สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 192 : ภาค 2-บท 92 จอมมารอาร์คนอส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 573
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

ใบหน้าของชายผู้เป็นจอมมารตนปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งที่แปลกตามากสำหรับกันต์

 

เขาดูหนุ่มกว่าที่คิด ปกติพวกจอมมารมักจะมีหน้าตาที่ดูคล้ายคลึงกับพวกนักเลงไม่ก็ยากูซ่าแถวประเทศญี่ปุ่น

 

ไอ้การที่จอมมารแต่ละคนมักมีหน้าตาแลดูโหด ๆ นั่นก็เพราะการควบคุมกองทัพปีศาจมันใช้ความอ่อนโยนไม่ได้ มันต้องใช้ความเด็ดขาดและความน่าเกรงขาม ซึ่งมันก็ทำให้เรื่องหน้าตาและน้ำเสียงสำคัญขึ้นมาทันที

 

แต่ในทางกลับกันอาร์คนอสดันมีใบหน้าที่หล่อเหลา ประกอบกับผิวสีขาวเนียนราวกับหญิงสาว จนเกือบทำให้กันต์คิดว่าอาร์คนอสเป็นผู้หญิง

 

"ข้ารอวันนี้มาแสนเนิ่นนาน ท่านเองก็เช่นกันสินะเวลโดร" อาร์คนอสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ

 

"ไม่ต้องพูดให้มากความ เจ้านำความอัปยศอดสูมาสู่เผ่าปีศาจและตระกูลจอมมารมามากพอแล้ว" เวลโดรประกาศกร้าวและก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า

 

"ท่านมีสมญานามว่าราชันจอมมารผู้อยู่เหนือจอมมารทั้งปวง แต่กลับมีพลังเพียงเท่านี้ ?"

 

อาร์คนอสลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์และปลดปล่อยพลังเกือบทั้งหมดที่แฝงเร้นภายในกายออกมา

 

บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันเพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของอาร์คนอส

 

"เลเวล 98 ?" กันต์ในร่างเวลโดรพึมพำออกมาเบา ๆ

 

มันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้จอมมารผู้ที่มีเลเวลสูงขนาดนี้ไม่คิดจะล้างบางเผ่าพันธุ์มนุษย์เสียที มันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้จอมมารคนนี้ทำตัวเหลวแหลกราวกับเด็กไม่รู้จักโต

 

ละทิ้งหน้าที่จอมมารที่ได้รับมาเพื่อเล่นสนุกและออกคำสั่งมั่วซั่วไร้ประโยชน์ ใช้อำนาจในทางที่ไม่ก่อให้เกิดผลดี

 

นั่นคือเหตุผลจากเหล่าปีศาจมากมายไม่นับถือ ไม่เคารพ จอมมารอาร์คนอส แต่เพราะเลเวลที่สูงพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำสั่ง

 

ตลอดเส้นทางการเดินทางจากป้อมปราการทมิฬมายังปราสาทจอมมาร เวลโดรได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน

 

"ท่านกำลังสงสัยในจุดประสงค์ของข้าเช่นนั้นหรือ ?" อาร์คนอสเอ่ยถามด้วยความรู้สึกสนุก

 

เวลโดรเงียบและตอบกลับโดยการสร้างดาบมานาเล่มสีม่วงเข้มในกำมือ

 

"ท่านเองก็คงมีเรื่องต้องจัดการสินะ แต่อย่างน้อยเราก็ควรจะทำให้การแย่งชิงบัลลังก์ในครั้งนี้มีผู้ร่วมเห็นเหตุการณ์"

 

อาร์คนอสชูมือขวาขึ้นบนท้องฟ้าและร่ายเวทออกมาอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อเวลโดรกระพริบตาอีกครั้งหนึ่ง ก็กลายเป็นว่าเขาไม่ได้อยู่ในตัวปราสาทอีกต่อไปแล้ว

 

เขากำลังยืนอยู่บนวงเวทสีม่วงขนาดใหญ่กว่าหลายร้อยตารางเมตร ซึ่งวงเวทวงนี้ก็กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือลานกว้างหน้าปราสาทไม่มากนัก

 

ที่บริเวณพื้นเบื้องล่างปรากฏให้เห็นเหล่าปีศาจหลากหลายสายพันธุ์กำลังจ้องมองขึ้นมา

 

ผู้นำกองพันปีศาจทั้งหลายแหล่กำลังจ้องมองด้วยความรู้สึกมากมายภายในใจ

 

คาเรอัส คาอัส และราชันก็อบลิน รวมถึงหัวหน้าเผ่าไซเรนเองก็ยังไม่มั่นใจนักว่าเวลโดรจะเอาชนะอาร์คนอสได้

 

เพราะความแข็งแกร่งทางด้านการต่อสู้ของอาร์คนอสมันเป็นของจริง เขาถึงยังสามารถปกป้องบัลลังก์จอมมารได้จนมาถึงทุกวันนี้

 

มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าหากจอมมารอาร์คนอสฉลาดกว่านี้เผ่าปีศาจคงรุ่งเรืองไปแล้ว อีกทั้งยังมีบุญเก่าจากจอมมารเวลโดรอีก แต่อาร์คนอสกลับละทิ้งโอกาสเหล่านั้นเสียทั้งหมด

 

บนวงเวทสีม่วงขนาดใหญ่ที่กำลังทำหน้าที่เสมือนสนามประลอง มีเพียงเวลโดรและอาร์คนอสเท่านั้นที่กำลังยืนอยู่

 

"ท่านได้รับสมญานามว่าราชันแห่งจอมมาร ผู้อยู่เหนือจอมมารทั้งมวล แต่ในวันนี้สมญานามนั้นกำลังถูกแย่งชิงโดยข้าผู้นี้ ส่วนเรื่องอื่นมันไม่สำคัญ"

 

เมื่อสิ้นเสียงของอาร์คนอส กันต์ก็เข้าใจขึ้นมาทันทีเลยว่าแท้จริงแล้วความต้องการของอาร์คนอสคือสิ่งใด

 

เขาต้องการที่จะเอาชนะเวลโดรเพื่อที่จะได้แสดงให้ทุกตนได้เห็นว่าตัวเองสามารถเอาชนะราชันจอมมารได้ ดังนั้นอาร์คนอสก็จะได้รับสมญานามราชันจอมมารไปแทน

 

บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่อาร์คนอสเฝ้ารอและต้องการมาตั้งแต่ต้น

 

"ท่านต้องการบัลลังก์ ส่วนข้าอยากได้สมญานาม ฝ่ายใดชนะก็จะได้รางวัลสมใจไป แต่ถ้าหากฝ่ายใดแพ้ก็จะสูญเสียทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตของตนเอง"

 

อาร์คนอสเปิดฉากการโจมตีด้วยการพุ่งตัวเข้ามาประกบด้านขวาของเวลโดรอย่างรวดเร็ว พร้อมกับออกหมัดตรงหมายจะอัดหมวกเกราะของเวลโดรให้ยับ

 

ในระหว่างทางกันต์ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากปีศาจตนอื่น ๆ เกี่ยวกับความสามารถของอาร์คนอสมาแบบคร่าว ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ อาร์คนอสใช้เพียงมือเปล่ามาตลอดไม่เคยใข้อาวุธใด ๆ เลย

 

กันต์จึงตั้งใจจะใช้ข้อได้เปรียบตรงจุดนี้ในการใช้อาวุธเพื่อระยะโจมตีที่มากกว่า

 

เวลโดรเบี่ยงตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาและสวนกลับด้วยการตวัดดาบโจมตีอย่างรวดเร็ว

 

แต่ทว่าอาร์คนอสกลับสามารถรับดาบของเขาไว้ได้ด้วยมือเปล่า

 

ฝ่ามือและผิวอันขาวเนียนของอาร์คนอสกุมไปที่ใบดาบสีม่วงและบีบจนแตกคามือ

 

ดูเหมือนว่าร่างกายของอาร์คนอสจะแข็งแรงและทนทานมากกว่าปกติจนน่าหวาดกลัว การทำลายอาวุธที่ถูกสร้างจากมานาได้นั้นไม่ใช่เรื่อง่าย

 

"ถ้าข้ามีกรงเล็บอย่างท่านก็คงดีไม่ใช่น้อย ก็นั่นสินะท่านเป็นลูกของจอมมารกับเผ่ามนุษย์หมาป่าจึงมีกรงเล็บ"

 

ตระกูลจอมมารนั้นคือตระกูลที่ลึกลับและซับซ้อนมากที่สุดเพราะเป็นตระกูลที่สามารถมีลูกได้โดยไม่ต้องอาศัยเพศก็ได้ 

 

แต่ถ้าอยากให้ลูกที่กำเนิดออกมามีลักษณะที่แตกต่างออกไปก็ต้องไปร่วมรักกับเผ่าอื่น ตัวของอาร์คนอสก็น่าจะเกิดจากวิธีนี้ แต่เป็นของผู้ที่มีสายเลือดจอมมารตนใดก็ไม่อาจทราบ

 

อาร์คนอสกล่าวพร้อมกับหมุนตัวเตะหมายจะโจมตีอัดท้องน้อยของเวลโดร

 

แต่ทว่าเวลโดรกลับสามารถใช้มืออีกข้างกุมไปที่ขาขวาของอาร์คนอสได้สำเร็จก่อนที่จะโดนโจมตี

 

"ดึงวิญญาณ" กันต์ในร่างเวลโดรได้ร่ายเวทออกมา ก่อนที่จะสลายดาบเล่มสีม่วงในกำมือและชกอัดหน้าอาร์คนอสไป

 

ทักษะดึงวิญญาณส่งผลให้อาร์คนอสสติหลุดไปชั่วขณะ เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้งก็โดนกรงเล็บของเวลโดรตวัดโจมตีเฉียดผิวหนังกะพุ้งแก้มไป ถ้าเขารู้สึกตัวช้ากว่านี้มีหวังโดนเสียบทะลุปากไปแล้ว

 

อาร์คนอสถอยห่างจากระยะโจมตีและเอามือลูบไปที่บาดแผลของตน

 

"ไม่น่าเชื่อว่ากรงเล็บคู่นั้นจะสามารถทำให้ข้าเกิดบาดแผลได้ มันคงจะเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งขึ้นตามเจ้าของสินะ"

 

ออร่าสีม่วงที่ปรากฏขึ้นรอบกายของเวลโดรนั้นกำลังลุกโชนราวกับเปลวเพลิงไม่มีผิด ใช่แล้วเขากำลังใช้ทักษะราชันสีอินทนิลนั่นเอง

 

ความหวาดกลัวจากกองทัพปีศาจนั้นมีไม่มากก็จริง แต่ด้วยจำนวนที่มากมายจึงทำให้เวลโดรมีเลเวลพุ่งมาถึง 98 เท่ากับอาร์คนอสพอดิบพอดี

 

หลังจากนั้นการต่อสู้โดยใช้มือเปล่าของทั้งคู่ก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าฝ่ายที่ได้เปรียบมันก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น

 

อาร์คนอสมีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่าก็จริง แต่กันต์คืออัจฉริยะด้านการลอกเลียนแบบและมีความเข้าใจสูง จึงทำให้เขาสามารถคิดค้นวิธีการรับมือ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีให้เข้ากับอาร์คนอสได้อย่างไม่ยากเย็น

 

ถ้าการต่อสู้ยังคงดำเนินเช่นนี้ต่อไป ชัยชนะก็จะพลิกกลับมาอยู่ฝั่งของเวลโดร ซึ่งเรื่องนี้ทั้งคู่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

 

จอมมารอาร์คนอสถอยหลังกลับมาตั้งหลักใหม่อีกครั้งและปาดเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลบริเวณต้นแขนทิ้ง

 

บาดแผลที่เกิดจากกรงเล็บปรากฏให้เห็นมากมายหลายจุด แต่ก็เป็นเพียงแค่แผลถลอก ๆ เท่านั้น

 

"ข้าเชื่อว่าท่านจักต้องประทับใจในสิ่งนี้แน่" อาร์คนอสกล่าวพร้อมกับดึงดาบเล่มหนึ่งออกมาจากช่องว่างมิติ

 

มันเป็นดาบเล่มสีดำที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ลายสลักรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวบนใบดาบมันช่างให้ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก

 

ใช่แล้วมันคือดาบกลืนรัตติกาล อันซึ่งเป็นดาบคู่ใจของเรล์มเมื่อหนึ่งพันปีก่อนนั่นเอง

 

"ท่านเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าต้องใช้ดาบเล่มนี้" อาร์คนอสกล่าวพร้อมกับตวัดดาบโชว์

 

เวลโดรรู้ตัวดีว่ามันคือดาบที่มีความสามารถพิเศษในการดูดกลืนพลังของตนได้ มันไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดว่าทำไมอาร์คนอสถึงมีมัน แต่ต้องคิดถึงวิธีเอาชนะมากกว่า

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรที่เห็นดังนั้นก็รีบพูดขึ้นมาทันที

 

"จงอย่ามองว่ามันเป็นสิ่งอันตราย เมื่อหนึ่งพันปีที่แล้วพลังส่วนหนึ่งของข้าถูกผนึกในดาบเล่มนัน้ ถ้าเจ้าสามารถดึงพลังกลับคืนมาได้ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของข้าก็จะเผยออกมา"

 

ถ้าเอาตามเนื้อเรื่องมันก็เป็นอย่างที่เวลโดรพูดจริง ๆ เมื่อหนึ่งพันปีที่แล้วเรล์มได้ใช้ดาบเล่มนี้ดูดกลืนพลังของเวลโดรเข้าไป 20% ก่อนที่มันจะหายสาบสูญไป

 

โอกาสมันกลับมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาต้องคว้ามันไว้ให้ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #480 soraraccoonza (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 12:19
    จะเวล100ไหม5555
    #480
    1
    • #480-1 SuruMaster(จากตอนที่ 192)
      8 พฤษภาคม 2563 / 18:00
      100 คือเวลตันเลยละครับ
      #480-1
  2. #478 เอารถพ่วงมาไถนา (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 12:04
    ปรากฎว่ากลายเป็นส่งเนื้อเข้าปากเสือแทน 5555555
    #478
    1
    • #478-1 SuruMaster(จากตอนที่ 192)
      8 พฤษภาคม 2563 / 17:59
      5555 มันคงเป็นโชคดีของพี่แกนะครับ
      #478-1
  3. #477 Fikusa (จากตอนที่ 192)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 10:49
    ดึงพลังออกมาได้แล้วก็ส่งดาบไปให้เรล์ม เจ๋ง
    #477
    1
    • #477-1 SuruMaster(จากตอนที่ 192)
      8 พฤษภาคม 2563 / 17:59
      555 ถ้าง่ายก็ดีสิครับ
      #477-1