สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 142 : ภาค 2-บท 42 เคลื่อนทัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    19 มี.ค. 63

คาเรอัสและคาอัสที่ได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับจอมมารเวลโดรทันที

 

“ข้าผู้นำกองพันปีศาจคาเรอัสขอติดตามนายท่านอีกครั้งเพื่อทวงคืนบัลลังก์จากจอมมารอาร์คนอส”

 

จอมมารเวลโดรค่อย ๆ ย่างเท้าเหยียบเศษของผนึกศักดิ์สิทธิ์ และมุ่งตรงไปยังทางออกของถ้ำ

 

ร่างเงานักรบปีศาจนับพันเริ่มมีปฏิกิริยาและเดินตามหลังปีศาจโครงกระดูกคาอัส

 

ในขณะเดียวกันนั่นเอง เศษซากโครงกระดูกในถ้ำก็เริ่มที่จะประกอบร่างขึ้นมาด้วยตนเองและลุกขึ้นมาเดินตามหลังคาเรอัสไป

 

กองทัพปีศาจโครงกระดูกและนักรบเงานับหลายพันกำลังเคลื่อนพลออกสู่โลกภายนอกแล้ว

 

ในขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าปราสาทแห่งหนึ่ง

 

         เทพลูซิเฟอร์พร้อมเคียวสีทมิฬคู่ใจ กำลังยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าปราสาทอันวังเวงและมืดมน

 

เขากำลังหลับตาลงและคำนึงถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อประมาณหนึ่งพันปีที่แล้ว

 

เมื่อเทพลูซิเฟอร์ลืมตาขึ้นนั่นเอง ปีกสีดำทมิฬก็ได้กางออกมาจากด้านหลัง

 

“เวลโดรหวังว่าเจ้าจะรุดหน้ามาถึงที่นี่ได้ โลกที่เจ้าตื่นขึ้นมามันไม่ใช่โลกที่เจ้ารู้จัก” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงเร้นไปด้วยความโกรธแค้น

 

เทพลูซิเฟอร์นั้นไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีผู้หนึ่งที่มองเขาผ่านหน้าต่างของห้องโถงปราสาท

 

จอมมารคนปัจจุบันอาร์คนอสยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์เช่นเคย

 

สายตาของเขายังเย็นชาและจ้องตรงไปยังลูซิเฟอร์

 

“หวังว่าการอดทนรอนานหลายร้อยปีของข้ามันจะคุ้ม” อาร์คนอสเอ่ยขึ้นช้า ๆ

 

กลับไปที่เวลโดร

 

         กองทัพปีศาจโครงกระดูกและนักรบเงานั้นถือว่าเป็นการรวมตัวของ 2 เผ่าพันธุ์ที่อึดถึกทนและตายยากมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

 

         เหล่ากองทัพโครงกระดูกเริ่มชักธงรบขึ้น มันเป็นธงสีดำทมิฬที่มีรูปหมวกเกราะสีม่วงของเวลโดรพร้อมกับขีด 3 ขีดเพื่อบ่งบอกถึงลำดับจอมมาร

 

         ธงรบนี้ถูกใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งพันปีที่แล้ว ซึ่งคาเรอัสยังคงเก็บอุปกรณ์ด้านสงครามไว้ในสภาพดีเกือบทั้งหมดเพื่อรอวันที่มันจะได้ถูกนำไปใช้งานอีกครั้ง

 

หลังจากที่คาเรอัสได้ทราบข่าวว่าท่านจอมมารเวลโดรสามารถออกมาจากผนึกศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ เขาก็รีบกระจายกำลังเพื่อหาข่าวคราว

 

และสุดท้ายแล้วเขาก็ได้ทราบข่าวจากทหารโครงกระดูกที่มีหน้าที่เฝ้ามองคาอัส

 

คาเรอัสที่ทราบข่าวจึงรีบเคลื่อนทัพมาที่นี่และจัดเตรียมทุกอย่างไว้รอ แต่เมื่อได้ทราบอีกว่าท่านจอมมารเวลโดรถูกผนึกอีกครั้ง คาเรอัสจึงรีบทำทุกวิถีทางเพื่อคลายผนึกทันที

 

         ในการเตรียมตัวของคาเรอัสไม่ว่าจะเป็นกลองศึกหรือแตรสงครามก็ถูกนำมาใช้งานแทบทั้งสิ้น นี่คือการประกาศศักดาของจอมมารเวลโดร

 

         ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนับพันปีหลายสิ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป

 

         “นายท่าน เมืองตรงหน้าเรานั้นคือเมืองของเผ่าก็อบลินขอรับ” คาเรอัสเอ่ยพลางชี้นิ้วไปทางด้านหน้า

 

ที่เมืองก็อบลิน ในพระราชวัง

 

         ในเมืองแห่งนี้คือเมืองที่ก็อบลินชั้นสูงอาศัยอยู่ พวกเขามีหน้าที่ในการออกคำสั่งและควบคุมก็อบลินแทบทุกตัวบนโลก

 

         ถ้าจำเป็นจริง ๆ พวกก็อบลินชั้นสูงจะเรียกรวมพลก็อบลินจากทุกหมู่บ้านห้มารวมตัวกันที่เมืองเพื่อป้องกันภัยอันตรายที่เข้ามา

 

         ทั้งราชาและราชินีก็อบลินก็ต่างอยู่ในพระราชวังแห่งนี้

 

         “ไม่มีทาง พวกเราจะไปสวามิภักด์ให้กับจอมมารเวลโดรได้ยังไง” ราชาก็อบลินตวาดเสียงดังลั่น

 

         ทหารองค์รักษ์ก็อบลินเริ่มก้มหัวลงระดับเดียวกับเท้าของราชา

 

“แต่ท่านราชาครับ กองทัพของจอมมารเวลโดรประกอบไปด้วยนักรบโครงกระดูกนับหมื่นและนักรบเงาอีกหลายพัน เราต้านไว้ไม่ไหวแน่”

 

“ตัวข้าได้ตัดขาดจากจอมมารอาร์คนอสมาแล้วและต้องการความเป็นอิสระ ไม่อยู่ใต้บัญชาของจอมมารคนใด ใช้แตรรวมพลเดี๋ยวนี้! เผ่าก็อบลินของเราจะขึ้นเป็นใหญ่แทนเอง”

 

ทันใดนั้นเองเสียงแตรสงครามก็ได้ดังก้องไปทั่วทั้งเมืองก็อบลิน

 

ไม่ว่าก็อบลินตัวใดที่ได้ยินเสียงแตรนั้นก็จะเข้าใจทันทีว่าต้องไปรวมพลที่เมืองโดยทันที

 

กลับไปที่เวลโดรในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

 

         ป่าบริเวณโดยรอบเริ่มสั่นไหวด้วยลมและหลาย ๆ อย่าง ฝูงนกฝูงกาก็แตกรังบินว่อนไปทั่วท้องฟ้า

 

“เผ่าก็อบลินปัจจุบันมีภาพรวมเป็นยังไง” จอมมารเวลโดรเอ่ยถาม

 

“ขอรับนายท่าน ในพันปีที่ผ่านมาพวกมันมีอัตราการเพิ่มจำนวนที่สูงมากที่สุดคาดว่าตอนนี้น่าจะมีประมาณครึ่งแสนตนด้วยกัน”

 

เวลาหนึ่งพันปีที่ผ่านไปนั้นดูเหมือนจะมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากที่จะรู้เรื่องราวทั้งหมด

 

“ราชาก็อบลินคนปัจจุบันได้ขอออกจากกองกำลังปีศาจแล้ว เขาบอกว่าจอมมารคนปัจจุบันไม่สามารถนำพาเผ่าปีศาจให้รุ่งเรืองได้ เขาจึงถอนตัวออกไปและตั้งตนเป็นอิสระ”

 

คาเรอัสเว้นช่วงสักพักก่อนที่จะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น

 

“จอมมารอาร์คนอสไม่มีท่าทีเสียใจ ทั้งที่พันปีก่อนพวกก็อบลินก็มีส่วนร่วมในสงครามมากเป็นอันดับต้น ๆ แต่กลับไม่สนใจสักนิดแล้วปล่อยให้พวกมันถอนตัวออกไป”

 

“นั่นก็หมายความว่าข้าและก็อบลินไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกันแล้วงั้นรึ”

 

เวลโดรเอ่ยพลางทอดสายตามองไปยังทางข้างหน้า

 

เมืองของกอบลินถูกตั้งที่กลางป่าและมีป่าไม้ล้อมรอบ พร้อมกับกำแพงต้นไม้ที่แข็งแกร่ง

 

เหล่าก็อบลินหลายหมื่นตัวกำลังจัดตั้งกองทัพป้องกันหน้าประตูทางเข้าเมืองไว้อย่างแน่นหนา

 

ทั้งบริเวณป่าและบนต้นไม้ก็มีพวกก็อบลินซ่อนตัวเต็มไปหมด

 

“พวกเจ้าตั้งทัพรอคำสั่งตรงนี้ ข้าจะจัดการเอง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #298 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 11:19
    ออกมาเพราะราชาคนปัจจุบันพารุ่งโรจน์ไม่ได้ แต่พออดีตราชามากลับจะก่อสงครามกับเขาซะงั้น ตอแหลชิบเลยราชาก็อบลิน
    #298
    1
    • #298-1 SuruMaster(จากตอนที่ 142)
      19 มีนาคม 2563 / 18:00
      พี่แกอยากเป็นอิสระนะครับ หลังจากเผ่าพี่แกโดนใช้งานมานาน
      #298-1
  2. #297 Fikusa (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 09:05
    ก็อบลินนี่เห็นอ่อนแอแบบนี้แต่เป็นทัพหน้าแทบทุกงานเลยนะ ถ้าไม่ได้ก็อบลินมารับมือกับบรรดาสารพัดเวทคงเสียหายหนัก
    #297
    1
    • #297-1 SuruMaster(จากตอนที่ 142)
      19 มีนาคม 2563 / 17:59
      555ประมาณนั้นแหละครับ
      #297-1