สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 131 : ภาค 2-บท 31 สวมหน้ากากเข้าหากัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    8 มี.ค. 63

“คาอัส” เวลโดรพึมพำชื่อของโครงกระดูกยักษ์เบื้องหน้าของตนออกมาเบา ๆ

 

บรรยกาศรอบตัวของเวลโดรนั้นให้ความรู้สึกหนักอึ้งและอึดอัด ประกอบกับออร่าสีม่วงเข้มที่กระจายตัวอยู่โดยรอบ

 

ใช่แล้วในตอนนี้เวลโดรกำลังใช้เวท ราชันแห่งอสูรกายอินทนิลนั่นเอง

 

มันเป็นทักษะที่จะทำให้เวลโดรแข็งแกร่งเมื่อความหวาดกลัวรอบตัวเพิ่มสูงขึ้น

 

ส่วนความหวาดกลัวนั้นก็มาจากผู้หญิงคนนี้เอง นั่นจึงทำให้เวลโดรมีความสามารถมากพอที่จะรับมือคาอัสได้

 

นี่จึงเป็นตัวยืนยันได้ดีว่าทักษะราชันอสูรกายอินทนิลนั้นน่าหวาดกลัวเพียงไหน

 

ส่วนกรงเล็บของเวลโดรนั้นเป็นกรงเล็บที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามพลังที่เพิ่มขึ้น มันเป็นอาวุธติดตัวที่ใช้ได้ตลอดชีวิต

 

“ทำร้ายผู้เป็นนายเช่นข้า เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร คาอัส”

 

เวลโดรเงยหน้าขึ้นเพื่อจ้องมองไปยังใบหน้าของโครงกระดูกร่างยักษ์

 

ดาบในมือของคาอัสเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

 

“หัดสำเหนียกตนแล้วคุกเข่าลงไป”

 

เมื่อเวลโดรพูดจบนั่นเองเขาก็ร่ายเวททักษะดึงวิญญาณออกมา

 

ด้วยความหวาดกลัวประกอบกับเวทที่มีความสามารถทางด้านจิตใจก็ยิ่งทำให้คาอัสรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถต่อกรกับเวลโดรได้

 

ร่างอันยักษ์ใหญ่ของโครงกระดูกคุกเข่าลงกับพื้นและวางดาบลงไว้ที่เบื้องขวา พร้อมกับยกเลิกเวทหนามกระดูกที่พันธนาการร่างของหญิงสาวออก

 

เวลโดรที่เห็นดังนั้นก็ยกเลิกทักษะราชันอสูรกายสีอินทนิลทันทีเพราะมันก็กินมานาไม่ใช่น้อย

 

สตรีในหน้ากากแดงกำลังพยายามลุกขึ้นยืนด้วยแรงที่เหลืออยู่

 

สีหน้าของเธอดูไม่สู้ดีนัก ผลลัพธ์จากพิษหนามกระดูกไม่ใช่ของที่จะดูถูกได้ ยิ่งคาอัสมีเลเวลถึง97ก็ยิ่งอันตราย

 

เวลโดรช่วยเธอพยุงตัวของขึ้นมาและหันกลับไปมองที่คาอัส

 

“กลับไปยังที่ของเจ้าก่อน” เวลโดรออกคำสั่ง

 

คาอัสผงกหัวและลุกขึ้นยืน พร้อมกับคว้าดาบเล่มใหญ่ก่อนที่จะเดินหายไปในความมืด

 

เหล่ากองทัพร่างเงาที่เผ้าดูอยู่ไม่ไกลก็เดินตามหลังคาอัสไปติด ๆ

 

การเก็บคาอัสไว้ที่นี่ก็มีแต่จะสร้างความสงสัยให้กับหญิงสาวตรงหน้า กันต์จึงตัดสินใจให้คาอัสกลับไปก่อน

 

อีกอย่างคาอัสนั้นก็ไม่ได้มีศักยภาพมากพอที่จะใช้ผนึกศักดิ์สิทธิ์ด้วย เพราะตอนนี้คาอัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว

 

เงื่อนไขอีกอย่างของผู้ที่จะใช้ผนึกศักดิ์สิทธิ์ได้คือผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น แถมคาอัสในร่างนี้ก็ดูเหมือนจะสูญเสียสติไปแล้วด้วย

 

และกันต์ก็ตัดสินใจใช้ผู้หญิงคนนี้เป็นคนใช้ผนึก ถึงแม้เธอจะมีเลเวลอยู่ที่89แต่ก็เกือบจะถึง 90แล้ว

 

ในตอนนี้เธอยังได้รับผลกระทบจากพิษหนามกระดูกอยู่

 

“เจ้ากล่าวว่าเช่นไรนะ แล้วเจ้าโครงกระดูกนั่นอยู่ที่ไหน” สตรีในหน้ากากแดงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่หอบแห้ง

 

“ปีศาจยักษ์นั่นหนีไปแล้ว แต่เจ้าในตอนนี้กำลังติดพิษอยู่”

 

“นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ร่างกายของข้ามีความสามารถในการต้านทานพิษและฟื้นฟูในระดับสูง อีกไม่นานข้าก็จะกลับสู่สภาพปกติ”

 

เวลโดรตัดสินใจพาเธอไปนั่งพักบริเวณใกล้ ๆ ผนังถ้ำในบริเวณที่ตนถูกคาอัสซัดกระเด็นไปไม่นานนี้

 

“ข้าต้องขออภัยจริง ๆ ในตอนแรกที่ข้าพบเจ้า สายตาของข้าก็มองเห็นเพียงจิตสังหารอันมหาศาลที่แผ่ออกมา พวกร่างเงาส่วนใหญ่ในถ้ำก็เป็นเช่นนั้น”

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ “ข้าแค่คร่าชีวิตไปไม่กี่หมื่น แต่ผู้หญิงตรงหน้าเจ้าเองก็ไม่ใช่เล่น ๆ”

 

กันต์รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีเลเวลอยู่ที่89ซึ่งน้อยกว่าเวลโดรไปหนึ่งเลเวล แต่ไม่รู้ว่าเธอเป็นเผ่าไหนและมาที่นี่ทำไม จากที่เวลโดรพูดมาผู้หญิงคนนี้เองก็ฆ่าสิ่งไปเยอะพอตัว

 

“เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร?” เวลโดรเอ่ยถาม

 

“ข้ามาเพื่อตามหาสิ่งของบางอย่าง มันอยู่ที่นี่ ข้ารู้สึกถึงมันได้”

 

สตรีในหน้ากากแดงลุกขึ้นช้า ๆ โค้งตัวลงคำนับเวลโดร

 

“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ถ้าเจ้าต้องการอะไรก็เอ่ยมาได้ ถึงแม้เจ้าจะคร่าชีวิตไปมาก แต่ข้าเชื่อว่าที่เจ้าทำลงไปมันก็เพราะความจำเป็น”

 

การที่เธอพูดแบบนี้มันก็เหมือนกับดักทางผมไม่ให้ขอเรื่องชั่ว ๆ นะสิ

 

ผมอยากรู้ว่าเธอเป็นเผ่าอะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับถ้ำนี้ แล้วพวกร่างเงามาจากที่ไหน

 

“เจ้ารู้ไหมว่าพวกร่างเงาพวกนี้มาจากที่ไหน”

 

สตรีหน้ากากแดงส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่รู้

 

ผู้หญิงคนนี้ดูจะไม่ตกใจเลยกับแขนสีม่วงของเวลโดร เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ดูเหมือนเธอจะเดาไม่ออกว่าผมเป็นจอมมาร

 

บางทีเธออาจจะคิดว่าเวลโดรก็เป็นแค่ชายคนหนึ่งที่โดนพิษอะไรบางอย่างเล่นงานจนมีสภาพร่างกายแบบนี้

 

แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเธออาจจะรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นจอมมาร เพียงแต่ถูกผมช่วยชีวิตไว้เลยคิดจะตอบแทนบุญคุณ

 

“ข้ามีข้อตกลงให้กับเจ้า หนึ่งคือพวกเราจะไม่ถามเรื่องส่วนตัวของกันและกัน สองคือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เกิดในถ้ำนี้ให้ใครฟัง”

 

ผมยื่นข้อเสนอให้กับเธอ สัญชาตญาณของผมบอกว่าผู้หญิงคนนี้เชื่อใจได้ ถึงแม้จะเป็นแค่สัญญาจากลมปากก็ตาม

 

ผมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอนัก ในทางกลับกันผู้หญิงคนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวผมเช่นกัน

 

พวกเราทั้งคู่ต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน ไม่มีใครอยากให้ใครรู้ความลับของกันและกัน นี่เป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมกับทั้ง2ฝ่าย

 

“ข้าตกลง แต่สิ่งที่เจ้าอยากให้ข้าทำคืออะไร?” สตรีหน้ากากแดงเอ่ยถาม

 

“สู้กับข้าตรงนี้ วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีเพิ่มเลเวลของเจ้าให้ถึง90 ได้เร็วที่สุด หลังจากนั้นเจ้าจะรู้เอง”

 

หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ถามต่อทันที “จริงอยู่ที่เป็นเช่นนั้น แต่ถ้าโครงกระดูกยักษ์นั่นกลับมาเจ้าจะทำยังไง”

 

“ถ้ามันกล้ากลับมาจริง ข้าจะไล่มันให้เอง” เวลโดรเอ่ยตอบสั้น ๆ ก่อนที่จะตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #271 Fikusa (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 11:09
    ถือว่าเทรนตัวเองไปด้วยสินะ
    #271
    1
    • #271-1 SuruMaster(จากตอนที่ 131)
      8 มีนาคม 2563 / 21:00
      ถูกต้องแล้วครับ ได้ประโยชน์ทั้ง2ฝ่าย
      #271-1