สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 163 : ภาค 2-บท 63 ดันเจี้ยนระดับ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

ณ ดันเจี้ยนระดับ 2 ในอีกหลายชั่วโมงถัดมา (เวลาในมิตินี้และโลกความเดิมเท่ากัน)

 

สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเปรียบเสมือนกับดันเจี้ยนในเกมมากที่สุดแล้ว ทางระบบคงจัดสรรพื้นที่นี้มาให้เป็นพิเศษ

 

เพราะสภาพแวดล้อมโดยรอบนั้นมีเพียงแสงจากคบเพลิงตามเส้นทาง พื้นดินและผนังก็เหมือนกับทางลงคุกชั้นใต้ดินในสิ่งก่อสร้างของยุดกลางในยุโรป

 

กำแพงและพื้นถูกทำจากอิฐสีน้ำตาลคล้ายกับหิน ผสมกับบรรยากาศอันน่าวังเวง

 

มันเงียบมากเสียจนกันต์แทบจะได้ยินเสียงหายใจของตัวละครอาร์เซน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าทั้งดันเจี้ยนแห่งนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่มีชีวิตอยู่

 

จริงอยู่ที่ในดันเจี้ยนระดับ 2 มักจะเริ่มมีพวกมอนสเตอร์ที่เป็นเผ่าอันเดดมามากเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทางระบบเองก็น่าจะจำลองทุกอย่างมาจากในเกม Farness world

 

มีดสั้นในมือของอาร์เซนกำลังเตรียมป้องกัน เพื่อเตรียมตัวรับมือการโจมตีที่คาดไม่ถึง

 

เผ่าอันเดดมักจะเป็นคำที่ใช้เรียกรวมพวกเผ่าโครงกระดูกหรือเผ่าอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งพวกนี้เองก็ชอบเข้าโจมตีแบบไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียง

 

สำหรับดันเจี้ยนแห่งนี้จะเป็นรูปแบบดันเจี้ยนที่ให้เราเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เมื่อไปถึงจุด ๆ หนึ่งมันก็จะเตือนว่าถึงระลอกที่เท่าไหร่แล้ว

 

พวกปีศาจที่เจอในทางข้างหน้าไปเรื่อย ๆ ก็จะแข็งแกร่งขึ้น นั่นจึงทำให้กันต์ในร่างอาร์เซนต้องระวังตัวมากกว่าปกติ

 

ส่วนคันศรนั้นก็ยังคงสะพายอยู่ด้านหลัง สำหรับกันต์แล้วเขารู้สึกชินกับการใช้อาวุธระยะประชิดมากกว่า

 

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วที่ให้อาร์เซนเป็นคนสอนการใช้มีดสั้นให้ เพราะการใช้คันศรนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนัก

 

แต่หากเจอพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ไกล ๆ เขาก็จะเลือกใช้คันศรแทน

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองกันต์ในร่างอาร์เซนก็สังเกตเห็นร่างของปีศาจโครงกระดูกตนหนึ่งที่สวมชุดเกราะเต็มยศ เดินวนไปมาอยู่ไม่ไกล

 

"ดูเหมือนว่ามันจะยังสังเกตไม่เห็นเรา" กันต์ในร่างอาร์เซนพึมพำเบา ๆ และหลบเข้ามุมกำแพง พร้อมกับคว้าคันศรออกมา

 

การใช้ธนูของอาร์เซนนั้นไม่จำเป็นต้องมีลูกศร เพราะลูกศรที่ใช้นั้นคือลูกศรที่เกิดจากการบีบอัดหรือการควบแน่นของมานา

 

อาร์เซนง้างสายคันศรในมือออก และดึงมานาออกจากร่างพร้อมกับออกแบบมันให้มีลักษณะคล้ายกับลูกศร

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองดวงตาของอาร์เซนก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน

 

เขาง้างสายคันศรจนสุดสายและปล่อยมือออก นั่นจึงทำให้ลูกศรมานาพุ่งตรงไปยังทางข้างหน้า

 

ทันใดนั้นเองเสียงของหัวกระโหลกที่แตกกระจายดังขึ้น ก่อนที่ร่างของโครงกระดูกปีศาจจะทรุดตัวลงไป

 

ผมรู้ตัวดีว่าถ้ากลับไปในโลกจริงคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ ระยะห่างจากอาร์เซนไปยังตัวโครงกระดูกนั้นมีระยะห่างเกือบ 100 เมตร

 

แม้กระทั่งตัวผมเองที่ไม่เคยจับธนูมาก่อนเกือบทั้งชีวิตก็ยังคงพอที่จะยิงแม่นอยู่บ้าง เพราะอาร์เซนมีทักษะติดตัวคือ ทักษะวายุแห่งธรรมชาติ

 

มันเป็นทักษะที่ใช้สายลมในการช่วยเหลือให้ลูกธนูพุ่งตรงเข้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและรุนแรง

 

ต่อให้ยิงออกข้างลูกศรก็ยังคงไปทางตรงได้ เพราะสายลมที่คอยช่วยเหลือในการเบี่ยงเบนทิศทางของลูกธนู

 

แต่ทว่าลูกธนูที่อาร์เซนยิงออกไปนั้นยังคงไล่เจาะทะลุหัวกระโหลกปีศาจโครงกระดูกตัวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กันได้อีกด้วย

 

ทักษะวายุแห่งธรรมชาติสามารถทำงานได้อย่างดี มันยังเบี่ยงทิศลูกศรให้โจมตีต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าแรงของมันจะอ่อนกำลังลง

:

:

[ยินดีด้วยผู้เล่นก้าวผ่านมาถึงระลอกที่ 70 แล้ว เลเวลที่แนะนำเลเวล 70]

 

กันต์ในร่างอาร์เซนยังคงมุ่งหน้าไปยังระลอกที่อันตรายขึ้นเรื่อย ๆ แต่โชคดีที่อาร์เซนนั้นมีความสามารถในการหลบหลีกที่สูง อีกทั้งยังมีการโจมตีระยะไกลที่รุนแรง

 

การต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่าแค่ไม่ถึงสิบเลเวลก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

 

[ระลอกสุดท้ายแห่งดันเจี้ยนระดับ 2 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว]

 

[ปีศาจครึ่งมนุษย์-จักรพรรดิโครงกระดูกทมิฬ]

 

หลังจากที่เสียงของระบบเงียบหายไปนั่นเอง เสียงของบางสิ่งที่ฟังดูคล้ายกับเสียงของสัตว์ประหลาดก็ดังขึ้น

 

"ไม่มีแม้กระทั่งสัญาณเตือน ไม่มีใครรับรู้ถึงผู้บุกรุก ราวกับเจ้าปรากฏตัวขึ้นมาจากอากาศ"

 

บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดลงพร้อมกับเปลวไฟจากคบเพลิงที่เริ่มดับ

 

"เจ้าทำได้เช่นไร เวทเคลื่อนย้าย ? เวทข้ามมิติ ?" เสียงของสิ่งนั้นดังขึ้นอีกครั้งรอบ ๆ กายของอาร์เซน

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองดวงตาของอาร์เซนก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ทักษะวายุแห่งธรรมชาติที่ทำงาน

 

แต่มันเป็นทักษะติดตัวของเผ่าเอลฟ์ที่ทำให้สามารถมองเห็นในความมืดได้อย่างชัดเจน

 

ทันใดนั้นเองคมดาบสีทมิฬก็ตวัดโจมตีเข้ามาจากทางด้านหลังของอาร์เซน

 

กันต์ในร่างของอาร์เซนไหวตัวทันจึงรีบหันหลังกลับและตวัดมีดสั้นเข้าเบี่ยงเบนการโจมตีของคมดาบที่พุ่งเข้ามา

 

คมดาบสีทมิฬถูกเบี่ยงออกไปเพื่อไม่ให้มันโจมตีถูกตัวของเขา และในขณะเดียวกันมีดสั้นก็กวาดโจมตีออกไป

 

เพียงการตวัดดาบครั้งเดียวก็สามารถทำได้ทั้งเบี่ยงการโจมตีของศัตรูและโจมตีได้ในเวลาเดียวกัน มันเป็นทักษะการใช้ดาบที่น่าหวาดกลัวในระดับหนึ่ง

 

ไม่เห็นจะจำได้ว่าในเกมมีเจ้านี่ด้วย ชายหนุ่มคิดในใจและหันมองไปรอบ ๆ

 

ทันใดนั้นเองหมอกควันสีดำก็ฟุ้งกระจายออกมาจากทิศรอบข้าง

 

ตั้งแต่เริ่มต้นการต่อสู้กับจักรพรรดิปีศาจโครงกระดูกเขายังไม่ทันได้เห็นหน้าหรือร่างกายของมันเลยสักนิด

 

"ในเมื่อเจ้ารู้ความลับของข้าแล้วคงจะปล่อยไปไม่ได้" เสียงของสิ่งนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

 

"พูดอะไรไร้สาระ ตั้งแต่มีชีวิตมาไม่เคยมีใครขังข้าได้" กันต์ในร่างอาร์เซนตอบกลับ

 

[จิตใต้สำนึกของอาร์เซนรู้สึกพึงพอใจกับคำพูดของคุณมาก]

 

ก็แน่นอนอยู่แล้วประโยคนี้อาร์เซนเองชอบพูดบ่อย ๆ

 

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะขังเจ้าให้ดู" เสียงนั้นตอบกลับมาอีกครั้งพร้อมกับบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดและแน่นหน้าอก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #343 papaworld (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 09:35
    ทำไมดู แมนๆ หล่อๆวะ ลุคแบบผมคิดว่าพวกแบดๆ หน่อย
    #343
    1
    • #343-1 SuruMaster(จากตอนที่ 163)
      9 เมษายน 2563 / 16:24
      ก็ประมาณนั้นนะครับ
      #343-1
  2. #342 Fikusa (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 09:10
    ยิ่งกันต์พูดแล้วเหมือนยิ่งเอาใจคนแก่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #342
    1
    • #342-1 SuruMaster(จากตอนที่ 163)
      9 เมษายน 2563 / 16:25
      เขาเรียกท้าทายเลยละครับ555
      #342-1