มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 382,535 Views

  • 1,570 Comments

  • 8,595 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,014

    Overall
    382,535

ตอนที่ 37 : อสูรรับใช้ตัวที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1289 ครั้ง
    27 ต.ค. 61


บทที่ 35 อสูรรับใช้ตัวที่สอง

 

 

                    “ความสนุกจากการเข่นฆ่านี่มันดีจริง ๆ”

 

 

               ปีเตอร์พุ่งตรงมาทางวานรจ่าฝูงที่ในตอนนี้ก็พุ่งตรงมาทางเขาเช่นเดียวกัน  กำปั้นน้อย ๆ กำแน่นอัดแน่นไปด้วยมวลพลังเวทพุ่งเข้าปะทะกับกงเล็บของวานรจ่าฝูงตนนั้น  แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะของทั้งสองแผ่กระจายออกโดยรอบเศษฝุ่นเศษดินพัดฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ  ควันฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วจนบดบังทัศนียภาพโดยรอบ เวลาเพียงชั่วพริบตาก็ค่อย ๆ ปรากฏร่างเงาของสัตว์อสูรสูงกว่าสามเมตรและเด็กน้อยคนหนึ่ง

 

 

               ดวงตาของอสูรจ่าฝูงวานรภูเขาเบิกกว้างออกจนเห็นแทบจะทะลุออกจากเบ้า  ความตื่นตะลึงปะปนกับความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มก่อขึ้นภายในจิตใจ  ความรู้สึกจากมือของมันที่ฟาดกรงเล็บลงไปปะทะกับกำปั้นเล็ก ๆ ของเด็กคนหนึ่ง  เดิมทีมันคิดว่าด้วยพลังมหาศาลของอสูรระดับสี่ครึ่งก้าวระดับห้าของมันควรจะทำให้เด็กน้อยเบื้องหน้าร่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี หากแต่ความรู้สึกที่มันได้รับกลับมา   คล้ายกับว่าฟาดกรงเล็บเข้าไปกระทบกับภูเขาเหล็กกล้าก็มิปาน

 

 

               มันเป็นไปได้อย่างไรกัน  ความรู้สึกแว็บแรกที่เห็นปีเตอร์ต่อสู้กับเหล่าลูกน้องมัน  มันก็คาดคิดไปเองว่าลูกน้องของมันนั้นมีระดับที่ต่ำกว่าเด็กน้อยตรงหน้า  แต่กับตัวมันเองที่อยู่ในระดับครึ่งก้าวอสูรระดับห้าที่มีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่านั้นคงจะสามารถจัดการกับเด็กน้อยคนนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นอันใด   แต่เมื่อได้เข้าปะทะกลับพบว่าเด็กคนนี้มีพละกำลังที่มากมายมหาศาลกว่าตนเองหลายเท่านัก

 

 

                         "บทเวทย์ระดับสูง  ธาตุน้ำ : กรงขังฉลามคลั่ง!!!"   บุ๋มมมม!!!!!

 

 

               ปีเตอร์แบกำปั้นข้างที่ปะทะกับกรงเล็บอสูร  ทันใดนั้นมวลน้ำพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือเล็ก สายน้ำสุดทรงพลังซัดสาดโถมเข้าสู่ร่างของจ่าฝูงวานรภูเขาความรุนแรงของมันไม่แตกต่างจากยืนขวางกั้นสายน้ำเชียวสายใหญ่  มวลน้ำทรงพลังก่อรูปร่างจนกลายเป็นก้อนน้ำทรงพลังขนาดใหญ่มหึมากลืนกินสัตว์อสูรจ่าฝูงวานรเอาไว้ภายใน  ทันใดนั้นมวลน้ำภายในก่อเกิดคมเขี้ยวคล้ายปากของฉลามขึ้นนับสิบ  พุ่งกัดกินเชือดเฉือนร่างของวานรภูเขาตัวนี้ปากของมันเปิดกว้างออกคล้ายกับต้องการจะส่งเสียงร้องด้วยความทรมาน

 

 

               ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างกายที่สูงใหญ่กว่าสามเมตรของจ่าฝูงวานรภูเขาก็ฉีกขาดแหลกเละไปเศษชิ้นเนื้อ  ก้อนน้ำในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงสดดุจก้อนเลือดขนาดยักษ์  เด็กน้อยสะบัดมือเบา ๆ มวลก้อนน้ำก็สลายหายไปในทันที เขาเก็บซากของเหล่าสัตว์อสูรวานรภูเขาเข้าไปภายในลูกแก้วมิติ  สภาพของพื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นสีดำสนิทที่เกิดจากเปลวไฟที่แผดเผาเหล่าอสูร แม้แต่ต้นไม้สูงใหญ่ยังกลายเป็นสีดำสนิท

 

 

                         "บทเวทย์ระดับสูง  ธาตุแสง : ม่านมายาหักเห"

 

 

               ไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดวาดผ่านออกไปเบื้องหน้าละอองสีเหลืองทองฟุ้งกระจายออกไปทั่วทั้งบริเวณในรัศมีสองร้อยเมตร   ทันใดนั้นบังเกิดออร่าสีเหลืองทองคล้ายริ้วม่านงดงามโอบล้อมไปทั่วบริเวณ  ก่อนที่จะจางหายไปในทันที ความสามารถของเวทมนตร์บทนี้คือการอำพรางการรับรู้ภายในรัศมีรอบตัวของผู้ร่าย ความสามารถในการบิดเบือนการรับรู้จากสรรพสิ่งภายนอกทั้งรูป  เสียง กลิ่น รส ผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำกว่าระดับราชาเวท หรืออสูรระดับหกจะไม่สามารถรับรู้การคงอยู่ของปีเตอร์ได้

 

 

 

               เขานำเนื้อของสัตว์อสูรวานรภุเขาออกมาส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงก่อกองไฟเล็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อย่างมัน กลิ่นหอมของเนื้ออสูรวานรภูเขาฟุ้งกระจายออกมา  ปีเตอร์โรยเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสลงไปเล็กน้อยพอให้มีรสชาติบ้าง การมาอาศัยอยู่ในป่าแบบนี้คงจะหาความเลิศรสของอาหารมากไม่ได้  ด้วยผลของม่านมายาหักเหทำให้กลิ่นหอมจากการย่างเนื้อไม่แพร่กระจายออกไปดึงดูดสัตว์อสูรภายนอก

 

 

 

               หลังจากเขาพักผ่อนชั่วครู่หนึ่งก็สลายม่านมายาหักเหและออกเดินทางต่อ ความรู้สึกลึก ๆ ภายในจิตใจของปีเตอร์สัมผัสได้ว่าในส่วนลึกของป่าแห่งนี้จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน  เท้าเล็ก ๆ ก้าวเดินออกไปบนผืนป่าบรรยากาศโดยรอบค่อย ๆ มืดลงทีละนิดทีละนิด แต่ก็ยังพอมีแสงสว่างจากพระอาทิตย์ที่เล็ดรอดผ่านช่องว่างของใบไม้ลงมากระทบพื้นดินเบื้องล่าง มอสสีเขียวปกคลุมแทบจะทุกพื้นที่ในบริเวณแห่งนี้ 

 

 

 

                   หลังจากใช้เวลาเดินมากว่าหนึ่งชั่วโมง กลิ่นเหม็นอับ  และอากาศโดยรอบมีความชื้นสูงขึ้น ไอเย็นแผ่กระจายอยู่ทั่วผืนป่าโดยรอบ พื้นดินเบื้องล่างบัดนี้เจิ่งนองไปด้วยน้ำสีเขียว ปีเตอร์ใช้บทเวทสายลมและความมืดเพื่อใช้ในการลอยตัวผ่านบริเวณดังกล่าว แสงสว่างรอบตัวเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความมืด ต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมโดยรอบจนแสงจากดวงอาทิตย์ไม่อาจสาดส่องลงมาได้ แต่ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ มีแสงสีเขียวปรากฏขึ้นเป็นจุดเล็ก ๆ คล้ายดวงดาราประดับบนผืนป่าแห่งนี้ หลังจากที่เด็กน้อยลอยลึกเข้ามาภายในก็พบว่าแสงสีเขียวดังกว่าคือเห็ดเรืองแสง ที่ส่องแสงสีเขียวออกมา

 

 

                   ในตอนนี้พื้นที่บริเวณโดยรอบของปีเตอร์ดำมืดสนิทปราศจากแสงของดวงอาทิตย์  มีเพียงเห็ดเรืองแสงเท่านั้นที่ใช้นำทางได้ เขาเองก็ไม่ได้ใช้เวทแสงเพื่อเพิ่มแสงสว่าง เพราะมันอาจจะไปกระตุ้นสัตว์อสูรที่อยู่ในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ไม่แตกตื่นได้  ร่างของเด็กน้อยล่องลอยเข้ามาลึกขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

 

                   จนในขณะนี้พื้นเบื้องล่างคล้ายจะแปรเปลี่ยนเป็นหนองน้ำสีเขียวคล้ำ  ไอหมอกสีขาวและไอเย็นอันน่าขนลุกลอยฟุ้งไปทั่ว รากไม้ขดเกลียวเลื้อยพันกันจนเป็นโพรงขนาดใหญ่ สิ่งที่สะดุดใจของปีเตอร์คือพื้นที่โดยรอบไม่ได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตหรือเสียงแมลงร้องแม้แต่ตัวเดียว

 

 

                   หลังจากที่เขากำลังทอดสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณมีเพียงความมืดเท่านั้นที่มองเห็น  ทันใดนั้นเองพลังเวทก็พวยพุ่งออกมาจากทิศทางเบื้องหน้า กลิ่นอายพลังของธาตุน้ำและความมืดถูกปลดปล่อยออกมา ความชื้นพุ่งขึ้นสูงและความน่าสะอิดสะเอียนเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบ

 

                   เงาดำร่างสูงเกือบสี่เมตรใหญ่โตดุจภูเขาลูกเล็ก ๆ ลูกหนึ่ง เส้นเงาสีดำหลายสิบเส้นพุ่งขึ้นมาจากน้ำเบื้องล่างตรงมาทางเด็กน้อย

 

                        บึ้มมมม!!!!!

 

                   พลังเวทถูกเร่งเร้าไปที่ปลายเท้าของเด็กน้อยก้าวหลบอย่างสง่างาม ร่างเล็ก ๆ พริ้วไหวหลบเส้นสีดำที่พุ่งขึ้นมาดุจการร่ายรำของเหล่าภูติ

 

                        " บทเวทระดับสูง ธาตุไฟ : เพลิงวิหคทะยาน"

 

                   เปลวเพลิงความร้อนสูงก่อเกิดรูปร่างขึ้นอย่างรวดเร็วเบื้องหน้าความร้อนจากกลุ่มก้อนเปลวเพลิงทำให้น้ำเบื้องล่างระเหยกลายเป็นไอสีขาว

 

                    เพียงชั่วพริบตามวลเพลิงก้อนมหึมาก็ก่อรูปร่างกลายเป็นวิหคเพลิงขนาดใหญ่พุ่งโจมตีออกไปเบื้องหน้าตรงไปยังเงาดำสูงใหญ่   เส้นสีดำขนาดใหญ่ฟาดลงบนพื้นน้ำเบื่องล่างจนก่อเกิดเป็นคลื่นน้ำซัดสาดกลับไปปะทะกับวิหคเพลิงที่พุ่งตรงมา

 

                        ฟู่!!!!!!!!

 

                   ไอน้ำที่เกิดจากการปะทะระเหยฟุ้งจนกลายเป็นไอควันสีขาวคลุ้งไปทั่วบริเวณร่างของเด็กน้อยพุ่งออกไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง

 

                   "บทเวทระดับจักรพรรดิ ธาตุสายฟ้า : อสรพิษสายฟ้ารัดตรึงพันธนาการอสูร"

 

 

 

                   สายฟ้าสีแดงส้มนับร้อยเส้นพวยพุ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ ทันทีที่พุ่งออกจากปลายไม้พวกมันก็ก่อรูปร่างคล้ายอสรพิษ มุ่งตรงแหวกผ่านม่านควันสีขาวตรงไปที่ร่างเงาดำสูงใหญ่ในทันที  แต่ทันใดนั้นเองสัตว์อสูรปริศนาเบื้องหน้าก็ปลดปล่อยพลังธาตุมืดออกมาเป็นเส้นสายสีดำสนิทนับร้อยนับพันเส้นก่อเกิดเป็นกำแพงหนาสีดำขึ้นมาเบื้องหน้า

 

                        บึ้มมมมม!!!!!!!

 

                    สะเก็ดสายฟ้ากระจายออกมาโดยรอบเมื่อปะทะเข้ากับกำแพงความมืดเบื้องหน้า สีหน้าของปีเตอร์เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมากขึ้นเมื่อครู่คือบทเวทระดับจักรพรรดิที่ทรงพลัง มันควรพุ่งทะลวงตรงเข้าโจมตีสัตว์อสูรเบื้องหน้าแล้ว แต่มันกลับถูกหยุดค้างเอาไว้

 

                   เด็กน้อยเร่งเร้าพลังเวทมากขึ้นกว่าเดิมพร้อมทั้งเปลี่ยนไปใช้กายาแห่งเทพอสูร สายฟ้าจากปลายไม้กายสิทธิ์เปลี่ยนแปลงเป็นสีแดงคล้ำคล้ายกับถูกสร้างจากโลหิต

 

                        เปรี้ยง !!!!!!! กร๊อบ!!!!!!! ตู้มมมมมม !!!!!!

 

 

 

                   สายฟ้ารูปร่างอสรพิษสีแดงคล้ำบดเบียดกำแพงความมืดจนดังดุจสายฟ้าฟาด จากนั้นกำแพงความมืดก็แตกร้าว จากนั้นเพียงพริบตาก็แตกสลายหายไป สายฟ้าอสรพิษนับร้อยเส้นพุ่งตรงเข้าสู่สัตว์อสูรเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

 

                        บึ้มมมม!!!!! อ๊ากกกกกกก!!!!!

 

                   สายฟ้าหลายร้อยเส้นพุ่งเข้าปะทะกับร่างของสัตว์อสูรร่างมหึมาจนเกิดการระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ แรงปะทะจากการระเบิดพัดกระจายเศษซากของต้นไม้เปื่อยผุพังบริเวณบึงน้ำพัดพาให้ไอควันที่เคยปกคลุมในบริเวณนี้จางหายไป

 

                   แสงสว่างจากสายฟ้าที่เข้ารัดตรึงร่างของสัตว์ทำให้เห็นรูปร่างของมันอย่างชัดเจน อสรพิษที่เลื้อยพันไปทั่วร่างนอกจากตรึงเป้าหมายให้อยู่กับที่แล้วยังสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลอีกด้วย

 

                   กายสีเขียวคล้ำสูงใหญ่ปกคลุมด้วยมอสเศษพืช เถาวัลย์ห้อยย้อยเลื้อยพันตามตัว ร่างกายท่อนบนเหมือนโกเลม ร่างกำยำผิวหนังหนาจนคล้ายกับศิลาหิน ท่อนล่างเป็นรากไม้ใหญ่หลายสิบเส้นสีเขียวเข้มขดเลื้อยขยับไปมา ดวงตาสีแดงฉานราวกับไฟ เขาคู่โค้งสีดำสนิทบิดงอมาเบื้องหน้า ปากเปิดกว้างร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดเผยให้เห็นคมเขี้ยวแหลมคม

 

 

 

                        " ที่แท้ก็สัตว์อสูรพิทักษ์บึงน้ำระดับห้า หากอยู่ในพื้นที่หนองน้ำหรือบึงน้ำจะแข็งแกร่งอย่างมาก.....หึหึ"

 

                   อสูรน้อยปีเตอร์ฉีกยิ้มกว้าง พลังเวททั่วร่างถูกเร่งเร้าออกมาพร้อมทั้งพุ่งแหวกผ่านอากาศกำปั้นเล็ก ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทและเปลวเพลิงแดงคล้ำอันเข้มข้น พุ่งตรงเข้าปะทะกับร่างของอสูรพิทักษ์หนองน้ำจนเกิดแรงระเบิดเสียงดัง

 

                        ตู้มมมมมม!!!!!!! อ๊ากกกกก!!!!!!

 

                   หมัดหุ้มเพลิงซัดตรงเข้าปะทะกับร่างของสัตว์อสูรร่างยักษ์ ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของปีเตอร์ที่สำเร็จกายาแห่งเทพอสูรระดับสอง การจะซัดสัตว์อสูรระดับนี้ให้กระเด็นไม่ใช่เรื่องที่เกินกำลังแต่อย่างใด

 

                   ร่างสูงใหญ่ถูกซัดกระเด็นลอยออกไปกว่าสามสิบเมตรพร้อมทั้งส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด ของเหลวสีเขียวคล้ำกระจายออกมาจากร่างของสัตว์อสูรก่อนจะพุ่งลงกระแทกพื้นเบื้องล่างอย่างแรง

 

                   รูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่หน้าท้องของสัตว์อสูรตนนั้น อวัยวะภายในแหลกเหลวจากการปะทะเมื่อครู่ สัตว์อสูรนอนร้องโอดครวญไร้สิ้นเรี่ยวแรงไม่คาดคิดว่าพละกำลังของเด็กน้อยจะมากเช่นนี้ ดวงตาของมันมองเห็นเด็กน้อยที่ดวงตาแดงฉานด้วยสัตว์อสูรร้ายลอยเข้ามาที่ตัวมันอย่างช้า ๆ ร่างกายที่ไร้สิ้นเรี่ยวแรงจนไม่อาจจะขยับเขยื้อนไปไหนได้

 

 

                   ในวินาทีนี้ตัวมันไม่ต่างจากนอนรอความตายที่จะมาถึงในไม่ช้า มันหวนนึกถึงความยิ่งใหญ่ของตนเองเมื่อครั้นก่อน ในเขตหนองบึงแห่งนี้คืออาณาเขตที่มันทรงพลังที่สุด จนสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต้องยอมสยบแก่มันผู้เดียว บ้างก็ต้องหลบหนีออกไป ความยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่จุดสูงสุดกับร่วงหล่นลงมาสู่จุดต่ำสุดที่นอนรอให้เด็กน้อยคนหนึ่งลงมือสังหารมัน

 

 

                   ขณะที่ปีเตอร์กำลังล่องลอยมาใกล้สัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำแห่งนี้เรื่อย ๆ ภายในใจก็ขยคิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา อสูรพิทักษ์หนองน้ำ มีเชื้อสายสืบทอดมาจากสัตว์อสูรเทพในครั้งบรรพกาล ในตอนที่เขาเห็นร่างจริงของมันครั้งแรกก็แปลกประหลาดใจอยู่บ้างว่าเหตุใดมันจึงมีสภาพเช่นนี้แตกต่างจากต้นตระกูลมันในครั้งบรรพกาล 

 

                   หลังจากครุ่นคิดเพียงชั่วครู่เขาก็พอจะหาเหตุผลได้ว่า เวลาผ่านไปนับแสนปี การที่สายเลือดของแดนเทพจะอ่อนจางลงคงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอันใด การที่ร่างกายภายนอกของมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลายอมมีความเป็นไปได้สูง  ในตอนนี้เขาลอยมาถึงเบื้องหน้าของสัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำตัวนี้แล้ว

 

                   หากเจ้ายอมมาเป็นอสูรรับใช้ของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า หากไม่แล้วก็จงรับความตายซะ!!!!”

 

 

                   น้ำเสียงอันเยือกเย็นพร้อมทั้งดวงตาที่มองทอดลงมาเบื้องล่างดุจราชสีห์จ้องมองเหยื่อ พลังจิตวิญญาณของเทพอสูรพุ่งจู่โจมเข้ามาในจิตสำนึกของสัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำ ดวงตาของมันจ้องมองเด็กน้อยเบื้องหน้า ภาพที่เห็นไม่ต่างอันใดกับราชันแห่งความตายผู้ยิ่งใหญ่เลยแม้แต่น้อย จิตใจของมันเองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันสูงศักดิ์ที่น่ายำเกรงและคุ้นชินในสายเลือดที่อ่อนจางของตน

 

                   เหตุใดกับตัวมันเองจึงรู้สึกว่าเด็กน้อยเบื้องหน้าคือบุคคลที่มันควรเคารพนอบน้อมและจงรักภัคดีอย่างยิ่ง  ความหวาดกลัวบังเกิดขึ้นในหัวใจเมื่อปีเตอร์ระเบิดพลังเวทอันทรงพลังและหนาแน่นออกมา ตัวมันที่ไร้สิ้นเรี่ยวแรงจึงรู้สึกอึดอันจนแทบจะหายใจไม่ออก ศักดิ์ศรีทั้งหลายที่เคยมีมาล้วนมลายหายสิ้นไป  อย่างไร้การรักษาชีวิตไว้ก็คงจะดีกว่า   มันพยายามรวบรวมกำลังทั้งหมดแล้วหยักหน้าตอบรับคำขอของปีเตอร์

 

                   รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าของปีเตอร์ถ้าหากความคิดของเขาถูกต้อง เขาสามารถทำให้สัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำกลับสู่ร่างจริงครั้นบรรพกาลได้ แต่คงต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการฟื้นตัว หากได้ร่างต้นคืนมาละก็จะสามารถดึงเอาความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันออกมาได้อย่างแน่นอน

 

                   บทเวทพันธะสัญญาอสูร : จงตอบรับการเรียกขานจากข้าผู้เป็นนายของเจ้า!!!”

 

                   เส้นสายพลังเวทพุ่งออกมาจากตัวของปีเตอร์หลายร้อยหลายพันเส้นตรงสู่พื้นเบื้องล่างที่สัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำนอนอยู่จนก่อเกิดเป็นวงเวทขนาดใหญ่ส่องสว่างเปล่งกาย สาดแสงไปทั่วทั้งบึงน้ำแห่งนี้  ละอองแสงเล็ก ๆ ล่องลอยขึ้นมาจากวงเวทไหลซึมเข้าไปภายในตัวของสัตว์อสูร ก่อเกิดเป็นพันธะสัญญาบางอย่าง  ทันใดนั้นเองปีเตอร์ก็กรีดเลือดของตนเองให้ล่องลอยปะปนไปกับละอองแสงเหล่านั้นเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพันธะสัญญาเลือดสลักตรึงเข้าสู่พลังชีวิตของมัน

 

                  

                   ในครั้งนี้เขาใช้เลือดของตนเองจำนวนมากในการทำพันธะสัญญา แต่ส่วนใหญ่ก็เพื่อให้มันไหลเวียนปะปนไปกับกระแสเลือดของสัตว์อสูรตนนี้ หลังจากที่มันได้ไหลเวียนทั่วร่างของสัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำก็ได้ไปกระตุ้นบางสิ่งบางอย่างภายในส่วนลึกของร่างกายและจิตใจ   เถาวัลย์นับร้อยนับพันเส้นพุ่งออกมาจากร่างของสัตว์อสูรห่อหุ้มร่างกายของมันจนกลายเป็นก้อนทรงกลมขนาดใหญ่   รอยยิ้มของเด็กน้อยปรากฎขึ้นบนใบหน้า

 

                        เป็นอย่างที่ข้าคาดคิดเอาไว้จริง ๆ เสียด้วย  

     



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.289K ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #190 7358412396ef (@7358412396ef) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:33

    สนุกมากครับอัปมาเรื่อยๆน่ะ
    #190
    0
  2. #189 Wanexo-l (@Wanexo-l) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 00:19

    สนุกมาก สู้ๆรอติดตามอยู่นะ
    #189
    0
  3. #188 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:54
    ต่อออออ
    #188
    0
  4. #186 Daa_worada (@Daa_worada) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:11

    สนุกมากก
    #186
    0
  5. #182 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 13:46

    วิวัฒนาการสินะ

    #182
    0
  6. #181 art2442 (@art2442) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 12:59
    อ๊ากไรท์กลับมาแล้ววว
    #181
    0
  7. #180 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 12:49
    ได้ของดีมาเสริมทัพอีกแล้ว อิอิ
    #180
    0
  8. #179 phuwadon088156 (@phuwadon088156) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 12:35
    สู้ๆนะ สนุกมากเลยย รออัปน้าาาา
    #179
    0