สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 143 : ภาค 2-บท 43 ราชาก็อบลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    20 มี.ค. 63

“แต่นายท่าน…” คาเรอัสรีบแย้งขึ้นมาทันที

 

ไม่ทันที่คาเรอัสจะได้พูดจบเวลโดรก็ตัดบทสนทนาไปในทันที “เป็นแค่ราชาก็อบลินแต่คิดจะทำร้ายข้า พวกมันคงจะรู้ตัวดีว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร”

 

เมื่อกล่าวจบเวลโดรก็เดินนำออกไปหน้ากองทัพ

 

ราชาก็อบลินผู้ที่สูงกว่า 2 เมตรครึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบองหินขนาดใหญ่ในกำมือ

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าคือจอมมารลำดับที่ 3 เวลโดร เจ้ามีธุระอะไรกับเมืองของข้า” ราชันก็อบลินประกาศกร้าว

 

เวลโดรเริ่มย่างเท้าไปข้างหน้าช้า ๆ และหยุดลงต่อหน้ากองกำลังก็อบลินนับหมื่น

 

“ข้าต้องการให้เผ่าก็อบลินของเจ้ายอมเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อข้า เพื่อกลืนกินโลกใบนี้อีกครั้งดังเช่นพันปีที่แล้ว”

 

ราชันก็อบลินที่ได้ยินดังนั้นก็พ่นลมออกจมูกเสียงดังทันที

 

“พวกเจ้าก็ทำสงครามมากมายครั้งไม่ถ้วนก็ไม่มีวี่แววจะชนะได้สักที เผ่าของข้าต้องจมอย่กับการถูกใช้งานอย่างหนักและต้องคอยเป็นโล่ให้พวกเจ้า เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าเผ่าก็อบลินของข้าต้องสูญเสียทหารก็อบลินในสงครามมากแค่ไหน”

 

เวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มคิดและเงยหน้ามองไปยังภายในดวงตาของราชันก็อบลิน

 

“ข้าจะให้คำมั่นสัญญาว่าเผ่าของเจ้าจะมีการสูญเสียที่น้อยลงในสงครามครั้งนี้”

 

“พอกันที!ข้าไม่ไว้ใจพวกจอมมารอีกแล้ว ถ้าอยากให้เผ่าของข้าสวามิภักดิ์แก่เจ้าก็ผ่านศพข้าไปก่อน”

 

ราชันก็อบลินเดินออกมาข้างหน้าด้วยร่างกายที่ใหญ่โต เมื่อเดินมาถึงหน้าเวลโดรแล้วมันก็แสดงให้เห็นได้ชัดถึงความต่างของขนาดร่างกาย

 

เวลโดรนั้นสูงเพียงแค่ 180 เซนติเมตรเท่านั้น ร่างกายก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก ทำให้เวลโดรถูกข่มในเรื่องขนาดร่างกาย

 

กองทัพก็อบลินที่เห็นดังนั้นก็พากันเงียบและเฝ้าระวังสถานการณ์โดยรอบด้วยความหวาดกลัวครึ่งไม่กลัวครึ่ง

 

พวกมันมีกองทัพที่มากกว่าเวลโดรถึง 2 เท่า และราชันที่แข็งแกร่งพวกมันจะไปแพ้ได้ยังไง

 

“มีเลเวลเพียง 90  ก็เหิมเกริมคิดจะขวางทางข้า ช่างเป็นพวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง”

 

ราชันกอบลินที่เห็นเวลโดรยืนนิ่งก็นึกสนุกอยากลองสู้กับจอมมารขึ้นมา

 

“ข้าเองก็อยากรู้นักว่าพวกจอมมารจะมีน้ำยามากแค่ไหน”

 

ราชันก็อบลินคนปัจจุบันนั้นพึ่งกำเนิดขึ้นมาได้ไม่กี่ร้อยปี เขาจึงไม่เคยเห็นจอมมารเวลโดรมาก่อนและไม่รู้ถึงฝีมือทักษะการต่อสู้ด้วย

 

ราชาก็อบลินไม่รอช้าเหวี่ยงกระบองหินเข้าเตรียมทุบจอมมารเวลโดรทันที

 

“เจ้ามนุษย์ห้ามสังหารมัน ทำให้บาดเจ็บเจียนตายก็เพียงพอแล้ว” จิตใต้สำนึกของเวลโดรเอ่ยขึ้น

 

กันต์รู้สึกได้ถึงความอำมหิตผ่านนำเสียงของจิตใต้สำนึกจอมมารเวลโดรอย่างชัดเจน สงสัยว่าวันนี้ทั้งวันจอมมารเวลโดรคงได้พิโรธไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียวแน่

 

ในชั่วพริบตาก่อนที่กระบองหินจะลงทุบหัวเวลโดรนั่นเอง ร่างของราชาก็อบลินก็ล้มลงและไถลไปกับพื้น

 

ปรากฏให้เห็นร่างของคาอัสที่ยืนอยู่เคียงข้างเวลโดร

 

เมื่อกี้ก่อนที่กระบองจะถึงตัว คาอัสก็พุ่งเข้ามาและกวาดดาบเข้าโจมตีใส่กลางอกของราชันก็อบลิน

 

คาอัสที่เห็นราชันก็อบลินล้มลงกับพื้นก็เข้ากระทืบต่อทันที

 

คาอัสใช้มืออีกข้างกุมคอของราชันก็อบลินและยกขึ้นมาเหนือพื้นดิน

 

ร่างของราชันก็อบลินที่สูงกว่า 2 เมตรครึ่งก็ยังเตี้ยเมื่อต้องเจอกับคาอัสที่สูงถึง 3 เมตร

 

ราชันก็อบลินยังคงไม่ยอมแพ้ เขาใช้แรงทั้งหมดที่เหลือหวดกระบองเข้าฟาดใส่หน้าโครงกระดูกของคาอัสอย่างแรง

 

ทันใดนั้นเองกระบองหินในมือของราชันก็อบลินก็ถึงกับแตกกระจายพร้อมกับเศษหินที่ร่วงหล่นลงกับพื้น

 

แต่ทว่าร่างกายของคาอัสแทบไร้ซึ่งรอยขีดข่วน นั่นจึงสร้างความหวาดกลัวไปทั้งกองทัพก็อบลิน

 

“คาอัสวางร่างของมันลง” เวลโดรออกคำสั่ง

 

คาอัสที่ได้ยินดังนั้นก็หันหลังกลับมาที่เวลโดรและกระแทกหน้าของราชันก็อบลินลงพื้น พร้อมกับคุกเข่าลงไป

 

ร่างของราชันก็อบลินที่โดนกดลงพื้นนั้นพยายามดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน แรงบีบของคาอัสไม่ใช่สิ่งที่จะดูถูกได้

 

“เจ้าอยากตายตรงนี้ต่อหน้าเผ่าก็อบลินอันเป็นที่รักของเจ้าโดยฝีมือของข้าหรือคาอัส”

 

“ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าถูกความโลภบังตา ข้าจะเป็นหนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน” ราชันก็อบลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

 

ไม่ว่าจะยังไงราชันก็อบลินก็ยังคงมีประโยชน์ ต่อให้ฆ่าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาตามที่จิตใต้สำนึกของเวลโดรบอก

 

“คาอัสปล่อยมัน” เวลโดรออกคำสั่ง

 

มือโครงกระดูกของคาอัสกุมแน่นไปที่คอของราชันก็อบลินอีกสักพักก่อนที่จะปล่อยตามคำสั่งของเวลโดร

 

ราชันก็อบลินลุกขึ้นและนั่งคุกเข่าต่อหน้าเวลโดร ในขณะเดียวกันก็เหลือบตามองไปที่คาอัสด้วย

 

เจ้าโครงกระดูกนี่มันเป็นใครกัน ทำไมมันถึงได้มีเลเวลสูงนัก ถ้าแข็งแกร่งถึงเลเวล 97 จริงทำไมถึงยอมมาอยู่ใต้บัญชาของจอมมารเวลโดรที่มีเลเวลแค่ 90 ได้ล่ะ

 

หรือว่า อันที่จริงแล้วท่านจอมมารเวลโดรต้องการปกปิดเลเวลที่แท้จริงเพื่อทดสอบเรา ราชันก็อบลินคิดในใจ

 

แต่ไม่ว่าราชันก็อบลินจะคิดไปมากเท่าไหร่มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะเขากำลังรู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่ส่งตรงมายังตัวเขา

 

มันเป็นจิตสังหารที่มากพอจะทำให้คนธรรมดาเสียสติไปได้ ใครกันที่มีติตสังหารอันน่าหวาดกลัวนี้

 

ราชันก็อบลินเริ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้งและเขาก็ได้พบกับนักรบปีศาจโครงกระดูกตนหนึ่งในชุดเกราะสีดำเต็มยศที่กำลังจ้องมาด้วยสายตาอาฆาต ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีดวงตาก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

เลเวล 95 ??? จอมมารเวลโดรมีอำนาจมากมายถึงเพียงไหนกันแน่ ถูกผนึกไว้เป็นพันปีแต่ยังคงมีลูกน้องที่มีเลเวลสูงเช่นนี้อยู่ใต้บัญชา 

 

นี่นะหรือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าราชันจอมมารที่แท้จริง ต่อให้เวลาผ่านไปนับพันปีอำนาจบารมีก็ยังคงอยู่

 

“ข้าราชันก็อบลินขอให้คำมั่นสัญญาว่าเผ่าพันธุ์ก็อบลินของเราจะเข้าร่วมกับท่านจอมมารลำดับที่ 3 เวลโดร”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #330 Tataros (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 10:58
    ไรท์ครับเวรัคจริงๆแล้วยังมีชีวิตใช้ป่าวครับสังเกตมาจากคำทำนายที่เทพพูดเวรัคจะคืนชีพ เจเรตพูดว่าที่นั้นมีมนุษสองคน แลัที่กันเห็นเงาคนพร้อมทั้งกานเห็นเวรัคมาหา
    #330
    1
    • #330-1 SuruMaster(จากตอนที่ 143)
      2 เมษายน 2563 / 12:52
      ก็ลองเดาดูครับ แต่เอาจริงๆเวรัคยังไม่เคยตายครับ แค่โดนผนึก
      #330-1
  2. #300 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 11:49
    ยอมแค่แรกก็ตบแล้วพันปีกับร้อยปีนับยังไงพันปีก็ชนะ ราขาก้อบลินคิดไรอยู่ว่ะ
    #300
    1
    • #300-1 SuruMaster(จากตอนที่ 143)
      20 มีนาคม 2563 / 17:33
      เป็นความคิดแบบก็อบลินครับ555
      #300-1
  3. #299 Fikusa (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 09:34
    อยากรู้จริงๆถ้าวัดเลเวลเทพเจ้าได้จะวัดสเกลกันยังไง
    #299
    1
    • #299-1 SuruMaster(จากตอนที่ 143)
      20 มีนาคม 2563 / 17:32
      แต่ที่แน่ๆพวกเขาไม่ใช้หน่วยเลเวลครับ555
      #299-1