สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 162 : ภาค 2-บท 62 คำสาปตระกูลจอมมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    8 เม.ย. 63

ที่มิติลึกลับแห่งหนึ่ง

 

เหล่าตัวละครทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเรล์ม เครก อาร์เซน นั้นกำลังนั่งกับพื้นและจ้องมองไปยังภาพฉายตรงหน้า

 

"ข้าบอกแล้ว ยังไงเด็กคนนี้ก็ถนัดการต่อสู้ด้วยมือเปล่ามากที่สุด" เครกจ้องมองไปยังกันต์ในร่างอาร์เซน

 

ในภาพฉายนั่นก็คือ กันต์ในร่างอาร์เซนที่กำลังใช้หมัดไล่ชกใส่ปีศาจโครงกระดูกตนหนึ่ง

 

"เจ้าหนูนั่น อยู่ในร่างของข้าก็ใช้คันศรสิว่ะ ร่างกายของข้ามันไม่ได้แข็งเหมือนกับเครก" อาร์เซนตะโกนดังลั่นก่อนที่จะกุมขมับไปที่หน้าผาก

 

"เจ้าจะนอนตอนนี้ก็ไม่มีใครว่าหรอก" เรล์มมอบข้อเสนอให้กับอาร์เซน

 

อาร์เซนที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไปสักพัก ก่อนที่จะนอนลงกับพื้น

 

"จะว่าไปแล้วเรล์ม เจ้าเชื่อในตัวของเจ้าหนูนี่จริงหรือ" อาร์เซนเอ่ยถาม

 

เครกและเรล์มที่ได้ยินดังนั้นก็หันหน้าไปมองยังอาร์เซนโดยพร้อมเพรียงกัน

 

"เฮ้ เฮ้ อย่ามองอย่างนั้น เท่าที่ข้าดูมาเจ้าหนูนี่เป็นคนดีก็จริง แต่จะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่เข้าข้างฝ่ายปีศาจ"

 

สำหรับอาร์เซนแล้วเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากันต์นั้นให้ความสำคัญกับเผ่ามนุษย์และปีศาจพอ ๆ กัน

 

"ต่อให้เด็กคนนั้นเข้าข้างเผ่าปีศาจ ข้าก็ไม่คิดจะเสียใจ พวกเราก็เป็นแค่บุคคลจากอดีตเท่านั้น" เรล์มเอ่ยตอบพลางหันหน้ากลับไปมองที่ภาพฉาย

 

"พวกเราตายไปนานแล้ว แต่ท่านเทพได้ให้โอกาสกลับมามีชีวิตและช่วยเหลือชีวิตผู้คนไว้มากมาย นั่นก็ดีแล้ว"

 

เครกตอบกลับและย้อนคิดไปในเรื่องราวของอดีตที่กันต์เคยใช้ร่างของตน เพื่อช่วยเมืองหลายเมืองจากการถูกทำลายของเผ่าปีศาจ อีกทั้งยังช่วยชีวิตผู้คนอีกนับร้อยนับพัน

 

อาร์เซนที่ได้ยินดังนั้นก็พ่นลมออกจมูกและพึมพำเบา ๆ "เจ้าพวกนี้มันไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ"

 

ไม่ว่าเรื่องอะไรที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ หรือกันต์จะทำสิ่งใดต่อ นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะตัดสินได้ ชีวิตของตัวเองก็ต้องลิขิตเอง ทั้งสามผู้กล้าก็ใช้ชีวิตมาเยี่ยงนั้นทั้งชีวิต

 

ที่มิติลึกลับอีกแห่งหนึ่ง

 

เวลโดรกำลังไล่เผาเมือกสีขาวที่หมายจะเกาะและดูดมานาของตน ด้วยเพลิงปีศาจทมิฬ

 

จริงอยู่ที่เวลโดรไม่จำเป็นต้องเก็บมานาเพื่อใช้ทำลายโซ่อีกต่อไปแล้ว เพราะถ้าผนึกศักดิ์สิทธิ์มันถูกทำลายลง ยังไงระบบก็ต้องนำจิตวิญญาณของกันต์เข้าไปสิงร่างเวลโดรอยู่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เวลโดรกลับไปควบคุมร่างของตนเอง

 

ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นการดูดมานาโดยเมือกสีขาวหรืออะไรก็ตาม มันก็ไม่มีค่าถ้าผนึกศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายไป

 

แต่ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นจอมมารมันบอกว่ายอมไม่ได้เด็ดขาด เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองถูกพวกสีขาว ๆ นี่พันธนาการไว้อีกแล้ว

 

"อันที่จริงข้าก็คิดมาได้สักพักหนึ่งแล้วว่าทำไมเจ้าไม่ตายสักที แม้แต่ไอ้เทพปีกดำนั่นก็ด้วย"

 

เทพปีกดำที่เวลโดรหมายถึงมันก็คือเทพลูซิเฟอร์นั่นเอง

 

"ผนึกเหมันต์นิรันดร์" เสียงของเวรัคที่ดังตอบกลับมานั้นได้ดังออกมาจากทางข้างหน้า

 

"ผนึกเหมันต์นิรันดร์ ข้าไม่คุ้นชื่อมันสักนิด" เวลโดรตอบกลับด้วยท่าทีเยาะเย้ย

 

เวรัคปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเวลโดร พร้อมกับไม้เท้าในมือของเธอที่กำลังสั่นไหว

 

วงเวทมากมายหลายวงกำลังปรากฏขึ้นมารอบ ๆ ร่างกายของเวรัคและปล่อยลำแสงน้ำแข็งพุ่งตรงไปยังร่างกายของจอมมารเวลโดร

 

เวลโดรที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าดึงมานาในร่างออกมาและเปลี่ยนสภาพมันให้กลายเป็นดาบทันที

 

แต่ทว่าเวทลำแสงน้ำแข็งที่โจมตีออกไปนั้นไม่ได้เอาไว้โจมตีอย่างเดียว แต่มันยังสามารถแช่แข็งเพื่อผนึกศัตรูได้

 

ทั้งร่างกายของเวลโดรเริ่มมีน้ำแข็งเกาะ พร้อมกับชั้นของน้ำแข็งที่กำลังเพิ่มตัวสูงขึ้นจนสุดท้าย เวทของเวรัคก็สามารถผนึกเวลโดรไว้ในน้ำแข็งได้สำเร็จ

 

จากนั้นไม่นานเสียงของน้ำแข็งที่เริ่มแตกก็ดังขึ้น และมีรอยร้าวให้เห็นอย่างชัดเจน

 

"หึ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถเข้าใจโครงสร้างของมิติแห่งนี้ได้เร็วกว่าข้า"

 

ตามปกติแล้วเวรัคและเวลโดรนั้นไม่สามารถโจมตีใส่กันแบบนี้ได้เพราะ ถ้าหากโจมตีออกไปมันก็จะมีม่านพลังสีขาวขึ้นมาบังไว้

 

ในตอนแรกเวรัคก็ทำได้เพียงส่งมานาเข้าไปเท่านั้น แต่ในตอนนี้เธอถึงขั้นที่สามารถทำร้ายเวลโดรโดนไม่มีม่านพลังสีขาวเข้ามากันได้แล้ว

 

ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเวรัคได้เข้าใจโครงสร้างของมิติแห่งนี้แล้วนั่นเอง

 

เวลโดรระเบิดพลังออกมาด้วยทักษะราชันทมิฬ นั่นจึงทำให้น้ำแข็งรอบ ๆ ตัวของเขาแตกกระจายไปจนหมด

 

"ทำไมผนึกเหมันต์นิรันดร์ถึงยับยั้งคำสาปของตระกูลจอมมารได้" เวรัคเอ่ยพลางชี้คทาของเธอไปที่เวลโดร

 

"เจ้าก็รู้ดีไม่ใช่รึ ผนึกเหมันตร์นิรันดร์จะผนึกทุกสิ่งและหยุดเวลาของสิ่งที่มันผนึกไว้ภายใน เพราะเหตุนั้นเจ้าถึงยังไม่ตาย"

 

ผนึกเหมันต์นิรันดร์นั้นมีความสามารถในการแช่แข็งทุกอย่างที่มันผนึกไว้ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย เซลล์ หรือแม้กระทั่งเวลา

 

"เจ้าเหลือเวลาอีกกี่ปีกันล่ะ คำสาปนี้ไม่มีทางถอนมันออกไปได้ ไม่ว่ายังไงสุดท้ายเจ้าก็ต้องตายเหมือนกับพวกของเจ้า คล็อด เรล์ม เครก อาร์เซน พวกมันเหล่านั้นก็ล้วนต้องตายเพราะคำสาป และตอนนี้มันก็เหลือแค่เจ้าแล้ว"

 

ทันใดนั้นเองร่างของเวรัคก็ทรุดลงไปกับพื้น แต่ยังโชคดีที่ใช้คทาค้ำไว้ได้ถึงไม่ล้มหน้าคะมำ

 

เวลโดรที่เห็นดังนั้นก็อยากจะโจมตีกลับเพื่อล้างแค้น แต่เขาก็ทำมันไม่ได้ เวลโดรยังไม่มีความเข้าใจในโครงสร้างของมิตินี้มากพอที่จะทำลายม่านพลังสีขาวนี้ได้

 

เพราะดูเหมือนว่าทั้งโซ่สีขาว เมือกสีขาว และม่านพลังสีขาวนี้ก็เกิดจากมิติแห่งนี้เป็นคนสร้าง ถ้าเข้าใจในโครงสร้างมิติก็สามารถ ดัดแปลงและแก้ไขทั้งโซ่ เมือก และม่านพลังได้

 

ตราคำสาปรูปปีกสีม่วงกำลังเปล่งแสงอ่อน ๆ ออกมา มันเป็นตราคำสาปที่ถูกติดไว้บนบริเวณไหล่ขวาของเวรัค

 

"คำสาปตระกูลจอมมารจะทำให้ร่างกายเจ้าตายไปอย่างช้า ๆ ราวกับพิษที่อ่อนแอแต่อันตราย ดูจากท่าแล้วเจ้าน่าจะเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ"

 

เมื่อคำสาปตระกูลจอมมารสังหารเหยื่อของมันได้แล้ว ตราคำสาปก็จะสลายหายไปเองโดยอัตโนมัติ ราวกับไม่เคยมีมันอยู่

 

เวรัคลุกขึ้นยืนอีกครั้งและเริ่มทำสีหน้าจริงจัง

 

"ผนึกเหมันต์นิรันดร์เป็นสิ่งที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวและมีเพียงชิ้นเดียวบนโลก เจ้านับถอยหลังวันตายรอก็ยังได้ เพราะมันไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยเจ้าให้รอดไปจากคำสาปได้อีกแล้ว"

 

ไม่ว่าผู้ใดที่ได้สังหารจอมมารลงแล้วครั้งหนึ่ง มันผู้นั้นจะได้รับคำสาปติดตัวไป พิษจากคำสาปจะค่อย ๆ ทำลายร่างกายอย่างเชื่องช้าและไม่มีวันรักษาหายได้

 

จนสุดท้ายแล้วความตายก็จะมาเยือนแก่ผู้ที่สังหารจอมาร

 

มันเป็นคำสาปที่อันตรายและน่าหวาดกลัวแต่ทว่าเรื่องราวเหล่านี้กลับถูกปิดเป็นความลับมาอย่างยาวนานนับหลายพันปี

 

โดยที่แม้แต่ 5 ผู้กล้าก็ไม่เคยรับรู้ถึงคำสาปตระกูลจอมมาร พวกเขาเองก็พึ่งมารู้เพราะเวรัคเป็นคนบอก แต่เวรัครู้ได้ยังไง

 

อดีตยังคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยากที่จะเปิดเผยความจริงเสมอ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #341 Fikusa (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 09:06
    เวรัคดูเป็นตัวละครที่มีเบื้องหลังลึกลับสุดๆแล้วในตอนนี้ถ้าไม่นับผู้กล้าคล็อด
    #341
    1
    • #341-1 SuruMaster(จากตอนที่ 162)
      8 เมษายน 2563 / 18:16
      ใช่เลยครับ
      #341-1