สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 133 : ภาค 2-บท 33 ตราบัญชาไร้ลักษณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

อร่อยผิดคาด นั่นคือสิ่งที่กันต์กำลังคิดอยู่ในหัวในขณะที่กำลังเคี้ยวอาหาร

 

จิตใต้สำนึกของเวลโดรเงียบเป็นเป่าสากเพราะเหตุผลบางอย่าง

 

"สิ่งนั้นอร่อยไหม?" สตรีหน้ากากแดงเอ่ยขึ้นพร้อมกับปิดใบหน้าส่วนปากด้วยหน้ากาก

 

กันต์ในร่างเวลโดรกลืนคุกกี้ธัญพืชลงไปและกล่าวตอบ "รสชาติดีในระดับหนึ่ง เจ้าอยากรู้ไปเพื่ออะไร?"

 

สตรีหน้ากากแดงเบนหน้านี้เวลโดรและเก็บส่วนที่เหลือลงในถุงผ้า

 

"ก็เพราะข้าเป็นคนทำมันเอง" สตรีหน้ากากแดงพึมพำเบา ๆ ซึ่งเวลโดรเองก็ไม่ได้ยิน

 

เช้าวันถัดมา

 

         ผมไม่รู้ว่าเวลานั้นผ่านไปนานแค่ไหน ตอนนี้มันวันที่เท่าไหร่ หรือโลกข้างนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น

 

         ที่ผมรับรู้ได้ก็มีเพียงแค่การต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมสู้กับผู้หญิงที่สวมหน้ากากแดงคนนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส

 

         ผมไม่สามารถแม้แต่จะประมาทเธอคนนี้ได้แม้แต่วินาทีเดียว พวกเราสู้กันแบบเอาชีวิตเข้าแลก

 

         การต่อสู้แบบนี้จะช่วยผึกทักษะต่อสู้และการควบคุมเวทได้อย่างดี จึงมีส่วนในการช่วยเพิ่มเลเวลได้

 

         นี่จะเป็นวิธีที่จะช่วยให้เธอมีเลเวล 90 เร็วที่สุด และจะได้มาใช้ผนึกศักดิ์สิทธิ์ให้ผมได้

 

         กรงเล็บของเวลโดรพุ่งเฉียดแก้มซ้ายของสตรีหน้ากากแดงไป และนั่นจึงทำให้เกิดรอยร้าวบนหน้ากากอีกครั้ง

 

         ผมพยายามจะไม่ใช้เวทใหญ่ ๆ หรือทักษะที่บ่งบอกว่าผมเป็นจอมมารเวลโดร นั่นจึงทำให้ประหยัดมานาไปมากและสู้ได้นานยิ่งขึ้น

 

              ในขณะเดียวกันผู้หญิงคนนี้ก็คุ้นชินกับการต่อสู้มือเปล่าของผมแล้ว ประสบการณ์ต่อสู้ของพวกเราเริ่มใกล้เคียงกัน

 

จนกระทั่ง

 

“ผู้หญิงคนนี้เลเวล 90 มาตั้งนานแล้ว เจ้ายังไม่สังเกตอีกรึ” จิตใต้สำนึกของจอมมารเวลโดรเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอันเรียบเฉย

 

กันต์ในร่างจอมมารเวลโดรที่ได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงักไปในทันที นั่นจึงส่งผลให้ดาบที่โจมตีออกมาของสตรีหน้ากากแดงหยุดลงด้วยเช่นกัน

 

ผมพยายามตรวจสอบเลเวลของเธอดู และมันก็เป็นไปตามที่จิตใต้สำนึกของเวลโดรว่าไว้

 

“ข้าเลเวล 90 แล้ว” สตรีหน้ากากแดงเอ่ยพลางชักดาบกลับ

 

ดูเหมือนว่าผมและเธอจะเอาแต่สู้กันอย่างเดียวจนเกือบลืมเป้าหมายหลักไป

 

ทันใดนั้นเองสตรีหน้ากากแดงก็หันมองไปทางขวาและทำท่าทางแปลก ๆ

 

“สัมผัสมันชัดเจนขึ้น สิ่งที่ข้าต้องการอยู่ทางนั้น”

 

หลังจากที่เธอพูดจบก็มุ่งหน้าไปยังทิศที่มองไปทันที

 

ผมรีบตามเธอไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

 

         ในเวลาต่อมาไม่นานเธอก็หยุดวิ่งและหลบหลังก้อนหินก้อนใหญ่ พร้อมกับบอกให้ผมเงียบ

 

         สายตาของผมจ้องมองไปยังภาพข้างหน้าพร้อมกับยื่นหน้าออกไปมอง

 

         คาอัสในร่างปีศาจโครงกระดูกยักษ์กำลังลากดาบไปกับพื้นและเดินไปหาศพของชายคนหนึ่ง

 

         คาอัสอ้าปากคำรามใส่ศพในชุดเกราะของชายคนนั้น

 

         หมอกสีดำทมิฬได้ล่องลอยออกมาจากปากของคาอัสและเข้าไปชอนไชในศพนักรบ

 

         หลังจากนั้นไม่นานหมอกสีดำก็ลอยออกมาจากศพและก่อตัวกลายเป็นร่างเงาที่มีสภาพร่างกายเหมือนศพที่พวกมันพึ่งเข้าไปชอนไช

 

ศพของนักรบเริ่มสลายกลายเป็นผุยผงสีดำและลอยหายไปในอากาศ

 

         ที่ในปากของคาอัสนั้นปรากฏให้เห็นตราสัญลักษณ์บางอย่างที่เป็นสีดำเงา ถ้าไม่มองให้ดีก็จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลย

 

“สิ่งนั้นคือตราบัญชาไร้ลักษณ์” สตรีหน้ากากแดงกระซิบเบา ๆ

 

ถึงแม้เธอจะไม่บอกว่ามันคืออะไรผมก็พอจะเดาออกอยู่แล้ว

 

ในเกมตราบัญชาไร้ลักษณ์คือไอเทมที่จะช่วยให้ผู้เล่นเป็นมิตรกับพวกร่างเงา สามารถสื่อสาร และขอความช่วยเหลือได้

 

พวกร่างเงาปกติก็จะมีหน้าที่ทำตามเจ้าของร่างเงาสั่งให้ทำ แต่หากเจ้าของตาย ร่างเงานั้นก็ไม่ได้สลายไป

 

ร่างเงาพวกนั้นก็จะกลายเป็นเหมือนสัมภเวสีเร่ร่อนไร้จุดหมาย วนเวียนอยู่ในที่เก่า ๆ และไล่ฆ่าผู้ที่เข้ามายุ่มย่าม

 

แต่ความสามารถพิเศษอีกอย่างของตราบัญชาไร้ลักษณ์คือสามารถใช้ศพของผู้ตายเป็นต้นแบบในการสร้างร่างเงาได้

 

ร่าเงาที่ได้มาจากวิธีนี้จะเชื่อฟังเจ้านายผู้เป็นเจ้าของตราบัญชาไร้ลักษณ์

 

แต่ถ้าเป็นร่างเงาในกรณีแรกจะไม่มีใครพูดคุยกับมันหรือขอร้องมันได้ นอกเสียจากจะมีตราบัญชาไร้ลักษณ์

 

ในเกมมันเป็นของสืบทอดในตระกูลจอมมาร และแน่นอนว่าเวลโดรได้รับมันมาจากพ่อของเขาผู้เป็นจอมมารลำดับที่ 2

 

ผมจำได้ว่าเวลโดรได้มอบตราบัญชาไร้ลักษณ์ให้แก่คาอัสเพื่อให้เขาไปรวบรวมกองทัพร่างเงามา แต่พออีกวันหนึ่งหลังจากนั้นคาอัสก็ดันหายตัวเข้าไปในประตูมิติข้ามภพ

 

นั่นจึงทำให้ตราบัญชาก็พลอยหายไปด้วย แต่ในครั้งนี้เวลาปัจจุบัน อยู่ ๆ คาอัสก็กลับมาปรากฏตัวที่นี่และกลายเป็นโครงกระดูก

 

อีกทั้งยังไล่ฆ่าพวกที่เข้ามาในถ้ำนี้แล้วใช้ตราบัญชาไร้ลักษณ์ควบคุมพวกร่างเงาอีก

 

แน่นอนว่าคนที่จะสามารถใช้เวทร่างเงาได้นั้นก็ต้องเป็นพวกที่มีเลเวลสูงพอสมควร นั่นจึงทำให้ร่างเงาแต่ละตนในถ้ำนี้จึงแข็งแกร่งมาก

 

ดูเหมือนก่อนที่จะจบเรื่องนี้ผมมีเรื่องต้องสะสางกับคาอัสอีก

 

“เจ้ามนุษย์ เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าคำสั่งสุดท้ายที่ข้ามอบให้กับคาอัสคืออะไร?” จิตใต้สำนึกของเวลโดรเอ่ยถามออกมา

 

“รวบรวมกองทัพแห่งความมืด และนำกำลังเข้าโจมตีเมืองเอดัน”

 

เมืองเอดันคือเมืองของเผ่าเอลฟ์ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมสงครามครั้งนั้นถึงมีชื่อว่าเอดัน

 

ในตอนนั้นเวลโดรหวังพึ่งให้คาอัสนำกองทัพเงากลับมาเพื่อจะได้ช่วยโจมตีเมือง แต่สุดท้ายคาอัสกลับทำเรื่องที่คาดไม่ถึง เขาตัดสินใจเปิดประตูมิติข้ามภพและหายตัวไป

 

นี่จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้กองทัพปีศาจพ่ายแพ้ในสงครามเอดัน

 

จะว่าไปแล้วทำไมผมไม่เคยสงสัยเลยนะว่าเกมนี้มันจะมีฉากเนื้อเรื่องเยอะไปไหน

 

“ในตอนนี้คาอัสกำลังถูกตราบัญชาไร้ลักษณ์ควบคุมอยู่ แต่จิตใต้สำนึกของมันก็ยังคงเป็นคาอัส”

 

นั่นหมายความว่าคาอัสยังคงทำตามคำสั่งของจอมมารเวลโดรมาตลอดหนึ่งพันปี มันกำลังรวบรวมกองทัพร่างเงาและเข้าโจมตีเมืองเอดัน

 

แต่คาอัสมันไปเอาศพของนักรบพวกนี้มาจากไหนกันตั้งมากมาย มันไปหามาจากไหน แค่คนที่หลงมาในถ้ำนี้ก็ไม่น่าจะพอและเป็นไปได้ยากอยู่แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #276 Fikusa (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 17:45
    นึกว่านายจะทรยศจริงๆ สรุปแล้วเป็นลูกน้องที่เคารพเวลโดรน่าดู
    #276
    1
    • #276-1 SuruMaster(จากตอนที่ 133)
      10 มีนาคม 2563 / 20:32
      555 ก็ประมาณนั้นแหละครับ
      #276-1