มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 380,022 Views

  • 1,563 Comments

  • 8,504 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,501

    Overall
    380,022

ตอนที่ 42 : เสาผลึกและอสูรรับใช้ตนที่สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 879 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

บทที่40  เสาผลึกและอสูรรับใช้ตนที่สาม


                         "ถือว่าได้ยืดเส้นยืดสายแล้วกัน"


               ปีเตอร์เดินทางเข้ามาลึกขึ้นเรื่อย ๆ รอบกายจากทุ่งหญ้ากว้างแปรเปลี่ยนไปเป็นเส้นทางคดเคี้ยวของหุบเขา หิมะเริ่มที่จะโปรยปรายลงมาเป็นจำนวนมาก กระแสพลังเวทธาตุน้ำในที่แห่งนี้ไหลเวียนรุนแรงอย่างยิ่ง สัมผัสของเสาผนึกเวทไหลเวียนอย่างอ่อนจางนั่นคงเป็นเพราะพลังของธาตุน้ำสะกดข่มมันเอาไว้ 


               เหตุใดกันสถานที่แห่งนี้จึงมีพลังธาตุน้ำที่รุนแรงได้ถึงเพียงนี้  ความรู้สึกของเด็กน้อยแน่ใจว่ามันไม่ใช่กระแสพลังของสภาพอากาศอย่างแน่นอน  เขาเดินมาถึงเส้นทางเล็ก ๆ ที่เป็นทางลัดเลาะไต่ริมเขามาเรื่อย ๆ สายลมแรงพัดพาหิมะราวกับพายุผ่านช่วงของช่องเขาเข้ามา  สายตาของเขาสาดส่องจ้องมองไปเบื้องล่างเป็นหุบเหวลึกมืดจนมองไม่เห็นก้นบ่งบอกระดับความสูง


                         "ลมแรงเสียจริง  ทำไมพลังงานธาตุน้ำถึงได้รุนแรงขนาดนี้กัน"


               ปีเตอร์เดินตามแหล่งที่มาของพลังเวทธาตุน้ำ  ภายในใจขบคิดถึงบางสิ่ง น่าแปลกใจอย่างมากว่ามันเป็นทิศทางเดียวกับที่ปีเตอร์สัมผัสได้ถึงที่ตั้งของเสาผนึกจะเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่บริเวณนั้น  ก้าวเล็ก ๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคงด้วยกันใช้เวทแรงโน้มถ่วงเข้าช่วยประคองมิให้ถูกสายลมแรงพัดปลิว


               ใช้เวลาเดินอยู่หลายชั่วโมงจนท้องฟ้าที่เคยสว่างกลับเริ่มมืดมิดลง  เบื้องหน้าของเด็กน้อยปรากฏปากทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่ เขาสอดส่ายสายตากวาดมองไปทั่วบริเวณ  ต้นไม้และดอกไม้น้ำแข็งขึ้นปกคลุมอยู่โดยรอบ ปากทางเข้ามีผลึกแท่งน้ำแข็งเกาะกุมห้อยย้อย  เพียงสังเกตุจากภายนอกก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังธาตุน้ำที่เข้มข้นจนรู้สึกหนาวเย็นเข้าไปถึงกระดูก  และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เพียงความรู้สึกอีกต่อไป


               เสื้อผ้าของเขาในยามนี้เริ่มมีก้อนน้ำแข็งเกาะกุมเป็นบางส่วนแล้ว  ปีเตอร์ขับเคลื่อนพลังเวทจากภายในจักรวาลพลังเวทของตนเองให้ไหลเวียนแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานธาตุไฟ  สร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายของเขา หลังจากเรียกไม้กายสิทธิ์ออกมาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว  สัมผัสทุกส่วนของร่างกายก็ถูกกระตุ้นตื่นอยู่ตลอดเวลา เท้าเล็ก ๆ ก้าวเดินต่อไปเบื้องหน้าเข้าสู่ถ้ำน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ


               เพียงก้าวแรกที่สัมผัสเข้าไปในถ้ำ ไอความเย็นอันเหน็บหนาวก็พวยพุ่งออกมาจากภายใน  ความรู้สึกหนาวสั่นสะท้านเข้าไปถึงกระดูก  หากไม่มีพลังเวทธาตุไฟระดับแปดไหลเวียนโคจรอยู่ละก็ ร่างของเด็กน้อยคงจะถูกแช่แข็งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเข้ามาได้สักพักแสงสว่างภายในถ้ำแห่งนี้ก็ลดน้อยถอยลง  บอลแสงถูกเรียกออกมาเพื่อเพิ่มความสว่างไสว


               ทางเดินภายในถ้ำสลับคดเคี้ยววกวนอย่างยิ่ง หากไม่มีพลังจิตวิญญาณอันแรงกล้าและคุ้นเคยกับสัมผัสของเผ่าเทพอย่างปีเตอร์แล้ว   หากใครเข้ามาภายในคงหลงทางเป็นแน่ เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงปีเตอร์ก็ได้เดินมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง พื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดประมาณสองตารางกิโลเมตร 


               สายตาของเด็กน้อยกวาดมองไปทั่ว ๆ พื้นที่แห่งนี้ ด้านบนปรากฏแท่งผลึกน้ำแข็งงอกห้อยย้อยลงมาเรียงรายประดับประดาอย่างสวยงามตามธรรมชาติ ผนังถ้ำโดยรอบทั้งสี่ทิศปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาทึบ ไอพลังความเย็นแผ่กระจายออกมาเป็นวงกว้าง ความเข้มข้นของพลังนี้สามารถแช่แข็งสัตว์อสูรได้ในเวลาไม่นาน  สังเกตุได้จากร่างของสัตว์อสูรหลายสิบตัวที่ถูกแช่แข็งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้  ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกแช่อยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายพันหลายหมื่นปีแล้ว  แม้แต่สัมผัสของผลึกแก่นแท้ภายในตัวพวกมันยังดับสูญหายไปเลย


               ทันทีที่เข้าเดินก้าวเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้นั้น ตัวอักษรสีเหลืองทองที่สลักอยู่ด้านบนก็ส่องสว่างไสวเรืองรองออกมา ไอเย็นสีขาวก็พวยพุ่งออกมาฟุ้งกระจายคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องแห่งนี้  ปีเตอร์เหลือบมองเพียงชั่วครูหนึ่งก็ประจักษ์แจ้งในบทเวทพวกนั้น  นี่คงเป็นกับดักที่เผ่าเทพลงอักขระกำกับเอาไว้ ว่าหากสิ่งมีชีวิตใดเข้ามาในที่แห่งนี้ หากไม่ออกไปก็จะถูกแช่แข็งอยู่ที่นี่  



               ปีเตอร์ลอยตัวเข้ามาภายในเข้าได้เร่งเร้าพลังเวทธาตุไฟให้ไหลเวียนรวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น สายตากวาดมองไปรอบ ๆ บานประตูขนาดใหญ่สีดำทึบตั้งอยู่ในส่วนในสุดของสถานที่แห่งนี้ บนบานประตูสลักอักษรเวทกำกับเอาไว้ หลังจากพิจารณาดูแล้วว่าอักขระที่กำกับเอาไว้จะปิดผนึกประตูแห่งนี้เอาไว้ 



               ไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดจัดเรียงตัวอักษรที่ปรากฏบนบานประตูแห่งนี้  ด้วยองค์ความรู้ที่เชี่ยวชาญในศาสตร์อักขระของเผ่าเทพเป็นอย่างดี เพียงชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงอักขระมากกว่าหนึ่งพันตัวก็ถูกเรียบเรียงใหม่  ทันทีที่ตัวอักษรสุดท้ายถูกจัดเรียงเสร็จ พวกมันก็แปรเปลี่ยนสีเป็นแดงสว่างในทันที  อักขระนับพันหมุนวนก่อตัวเป็นวงเวทหลายสิบวง 


                         บึ้มมมมมมมม!!!!!!!!!


               บานประตูขนาดใหญ่ระเบิดออกมาส่งเสียงดังลั่นก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วบริเวณ  เศษเล็กเศษน้อยปลิวกระจายออกไปโดยรอบฝุ่นควันคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ทันใดนั้นเองสายลมแรงที่ปะปนไปด้วยไอเย็นอันหนาวเหน็บเสียดเย็นจับเข้าไปในกระดูกก็พวยพุ่งออกมาจากด้านหลังของประตูนั้น ปีเตอร์ปิดตาลงเล็กน้อยจากความรุนแรงของสายลมเมื่อครู่


                         กี๊!!!!!!!!!


               เสียงร้องแหลมบาดแก้วหูโห่ร้องดังก้องไปทั่วบริเวณ   เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาภาพที่เห็นเบื้องหน้าสร้างความตื่นตะลึงเข้าภายในจิตใจของเขาได้ไม่น้อย สายตากวาดมองสำรวจไปทั่วด้านหลังบานประตูแห่งนี้เองก็เป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ กำแพงน้ำแข็งเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งผนังด้านบนและด้านล่าง ในสุดของที่แห่งนี้ปรากฏเสาผนึกของเผ่าเทพขนาดใหญ่สีดำทึบ  อักขระสีเหลืองทองส่องสว่างขึ้นบนเสาแห่งนี้ 



               แต่สิ่งเหล่านี้หาได้ทำให้จิตใจของปีเตอร์สั่นไหวได้   แต่มันคือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์ที่ปรากฏตัวขึ้นเหนือเสาผนึก ขนสีขาวกระจ่างงดงามราวกับหิมะอันบริสุทธิ์ไร้มลทินปกคลุมไปทั้วทั้งตัว  ปีกกว้างโบกพัดกระพือสร้างแรงลมที่แฝงด้วยธาตุน้ำอันหนาวเย็นเข้มข้นให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว  ลำตัวขนาดใหญ่ที่สูงมากกว่าสามเมตร  กรงเล็บแหลมคมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นเงาแวววับสะดุดตา ปากโค้งแหลมคมพร้อมด้วยนัยน์ตาสีสีเหลืองนวลแต่แฝงด้วยกลิ่นอายของจิตสังหารอันรุนแรงจับจ้องพุ่งตรงมาทางเด็กน้อย



               เมื่อจับจ้องและพิจารณาถึงรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรตนนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว  ความรู้สึกหวั่นภายในจิตใจก็ปรากฏขึ้นเมื่อแน่ใจถึงและยืนยันตัวตนเองมันได้  นามนั้นคือ 'เหยี่ยวเหมันต์พิรุณ' สัตว์อสูรที่มีพลังของธาตุน้ำและน้ำแข็งที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ แม้แต่ในสมัยบรรพกาลเองมันก็นับได้ว่ามีชื่อไม่น้อย แม้เมื่อแสนปีก่อนมันจะไม่ใช่สิ่งที่น่าหวั่นเกรงเท่าใดนัก  แต่ในยามนี้ดูเหมือนว่ามันคงจะสร้างปัญหาให้แก่เขาเป็นแน่


                              บึ้มมมมมม!!!!!!!!!!!


               ลำแสงสีฟ้าประกายสดใสถูกพ่นออกมาจากปากของมัน  ความรวดเร็วพวยพุ่งแหวกผ่านอากาศเข้ามา เพียงชั่วพริบตาบทเวทระดับจักรพรรดิ  ธาตุสายฟ้า : เท้าแห่งเทพประกายแสงถูกใช้ออกมา ความรวดเร็วราวช่วงแสงกระพริบอันเป็นลักษณ์เด่นของธาตุสายฟ้าถูกใช้ออกมา  ที่ตรงนั้นเหลือทิ้งไว้เพียงร่างเงาของเด็กน้อย 


               ลำแสงเมื่อครู่พุ่งตรงกระแทกเข้ากับพื้นจนกดเสียงระดับดังกัมปนาท  สิ่งที่ปรากฏขึ้นมิใช่หลุมขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดจากการระเบิด  แต่กลับปรากฏก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นมาแทน  ลำแสงสีฟ้างดงามเมื่อครู่คงจะมีพลังในการแช่แข็งเป้าหมายได้อย่างฉับพลัน น่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าเหตุใดพลังธาตุน้ำจึงมีรวดเร็วถึงเพียงนี้  พลังจากครุ่นคริดอยู่ก็นึกออกแต่เพียงเหตุผลเดียวว่า ระดับพลังการบ่มเพาะของมันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


               ปีกขนาดใหญ่ของเหยี่ยวเหมันต์พิรุณพัดกระพืออย่างรวดเร็ทำให้เกิดสายลมแรงพัดหมุนอย่างบ้าคลั่งในที่แห่งนี้ ละอองหิมะจำนวนมหาศาลพัดตลบอบอวนไปทั่ว พวกมันแอบแฝงไปด้วยพลังเวทธาตุน้ำแข็งเพื่อใช้สะกดข่มเป้าหมายให้เคลื่อนที่ได้ช้าลง ปีเตอร์เองก้ได้คาดการณ์ถึงจุดนี้เอาไว้บ้างแล้ว  ด้วยลักษณ์เด่นของธาตุน้ำแข็งที่สามารถสะกดการเคลื่อนไหวให้ช้าลงได้  การที่มันร่ายเวทเช่นนี้ออกมาก็เป็นเรื่องธรรมดา


                              "อาชาน้อยออกมา!!!"


               สิ้นเสียงของเด็กน้อย  อาชาศึกเพลิงอสูรร่างสีดำลายแดงก็ปรากฏตัวขึ้นมาทันที  ความสามารถส่งผลทำให้ปีเตอร์มีความเข้าใจในพลังธาตุไฟถึงระดับเก้าอย่างชั่วคราว  ไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดไปมา ร่างกายของปีเตอร์แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีดำเงาแวววาว เส้นสีแดงเลื้อยพันจนเป็นลวดลายอันน่าหวั่นเกรง  หางด้านหลังโบกสะบัดไปมา ทันใดนั้นเองไอความร้อนอันเข้มข้นของธาตุไฟก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเด็กน้อย


                         "บทเวทย์ระดับสูง  ธาตุไฟ : ทุ่งทะเลเพลิงมรณะ!!!!"


               เปลวเพลิงจำนวนมหาศาล ร้อนแรง และทรงพลังพวยพุ่งออกมาจากปลายของไม้กายสิทธิ์ในรัศมีกว่าสองร้อยเมตรปกคลุมไปด้วยเปลวไฟอันเข้มข้น  อุณหภูมิภายในห้องสี่เหลี่ยนขนาดใหญ่แห่งนี้เพิ่มสูงขึ้น สายตาของสัตว์อสูรตนนี้จับจ้องมาที่เด็กน้อยด้วยแววตาที่ดุดันแฝงด้วยโทสะ  เด็กมนุษย์คนหนึ่งกล้าดีอย่างไรที่ทำให้สถานที่ของมันต้องแปดเปื้อนด้วยเปลวไฟกัน  ภายในใจของมันที่เกลียดที่สุดคือเปลวไฟนั่นเอง


               สัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้าของปีเตอร์ระดับพลังอันรุนแรงออกมา  พลังเวทอันหนักอึ้งที่อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุน้ำและธาตุน้ำแข็งอันแข็งแกร่งเข้าปกคลุมกดทับไปทั่วทั้งห้องแห่งนี้  พายุหิมะอันทรงพลังพัดโหมหมุนวนภายในห้องแห่งนี้ อาณาเขตเปลวเพลิงที่ใช้พลังของธาตุไฟถึงระดับเก้าแล้วยังถูกลดทอนจนเหลือแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น 


               เสี้ยววินาทีนั้นเองลำแสงสีฟ้าอันเข้มข้นถูกพ่นออกมาจากปากของมัน  พุ่งแหวกผ่านอากาศตรงเข้ามายังร่างของเด็กน้อย ดูเหมือนว่าลำแสงในครั้งนี้จะทรงพลังมากกว่าครั้งก่อนมากนัก  อาชาน้อยเร่งเร้าพลังออกมาอย่างมหาศาลบัดนี้พลังเวทของมันกับปีเตอร์ได้เข้าประสานกันมากกว่าเก้าส่วนแล้ว ระดับพลังของมันจึงทรงพลังขึ้นอย่างมาก  เพลิงสีแดงส้มปะปนด้วยสีดำเล็กน้อยพวยพุ่งออกมาจากปากของมันเช่นกัน 


                         บึ้มมมมม!!!!!!!


               เปลวเพลิงที่ปะปนด้วยพลังเวทธาตุความมืดถูกพ่นออกมาตรงเข้าปะทะกับลำแสงสีฟ้า  สามารถแฝงของธาตุความมือคือลดทอนพลังของภายตรงข้ามได้ได้ระดับหนึ่ง  เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว พลังที่แตกต่างจากขั้วทั้งสองเข้าปะทะกันค้างอยู่แบบนั้น ร่างของปีเตอร์ส่องสว่างเปล่งประกายอยู่เพียงชั่วครู่ก็พริบหายไปหลงเหลือไว้เพียงร่างเงาเลือนลาง



               ชั่วพริบตาที่เขาเร่งเร้าพลังเวทที่จะใช้บทเวทระดับจักรพรรดิธาตุสายฟ้าออกมา   ร่างของเขาก็มาปรากฏใกล้กับเหยี่ยวเหมันต์พิรุณไม้กายสิทธ์แตะเข้าไปที่ช่วงอกของมัน  ตราประทับหนึ่งที่วางเอาไว้ บทเวทระดับสูง  ธาตุสายฟ้า : ทัณฑ์แห่งภูติสายฟ้าถูกใช้ออกมา ไหวตัวเพียงนิดเดียวร่างของเขาก็ถูกปีกขนาดใหญ่ฟาดกระแทกเข้าอย่างรุนแรง ร่างของเด็กน้อยถูกส่งพัดปลิวไปไกล 


               ด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งจากวิชากายาแห่งเทพอสูรทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมายนัก เพียงแค่ว่าภายในรู้สึกบอบช้ำเล็กน้อยเท่านั้น พลังเวทธาตุน้ำแข็งอันหนาแน่นถูกปลดปล่อยออกมาจากมันมากกว่าเดิม ดูท่าแล้วคงจะไปกระตุ้นโทสะของเข้าแล้วอย่างแน่นอน แต่ทันใดนั้นเอง


                    เปรี้ยงงง!!!!!!!!!   กี๊!!!!!!!


                    สายฟ้าสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศแล้วฟาดลงบนช่วงอกของเหยี่ยวเหมันต์พิรุณ เสียงร้องแหลมด้วยความทรมานดังขึ้นจากตัวมันทั่วทั้งร่างสั่นสะเทือนเล็กน้อย แววตาแห่งความโกรธจับจ้องมาที่ร่างของเด็กน้อย ร่างอันใหญ่โตบินตรงพุ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็กระโดดขึ้นขี่อาชาน้อยแล้วสั่งให้มันวิ่งหลบในทันที ลำแสงสีน้ำเงินหลายสิบเส้นถูกพ่นออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง


               เสียงฟ้าผ่าดังตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน สายฟ้าฟาดผ่าตัวมันไปเรื่อย  แม้ว่าจะไม่อาจสร้างอันตรายหรือทำให้ได้รับความเสียอย่างรุนแรงได้  แต่มันก็ช่วยลดทอนกำลังของสัตว์อสูรขนาดยักษ์นี้ได้ เปลวเพลิงหลายสิบลูกยิงออกมาจากปลายของไม้กายสิทธิ์พุ่งเข้าจู่โจมร่างของสัตว์อสูรตนนี้ทันที  แต่มันกลับบินหลบหนีได้อย่างคล่องแคล้ว


               หลังจากบินวนไล่ล่ากันได้กว่าสิบนาที  ปีเตอร์ก็ได้หลอกล่อมันให้เข้ามาใจกลางของห้อง ชั่วจังหวะเพียงพริบตาโซ่สายฟ้าพันธนาการหลายสิบเส้นก็พุ่งออกมาจากกำแพงทุกด้านของห้อง ตรงเข้ามารัดพันไปทั่วทั้งร่างของมัน ใช่แล้วในระหว่างหลบหนีนั้นเขาก็ได้วางอักขระเวทบทนี้เอาไว้ไปทั่วทั้งห้อง เพียงแค่กระตุ้นให้มันทำงานโซ่สายฟ้าก็จะพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายของเขาในทันที 

                              กี๊!!!!!!!!!!

               เสียงร้องแหลมอันทรมานดังออกมาจากปากของสัตว์อสูรตนเดิม  บัดนี้การเคลื่อนไหวของมันถูกพันธนาการเอาไว้แล้ว แต่ในจังหวะนั้นเองลำแสงสีฟ้าก็ถูกพ่นออกมาจากปากของมันตรงเข้ามากระแทกร่างของอาชาน้อยอย่างรุนแรง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว  ร่างของมันถูกกระแทกกระเด็นออกไปไกล ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนา ร่างของมันสลายหายไปในทันที 


               ปีเตอร์หันไปมองร่างที่สลายหายไปของอาชาน้อย การที่มันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในระยะประชิดเพียงนั้นต่อให้ธาตุไฟจะลดทอนผลของมัน แต่ก็สร้างความเสยหายได้ไม่น้อย คงจะอีกหลายวันกว่าจะเรียกใช้งานมันได้อีกครั้ง ไฟโทสะบังเกิดขึ้นภายในจิตใจของเขา  จิตสังหารอันแรงกล้าพุ่งตรงเข้าไปหาเหยี่ยวเหมันต์พิรุณทันที  


               เด็กน้อยระเบิดพลังเวทอันมหาศาลออกมาสร้างแรงกดดันสะกดข่มไปทั่วทั้งห้องแห่งนี้  พายุหิมะที่เคยคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่วก็เคลื่อนที่ช้าลงในบัดดล  พลังเวทธาตุความมืดพร้อมละอองสีดำอันน่าสะอิดสะเอียดถูกปลดปล่อยออกมา บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งขึ้นมาทันที  บทเวทระดับสูง  ธาตุความมืด : สนามแรงโน้มถ่วง ถูกใช้ออกมา


                         ตู้มมมม!!!!!!!!    กี๊!!!!!!!!!!


               ร่างกายอันใหญ่โตของสัตว์อสูรเบื้องหน้าร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเบื้องล่างอย่างรุนแรง  เสียงร้องแหลมดังขึ้น พลังจิตวิญญาณแห่งเทพอสูรถูกใช้เพื่อพุ่งเข้าจู่โจมจิตใจของเหยี่ยวเหมันต์พิรุณกระแสสายฟ้าหลายร้อยเส้นฟาดผ่าลงมาเบื้องล่างจากปลายของไม้กายสิทธิ์


                เปรี้ยงงงงง!!!! เปรี้ยงงงงง!!!! เปรี้ยงงงงง!!!! เปรี้ยงงงงง!!!!  เพล้ง!!!!


               ปีเตอร์โบกสะบัดฟาดสายฟ้าออกมาอย่างบ้าคลั่ง  แต่ทันใดนั้นเองไม้กายสิทธิ์ของเขาก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดูเหมือนว่าจะถึงขีดจำกัดของมันเสียแล้ว  เดิมทีแล้วอาวุธระดับนี้สามารถทานทนบทเวทระดับจักรพรรดิหลายครั้งได้ก็นับว่าน่าประหลาดใจแล้ว  แต่เขาก็หาได้ใส่ใจมันไม่ สายตาทอดมองไปยังสัตว์อสูรเบื้องล่างที่ร่างกายอ่อนแรงเต็มทน  ร่างของเด็กน้อยลอยลงมาปรากฏเบื้องหน้าของสัตว์อสูรตนนี้


                         “หากเจ้ายอมมาเป็นอสูรรับใช้ของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า หากไม่แล้วก็จงรับความตายซะ!!!!”


               ปีเตอร์เอ่ยคำพูดออกไปพร้อมทั้งใช้พลังจิตวิญญาณอันทรงพลังเข้าสะกดข่มเข้าไปในจิตใจอันอ่อนแรงโรยรา ความหวาดกลัวปะปนหวั่นเกรงปรากฏขึ้นในจิตใจของมัน บัดนี้ทำได้แต่เพียงน้อมรับความต้องการของผู้ที่มีชัยชนะเหนือมันเท่านั้น จิตใจส่วนลึกของมันก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของบุคคลเบื้องหน้าได้อยู่บ้าง  เด็กน้อยคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน



                          “บทเวทพันธะสัญญาอสูร : จงตอบรับการเรียกขานจากข้าผู้เป็นนายของเจ้า!!!”



                 เส้นสายพลังเวทพุ่งออกมาจากตัวของปีเตอร์หลายร้อยหลายพันเส้นตรงสู่พื้นเบื้องล่างที่สัตว์อสูรเหยี่ยวเหมันต์พิรุณนอนอยู่จนก่อเกิดเป็นวงเวทขนาดใหญ่ส่องสว่างเปล่งกาย สาดแสงไปทั่วทั้งห้องแห่งนี้  ละอองแสงเล็ก ๆ ล่องลอยขึ้นมาจากวงเวทไหลซึมเข้าไปภายในตัวของสัตว์อสูร ก่อเกิดเป็นพันธะสัญญาบางอย่าง  ทันใดนั้นเองปีเตอร์ก็กรีดเลือดของตนเองเล็กน้อยให้ล่องลอยปะปนไปกับละอองแสงเหล่านั้นเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพันธะสัญญาเลือดสลักตรึงเข้าสู่พลังชีวิตของมัน  



               ปีเตอร์ยกฝ่ามือขึ้นพร้อมทั้งหันไปทางเสาผนึกต้นนั้นที่อยู่ด้านหน้า  สำแสงสีเหลืองสว่างพร้อมด้วยกระแสพลังเวทสายฟ้าอันเข้มข้นหมุนวนอยู่โดยรอบพุ่งตรงเข้าปะทะกับเสาผนึกต้นนั้นทันที พลังทำลายอันมหาศาลระเบิดเสาต้นนั้นจนกลายเป็นเพียงเศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายไปทั่ว  และใช้เวลาเพียงไม่นานพิธีกรรมก็เสร็จสิ้น


                         "เจ้าเป็นของข้าแล้วนะ เจ้านกน้อย"




......................................................................

ช่วงนี้ผมขอเวลาเตรียมตัวสัมนาก่อนนะครับ  หลังผ่านเดือนนี้ไปแล้ว จะให้เวลากับนิยายและอัพให้บ่อยขึ้นนะครับ


ขอบคุณที่ทุกคน และทุกคอมเมนต์ที่ให้กำลังผมนะครับ



เจอกันอีกทีเดือนธันวาคมนะครับ  ขอบคุณนะครับ












          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 879 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1180 Ghostmaster_zero (@Ghostmaster_zero) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:21
    ทำไมเราเขิลแทนนกน้อย(?)
    #1180
    0
  2. วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:29
    แหมมมมมมมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมๆมๆมมๆมๆมๆมๆมๆมๆมๆมๆมๆม
    #753
    0
  3. #593 สายลม (@tred) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:46

    เหนื่อยกับคำเรียกจริงๆ นกน้อย อาชาน้อย ปราการน้อย 55555 พระเอกเราสายหวานนะคะ
    #593
    1
    • #593-1 airer (@airer) (จากตอนที่ 42)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:56
      5555555
      #593-1
  4. #451 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 13:53
    นี้มาจับโปเกมอนหรอ
    #451
    0
  5. #262 tople55 (@tople55) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 13:10

    รอนะคับสุ้ๆๆ
    #262
    0
  6. #258 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
    พึ่งได้ตัวที่ 3 เอง
    #258
    0
  7. #257 Daa_worada (@Daa_worada) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 18:37

    ขอบคุณค่ะไรท์
    #257
    0
  8. #256 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 17:58
    น่ารักจัง มีความ เจ้านกน้อย อาชาน้อย ปราการน้อยยยย
    #256
    0
  9. #255 สนุก (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 15:02

    รอนะครับๆ

    #255
    0
  10. #254 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:47

    ได้มาอีก 1

    #254
    0
  11. #253 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 07:20
    ขอบคุณครับไรท์สู้ๆนะครับไว้มาอัพอีกนะครับ^^
    #253
    0