สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 229 : ภาค 3-บท 29 สามรวมเป็นหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

เมื่อแสงของดวงตะวันได้จางหายไปจากผลลัพธ์จากทักษะประจำอาวุธแก่นแท้ตะวันนั่นเอง

 

“เจ้าใช้เวทได้เช่นไร ทั้ง ๆ ที่ไม่มีมานา ?” อเมมอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

 

“ก็เพราะมันเป็นทักษะประจำอาวุธที่จะใช้ได้ต่อเมื่อมานาหมดเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มรีบตอบกลับไปทันที

 

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเรอัสในตอนนี้คือ กันต์ที่กำลังกุมดาบเล่มหนึ่งในมือ ซึ่งดาบเล่มนั้นก็แทงตรงเข้าไปที่ภายใต้ชุดคลุมบริเวณศีรษะของอเมมอม

 

ดาบเล่มสีส้มปนขาวและมีเส้นสายมานาสีม่วงหมุนวนอยู่โดยรอบนั้นได้แสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของมัน

 

ดาบที่เพียงแค่มองผ่าน ๆ ก็ให้ความรู้สึกถึงความตายและความหวังในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากสายเลือดมังกรอีกต่างหาก

 

ใช่แล้วดาบเล่มนี้คือดาบเล่มที่ริสาได้แทงตรงเข้าไปในอัญมณีนั่นเอง

 

อัญมณีแห่งความตาย แก่นแท้ตะวัน และอาวุธมนตรามังกรขาวได้ผสานเข้ากันกลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ

 

[ยินดีด้วยผู้เล่นได้รับไอเทมระดับเทพเจ้านามว่า ????]

 

[ความสามารถ ???????]

 

[ที่มา - ดาบซึ่งเกิดมาจากการผสานรวมระหว่างไอเทมระดับตำนาน 3 ชิ้นเข้าด้วยกัน]

 

ดังนั้นแล้วดาบเล่มนี้จึงมีความสามารถในการแผดเผาผู้ที่ไม่ถูกแก่นแท้ตะวันยอมรับ และมีความสามารถในการดึงมานาจากภพแห่งความตายมาใช้ได้ และอย่างสุดท้ายคือมันสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นอาวุธอะไรก็ได้ตามต้องการ

 

และความสามารถสุดท้ายนี้ก็มาจากอาวุธมนตรามังกรขาวของริสานั่นเอง

 

เรอัสที่ยังพอจำอาวุธในตำนานได้ก็เข้าใจขึ้นมาทันที ว่าทำไมข้อมือขวาของกันต์ที่ถูกตัดไปนั้นถึงสามารถกุมดาบได้

 

ซึ่งคำตอบก็คือกันต์ได้สั่งให้ดาบเล่มใหม่นี้เปลี่ยนสภาพเป็นมือขวาอันใหม่ของเขา และเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นดาบในเวลาเดียวกัน

 

ดังนั้นแล้วมือขวาใหม่ของกันต์นี้ก็เกิดมาจากดาบระดับเทพเจ้าเล่มนี้นี่เอง ซึ่งแน่นอนว่ามันแข็งแกร่งยิ่งกว่ามือขวาอันเก่าของเขาเสียอีก

 

อเมมอนที่โดนดาบเสียบจนทะลุผ้าคลุมก็ยื่นมือซ้ายกุมไปที่ใบดาบของกันต์ ก่อนที่มันจะรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

 

เพราะเปลวเพลิงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากดาบเล่มนี้ไม่ใช่แค่เปลวเพลิงจากตะวันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการผสานระหว่างลมหายใจมังกร เพลิงตะวัน และเพลิงแห่งความตาย เพียงแค่ได้สัมผัสก็หลอมเหลวไปถึงทรวงใน

 

เปลวไฟสีขาว ส้มและม่วงเริ่มลุกไหม้และแผดเผาชุดคลุมของอเมมอนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะดึงชุดคลุมของตัวเองทิ้งและมุ่งหน้าเข้าไปหาชายหนุ่ม

 

กันต์ยังคงแปลกใจอยู่ว่าทำไมการโจมตีของตนจึงไม่ได้ผลกับเทพนรกตนนี้ทั้ง ๆ ที่เสียบเข้ากลางหน้าผากเต็ม ๆ

 

แต่แล้วเขาก็ได้เข้าใจเหตุผลขึ้นมาทันที เมื่อได้มองภาพลักษณ์ของอเมมอนที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของชุดคลุมนั้น

 

แท้จริงแล้วกายของอเมมอนก็เป็นเพียงสสารสีดำที่มีรูปกายคล้ายกับปีศาจอัศวินดำ

 

การโจมตีไปที่ส่วนหัวของมันจึงไม่ได้ผลเพราะสิ่งมีชีวิตรูปแบบนี้ไม่มีจุดอ่อน นอกจากเสียจากว่าจะทำลายแกนกลางของมันที่อยู่ตรงหน้าอก คล้ายกับปีศาจอัศวินดำทั่วไป

 

กันต์ไม่รอช้ารีบชักดาบของตนกลับมาอีกครั้งและกวาดดาบโจมตีออกไปอย่างรวดเร็ว

 

แต่ทว่าอเมมอนนั้นเร็วกว่า มันสามารถพุ่งเข้าประชิดตัวและแทงมือของมันออกไปได้

 

เมื่อมือของเทพนรกแทงเข้ามา กลับกลายเป็นว่าการโจมตีนั้นไม่อาจเข้าถึงกายของกันต์ได้เนื่องจากเขาได้รับพลังที่อนุญาตให้ตนดึงมานาในนรกได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

ออร่าพลังงานสีม่วงเริ่มคืบคลานเข้าไปทั่วทั้งแขนซ้ายและขวาของกันต์ เพราะเขาถือดาบด้วยมือ 2 ข้าง

 

หลังจากนั้นไม่นานดวงตาซ้ายและขวาที่เป็นสีฟ้าเข้มของเขาก็เริ่มถูกแต่งแต้มไปด้วยสีขาวอันพร่ามัว แต่ยังมองได้ชัดเจนเหมือนปกติ

 

นี่มันเปรียบเสมือนกับว่าเป็นการใช้พลังจากอัญมณีที่เศษเสี้ยวของฮาเดสสิงอยู่ได้นั่นเอง เขจึงาสามารถกลับมาใช้เวทได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองงู่โซ่ขนาดยักษ์ก็พุ่งตัวเข้าหมายจะเขมือบกันต์ให้ตายคาที่

 

แต่แล้วมันกลับถูกโล่สีขาวส้มม่วงกระแทกอัดเข้าข้างลำตัวเต็ม ๆ

 

ในเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้ กันต์ได้ทำการเปลี่ยนสภาพจากดาบเป็นโล่กลมขนาดใหญ่และซัดโล่เข้ากระแทกโจมตี

 

งูสีเงินที่มีขนาดร่างกายยาวกว่า 10 เมตรถึงกับกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น และหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

 

ถ้าหากถามว่าตอนนี้กันต์มีระดับพลังอยู่ที่เท่าไหร่ ก็สามารถตอบได้เลยว่าประมาณขั้นเทพต้นกำเนิดระดับ 60 นั่นเอง

 

แต่ถ้าเขาขาดการเชื่อมต่อกับดาบระดับเทพเจ้าเล่มนี้เมื่อไหร่ นั่นก็จะทำให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มเลเวลไม่กี่สิบเช่นเดิม

 

อเมมอนอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังวุ่นอยู่กับงู่โซ่ ทำการร่ายเวทและโจมตีด้วยเข็มพิษนับพันเล่มที่พ่นออกมาจากฝ่ามือ

 

เรอัสที่เห็นท่าไม่ดีก็พยายามรีดแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดยกพิณขึ้นมาเตรียมดีดอีกครั้ง

 

“เรอัส เก็บพลังของเจ้าไว้ก่อน” กันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ก่อนที่จะกระทืบเท้าลงไปกับพื้นและตั้งโล่ขึ้นรับการโจมตี

 

เทพสาวที่ได้ยินดังนั้นจึงไม่กล้าขัดใจชายหนุ่มและตัดสินใจเก็บแรงไว้หนี เผื่ออเมมอนเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีใส่เธอแทน จะได้ไม่เป็นภาระของกันต์ต้องมาคอยปกป้อง

 

เข็มพิษนับพันเล่นไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้กับโล่ระดับเทพเจ้านี่ได้ เพราะมานาอันมหาศาลที่ปกคลุมทั่วทั้งร่างขอกันต์อยู่นั้น ก็เปรียบเสมือนเกราะอีกชั้นที่เสริมทับเข้าไป

 

อเมมอนที่เห็นว่าการโจมตีของตนไม่ได้ผลจึงดึงเข็มพิษทั้งหมดกลับมา และถอดถุงมือหนังของตนออก

 

ด้วยความที่ความเร็วของทั้งคู่มีพอ ๆ กันจึงทำให้อเมมอนสามารถพุ่งเข้าประชิดตัวชายหนุ่มได้ในเวลาอันสั้น ก่อนที่จะประเคนหมัดเข้าไปตรงกลางโล่

 

แรงกระแทกจากกำปั้นของอเมมอนทำให้กันต์ต้องถอยไปกว่าหลายก้าวด้วยกัน และนั่นมันก็ทำให้เขารู้ว่ามือเปล่าของเทพนรกตนนี้ไม่อาจประมาทได้

 

กันต์จึงเปลี่ยนโล่ในมือให้กลายเป็นสนับมือใส่ไว้ในมือทั้ง 2 ข้าง และตั้งท่าพร้อมโจมตี

 

หลังจากนั้นการต่อสู้กันด้วยหมัด ลูกเตะ และการชิงไหวชิงพริบจึงเริ่มต้นขึ้น

 

ทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของอเมมอนนั้นถือได้ว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม บางทีอาจจะเหนือกว่าเครกไปเลยก็ได้ด้วยซ้ำ

 

แต่กันต์ก็สามารถแก้เกมไปได้ด้วยการเปลี่ยนอาวุธไปเป็นดาบ มีดสั้น ธนู และอีกมากมายเพื่อไม่ให้อเมมอนจับทางวิชาต่อสู้ของตนได้

 

ทักษะต่อสู้ของชายหนุ่มนั้นเป็นวิชาต่อสู้ที่ผสานการใช้อาวุธเกือบทุกแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมันก็เข้าขาได้ดีกับอาวุธระดับเทพเจ้าในมือของเขานี้

 

ผลลัพธ์ของการปะทะในครั้งนี้เรียกได้ว่าบาดเจ็บหนักกันทั้ง 2 ฝ่าย

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่กันต์รู้ดีอยู่แก่ใจซึ่งนั่นก็คือเทพนรกเหล่านี้ไม่สามารถตายได้ เมื่อพวกมันตายลงไปแล้วก็จะคืนชีพกลับมาใหม่ วนเวียนไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จบ

 

ตัวของกันต์เองก็อยากใช้เหล่าทักษะจากตัวละครต่าง ๆ ใจแทบขาด แต่เขาก็รู้ขีดจำกัดของร่างกายนี้ของตนดี

 

แค่รับพลังมานาจากนรกจนมีระดับพลังทะลุมาถึงขั้นเทพต้นกำเนิดได้ ก็เกือบจะถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว

 

หากฝืนเพิ่มพลังเข้าไปมากกว่านี้คงมีหวังร่างได้ระเบิดตายคาที่แน่

 

“อเมมอน เจ้าก็รู้ดีว่าการต่อสู้นี้ของเจ้าและข้ามันไม่มีวันจบ เจ้าจะยื้อต่อไปเพื่อสิ่งใด ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางหอบหายใจช้า ๆ

 

ในขณะนี้ทั้ง 2 ต่างถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ทั้งคู่แล้ว จะเปรียบก็ประมาณพักรบชั่วคราว

 

“ข้ายังสงสัยเหลือเกินว่าเศษเสี้ยวของท่านฮาเดสที่อยู่ในนั้น ทำไมถึงไม่สามารถรุกคืบเพื่อครองร่างของเจ้าได้เช่นเดียวกันกับก่อนหน้านี้”

 

อเมมอนเตะกองขี้เถ้าชุดคลุมของตนด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ และไม่สนที่จะตอบคำถามของชายหนุ่ม

 

กันต์รู้ดีว่ายิ่งการต่อสู้นี้ยื้อต่อไปอีกนานเท่าไหร่ฝ่ายที่แพ้คงหนีไม่พ้นเขาอย่างแน่นอน เรอัสเองก็พึ่งฟื้นฟูพลังกลับคืนมาได้ไม่มากเท่าไหร่

 

“วิธีเดียวที่จะเอาชนะมันได้คือผนึกมันในเหมันต์นิรันดร์เหมือนกับที่ท่านฮาเดสเคยทำ” เรอัสที่เงียบมาตั้งแต่ต้นเริ่มพูดออกมา

 

“อเมมอนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนิสัยของท่านฮาเดส และตัดสินใจโน้มน้าวให้ฮาเดสกลับมากระหายสงครามเช่นเมื่อก่อน แต่ในท้ายที่สุดแล้วอเมมอนก็ถูกผนึกโดยฝีมือของท่านฮาเดสเอง”

 

“เงียบปากไป ! ถ้าข้าสามารถชิงพลังจากเจ้ามาได้เมื่อไหร่ เจ้าก็จะกลายเป็นแค่เทพผู้อ่อนแอเช่นแต่ก่อน” อเมอนตวาดใส่ด้วยความโกรธแค้นชิงชัง

 

ทั้งกันต์และเรอัสไม่ได้สนใจคำพูดของอเมมอมมากเท่าไหร่นักจึงกลับมาคุยดันต่อ

 

“เรื่องนี้ข้าผิดเอง ถ้าอารมณ์ของข้าไม่ถูกเพลิงโทษะและความเศร้าโศกกลืนกิน พายุหิมะในภพแห่งนี้ก็จะหนาวเหน็บและเสริมพลังให้กับผนึกเหมันต์นิรันดร์ได้ อเมมอนคงไม่อาจหนีออกจากผนึกได้เช่นนี้”

 

“แต่เราจะไปหาผนึกมาจากไห---”

 

ไม่ทันที่กันต์จะได้พูดจบเขาก็เริ่มรู้สึกเจ็บบริเวณกระดูกไหปลาร้า และทรุดเข่าลงไปชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะรีบลุกขึ้นมารับการโจมตีของอเมมอนต่อ

 

สภาพของกันต์ในตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะไม่ไหวแล้ว เรียกให้เรอัสมาช่วยสู้ก็ไร้ประโยชน์เพราะยังไงพวกเขาก็ฆ่ามันให้ตายไม่ได้

 

ในช่วงที่สถานการณ์กำลังสิ้นหวังอยู่นั่นเองอยู่ ๆ ทักษะสัมผัสเวทของกันต์ก็แจ้งเตือนเข้ามาถึงการปรากฏขึ้นของประตูมิติเบื้องหลังของตน

 

เมื่อชายหนุ่มหันหลังไปก็พบเข้ากับประตูมิติบานสีฟ้าที่ถูกเปิดออกกลางอากาศ

 

ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์และลมพายุหิมะที่กรรโชกแรง ได้มีหญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเท้าเดินออกมาจากประตูมิติ

 

ทั้งรูปลักษณ์และเครื่องแต่งกาย ใบหน้าที่เย็นชา รูปลักษณ์ที่สวยงาม สายตาที่เฉียบคม รวมไปถึงคทาเบญจธาตุของจริงจึงทำให้กันต์รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นใคร

 

นักเวทสาวเวรัคค่อย ๆ เดินลงมาจากท้องฟ้าโดยทุกครั้งที่ก้าวเท้าลงมาจะมีแผ่นเกล็ดหิมะขนาดใหญ่คอยรองรับการย่างก้าวของเธอ

 

การปรากฏตัวในครั้งนี้ของเวรัคทำให้กันต์รู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอสามารถหลุดพ้นจากข้อจำกัดของระบบได้สำเร็จ และกลับมาควบคุมร่างของตนเองอีกครั้งได้

 

ในกรณีของคล็อดก็มักจะมีโซ่สีขาวที่คอยฉุกรั้งกายไว้แทบจะตลอดเวลา เพื่อขัดขวางการเดินทางตามใจอยาก

 

ส่วนเวลโดรก็จำใจต้องจำศีลเพราะถูกระบบจำกัดข้อห้ามไว้ไม่ให้ควบคุมร่างกายของตนเองได้

 

แต่ทว่าเวรัคกลับหลุดพ้นจากการกักขังของระบบออกมาเดินเล่นได้อย่างสบาย ๆ ราวกับว่าระบบก็ไม่อาจขัดขวางความต้องการของเธอได้

 

“เป้าหมายของเธอในครั้งนี้คืออะไร ?” กันต์ที่ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าถึงกับเอ่ยปากถามตัวเองออกไป

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #661 Fikusa (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 16:28
    แบ็คเยอะก็เงี้ย
    #661
    1
    • #661-1 SuruMaster(จากตอนที่ 229)
      6 กรกฎาคม 2563 / 18:31
      เรียกเมียเยอะก็ไม่ผิดนะครับ 555
      #661-1
  2. #659 Chaos I (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 01:42
    ป้าเวรัคสุดOp!
    #659
    1
    • #659-1 SuruMaster(จากตอนที่ 229)
      6 กรกฎาคม 2563 / 18:32
      opมาตั้งนานล่ะครับถ้าหมายถึงเรื่องมันสมอง 555
      #659-1
  3. #658 Agira (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 21:41
    มาเป็นเมียนายไง (ล้อเล่นครับ)
    #658
    1
    • #658-1 SuruMaster(จากตอนที่ 229)
      5 กรกฎาคม 2563 / 23:27
      อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะครับ 555
      #658-1
  4. #657 soraraccoonza (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 21:13
    สวยยยย
    #657
    1
    • #657-1 SuruMaster(จากตอนที่ 229)
      5 กรกฎาคม 2563 / 23:27
      555 แน่นอนครับ
      #657-1