคำราม” ชายหนุ่มทำการเปิดใช้งานทักษะที่เก่งกาจที่สุดของตนโดยทันที

 

กันต์พอที่จะคำนวณปริมานมานาที่เหลือในร่างของตนได้ จึงทำให้เขารับรู้ว่าในร่างนี้เครกมีเวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้นในการกำจัดกราเฟียร์

 

อันที่จริงแล้วเขาสมควรที่จะใช้ทักษะกู่ก้องคำรามได้นานกว่านี้ แต่ในระหว่างวันที่เสียไปยังฟื้นฟูกลับมาได้ไม่ครบ

 

“เลเวล 100 นั่นคือขีดจำกัดของทักษะทางสายเลือดของเจ้าจริง ๆ ด้วยสิน่ะเครก” กราเฟียร์กล่าวเชิงเยาะเย้ยและตามมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างต่อเนื่อง

 

ทันใดนั้นเองร่างของโกเลมสีทมิฬก็ปรากฏให้เห็นออร่าสีดำเงินที่แพร่กระจายออกมาจากร่างของมัน

 

“วิทยาการรูปแบบใหม่ที่ข้าได้รับมา ต้องการเหยื่อทดลองที่พอเหมาะพอควรอยู่พอดี”

 

ถึงแม้จะไม่มั่นใจนัก แต่กันต์ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังของเจ้าโกเลมตรงหน้าที่มีเลเวลแตะไปถึง 100 เท่ากับเครก

 

ออร่าสีดำเงินมันทำให้กราเฟียร์มีพลังที่ก้าวกระโดดไปอย่างน่าหวาดกลัวพอ ๆ กับเขาเลยทีเดียว

 

แต่ทว่าบรรยากาศ ความมืด และมานาโดยรอบก็เริ่มถูกโกเลมดูดกลืนในปริมาณที่มากขึ้น สุดท้ายแล้ววิทยาการใหม่อะไรของมันก็คงมีขีดจำกัดทางด้านเวลาอย่างแน่นอน

 

‘มันทำได้ยังไง ?' นั่นคือสิ่งต่อมาที่ผุดขึ้นมาในหัวของกันต์

 

วิทยาการที่สามารถให้ผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงกับทักษะกู่ก้องคำรามนั้นจะมีอยู่จริงเหรอ

 

ไม่ทันที่เขาจะได้คิดจบร่างของโกเลมที่สูงกว่า 3 เมตรก็ได้ปรากฏตรงหน้าในระยะประชิดและประเคนกำปั้นหินใส่อย่างรุนแรง

 

เครกที่ไหวตัวทันสามารถก้มหลบได้อย่างฉิวเฉียดและกวาดลูกเตะขาสวนกลับเข้าชายโครงของมัน

 

แต่ทว่าโกเลมสีทมิฬยังคงสามารถยกแขนขึ้นมากันได้ทันเวลาและใช้แขนที่เหลืออีก 3 ข้างระดมหมัดโจมตีเข้าใส่อย่างว่องไว

 

เครกที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบชักตัวหลบและยกแขนขึ้นปัดป้องการโจมตีราวกับพายุ

 

[คำเตือนหากผู้เล่นคิดจะให้ตัวละครเครกใช้อาวุธ ผู้เล่นจะได้รับบทลงโทษแบบสุ่ม]

 

และแล้วในเสี้ววินาทีนั่นเองกันต์ก็สังเกตเห็นช่องว่างระหว่างการโจมตีของกราเฟียร์ จึงทำการออกหมัดขวาเข้าโจมตีใส่เบ้าหน้าของมันอย่างรวดเร็ว

 

โกเลมสีทมิฬที่โดนหมัดของเครกกระแทกเข้าเต็มใบหน้าก็เสียงจังหวะและก้าวเท้าถอยไปข้างหลัง ด้วยท่าทางบาดเจ็บ

 

“เจ้าลงมาที่นี่ได้เช่นไร  ?”

 

เมื่อสิ้นเสียงของเครกก็ปรากฏให้เห็นเหล่าคนในตระกูลขุนศึกเทวะที่กระจายกำลังล้อมกราเฟียร์ไว้ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด

 

เศษซากของหินและร่างของโกเลมขนาดปกติได้แตกกระจายเรี่ยราดไปทั่วผืนดินอย่างเห็นได้ชัด

 

ในศึกครั้งนี้ชาวบ้านตระกูลขุนศึกเทวะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นและไม่สูญเสียใครไปเลยแม้แต่คนเดียว

 

“พวกเจ้าทั้งหมดถอยไปก่อน เจ้านี่ปล่อยให้ข้าจัดการเองจะปลอดภัยกว่า” เครกตะโกนออกคำสั่ง

 

กราเฟียร์ที่เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้นก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้ ในทางกลับกันมันรีบวิ่งเข้าใส่กันต์อย่างบ้าคลั่ง

 

“ข้าจับจุดอ่อนและอ่านวิธีการต่อสู้ของเจ้าได้หมดแล้ว ยอมแพ้เสียเถิด”

 

ว่าแล้วเครกก็กระทำการต่อสู้กับโกเลมหินอีกครั้ง และฟันศอกกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อกราเฟียร์มีช่องว่างให้เห็นเพียงแค่เสี้ยววินาที

 

ร่างของโกเลมที่โดนศอกแทงเข้าลำคอเต็ม ๆ ก็ค่อย ๆ ถอยหลังกลับไปอีกครั้งและทรุดตัวลง

 

ในการต่อสู้ของเหล่าผู้ที่มีเลเวลสูง ๆ หรืออยู่ในระดับเทพ การโจมตีเพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็ล้วนสามารถตัดสินแพ้ชนะได้แล้ว

 

เพราะยิ่งในระดับเลเวลที่สูงมากความแข็งแกร่งการโจมตีและทุกอย่างก็เพิ่มขึ้น แต่ความแข็งแรงทางกายเนื้อก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายขนาดนั้น เพราะมันก็มีขีดจำกัดของมันอยู่

 

ส่วนวัสดุที่กราเฟียร์ใช้สร้างโกเลมหินก็ใช่ว่าจะแข็งมาก มันเพียงแค่มีความแข็งมากกว่าเพชรประมาณไม่กี่เท่าเพียงเท่านั้น

 

โลกใบนี้มีแร่ที่แข็งมากกว่านี้และสิ่งปริศนามากมายก็จริง แต่สิ่งที่สามารถสกัดมาใช้งานจริงได้นั้นมันช่างน้อยยิ่งนัก

 

กราเฟียร์ทำพลาดเรื่องวัสดุใช้งาน ไม่เช่นนั้นแล้วผลการต่อสู้ในครั้งนี้คงไม่เหมือนเดิม เพราะถ้าหากกราเฟียร์โจมตีเครกโดนสักหมัดผลลัพธ์ก็อาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก

 

“จุดอ่อนของโกเลมสีทมิฬมันไม่เหมือนโกเลมปกติจุดอ่อนของมันอยู่ที่ลำคอ จงยอมแพ้เสีย แล้วบอกข้ามาว่าเจ้าลงมาที่นี่ได้เช่นไร”

 

ตามปกติแล้วโกเลมแทบจะไม่มีจุดอ่อน ยกเว้นถูกโจมตีด้วยเวทหรือถูกทำลายหัวใจที่อยู่บริเวณกลางร่างกายไป

 

แต่โกเลมสีทมิฬของกราเฟียร์นั้นแตกต่างจุดอ่อนมันไม่ได้อยู่ที่แกนกลางร่างกายแต่อยู่ที่ลำคอ

 

กราเฟียร์คือบุคคลเพียงคนเดียวที่สามารถย้ายจุดอ่อนของโกเลมได้ และหลอกทุกคนได้สำเร็จว่าตนสามารถกลบจุดอ่อนของโกเลมเรื่องหัวใจได้แล้ว

 

ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย มันเป็นเพียงแค่การเคลื่อนย้ายจุดอ่อนเท่านั้น และผู้ที่เข้าร่วมกับกราเฟียร์ในการสร้างโกเลมสีทมิฬขึ้นมาก็คือเวลโดรนั่นเอง

 

“เจ้ารู้ได้ยังไง ! ผู้ที่ข้าเคยนำโกเลมนี้ไปทดสอบและหาข้อด้อยที่เป็นจุดอ่อนก็มีเพียงเวลโดรเท่านั้น ไอ้ลูกครึ่งจอมมารนั่นมันกล้าบอกความลับของข้าให้กับเจ้างั้นเหรอ !”

 

เรติน่าและเรย์ที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ก็ทำได้แค่ส่งสีหน้าสงสัยไป เพราะพวกเธอไม่เคยได้ยินเรื่องของโกเลมที่พูดได้มาก่อน

 

เหล่าผู้คนจากตระกูลขุนศึกเทวะก็ทำได้แค่ตรึงกำลังไว้โดยรอบเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น

 

กราเฟียร์ทุบกำมือหินลงพื้นด้วยความเจ็บแค้นใจ ซึ่งมันก็เป็นวินาทีเดียวกันกับที่เครกหยุดใช้งานทักษะกู่ก้องคำรามและออร่าสีดำเงินรอบร่างกายของโกเลมได้จางหายไป

 

“หากเจ้าไม่ยอมตอบคำถาม ข้าคงมีทางเลือกเหลือเพียงสังหารเท่านั้น” เครกกล่าวเชิงข่มขู่

 

โกเลมสีทมิฬที่ได้ยินดังนั้นก็รีบตอบกลับไปทันที “ถ้าอยากจะรู้นักทำไมไม่ไปถามพวกขุนนางในอาณาจักรของเจ้าเองล่ะ เครก”

 

เมื่อสิ้นเสียงของกราเฟียร์เมืองใต้ดินอันเป็นที่ตั้งของตระกูลขุนศึกเทวะเมื่อ 700 ปีก่อนก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงและหนักหน่วง

 

พื้นดินเริ่มปรากฏรอยแตกร้าวให้เห็นเป็นวงกว้างอย่างชัดเจน

 

และก่อนที่เรื่องราวมันจะเลวร้ายไปมากกว่านี้เครกจึงตัดสินใจพุ่งตัวเข้าใส่กราเฟียร์อย่างรวดเร็ว

 

“เครก!” เสียงตะโกนของเรย์ได้ดังขึ้นพร้อมกับดาบเล่มสีเงินที่พุ่งตรงเข้ามาจากทางด้านข้าง

 

เรย์รู้ดีว่าใช้เพียงแค่หมัดกับลูกเตะนั้นไม่อาจเอาชนะโกเลมได้ เธอจึงตัดสินใจโยนดาบให้กับเครกเพื่อที่จะได้จบชีวิตของมันในดาบเดียว

 

“เรย์ เรติน่า รีบพาทุกคนออกไปจากที่นี่ เมืองใต้ดินมันกำลังจะถล่มลงมาแล้ว รู้วิธีใช่ไหม ?” เครกตะโกนถามออกไปอย่างรวดเร็ว

 

เรติน่าที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าและวิ่งนำทุกคนกลับไปยังทางออกจากเมืองใต้ดิน

 

กันต์ที่คว้าดาบนามว่าเพลซเบลดเข้ามาไว้ในกำมือได้สำเร็จ เสียงจากระบบก็แจ้งเตือนเข้ามาโดยทันที

 

[ผู้เล่นจะได้รับบทลงโทษแบบสุ่มหลังจากที่ได้กระทำการฝ่าฝืนคำเตือน]

 

ในจังหวะนี้กันต์ไม่คิดจะสนใจบทลงโทษใด ๆ ทั้งสิ้นแล้วเพราะเขามีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถสังหารกราเฟียร์ได้ก่อนที่มันจะเริ่มแผนบ้า ๆ ของมัน

 

“คิดอะไรตื้น ๆ อีกแล้วสิน่ะเครก แค่ดาบมันแทงข้าไม่เข้าหรอก ข้าสร้างจากวัสดุที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก มันสายเกินไปสำหรับเจ้าแล้ว”

 

กราเฟียร์ยังคงยึดมั่นในทิฐิของตนและยืนกางอกเตรียมรับดาบของเครกอย่างไม่หวั่นไหว

 

คมดาบสีเงินได้แทงตรงเข้าไปยังลำคอของโกเลมสีทมิฬที่สูงกว่า 3 เมตรอย่างแม่นยำและเฉียบคม

 

เพลซเบลดสามารถแทงเข้าลำคอของมันได้ราวกับตัดเค้ก

 

“น่าเสียดายนักที่มันไม่ใช่ดาบ หากแต่เป็นอาวุธมนตราที่เกิดจากนักเล่นแร่แปรธาตุ”

 

เมื่อสิ้นเสียงของชายหนุ่ม ทั่วทั้งเมืองใต้ดินก็เริ่มสั่นไหวและทำให้แผ่นดินที่อยู่ข้างบนและฝุ่นก็เริ่มร่วงลงมาและสร้างความเสียหายให้แก่สิ่งก่อสร้าง

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองพื้นห้องโถงที่ทำหน้าที่เสมือนเดียวกันกับลิฟต์ก็เริ่มยกตัวขึ้นไป เพื่อกลับไปยังพื้นข้างบนก่อนที่เมืองใต้ดินจะถล่มลงมาอย่างสมบูรณ์

 

“ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นดาบในตำนาน แต่เพลซเบลดนั้นก็ไม่อาจก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่าเทพได้”

 

เสียงที่ดังก้องออกมาจากร่างของโกเลมสีทมิฬถึงกับทำให้เขาเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก

 

และแล้วเครกก็สัมผัสได้ถึงสิ่งหนึ่งที่แข็งบริเวณกึ่งกลางลำคอของมัน

 

ในจุด ๆ นั้นควรที่จะมีแกนกลางของมันอยู่และถ้าหากแกนกลางหรือหัวใจของมันถูกทำลายลง ร่างกายของมันก็จะแตกสลายในทันที

 

แต่ทำไมกัน ทำไมเพลซเบลดถึงไม่สามารถตัดผ่านหัวใจของมันได้

 

“ไม่ต้องทำสีหน้าเช่นนั้นเครก หัวใจที่เป็นจุดอ่อนของข้ามันไม่กระจอกเหมือนกับเมื่อหนึ่งพันปีก่อนอีกแล้ว ข้านี่ช่างเล่นละครเป็นโกเลมใกล้ตายได้เก่งเสียจริง"

 

“เทพตนไหนมอบหัวใจใหม่ให้กับเจ้า !?” เครกตะโกนถามก่อนที่จะเปิดใช้ทักษะกู่ก้องคำรามและออกแรงแทงดาบอย่างสุดกำลังอีกครั้ง

 

ร่างของโกเลมสีทมิฬกระแทกเข้ากับพื้นดินเต็ม ๆ อันเนื่องมากจากแรงอันมหาศาลและปรากฏให้เห็นเป็นหลุมลึกพร้อมกับพื้นดินที่แตกร้าวอยู่โดยรอบ

 

แต่นั่นมันก็ยังไม่มากพอที่จะสามารถเจาะแทงทะลุหัวใจของโกเลมตรงหน้าได้ 

 

"ขอบคุณที่เข้าร่วมการทดสอบคลื่นกายาสีดำเงินของข้า" กราเฟียร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันเรียบเฉยที่แสดงให้เห็นถึงความไม่กังวลในสิ่งใด ๆ

 

ถ้าหากใบหน้าที่เป็นหินของโกเลมสามารถฉีกยิ้มได้ ป่านนี้รอยยิ้มของกราเฟียร์คงฉีกไปถึงใบหูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น