มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 304,303 Views

  • 1,154 Comments

  • 8,305 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    53,300

    Overall
    304,303

ตอนที่ 41 : ทุ่งหิมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 853 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

บทที่ 39  ทุ่งหิมะ


                           "ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะได้รับการปลดปล่อยแล้ว"


               ทั่วทั้งโพรงถ้ำแห่งนี้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นราวกับแผ่นดินไหว เศษหินร่วงหล่นลงมาราวกับมันจะถล่มลงมา ปีเตอร์เรียกปราการน้อยกลับไปสู่มิติของตน ร่างกายของเด็กน้อยเร่งเร้าพลังเวทที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งออกมาห่อหุ้มรอบกายของตนเอง ประกายสายฟ้าเปล่งประกายกระพริบที่รอบเท้าของเด็กน้อย


               ร่างเล็กเปล่งประกายสว่างวาบก่อนจะกระพริบหายไปจากบริเวณนั้น  ความรวดเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ของธาตุสายฟ้าถูกใช้ออกมา ใช้เวลาเพียงไม่นานเข้าก็สามารถออกมาจากถ้ำแห่งนั้นได้ ร่างเล็กโบยบินขึ้นไปกลางอากาศก่อนจะทอดสายตาของมามองยังเบื้องล่าง


                         ครืนนนนน!!!!!   ตู้มมมม!!!!


               ภาพของบ้านเรือนในเมืองแห่งนี้กำลังถล่มพังทลายลงมาแรงสั่นสะเทือนนี้ทำให้อาคารบ้านเรือนที่สร้างจากดิน  กลายเป็นเศษฝุ่นเศษดินคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่ว ดูเหมือนว่าปรากฏการณ์นี้คงจะมาจากสัตว์อสูรเต่าที่แบกเมืองนี้อย่างแน่นอน  ทันใดนั้นเองเมืองทั้งเมืองก็พลิกเอียงข้างลงราวกับโลกหมุนกลับ


                    ปีเตอร์ลอยตัวออกมาจากบริเวณนั้นก่อนจะลอยลงมาที่พื้นดินทรายเบื้องล่าง  ภาพที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มควันนั้นคือ ร่างอันไร้วิญญาณของสัตว์อสูรเต่าขนาดยักษ์ ดูเหมือนว่าหลังจากแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตของมันหายไปตัวมันเองก็หมดลมหายใจตามไปเช่นกัน


                         "ร่างของมันสามารถเพิ่มระดับวิชากายาแห่งเทพอสูรได้   ความแข็งแกร่งของมันที่คงอยู่มาหลายหมื่นปีคงจะทำให้ข้าทะลวงระดับคอขวดที่แสนยากนี้ได้"


               วิชากายาแห่งเทพอสูรในขั้นที่สามนั้นนับว่ายากเย็นอย่างยิ่งในการทะลวงขึ้นไป  ความแข็งแกร่งของขั้นที่สองกับขั้นที่สามนั้นแตกต่างกันราวกับท้องฟ้ากับเหวลึก และยิ่งในขั้นต่อ ๆ ไปมันก็จะยากเย็นขึ้นหลายเท่าในการทะลวงระดับบทเวทธาตุแสงม่านมายาหักเหถูกร่ายออกเพื่อปิดบังบริเวณอาณาเขตแห่งนี้


                    สัตว์อสูรรับใช้ปราการน้อยถูกเรียกออกมาเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยของเขาหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา วงเวทสีแดงสดสว่างไหสขึ้นรอบกายของเด็กน้อย  มือเล็ก ๆ วางทาบไปบนส่วนหัวของสัตว์อสูรเต่าตนนี้ พลังเวทถูกแปรเปลี่ยนเป็นละอองสีแดง ร่างของสัตว์อสูรเต่าค่อย ๆ สลายกลายเป็นละอองสีแดงทีละเล็กทีละน้อย เม็ดเหงื่อหลายสิบเม็ดผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย


                    ความเจ็บปวดเกินกว่าที่จะบรรยาได้ถาโถมเข้ามา การจะทะลวงระดับในขั้นต่อไปนั้นยากเย็นเสียจริง  กลิ่นอายของคาวเลือดตลบอบอวนไปทั่ว กระแสพลังเวทรอบ ๆ หมุนวนแปรผันปั่นป่วน  ในครั้งนี้เข้าอัดแน่นพลังเวทและบีบอันมันอย่างรุนแรงเพื่อใช้ในการย่อยสลายร่างของสัตว์อสูรตนนี้ในเร็วที่สุด  เวลาแห่งความเจ็บปวดทรมานล่วงเลยผ่านไปกว่าสิบวัน แสงตะวันของเช้าวันใหม่ปรากฏขึ้นเหนือเนินทรายเบื้องหน้า


                    ร่างกายอันดำสนิทของเด็กน้อย ปรากฏรอยสีแดงสดราวกับเลือดเลื้อยพันไปทั่วทั้งร่างของเด็กน้อย  เรือนผมสีแดงเงาแวบวับงดงาม ดวงตาสีแดงฉานเปิดออกกวาดมองไปทั่วบริเวณ ส่วนที่แตกต่างขึ้นมีหางสีดำที่มีลวดลายสีแดงงอกออกมายาวประมาณหนึ่งเมตร  กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่กระจายออกมาจนแม้แต่ปราการน้อยยังหลบถอยด้วยความยำเกรง


                    ลมหายใจแหบแห้ง  และสภาพร่างกายอันเหนื่อยล้าจากการใช้พลังเวทออกไปอย่างมหาศาลในการย่อยสลายร่างกายอันใหญ่โตของสัตว์อสูรเต่าทำให้ในตอนนี้ปีเตอร์เองแทบจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการขยับร่างกาย สีผิวและสภาพภายนอกกลับสู่ปกติดังเดิมแล้ว ตัวเขาพยายามฝืนความเหนื่อยล้าทางร่างกายใช้เวทสร้างบ้านดินขนาดเล็กขึ้นมาคลุมรอบกายของตนเองไว้


                    มือเล็ก ๆ นำยาฟื้นฟุพลังเวทออกมาหลายเม็ดเข้าปาก ก่อนจะนำเตียงอันหนานุ่มออกมาจากลูกแก้วมิติ พร้อมทั้งทิ้งร่างของตนเองลงไป  หากเขามีผู้ติดตามตอนนี้สักคนคงไม่ลำบากขนาดนี้ หากย้อนเวลากลับไปเมื่อแสนปีก่อนตัวเขาเองไม่เคยจะฝืนร่างกายของตนเองให้ลำบากถึงเพียงนี้  แม้ว่าจะฝึกฝนอย่างหนักก็ยังไม่เคยเหนื่อยล้าจนแทบขยับตัวไม่ได้แบบนี้   แต่จะทำอย่างไรได้แม้ร่างกายของเด็กคนนี้จะพิเศษมากแล้วแต่ก็ยังไม่มากพออยู่ดี


               เวลาล่วงเลยผ่านไปแล้วสามวัน   ดวงตาของเด็กน้อยเปิดขึ้นมาความร้อนระอุของทะเลทรายได้ปลุกเด็กน้อยขึ้นมาจากการหลับไหลแทนที่ในตอนเช้าจะตื่นมาพบกับอากาศยามเช้าที่สดชื่นกลับต้องตื่นมาพบกับอาการร้อนราวกับเตาอบ ถ้านับจากวันที่เข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้ก็ครึ่งเดือนแล้ว เสาผนึกของเผ่าเทพเพิ่งจะทำลายได้เพียงแค่สองเสาเท่านั้น


               ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เขาต้องเร่งมือเสียแล้ว  เพียงแค่ปีเตอร์ดีดนิ้วบ้านดินที่เขาสร้างก็สลายหายไปในทันที  สายตากลับจับจ้องไปยังปราการน้อยที่มีสภาพอันเหนื่อยล้าเต็มทน  หลังจากที่เขาปิดกั้นพลังเวทที่ให้กับมันเพื่อฟื้นฟูพลังของตนเอง  ตัวของมันก็คงใช้พลังเวทที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อประคองร่างของมันให้อยู่ในมิติแห่งนี้ได้  เขาเรียกให้มันกลับไปเพื่อฟื้นฟูตนเองหลังจากนี้คงไม่อาจเรียกใช้งานมันได้สักพัก


               เวลาอีกเพียงสิบห้าวันกับเสาผนึกอีกสี่เสา  นี่ยังมีสิ่งที่ผนึกอยู่ใจกลางของเขตแดนนี้อีกเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดและจะรับมือกับมันอย่างไรหากมีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น  พลังเวทหมุนเวียนรอบกายของเด็กน้อยอย่างรุนแรงจนกระทั่งมันเปลี่ยนแปรเป็นสายลมแรงพัดกระจายฝุ่นทรายคละคลุ้งไปทั่วบทเวทระดับสูง ธาตุลม เทพท่องนภาถูกร่ายออกมา



               ร่างของปีเตอร์พุ่งทะยานออกไปทันที  ทิศทางที่เลือกคือตำแหน่งที่เขาคาดว่าเสาต้นที่สามน่าจะตั้งอยู่บริเวณนั้น พลังเวทปริมาณมหาศาลถูกใช้ออกไป ระยะเวลาเพียงหกชั่วโมงปีเตอร์ก็สามารถออกมาจากพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายได้แล้ว  สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือพื้นที่ขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา  ไอเย็นอันหนาวเหน็บพัดเข้ามากระทบกับร่างของเด็กน้อย อากาศทะเลทรายอันร้อนระอุสุดขั้วที่เจอเมื่อครู่  กับสภาพพื้นที่ใหม่ที่หนาวเย็นสุดขั้วเช่นกัน


               เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้สภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศของดันเจี้ยนแห่งนี้แปรเปลี่ยนอย่างสุดขั้วจริง ๆ ตัวเขาเองยังไม่แน่ใจเลยว่าดันเจี้ยนแห่งนี้มีกว้างใหญ่เพียงใดหรือมีอะไรอยู่บ้าง  ระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียวคงไม่สามารถสำรวจที่นี่ได้หมดอย่างแน่นอน  ร่างของเด็กน้อยลอยเข้าไปยังพื้นที่โล่งกว้างปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน  รอบข้างมีต้นไม้ที่ถูกสร้างจากน้ำแข็งเงาแวววาวสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์เปล่งประกายระยิบระยับ 
  

               ทั่วทั้งทุ่งหิมะมีดอกไม้น้ำแข็งขึ้นปกคุลม กลีบดอกที่ถูกสร้างจากผลึกน้ำแข็งกระทบกับแสงแดดจนเปล่งประกายแสงออกมา ภาพที่เขาเห็นราวกับมีดวงดาราล่องลอยปกคลุมทุ่งหิมะแห่งนี้  ร่างของเขาลอยเข้าไปลึกขึ้นเลื่อย ๆ ทันใดนั้นเองเสียงขู่ร้องคำรามก็ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ


                         โฮกกกกกก!!!!!

               สัตว์อสูรขนาดสูงกว่าสองเมตรพุ่งกระโจนออกมาจากเนินหิมะที่อยู่ด้านข้างของเขา ขนสีขาวปกคลุมไปทั่วทั้งตัว กรงเล็บอันแหลมคมส่องแวววาว  เขี้ยวด้านหน้ายาวออกมาจนเห็นได้ชัด ดวงตาสีแดงสดฉายแววตาอันดุดัน   สัตว์อสูรหมาป่าหิมะ ระดับสาม กว่าสามสิบตัวพุ่งออกมารายล้อมรอบตัวของเด็กน้อย


               พลังเวทของพวกมันระเบิดออกมา  สร้างแรงกดดันที่หวังจะข่มขู่เป้าหมายให้มิอาจขยับเขยื่อนกายได้ ด้านหลังสุดปรากฏร่างของหมาป่าที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นขนที่ปกคลุมเป็นสีน้ำเงินเข้ม ระดับการบ่มเพาะขั้นที่ห้า กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่พุ่งออกมาโดยมิได้ปกปิดอันใด


               เสียงขู่ร้องคำรามจากพวกมันดังก้องไปทั่วทุ่งหิมะแห่งนี้ สายลมอันหนาวเหน็บพัดผ่าน  ร่างของเด็กน้อยระเบิดพลังเวทออกมา ความเข้มข้นของมันมหาศาลจนหิมะที่ปกคลุมรอบกายของเขา ค่อย ๆ ละลายกลายเป็นน้ำ ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ ลวดลายสีแดงสดเลื้อยพันไปทั่ว ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงแห่งโทสะพร้อมด้วยเรือนผมสีแดง และหางที่งอกเพิ่มขึ้นมา  


               ฝูงหมาป่าหิมะถึงกับพงะเมื่อรับรู้ถึงความทรงพลังของระดับการบ่มเพาะและกลิ่นอายที่ไม่แตกต่างอันใดกับสัตว์อสูรกระหายเลือดตนหนึ่ง  เมื่อครู่ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง แต่ในยามนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง  ความหวั่นไหวและความหวาดกลัวปรากฏขึ้นภายในจิตใจของพวกมัน ในขณะที่กำลังคิดว่าจะถอยหนี 


               หัวหน้าฝูงของมันก็ใช้แรงกดดันข่มพวกมันและออกคำสั่งให้จู่โจมเด็กน้องเบื้องหน้า  ร่างกายที่ขยับเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณเมื่อหัวหน้าสั่ง  พวกมันสิบตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก็พุ่งจู่โจมไปยังเด็กน้อยทันที  กรงเล็บอันทรงพลังฟาดตะปบลงบนพื้น  เงาร่างหนึ่งไหววูบหายไป  แรงปะทะของกรงเล็บที่ฟาดลงมาทำให้หิมะตรงนั้นฟุ้งกระจายไปทั่ว


                              กร๊อบบ!!!!  ตู้มมมม!!!!! 

               กำปั้นเล็ก ๆ ซัดออกไปกระแทกเข้าที่ด้านข้างของหมาป่าหิมะตัวหนึ่ง เสียงกระดูกซี่โครงหักหลายชิ้นดังขึ้นก่อนที่ร่างของมันจะปลิวลอยออกไปใกล้กว่าสิบเมตร  ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ตั้งตัว


                    กร๊อบบ!!!!  ตู้มมมม!!!!! กร๊อบบ!!!!  ตู้มมมม!!!!! กร๊อบบ!!!!  ตู้มมมม!!!!! 

                   เสียงกระดูกแตกหักก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย  พร้อมทั้งร่างของสัตว์อสูรหมาป่าอีกนับสิบตัวลอยกระเด็นออกไปไกล ร่างของเด็กน้อยปรากฏขึ้นเพียงแค่เงาแวบเดียวแล้วหายไปโจมตี  ความสามารถของบทเวทธาตุสายฟ้าที่ช่วงเร่งความเร็วในการเคลื่อนที่ในระยะสั้น ๆ นำพาร่างของเขาให้เขาถึงเป้าหมายโดยที่มันไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ


                    เพล้ง!!!!

               กรงเล็บของหมาป่าหิมะตัวหนึ่งฟาดเข้าที่ด้านหลังของปีเตอร์ ตัวมันหมายมั่นที่จะฉีกร่างของเด็กน้อยให้ขาดออกเป็นชิ้น ๆ แต่คาดไม่ถึงว่ากรงเล็บที่สุดแสนจะภาคภูมิใจฟาดลงไปราวกับกระทบกับแผ่นเหล็กหนา  กรงเล็บของมันกับแตกร้าวเสียหาย แววตาแห่งความหวาดกลัวปรากฏขึ้น


               ปีเตอร์หันหลังกลับมาพร้อมทั้งฟาดมือออกไปตัดขาด้านหน้าทั้งสองข้างของหมาป่าตนนั้น เลือดสีแดงสดสาดกระจายตกลงบนหิมะสีขาวโพลน มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างจับเข้าไปที่ปากของมันที่กำลังส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะออกแรงกระชากฉีกปากของหมาป่าหิมะให้ขาดออกจนถึงลำคอ 


               เลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกมาย้อมสีหิมะขาวให้กลายเป็นสีแดงสด ร่างของเด็กน้อยอาบย้อมไปด้วยเลือดสด กลิ่นอายจิตสังหารของปีเตอร์พวยพุ่งออกมาอย่างแรงกล้า หมาป่าชั้นต่ำพวกนี้ไม่คู่ควรให้เขาเอาจริงเสียด้วยซ้ำ ที่ทำนั้นก็เพียงแค่เขาอยากสูดดมกลิ่นเลือดและสนุกกับการฆ่าฟันเท่านั้น


               หมาป่าที่เหลือก็พุ่งทะยานตรงเข้ามาโจมตีเด็กน้อยตามสัญชาตญาณคำสั่งของหัวหน้าฝูง  แม้ภายในใจของพวกมันจะรู้เป็นอย่างดีว่าไม่อาจจะต่อกรกับเด็กน้อยเบื้องหน้านี้ได้ ความคิดที่ว่าจะมีอาหารอันโอชะมาเสิร์ฟถึงที่ กลับกลายเป็นว่าพวกมันต้องกลายเป็นอาหารเสียเอง


                         "บทเวทระดับสูง  ธาตุความมืด : สนามแรงโน้มถ่วง"    ครืนนนนนน!!!!!


               บรรยากาศโดยรอบบริเวณพลันหนักอึ้งในทันที หิมะที่ปกคลุมบนพื้นยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ร่างของหมาป่าหิมะทั้งหมดรวมทั้งจ่าฝูงของพวกทรุดลงกับพื้นพร้อมทั้งส่งเสียงครางระงมดังก้อง แรงโน้มถ่วงอันมหาศาลเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณนี้ แม้แต่ต้นไม้น้ำแข็งที่ตั้งตะหง่านอยู่ยังแตกสลายกลายเป็นละออง


                              "บทเวทระดับสูง   ธาตุไฟ : ทุ่งทะเลเพลิงมรณะ!!!!"  ฟู่วววว!!!!!

               เปลวเพลิงอันร้อนแรงพวยพุ่งออกจากร่างของเด็กน้อยตรงเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ความร้อนแผดเผาละลายหิมะจนเห็นพื้นดินเบื้องล่าง  ทะเลเพลิงอันทรงพลังปกคลุมไปทั่ว ความร้อนจากไฟแผดเผาร่างของหมาป่าหิมะที่แม้จะเห็นธาตุน้ำแข็งที่ต้านทานธาตุไฟได้ แต่ความรุนแรงของมันเกินกว่าที่ร่างของมันจะทานทนได้ 


                         โฮกกกก!!!!!! โฮกกกก!!!!!! โฮกกกก!!!!!! โฮกกกก!!!!!!

               เสียงร้องโหยหวนโอดครวญด้วยความทรมานดังขึ้น ร่างกายบางส่วนระเบิดขึ้นจากเลือดที่เดือดภายใน แม้ว่าจะอยากดิ้นทุรนทุรายเพียงใดก็มิสามารถทำได้เลย ภายใต้อาณาเขตแรงโน้มถ่วงแห่งนี้ ร่างกายอันแข็งแกร่งของหัวหน้าฝูงค่อย ๆ ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟแต่ก็ยังมิได้สิ้นใจไป


               ร่างของเด็กน้อยเดินตรงเข้าก่อนที่จะกำหมัดกระแทกลงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมัน เริ่มที่ข้อเท้าทั้งสี่ข้าง ความรุนแรงทำให้ส่วนเท้ากระเด็นขาดออกไป เสียงร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดสุดจะทนโอดร้องออกมา ก่อนจะชกเข้าไปที่ใจกลางอกอย่างรุนแรงแล้วดึงเอาผลึกแก่นแท้ออกมาจากร่างโดยที่มันยังไม่ทันได้ตายด้วยซ้ำ ร่างใหญ่ชักกระตุกเพียงไม่กี่ทีก็สิ้นลมหายใจไป  เขาเดินเก็บซากของพวกมันจนหมดเข้าไปยังมิติลูกแก้ว


                         "ถือว่าได้ยืดเส้นยืดสายแล้วกัน"


......................................................
สิ้นเดือนนี้ผมสัมนา ผมเลยไม่ค่อยมีเวลานะครับ ต้องขอโทษทุกคนจริงๆเลยที่ไม่ได้มีเวลาเขียน  และ อัพช้ามาก

แต่ผมจะพยายามมาอัพให้นะครับ

หลังผ่านเดือนนี้ไปจะอัพให้บ่อยขึ้นนะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 853 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #252 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:45
    รอจ้าสนุกมากมันมาก
    #252
    0
  2. #250 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:59
    สนุกคับ
    #250
    0
  3. #248 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 11:02

    จะทันมั้ยเวลากับเสาที่เหลือ

    #248
    0
  4. #246 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 09:53

    ขออีกกกกกกกก

    #246
    0
  5. #245 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:59
    ไม่เป็นไรครับไรท์ไว้มาต่อไวๆนะครับขอบคุณครับ
    #245
    0
  6. #244 ZignPranprapa (@ZignPranprapa) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:46
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ ✌🏻
    #244
    0