มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 382,630 Views

  • 1,570 Comments

  • 8,600 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,109

    Overall
    382,630

ตอนที่ 43 : เสาผนึกต้นที่สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 954 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

บทที่ 41 เสาผนึกต้นที่สี่


                        "เจ้าเป็นของข้าแล้วนะ เจ้านกน้อย"

                         กี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ


               เสียงร้องหวีดแหลมขับขานรับออกมาจากวิหคขนาดยักษ์เบื้องหน้า แม้ว่าหลังจากทำพันธะสัญญาอสูรรับใช้แล้วร่างกายและระดับการบ่มเพาะของมันของลดลงจากเดิมไปบ้าง  ในยามนี้เจ้านกน้อยขนสีขาวนวลราวหิมะ โบกสะบัดพัดกระพือปีกขนาดใหญ่กว้างไปมาด้วยท่าทีสนุกสนาน ระดับการบ่มเพาะอยู่ในขั้นที่ 6 หรือราชาเวท 


               มันมีความทรงพลังเทียบเท่ากับพลังสูงสุดของปีเตอร์ในตอนนี้ ความเหนื่อยล้าสะสมภายในร่างกายของเด็กน้อย เวลานี้เหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น กับเสาผนึกอีกสามเสา ร่างของปีเตอร์เหินลอยขึ้นไปบนหลังของเจ้านกน้อย กลิ่นอายพลังธาตุน้ำและน้ำแข็งอันทรงพลังยังคงถูกปล่อยออกมา แต่มันไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายของปีเตอร์ผู้เป็นนายของมัน เพียงแต่ช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นเย็นสบายเท่านั้น


               ร่างเล็ก ๆ ร่อนลงบนหลังของวิหคยักษ์สีขาว ขนสีขาวราวหิมะให้สัมผัสที่นุ่มสบายไม่แตกต่างจากเตียงนอนหนานุ่มของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาสั่งการเจ้านกน้อยด้วยพลังจิตวิญญาณการสื่อสารที่มิจำเป็นต้องเอ่ยคำใด ๆ ออกมา ปีกสีขาวขนาดใหญ่โบกสะบัดพัดกระพือจนเกิดลมหมุนอย่างรุนแรง พลังเวทธาตุน้ำและน้ำแข็งระเบิดออกจนเกิดเป็นละอองแสงสีฟ้าขึ้นรอบตัว ร่างนกขนาดยักษ์ค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นอย่างช้า ๆ 


               ความทรงพลังจากการขยับปีกทำให้เศษหิมะและน้ำแข็งโดยรอบถูกพัดกระจายออกไป  จากนั้นจึงเริ่มเร่งความเร็วและทรงพลังขึ้น สายตาของมันจับจ้องขึ้นไปเหนือเพดาลถ้ำก่อนที่จะขยับปีกหนึ่งครัั้งอย่างทรงพลัง  ส่งร่างของตนเองพุ่งตรงขึ้นไปทางด้านบนอย่างรุนแรง  ปากอันแหลมคมและแข็งแกร่งยื่นปะทะเข้ากับด้านบนของผนังถ้ำจนเกิดเสียงระเบิดอย่างรุนแรง


               ตู้มมมมม!!!!!!!!


               สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านกระทบกับร่างของเด็กน้อย  เรือนผมพัดปลิวไสวตามแรงลม ร่างของวิหคขาวขนาดยักษ์ล่องลอยอยู่เหนือภูเขาหิมะ  ทิวทัศน์เบื้องล่างเป็นหุบเขาน้อยใหญ่สลับสับหว่างกันไปมา ทุกที่ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวสะอาดสะดุดตา พายุหิมะและกลื่นอายธาตุน้ำอันทรงพลังได้จางหายไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากเหยี่ยวเหมันต์พิรุณนั้นได้ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว


               แสงจันทร์นวลส่องสว่างกระจ่างยามค่ำคืน บัดนี้ดวงจันทร์กลมโตได้ล่องลอยประดับสว่างอยู่กลางท้องฟ้า เคียงข้างรายล้อมด้วยหมู่ดวงดาราประดับฟ้าให้งดงามในยามค่ำคืน แสงจันทร์ส่องกระทบกับขนสีขาวราวหิมะของวิหคยักษ์เพียงหนึ่งเดียวในท้องฟ้าแห่งนี้ ร่างกายของปีเตอร์เอนนอนลงบนขนหนานุ่ม ดวงตาคู่เล็ก ๆ ค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ ทิศทางที่เจ้านกน้อยบินไปได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว  ด้วยความเร็วเช่นนี้หวังว่าเมื่อตื่นมาจะถึงที่หมายที่เขาคิดไว้


               ค่ำคืนอันเงียบสงบผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว  ดวงตะวันปรากฏขึ้นที่เส้นขอบน้ำ แสงอาทิตย์สาดส่องสว่างขับไล่ความมืด เงาสะท้อนสีส้มเหลืองสะท้อนกับผืนน้ำแสดงภาพอันงดงามของดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า  ดวงตาของเด็กน้อยบนวิหคยักษ์ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาความเหนื่อยล้าที่ผ่านถูกเยียวยาไปมากกว่าครึ่ง การที่เขาใช้ออกด้วยบทเวทระดับสูงใช่ว่าจะไม่มีผลข้างเคียง เพียงแต่มันไม่อันตรายเท่าไหร่นัก สร้างแต่เพียงความเหนื่อยล้าสะสมเท่านั้น


               ภาพวิวทิวทัศน์อันงดงามที่ปรากฏต่อหน้าเขาคือ ท้องทะเลขนาดใหญ่กว้างจนไม่เห็นขอบฝั่ง ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่ามิติดันเจี้ยนนี้จะมีความกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ เจ้านกน้อยบินมาจนถึงกลางท้องทะเลกว้าง พลังจิตวิญญาณของปีเตอร์เปิดรับสัมผัสถึงตำแหน่งของเสาผนึกต้นที่สี่ เขาสัมผัสได้ว่าตำแหน่งของเสาผนึกนั้นมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา และมีความเร็วในระดับนึงเลยทีเดียว


               ในระยะสายตาของปีเตอร์นั้นไม่ได้ปรากฏสิ่งใดเหนือพื้นน้ำแห่งนี้แม้แต่น้อย ผืนทะเลอันเงียบสงบไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตใด ๆ น่าแปลกอย่างยิ่ง ท้องทะเลแห่งนี้ไม่พบการเคลื่อนไหวหรือการคงอยู่ของสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว ความรู้สึกของปีเตอร์เริ่มสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดของสถานที่แห่งนี้แล้ว เป็นไปได้อย่างไรว่าดันเจี้ยนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจจะไม่มีสัตว์อสูรอยู่แม้แต่ตัวเดียว


                         ตู้มมม!!!!


               ในวินาทีนั้นเองพื้นน้ำเบื้องล่างก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บางสิ่งบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มหึมาพุ่งขึ้นมาจากผืนน้ำด้านล่างของเขา  ความเร็วที่ไม่ธรรมดาของมันทำให้เขาไม่อาจที่จะหลบได้ทัน  ชั่วพริบตาเขาเก็บเจ้านกน้อยกลับสู่มิติของมัน แหวนสีดำที่นิ้วมือของเขาแสดงพลังจนร่างเล็กกลายเป็นเงา บางสิ่งที่พุ่งขึ้นจากน้ำทะลุผ่านร่างของเขาไป ปีเตอร์ร่ายบทเวทเพื่อลอยตัวในอากาศ


               สายตาลอบสังเกตุถึงสิ่ง ๆ นั้นผิวหนังสีแดงคล้ำอันเงาแวววับห้อหุ้มด้วยเมือกเหนียวหนืดสีใส  ขนาดอันใหญ่โตของมันราวกับต้นไม้ขนาดยักษ์ ส่วนปลายเป็นของแข็งคล้ายหินมีสีน้ำตาล มันมีลักษณะคล้ายกับหนวดหมึกไม่มีผิด แต่ยังไม่ทันที่ปีเตอร์จะได้วิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากนัก เสียงระเบิดก็ดังขึ้นมาจากผืนน้ำอีกหลายครั้ง


                         ตู้มมม!!!!  ตู้มมม!!!!  ตู้มมม!!!!  ตู้มมม!!!!  ตู้มมม!!!!  ตู้มมม!!!! ตู้มมม!!!!


               หนวดหมึกขนาดใหญ่มหึมาพุ่งขึ้นมาจากน้ำทะเลเบื้องล่างรายล้อมทั้งแปดทิศรอบกายของเขา ละอองน้ำสาดกระจายฟุ้งขึ้นไปในอากาศโดยรอบ หนวดหมึกขนาดยักษ์โบกสะบัดไปมาอย่างเกรี้ยวกราด ความแข็งแกร่งของหนวดแต่ละเส้นนั้นไม่ธรรมดาเสียเลย หากวิเคราะห์จากเสียงฟาดผ่านอากาศแล้ว อนุภาพของมันคงจะสามารถทำลายเรือรบขนาดยักษ์ของเผ่าเทพได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าใดนัก ยังมิทันได้ตื่นตระลึงไปมากกว่านี้ 


                         โฮกกก!!!!   เปรี้ยงง!!!


               ผืนน้ำเบื้องล่างของเขาบังเกิดเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์ ท้องฟ้าในยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มพร้อมด้วยเมฆฝนประกอบกับสายลมอันเกรี้ยวกราด  สายฟ้าผ่าฟาดราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมาเสียให้ได้ ภายในใจของเขาเริ่มคิดถึงสัตว์อสูรชนิดหนึ่งขึ้นมาแล้ว ในตอนนี้เองน้ำวนเบื้องล่างก็ปรากฏคมเขี้ยวนับร้อยนับพันขึ้น ใจกลางปรากฏเป็นปากของสัตว์ขนาดยักษ์ไม่แตกต่างอันใดไปจากสะดือทะเลเลยแม้แต่น้อย กลิ่นเน่าเหม็นของซากศพพวยพุ่งคละคลุ้งออกมาอย่างรุนแรง เขาแน่ใจได้ทันใดถึงนานของมัน 


               สัตวอสูรอันทรงพลังที่แม้แต่เมื่อแสนปีก่อนยังได้รับการยำเกรงหวาดกลัว  การเดินเรือรบผ่านน่านน้ำใดก็ตาม จะต้องพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มันอยู่ หากไม่แล้วก็ต้องมีนักรบที่มีพลังมากกว่าระดับตำนานจักรพรรดิเวทขึ้นไปจึงจะสามารถต่อกรกับเจ้าสิ่งนี้ได้ สัตว์อสูรที่ได้ขึ้นชื่อว่า ปีศาจร้ายแห่งท้องทะเล 'คราเคน' ตัวเขาเองในยามนี้มิอาจสัมผัสได้ถึงระดับพลังที่แน่นอนของมันได้เลย แต่ทันทีที่มันเปิดปากของมันออกมา สัมผัสของเสาผนึกก็ปรากฏออกมาเด่นชัด


               ดวงตาของเขาเบิกกว้างออกด้วยความตื่นตะลึง  เป็นไปได้หรือไม่ว่า ภายในตัวของเจ้าคราเคนจะมีเสาผนึกอยู่ มันกลืนเสาผนึกเข้าไปหรืออย่างไรกัน หากเขาต้องการทำลายเสาผนึกเขาจำเป็นต้องสังหารเจ้าคราเคนนี่อย่างงั้นหรือ ระดับความแข็งแกร่งของมันที่เขาไม่อาจสัมผัสได้ นั่นแสดงว่าระดับการบ่มเพาะของเขากับมันต้องแตกต่างกันอย่างมากแน่นอน เหตุที่ในบริเวณนี้ไม่มีสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียวคงเป็นเพราะเจ้านี่อย่างแน่นอน


                         หวืดดดด!!!!


               ปากของเจ้าคราเคนอ้าออกจนสุด พร้อมทั้งแรงดูดอันทรงพลังมหาศาลที่ถูกใช้ออกมา น้ำทะเลปริมาณมหาศาล และบรรยากาศโดยรอบถูกดูดเข้าไป ไม่เว้นแม้แต่ร่างของปีเตอร์ เขาพยายามที่จะใช้การเคลื่อนที่ของธาตุสายฟ้าเพื่อย้ายตัวเองออกมาจากบริเวณนั้น แต่ก็มิอาจทำได้เลย คล้ายกับภายในใจกลางของหนวดทั้งแปดจะเป็นขอบเขตพลังเวทบางอย่างที่ลดทอนการใช้งานเวทมนตร์  ดูท่าแล้วเมื่อเวลาเปลี่ยนแปรไปคราเคนเองก็ปรับตัวตามไปเช่นกัน


                         "คงมีทางเดียวแล้วสินะ  ย๊าาา!!!!!"


               ปีเตอร์ใช้ออกด้วยกายาแห่งเทพอสูรแปรเปลี่ยนร่างกายจนกลายเป็นสีดำสนิทอันแข็งแกร่ง พร้อมทั้งระเบิดพลังเวทห่อหุ้มตัวเองแล้วกระโจนลงไปเบื้องล่างเข้าสู่ปากของเจ้าคราเค้น ด้วยความเร็วสุดตัวของเขา แต่ก็ยังมิอาจพลาดเฉี่ยวคมเขี้ยวของเจ้าคราเคนที่กัดลงมา  เขี้ยวนั้นเฉือนเข้าที่แผ่นหลังของเขาอย่างจัง แต่ด้วยวิชากายาแห่งเทพอสูรอันแข็งแกร่งทำให้มันเฉือนเข้าเป็นแนวยาวลึกประมาณหนึ่งนิ้ว  เลือดสดสาดซัดกระเด็นออกมา


                         อ๊ากกกก!!!


               เสียงร้องแสดงถึงความเจ็บปวดดังก้องในพื้นที่อันมืดมิด ร่างของเด็กน้อยร่วงหล่นลงมายังที่ไหนสักแห่งท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงอันใด ร่างเล็กร่วงลงมายังพื้นแข็ง นี่เป็นความเจ็บปวดเพียงไม่กี่ครั้งที่เขาได้รับหลังจากมาอยู่ในร่างปีเตอร์ เขาค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้มิอาจมองเห็นสิ่งใดได้เลย บอลแสงขนาดใหญ่สองลูกถูกสร้างขึ้นมาล่องลอยอยู่ด้านบน แสงสว่างจากมันสาดส่องสว่างไปทั่วบริเวณ สถานที่แห่งนี้คล้ายกับโพรงขนาดยักษ์ ผนังและเพดาลเป็นสีแดงคล้ำของเหลวหนืดสีเขียวเข้มหยดย้อยลงมาจากเพดาลด้านบน


               ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้คือภายท้องของเจ้าคราเคนอย่างแน่นอน สายตาทั้งคู่ของเขากวาดมองไปรอบ ๆ พื้นที่แห่งนี้คล้ายกับทะเลสาบขนาดใหญ่ น้ำเป็นสีเขียวเข้มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยซากของสัตว์อสูรที่ถูกย่อยไปแล้วบางส่วน รวมทั้งพื้นที่เขายืนอยู่ก็เป็นซากของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง จิตของเขาไม่อาจสัมผัสการคงอยู่ของผลึกแก่นแท้ของสัตว์อสูรได้เลย และแม้แต่ผลึกแก่นแท้ของเจ้าคราเคนตัวนี้ก็มิอาจสัมผัสได้


          "น่าแปลกจริง ๆ ทำไมข้าไม่อาจสัมผัสได้ถึงผลึกแก่นแท้ของเจ้าคราเคนได้ หรือว่าเจ้าคราเคนตัวนี้จะถูกสร้างจากบทเวทกัน"


บทเวทธาตุลมถูกร่ายออกมา ร่างของเด็กน้อยลอยขึ้นมาเหนือพื้นดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะสามารถใช้เวทมนตร์ได้ปกติ ปีเตอร์ลอยสำรวจไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งคอยบินหลบน้ำย่อยที่ย้อยหยดลงมา เขาสัมผัสได้อย่างแรงกล้าถึงการคงอยู่ของเสาผนึกภายในท้องของเจ้าคราเคน ตัวเขาเร่งความเร็วพุ่งตรงออกไปเบื้องหน้า


                         "มันกลืนเสาผนึกลงมาจริง ๆ ด้วยสินะ ตะกละซะจริงนะเจ้านี่"


               ร่างเล็ก ๆ บินตรงไปยังทิศทางที่คาดว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งของเสาผนึก ปีเตอร์ใช้ความเร็วสูงสุดในการบิน พื้นที่แห่งนี้ช่างแปลกประหลาดอย่างยิ่ง  แม้จะบินมาได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ความรู้สึกของเขากลับสัมผัสได้ว่าระยะห่างของเขากับเสาผนึกต้นนั้นไม่ได้ใกล้กันมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย ปีเตอร์หยุดยืนอยู่บนอากาศ


                              "หรือว่าจะเป็นบทเวทมายาลวงตากันนะ"


               เหตุการณ์นี้ทำให้เขาคิดได้เพียงอย่างเดียวว่า มันจะต้องเป็นเวทมนต์พลางตาหรือภาพมายาบางอย่างแน่นอน  ว่าแล้วปีเตอร์ก็ระเบิดพลังเวทอันมหาศาลออกมาอย่างล้นทะลัก  พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนพลังเวทของตนเองและพลังเวทที่ไหลเวียนภายในบรรยากาศให้เปลี่ยนเป็นสายฟ้า  สายฟ้าสีฟ้าอันงดงามพวยพุ่งออกไปทุกทิศทุกทางโดยมีปีเตอร์เป็นศูนย์กลาง 

                         ย๊าาาา!!!!  เปรี้ยง!!!  เปรี้ยง!!!  เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!   เพล้ง!!!


               กระแสไฟอันรุนแรงนับร้อยนับพันเส้นผ่าฟาดกระแทกออกไปจนทั่วบริเวณ ใช้เวลาเพียงไม่นานภาพทิวทัศน์โดยรอบก็สั่นไหว บรรยากาศในบริเวณนั้นเกิดรอยร้าว จนแตกกระจายออกเป็นละอองสีดำขนาดเล็ก ทันใดนั้นเองภาพบรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไป เบื้องหน้าของเขาปรากฏพื้นดินขนาดไม่ใหญ่มาก พร้อมทั้งเสาผนึกสีดำสนิทที่ปรากฏอักขระสีทองส่องสว่างจ้า รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในที่สุดก็หามันเจอเสียที


                         ตู้มมมม!!!!

               พื้นน้ำด้านหน้าระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงสายน้ำก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นรูปร่าง   ร่างกายกำยำหนาใหญ่ แขนทั้งสองล่ำสันจนคล้ายกับเป็นกล้ามเนื้อหนา ส่วนหัวคล้ายกับมนุษย์ปกติ ร่างกายของมันถูกสร้างมาจากน้ำสีเขียวเข้มเบื้องล่าง ดวงตาของมันสีแดงสว่างขึ้นมาจับจ้องมายังร่างของเด็กน้อย พร้อมทั้งเสียงคำรามดังกึกก้องสะท้านไปทั่ว


               "จิตวิญญาณธาตุน้ำอย่างนั้นหรือ  คงจะเป็นบทเวทที่กำกับเอาไว้ที่เสาผนึกนั่นสินะ"

               "หึหึ ของเด็กเล่น"     เปรี้ยงงง!!!!   ตู้มมมม!!!!


               หอกที่สร้างจากสายฟ้าขนาดใหญ่มหึมาปรากฏขึ้นบนมือของปีเตอร์  ขนาดของหอกใหญ่โตเกินตัวของเด็กน้อยไปมาก ปีเตอร์ขว้างมันออกไปเบื้องหน้าสุดกำลัง บทเวทระดับสูง  ธาตุสายฟ้า : หอกสายฟ้าทะลวง  อำนาจในการทะลุทะลวงอันทรงพลังของมันเกินกว่าที่จะป้องกันด้วยสิ่งใด ๆ ในสงครามมันจะถูกใช้เพื่อทำลายแนวป้องกันหน้าของฝั่งศัตรู หอกสายฟ้าอันทรงพลังพวยพุ่งหมุนควงแหวกผ่านอากาศออกไป ทะลวงทะลุร่างของจิตวิญญาณธาตุน้ำและตรงเข้าไปทำลายเสาผนึกทางด้านหลัง แล้วบังเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เศษฝุ่นเศษดินกระจายออกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย


                    "เสาต้นที่สี่แล้วสินะ  เหลืออีกสองเท่านั้น"


    

     













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 954 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #811 tawantawanluna (@tawantawanluna) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 10:21
    สนุกกกชอบบ​
    #811
    0
  2. #639 Cmil (@Cmil) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 13:00

    สนุกกกก
    #639
    0
  3. #268 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 08:31
    สนุกคับ
    #268
    0
  4. #266 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 18:10
    จะออกมาจาก คราเค่นยังไงละ
    #266
    0
  5. #265 prech_pooh (@prech_pooh) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 12:39
    มาต่อทีค่ะ~
    #265
    0
  6. #264 SaNooKer12 (@sanookermikael) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 11:08

    มาต่ออีกนะครับบบบ
    #264
    0
  7. #263 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 10:53
    เย่ๆไรท์มาแล้วขอบคุณคร้าบบบบบ
    #263
    0