สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 230 : ภาค 3-บท 30 นักเวทสาวอัจฉริยะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

อเมมอนที่สังเกตเห็นหญิงสาวโฉมงานเดินลงมาจากท้องฟ้า ก็เริ่มหยุดการโจมตีและฉุกคิด

 

“เจ้าเป็นใคร !” อเมมอนชี้หน้าเวรัคและตะโกนถาม

 

นักเวทสาวผู้ที่กำลังเดินลงบันไดน้ำแข็งเมื่อได้ยินดังนั้นก็เงียบและไม่พูดอะไรตอบกลับไปแม้แต่คำเดียว

 

ถึงแม้ว่าเวรัคจะไม่ได้เอ่ยปากตอบกลับคำถามของอเมมอน แต่ตัวเทพนรกนั้นก็ทราบดีว่าเวรัคไม่ได้อยู่ในขั้นระดับเทพต้นกำเนิดเลยด้วยซ้ำ

 

นางให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนักเวทสาวเลเวล 80 ธรรมดา ๆ คนหนึ่งเพียงเท่านั้น

 

แต่ว่าเธอยังไม่ตายแล้วทำไมถึงสามารถมาที่ภพแห่งความตายแห่งนี้ได้ มีเพียงแค่พวกเทพเท่านั้นถึงจะสามารถทำการเปิดใช้งานประตูมิติและไปมาหาสู่ระหว่างภพได้

 

อเมมอนไม่มีความคิดที่จะดูถูกแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันยังแสดงท่าทีหวาดระแวงเลยด้วยซ้ำ

 

เทพนรกตนอื่น ๆ ในภพแห่งความตายนี้ก็ไม่คิดจะไปก้าวก่ายการต่อสู้ เพราะถ้าพวกมันร่วมวงการโค่นล้มเรอัส แล้วกลายเป็นว่าฝั่งเรอัสชนะขึ้นมา พวกมันคงหนีไม่พ้นการถูกจองจำเป็นแน่

 

แต่ถ้าอเมมอนชนะโดยไม่ได้มีพวกเขาไปร่วมการต่อสู้ พวกเขาก็จะได้รับเทพฮาเดสฉบับคนเก่าสุดกลับคืนมาปกครองนรกอีกครั้ง

 

หากถามเหล่าเทพนรกทั้งหลายว่าพวกเขาพอใจการปกครองของเรอัสไหม ก็คงจะตอบได้ทันทีเลยว่าไม่

 

เพราะหลังจากที่เธอเข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่สิบปีเรอัสนางแทบจะไม่ทำหน้าที่ของตนในฐานะเจ้านรกเลยแม้แต่น้อย

 

วัน ๆ ก็เอาแต่นั่งดีดพิณและจัดการพวกวิญญาณที่เหิมเกริมคิดจะหนีออกไปจากภพแห่งความตายเท่านั้น

 

เมื่อเวรัคก้าวเท้าลงเหยียบบนพื้นดินนั่นเองสายตาของเธอก็มองตรงไปที่แววตาของกันต์

 

“ดูเหมือนว่าสายเลือดเผ่ามนุษย์ระดับสูงในกายเจ้าจะเกิดการกลายพันธุ์จริง ๆ เสียด้วย แต่ก็ช่างเถอะ”

 

“ผู้หญิงนางนี้เป็นใคร ?” เรอัสที่ยืนทางข้างฝั่งซ้ายของกันต์เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก และหันมองกลับไปยังเรอัสช้า ๆ

 

“นาง…นาง…คืออาจารย์สอนการใช้และร่ายเวทของข้านามว่าเวรัค"

 

เรอัสที่ได้ยินดังนั้นก็มองตรงไปที่เวรัคด้วยท่าทีสงสัยและสับสน

 

“ท่านกำลังนอกใจข้า ?” เรอัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป

 

“ใจเย็น ๆ ก่อนเรอัส ข้าบอกกับเจ้าไปแล้วว่าตัวข้านั้นไม่ใช่เรล์ม แต่เป็นเพียงแค่ลูกศิษย์ของเขาเพียงเท่านั้น”

 

กันต์ที่สัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตของเรอัสก็รีบแก้ตัวไปในทันที ถึงแม้เขาจะยังสงสัยอยู่ว่าทำไมภาพความทรงจำของเรล์มถึงเข้ามาอยู่ในหัวของตนได้ก็ตาม

 

แต่ถึงแม้ว่าเรล์มจะตายไปแล้ว แต่ดวงจิตของเขาก็ยังอยู่ไม่ใช่รึไง มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เขาและเรล์มจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน

 

“ถ้าท่านยังยืนยันเช่นนั้นข้าจะหาวิธีพิสูจน์เอง”

 

เมื่อเธอกล่าวจบก็เบือนหน้าหนีกันต์ในทันที

 

ชายหนุ่มที่เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้จะอธิบายเช่นไร

 

อเมมอนที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ก็เริ่มทำสีหน้าสับสนงุนงงหนักยิ่งกว่าเก่า มันกำลังคิดในใจอยู่ว่า ‘พวกมันคงกำลังคิดว่าสามารถชนะข้าได้ง่าย ๆ เลยพูดคุยกันได้โดยไม่ต้องสนใจข้าเลยเช่นนั้นเหรอ’

 

‘จริงอยู่ที่ข้าอาจจะต้องสู้แบบ 3 รุม 1 แต่ ข้าไม่มีวันให้อภัยผู้ที่ทำให้จิตใจของท่านฮาเดสต้องแปดเปื้อนแน่’

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองกันต์ก็ได้ยินเสียงของริสาดังก้องเข้ามาในหัว

 

“นายท่าน ข้าเกือบจะสามารถทำลายเศษเสี้ยวความทรงจำของฮาเดสได้แล้ว ขอเวลาอีกสักครู่ค่ะ”

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็ก้มตาลงมองดาบเล่มสีขาวส้มปนม่วงในมือด้วยความเป็นห่วง

 

อันที่จริงแล้วถ้ากันต์ตัดสินใจที่จะใช้อัญมณีไร้ชื่อนี่ก็จะทำให้ฮาเดสเข้ามาครองร่างของเขาได้อีกครั้ง

 

เหตุการณ์มันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ทว่าอาวุธมนตรามังกรขาวที่หลอมรวมเข้าไปก็มีจิตวิญญาณของราชินีมังกรขาวและริสาอยู่เช่นกัน

 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจาร์เร็ตได้อธิบายให้เขาฟังว่า จิตวิญญาณของริสาและราชินีมังกรขาวได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมกับความทรงจำทั้งหมดที่หายไป

 

นั่นจึงทำให้ริสาในตอนนี้ไม่มีอารมณ์กลัว โกรธ รัก โลภ หลง ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ผูกมัดเธอไว้คือใบทำพันธสัญญานั่นเอง

 

กันต์จึงตัดสินใจส่งริสาเข้าไปสู้กับจิตของฮาเดสที่วนเวียนอยู่ในอัญมณีเพื่อกำจัดเขาออกไป ตอนแรกเศษเสี้ยวของฮาเดสก็อ่อนแอหลังจากที่โดนพลังมนุษย์ระดับสูงในจิตของกันต์ตีกลับแล้ว การที่ริสาจะเข้าทำลายจิตใจของมันก็เป็นเรื่องง่ายขึ้น

 

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดจึงทำให้กันต์สามารถใช้อาวุธชิ้นนี้ได้โดยไม่ต้องกลัวการครองร่างจากฮาเดสอีกต่อไป

 

“การที่เจ้ามาหาโดยตรงแบบนี้ก็แสดงว่าเจ้ามีวิธี ?” กันต์เอ่ยถามด้วยลักษณะการพูดแทนตัวเองว่าข้า

 

“สำหรับข้าแล้วทุกปัญหามีวิธีแก้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่ามันต้องแลกกับสิ่งใดเท่านั้นเอง”

 

เวรัคยกคทาของเธอชูขึ้นท้องฟ้าและเริ่มเขียนวงเวทบางอย่าง

 

“เรอัส กันต์ พวกเจ้าช่วยตรึงการเคลื่อนไหวของอเมมอนให้ข้าที” เวรัคกล่าวเชิงออกคำสั่งในระหว่างที่กำลังเขียนวงเวทสีฟ้ากลางอากาศ

 

“เราเชื่อใจเจ้าได้ ?” เรอัสเอ่ยถามด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจ

 

“แล้วเจ้ามีทางเลือกอื่นไหมล่ะ ?” เวรัคถามกลับ

 

กันต์ที่เห็นสถานการณ์เริ่มไม่เข้าท่าก็จัดการแยกทั้ง 2 คนแยกจากกันในทันที

 

“เรอัส ท่านอาจารย์เรล์มของข้ามักกล่าวเสมอว่าเป้าหมายตรงหน้าสำคัญกว่าทุกสิ่งในครั้งนี้เองข้าก็อยากให้คิดเช่นนั้นไว้ก่อน”

 

เทพสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ปฏิเสธไม่ลง ก่อนที่จะออกแรงที่มีเพื่อยกพิณในมือขึ้นมา

 

สำหรับตัวเธอแล้ว เรล์มก็เปรียบเสมือนคนรักเพียงหนึ่งเดียวเธอยอมทิ้งเกือบทุกอย่างในชีวิตเพื่อเขา แต่ถ้าได้พบว่าคนที่ตัวเองรักไปอยู่กับคนอื่น มันก็คงจะรู้สึกเจ็บไม่ใช่น้อย

 

“ข้ายังเหลือพลังอยู่มากพอสมควร ท่านพร้อมไหม ?” 

 

“ฝากด้วยเรอัส” กันต์กล่าวสั้น ๆ ก่อนที่จะพุ่งตัวไปข้างหน้า

 

อเมมอนที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไหวติงก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวด้วลักษณะท่าทีที่เปลี่ยนไป

 

ทั้ง 2 คนต่างเข้าประจัญหน้ากันอีกครั้งอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง สำหรับกันต์แล้วอเมมอนถือได้ว่าเป็นคู่ปรับที่มีฝีมือพอ ๆ กับลูซิเฟอร์เลยทีเดียว

 

ในระหว่างที่กำลังสู้อยู่นั่นเองเรอัสก็ดีดพิณไปครั้งหนึ่งด้วยเสียงที่แหลมและสูง

 

นั่นจึงทำให้แขนข้างหนึ่งของอเมมอนหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

 

กันต์จึงตัดสินใจใช้โอกาสนั้นกวาดดาบฟันแขนทั้ง 2 ข้างของอเมมอนจนขาดดิ้น

 

เทพนรกที่เหลือเพียงขา 2 ข้างก็รีบถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง แต่นั่นมันก็ยังช้าเกินไปเพราะเรอัสได้ดีดพิณอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

ทันใดนั้นเองกำแพงเส้นสายมานาก็ถูกทอขึ้นที่ด้านหลังของอเมมอนและจำกัดการเคลื่อนที่ของมันไว้

 

กันต์ที่ได้จังหวะจึงไม่รอช้าเปลี่ยนดาบในมือเป็นหอกยาวและออกแรงทั้งหมดที่มีแทงออกไปอย่างเต็มกำลัง

 

หอกสีขาวส้มแทงเข้ากลางหัวใจอันเป็นแกนกลางของอเมมอนอย่างแม่นยำ พร้อมกับเปลวไฟที่เริ่มแผดเผาร่างกายของมันอย่างรุนแรง

 

อเมมอนที่ถูกหอกแทงติดเส้นใยมานาก็พยายามดิ้นและงอกแขนตัวเองขึ้นมาใหม่ แต่พอมันเอามือไปจับที่หอกเพื่อดึงออกก็กลายเป็นว่ามือของมันก็พลอยลุกไหม้ตามไปด้วย

 

“เวรัค !!!” ชายหนุ่มตะโกนเสียงดังลั่นเพื่อให้สัญญาณ

 

“ไม่ต้องบอกฉันก็รู้" เวรัคตอบกลับเบา ๆ และชี้คทาเบญจธาตุในมือของเธอตรงไปที่อเมมอน

 

ทันใดนั้นเองผลึกน้ำแข็งที่แหลมคมก็ผุดขึ้นมาจากผืนดินและพุ่งตรงเข้าไปยังร่างของเทพนรก

 

จากนั้นไม่นานผนึกน้ำแข็งก็เริ่มก่อตัวรอบ ๆ กายของอเมมอนและเพิ่มระดับความสูงขึ้นเรื่อย ๆ

 

ในขณะเดียวกันวงเวทหลายสิบวงก็เริ่มปรากฏรอบ ๆ ผนึกน้ำแข็งและปรากฏเป็นอักษรรูนโบราณมากมาย

 

ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นมันแล้วก็อาจจะนึกขึ้นมาได้ทันทีว่า ผนึกที่เวรัคเป็นคนสร้างนั้นคือผนึกในตำนาน

 

“ผนึกเหมันต์นิรันดร์ !" เรอัสที่ได้เห็นก็ถึงกับเอามือป้องปากด้วยความประหลาดใจ

 

ตัวเวรัคนั้นเคยถูกผนึกโดยเหมันต์นิรันดร์มาก่อนโดยฝีมือของจีอัส และในช่วงเวลาว่าง ๆ เธอก็มักจะหาเวลาไปตรวจสอบการทำงานของผนึกในตำนานนี้อยู่เสมอ ๆ 

 

จนกระทั่งเธอสามารถคัดลอกรูปแบบการทำงานของมันและใช้เศษซากที่หลงเหลืออยู่สร้างผนึกเหมันต์นิรันดร์อันใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

 

ซึ่งแน่นอนว่าของแบบนี้สร้างได้แค่ครั้งเดียวเพราะมีซากของมันอยู่เพียงแค่อันเดียว โดยวัตถุดิบที่ใช้สร้างผนึกนี้ก็ยังคงหายากเป็นอย่างมาก

 

กันต์ที่กำลังหอบหายใจก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันทีว่า อเมมอนที่ตัวเองได้สู้ด้วยไปเมื่อสักครู่มันแปลก ๆ เพราะมันไม่พูดมาก และไม่แข็งแกร่งเหมือนที่เคยสู้เมื่อครั้งก่อน

 

ขนาดตัวเขาที่เหนื่อยและบาดเจ็บหนักถึงขนาดนี้ยังสามารถสู้ได้อย่างสูสี นี่มันจะผิดปกติเกินไปแล้ว

 

ในระหว่างที่เวรัคกำลังรวบรวมสมาธิเพื่อผนึกอเมมอนอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มิติข้างกายของเธอก็เริ่มหมุนวนและผิดเพี้ยน

 

ทันใดนั้นเองเทพอเมมอนก็ได้ปรากฏตัวออกมาจากช่องว่างมิตินั้นและเข้าทำการพ่นเข็มพิษและระดมยิงเวททั้งหมดที่ตนมีใส่เวรัคในระยะเผาขน

 

นักเวทสาวที่กำลังใช้สมาธิอยู่นั้นก็ถึงกับหันขวับและยกมือซ้ายขึ้นบังลำคอของตน

 

วงเวทบาเรียหลายวงถูกร่ายขึ้นในเวลาอันสั้นแต่นั่นมันก็ยังไม่พอที่จะรับการโจมตีจากอเมมอนได้

 

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในระหว่างที่พวกเขาทั้ง 3 กำลังสื่อสารกันอยู่นั้น อเมมอนก็ได้ฉวยโอกาสสร้างร่างแยกของตนขึ้นมาและให้ตัวจริงเร้นกายผ่านช่องว่างมิติ และอ้อมเข้าไปโจมตีเวรัคโดยที่ไม่มีใครทันได้ตั้งตัว

 

เข็มพิษและโซ่เหล็กมากมายได้แทงเข้าไปยังร่างกายของเธอจนกายเนื้อฉีกขาด

 

คทาเบญจธาตุร่วงหล่นลงกับพื้น พร้อมกับร่างที่ล้มลงจากอาการบาดเจ็บ

 

กันต์ที่เห็นดังนั้นก็ตกใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปและยื่นมือเข้าไปคว้าแขนของเรอัสที่กำลังวิ่งเข้าไปช่วย

 

ทันใดนั้นเองอเมมอนที่กำลังหัวเราะร่าอยู่ในใจก็ถึงกับรู้สึกขนลุกซู่

 

“ฉันก็เป็นนักเวทมิติน่ะไอ้งั่ง" เสียงของเวรัคดังขึ้นจากด้านหลังของอเมมอนพร้อมกับไม้คทาของเธอที่ชี้ตรงไปยังแกนกลางหัวใจของเทพนรก

 

นักเวทสาวคนนี้เองก็ใช้แผนสร้างร่างแยกขึ้นมา แล้วให้ร่างจริงเร้นกายไปในช่องว่างมิติเช่นเดียวกันกับอเมมอน

 

สุดท้ายแล้วเทพในนรกผู้แข็งแกร่งเป็นรองเพียงฮาเดสก็ถูกแผนของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเล่นงานเข้าจนได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #664 jjleesuwan (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 09:20
    555 genius
    #664
    1
    • #664-1 SuruMaster(จากตอนที่ 230)
      7 กรกฎาคม 2563 / 10:35
      ถึงบอกว่าอัจฉริยะไงครับ 555
      #664-1
  2. #663 Fikusa (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 00:24
    เฮลโล้ มามี้ฟัคคี้ ฮ่าๆๆๆๆ
    #663
    1
    • #663-1 SuruMaster(จากตอนที่ 230)
      7 กรกฎาคม 2563 / 10:35
      Hello...5555
      #663-1
  3. #662 Chaos I (จากตอนที่ 230)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 23:59
    สายมิติเจอสายมิติ5555
    #662
    1
    • #662-1 SuruMaster(จากตอนที่ 230)
      7 กรกฎาคม 2563 / 10:34
      555ใช่ครับ เจอสายเดียวกัน
      #662-1