สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 141 : ภาค 2-บท 41 ผู้หลอกลวงระบบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

เช้าวันถัดมา 

 

         ผมเริ่มต้นชีวิตประจำวันด้วยการฉีดน้ำหอมดับกลิ่นอายก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ลืม หลังจากนั้นก็ทำทุกอย่างตามปกติ อย่างเช่นสวมเครื่องแบบจัดเตรียมของ

 

         เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปเข้าคาบเรียนของนักเรียนสายจู่โจมกายภาพกึ่งเวท

 

         ในวันนี้เป็นวันแรกที่จะได้เรียนตามสายของตัวเอง มันคงเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะตื่นเต้นกัน

 

         “อรุณสวัสดิ์ขอรับนายท่าน” เสียงของใครบางคนดังขึ้น

 

         อันที่จริงแล้วระบบมันน่าจะควบคุมอะไรหลาย ๆ อย่างให้อยู่ในขอบเขตและการดูแลของมันได้แล้ว เพราะมันพึ่งปิดปรับปรุงมาไม่นาน

 

         มันไม่ควรจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ใช่ ผมรู้ดีระบบมันไม่ใช่พระเจ้า แต่อย่างน้อยมันก็ควรจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้หน่อย

 

         “นายท่าน ท่านจอมมารเวลโดรขอรับ ท่านได้ยินที่ข้ากล่าวหรือไม่” เสียงเดิมยังคงพยายามย้ำเตือนเข้ามา

 

         ในตอนนี้ผมควรที่จะไปเรียนและใช้ชีวิตตามปกติเพื่อศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง

 

“ท่านจอมมารลำดับที่ 3 เวลโดร ข้ามา…” 

 

ไม่ทันที่เสียงนั้นจะได้พูดจบกันต์ในร่างของเวลโดรก็ตะโกนเสียงดัง

 

“เงียบก่อนคาเรอัส! ถ้าเจ้ายังพูดมากอยู่อีกเจ้าจะได้ไปอยู่ในผนึกแทนข้าแน่”

 

คาเรอัสหรือปีศาจโครงกระดูกผู้เคยเป็นหนึ่งในแม่ทัพใหญ่ของกองกำลังปีศาจที่อยู่ใต้บัญชาของเวลโดรเมื่อพันปีก่อนได้มาอยู่ที่นี่แล้ว

 

แต่ในครั้งนี้เขาปรากฏตัวในรูปลักษณ์ของปีศาจโครงกระดูกที่แต่งตัวด้วยชุดเกราะสีดำเต็มยศ

 

ตอนนี้กันต์ได้กลับเข้ามาในร่างของจอมมารเวลโดรอีกครั้งแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

[เนื่องจากผนึกศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกทำลายลงโดยฝีมือผู้นำกองพันปีศาจคาเรอัส จึงทำให้ร่างของจอมมารเวลโดรถูกปลุกจากการหลับใหล]

 

[และเพื่อป้องกันไม่ให้เวลโดรนำร่างของตนไปใช้ตามใจชอบ ทางระบบจึงดึงวิญญาณของผู้เล่นเข้ามาควบคุมกายเนื้อของเวลโดร]

 

[แต่ทว่าเวลโดรนั้นยังไม่ได้เป็นตัวละครที่ถูกปลดล็อคผู้เล่นจึงไม่สามารถกลับไปยังห้องโถงหลักของระบบได้]

 

[ภารกิจบังคับ-สร้างผนึกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอีกครั้งและทำการผนึกตนเอง]

 

กันต์ในร่างของเวลโดรค่อย ๆ ย่างเท้าออกมาจากเศษซากผนึกศักดิ์สิทธิ์และหันมองไปรอบ ๆ

 

“ข้าคิดว่านี่คงจะเป็นของนายท่าน”

 

คาเรอัสคุกเข่าลงพร้อมกับยื่นหน้ากากสีแดงที่มีรอยร้าวให้แก่เวลโดร

 

จอมมารปีศาจรับหน้ากากจากคาเรอัสและจ้องมองไปยังหน้ากากด้วยสายตาอันว่างเปล่า

 

“ในตอนนี้มันคงเป็นของข้าแล้ว” เวลโดรเอ่ยพลางเก็บหน้ากากไว้ที่คลังของระบบ

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองปีศาจโครงกระดูกร่างยักษ์ที่มีนามว่าคาอัสก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับคุกเข่าลงข้างคาเรอัส

 

“คาเรอัสทำไมเจ้าถึงยังไม่ตาย?” กันต์ในร่างของเวลโดรที่เริ่มควบคุมสติได้แล้วจึงถามออกไปทันที

 

“ร่างที่ตายไปนั้นเป็นเพียงร่างแยกของข้าเท่านั้น ในตลอดพันปีหลังจากที่ท่านจากไปข้าก็สร้างตัวตนที่สองขึ้นมา ซึ่งคาเรอัสตนนั้นคือจอมเวทแสนอ่อนแอ”

 

หลังจากที่คาเรอัสพูดจบเขาก็เว้นช่วงสักพักก่อนที่จะสวมหมวกเกราะสีดำที่มีลักษณะคล้ายเวลโดร 

 

แต่การที่คาเรอัสสามารถหลอกลวงระบบว่าตนได้ตายไปแล้วแบบนี้ มันอาจจะหมายความว่าคาเรอัสเองก็ไม่ใช่เล่น ๆ

 

“แต่ข้าคนนี้คือคาเรอัสที่ยังคงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ผู้นำกองพันปีศาจเมื่อพันปีที่แล้วเหลือรอดแค่ข้า และเวรุสเท่านั้น ผู้นำกองพันปีศาจที่เหลือต่างเป็นพวกปีศาจรุ่นใหม่ทั้งสิ้น”

 

มันก็เป็นจริงตามที่คาเรอัสพูด พวกผู้นำกองพันปีศาจที่เขาเคยสู้ด้วยต่างก็เป็นพวกที่เขาไม่รู้จักทั้งนั้น

 

“เมื่อพันปีที่แล้วข้าได้เจอร่างที่ใกล้สิ้นลมหายใจของคาอัสในถ้ำแห่งนี้ ข้าเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นนักรบโครงกระดูกเพื่อไม่ให้การตายของเขาไร้ประโยชน์ และข้าเองก็ได้พบกับประตูมิติข้ามภพที่นี่”

 

“นั่นหมายความว่าเจ้าสามารถดึงตราบัญชาไร้ลักษณ์ออกมาจากคาอัสได้?” เวลโดรเอ่ยถามพร้อมกับมองไปยังปีศาจโครงกระดูกร่างยักษ์

 

“ขอรับนายท่าน เพียงแต่คาอัสมีตัวตนอยู่ได้เพราะตราบัญชาไร้ลักษณ์ ถ้าดึงมันออกมาก็เท่ากับว่าจะทำให้คาอัสสิ้นชีพโดยสมบูรณ์”

 

“ถ้าเช่นนั้นมันก็ยังไม่สมควรที่จะดึงตราบัญชาไร้ลักษณ์ออกมา”

 

หลังจากที่การสนทนาเริ่มเงียบไปสักพัก อยู่ ๆ คาเรอัสก็ก้มหัวลงแทบเท้าของเวลโดรทันที

 

“นายท่าน จอมมารอาร์คนอสนั้นเป็นผู้นำที่เฉื่อยฉาและไม่มีความตั้งใจในการโจมตีพวกมนุษย์อย่างจริงจัง หากมีผู้นำเช่นนี้สักวันเราอาจจะเป็นฝ่ายที่เพลี้ยงพล้ำอีกครั้ง ข้าขอให้นายท่านกลับไปครองบัลลังก์อีกครั้งด้วยเถิด”

 

กันต์ที่ได้ยินดังนั้นก็คิดขึ้นมาในใจทันทีว่า นี่อาจจะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้จิตใต้สำนึกของจอมมารเวลโดรต้องโกรธแค้นมากแน่ ถ้าเป็นอย่างที่คาเรอัสว่าจริง ครั้งนี้พวกปีศาจคงหนีไม่พ้นการล้างเผ่าพันธ์ุอย่างแน่นอน

 

การมีผู้นำที่ไร้ซึ่งความกระตือรือร้น ไม่มีความตั้งใจ และขี้เกียจ สุดท้ายกองทัพก็จะปราชัยเพราะตัวผู้นำที่ไร้ประสิทธิภาพ

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรที่เงียบมานานนั้นก็เริ่มส่งเสียงออกมาทันที

 

“เจ้านั่นมันก็แค่จอมมารเป็นแค่ผู้สืบทอดตำแหน่ง  ไปซะเจ้ามนุษย์! ไปไล่มันออกจากบัลลังก์ ที่นั่นไม่ใช่ที่ของมันอีกต่อไปแล้ว เพราะ…”

 

ถ้าไม่ทำตามคำขอของตัวละครเราก็โดนบทลงโทษจากระบบสินะ กันต์คิดในใจ

 

ในตอนนี้จิตใต้สำนึกของจอมมารเวลโดรไม่เหลือความเครียดแค้นในใจให้กับกันต์อีกแล้ว เพราะตอนนี้ความแค้นของเขาได้ใส่ลงไปให้กับจอมมารคนปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อย

 

ทันใดนั้นเองทั้งกันต์ในร่างเวลโดรและจิตใต้สำนึกของเวลโดรก็ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

“ข้าคือราชันจอมมาร ข้าคือจอมมารที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมมารตนใด”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #296 Fikusa (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 15:25
    พร้อมใจกันพูด เพราะกันต์ชอบเล่นเวลโดรล่ะนะ
    #296
    1
    • #296-1 SuruMaster(จากตอนที่ 141)
      18 มีนาคม 2563 / 20:01
      ใช่ครับพี่แกเล่นจนคำพูดได้
      #296-1
  2. #295 danayapat123 (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 11:25
    ความเเค้นของจอมมารที่มีต่อกันต์ปลิวง่ายมาก555
    #295
    1
    • #295-1 SuruMaster(จากตอนที่ 141)
      18 มีนาคม 2563 / 14:23
      555พี่แกรู้ดีว่าถ้าโกรธใส่เดี๋ยวพระเอกไม่ยอมทำตามที่ขอนะครับ
      #295-1
  3. #294 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:11
    อื้อออหือเท่มาค่ะท่านจอมมาร
    #294
    1
    • #294-1 SuruMaster(จากตอนที่ 141)
      18 มีนาคม 2563 / 14:23
      พี่แกกลับมาแล้วละครับ
      #294-1