สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 206 : ภาค 3-บท 6 กองทัพลอบสังหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ณ บริเวณใกล้เคียงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

 

กันต์ในร่างอาร์เซนกำลังนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ไปไม่ไกลนัก

 

พวกเอลฟ์มักจะใช้ไฟที่เกิดจากมานาเพื่อเป็นแสงส่องสว่างยามค่ำคืนให้กับเมือง จึงทำให้ดวงไฟสีเขียวบริเวณแถวนี้สว่างมากกว่าปกติ แต่ไม่ว่าจะยังไงมันก็ยังมีจุดที่ไฟส่องไม่ถึงเช่นตรงที่เขากำลังนั่งอยู่นี้

 

"จะว่าไปแล้วเจ้าหญิงเอลฟ์คนปัจจุบันมีหน้าตาเป็นยังไงกัน ?"

 

ถ้าหากเขาไม่รู้เป้าหมายของตัวเองแล้วจะทำภารกิจสำเร็จได้เช่นไร นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังคิด

 

"เจ้าเป็นใครแล้วมีเป้าหมายอะไร ?" เสียงเรียกของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของชายหนุ่ม

 

อาร์เซนที่ได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ เอลฟ์สาวคนนี้สามารถหาเข้าเจอได้ยังไง

 

"ห้ามขยับและตอบมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นลูกศรของข้าได้เป่ากบาลเจ้าแน่"

 

เมื่อสิ้นเสียงของเธอก็ตามมาด้วยเสียงของสายคันศรที่กำลังถูกง้างออก

 

"ถ้าทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าเจ้าคิดจะสังหารสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เดียวกับตัวเอง" กันต์ในร่างอาร์เซนตอบกลับในขณะที่ยังหันหลังให้กับเธอ

 

[จิตใต้สำนึกของอาร์เซนกำลังขอให้คุณ หลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่ไม่จำเป็น]

 

"เจ้าหาใช่เอลฟ์ธรรมดาไม่ เจ้าเป็นสายเลือดผสมไม่มีสิทธิ์พูดเช่นนั้น"

 

ตั้งแต่เมื่ออดีตเผ่าเอลฟ์และคนแคระมักไม่ค่อยถูกกันอยู่เสมอเพราะด้วยเหตุผลหลายประการ มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกครึ่งอย่างอาร์เซ็นจะถูกรังเกียจและไม่นับเป็นพวกเดียวกัน

 

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่มีสายเลือดผสมมาอยู่ที่นี่ในอาณาจักรเอลฟ์

 

"ไม่ว่าจะผ่านไปก็ร้อยปี ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจริง ๆ"

 

อาร์เซนเอ่ยพลางลุกขึ้นยืนและยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย

 

ทันใดนั้นเองลูกศรมานาสีเขียวเข้มก็ได้มุ่งตรงหมายจะแทงเข้าที่ขาของอาร์เซน เพราะเธอไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเขาให้ถึงชีวิต

 

แต่เมื่อลูกศรดอกนั้นเข้ามาใกล้เขาทิศโจมตีของมันกลับถูกเบี่ยงเบนออกไป และโจมตีพลาดในที่สุด

 

"คราวหน้าลองไปฝึกมาใหม่น่ะ แม่สาวน้อย" อาร์เซนหันหลังกลับและกระโดดลงไปจากกิ่งไม้ทันที

 

เมื่อเท้าของเขาเหยียบลงพื้นแล้วก็หายลับไปกับความมืดและพุ่มไม้

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเอลฟ์สาวที่หมายจะยิงอาร์เซนเมื่อกี้ ก็ทำได้เพียงนิ่งค้างอยู่กับที่และพึมพำเบา ๆ ออกมา

 

"เหตุใดสายลมถึงเลือกเขามากกว่าข้า"

 

คันศรในมือของเธอกำลังสั่นเทาด้วยความสับสนและงุนงง

 

สายลมที่พุ่งออกไปพร้อมกับลูกศรของเธอ มันไม่ยอมโจมตีใส่เขา มันเป็นเพราะอะไรกัน

 

มันให้ความรู้สึกราวกับว่าธรรมชาติอยู่ข้างเดียวกับชายคนนี้

 

ทันใดนั้นเองเหล่าทหารเอลฟ์อีกหลายสิบนายก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเธอ

 

"ท่านราชินีได้โปรดกลับไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ในขณะนี้เรากำลังถูกลอบโจมตีโดยกองกำลังไม่ทราบฝ่าย"

 

เมื่อการผัดเปลี่ยนเวรยามได้เริ่มขึ้น ทหารบางส่วนก็เริ่มสังเกตเห็นถึงเพื่อนร่วมรบของตนที่หายสาบสูยไปจำนวนมาก อีกทั้งยังมีรอยเลือดและร่องรอยการต่อสู้ทั่วบริเวณ

 

อีกทั้งศพของทหารเอลฟ์ที่ตายยังถูกเอาไปซ่อนอีกด้วย พวกเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การโจมตีโดยกองกำลังธรรมดา ๆ

 

แถมยังไม่รู้เป้าหมายที่แน่ชัด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยพวกเขาจึงต้องนำทางราชินีกลับไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก

 

กลับไปที่อาร์เซน

 

กันต์กำลังควบคุมร่างของอาร์เซนให้เดินผ่านพุ่มไม้ท่ามกลางความมืดมิด เพื่อมุ่งหน้าไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

 

[ยินดีด้วยเลเวลของตัวละครขึ้นมาถึงเลเวล 70 แล้ว]

 

[ผู้เล่นสามารถกลับไปยกระดับทักษธได้ที่ห้องโถงหลักของระบบ]

 

"ขอบคุณที่เตือน" ชายหนุ่มไม่ได้คิดจะสนใจคำพูดของระบบมากนัก เพราะในตอนนี้เขามีภารกิจต้องทำ

 

แต่ที่น่าแปลกคือเขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณแถบนี้

 

เมื่อลองสังเกตให้ดี ๆ แล้วจะเห็นได้ว่าศพของทหารเอลฟ์มากมายถูกนำมาเก็บและซ่อนเอาไว้ตามพุ่มไม้และต้นไม้ต่าง ๆ

 

"พวกมันเป็นใครกันแน่ ถึงสามารถทำได้ขนาดนี้" อาร์เซนรีบเข้าไปตรวจสอบร่างของศพ เพื่อดูว่ามีร่องรอยบาดแผลอะไรบ้าง

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเสียงสั่นของระฆังก็ได้ดังขึ้น มันเป็นสัญญาณเตือนถึงทุก ๆ คนว่าอาณาจักรเอลฟ์กำลังถูกโจมตีและเตรียมการป้องกันโดยด่วน

 

เสียงของฝีเท้าและชุดเกราะที่กระทบกันไปมาดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากบริเวณโดยรอบ ดวงไฟสีเขียวมากมายถูกจุดขึ้นเพื่อความสว่างที่มากกว่าเดิม

 

เป้าหมายของเหล่าเอลฟ์ในตอนนี้คือตามหาผู้ที่ลอบสังหารทหารของพวกเขาแล้วสังหารทิ้ง

 

แต่ถ้าพวกเขาเจอผมก่อนล่ะ เขาจะฆ่าหรือจะไถ่ถามหาควาจริงก่อน

 

ในระหว่างที่อาร์เซนกำลังเดินตัดผ่านพุ่มไม้ไปอยู่นั่นเอง เขาก็สังเกตเห็นเงาของใครบางคนที่เดินผ่านตรงหน้าไปอย่างรวดเร็ว

 

อาร์เซนรีบย่องตามหลังไปติด ๆ และหยุดเมื่อพบว่าบุคคลตรงหน้าคุกเข่าลงกับพื้นและเล็งหน้าไม้ไปยังทิศตรงหน้า

 

แต่ก่อนที่มันจะได้โจมตีออกไปนั้น มันรีบหันหลังกลับมาอย่างกะทันหันและเล็งยิงหน้าไม้ใส่เขาแทน

 

สายลมที่อยู่โดยรอบตัวอาร์เซนเริ่มทำงานและเบี่ยงทิศทางโจมตีของลูกศรของหน้าไม้ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

"พวกนี้มัน" อาร์เซนหยิบคันศรออกมาจากหลังและเริ่มง้างสายธนู

 

บุคคลตรงหน้าของเขาคำรามออกมาราวกับปีศาจ พร้อมกับคว้าดาบสีดำเล่มหนึ่งขึ้นมาและพุ่งตัวเข้าโจมตี

 

ลูกศรมานาสีเขียวฟ้าของอาร์เซนถูกยิงออกไปด้วยความเร็วที่สูงยิ่งกว่าลูกกระสุนปืนเป็นเท่าตัว

 

แต่ทว่ามันกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดายและไม่มีแสดงออกถึงท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด

 

อาร์เซนเปลี่ยนไปถือคันศรด้วยมือซ้ายและใช้มือขวาชักมีดสั้นสีเงินออกมา

 

สายลมเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วที่บริเวณฝ่าเท้าของอาร์เซน และดีดร่างของเขาให้พุ่งไปข้างหน้าคล้ายกับสปริง

 

ใบมีดสีเงินเข้าฝันใส่ลำคอของคู่ต่อสู้โดยที่มันไม่ทันได้รู้สึกตัว

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองลูศรที่ถูกยิงออกไปตอนแรกก็หวนกลับมาคล้ายบูมเบอแรง และเจาะทะลุเข้าศีรษะของนักรบคนนี้เต็ม ๆ

 

ร่างของเขาทรุดลงกับพื้นและสลายหายกลายเป็นฝุ่นผงสีดำลอยขึ้นไปบนอากาศ

 

การโจมตีของอาร์เซนถึงจะมีควาารุนแรงน้อยกว่าแต่ถ้าหากผสานกับสายลมแล้ว พลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้อาร์เซนสามารถต่อกรกับเลเวล 80 ได้ถึงแม้ว่าตัวเองจะมีเลเวลอยู่ที่ 70 ก็ตามที

 

นักรบที่บ้าบิ่นไม่กลัวตาย ไม่รักชีวิต สนแต่คำสั่งและภารกิจ ร่างกายเป็นสีดำเทาไม่แสดงออกถึงความมีชีวิตชีวา เลือดเนื้อก็ไม่มี สิ่งแบบนี้เราเรียกมันว่านักรบเงา

 

เหตุผลที่พวกมันไม่สามารถตรวจจับโดยทักษะประจำเผ่าเอลฟ์ได้นั่นก็เพราะ พวกมันไม่มีแม้แต่ชีวิตและมานา ดังนั้นพวกมันจึงร่ายเวทไม่ได้ มันก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน

 

แต่พวกมันมาที่นี่ได้ยังไงกัน ใครเป็นคนส่งพวกมันมา คาเรอัส ?

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองอาร์เซนก็ได้ยินเสียงคำรามของบางสิ่งบางอย่างอันน่าคุ้นเคย มันเป็นเสียงคำรามของโครงกระดูกร่างยักษ์

 

"คาอัส ? มันกำลังเกิดบ้าอะไรขึ้นที่เผ่าปีศาจกัน ไม่คิดจะสนคำสั่งเวลโดรแล้วรึไง" อาร์เซนไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าตรงไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทันที

 

ถ้าถึงระดับที่คาอัสออกมาด้วยตัวเอง ความตายของราชินีเอลฟ์คงมีโอกาสสำเร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

 

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเหตุผลหรือคำตอบให้กับคำถามอีกต่อไปแล้ว การล่มสลายของอาณาจักรเอลฟ์กำลังใกล้เข้ามา

 

กองทัพลอบสังหารที่ระบบกล่าวถึงมันก็คือกองทัพนักรบเงาอันน่าหวาดกลัวของคาอัสไม่ผิดแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #553 Fikusa (จากตอนที่ 206)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 16:31
    ปวดหัวเรื่องคนของตัวเองตีกันเองเนี่ยแหละ
    #553
    1
    • #553-1 SuruMaster(จากตอนที่ 206)
      22 พฤษภาคม 2563 / 20:31
      555 มันก็ต้องมีบ้างละครับ
      #553-1