สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 132 : ภาค 2-บท 32 พันธะสัญญาเทพมานา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    9 มี.ค. 63

สตรีหน้ากากแดงที่ได้ยินดังนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าที่ห้อยอยู่ด้านหลังของเธอและเปิดถุงออกมา

 

เธอดึงกระดาษสีอมน้ำตาลแผ่นหนึ่งออกมาและยื่นให้กับเวลโดร

 

“สิ่งนี้คือพันธะสัญญาเทพมานา เจ้ารู้จักมันหรือไม่”

 

“ข้ารู้จักมัน” เวลโดรกวาดสายตามองไปที่ข้อความบนกระดาษสักพักก่อนจะยื่นกลับคืนไป

 

พันธะสัญญาเทพมานาคือข้อตกลงหรือคำสาบานระหว่างคน 2 คน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับใบสัญญาที่ทั้ง 2 จะมีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันหากใครทำผิดสัญญาก็ต้องได้รับโทษตามที่ระบุไว้

 

แต่ของชิ้นนี้ในเกมส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้ในพวกเลเวลสูง ๆ เท่านั้นเพราะมันทั้งหายากและทำได้ยาก

 

ส่วนทางฝั่งปีศาจไม่มีพันธะสัญญาแบบนี้ ถ้าหากมีใครทำผิดข้อตกลงที่สัญญากันไว้ก็สู้กันอย่างเดียว

 

ไม่เคยมีใครที่สามารถรอดพ้นจากบทลงโทษพันธะสัญญาเทพมานาเมื่อทำผิดข้อตกลงที่สัญญาไว้กับอีกฝ่ายได้

 

เพราะพันธะสัญญามานามันถูกสร้างขึ้นโดยใช้พลังแห่งเทพเป็นวัตถุดิบ มีเพียงนักบุญศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สร้างมันได้

 

ในโลกนี้คงจะไม่มีใครที่ไหนจะสามารถมีพลังเหนือไปกว่าเทพได้

 

“ข้าขอสาบานต่อหน้าเทพผู้ปกครองโลก ข้าจะไม่แพร่งพรายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในถ้ำแห่งนี้ออกไปและจะไม่ถามเรื่องราวของบุคคลตรงหน้า บทลงโทษคือทัณฑ์สวรรค์” สตรีหน้ากากแดงเอ่ยประโยคสาบานอย่างช้า ๆ

 

นั่นมันหมายความว่า ก่อนที่เธอจะได้พูดเรื่องที่เกิดในถ้ำนี้หรืออะไรก็ตามที่มีถ้ำนี้เป็นส่วนเกี่ยวข้องออกไป สายฟ้าจากสวรรค์ก็จะผ่าลงมาและฆ่าเธอก่อนที่จะได้เอ่ยความลับนั้นออกมา

 

ใบพันธะสัญญาเทพมานาเริ่มลอยออกไปจากมือของเธอและสลายกลายเป็นผุยผงกลางอากาศ

 

ทันใดนั้นเองตราประทับสีฟ้าก็ได้ปรากฏขึ้นบนหลังข้อมือของเธอ

 

นั่นเป็นตัวแสดงได้ดีว่าพันธะสัญญาเทพมานาเสร็จสิ้นแล้ว แต่ครั้งนี้คือการทำพันธะสัญญาเพียงฝ่ายเดียว

 

“ในเมื่อเจ้าทำพันธะสัญญาเรียบร้อยแล้ว เราก็มาเริ่มกันเถอะ”

 

จริงอยู่ที่ผมต้องรีบกลับไปที่ร่างต้นเพื่อไขปัญหาต่าง ๆ แต่ตอนนี้ผมคิดออกแค่วิธีนี้เท่านั้น

 

“หากนั่นเป็นสิ่งที่เจ้าขอ ข้าก็พร้อมจะทำให้” สตรีหน้ากากแดงชักดาบออกมาและพุ่งตัวเข้าโจมตีทันที

 

ทั้ง 2 ผลัดกันรับและรุกอย่างไม่มีใครยอมใคร ถึงแม้กันต์ในร่างเวลโดรจะมีประสบการณ์การต่อสู้ที่ต่ำกว่า แต่เขาก็สามารถชดเชยได้ด้วยเลเวลที่สูงกว่ามา 1 เลเวล

 

หลายชั่วโมงต่อมา

 

         มานาที่เหลืออยู่ในตัวของทั้งเวลโดรและสตรีหน้ากากแดงใกล้จะหมดลงไปทุกที

 

ตัวกันต์เองก็เช่นกันเขาเริ่มที่จะเหนื่อยแล้ว แต่จะแสดงความอ่อนแอออกไปให้เห็นไม่ได้เด็ดขาด

 

“มานาในตัวของเจ้าใกล้จะหมดแล้ว พักก่อนเถอะ” เวลโดรมอบข้อเสนอ

 

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” สตรีหน้ากากแดงเอ่ยพลางเก็บดาบกลับเข้าฝักและนั่งพักบริเวณผนังถ้ำ

 

         เธอหยิบถุงผ้าที่ห้อยติดอยู่กับเข็มขัดด้านหลังออกมาและเปิดถุงออก

 

         ข้างในถุงผ้านั้นมีถุงกระดาษอยู่ และในถุงกระดาษนั้นก็มีคุกกี้ธัญพืชอยู่

 

         เธอหยิบคุกกี้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารออกมาพร้อมกับเปิดหน้ากากออก

 

         แต่ทว่าเธอดึงหน้ากากออกเพียงแค่บริเวณปากเท่านั้น นั่นจึงทำให้ผมมองไม่เห็นหน้าของเธอ เห็นเพียงแค่ริมฝีปากอมชมพูที่กำลังกัดคุกกี้

 

         เสียงกัดคุกกี้ดังผ่านเข้าไปในหูของเวลโดรตรงเข้าไปในจิตใจของกันต์อย่างช้า ๆ

 

         ครั้งสุดท้ายที่ผมได้กินอาหารมันเมื่อไหร่กัน ผมเองก็ไม่ได้กินข้าวมานานแล้ว พอเห็นแบบนี้มันจึงทำให้รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเล็กน้อย

 

“เจ้า…อยากกินสิ่งนี้หรือ?” เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะไม่อยากแบ่งให้ผมกิน

 

แม้แต่ตอนที่เธอพูดกับเวลโดรก็ยังไม่มองหน้ากัน เธอคงจะกลัวว่าผมจะเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากของเธอ

 

ก่อนที่เวลโดรจะได้เอ่ยตอบ หญิงสาวก็ยื่นถุงกระดาษให้แก่เวลโดร

 

“ข้ายังมีเหลืออยู่ เจ้าเอาไปเถอะ”

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรที่เห็นดังนั้นก็กล่าวขึ้นมาทันที

 

“รับของจากนางไว้เจ้ามนุษย์ สภาพจิตใจของเจ้าตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ถ้าเจ้าเผลอทำให้ข้าเสียเกียรติขึ้นมาเพียงเพราะหิวแล้วหน้ามืด ข้าไม่มีวันให้อภัยเจ้าแน่”

 

ดวงตาที่จ้องมองเวลโดรผ่านรอยแตกหน้ากากนั้นสามารถมองตรงไปยังความคิดของเวลโดรได้ ถึงแม้ว่าเวลโดรเองก็สวมเกราะที่ปิดบังใบหน้าเช่นกัน

 

ผมไม่คิดที่จะบอกเธออยู่แล้วว่าผมเป็นจอมมารเวลโดร ตอนนี้ให้เธอคิดว่าผมก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งไปแล้วกัน

 

“เจ้าไม่ต้องกังวลไปว่าจะติดหนี้บุญคุณ วันนี้ข้าเองก็ได้เจ้าช่วยไว้หลายอย่าง อาหารว่างแค่นี้รับไว้ก็ไม่เสียหาย”

 

กันต์ในร่างของเวลโดรรับถุงกระดาษของหญิงสาวและมองไปยังใบหน้าที่สวมหน้ากากของเธอ

 

ผมได้ให้สัญญาไปแล้วว่าจะไม่ถามเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ถ้าผมทำผิดเองมันก็คงเป็นอะไรที่แย่มาก

 

ถึงผมจะรู้ว่าเธอชื่ออะไรมาจากไหน หรือเป็นเผ่าอะไรมันก็ไม่สำคัญอยู่แล้ว

 

กันต์คิดในใจในขณะที่เขากำลังใช้ร่างของเวลโดรเทคุกกี้ทั้งหมดในถุงกระดาษลงบนมือขวาของตัวเอง

 

หลังจากนั้นเขาก็ใช้มือข้างนั้นประทับลงไปที่บริเวณปาก

 

เมื่อคุกกี้ได้เข้าไปใกล้กับหมวกเกราะแล้ว คุกกี้ทั้งหมดในมือก็อันตรธานหายไป

 

พวกมันได้เข้ามาอยู่ในปากของเวลโดรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ในเกมเองเวลโดรไม่เคยจะถอดเกราะหมวกออก แต่เขากลับมีวิธีกินที่พิเศษคือส่งอาหารทะลุผ่านเกราะไป

 

ผมไม่รู้ว่าเวลโดรทำได้ยังไงแต่มันก็ไม่สำคัญ ตอนนี้ขอแค่ได้กินอะไรก็พอแล้ว

 

สตรีหน้ากากแดงจ้องมองวิธีการกินของเวลโดรด้วยความแปลกใจ

 

“เจ้าค่อย ๆ กินก็ได้ ไม่มีใครแย่งเจ้าอยู่แล้ว” หญิงสาวเอ่ยพลางกัดคุกกี้ไปอีกคำ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

741 ความคิดเห็น

  1. #275 ลู่เมิ่ง-sun- (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 20:34
    ดีนะแค่หายเข้าปาก ถ้าหายเข้ากระเพาะนี้อย่างฮา ไม่เรียกกินล่ะใครเห็นก็คิดว่าสูบ5555
    #275
    1
    • #275-1 SuruMaster(จากตอนที่ 132)
      9 มีนาคม 2563 / 22:32
      ตามนั้นเลยครับสูบหายไปเลย 555
      #275-1
  2. #273 Fikusa (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 09:53
    ใครเห็นแล้วจะไม่เชื่อว่าจอมมารกินคุกกี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #273
    1
    • #273-1 SuruMaster(จากตอนที่ 132)
      9 มีนาคม 2563 / 15:46
      พี่แกหิวนะครับ555
      #273-1